All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 2 (ต่อ)



ธงฉานยืนไม่ติด เดินไปมาที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน และตัดสินใจจะเปิดเข้าไปแต่..ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักออกมากระแทกเข้าหน้าธงฉานเต็มๆ ธงฉานผงะหงายล้มลงไปแต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติพูดอะไร

รชานนท์ก็ถอยหลังออกมาเหยียบธงฉานเข้ากลางลำตัวเต็มขา พร้อมกับติรกาที่ยังบีบคอรชานนท์ไม่เลิก กลุ่มของนลินีกับมัทรีตามออกมา
“ปล่อยนะยัยติ เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก” เตือนใจบอก
“คนเลวอยู่ไปก็รกโลก ตายก็สมควรแล้ว”
นลินีอารมณ์ขึ้นเข้าไปผลักติรกา ติรกาไม่ทันตั้งตัวปล่อยมือจากรชานนท์เซออกไป ธงฉานคิดว่ารอดจากที่นอนหงายจะพลิกตัวเพื่อลุกขึ้น แต่นลินีที่อารมณ์ขึ้นกลับเหยียบธงฉานซ้ำ จนธงฉานต้องนอนแดดิ้น
“จะมากไปแล้วนะ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”
“เธอเป็นผู้หญิงใจดำ บ้าพลังสมกับฉายาที่ตารบตั้งให้จริงๆ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
ทุกคนหันไปมองวันรบเป็นตาเดียว วันรบยิ้มเจื่อนๆ
“เค้าพูดตอนเมา เค้าไม่ได้ตั้งใจ” วันรบบอก
นลินีชักเท้าจากตัวธงฉานมองติรกาอย่างสะใจ ธงฉานสบโอกาสจะคลานออกจากตำแหน่งอย่างช้าๆ ติรกาแค้น กระแทกเท้าเข้าที่ก้นธงฉาน ธงฉานตาเหลือก ร้องไม่ออก
“ไอ้วันรบ แกกล้าว่าฉันเหรอ”
มัทรีรีบรั้งตัวติรกาไว้
“อย่าค่ะแม่ คุณยาย พี่พุทราช่วยมัทที”
เตือนใจกับพุทรา มัทรีช่วยกันดึงร่างติรกาออกไป
“ไอ้วันรบ! ฉันจะไม่ยกลูกสาวฉันให้แกเด็ดขาด”
วันรบ รชานนท์ พชร นลินีได้แต่ยืนอึ้งๆไปตามๆกัน
สมภพยืนมองเหตุการณ์รู้สึกไม่ชอบมาพากล ธงฉานส่งเสียงอ่อนระโหยมาก
“ใครก็ได้...สนใจเค้าที”
- ทุกคนหันมองธงฉานที่นอนหน้าเขียว หนีบขากุมเป้าอยู่กับพื้น นลินีเห็นสภาพของธงฉานก็หันไปถามวันรบ
“ใครน่ะ”
“คนรู้จักของแม่มัทครับ” วันรบพูดพลางแสดงความมีน้ำใจจะย่อลงมาช่วยประคองขึ้น
“ฉันเป็นแฟน” ธงฉานเสียงดังฟังชัด
วันรบหมั่นไส้ จึงทิ้งเข่าลงที่ก้นธงฉานแบบทิ้งน้ำหนักเต็มๆ ธงฉานถึงกับร้อง “โอ๊ก!ไ ด้วยความเจ็บ
“เฮ้ย!” เสียงสมภพดังขึ้นจะเอาเรื่อง
แต่รชานนท์กับพชรขยับมายืนด้านหลังวันรบ สมภพเห็นคนมากกว่าจึงนิ่งไป
“โทษที ว่าจะช่วยสักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้ว ไปกันเถอะป๋า”
วันรบเดินออกไปเลย รชานนท์ พชร นลินีรีบเดินตามไป
“คู๊ณอา... ฉานน้อยเป็นหมันแล้ว”
สมภพมองธงฉานอย่างสมเพช

สมภพประคองธงฉานเดินเข้ามาในห้องรับแขกภายในบ้าน แล้วทิ้งธงฉานลงนั่งโซฟา
“ไอ้หน้าหล่อนั่นต้องเป็นแฟนเก่าคุณอาติแน่ๆ..แล้วถ้าใช่จริงๆ หนังหน้าระดับคุณอาเทียบไม่ติดฝุ่นแน่”
“มันเทียบฉันไม่ได้ใช่ไหม”
“คุณอานี่แหล่ะครับที่เทียบเขาไม่ได้ หน้าเขาหล่อขั้นเทพ แต่คุณอา...”
สมภพยืดตัวนิด ๆ คิดว่าหลานจะชม
“ขี้เหร่ขั้นเทพเลยครับ” ธงฉานพูดต่อ
“ไอ้ธงฉาน ฉันอาแกนะ”
“นี่ผมก็พูดแบบซอฟท์ ๆ ที่สุดแล้วนะครับ ถ้าไอ้หน้าหล่อเป็นแฟนเก่าจริงๆ อาลำบากแน่”
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างติรกาไปแน่ๆ”
ทรงสุดาในชุดแต่งตัวเรียบร้อยกำลังจะเข้ามา ชะงักเท้าทันทีที่ได้ยิน
“แล้วคุณทรงสุดากับลูกล่ะครับ”
“แกรู้ไหมว่ารถญี่ปุ่นกับยุโรปมันต่างกันตรงไหน”
“คุณภาพมั้งครับ แต่ที่จริงผมว่ามันก็ขับได้ไม่ต่างกันตรงไหน”
“แต่ค่าความภูมิใจมันไม่เท่ากัน เวลาแกไปตามร้านอาหารเห็นไหมว่าเด็กรับรถพอเห็นโลโก้เบนซ์ก็โค้งหัวทิ่มดิน แต่ถ้าเป็นแบบเบสิคใครๆก็ขับได้ นอกจากไม่โค้งมันจะดูถูกซ้ำซะอีก เป็นแกจะเลือกขับอะไร”
“เบนซ์สิครับ ผมจะไม่ยอมพลาดแบบคุณอาหรอกครับ เอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แถมพลาดให้มีลูกอีก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โง๊..โง่นะครับ”
“ธงฉาน..นี่แกนับถือฉันใช่ไหม”
“นับถือสิครับ อาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ไม่นับถืออาจะให้ผมนับถือหมาที่ไหน”
สมภพหยิบหมอนใกล้มือปาใส่ธงฉาน ธงฉานก้มหลบได้ทัน หมอนลอยผ่านธงฉานไปชนกับเด็กรับใช้ที่เอาของว่างมาเสิร์ฟ
“ว้าย!”
เด็กรับใช้เซไปตามแรงกระแทกของหมอนแล้วไปชนถาดน้ำเปล่าที่ทรงสุดาถือตามมาจนน้ำเปล่ากระฉอกใส่ทรงสุดา เสื้อสีขาวของทรงสุดาเปียกไปทั้งตัว ธงฉานตาโตทันที
“อะไหล่ญี่ปุ่นมันแจ่มแบบนี้นี่เอง”
เด็กรับใช้เห็นว่าทรงสุดาเปียกไปทั้งตัวจึงรีบขอโทษ
“หนูขอโทษค่ะ คุณผู้หญิง”
สมภพชะงักไปที่ได้ยินเด็กรับใช้เรียกทรงสุดาว่า “คุณผู้หญิง” ทรงสุดาเองก็หน้าเสียไปเช่นกัน สมภพกระชากตัวเด็กรับใช้มาแล้วตวาดใส่
“ฉันสั่งกี่ทีแล้วไม่ให้เรียก...คุณผู้หญิง”
“หนูลืมค่ะ”
สมภพเหวี่ยงเด็กรับใช้ล้มไปกองกับพื้น เด็กรับใช้รีบลุกและเดินออกไป สมภพหันมาชี้หน้าด่าทรงสุดาต่อทันที
“เธอปล่อยให้มันเรียกคุณผู้หญิงคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้หรือไงว่าเป็นเมียฉัน”
“เปล่านะคะ สุดาไม่เคยคิด”
เสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมา ทุกคนมองตามเสียง สมภพชี้นิ้วสั่งทรงสุดา
“ไปดูลูก”
ทรงสุดารีบเดินออกไปแต่ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงธงฉานถามแทรกขึ้นมา
“แล้วถ้าคุณอาจีบคุณอาติสำเร็จ คุณทรงสุดาจะยอมหรือครับ”
“ถ้ายอมไม่ได้ก็ต้องออกไปจากบ้านฉัน”
ทรงสุดาได้ยินถึงกับเครียดและเสียใจ

