All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 3 (ต่อ)



บ่ายวันนั้น พุทรากำลังเล่นJENGA กับเตือนใจอยู่ที่บ้านติรกา ทั้งคู่ผลัดกันวางไม้อย่างระมัดระวัง ติรกาหันไปบ่นกับพุทรา เมื่อต้องรอมัทรีนานเกินไป

“ป่านนี้ยายมัทยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ”
มัทรีกำลังเดินมาในชุดเสื้อแขนกุด กระโปรงสั้น จนเตือนใจ ต้องเตือน
“ตายแล้ว ยัยมัท ทำไมมันเว้าบน สั้นล่างขนาดนี้ล่ะลูก ยายว่าไปเปลี่ยน”
“แต่งแบบนี้แหล่ะดีแล้ว” ติรกาพูดแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“ไปรีสอร์ทคุณสมภพทำไมต้องแต่งแบบนี้ด้วยล่ะแม่ มัทว่ามันดูไม่เหมาะสม”
“นั่นสิ..แม่ว่า” เตือนใจว่า ติรกาไม่ฟังเสียงทัดทานของใครบอกพุทราทันที
“ไปกันได้แล้ว พุทรา”
พุทรายกกระเป๋าเสื้อผ้าสองกระเป๋า
“พร้อมค่า....”
“แม่คะ แค่คุยธุรกิจทำไมเราต้องค้างที่นั่นด้วย”
ติรกาขยิบตาสั่งให้พุทราตอบแทน
“คุณสมภพเพิ่งปรับปรุงรีสอร์ตใหม่ ก็เลยอยากให้เราลองไปใช้บริการเผื่อมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข จะได้แนะนำกัน”
“มัทไม่อยากเจอสองคนนั่น”
“ทีผู้ชายเลว ๆ อย่างไอ้วันรบยังอยากเจอตลอดเวลา”
มัทรีไม่ยอมแพ้
“รบเป็นคนดี และเราสองคนรักกัน”
ติรกาได้ฟังแล้วหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“พอทีฉันไม่อยากฟัง รีบไปกันได้แล้ว”
มัทรีถอนใจอย่างอึดอัด จำใจเดินตามพุทราออกไปที่รถ เตือนใจวางไม้บนชั้นไม้ที่วางสูงขึ้นมากจนใกล้จะล้มแล้ว
“ติไปก่อนนะคะแม่”
“ยัยติ..มานี่สิ”
“อะไรเหรอแม่”
เตือนใจหยิบแท่งไม้ขึ้นมา
“ติเห็นไหมว่าแม่กับพุทราต่อไม้กันได้หลายชั้นแล้วนะ ติวางให้แม่หน่อยสิ”
ติรกาวางไม้ลงที่ตำแหน่งแต่ปรากฎว่าศูนย์ถ่วงไม่ดี ไม้ล้มมาทั้งชั้นร่วงกราวเต็มพื้น เตือนใจจงใจกล่าวขึ้น
“น่าเสียดายนะ อุตส่าห์สร้างกันมาอย่างดี ถ้าติรู้จักวางอย่างใจเย็นสักนิด มันก็จะได้สมดุลย์ ไม่พังลงมาแบบนี้”
ติรกานิ่งงัน
“กี่ปีที่ติเลี้ยงยัยมัทมา ไม่รู้เหรอว่าเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว แต่บังคับหัวใจเขาไม่ได้ ลูกน่าจะรู้ดี แม่ก็ไม่เคยบังคับติได้เหมือนกัน”
ติรกาเจ็บปวดขึ้นมาทันที
“เพราะหนูรู้ไงคะว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ที่ไปหลงเชื่อผู้ชายเลว ๆ จน...หนูจะไม่ยอมให้ยัยมัทต้องเจ็บเหมือนที่หนูเจ็บ”
“ติ”
“แม่คะ..หนูรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอาจไม่ถูกใจแม่..แต่หนูทำเพื่อลูก”
ติรกาเดินผละไป เตือนใจมองตามอย่างเหนื่อยใจ

หน้ารีสอร์ตสมภพยามบ่าย รปภ.แจ่มขับรถเข้ามาจอด เทียบทางเข้าที่พัก วันทนีย์ กระถินก้าวลงจากรถ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
“โอ้โห รีสอร์ตหรูจริง ๆ ด้วย” วันทนีย์พูดขึ้น
สมภพ ธงฉาน พนักงานรีสอร์ท ตรงเข้ามาต้อนรับทั้งสอง
“สวนผึ้งวิลเลจ ยินดีต้อนรับครับ”
“พวกเรามา...” กระถินยังพูดไม่ทันจบ
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับสุภาพสตรีทั้งสอง ขอให้มีความสุข และสนุกกับการพักผ่อนในรีสอร์ทของเรานะครับ”
“แล้วลูกชายฉัน” วันทนีย์จะพูดต่อ แต่ธงฉานบอก
“พนักงานจะพาท่านไปรับประทานของว่าง และเวลคัมดริ๊งก์ ก่อนพาแขกวีไอพีทั้งสองท่านไปยังห้องพักครับ”
วันทนีย์ยังไม่ทันถามอะไรให้รู้เรื่องก็ถูกพนักงานรุมเข้ามาช่วยถือกระเป๋า และพาเข้าไปในรีสอร์ทอย่างนอบน้อม เอาใจมาก จนวันทนีย์กับกระถินได้แต่เดินตามไปอย่างอึ้ง ๆ
“สองคนนี้เป็นใคร คุณอาติรกาไม่บอกอาเหรอ”
“ะสนใจทำไม หน้าที่เราคือเอาใจติรกากับมัทรีให้อยู่ในกำมือเราก็พอ”
สายตาร้ายลึกเจ้าเล่ห์ของสมภพฉายแววขึ้นอย่างชัดเจน

เวลาต่อมา วันรบ รชานนท์ พชร นลินีมาถึงรีสอร์ต รชานนท์ท่าทางอึดอัด หงุดหงิดใจจนพชรสะกิดแซว
“มาเหยียบถิ่นกิ๊กใหม่ของแฟนเก่า ถึงกับกร่อยเลยเหรอวะ”
“ผมไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”
“ดีแล้วที่ไม่รู้สึก ผู้หญิงที่ทิ้งแฟนไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ควรจะสนใจด้วยซ้ำ” นลินีบอก
“เมียจ๋า อย่าเพิ่งไปฟันธงขนาดนั้นเลย เขาอาจมีเหตุจำเป็นก็ได้”
“จำเป็นมาก พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้ว
ว่ายัยไหน้ำปลาปีศาจไม่ได้รักน้องนีเลย” นลินีว่า
รชานนท์ฟังด้วยความเจ็บปวด หันไปหงุดหงิดใส่วันรบ
“ไอ้รบ มาถึงแล้วก็โทรหาเขาสิ”
“ครับป๋า”
พชรบาๆ กับนลินี
“เมียจ๋าไปสะกิดแผลเก่าเจ้านนท์ทำไม มันเริ่มเหวี่ยงแล้วนะนั่น”
“นนท์ยังรักยัยไหน้ำปลาปีศาจนั่นจริงๆ เหรอเนี่ย”
นลินีมองอาการรชานนท์อย่างไม่สบายใจนัก

