All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13



ภายในบ้านพักของพชรที่เพชรบุรีเวลานั้น นลินีเดินเอายาแก้ปวดและน้ำเปล่ามาส่งให้รชานนท์

“นี่จ้ะยาแก้ปวด”
“อบคุณครับพี่นี”
“ตามหาจนทั่ว ทุกที่ที่คิดว่าจะไปแล้วก็ไม่เจอ นี่ไอ้สมภพมันพาติรกาไปไหนเนี่ย”
“ถึงเจอตอนนี้ก็ไม่ฟังอะไรหรอก ตำตาขนาดนั้น ยิ่งยัยรุจีย้ำเข้าไปอีกตานนท์ได้เป็นหม้ายแน่”
รชานนท์รับยาแก้ปวดมากินแล้วนั่งพิงโซฟาไปอย่างเครียดๆ รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง
“ต้นตอเรื่องนี้คือรุจี สาวหน้าซื่อใจคด” พชรพูดขึ้น
“ผมไม่เข้าใจเลยว่ารุจีพูดแบบนั้นทำไม แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ ขอโทษผมบอกว่าจำเป็น ผมถามว่าจำเป็นอะไรก็ไม่ตอบ”
“ถ้าร้องไห้ก็แสดงว่ารู้สึกผิด...แล้วยังบอกว่าจำเป็นอีก แล้วจำเป็นเรื่องอะไร” นลินีตั้งข้อสังเกต
ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“เอ่อ... มองหน้ากันแล้วจะรู้คำตอบมั้ย” พชรว่า
“ไม่รู้จะถามยังไง นั่นก็หายไปอีกคน ป่านนี้คงหนีเข้าวัดไปแล้ว”
นลินีนึกได้ขึ้นมาทันที
“งั้นพี่รู้แล้วว่าจะทำยังไง”

เช้าวันใหม่ ชาวบ้านสองสามคนนุ่งขาวห่มขาวก้มลงกราบพระประธานในอุโบสถอย่างสงบนิ่ง เสียงร้องไห้ “ฮือๆ” ดังขึ้น ชาวบ้านที่ก้มกราบพระประธานชะงักอึ้งไปแล้วหันไปมองทางต้นเสียง เห็นรุจีนั่งพนมมือแล้วร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น
“ข้าเจ้าบ่อู้จะชดใช้บาปกรรมที่ลูกยะกับคุณนนท์และคุณติรกาครั้งนี้ได้ยังไง แต่ถ้าลูกบ่ยะจะอี้ ปี้ดากับหนูต้นก็คง...ฮือๆๆ”
ผู้ชายคนหนึ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้รุจี รุจีรับมาแล้วสั่งน้ำมูกดังพรืด!! รุจีพับผ้าเช็ดหน้าแล้วส่งคืนให้เจ้าของ
“ขอบคุณเจ้า”
รุจีหันไปมองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าแล้วอึ้งเหวอไป รชานนท์ยืนอยู่กับพระภิกษุรูปหนึ่ง
“คุณนนท์ หลวงพ่อ”
รุจีรีบพนมมือไหว้หลวงพ่อรูปนั้นทันที
“โยมเองรึ ที่มีเรื่องมีราว อาตมาก็นึกว่าใครที่ไหน แล้วไปมีเรื่องอะไรกับโยมท่านนี้ล่ะ”
รุจีหันไปมองหน้ารชานนท์แล้วนิ่งไปพูดไม่ออก
“หลวงพ่อท่านถาม ควรจะต้องตอบนะ” รชานนท์ว่า
“บ่มีเจ้า หลวงพ่อ บ่มีจริงๆเจ้า” รุจีจำใจโกหก
“อยู่ต่อหน้าพระ ห้ามโกหก” รชานนท์บอก
รุจีน้ำตาคลอส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก
“คำโกหกไม่ได้ทำร้ายเฉพาะคนฟัง แต่มันทำร้ายคนที่พูดด้วย” หลวงพ่อพูดให้ข้อคิด
รุจีได้ฟังก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้น
“ค่ะหลวงพ่อ... ดิฉันยอมอู้ความจริงแล้วเจ้า”
รุจีร้องไห้แล้วก้มลงกราบหลวงพ่อทั้งน้ำตา รชานนท์โล่งใจและดีใจที่จะได้รู้ความจริงจากรุจี