พชร รชานนท์ วันรบและนลินีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารภายในบ้านของพชรในเย็นวันเดียวกัน รชานนท์จะตักข้าวเข้าปากแต่นลินีจับมือรชานนท์ยั้งไว้
“ผมคนเจ็บนะครับพี่นี”
“ยัยไหน้ำปลาปีศาจนั่นคือยัยกระแตที่ทำแกเจ็บเมื่อยี่สิบปีที่แล้วใช่ไหม”
พชรยื่นหน้าไปหารชานนท์ด้วยความอยากรู้มาก
“เมียจ๋า อย่าไปข่มขู่น้องแบบนั้น แฟนเก่าแกใช่มะ”
“จริงเหรอป๋าไ วันรบถามบ้าง
รชานนท์มองทุกสายตาที่จต้องมาคาดคั้น
“ผมคนเจ็บนะ ... ต้องตอบใช่ไหม”
ทุกคนตอบ “ใช่” ขึ้นพร้อมกัน
“ใช่ก็ใช่”
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ขึ้นพร้อมกันอีก จากนั้นแต่ละคนก็รุมยิงคำถามใส่รชานนท์ทันที
“บ้าหรือเปล่า ยัยโหดนั่นน่ะนะ ที่ทำแกอกหักไม่หายน่ะ” นลินีถาม
“ป๋าไปทำอะไรว่าที่แม่ยายผม เขาถึงได้เกลียดป๋าขนาดนั้น” วันรบอยากรู้
“แก่ยังหุ่นขนาดนี้ สาวๆ คงฟิตปึ๋งดึ๋งดั๋งเลยใช่ป่ะ”พชรว่า
นลินี วันรบ รชานนท์หันไปหาพชร พชรเหวอที่หลุดปากกลายเป็นจำเลยทางสายตาทุกคน จนต้องเปลี่ยนเป็นเข้มเบี่ยงความสนใจ
“ตอบมานะไอ้นนท์ว่าระหว่างแกกับว่าที่แม่ยายไอ้รบน่ะ”
“มันเกิดอะไรขึ้น” นลินี วันรบและพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ทุกคนหันมาหารชานนท์อีกครั้ง รชานนท์เหมือนจะตอบแต่กลับหาวใส่ แถมบิดขี้เกียจอีกต่างหาก
“ฮะ...ฮ้าววว ...พรุ่งนี้ต้องไปคุยงานแต่เช้า ผมไปนอนก่อนนะ ง่วง”
รชานนท์เดินออกไปเลย
“นนท์ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะ” นลินีพูดตามหลัง
“เมียจ๋า ตามไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเจ้านนท์ไม่อยากบอก ง้างปากมันได้มันยังไม่บอกเลย”
วันรบเริ่มหนักใจ
“คดีระหว่างผมกับว่าที่แม่ยายก็หนักแล้ว นี่ยังมีคดีของป๋ากับว่าที่แม่ยายผมอีก..ไม่รู้ว่ามัทจะเป็นยังไงบ้าง”

ค่ำคืนนั้น ติรกานอนพักอยู่บนเตียง มีพุทรานั่งอยู่ข้าง ๆ มัทรีกับเตือนใจยืนอยู่มุมหนึ่งในห้องนอนของติรกา
“ห้ามแกกลับไปกรุงเทพฯ อีก”
“แต่มัทต้องไปทำงาน”
“ก็โทรไปลาออกคืนนี้เลย”
พุทราเป่านกหวีดแย้งทันที
“ตามกฎต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันค่ะ”
“พุทรา
ติรกาเสียงเข้ม พุทรารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
“มัทเซ็นสัญญาทำงานกับบริษัทป๋าไปแล้ว 5 ปี ถ้าจะฉีกสัญญา…แม่คงต้องจ่ายเงินให้เค้าหลายล้าน”
ติรกาชะงักไป เตือนใจเห็นอาการลูกสาวก็ได้ทีก็รีบแกล้งพูดยั่วติรกา
“นี่เราต้องเอาเงินที่เราหาอย่างยากลำบากไปให้เค้าใช้ฟรี ๆ ตั้งหลายล้านเลยเหรอ เกลียดก็เกลียด ถ้ายอมจ่ายนี่มันแพ้เขาชัด ๆ เลยนะ เขาคงมองว่าเราโง่ซ้ำซ้อนนะ ว่าไหมลูก”
“โอ้ว... อย่าบิ๊วให้เครียดค่ะคุณเตือนใจ เดี๋ยวช็อกอีก” พุทราว่า
ติรกากรี๊ดลั่นห้องแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้

หลังกลับเข้าห้องค่ำคืนนั้น รชานนท์นั่งเศร้าอยู่ที่ระเบียง เสียงเพลงจากวิทยุที่กำลังเปิดเพลง “ครั้งหนึ่ง..เราเคยรักกัน” ของดา เอนโดรฟินผ่านหูรชานนท์เข้ามา รชานนท์หยิบรูปเล็ก ๆ เก่าๆ ที่ถ่ายคู่กันสมัยก่อนขึ้นมาดู แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้...ติ”

ติรกายังคงพูดเสียงดังอยู่ในห้องนอน
“อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำให้แม่ยอมแพ้นะยายมัท”
มัทรีส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของติรกา
“มันไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะค่ะแม่ หนูกับรบเรารักกัน และหนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น”
มัทรีพูดจบก็ออกไปจากห้องติรกาทันที
“เด็กสองคนรักกันมันรักกัน แกจะไปแยกเค้าได้ยังไง” เตือนใจถามติรกา
ติรกานิ่งคิดนิดหนึ่ง
“จริงสิ... สองคนนั้น “รัก” กัน”
พุทรากับเตือนใจมองหน้ากันอย่างงงๆ ที่จู่ๆติรกาก็ยอมรับในความรักของมัทรีกับวันรบ ติรกาเปลี่ยนสีหน้าจากเครียด ๆ เป็นยิ้มอย่างผู้ชนะ ตริกาหันไปหาเตือนใจ
“ถ้า “รัก” กัน ก็ต้องทำให้ “เลิกรัก” กัน... หนูจะทำให้ยายมัทเลิกรักวันรบให้ได้”
เตือนใจตั้งใจพูดเตือนสติ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
"มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะคุณติ” พุทราถามขึ้น
“ความระแวงเป็นบ่อเกิดของความพินาศเสมอ ฮึ.ฮึ”
เตือนใจกับพุทรามองติรกาที่หัวเราะอย่างร้ายกาจและเริ่มเกิดความรู้สึกกลัว