สักพักหนึ่งสมภพ ธงฉาน เดินห้อมล้อมต้อนรับติรกากับมัทรีอย่างเอาอกเอาใจ ธงฉานมองการแต่งตัวของมัทรีด้วยสายตาหื่น โดยมีพุทราเดินตามด้วยความรำคาญคู่อาหลาน
“น้องมัทวันนี้เซ็กซี่มากนะครับ” ธงฉานว่า
มัทรีมองอย่างรำคาญ พุทรารู้หน้าที่เอาตัวเข้าแทรกกลางตลอดเวลา
“ขอบคุณคุณสมภพมากนะคะ ที่ช่วยต้อนรับแขกของฉันเป็นอย่างดี” ติรกาบอก
“แขกคุณติรกาก็เหมือนแขกของผม ผมยินดีและเต็มใจครับ”
มัทรีแกล้งตั้งใจกระแอมเสียงดังขัดจังหวะสมภพ
“น้องมัทเป็นอะไร ไม่สบาย เป็นไข้ ปวดหัวตัวร้อนตรงไหน ให้พี่ธงฉานตรวจอุณหภูมิความร้อนให้ร่างกายหน่อยนะครับ” ธงฉานบอก
ธงฉานหลับหูหลับตายื่นมือออกไป หวังแตะหน้าผากมัทรี พุทราเป่านกหวีด ปรี๊ดถลาเอาหน้าเข้ามารับแทน ธงฉานชะงัก ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย”
“พุทราไม่สบายนิดหน่อยน่ะค่ะ ปวดหัวตัวร้อน”
“ผมส่งห้องดับจิตให้ไหมครับ วัดก็อยู่ไม่ไกลนะครับ” ธงฉานว่า
พุทราหมั่นไส้
“แรงนะไอ้อ้วน”
ทุกคนหันมามองที่พุทรา
“แอร์แร๊งแรงนะคะ คงใช้ยี่ห้อดีม๊ากมากน่ะค่ะ”
ธงฉานยังจะหันมาหามัทรี
“น้องมัทครับ พี่ฉาน..”
มัทรีฮัดเช้ยใส่เต็มหน้าธงฉานเต็มๆ
“ขอโทษค่ะ”
พนักงานรีสอร์ทกำลังใช้ผ้าเช็ดผนัง มัทรีทำเนียนตกใจคว้าผ้าจากพนักงานมาเช็ดที่หน้าธงฉานและขยี้ลงอย่างหนัก
“มัทไม่ได้ตั้งใจ มัทแพ้อากาศน่ะค่ะ มัทขอโทษนะคะ”
“ถ้ารู้สึกผิดจริงก็เอาผ้าขี้ริ้วออกจากหน้าพี่ธงฉานเถอะครับน้องมัท พี่ซึ้งแล้วว่าน้องมัทรู้สึกผิดจริงๆ”
มัทรีแอ๊บตกใจทันทีแล้วรีบคืนผ้าให้พนักงาน
“อุ๊ย มัทขอโทษนะคะ”
ติรกาจิกสายตาดุมัทรี แต่มัทรีไม่สนใจ
พุทรารับสายโทรศัพท์ก่อนหันมากระซิบบอกติรกา
“มากันแล้วค่ะ”
“จัดการตามนั้น”
พุทรารับคำ แล้วกดสายโทรหาใครบางคน

ภายในห้องพักของวันทนีย์ในรีสอร์ต กระถินนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความตื่นเต้น วันทนีย์ยังคงนั่งปลื้มใจอยู่
“เพราะลูกกตัญญูอย่างตารบแท้ ๆ ทำให้เราได้มาพักผ่อนนอนสบายแบบนี้”
“กระถินยังไม่ได้โทรบอกพี่รบว่าเรามาราชบุรีเลยค่ะ”
กระถินนึกขึ้นได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาวันรบ แต่ยังไม่ทันได้โทร. เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น กระถินจึงละความสนใจจากมือถือ ลุกไปเปิดประตูห้อง เจอพนักงานยิ้มแย้มรออยู่
“มีแขกมารอคุณสองคนอยู่ที่ล็อบบี้ค่ะ”
วันทนีย์ แทรกเข้ามาถาม
“ชื่อวันรบรึเปล่า”
กระถินยิ้มระรื่น ตื่นเต้นที่จะได้เจอวันรบ

พวกวันรบนั่งอยู่ตรงล็อบบี้ที่ไม่ไกลจากบริเวณที่พวกมัทรีกำลังเดินมา ทั้งติรกา มัทรี พุทราเดินโดยมีสมภพกับธงฉานตามไม่ห่าง พุทราเห็นวันรบและรชานนท์ นั่งเก้าอี้ยาวด้วยกัน พชร นลินีนั่งที่โซฟาชุดใหญ่รออยู่แล้ว
พุทราพูดกับติรกา
“มากันแล้วค่ะ คุณติพร้อมไหมคะ”
ติรกามองวันรบด้วยสายตาร้ายกาจ
“พร้อม”
ติรกาหันไปบอกกับมัทรี
“แม่อยากหาอะไรดื่มสักหน่อย”
“เชิญทางนี้ครับ” สมภพเชื้อเชิญเดินนำทุกคนไปทางที่วันรบนั่งรออยู่ ซี่งเป็นหน้าโซนร้านอาหาร มัทรีเห็นวันรบนั่งอยู่ก็ดีใจจะเรียก
“วันรบ มาแล้วเหรอ” ติรกาพูดจาน้ำเสียงเป็นมิตร จนทุกคนคิดไม่ถึง
“แม่ เรียกรบมาเหรอคะ” มัทรีถาม
ติรกายิ้ม และนั่งลงที่เก้าอี้เดี่ยว
“ใช่ ...นั่งสิมัท”
ติรกาดึงมัทรีลงนั่งเบียดกับวันรบที่นั่งคู่กับรชานนท์อยู่แล้ว ทำให้มัทรีดูนั่งเบียดกับวันรบมาก ๆ
พชรกระซิบกับนลินี
“สงสัยผีจะเข้า พูดกับไอ้รบดีเชียว”
วันรบกับรชานนท์มองติรกาอย่างระแวง
“แม่นัดรบมาที่นี่ทำไมคะ”
“พี่รบขา....”
กระถินวิ่งถลาเข้ามากลางวงก็ชะงักที่เห็นมัทรีนั่งเบียดอยู่กับวันรบ กระถินพยายามจะดึงมัทรีให้ลุกออกไป
“เธอเป็นใครมานั่งเบียดแฟนฉันทำไม”
รชานนท์ พชรและนลินี อึ้งไปตามๆกัน พชรพูดพลางชี้ไปหาคู่กรณีทีละคน
“อ้าวเฮ้ย เธอกับเขาและเราสามคน...คงต้องมีใครเป็นฝ่ายซวยละสิ”
วันรบจับมัทรีไว้ไม่ให้ลุกไป
“กระถิน อย่าเสียมารยามกับแฟนพี่”
กระถินหน้าเบ้หันไปฟ้องวันทนีย์ทันที
“คุณแม่ขา..”
วันทนีย์ปรี่เข้ามาทันที
“ตารบ”
“แม่! แม่มาที่นี่ได้ยังไง”
วันทนีย์มองมัทรีที่แต่งตัวไม่สุภาพ
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่งตัวอย่างกับพวกผู้หญิงราคาถูก”
“นี่มัทรี แฟนผมครับ”
มัทรีจะยกมือไหว้แต่..
“งั้นเธอควรจะรู้จักผู้หญิงคนนี้เอาไว้”
วันทนีย์ดึงกระถินเข้ามา
“๒กระถิน คู่หมั้นของวันรบ” วันทนีย์น้ำเสียงจริงจัง
พชร นลินี ตกใจอย่างนึกไม่ถึงและพูดขึ้นพร้อมกัน
“คู่หมั้น “
รชานนท์โกรธแทนมัทรีทันที
“หมายความว่ายังไงไอ้รบ”
ติรกาได้โอกาสเข้ามารุมยำวันรบทันที
“ก็หมายความว่าน้องชายสายพันธุ์ชั่วของคุณ แอบคบผู้หญิงสองคนพร้อมกันมาตลอดน่ะสิ”
“ไม่ใช่นะครับ” วันรบบอก
“ใช่ค่ะ คุณแม่พี่รบอยากได้กระถินเป็นสะใภ้ กระถินยอมค่ะ” กระถินเสียงอ่อนระทดระทวยที่คำขวัญประจำตัว
“ถ้างั้นน้องมัทของผมก็ต้องเป็นหม้ายขันหมากสิครับ” ธงฉานแทรกเข้ามาอย่างได้ที
ธงฉานยิ้มระรื่น อย่างดีใจ ทุกคนหันขวับมองธงฉานเป็นตาเดียว ธงฉานชะงัก ค่อย ๆ หุบยิ้ม มัทรีทนเห็นกระถินกอดวันรบไม่ได้ จึงเดินหนีไป
“มัทครับ เดี๋ยวก่อน”
วันรบดันตัวกระถินออกแล้วรีบตามมัทรีไปทันที พชรกับนลินีหันมองกันไม่รู้จะช่วยยังไง ติรกาหันไปสบตาพุทราแล้วยิ้มกริ่ม รชานนท์นิ่งมองติรกา