บริเวณมุมหนึ่งของวัด รุจีส่งรูปถ่ายของทรงสุดากับลูกชายให้รชานนท์ดู
“ปี้สาวของรุจีกับลูกชายเปิ้นเจ้า ทั้งสองคนโดนพ่อเลี้ยงจรัลจับตัวไป เพราะสามีของพี่ดาไปติดเงินพวกเค้า รุจีเลยต้องช่วยหาเงินไปใช้หนี้เจ้า”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ผมเลิกกับกระแตแล้วคุณจะได้เงินไปใช้หนี้ได้ยังไง”
“เงินของคุณติรกาไงเจ้า ถ้าไม่มีคุณนนท์... สามีของปี้ดาก็จะได้เงินจากคุณติ”
รุจีอึกอักพูดไม่ออกแล้วตัดสินใจหยิบรูปอีกใบส่งให้รชานนท์ดู
“นี่คือสามีของพี่ดาเจ้า”
รชานนท์รับมาดูแล้วอึ้งช็อกไปเพราะเห็นรูปสมภพถ่ายกับทรงสุดาและลูกชาย
“แล้วกระแตรู้เรื่องนี้รึเปล่า”

บริเวณริมถนน หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา ติรกายืนจ้องหน้าสมภพอย่างไม่พอใจ
“คุณหลอกฉันแบบนี้ได้ยังไง”
สมภพหลบตาติรกาพูดอะไรไม่ออก ธงฉานยื่นหน้ามาแก้ตัวแทน
“คุณอาไม่ได้หลอกนะครับ แค่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดเฉยๆ”
สมภพตีปากของธงฉานทันที
“เงียบไปเลยไอ้หลานพาซวย”
“คุณนั่นแหละพาฉันซวย ต่อไปนี้ฉันจะกล้าไปสู้หน้าใครได้ ตั้งใจไปคุยกับสินเชื่อธนาคารเพื่อไปขอกู้เงินให้คุณ แต่ดันโดนเค้าเหวี่ยงกลับเพราะคุณติดแบล็คลิสต์..เป็นหนี้เค้าเป็นร้อย ๆ ล้านแล้วไม่เคยใช้แม้แต่บาทเดียว”
สมภพก้มหน้าสลด ส่วนธงฉานส่ายหน้าพยายามบอกติรกาว่าตนไม่เกี่ยว
“นั่นเป็นสาเหตุที่ผมถึงต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบไงครับ”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อน”
ติรกาส่ายหน้าอย่างเอือมๆแล้วจะเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แต่สมภพรีบตามมารั้งไว้
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับคุณติ”
ทันใดนั้นมีรถกะบะคันหนึ่งขับพุ่งเข้ามาอย่างตั้งใจจะชนพวกติรกา งสามคนตกใจหลับตาปี๋แล้วร้องลั่น
เสียงเบรกรถดังเอี๊ยด! รถหยุดไห่างจากพวกติรกาไม่ถึง 5 เซนติเมตร ติรกา สมภพและธงฉานลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่ารถไม่ชนตัวเองก็โล่งใจ ติรกาได้สติเดินไปเอาเรื่องคนขับรถทันที ติรกาโวยวายลั่น
“ขับรถประสาอะไร ไม่ดูเลยหรือไงว่าคนกำลังจะข้ามถนน... ว้าย!”
สมุนของพ่อเลี้ยงจรัญ 2 คนเดินลงมาจากรถพร้อมชักปืนออกมาขู่ สมภพกับธงฉานเห็นสมุนของพ่อเลี้ยงก็จำได้ทันที
“พวกแก”
สมภพยกมือสองข้างเหมือนยอมแพ้ ส่วนธงฉานหลบหลังสมภพทันที สมุนคนหนึ่งพูดขึ้น
“หาเงินมาใช้หนี้ได้รึยัง”
“พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วนะ ถ้าหาเงินมาใช้ไม่ทัน รับรองว่าแกโดนแบบนี้แน่” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนเล็งปืนไปทางสมภพกับธงฉานแล้วทำท่าจะลั่นกระสุน สมภพกับธงฉานร้อง “อ๊าก!!” แล้วหลับหูหลับตาวิ่งหนีทันที แต่ดันวิ่งชนกันเองจนลงไปกองอยู่กับพื้น “โอ๊ย”
สมุนคนแรกพูดต่อ
“ฮ่าๆๆ ไอ้โง่ ดูไม่ออกหรือไงว่าข้าใช้ปืนปลอม “
สมุนทั้งสองคนใช้ปืนฉีดน้ำฉีดใส่สมภพกับธงฉานทันที
“วันนี้ปืนฉีดน้ำ พรุ่งนี้ปืนจริงนะเว้ย” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ติรกามองเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วว่า
“ถึงกับขู่ฆ่ากันเลยเหรอ”