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ณ สวนผึ้ง ราชบุรี บรรยากาศสดชื่น แจ่มใสกับมวลหมู่แมกไม้ตามธรรมชาติ บริเวณฟร้อนท์ต้อนรับ รชานนท์ วันรบและพชรยืนคุยอยู่กับคุณแก้วและสามีอยู่ แก้วมองรชานนท์ด้วยแววตาหวานซึ้งมีประกาย
“คุณนนท์เจ็บแบบนี้ยังขยันมาทำงานอีก ขยันจริง ๆ เลย” คุณแก้วพูดขึ้นในวงสนทนา
“งานนี้ผมเป็นหัวหน้าโปรเจ็ค พลาดไม่ได้หรอกครับ”
“แล้วน้องมัทล่ะคะ ไม่มาด้วยเหรอ” ฝ่ายสามีถามบ้าง
“มัทติดธุระครับ...เราไปดูห้องตัวอย่างที่ตกแต่งใหม่เลยดีมั้ยครับ” วันรบบอก
แก้วกับสามีพยักหน้าตกลงแล้วเดินนำไป พชรได้ทีรีบกระซิบคุยกับรชานนท์และวันรบ พชรพูดกระซิบ “ผัวเมียคู่นี้ไหวมั้ยวะ ภรรเมียมองไอ้นนท์ตาเยิ้ม ส่วนสาละมีถามหาน้องมัทด้วยแววตาอยากครอบครอง”
“แล้วพี่ครอบครองใครดี” วันรบถามพชร
พชรยิ้มหวานก่อนตอบ
“น้องไก่ พนักงานต้อนรับ แจ่มมาก”
“เดี๋ยวผมบอกพี่นีให้ครับ” รชานนท์บอก
“ขอบคุณมาก เย้ย! ไอ้น้องเขยทรยศ”
รชานนท์กับวันรบขำในอาการกลัวเมียของพชร
“ขำอะไรกันอยู่คะ”
เสียงมัทรีดังขึ้น ทั้งสามคนหันมาเห็นมัทรีก็รู้สึกแปลกใจ วันรบรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“ว่าที่แม่ยายผมยอมให้คุณมาทำงานกับผมได้ยังไงเนี่ย”
“มัทอ้างไปว่าติดสัญญาทำงานค่ะ ถ้าไม่มาต้องโดนปรับเงิน”
“แล้วแม่เราอยู่ไหน” รชานนท์ถาม
มัทรีชี้ไปทางหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง

บริเวณมุมหนึ่งของรีสอร์ต ติรกาใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูมัทรีไว้ไม่ให้คลาดสายตา ส่วนพุทรายืนกางร่มบังแดดให้ติรกา
“เราจะไม่ตามไปเหรอคะ” พุทราถามติรกา
“ตามไปสิ... แต่ต้องรอให้ถึงเวลาก่อน”
ติรกายิ้มเยาะอย่างจอมวางแผน

พวกรชานนท์พาคุณแก้วและสามีเดินชมห้องพักที่ตกแต่งใหม่
“สวยมากครับ... ดูอบอุ่น” ฝ่ายสามีบอก
“เราอยากให้แขกที่มาพักรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง ที่สำคัญที่นี่มีสิ่งที่พิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วยค่ะ” มัทรีพูด
“ห้องพิเศษใช่ไหมคะ”
รชานนท์ วันรบ มัทรีและพชรมองหน้ากันยิ้มๆ
“ค่ะ..เชิญทางนี้ค่ะ”

มัทรีพาทุกคนเดินมาที่หน้าห้องๆหนึ่งแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องนอนทารกที่ถูกตกแต่งอย่างน่ารักและดูอบอุ่น คุณแก้วกับสามีเห็นบรรยากาศในห้องก็มองตาค้างยิ้มอย่างพอใจสุดๆ
“แต่งได้น่ารักมาก เป็นห้องนอนของลูกอย่างที่ฉันฝันไว้เลย” คุณแก้ว บอก
คุณแก้วกับสามีเดินตรงเข้าไปหามัทรี
“คุณมัทเก่งมากเลยนะคะ รู้ใจคนเป็นแม่อย่างฉันมาก”
“ไม่ใช่ฝีมือมัทหรอกค่ะ... คนนั้นต่างหาก”
มัทรีชี้ไปทางวันรบที่ยืนยิ้มภูมิใจใจการตกแต่งของตัวเอง
“ฝีมือคุณรบเหรอ ไม่น่าเชื่อ หนุ่ม ๆ อย่างคุณรบไม่น่าจะถนัดเรื่องห้องเด็กทารก”
“จริง ๆ ก็ไม่ถนัดหรอกครับ”
วันรบพูดแล้วหันไปมองมัทรีที่ยืนอยู่ใกล้แล้วยิ้มให้
“ผมไม่ได้ตกแต่งห้องนี้จากความรู้...แต่ผมตกแต่งห้องนี้จากความรัก”
“ยังไงครับ”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“แค่คิดว่าสักวันผมจะมีครอบครัวกับคนที่ผมรัก กับลูกสาวที่น่ารักสักคน ภาพของห้องนี้มันก็ชัดขึ้นมาในนี้” วันรบชี้ที่หัวใจ
มัทรียิ้มเขิน ๆ เพราะรู้ว่าวันรบหมายถึงตัวเอง รชานนท์กับพชรแอบกระซิบกัน
“ถ้าเป็นละคร ฉันต้องคิดว่าไอ้รบเป็นพระเอกแน่ๆ” พชรบอก
“ฮื้อ ! ถ้าเป็นละคร ผมเนี่ยพระเอก ส่วนไอ้รบพระรอง” รชานนท์คุยบ้าง
“แล้วฉันล่ะ”
รชานนท์ยิ้มกวน ๆแล้วตอบพชร
“พระลอตามไก่”
พชรทำหน้าบูดขึ้นทันที

มุมสวยภายในรีสอร์ท จู่ ๆคุณแก้วก็สะอื้นเสียงดัง จนทุกคนหันไปมองและตกใจ
“คุณแก้วเป็นอะไรคะไ มัทรีถาม
“แก้วปลาบปลื้มแทนคุณมัทรีน่ะค่ะ ที่ได้ผู้ชายแสนดีอย่างคุณวันรบเป็นแฟน”
วันรบมองหน้ากับรชานนท์ พชร แล้วเหลือบมองสามีคุณแก้วอย่างหวั่น ๆว่าจะเคือง
คุณแก้วจับมือมัทรีมาแนบแก้ม
“แก้วยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยจริงๆ โฮๆๆ”
ขณะที่คนอื่นๆ หน้าตาตื่น แต่สามีคุณแก้วกลับเฉย
จู่ๆ คุณแก้วก็หันมาจับมือวันรบ
“คุณรบ”
“ครับ”
“สัญญากับแก้วนะคะ ว่าจะดูแลคุณมัทเป็นอย่างดี อย่าให้แก้วผิดหวัง”
“หะ..”
คุณแก้ว เสียงแข็ง
“สัญญาสิคะ”
วันรบตกใจรับ
“ครับ”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ฮือๆๆ”
พชร รชานนท์ วันรบหันไปหาสามีคุณแก้ว
“ช่วงท้อง..ฮอร์โมนจะแปรปรวนนิดนึง ค่อนไปทางมากด้วยครับ”
คุณแก้วดึงมือมัทรีกับวันรบมาจับกันไว้ แล้วสะอื้น
“แก้วเชื่อนะคะว่าคุณสองคนจะต้องมีครอบครัวที่น่ารัก และคุณรบก็จะเป็นพ่อที่ดีของลูก”
คุณแก้วยิ่งสะอื้นซึ้งใจในความรักของทั้งสองคน มัทรีกับวันรบได้แต่มองหน้ากันจะขำก็ขำไม่ได้เพราะเกรงใจ
“มีความสุขมากเหรอคะพี่รบ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น
แพรวยืนอยู่ที่มุมหนึ่งและกำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ทุกคนกำลังงงกับเรื่องตรงหน้า มัทรีหันไปมองวันรบแล้วกำลังจะถาม แต่วันรบยกมือขึ้นห้าม
“มัทอย่าถามว่าใครนะ เพราะผมไม่รู้จักเค้า”
“ว่าแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
แพรวพูดแล้วเดินตรงเข้าไปหามัทรีทันที
“เธอใช่มั้ยแฟนพี่รบ”
“ใช่... แล้วเธอเป็นใคร” มัทรีถาม
“แฟนของพี่รบเหมือนกัน”
วันรบอึ้งถึงกับเหวอไปทันที
“ชะตาขาดแล้วไอ้รบ” รชานนท์และพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ติรกากับพุทราเดินเข้ามาที่ห้องพักแล้วตีหน้าซื่อแบบเนียนๆ
“มัท... แม่จะกลับไปโรงงานก่อนนะลูก”
ติรกาเห็นท่าทางของทุกคนก็แกล้งทำเป็นตกใจ
“มีอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าเหมือนมีคนงานเข้าเลย”