อีกมุมหนึ่งของล็อบบี้ ติรกาแอบมาชื่นชมพุทราด้วยความดีใจ
“ทำงานดีมาก คราวนี้ยายมัทกับไอ้วันรบต้องเลิกกันแน่”
“คุณติดีใจก็ดีค่ะ แต่อีกคนคงไม่ดีด้วย”
พุทรายิ้มเจื่อนเมื่อเห็นรชานนท์ยืนถมึงทึงอยู่ข้างหลังติรกา ติรกาหันกลับไป ตกใจแต่ยังคงปั้นหน้านิ่ง ไม่ให้รชานนท์จับพิรุธได้ นกรู้อย่างพุทรารีบเดินเลี่ยงไปก่อนงานเข้า
“คุณเป็นคนวางแผนให้ไอ้รบกับแม่มาที่นี่”
“ธุระอะไรของคุณ”
“สิทธิ์ในความเป็นพ่อ”
ติรกาอึ้ง ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนโวยวายไม่ยอมรับ และรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เลิกเพ้อเจ้อคิดอะไรไปเองสักที ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เมื่อไหร่ลูกฉันจะตาสว่างจากผู้ชายชั่ว ๆ อย่างพวกคุณ”
“แต่คุณทำเกินไปนะกระแต”
“ติรกา... กรุณาเรียกฉันอย่างเป็นทางการ คนเป็นแม่อย่างฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกหนักกว่านี้ฉันก็ทำได้”
ติรกาเดินสะบัดหนีรชานนท์ออกไป รชานนท์มองตามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

วันรบตามมาเจอมัทรีนั่งอยู่มุมหนึ่ง วัยรบรีบคว้าแขนมัทรีไว้
“ฟังผมอธิบายก่อนสิมัท”
“ปล่อยค่ะ มัทไม่อยากฟัง”
“ผมเคยเล่าให้มัทฟังแล้ว เรื่องที่แม่อยากให้ผมแต่งงานกับกระถิน แต่ผมเห็นกระถินเป็นน้องสาวคนนึงเท่านั้น”
“มัทไม่ได้สนใจเรื่องนี้”
“อ้าว แล้วมัทโกรธผมเรื่องอะไร”
“รบเคยบอกว่ากระถินเป็นเด็กอ้วน เตี้ย ตัวดำ ผมหยิกกรัง ไม่สวย ไม่เหมือนกับกระถินสาวสะพรั่งคนที่มัทเห็นวันนี้”
“ผมไม่ได้โกหกนะมัท เมื่อก่อนกระถินตัวอ้วนขนาดนี้”
วันรบทำมือเป็นทรงหน้าอกขนาดใหญ่ มัทรีมองตามด้วยสายตาเคือง วันรบเห็นว่าตัวเองทำขนาดมือผิด รีบขยายมือให้กว้างออกและยิ้มแหย
“เอ่อ อ้วนขนาดนี้ต่างหาก แหะ ๆ อ้วนจนต้องใส่เสื้อตัวใหญ่กับกางเกงเตะบอลจนโดนเด็กผู้ชายในหมู่บ้านแซวทุกวัน ผมก็ไม่รู้ว่ากระถินอ้วนดำคนนั้น กลายเป็นกระถินอวบอึ๋มคนนี้ได้ยังไง”
“เด็กสาวก็สวยตามวัยมั้งคะ”
มัทรีเมินหน้าหนีเพราะยังงอนอยู่ วันรบเข้าไปอ้อนเอาใจ ใช้นิ้วโป้งคลึงหว่างคิ้วให้มัทรี
“อย่างอนเลยนะครับมัท เดี๋ยวคุณกาก็พากันมาเปิดเฟสบ้านใหม่บนหน้าคุณหรอก”
“ว่าแต่..ทำไมแม่ของรบกับกระถินถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ”
“นั่นสิ มาชุมนุมกันพร้อมหน้าจนผมก็มึนเหมือนกัน”
“แม่เรียกรบมา แล้วคุณแม่ของรบก็มา มัทว่ามันชักจะยังไงแล้วนะคะ” มัทรีเริ่มกังวล
“ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่มีคุณ ผมจะต้องผ่านมันไปได้แน่นอน”
มัทรีจับมือวันรบยกขึ้นมาประสานกันไว้
“ไม่ใช่แค่คุณนะคะ แต่เป็น “เรา”ที่จะผ่านมันไปด้วยกัน”
วันรบกุมมือมัทรีจูบที่มือมัทรีเบาๆ
“ผมสัญญา...ว่าผมจะรักมัทรีคนนี้ไปชั่วชีวิต You are my just one ครับที่รัก”
มัทรียิ้ม สบตาวันรบ
“Just one for us ค่ะ”
ทั้งวันรบกับมัทรียิ้มเข้าใจซึ่งกันและกัน

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันแล้ว วันรบกับมัทรีเดินจูงมือกันกลับเข้ามายังรีสอร์ต วันทนีย์กับกระถินตามหาวันรบไปจนทั่ว และที่สุดก็เดินตามมาจนเจอทั้งคู่
วันทีย์เห็นมือที่มัทรีกุมวันรบอยู่ก็รับปัดออก
“ตารบทำไมอยู่ ๆ วิ่งหนีแม่ออกมาอย่างนี้ ปล่อยๆ”
ติรกากับพุทราเข้ามาพอดี ติรกาชักสีหน้าขึ้นทันที
“แม่ไอ้รบนี่ชักจะระรานยัยมัทมากไปแล้ว”
พุทราเห็นอาการติรกาแล้วชักใจไม่ดี
“เย็นไว้ค่ะคุณติ เดี๋ยวเสียแผนนะคะ”