ภายในรีสอร์ตที่ติรกาค้างเมื่อคืน ติรกาเข้ามาที่หน้าห้อง
“ติรกา คุณช่วยผมด้วยนะ”
ติรกาสีหน้าหนักใจ
“ฉันไม่รู้จะช่วยคุณยังไงจริงๆ”
“ผมยืมเงินคุณก่อนได้ไหม”
“เงินฉันเป็นเงินหมุนเวียน ถ้าให้คุณยืม โรงงานฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขอโทษจริง ๆ นะคะสมภพ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ติรกาเดินเข้าห้องและปิดประตูทันที สมภพเดินออกมาหาธงฉานที่รออยู่ ธงฉานถามขึ้น
“เป็นไงบ้างอา คุณติจะช่วยไหม”
“ไม่”
“อย่างนี้อาทรงสุดากับตาต้นก็ตายแน่สิอา เราสองคนด้วยนะ ผมยังไม่อยากตาย”
“แกจะไม่ตายหรอกธงฉาน เมื่อขอร้องกันดีๆ แล้วไม่ให้ ฉันก็จะบังคับให้ติรกาเอาเงินมากองแทบเท้าฉัน”
“อาจะทำยังไง”
สมภพยิ้มร้ายขึ้นมาทันทีอย่างมีแผนการ

ธงฉานเดินเข้ามาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเวลากลางวัน ธงฉานเหลียวซ้ายแลขวามองไปที่หน้าร้าน เห็นเด็กขายยาปลุกเซ็กส์นั่งอยู่ -ธงฉานเดินเข้าไปนั่งประกบทันที
“ของที่ให้หาได้ไหม”
เด็กเลื่อนซองยาให้
“ได้ครับ เลิฟเลิฟเม็ดเดียวเสียวทั้งคืนครับพี่”
ธงฉานพูดพลางมองคะลึงในสรรพคุณแล้วถาม
“ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วถ้ากับผู้หญิงมีอายุหน่อย”
“เลยหกสิบไหมครับพี่”
“ก็..เย้ย..ระดับอาฉันน่ะไม่นิยมถุงกาแฟหรอกเว้ย แค่เฉียด ๆ สี่สิบเอง”
“ไม่อันตรายพี่ แต่อาพี่จะไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเท่านั้นเอง”
ธงฉานยื่นซองเงินให้
“เท่าที่ตกลงกันไว้”
เด็กหยิบซองมาเปิดนับเงินดู
“ครบครับพี่ ถ้าสนใจตัวไหนก็บอกผมได้นะพี่”
เด็กเดินลุกไป ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก
“ได้ของมาแล้วครับอา ฟิตหน่อยนะอา เพราะคืนนี้คุณติคงต้องให้อาจัดหนักแน่ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ธงฉานลุกออกไป รับพอธงฉานลุกขึ้น ที่โต๊ะถัดไป ผู้หญิงใส่หมวกนั่งหันหลังให้ธงฉาน ผู้หญิงคนนั้นดันหมวกขึ้นเล็กน้อย ที่แท้คือ พุทราที่ยกกาแฟเย็นมาจะดูดกาแฟปื้ด ๆ ด้วยสีหน้าเอาเรื่องมาก