วันรบส่ายหน้าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่บริเวณล็อบบี้ โดยมีมัทรี ติรกา พุทรา และแพรว ยืนล้อมวันรบด้วยหน้าตาเอาเรื่อง
“ไม่จริง ผมไม่เคยไปไหนกับผู้หญิงคนนี้”
“ผู้หญิงคนนี้..พี่รบ..แพรวมาทีหลัง..แพรวเข้าใจได้..แต่พี่อย่าทำเหมือนแพรวไม่มีตัวตนแบบนี้ แพรวไม่คิดเลยว่าพี่ได้แพรวแล้วจะเขี่ยแพรวทิ้งแบบนี้”
ทุกคนหันไปมองวันรบ วันรบ โอบมัทรีมาใกล้ตัว
“ไปกันใหญ่แล้ว น้องครับ น้องพูดแบบนี้แฟนพี่จะไม่สบายใจ”
“เป็นลูกผู้ชายหน่อยวันรบ กล้าทำก็กล้ารับว่าแกนอกใจยัยมัท” ติรกาพูดขึ้น
“ไม่จริงนะครับคุณแม่ ผมไม่เคยนอกใจมัท” วันรบยืนยัน

บริเวณมุมหนึ่งไกลออกมามา รชานนท์กำลังกระซิบกระซาบกับพชร
“ตั้งแต่คบกับน้องมัท ไอ้รบมันก็เลิกเที่ยว เลิกเต๊าะหญิงไปตั้งนานแล้วนี่” พชรตั้งข้อสังเกต
“นั่นสิพี่ มาประกาศตัวแบบนี้ผมว่ามันแปลกๆ นะ”

วันรบพยายามหันไปทางมัทรี เจรจาด้วยเหตุด้วยผล
“มัท..ผมไม่รู้จักน้องเขาจริง ๆนะ”
“พี่รบชอบทานข้าวแกงกระหรี่ที่พารากอน ชอบดูหนังที่อาร์ซีเอ ซื้อหนังสือที่เอกมัย ดื่มกาแฟแถวพระรามเก้าทุกเช้าก่อนไปทำงาน” แพรวพูดทุกรายละเอียดของวันรบได้อย่างถูกต้องจนมัทรีกับวันรบเหวอไป วันรบยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว
ราชานนท์เดินเข้ามากลางวงแล้วโพล่งขึ้น
“ข้อมูลพวกนั้น เปิดเฟสบุ๊คไอ้รบดูก็รู้แล้ว”
“รูปก็มีให้ดูเยอะแล้ว เวลาไปไหนไอ้รบมันก็เช็คอินรายงานตัวกับน้องมัททั้งวัน ใครสวมรอยก็ได้ง่ายๆ น้องชื่ออะไร” พชรถาม
“แพรวค่ะ”
“โอเค..พี่แอดน้องแล้วนะ รับแอดสิ” รชานนท์เริ่มรุก
“รับทำไมคะ”
รชานนท์ยิ้มพิฆาตทันที
“รับเถอะครับ”
แพรวเคลิ้มกดมือถือทันที
“รับแล้วค่ะ”
รชานนท์กดๆ แล้วยิ้ม
“ทีนี้บอกความจริงมาว่าน้องเป็นใครมาใส่ร้ายไอ้รบทำไม ไม่งั้นพี่จะโพสต์กระดานข้อความของน้องว่าน้องกับไอ้รบเป็นกิ๊กกัน”
“อ้าว ป๋า” วันรบอ้าปากค้าง
แพรวตกใจทันทีร้องบอก
“อย่านะพี่”
“กลัวแฟนตัวจริงเห็นใช่ไหม ว่าไงจะพูดความจริงได้หรือยัง” รชานนท์คาดคั้น
ทุกคนหันมาที่แพรว แพรวทำอ้ำอึ้งอึกอักเหลือบไปมองทางติรกา มัทรีแอบเห็นท่าทางของแพรวและเริ่มเอะใจ
“แม่ฉันจ้างเธอมาเท่าไหร่” มัทรีถาม
แพรว ติรกาและพุทราอึ้งไปทันที
“อะไรกันยายมัท แม่ไปจ้างอะไรเค้า”
มัทรีหันไปหาติรกาแต่ยังนิ่งไม่พูดอะไร
“หลักฐานตัวเป็นๆ ขนาดนี้ แกยังจะเชื่อไอ้กะล่อนวันรบอีกเหรอ” ติรกาถาม
แพรวยังอ้ำอึ้งอยู่
“ถ้าเธอพูดความจริง ฉันจ่ายให้อีกเท่านึงที่แม่ฉันจ่าย”
แพรวตาลุกวาวที่จะได้เงิน
“เท่านึง”
“ผมให้สองเท่า” วันรบบอก
แพรวยิ่งอึ้งไปอีก เมื่อเสียงรชานนท์กับพชรประกาศให้
“สามเท่า”
แพรวไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วและรับบอก
“ฉันโดนจ้างมาสามพันบาท สามเท่าก็เก้าพัน ถ้ารวมค่ารถกับค่าเสียเวลา ฉันขอเป็นหมื่นนึง”
มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรพยักหน้าพร้อมกัน
“ตกลง” ทั้งสี่คนพูดขึ้นพร้อมกัน
“แม่คุณจ้างฉันมา บอกให้ฉันทำให้คุณเลิกกับแฟนให้ได้”
มัทรีหันไปมองติรกาอย่างผิดหวัง

มัทรีเดินไปส่งติรกาที่รถตู้ โดยมีพุทรายืนกางร่มให้สองแม่ลูก
“ทำไมแม่ต้องทำขนาดนี้ แม่เกลียดอะไรรบนักหนา”
“เพราะมันเป็นผู้ชายเลวๆที่จะทำให้แกเสียใจ”
“มัทเลือกที่จะรักรบ ถ้ามัทจะต้องเสียใจก็ให้มัทเผชิญกับมันเถอะค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มัทก็พร้อมจะยอมรับผลของมัน”
มัทรีเดินออกไปทันที ติรกาโมโหทันที
“ทำไมโชคถึงเข้าข้างไอ้ผู้ชายเฮงซวยพวกนั้น คราวหน้าอย่าให้พังอีกนะพุทรา”
“จะมีคราวหน้าอีกเหรอคะคุณ”
“ช่! แต่ครั้งนี้เธอต้องลงมือเอง”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
พุทราคิดไม่ถึงว่า ติรกาจะให้ไปจีบวันรบ
“คุณจะให้พุทราไป....เอ่อ... ไป...จะดีหรือคะคุณติ พุทรายังซิง ยังไม่เคย”
พุทราหน้าเคลิ้ม จนน้ำลายไหลยืด ติรกาหันไปพบเข้าถึงกับตกใจเล็กน้อย
“พุทรา น้ำลายยืดแล้ว คิดอะไรเนี่ย”
พุทรารีบปาดน้ำลาย
“พุทรา กำลังเศร้าน่ะค่ะที่ต้องมอบความบริสุทธิ์ให้คุณวันรบ”
“หะ”
“แต่ถ้าคุณติสั่ง”
“ไปสืบประวัติไอ้วันรบมาอย่างละเอียด”
พุทราจากที่ยิ้มร่าอยู่ก็หุบยิ้มในทันที
“แค่เนี้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ยิ้มเพ้ออยู่ได้ ฉันต้องการรู้ว่ามันมีจุดอ่อนอะไรที่ฉันจะจัดการกับมันได้”
“โหย...เซ็งเลย”
“ตัดสองร้อย โทษฐานบ่น”
“โหย! ไม่ยุติธรรมเลย”
“ตัดอีกสองร้อย ที่โวยวาย”
พุทราง้างปากจะโวยอีก แต่ติรกาชี้หน้า
“พูดอีกคำคราวนี้หนึ่งพัน”
พุทรายกมือตบปากตัวเองทันที
“รีบไปจัดการ ถ้าช้าฉันจะตัดห้าพัน”
“โอ้ย! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่า ใจเย็นๆนะคะ คุณติ”