วันรบเข้าขวางวันทนีย์ไม่ให้ยุ่งกับมัทรี
“แม่ครับ มัทรีเป็นแฟนผมนะครับ”
“ผู้หญิงง่าย ๆ แบบนี้แกไปคว้ามาได้ยังไง”
“แม่!”
“แอบมาคุยกับผู้ชายสองต่อสอง ไม่เป็นกุลสตรี”
ติรกาสุดทนก้าวเข้าไปฉะกับวันทนีย์ทันที
“แล้วลูกชายชั่วที่วางยาปล้ำลูกสาวฉัน มันเป็นสุภาพบุรุษมากนักเหรอ ฉันไม่เอาไอ้วันรบเข้าตะราง ก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“ไม่จริง ลูกชายฉันไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น”
“อ้างว่าพี่รบทำ ที่จริงเป็นแผนผู้หญิงจะจับผู้ชายหรือเปล่าคะ” กระถินพูดแทรกขึ้น
“อย่ามาว่าลูกสาวฉันนะ”
วันทนีย์พูดแทรกทันที
“ทำไมจะว่าไม่ได้ ขนาดยอมให้ผู้ชายจับมือถือแขนง่าย ๆ เรื่องอื่นก็คง”
“คงอะไร พูดให้มันดีๆ นะ”
“พอเถอะครับคุณแม่ทั้งสอง อย่าทะเลาะกันเลยครับ”
วันรบรีบเข้ามาห้ามก่อนจะเกิดเรื่อง ติรกากับวันทนีย์หันไปตวาดใส่วันรบ
“ฉันไม่ใช่แม่แก” ติรกาว่า
“แกห้ามเรียกยัยคนนี้ว่าแม่”
“ไม่เรียกแม่ไม่ได้ครับ เพราะผมจะแต่งงานกับมัทรี ในเมื่อคุณแม่สองคนเจอกันแล้ว”
วันรบหันไปพูดกับวันทนีย์
“ผมขอเบิกมรดกล่วงหน้าเป็นค่าสินสอดให้มัทรีด้วยครับ”
“ถ้าพี่รบแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แล้วกระถินจะทำยังไง”
กระถินพูดแล้วปล่อยโฮ วันทนีย์เข้ากอดปลอบกระถินทันที
“โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวลูก แม่ไม่มีวันรับคนอื่นเป็นสะใภ้ นอกจากกระถินคนเดียว”
มัทรีอึ้งรู้ว่าวันทนีย์ไม่ชอบตนเอง วันรบสบตาเป็นห่วงไปยังมัทรี

สมภพ ธงฉาน แอบดูเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง เริ่มเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
“คุณนายติรกาวางแผนเล่นงานไอ้วันรบ” ธงฉานว่า
“ดี ... ปล่อยให้คนพวกนี้ตีกันไป เราแค่อยู่นิ่ง ๆ รอโอกาสเรียกคะแนนจากติรกาก็พอ”
“เรื่องความคิดชั่วนี่ต้องยกนิ้วให้อาจริงๆ”
ธงฉานหันไปชูนิ้วโป้งให้สมภพ สมภพจ้องเขม็งทำหน้าดุใส่ธงฉาน

ติรกาหันไปคว้าข้อมือมัทรี จะดึงออกไป
“ได้ยินแล้วใช่มั้ยว่าแม่ผู้ชายเค้าไม่ต้อนรับ ทีนี้แกก็เลิกยุ่งกับคนที่มีเจ้าของสักที”
“ใครเป็นคนพาแม่มาที่นี่ครับ”
“ก็พี่รบได้รางวัล และให้คนไปรับกระถินกับคุณแม่มาพักรีสอร์ทนี้นี่คะ” กระถินบอก
“รางวัลอะไร”
พุทรามีทำท่าสะดุ้ง กลัวถูกจับได้ มัทรีเห็นใบหน้าพุทราก็รู้ได้ในทันที
“แม่หลอกแม่ของรบมาที่นี่ เพราะอยากให้หนูเลิกกับรบใช่มั้ยคะ” มัทรีถามตริกา
“ทั้งหมดเป็นแผนของยายคุณนายจิตแตกนี่เหรอ” วันทนีย์ถาม
“ว่าใครจิตแตก ฉันก็แค่ไม่อยากให้ลูกฉันไปเกลือกกลั้วกับผู้ชายชั่วๆ”
“หนอย... คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว ดูสารรูปลูกสาวตัวเองสิ ดูวิเศษนักรึไง”
“พอเถอะครับแม่”
วันรบหันไปพูดกับติรกา
“เรื่องหมั้นหมายกระถิน เป็นความต้องการของแม่ผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผม”
กระถินร้องอ้อนวันทนีย์
“คุณแม่”
“ตารบ”
“ฉันไม่สนว่าเป็นความต้องการของใคร ถ้าแกหาเงินค่าสินสอดสิบล้านมาให้ฉันภายในสิบวันไม่ได้ ก็จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างแกกับมัทรี”
ติรกาคว้าแขนมัทรีเดินหนีไป พุทรารีบวิ่งตาม วันรบมองตามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

วันรบนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ปรึกษารชานนท์ พชร นลินีด้วยความเครียด
“เบิกมรดกแม่มาก่อนก็ไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ผมคงหาสินสอดครบสิบล้านไม่ทัน”
“งั้นก็กลับบ้านพัก ไปตั้งหลักก่อน” พชรบอก
“กลับไม่ได้” รชานนท์พูดขึ้น
รชานนท์พูดเร็วกว่าวันรบ ทั้งวันรบ พชร นลินี มองหน้ารชานนท์อย่างงงๆ
“อะไรของป๋า เมื่อเช้าเร่งให้กลับยิก ๆ ตอนนี้อยากให้อยู่อีกแล้ววัยรุ่นมึนนะเนี่ย”
“อาการวัยทองของคนหมดใจรึเปล่าวะ” พชรพูดติดตลก
“ปล่อยให้แม่เจ้ารบกับหนูมัทอยู่ในถิ่นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างนายสมภพกับธงฉานตามลำพัง มันอันตรายเกินไป” รชานนท์ว่า
นลินีรู้ทัน
“ที่พูดเนี่ย รวมถึงน้องกระแตแต้แว๊ดนั่นด้วยรึเปล่า”
“ตกลงป๋าจะอยู่เป็นเพื่อนน้องเลิฟใช่มั้ย”
รชานนท์หันมองวันรบหน้านิ่ง วันรบยิ้มรอคำตอบ จู่ๆ รชานนท์ก็กระชากคอวันรบมาถาม ท่ามกลางความตกใจของพชร นลินี
“เด็กกระถินเป็นคู่หมั้นแกรึเปล่า”
“อ้าวป๋า เปลี่ยนโหมดซะงั้น”
รชานนท์พูดเสียงแรงขึ้น
“ตอบฉันเดี๋ยวนี้”
“กระถินเป็นเด็กที่พ่อแม่ส่งมาทำงานใช้หนี้ที่บ้าน แม่ผมเอ็นดู ก็เลยอยากได้เป็นสะใภ้ แต่ผมเห็นกระถินเหมือนน้องสาวเท่านั้นป๋าจะปล่อยได้รึยัง ผมจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”
“จำไว้นะ ถ้าวันไหนแกทำให้มัทรีเสียใจ ฉันเล่นงานแกแน่”

รชานนท์ผลักวันรบออก แล้วลุกเดินหนีไปดื้อๆ ทั้งสามมองตาม แปลกใจกับท่าทีของรชานนท์
ในสวนสวยของรีสอร์ต รชานนท์เดินมาด้วยหน้าตาว้าวุ่นใจมาก รชานนท์นึกถึงคำพูดของติรกา

“คืนนั้น...มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน”
“แสดงว่าคืนนั้นคุณท้องกับผมจริงๆ”
“ไม่ใช่ ยายมัทไม่ใช่ลูกของคุณ”
รชานนท์ยังคงสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่ติรกาทำ
“กระแต... ทำไมคุณไม่ยอมรับความจริงกับผม ทำไม”
รชานนท์ถอนหายใจ