รชานนท์กำลังแจกงานให้กับวันรบและมัทรีที่บ้านพักของพชร รชานนท์ยื่นเอกสารให้
“นี่เป็นข้อมูลที่พี่ระส่งมาให้เกี่ยวกับรีสอร์ทที่ภูเก็ต อีกสองอาทิตย์เราจะต้องพรีเซ้นต์กับลูกค้า ไอ้รบแกรับผิดชอบเกี่ยวกับส่วนของตัวล็อบบี้กับห้องจัดเลี้ยง ส่วนมัทรับผิดชอบเรื่องห้องพักนะ”
“ผมกำลังจะแต่งงานนะป๋า ใช้งานขนาดนี้ถึงวันแต่งผมก็โทรมตาย หมดแรงพอดี”
“ดี..ลูกฉันจะได้ไม่เหนื่อย จริงไหมมัท”
วันรบกับรชานนท์หันไปมองที่มัทรีซึ่งเงียบไป
“คะ...เอ่อ..ค่ะ งั้นมัทจะเอาไอเดียจะมาขายกับพ่ออาทิตย์หน้านะคะ”
“มัทเป็นอะไรหรือเปล่าลูก หรือว่าเครียดเรื่องพ่อกับแม่”
“ค่ะ..ใช่ค่ะ”
“ผมไม่ยอมนะ ป๋าทำให้ว่าที่ภรรยาผมเป็นทุกข์ ต้องชดใช้ด้วยการแถมเงินก้นถุงให้ผมเลย”
“ฝันไปเถอะแก” รชานนท์พูดกับวันรบและหันมาบอกมัทรี
“ไม่ต้องห่วงนะมัท พ่อกับแม่จะต้องปรับความเข้าใจกันได้แน่”
มือถือรชานนท์ดังขึ้น รชานนท์มองเห็นว่าเป็นพุทราจึงรีบกดรับ และพูดด้วยเสียงตกใจ
“ว่าไงพุทรา อะไรนะ ได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“มีอะไรเหรอคะพ่อ”
“แม่กำลังมีอันตราย”
รชานนท์รีบออกไป โดยมีมัทรีกับวันรบเดินตามไปติดๆ

ขณะที่รชานนท์ วันรบและมัทรีเดินออกมากำลังจะไปขึ้นรถ วริษราเดินเข้ามาพอดี
“พี่รบคะ”
วันรบชะงัก รชานนท์กับมัทรีหันมอง วริษราก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรย หน้าซีด วันรบลำบากใจขึ้นมาทันที
“มีอะไรเหรอริษ”
“ริษ..ไม่ค่อยสบาย พี่รบช่วยไปส่งริษหน่อยได้ไหมคะ”
วันรบมองมัทรีกับรชานนท์อย่างลำบากใจ
“พี่”
รชานนท์ไม่รอวันรบเดินไปขึ้นรถทันที มัทรีเดินตาม วันรบตะโกนบอก
“รอผมด้วยป๋า พี่มีธุระน่ะริษ ขอโทษทีนะ”
วันรบเดินไปที่รถ วริษราก้าวตามอย่างเร็วแล้วแกล้งสะดุดล้ม
“โอ้ย”
วันรบหันกลับไปเห็นวริษราลงไปกองที่พื้น วันรบตกใจรีบเข้าไปประคองวริษรา
“ริษ เป็นยังไงบ้าง”
มัทรีกับรชานนท์นั่งรออยู่ในรถ
“ยังไงเนี่ยไอ้รบ”
“ออกรถเถอะค่ะพ่อ”
“แต่เจ้ารบ”
“เชื่อมัทนะคะพ่อ ออกรถเถอะค่ะ”
รชานนท์เริ่มสงสัยถึงสัมพันธภาพของวันรบกับมัทรี
“แม่กำลังรอเราอยู่นะคะ”
รชานนท์ตัดสินใจออกรถไปทันที วันรบร้องตาม
“เดี๋ยวสิ ป๋า ป๋า”
วันรบประคองวริษราให้ลุกขึ้น วริษราแอบยิ้มอย่างสะใจสุด ๆ