พุทรารีบวิ่งไปทันที ติรกามีความหวังอีกครั้งที่จะกำจัดวันรบออกไปจากชีวิตมัทรี
ในเวลาต่อมา มัทรีนั่งหน้าเครียดอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับวันรบ รชานนท์ และพชร

“อย่าเครียดนะนางฟ้าของผม”
“รบคะ... ถ้าแม่ยังโหดร้ายกับรบแบบนี้ รบจะเบื่อมัทแล้วทิ้งมัทไปมั้ย?”
วับรบกุมมือมัทรีขึ้นมา
“ต่อให้ผมจะโดนเกลียดมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ผมก็จะไม่ไปไหน... ผมจะทำทุกอย่างให้แม่คุณยอมรับ ยอมให้ผมเป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างมัทไปตลอดชีวิต”
มัทรีกับวันรบมองสบตาซึ้ง จนพชรโพล่งขึ้น
“อ๊วก”
วันรบกับมัทรีหันตามเสียงเห็นพชรที่กำลังคีบก๋วยเตี๋ยวมองมาอย่างเลี่ยนมาก
“เลี่ยนให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้รบ ก๋วยเตี๋ยวฉันจืดหมดแล้ว “
“มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พวกพี่พลอยยุ่งไปด้วย”
“มัทอย่าคิดมากสิ เพื่อมัทแล้ว..ผม” วันรบพูด
“หยุดหวานเวอร์ได้แล้วไอ้รบ เกรงใจคนนอกอย่างฉันกับไอ้นนท์บ้าง” พชรว่า
“มัทว่า...กินก๋วยเตี๋ยวเถอะค่ะ เดี๋ยวเส้นอืดหมด”
แล้วทุกคนก็จัดการกับปรุงก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง ระหว่างปรุง มัทรีกับรชานนท์จัดลำดับการปรุงเครื่องปรุงเหมือนกันเลยทำให้เอื้อมมือไปชนกันอยู่หลายรอบ จนวันรบกับพชรมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ
พชรและวันรบทานก๋วยเตี๋ยวจวนจะหมดชามแล้ว แต่รชานนท์กับมัทรีกำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ ส่วนชามก๋วยเตี๋ยวของรชานนท์กับมัทรี เส้นอืด น้ำเหลือไม่เยอะ ส่วนลูกชิ้นหมดเกลี้ยงไปแล้ว
“สองคนนี้ กินเหมือนกันเลย ลูกชิ้นก่อน เส้นทีหลัง” พชรว่า
“จริงด้วย... ผมว่าจะบอกมัทหลายทีแล้วว่ามัทชอบกินเหมือนป๋า “ วันรบบอก
“กลัวคนแย่งลูกชิ้นเหรอ” พชรโพล่งขึ้น
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกัน
“เปล่า แค่ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง” มัทรีกับรชานนท์พูดขึ้นพร้อมกัน
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอึ้ง ๆ ที่พูดเหมือนกัน
“โว้ ! ขนาดเหตุผลยังเหมือนกันเลย” พชรว่า
วันรบนึกอะไรอีกอย่างได้
“ไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยว มัทแพ้นมวัวเหมือนป๋าด้วย”
“จริงเหรอ เราเหมือนกันขนาดนั้นเลย” รชานนท์พูดด้วยความแปลกใจ
“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”
พชรชี้ไปที่รชานนท์
“ไอ้นี่ก็แพ้เหมือนพ่อเหมือนกัน”
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ
“ยังมีอีกครับ เวลาเครียด..ยังใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วเหมือนกันอีก” วันรบบอกอีกข้อ
หลังวันรบพูดจบ รชานนท์กับมัทรีก็เผลอยกนิ้วโป้งขึ้นมาคลึงที่หว่างคิ้วตัวเองทันที
“แบบนี้เหรอ” รชานนท์กับมัทรีพูดพร้อมกันอีก
รชานนท์กับมัทรีเห็นท่าทางที่เหมือนกันสุด ๆ ก็ตกใจ ลดมือจากคิ้วตัวเองทั้งคู่
“เฮ้ย เหมือนกันไปป่ะ! ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะเนี่ย” พชรว่า
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าขำๆเพราะไม่มีทางเป็นไปได้
“พุดบ้าๆน่ะพี่ระ” รชานนท์ว่า
มัทรีนึกบางอย่างได้ รีบล้วงหยิบเอกสารบางอย่างในกระเป๋า มัทรีส่งเอกสารให้พชร
“สำเนาบัตรของมัทค่ะ พี่ระจะได้เอาไปทำสัญญาจ้างทำงาน”
“ไม่ต้องทำสัญญาจริงๆ ก็ได้นะมัท ผมว่าแม่คุณคงไม่ขอดูหรอก” วันรบบอก
“กันไว้ดีกว่าแก้นะไอ้รบ” รชานนท์ ว่า
“ยังไม่มีวี่แววจะได้แต่งงาน ถ้าขืนไม่ได้ทำงานด้วยกันอีก คงไม่มีทางได้อยู่ใกล้กันแน่” พชรพูดแล้วรับสำเนาบัตรมาจากมัทรี
สำเนาบัตรประชาชนของน.ส. มัทรี หาญการไกล/ เกิดวันที่6 มีนาคม 2532 / ที่อยู่ ราชบุรี
“วันเกิดน้องมัทคล้าย ๆ วันเกิดแกเลยวะไอ้นนท์ น้องมัทวันที่ หกเดือนสาม ส่วนของแกวันที่ สามเดือนหก ใช่มั้ย” พชรตั้งข้อสังเกตอีก
รชานนท์เอาสำเนาบัตรประชาชนของมัทรีมาดูอย่างอึ้ง ๆ
“มัทเกิดปี32” รชานนท์ว่า
“ปี 32 ปีเดียวกับผม” วันรบบอก
รชานนท์นั่งนิ่งปิดทบทวนอะไรบางอย่าง แล้วอยู่ ๆ รชานนท์ก็ลุกออกไปจากโต๊ะอาหารทันที
“เฮ้ย จะไปไหนของแกวะไอ้นนท์ไ
รชานนท์ไม่ตอบคำถามพชร ลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนวันรบ มัทรีและพชรแปลกใจ
“ป๋า จะไปไหน” วันรบตะโกนถาม
“ฉันจะไปหากระแต”