ภายในห้องพักของติรกาในรีสอร์ต ติรกากำลังเคาะประตูห้องน้ำ เรียกให้มัทรีเปิดประตู
“ยายมัท ออกมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง”
“แม่หลอกแม่รบมาถึงที่นี่ มัทก็ไม่รู้จะขอโทษรบยังไง เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ”
“ฉันอยากให้แกตาสว่างสักที ไม่เห็นเหรอว่ามันมีคู่หมั้นแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะยายมัท แม่บอกให้เปิดประตู!”
มัทรีเงียบไม่ตอบ ไม่เปิดประตู ติรกาหงุดหงิดที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ พุทรารีบเข้าห้องมา กำลังจะบอก แต่ติรกาขัดขึ้น
“ออกไปคุยข้างนอก”
พุทราพยักหน้ารับรู้ แล้วตามติรกาออกไป มัทรีแง้มประตู ออกมาจากห้องน้ำ เมื่อแน่ใจว่าติรกาออกไปจากห้องแล้ว

พุทรารายงานติรกาที่ยังหน้าเคร่งเครียด อารมณ์เสียกับมัทรี
“คุณสมภพฝากเตือนคุณติรกาว่าอย่าลืมนัดดินเนอร์ค่ำนี้ค่ะ”
ติรกาพยักหน้ารับแบบขอไปที
“ฉันจำได้”
“นัดเดทสองต่อสองนะคะ”
ติรกามีท่าทางอึดอัด ไม่อยากไป อย่างเห็นได้ชัด พุทรารู้ใจเจ้านายจึงบอกว่า
“เดี๋ยวพุทราแคนเซิ่ลด่วนให้ค่ะ”
“ไม่ต้อง”
“อ้าว ก็คุณติรกาไม่อยากไปนี่คะ”
“คุณสมภพอยากคุยเรื่องผลักดันโอ่งแม่เตือนไปจัดแสดงในงานโอท็อปแห่งชาติ ฉันต้องพึ่งเขาเพราะเหตุผลทางธุรกิจ”
“แต่เค้าจะเอาธุรกิจมาบังหน้าหวังจะเคลมคุณน่ะสิคะ”
ติรกาถอนใจปลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฉันจะระวังตัวแล้วกัน”
ติรกานึกขึ้นได้
“ครอบครัวไอ้วันรบกลับสุพรรณรึยัง”
“ยังค่ะ เค้าแจ้งพนักงานไว้ว่าจะอยู่พักที่นี่ไปเรื่อย ๆ ให้คุณติรการับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาทั้งหมดค่ะ”
“หนอย... เจ้าเล่ห์เหมือนไอ้ตัวลูกไม่มีผิด”
“เราไปทำเค้าก่อน เค้าเอาคืนแบบนี้ก็สมควรแล้วนะคะ”
ติรกาจ้องพุทราเขม็ง พุทรายิ้มแหย เพิ่งรู้ตัวว่าออกความเห็นมากไป
“แต่มาคิดดูอีกที ให้สองคนนั้นอยู่ตำตาตำใจยายมัทต่อไปก็ดี เผื่อลูกฉันจะคิดได้”
ติรกายิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์อีกแล้ว

วันทนีย์ กับกระถิน กำลังเดินตามหาวันรบในรีสอร์ทก่อนหยุดคุยกันอย่างหงุดหงิด
“หาจนทั่วไม่เห็นเงาตารบเลย”
“หรือว่าพี่รบจะถูกยัยคุณมัทล่อลวงไปปู้ยี่ปู้ยำ”
กระถินทำตาแดงๆ จะร้องไห้อีก วันทนีย์ยิ่งไม่สบอารมณ์
“ผู้หญิงไม่มียางอาย เราต้องหาทางทำให้ตารบกับยายมัทรีเลิกกันสักที”
กระถินเสนอความคิดอย่างรวดเร็ว
“จับพี่รบปล้ำมั่งเลยค่ะ”
วันทนีย์มองกระถินอย่างไม่อยากเชื่อหู กระถินรีบแก้ตัว สร้างภาพนางเอกดราม่าทันที
“เอ่อ หนามยอกก็เอาหนามบ่งไงคะ ยายคุณมัทปล้ำพี่รบได้ กระถินก็ต้องทำเพื่อดึงใจพี่รบกลับมา ทั้ง ๆ ที่กระถินไม่อยากท้ำไม่อยากทำ เพราะไม่อยากให้ยายคุณมัทดูถูก”
“แม่อนุญาตให้กระถินปล้ำตารบเอง ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน”
กระถินกรี๊ดอย่างลืมตัวแล้วก็ชะงักแสแสร้งแกล้งสลดลง
“จะดีเหรอคะคุณแม่”
“แม่ไม่ยอมดองกับนังติรกาแน่ ตำแหน่งสะใภ้กำนันแหนบทองต้องเป็นของกระถินคนเดียว”
“ถ้าคุณแม่เรียกร้อง กระถินก็ยอมค่ะ”
กระถินแอบยิ้มอย่างดีใจ บังเอิญธงฉาน สมภพ ได้ยินที่วันทนีย์กับกระถินคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่งพอดี
“สองคนนี้จะช่วยทำให้งานเราง่ายขึ้น แกต้องรีบหาวิธีรวบรัดมัทรีตอนที่มีโอกาส”
สมภพ ธงฉานสบตากันด้วยเล่ห์ยิ้มร้าย

ภายในห้องพักวันรบกับรชานนท์ที่รีสอร์ตช่วงเวลากลางคืน วันรบเปิดผ้าม่านหน้าต่างห้องพัก และมองเหม่อออกไปอย่างหงุดหงิด
"ไม่น่าได้ห้องพักแฝดติดกับห้องไอ้ธงฉานเลย"
"เหลือห้องสวีทห้องเดียวก็ให้พี่ระกับพี่นีไปเถอะ ยังดีที่อาหลานคู่นั้นไม่แกล้งบอกเราว่าห้องพักเต็มหมด" รชานนท์บอก
"เค้าคงไม่กล้าออกตัวแรงกับเราต่อหน้าว่าที่แม่ยายผมหรอก"
"กระแตนั่นแหละจะคอยให้ท้าย เพราะไม่อยากให้ใครอยู่ขวางหูขวางตาแฟนใหม่"
วันรบสังเกตท่าทางรชานนท์แล้วจึงแกล้งสำทับ
"คนรักกันชอบกัน เค้าก็อยากอยู่ด้วยกันเป็นธรรมดา"
"อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้จักอายลูก"
"ป๋าหึงเหรอ"
รชานนท์หลุดแล้วคิดได้
"ก็หึงสิวะ เฮ้ย ! ไม่ได้หึงโว้ย"
"งั้นก็หวง"
"เออ หวง เอ๊ย ไม่ๆๆ ฉันแค่ห่วงมัทรี"
"แฟนผม ผมห่วงเองได้ ทำไมป๋าต้องมาช่วยห่วง"
วันรบจ้องรชานนท์อย่างจับผิด รชานนท์อึกอักแล้วทำเนียนจับไหล่ของวันรบ
“รบเป็นน้อง ถ้าพี่ไม่ห่วงน้องแล้วจะให้พี่ห่วง..หมา ที่ไหนล่ะน้อง หรือแกคิดว่าฉันจะตีท้ายครัวแก”
“เปลี่ยนสัญชาติผมจากคนลงคลานสี่เท้าเลยนะป๋า..ผมไม่ได้คิดว่าป๋าจะตีท้ายครัวผมหรอก แต่ท่าทางป๋าแปลกๆ แบบที่ผมหาคำตอบเองไม่ได้ว่าทำไมป๋าถึงห่วงมัทมากราวกับญาติผู้ใหญ่หวงลูกหวงหลานน่ะ”
รชานนท์อึกอักแล้วรีบแถ
“ฉัน..รู้นิสัยกระแตดีน่ะสิ ว่าถ้าแกไม่ให้เกียรติลูกเขา ต่อให้แกหาสินสอดมาได้ กระแตก็จะไม่มีวันยกมัทรีให้แกแน่นอน ดังนั้นแกไม่ควรทำให้กระแตเกลียดหน้าแกไปมากกว่านี้ เพราะแค่เรื่องแม่แกไม่ยอมรับมัทรีแกก็แย่แล้ว”
วันรบมองนาฬิกาแล้วว่า
“จริงด้วย...ยังพอมีเวลา”
วันรบทำท่าจะลุกไป
“จะไปไหนวะ”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“จัดมีตติ้งกระชับสัมพันธ์คนรักกับแม่บังเกิดเกล้าสิครับ”
วันรบพูดจบก็ออกไปทันที รชานนท์คิดถึงคำพูดของนลินีขึ้นมา
“พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้วว่ายัยไหน้ำปลาปีศาจไม่ได้รักน้องนีเลย"
รชานนท์คิดแล้วก็เดินออกไปจากห้องไป