วันรบประคองวริษราเข้ามาส่งในห้องพักของวริษรา
“ถ้าริษไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะพี่รบ ดื่มน้ำสักแก้วแล้วค่อยไปนะคะ”
“พี่รีบจริงๆ นะริษ”
“พี่รบรังเกียจริษใช่ไหมคะ ริษมันไม่มีค่า ลูกของริษมันก็ไม่มีค่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไม ทำไม” วริษราพูดแล้วทำเป็นตีท้องตัวเอง
วันรบตกใจรีบเข้ามาห้าม
“หยุดนะริษ หยุด อย่าทำแบบนี้ นั่นลูกริษนะ”
“แต่มันทำให้พี่รบรังเกียจริษ แม้แต่น้ำแก้วเดียวพี่รบยังไม่ยอมรับ”
“ก็ได้ ๆ แค่แก้วเดียวนะ”
วริษราดีใจ
“ค่ะ รอแป๊บเดียวนะคะ”
วริษราเดินไปที่มุมครัวเปิดตู้เย็นเทน้ำส้มใส่แก้วแล้วเปิดตู้ยาที่อยู่หลังตู้เย็น หยิบขวดยาเล็กๆ ออกมา วริษยาใส่ยาลงไปหนึ่งเม็ดแล้วคนให้ละลาย วริษรายื่นแก้วน้ำส้มมาให้วันรบ วันรบหยิบมาดื่มพรวดเดียวหมด วันรบจะลุก แต่วริษราดึงไว้
“พี่รบค่ะ...ช่วยริษหายาหน่อยสิคะ มันหายไปไหนถุงนึงก็ไม่รู้ค่ะ”
“ยาอะไร”
“ยาบำรุงน่ะค่ะ ริษจำได้ว่าหมอให้มาด้วย แต่มันหายไปไหนไม่รู้”
วันรบลุกขึ้นช่วยหาถุงยา วันรบเดินหาตามหัวนอน ตามชั้น ตามพื้น วันรบเดิน ๆ แล้วรู้สึกมึน ตาเริ่มเบลอ ๆ วันรบสะบัดหน้า วริษราสังเกตเห็นอาการ
“พี่รบ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มึนนิดหน่อย เดี๋ยวพี่ดูที่ใต้เตียงให้นะ”
วันรบก้มลงไปดูใต้เตียงแล้วนิ่งไป วริษราเห็นวันรบนิ่งก็ยื่นหน้าไปมองเห็นวันรบหลับไปทั้งๆ ที่ยังก้มอยู่
“พี่รบคะ..พี่รบ”
วริษราดันตัววันรบให้นอนหงาย วันรบหลับนิ่ง วริษรายิ้มสะใจ
“ฝันดีนะคะพี่รบ ฉันจะทำให้แกพล่านจนทนไม่ได้เลย นังมัทรี”

ในเวลาเย็น รชานนท์ขับรถ พลางเหลือบมองมัทรีที่นั่งหน้าเครียด มองตรงไปข้างหน้าอย่างนิ่งเงียบ
“มัท...ลูกกับมีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรแค่ตาสว่างเท่านั้นเอง”
“ตาสว่าง...พ่อว่ามีนะ ถ้ามัทมีปัญหาอะไรปรึกษาพ่อได้นะลูกนะ”
“มัทไม่ได้มีปัญหากับพี่รบค่ะพ่อ มัทกำลังห่วงแม่ ไม่อยากคิดเรื่องอื่น พ่อเหยียบให้เร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ”
รชานนท์ไม่อยากเซ้าซี้มัทรี
“จ๊ะ”
รชานนท์ไม่ถามได้แต่เหลือบมองมัทรีด้วยความเป็นห่วง