เตือนใจพยายามจะขึ้นไปขี่สกายแล็บที่จอดอยู่ที่หน้าบ้าน แต่โดนพุทรารั้งตัวเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย ฉันจะออกไปจ่ายตลาด”
“ให้รปภ.แจ่มเอารถเบนซ์พาไปสิคะ คราวที่แล้วก็ชนยับไปคันนึงแล้ว ขืนคุณเตือนขับคันนี้ไป อารมณ์บูดของคุณติรการะเบิดแน่ ๆ ค่ะ” พุทราบอก
พุทราออกแรงดึงจนเตือนใจเสียหลัก พลัดเซออกจากสกายแล็บ
“เหวอ” เตือนใจกับพุทราร้องขึ้นพร้อมกัน
เตือนใจล้มทับพุทราไปเต็ม ๆ รปภ.แจ่มรีบเข้าไปประคองเตือนใจให้ลุกขึ้น
“เป็นอะไรมั้ยครับคุณ”
เตือนใจส่ายหน้าแล้วปัดเสื้อผ้าตัวเองแล้วกับพุทราว่า
“คอยดูนะ...ฉันจะฟ้องยายมัทว่าเธอขัดใจฉัน ทำให้ฉันล้ม”
พุทราหน้าเสียคิดว่า งานนี้โดนดุแน่ ๆ เตือนใจหยิบมือถือมากำลังจะกดโทรออก แต่อยู่ ๆ มัทรีก็โทรเข้ามาพอดี เตือนใจรีบรับสายมัทรี
“นั่นไง ! เหมือนหลานรู้ใจ โทรมาเองเลย”
“ยายมัท โทรมาพอดีเลยลูก ยายมีเรื่องจะบอก...หา ว่าไงนะลูกรชานนท์กำลังมาหาแม่เราที่นี่”
เตือนใจ พุทราและรปภ.แจ่มมองหน้ากัน เตือนใจวางสายมัทรีไปสีหน้าเริ่มกังวล
“ยัยติกำลังอารมณ์บูด แล้วรชานนท์ก็กำลังจะมาหา”
“ตายๆ งานนี้มีตายกันไปข้างนึงแน่ๆ” พุทราว่า
เตือนใจอาศัยจังหวะที่พุทราเผลอจะกระโดดขึ้นไปสกายแล็บ พุทรารู้ทันรีบคว้าตัวเตือนใจไว้
“ว้าย! คุณเตือนหนีไปไม่ได้นะคะ ต้องอยู่ช่วยกันก่อน”
พุทรารีบลากเตือนใจออกไปทันที
“ไม่เอา ฉันไม่ไป ฉันไม่อยากโดนลูกหลง”
พุทราไม่ฟังเตือนใจบ่นแล้วออกแรงฉุดกระชากลากเตือนใจไปจนได้

วันรบกับมัทรีนั่งอยู่บนรถอีแต๋นที่มัทรีเป็นคนขับ หน้าวันรบกับมัทรีสั่นสะเทือนไปหมด สีหน้ามัทรีดูมุ่งมั่นในขณะที่วันรบหวาดเสียว
“มัทครับ ผมว่ามัทใจเย็นๆ ก่อนไหมครับ”
“เย็นไม่ไหวหรอกค่ะ รบ เราต้องรีบไปให้ทันห้ามศึกแม่กับป๋านนท์ ขืนไปไม่ทันป๋านนท์ตายแน่”
“แต่ผมกลัวว่าเราจะไม่รอดไปถึงบ้านมัท..ถ้ามัทยัง...เหวอ”
มัทรีกำลังขับรถอีแต๋นตะลุยท้องนา โดยข้ามคันนา ข้ามทุกอย่างที่ขวางหน้า
“มัท...นั่น ควาย ระวัง”
มัทรีขับรถหลบชาวบ้านที่กำลังใช้ควายไถนา มัทรีจะขับปีนคันนาตะลุยไป
“มัท..ผมว่าไม่ได้หรอก..ไม่”
เสียงดังตึง! รถอีแต๋นคาบนขอบคันนา วันรบกระโดดลงจากรถมาดูเห็นล้อลอยนิด ๆ
“นั่นไง”
“เป็นยังไงบ้างคะรบ”
“ติดแหง็ก ไปไม่ได้แล้วครับมัท”
มัทรียังคงร้อนใจ
“ไม่ได้นะคะรบ เราต้องรีบไป คราวนี้แม่ยิงป๋าไม่พลาดแน่”
“รถอีแต๋นนะครับมัท ไม่ใช่จักรยาน เราดันหรือยกไม่ไหวหรอก”
มัทรีร้อนใจมองไปรอบๆ แล้วสายตาไปหยุดที่ควายซึ่งเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่ง
“มัทมีทางแล้วค่ะรบ”
วันรบมองตามสายตามัทรีไปตกใจ
“มัท...ไม่นะ”
มัทรียิ้ม ขณะที่วันรบหน้าตาสยองกับสิ่งที่มัทรีคิดมาก
มัทรีควบควายโดยมีวันรบซ้อนหลังด้วยสีหน้าหวาดเสียว
“ช้าหน่อยครับ มัท...ผมเสียว”
“อดทนหน่อยนะคะรบ เพื่อป๋านนท์”
มัทรียิ่งควบควาย วันรบหน้าเสียกอดมัทรีแน่น

รชานนท์กำลังเดินตรงเข้ามาที่หน้าโรงงาน พุทรา เตือนใจ รปภ.แจ่ม วิ่งกรูกันมาขวางทาง
ไว้
พุทราเป่านกหวีดปรี๊ดขึ้นทันที
“ห้ามเข้าค่ะ”
“ผมมาพบกระแต”
“ฉันว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า” เตือนใจบอก
“ผมไม่กลับจนกว่าจะคุยกับกระแตให้รู้เรื่อง”
รชานนท์มองซ้ายมองขวาจะเดินเข้าไปตามหาติรกา แต่โดนทั้งสามคนขวางไว้
“ตอนนี้คุณติอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ ไว้คุยวันอื่นเถอะค่ะ” พุทราแนะนำ
“อย่าเพิ่งทำให้อารมณ์ยายติระเบิดเลยนะคุณนนท์ เดี๋ยวได้ตายกันหมด” เตือนใจบอก
รปภ.แจ่ม เป่านกหวีดปรี๊ดใส่รชานนท์แต่ดันหันไปเข้าหูพุทราที่ยืนอยู่ในวิถีพอดี พุทราไม่ยอมแพ้เป่าใส่รปภ.แจ่มบ้าง จนกลายเป็นศึกนกหวีด รชานนท์ฉวยโอกาสย่องเข้าไปในโรงงานทันที
“เดี๋ยวคุณ”
เตือนใจจะห้ามก็ไม่ทัน หันมาหาพุทรากับรปภ.แจ่มแล้วเอาสองมือดันนกหวีดของทั้งคู่ผลุบเข้าไปในปาก รปภ.แจ่มกับพุทราสำลัก
“คุณเตือน มันอันตรายนะคะ”
“แต่ถ้าเธอไม่รีบตามไป เราตายแน่”
พุทรารีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มจะตาม
“แจ่มเฝ้าหน้าประตูนี่ ถ้าได้ยินเสียงปืนรีบโทรเรียกรถพยาบาลนะ”
“ครับผม”
เตือนใจรีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มมองตามอย่างหนักใจ
“บ้านบึ้มแน่วันนี้ ทำไงดีว้า ใครก็ได้มาช่วยที”
ไม่ทันขาดคำ เสียงควบก็ดังกรับ..กรับเข้ามา รปภ.แจ่มหันไปเห็นมัทรีกำลังควบควายเข้ามาโดยมีวันรบซ้อนหลัง
“เฮ้ย”
มัทรีควบควายมาจอดตรงหน้ารปภ.แจ่ม เอี๊ยด! มัทรีกับวันรบรีบลงจากหลังควาย
“เขาอยู่ไหนกัน” มัทรีถาม
“ข้างในครับ คุณมัทรีบเข้าไปเถอะครับ ผมกลัว”
วันรบยื่นกระดาษให้รปภ.แจ่ม
“ช่วยเอาไปคืนเจ้าของด้วยนะครับ”
รปภ.แจ่มรับกระดาษที่อยู่มา ยังไม่ทันจะตอบรับ วันรบกับมัทรีก็วิ่งเข้าไปข้างในแล้ว
รปภ.แจ่มหันมองหน้าควาย
“อย่าบอกนะฉันต้องขี่แกกลับไปคืนน่ะ”
ควายทำหน้ามึน ๆ ใส่รปภ.แจ่ม