ภายในห้องพักของมัทรีในรีสอร์ตในช่วงเวลาเดียวกัน พุทราพยายามเกลี้ยกล่อมมัทรีที่กำลังแต่งตัวเตรียมจะออกจากห้อง
"คุณมัทอย่าไปเลยนะคะ ถ้าคุณติรการู้พุทราหัวหลุดจากบ่าแน่"
มัทรีไม่สนใจ
"พี่พุทราเป็นกระสือเหรอคะ"
"ก็ดีค่ะ พุทราจะได้ถอดหัวกับไส้หนีคุณติรกาเวลาโดนเหวี่ยง เย่ย...ไม่ใช่กระสือค่ะ แต่เป็นผีหัวขาดแน่ ถ้าเจ้านายรู้ว่าพุทราปล่อยให้ลูกสาวสุดหวง ไปทานข้าวกับหนุ่มที่แม่ไม่โปรด"
"มัทไม่ได้ไปกันสองคน ถ้าพี่พุทราไม่บอกแม่ก็ไม่รู้"
"แต่...”
มัทรีดึงแบงก์พันใบหนึ่งออกมาหมุน ๆ ตรงหน้าพุทรา พุทราชะงักกึกนิ่งงันเหมือนโดนสะกดจิต
"จงเงียบ... จงเงียบ... จงเงียบ" มัทรีพูดช้าๆ
พุทรารีบรับเงินมาเก็บอย่างเร็ว
"คุณมัทเนี่ย ชอบทำให้พี่ลำบากใจอยู่เรื่อย เฮ้อ...”
มัทรียิ้มกริ่มดีใจที่ปิดปากพุทราได้

ภายในห้องอาหารของรีสอร์ต วันทนีย์วางแผนอยู่กับกระถิน
"ได้จังหวะอยู่กันสองต่อสองเมื่อไหร่ รีบจัดการทันที"
"กระถินยอมค่ะ" กระถินพูดเสียงหวาน
วันรบ มัทรี พชร นลินี กำลังเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ ทุกคนยกเว้นวันรบยกมือไหว้วันทนีย์อย่างนอบน้อม วันทนีย์รับไหว้แค่พชร นลินี ก่อนเมินสายตาไปถามวันรบ โปร่งใสใส่มัทรีเหมือนไม่มีตัวตน
"มากันแค่สามคนเหรอ แล้วอีกคนล่ะ" วัทนีย์ถามขึ้น
"ออกไปเดินเล่นครับ ปล่อยป๋าไปเถอะ"
"สามขาไม่ครบคน สี่คนก็ครบขาแล้วไงครับคุณแม่ วงนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง" พชรพูดอย่างอารมณ์ดี
"มา ๆ แจกรอบวง" วันทนีย์บอก
"ไม่ใช่วงไพ่คร้าบ" วันรบว่า
"อุ๊ยลืมตัว ปกติขูดเลขเป็นงานหลัก พักคำนวณเลขเป็นงานอดิเรกจ๊ะ”
"รบเป็นคนอารมณ์ดีเหมือนคุณแม่นี่เอง" นลินีว่า
"แม่หนูนีก็ยังสวยยังสาว ไม่เหมือนคนมีลูกแล้วสักนิด อย่างนี้มีอีกสักโหลก็ยังไหว"
"โอย... มีลูกเป็นโหล ก็กินแกลบแทนข้าวสิครับ" พชรบอก
"ผัวเมียอารมณ์ดี ชีวิตคู่ก็อยู่รอด มองพี่สองคนเค้าเป็นตัวอย่างนะกระถิน แต่งงานกับตารบเมื่อไหร่จะได้ไม่มีปัญหา"
มัทรีอึ้ง รู้สึกถึงการไม่ยอมรับจากวันทนีย์ วันรบเห็นสีหน้าของมัทรี จึงหันไปปรามวันทนีย์
"แม่ครับ"
วันทนีย์ลอยหน้าไม่สนใจหันไปคุยจุ๊กจิ๊กกับกระถินกันสองคน พชรกับนลินีสบตาให้รู้กันว่า บรรยากาศไม่ค่อยแจ่มใสนักสำหรับอาหารมื้อนี้
"อากาศอึมครึมวันละสามฤดูเลยเนอะ ผมว่าเราสั่งอาหารเลยดีกว่า" พชรว่า
"จัดมาด่วนเลยค่ะสามี"
วันรบแอบจับมือมัทรีใต้โต๊ะอย่างให้กำลังใจ มัทรีหันไปสบตาวันรบรู้สึกดีที่ได้กำลังใจจากคนรัก

พนักงานรีสอร์ตเดินนำรชานนท์เข้ามาที่หน้าห้องพักติรกา
“คุณติรกาพักห้องนี้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
พนักงานเดินออกไปแล้ว รชานนท์ยืนมองประตูห้องติรกาอย่างลังเล

ในเวลาเดียวกันกับที่รชานนท์ยืนอยู่หน้าห้องพักของติรกา ทว่าติรกากลับนั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารใต้แสงเทียนตามคำเชื้อเชิญของสมภพ ห้องอาหารส่วนตัวที่จัดไว้สุดหรู โรแมนติก ใกล้ริมสระน้ำของรีสอร์ต สมภพเลื่อนเก้าอี้ให้ติรกาอย่างสุภาพบุรุษ ติรกานั่งลงและแปลกใจกับดินเนอร์มื้อพิเศษนี้
"แค่ทานอาหารและคุยงานธรรมดา ไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองจัดสวยหรูขนาดนี้"
"สำหรับคุณติรกา ไม่มีคำว่าธรรมดาครับ"
สมภพโบกมือเรียกพนักงาน พนักงานนำแชมเปญเข้ามาเสิร์ฟให้สมภพและติรกา
"ผมอยากให้ดินเนอร์มื้อนี้ เป็นมื้อพิเศษสุดสำหรับเราสองคน เลยสั่งปิดโซนนี้ชั่วคราวสำหรับคุณกับผมเท่านั้น"
ติรกายิ้มรับตามมารยาท แต่เริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาหวาน และคำพูดเจาะจงของสมภพที่ว่า ติรกาเป็นคนพิเศษ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อนคุยทางธุรกิจ เด็กเสิร์ฟเอาอาหารหรู หลากเมนูเข้ามาเสิร์ฟ ติรกาเริ่มเกรงใจ
"เยอะขนาดนี้ ทานสองคนจะหมดเหรอคะ"
"อาหารไม่สำคัญเท่ากับผมได้อยู่คุณติรกาตามลำพัง"
ติรกาแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันที
“ เรื่องงานจัดแสดงโอ่งแม่เตือน"
สมภพ ตักอาหารใส่จานให้ติรกา
"ผมไม่ค่อยคุยงานเวลาหิว ทานเยอะๆ ผมเตรียมเมนูโปรดไว้ให้คุณติรกาโดยเฉพาะ"
"ขอบคุณค่ะ"
ติรกาพยายามสงวนท่าที พอสมภพหันไปคุยกับเด็กเสิร์ฟ จึงแอบเอามือถือมาส่งข้อความหาพุทราทันที