รชานนท์วิ่งเข้ามาในโรงงาน พุทราตามเข้ามากางแขนขวางทางไว้
“ให้ผมเข้าไปเถอะครับ”
เตือนใจเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของพุทรา
“เรายอมให้คุณเข้าไปพบติรกาไม่ได้”
“มันเป็นเรื่องสำคัญ”
เตือนใจกับพุทรา พูดขึ้นพร้อมกัน
“ยังไงก็ไม่ได้”
รชานนท์มองอย่างลำบากใจ
“พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำนะครับ”
พุทรากับเตือนใจกำลังมองว่า รชานนท์ว่าจะทำอะไร รชานนท์ค่อยๆหันมาเผยรอยยิ้มพิฆาต ประกายจากรอยยิ้มสาดเข้าใส่ ลมพัดผ่านวูบที่หน้าพุทรากับเตือนใจจนจังงัง ทั้งคู่เคลิบเคลิ้มเหมือนโดนสะกด รชานนท์ขยับเข้ามาใกล้มองทั้งคู่แล้วยิ้มนิด ๆ ขยิบตาให้หนึ่งที เตือนใจกับพุทราเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกอดกันทั้งคู่
“ขออนุญาตนะครับ”
รชานนท์เดินผ่านเข้าไปโดยที่เตือนใจกับพุทรายังเหม่อ วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาก็ชะงักที่เห็นเตือนใจกับพุทราในสภาพเหม่อๆ จนมัทรีต้องเข้าไปเขย่าตัว
“คุณยาย! พี่พุทรา!”
เตือนใจกับพุทราสะดุ้งได้สติ เตือนใจมองไปรอบๆ
“ยัยมัท...แล้วคุณนนท์ล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“จำได้ว่าพี่กับคุณเตือนมาห้ามคุณนนท์ แล้วคุณนนท์ก็ยิ้ม”
“อาการแบบนี้เจอรอยยิ้มพิฆาตของป๋านนท์ชัวร์” วันรบว่า
“แบบนี้ป๋านนท์ก็..”
“เราอาจจะมาช้าไป..”
มัทรีรีบเข้าไปด้านใน เตือนใจกับวันรบเดินตาม ทิ้งพุทราให้ยืนยิ้มค้างอยู่จนพุทรารู้สึกตัวเห็นตัวเองโดนทิ้งไว้คนเดียวจึงรีบวิ่งตามเข้าไป

ภายในโรงงานโอ่ง ติรกานั่งปั้นโอ่งระบายความแค้นอยู่ สภาพดินที่ติรกาปั้นนั้น รูปทรงบูดๆเบี้ยวๆพิกล
“รชานนท์ คนเลว! ฉันเกลียดๆๆอย่าให้เจอนะ ถ้าเจอฉันจะ...”
“กระแต” เสียงรชานนท์ดังขึ้นพอดี
ติรกาชะงักลุกขึ้นหันมาเห็นรชานนท์ยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงงาน
“ผู้ชายสับปลับ จะมาโกหกอะไรอีก”
“ใครกันแน่ที่โกหก”
ติรกาชักสีหน้า รชานนท์เดินเข้าหาติรกาอย่างไม่เกรงกลัว วันรบ มัทรี เตือนใจเข้ามาก็ชะงักหยุดฟังการสนทนา พุทราวิ่งตามเข้ามาทีหลังเบรกอยู่ด้านหลังสุด
“คุณด่าผมว่าเลว ชั่ว โกหกผมไม่ว่า แต่คุณหลอกผม ผมรับไม่ได้ ผมผิดหวังจริง ๆ ที่เคยรักผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ทุกคนที่ยืนฟังได้แต่ตะลึง พุทรามองติรกาด้วยอาการเสียวสยอง
“สงครามกำเนิดแล้ว”
“ว่าฉันว่าอะไรนะ” ติรกาย้อนถาม
“ผู้หญิงหลายใจ”
ติรกาโมโหกรี๊ดลั่น คว้าดินปั้นใกล้มือขว้างใส่รชานนท์ทันที
“ไอ้คนเลว”
ติรกาคว้าดินปาๆๆ ใส่รชานนท์
“แกโกหกฉัน ทิ้งฉัน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีก เลวๆๆ”
รชานนท์จะโต้ตอบ แต่ดินที่ปามาทำให้ต้องหลบจนไม่มีจังหวะตอบโต้ รชานนท์เห็นว่าต้องกู้สถานการณ์ จึงรีบฉวยคว้าเอาอุปกรณ์ในโรงงานที่วางอยู่ข้างๆขึ้นบังเป็นโล่ห์ป้องกันตัว พลางตะโกนตอบโต้
“คุณต่างหากที่โกหก!คุณสวมเขาให้ผม”
ติรกาชะงัก ทุกคนรอบข้างตะลึงกับคำพูดของรชานนท์ พุทราหันมาหาเตือนใจ “สวมเขา..เขาใช้กับคนที่เป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอคะ”
มัทรีมองติรกากับรชานนท์
“แม่..นี่แม่กับป๋านนท์”
วันรบอึ้งพูดไม่ออกแต่ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ ติรกาก็กรี๊ดขึ้นมา
“ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ฉันจะฆ่าแก”
“ผมจะไม่ยอมตายด้วยฝีมือผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ติรกาตาแทบลุกเป็นไฟโดยความโกรธหยิบเอาก้อนดินขึ้นมาเพื่อเตรียมขว้างอีกครั้ง รชานนท์ไม่ได้กลัวแต่ฮึดด้วยความโกรธเหมือนกัน รชานนท์หยิบอุปกรณ์ขึ้นเตรียมตีก้อนดินตอบโต้ ทั้งสองคนมองหน้ากัน ราวกับศึกชี้ชะตาด้วยดินก้อนนี้ พุทราลืมตัว หึกเฮิมตามและเริ่มบรรยายประหนึ่งนักพากย์กีฬา
“ศึกครั้งนี้ใครจะอยู่หรือใครจะไปตัดสินกันด้วยดินก้อนนี้”
ติรกายืดตัวง้างมือเขวี้ยงดินใส่รชานนท์
“คุณติยืดตัวขว้างดินออกไปอย่างสวยงาม ก้อนดินพุ่งเข้าหาคุณนนท์ด้วยความเร็ว คุณนนท์จะหลบได้หรือไม่”
ชานนท์ง้างไม้รับตีโต้
“นั่นคุณนนท์ไม่หลบ แต่...แต่ ไม่น่าเชื่อนั่นเขากำลังจะ...”
รชานนท์ตีก้อนดินผัวะ! ก้อนดินลอยละลิ่วออกไป
“โฮมรัน! เยสๆๆ เป็นการตีลูกที่ยอดเยี่ยมมาก”
รชานนท์โค้งรับคำชม
“ทั้งหล่อทั้งเก่งสุดยอดจริงๆ โดนใจมาก กรี๊ด!”
ทุกคนหันมองพุทราที่เผลอตัวเป่านกหวีดเชียร์รชานนท์
“พอแล้ว” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันใส่พุทรา
พุทราได้สติเห็นทุกสายตากำลังมองมาที่ตัวเอง พุทราชะงักที่สบตากับติรกาที่สีหน้าเรียบๆจ้องมา
“สองพัน!และเดือนนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยง”
พุทราถึงกับหน้าเสีย
“คุณติ”
“กระแต..คุณท้องกับพี่หมอทั้งที่เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”
ติรกาหันมองรชานนท์ด้วยแววตาเสียใจ ติรกาน้ำตาจะร่วงและตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังคงเดินตามติดไม่ยอมแพ้
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะกระแต กระแต”
“คุณยายคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมแม่กับป๋านนท์”
“แล้วยายจะเล่าให้ฟัง” เตือนใจบอกมัทรี
เตือนใจตามรชานนท์ไป วันรบ มัทรี พุทราตามไปอย่างห่างๆ

บริเวณมุมหนึ่งของโรงงาน รชานนท์ตามติรกามาทันพอดี
“ยี่สิบปีที่ผ่านมา.. ผมถามตัวเองมาตลอดว่าทำอะไรไม่ดี ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปแต่งงานกับพี่หมอ” รชานนท์น้ำเสียงเศร้า
วันรบหันมาหาเตือนใจ
“พี่หมอนี่ใครครับ คุณยาย”
“พี่หมอก็คือหมอนพ สามีของคุณติ พ่อของคุณมัทรีไงคะ” พุทราชิงตอบอย่างรู้ดี
“คุณนอกใจผม คุณท้องมัทรีตั้งแต่ผมยังไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก”
ติรกาชะงักด้วยความโกรธ หันมาพูดตอบโต้
“ฉันไม่เคยนอกใจคุณ”
กลุ่มเตือนใจยืนอึ้ง
“แบบนี้คุณติกับคุณนนท์เคยกิ๊กกันแน่นอนแล้ว” พุทรารีบสรุป
วันรบกับมัทรีมองหน้ากันและยิ่งประหลาดใจหนักขึ้น
“ถ้าไม่เคยแล้วคุณไปท้องกับเค้าได้ยังไง”
“มันไม่ใช่”
“ไม่ใช่อะไร มัทรีนี่ไงที่เป็นลูกของคุณกับพี่หมอ เป็นหลักฐานที่ฟ้องความจริง”
ติรกาจะแย้งด้วยความจริง
“ยัยมัทน่ะเป็น..”
“ยัยติ” เตือนใจชิงขัดจังหวะขึ้นทัน
ติรกาชะงักหันมองเตือนใจ เตือนใจส่งสายตาให้ติรการู้สึกตัวว่ามัทรีอยู่ในทีนี่ด้วย
“เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”
ติรกาตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังตะโกนไล่หลังติรกาไป
“ผู้หญิงขี้ขลาด”
ทุกคนอึ้งไป
“พอแล้วป๋า” วันรบเตือน
ติรกาหันกลับมาหารชานนท์ด้วยแววตาโกรธแค้น
“ดีแต่หนีความจริง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้”
ติรกากำมือตัวเองแน่นโกรธมาก แต่พยายามจะระงับอารมณ์ตัวเองไว้ให้ได้ รชานนท์เดินเข้าไปใกล้ตัวติรกา
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้... ไม่คิดจริง ๆว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาตลอด”
รชานนท์พูดยังไม่ทันจบ ติรกาตบหน้ารชานนท์ทันที ติรกามองรชานนท์อย่างผิดหวัง
“ฉันผิดเอง... ผิดที่ไม่เลือกพี่หมอตั้งแต่แรก ผิดที่เลือกคบคนอย่างคุณ”
รชานนท์มองหน้าติรกาทั้งช็อกทั้งผิดหวังในตัวติรกา
“พุทรา! พาผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ติรกาออกคำสั่ง
พุทรากำลังจะเดินเข้ามาหารชานนท์
“ไม่ต้อง!”
รชานนท์พูดกับวันรบ
“แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด”
รชานนท์หันกลับมามองติรกาอย่างดูถูกและโกรธแค้น แล้วเดินออกไปจากโรงงานทันที ติรกามองตามรชานนท์ไปทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเสียใจในสิ่งที่รชานนท์พูดเช่นกัน
“ยัยติ”
เตือนใจกับมัทรีเดินเข้าไปหาติรกา แต่ติรกายกมือขึ้นห้ามไม่ให้ใครมายุ่งกับตัวเองแล้วกลับเดินหนีไป

ติรกายืนน้ำตาร่วงร้องไห้เงียบๆอยู่ในสวน เตือนใจเดินเข้ามามือแตะที่ไหล่ติรกาอย่างปลอบโยน
“ทำไมมันเป็นแบบนี้คะแม่..ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายด่าเขาให้สะใจ แล้วทำไมหนูกลายเป็นคนผิด เป็นผู้หญิงหลายใจ..ทั้งที่หนู...หนูรักเขาคนเดียว"
“แม่เข้าใจ”
ติรกาทนไม่ไหวสวมกอดเตือนใจร้องไห้ เตือนใจกอดติรกาปลอบด้วยความสงสาร มัทรีซึ่งยืนแอบมองอยู่ไกลๆ ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างติรกากับรชานนท์

เย็นวันเดียวกัน พชรกับวันรบจ้องตากันอย่างจริงจังอยู่ภายในบ้านของพชร
“แกแน่ใจนะว่าข้อมูลแกไม่ผิด”
“ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม”
พชรยื่นกระดาษจดเบอร์คืนวันรบ
“แต่ฉันว่าแกมั่ว เบอร์มือถือน้องตาล FHMมันต้องมีสิบตัวสิวะ นี่แค่เก้าตัวจะโทรติดได้ยังไง มือถือนะเว้ย ไม่ใช่เบอร์บ้าน”
วันรบรับมาดู
“จริงด้วย ผมคงจดผิด เดี๋ยวจดให้ใหม่แต่พี่ต้องเล่าเรื่องป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมมาก่อน”
“ฉันรู้แค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ไอ้นนท์มันโดนผู้หญิงที่ชื่อกระแตทิ้ง มันอกหักอาการหนักเลย อยู่เมืองไทยไม่ไหวต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก” พชรบอก
“หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างป๋าเนี่ยนะ โดนผู้หญิงทิ้ง” วันรบน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
นลินีเดินเข้ามาพร้อมจานผลไม้วางตึง! แล้วอารมณ์ขึ้นฉับพลัน
“จริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ไหน้ำปลาปีศาจนั่นตาถั่วหรือไงไปเลือกแต่งงานกับไอ้แว่นหน้าจืดที่เป็นรุ่นพี่ เจ้านนท์นะไปอยู่ที่โน่นก็ไม่เป็นอันเรียน ตรอมใจอยู่เป็นปี พี่บินไปเยี่ยมเห็นสภาพแล้วแค้นมากที่เจ้านนท์โดนผู้หญิงเลวๆ แบบนั้นหลอก”
“เมียจ๋าฟังจากที่ไอ้รบเล่า ผมว่าไอ้นนท์ก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าอยู่นา อย่าไปพูดให้มันสะเทือนใจเข้าล่ะ”
“แล้วป๋าไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอครับว่าสาเหตุที่เลิกกันเพราะอะไรน่ะครับ” วันรบซัก
“จะมีอะไร ก็ทางโน้นหน้าที่การงานดีกว่า รวยกว่าน่ะสิ ไม่งั้นจะทิ้งผู้ชายหล่อลากเลือดอย่างน้องชายพี่ได้ยังไง” นลินีพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“ณ จุดนี้ขอให้เมียจ๋าใช้คำว่าหล่อลากเลือดชมเจ้านนท์คนเดียวนะ ไม่ต้องชมผมแบบนั้น ฟังแล้วสยอง” พชรบอก
“คุณน่ะหล่อลากดิน แต่ถ้าหักหลังฉันแบบแฟนเก่าเจ้านนท์ คุณได้หล่อลากไส้แน่”
นลินีข่มขู่จริงจังจนพชรขนหัวลุก บังเอิญนลินีเห็นกระดาษเบอร์โทรหยิบมาดู พชรจะคว้าแต่ไม่ทันนลินีอ่านข้อความบนกระดาษและหันไปมองหน้าพชร
“น้องตาล.. น้องตาลนี่ใคร”
“ตาลไหน” พชรพูดเสียงสูงมาก
“นี่ของคุณใช่ไหม” นลินีพูดพลางส่งสายตาเหี้ยม
“ไม่ใช่ของผ๊ม! ของไอ้รบมัน” พชรแก้ตัวพัลวันแล้วขยิบตาให้วันรบ
“ใช่ครับ ของผมเอง”
“แล้วไป เราน่ะมีแฟนแล้วนะรบ อย่าคิดนอกใจเด็ดขาด”
“ไม่ชอบว่าที่แม่ยายไอ้รบแต่หวงแทนลูกสาวเขาเหรอ” พชรหยอก
“ฉันเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันต่างหาก การโดนทรยศมันไม่สนุกหรอกนะ”
“ทรยศ...ใช่..เรื่องนี้ด้วยครับที่ผมรู้สึกเหมือนว่าทั้งป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมพูดเหมือนต่างคนต่างโดนโกหก ทรยศ หักหลัง”
“แม่นั่นคงหาเรื่องกลบเกลื่อนน่ะสิ น้องชายพี่น่ะรักใครรักจริง”
วันรบมองไปด้านบนบ้านขณะเอ่ยออกมา

“แล้วก็คงจะรักนานด้วย”






Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:37:36 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]