สัญญาณเตือนดังขึ้นที่มือถือของพุทรา พุทราเปิดอ่านข้อความ หน้าถอดสีด้วยความตกใจมาก
“911 รหัสฉุกเฉิน ! คุณติรกากำลังต้องการความช่วยเหลือ คุณมัท...คุณมัทอยู่ที่ไหน"
พุทราผลุนผลันเปิดประตูออกไปจนเกือบชนกับรชานนท์ที่ยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้อง ต่างคนต่างชะงักงันด้วยความตกใจ
"คุณมาทำอะไรแถวนี้"
"แล้วเธอเป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับผีหลอก"
"เจ้านายฉันกำลังจะโดนหลอกน่ะสิคะ"
"ใครหลอกกระแต”
รชานนท์ถามด้วยความเป็นห่วง พุทราอึกอัก ลังเลใจที่จะบอกกับรชานนท์

รชานนท์กับพุทราเดินมาที่ริมสระน้ำ และซุ่มหลบอยู่มุมหนึ่งเพื่อดูสถานการณ์ รชานนท์เห็นติรกานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับสมภพ สีหน้าติรกาดูอึดอัด สมภพยกชูแก้วไวน์ขึ้น
“ดื่มสักหน่อยสิครับ”
“ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างคุยงาน”
“ผมว่าถ้าคุณติดื่มสักนิด มันจะทำให้งานของเราลื่นขึ้นนะครับ”
“แต่ฉัน...”
“ผมไปคุยกับทางจังหวัดเรื่องโอ่งแม่เตือนมาแล้ว ถ้ามีผมรับรองทางจังหวัดก็ยินดีผลักดันให้โอ่งแม่เตือนก้าวสู่ระดับอินเตอร์..ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ”
ติรการู้สึกหนักใจ มือจับที่แก้วไวน์ทรงสูงอย่างเสียไม่ได้
“โว้วๆ ๆ ดูดีจังนะครับ”
เสียงรชานนท์ดังเข้ามา พร้อมๆกับลากเก้าอี้ลงนั่งที่โต๊ะเดียวกับติรกาและสมภพหน้าตาเฉย
“ดินเนอร์ริมสระน้ำ ผมชอบจริงๆ”
รชานนท์จับส้อมติรกาจ้วงกินอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย
“รสชาติใช้ได้นะครับ กำลังหิวเลย”
นอกจากกินอาหารมื้อที่ไม่ได้รับเชิญแล้ว รชานน์ยัง ดึงไวน์มาจากมือติรกามากลั้วก่อนดื่ม
“ไวน์อะไรครับเนี่ย อืม..หอมดีนะครับ ผมชอบ”
รชานนท์ซดจนหมดแก้วแล้วหยิบขวดไวน์ข้างๆมาเทดื่มต่ออย่างมันส์มือ
“นี่ๆๆคุณ นี่เป็นโต๊ะส่วนตัวของผมกับคุณติรกา เชิญคุณออกไปด้านนอกเลย” สมภพว่า
รชานนท์ชี้ไปหาสมภพ
“ผมเป็นแขกแล้วคุณเป็นใคร”
“เจ้าของรีสอร์ต”
“นั่นไง เป็นเจ้าของมันต้องดูแลต้อนรับแขกสิครับ ถ้าแขกอยากทานอาหาร”
“วันนี้ บริเวณนี้เราปิดไม่รับแขก เชิญออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
“ไม่รับแขก..ทานอะไรไม่ได้งั้นสิ”
“ใช่ เชิญลุกออกไปเลย”
“ผมมาเป็นเพื่อนคุณติเขา”
“ฉันไม่รู้จักคุณ อย่ามาทำสนิท” ติรกาบอก
รชานนท์มองไปสมภพก่อนพูดกับติรกาต่อ
“คุณอยากอยู่กับ..งั้นเหรอ”
ติรกาไม่ยอมเสียฟอร์ม
“มันเรื่องของฉัน”
รชานนท์หน้าตึงที่ติรกาเข้าข้างสมภพ สมภพยิ้มเยาะ
“ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ ถ้าคุณอยากทานอาหารผมจะสั่งเด็กให้จัดไปให้ที่ห้อง”
“ทานที่นี่ไม่ได้” รชานนท์ถาม
“ครับ”
รชานนท์ลุกขึ้นหน้ามึนๆใส่แล้วเดินไป สมภพหันมายิ้มให้ติรกา สมภพดีดนิ้ว พนักงานเอาแก้วใบใหม่มาเทไวน์ให้ติรกาอีก
“แด่อนาคตของเราครับ”
ติรกาไม่อยากดื่มแต่จำใจต้องยกแก้วไวน์ขึ้นจะชน
ตูม!
ติรกากับสมภพหันตามเสียง เห็นรชานนท์ลงไปอยู่ในสระทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่
สมภพโมโห
“นี่!คุณลงไปทำไมวะ”
“ ก็ผมอยากเล่นน้ำ ผมก็โดดลงมาน่ะสิ น้ำเย็นดีนะคุณ มาเล่นด้วยกันสิ”
รชานนท์พูดไปก็วักน้ำสาดใส่จนสมภพเปียกปอนไปทั้งตัว
“เฮ้ยๆๆ นี่ เล่นบ้าอะไรวะ”
รชานนท์ยังคงวักน้ำเข้าใส่สมภพอย่างสนุกสนาน สมภพพยายบามจะกระโดดหลบอย่างไรก็ไม่พ้น
"เฮ้ย... หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด"
“หยุดก็ได้ครับ คุณสมภพ”
รชานนท์กระดิกนิ้วเรียกสมภพเหมือนมีเรื่องพูด
“อะไร..”
รชานนท์กระดิกนิ้วเรียกให้เข้ามาใกล้อีก
“ตรงนี้ครับ”
สมภพเดินเข้าไปใกล้รชานนท์และก้มลงไปใกล้เพื่อฟัง
“ผมจะบอกว่า..”
มือรชานนท์จับคอเสื้อสมภพแล้วกระตุกจนสมภพหน้าทิ่มลงสระทันที เสียงดัง ตูม!
สมภพโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำได้
“แก”
“เล่นน้ำแล้วชื่นใจนะครับ”
รชานนท์ซัดน้ำใส่สมภพไม่จนสมภพจนน้ำเข้าปากไม่มีจังหวะพูด
“เฮ้ย..อุ๊บ”

พุทราซุ่มดูสถานการณ์อยู่มุมหนึ่ง หัวเราะคิกด้วยความชอบใจ
"แผนคุณรชานนท์ได้ผลแฮะ"

ติรกาเห็นแล้วถึงกับทนไม่ไหว ลุกเข้าไปช่วยห้าม
"หยุดเดี๋ยวนี้นะรชานนท์ เลิกเล่นเป็นเด็ก ๆ สักที"
รชานนท์หยุดสาดน้ำใส่สมภพ แต่สีหน้ามองติรกาอย่างไม่แคร์ ไม่สนใจ สมภพได้โอกาสกำหมัดจะชก แต่รชานนท์อาศัยความเร็วสวนเข้าที่หน้าสมภพ พลั่ก!
“เฮ้ย! ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย” สมภพโวยวาย
“คุณง้างหมัดก่อนนะ ผมต้องป้องกันตัว”
สมภพแค้นจะง้างหมัดอีก รชานนท์จึงกำหมัดชูขึ้นตรงหน้า สมภพชะงักยังไม่กล้าลดมือลงเพราะกลัวรชานนท์จะสวนเข้ามาอีก
“ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิคุณสมภพ จะแช่น้ำทั้งคืนหรือไงคะ”
สมภพจำเป็นต้องขึ้นจากน้ำ และพูดกับติรกา
“ผมไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ เดี๋ยวมา"
สมภพรีบเดินไปเปลี่ยนเสื้อ ติรกาตรงเข้าไปจะต่อว่ารชานนท์ด้วยความโกรธ
"คุณจงใจแกล้งคุณสมภพ คุณมัน”
ขณะที่ติรกาเข้าไปใกล้สระน้ำเพื่อต่อว่ารชานนท์ ปรากฏว่าติรกาลื่น เสียหลัก และถลาไปยังสระน้ำ
"ว้าย...”
"กระแต"
รชานนท์พุ่งเข้าไปรับติรกาที่ไถลตกลงสระน้ำ ตูม!

พุทราที่แอบดูอยู่ถึงกับปิดตาทนดูไม่ได้ทันที
"ตัวใครตัวมันนะคะคุณนนท์"
พุทรารีบชิ่งหลบไปทันที

ในสระน้ำ รชานนท์กับติรกาโผล่ขึ้นมาจากน้ำพร้อมกัน โดยที่รชานนท์กอดติรกาไว้ ทั้งสองประจันหน้ากันในระยะที่ใกล้มาก และชะงักกันไปชั่วครู่ราวกับตกอยู่ในภวังค์ รชานนท์มองติรกาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยรักไม่เสื่อมคลาย ติรกามองรชานนท์จนเกือบจะเคลิ้มใจอ่อน เมื่อรู้สึกตัวจึงผลักรชานนท์ออกไป
"คนฉวยโอกาส"
"ถ้าอย่างผมเรียกฉวยโอกาส นายสมภพก็คงตั้งใจเต็มๆ"
ติรกาเงียบไปเพราะเถียงไม่ออก
"ลูกรู้รึเปล่าว่าคุณแอบมาจู๋จี๋กับว่าที่พ่อใหม่"
"ฉันกับคุณสมภพเป็นแค่เพื่อนทางธุรกิจ และคุณไม่มีสิทธิ์เรียกมัทรีว่าลูก"
"ผมมีสิทธิ์ของความเป็นพ่อ"
"หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำๆ นี้ ไม่มีสิทธิ์" ติรกาตวาดเสียงดัง
“ผมจะทำให้คุณยอมรับให้ได้ว่ามัทรีเป็นลูกผม ลูกที่เกิดจากความรักของคุณกับผม”
ติรกาพลั้งมือตบรชานนท์สุดแรงจนหน้าหัน รชานนท์หันมองติรกาด้วยความเจ็บ แต่ก็ยังอยากรู้ความจริง
“ไม่มีวัน” ติรกาพูดอย่างเจ็บปวด
"ทำไมคุณไม่ยอมพูดความจริง"
"ความจริงมันตายไปตั้งแต่วันที่ยายมัทเกิด มัทรีลูกสาวฉันมีพ่อคนเดียวคือพี่นพเท่านั้น"
ติรกาผละจากรชานนท์ขึ้นจากสระเดินหนีไป รชานนท์ยืนนิ่ง มองเงาตัวเองสะท้อนในน้ำด้วยความรวดร้าวใจ

ห้องอาหารในรีสอร์ต วันรบตักอาหารใส่จานให้มัทรีอย่างเอาใจ วันทนีย์จึงส่งซิกทางสายตาให้กระถินทำตามแผน จู่ๆ กระถินก็ปล่อยช้อน ทำเหมือนคนเวียนหัว
"กระถิน... เป็นอะไรลูก"
"หน้ามืดจะปล้ำคน เอ๊ย หน้ามืดจะเป็นลมค่ะแม่"
"ตายแล้ว สงสัยกระถินเมารถเมื่อกลางวัน"
"มันดีเลย์มากเลยนะครับ" พชรว่า
นลินีเตือนพชร
"ใครก็เป็นกันได้นะคุณ"
"มัทมียาดมค่ะ"
มัทรีกำลังจะหยิบยาดมในกระเป๋าให้ แต่วันทนีย์ร้องห้าม
"ไม่ต้อง"
"รบพากระถินไปนอนพักที่ห้องหน่อยสิลูก เผื่อน้องจะดีขึ้น" วันทนีย์บอกกับวันรบ
"หนักขนาดนั้นเลยเหรอครับ" วันรบถาม
"ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ กระถินยังไหว”
วันทนีย์หันมองไปยังกระถินขยิบตาให้ กระถินหยิบแก้วลุกขึ้นไปจะเทน้ำ
“กระถินเทน้ำให้นะคะคุณแม่”
กระถินเดินถือเหยือกน้ำกลับมาแล้วหน้ามืดทำเหยือกจะหลุดจากมือน้ำในเหยือกเทลงบนตัววันทนีย์เต็มๆ
“ว้าย”
กระถินทำเป็นตกใจ
“ตายล่ะ”
กระถินทำอ่อนระโหยจะล้มลงไป วันรบเข้าไปรับกระถินไว้
“เฮ้ย”
“ขอโทษค่ะ คุณแม่..กระถินไม่ได้ตั้งใจ”
วันทนีย์เห็นมัทรีกำลังมองมาที่กระถินพอดี
“ไม่เป็นไร ...นี่กระถินคงไม่สบายจริงๆ”
มัทรีมองท่าทีกระถินอย่างสงสัยแล้วเอามือไปแตะหน้าผากกระถิน
“ขอโทษนะคะ ตัวก็ไม่ร้อน หน้าก็ไม่ซีดดูไม่เหมือนคนป่วยเลยนะคะ”
กระถินลืมตัวแหวขึ้นทันที
“ฉันปวดหัวอยู่ข้างในเนี่ยะ อย่ามาทำอวดรู้”
ทุกคนมองท่าทีกระถินที่โวยวายอย่างอึ้งๆ
“กระถิน” วันทนีย์ส่งเสียงเตือนขึ้น
กระถินมองรอบๆเห็นสายตาที่มองอยู่ จึงกลับไปเล่นบทคนป่วยต่อทันที
“โอย..เสียงดังแล้วยิ่งหน้ามืด”
“แปลกดีนะคะ หน้ามืดเป็นช่วงๆ ซะด้วย” มัทรีบอก
กระถินเห็นทุกคนเริ่มมองสงสัยกลัวจะถูกจึงทำเป็นเซไปซบวันรบ
“พี่รบคะ กระถินปวดหัว ไม่ไหวแล้ว”
วันรบมองกระถินอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก วันทนีย์รีบสำทับ
“ตารบพาน้องกลับไปที่ห้องทีลูก”
“มัทพาไปดีกว่านะคะ”
“ฉันสั่งให้ตารบพาไป เรื่องในครอบครัวฉัน อย่ามาก้าวก่าย”
วันรบห้ามทัพทันที
“ มัทครับ เดี๋ยวผมไปเอง แป๊บเดียวเดี๋ยวผมมานะ"
วันรบหันไปบอกมัทรี แล้วประคองตัวกระถินที่ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงออกไป วันทนีย์กับกระถินแอบยิ้มให้กัน สายตามีแผน

มัทรีทันได้เห็นสายตานั้นเข้าพอดี และรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล







Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 12:48:32 น.
Counter : 256 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]