ติรกาเปิดประตูห้องพักออกมาก็ต้องแปลกใจที่เห็นมีโต๊ะอาหารวางจัดอยู่ในบริเวณสวนหน้าห้องพัก
“ทานข้าวกันหน่อยไหมครับ ผมสั่งให้เขาจัดมาให้คุณโดยเฉพาะ”
“ฉันว่า”
“ทานข้าวฉันท์เพื่อนครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ธงฉาน”
ธงฉานเดินเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำส้มคั้น
“ผมไปเอาน้ำส้มมาให้คุณติน่ะครับ” ธงฉานพูด
“ผมอยากขอบคุณที่พยายามจะช่วยเหลือผมอย่างจริงใจ”
“แต่ฉันยังไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลยนะคะ”
“แค่คุณมีใจอยากจะช่วย ผมก็ซาบซึ้งแล้ว อาหารอาจไม่หรูนักแต่สภาพการเงินผมก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้ล่ะครับ อย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ติรกาลงนั่ง ธงฉานรินน้ำส้มให้กับติรกา
“น้ำครับ” ธงฉานบอก
ติรกาหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ ธงฉานกับสมภพสบตากันอย่างพอใจ ติรกาทานอาหารได้เพียงครู่เดียวก็เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย ธงฉานกับสมภพจับตามองลุ้นๆ
“ฉันว่ามันร้อน ๆ นะคะ”
“ร้อนเหรอครับ ก็ไม่นะ” สมภพว่า
“แต่ฉันร้อนจริงๆ นะ แล้วก็มึนๆ ด้วย”
สมภพกระซิบกับธงฉาน
“ยาแกมันออกฤทธิ์ไวขนาดนี้เลยเหรอวะ”
“ของเขาดีจริงๆ”
ไม่ทันขาดคำติรกาก็ฟุบลงกับโต๊ะทันที
“อ้าว คุณติ ยาแกมันต้องสลบด้วยเหรอ”
“ออฟชั่นเสริมมั้งอา จะได้ลากเข้าห้องง่าย ๆ ไง จัดเลยอา”
สมภพกับธงฉานช่วยกันพาติรกาเข้ามาในห้องพัก สมภพกับธงฉานวางร่างติรกาลงบนเตียง
“ออกไปแล้วปิดประตูให้ด้วย”
ธงฉานตบไหล่สมภพแล้วบอก
“โชคดีนะอา เพื่ออาทรงสุดากับตาต้น”
สมภพพยักหน้า ธงฉานเดินออกไป สมภพยืนมองติรกาที่หลับอยู่อย่างลำบากใจ
“ขอโทษนะติรกา แต่ผมจำเป็นต้องทำจริงๆ”

ธงฉานเดินออกมาจากห้องพร้อมกับดึงประตูปิด แล้วหัวเราะ
“ไม่หมดตัวแล้วเรา..หึหึ หึ ฮ่าๆๆ”
ทันทีที่หันหน้ากลับมาก็ต้องตกใจ

ภายในห้อง สมภพกำลังจะก้มโน้มตัวลงไปหาติรกา
“แอ๊กก!” เสียงธงฉานดังขึ้นที่หน้าห้อง
สมภพชะงักมองไปทางหน้าห้อง
“ไอ้ธงฉานส่งเสียงอะไรของมัน”
“เสียงแบบนี้มั้งคะ” เสียงติรกาดังขึ้น
“แบบไหนครับ” สมภพเผลอตอบแล้วนึกได้ หันมาเห็นติรกาลืมตาอยู่ก็ตกใจร้อง “เฮ้ย” ติรกยกขาแล้วยันสมภพอย่างสุดแรง
“โอ๊กก!”
ประตูห้องเปิดเข้ามา รชานนท์ เตือนใจ พุทราพุ่งเข้ามาในห้องทันที
“กระแตเป็นไงบ้าง”
ทุกคนชะงักที่เห็นว่าติรกากำลังเหวี่ยงสมภพมาทางรชานนท์ รชานนท์หลบ สมภพลงไปนอนกลิ้งกับพื้น สมภพเงยขึ้นมาเห็นทุกคน
“โอ้โหมากันครบเลย”
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเลวได้ขนาดนี้”
“ผมต้องการเงิน มันจำเป็นจริงๆ”
“ยังมีหน้ามาขอความเห็นใจอีกเหรอ เลวไม่มีที่ติจริงๆ” เตือนใจพูดขึ้น
รชานนท์ไม่สนใจสมภพรีบเข้าไปหาติรกา
“กระแต คุณเป็นยังไงบ้าง”
ติรกาสีหน้าเย็นชาใส่รชานนท์เพราะ ยังโกรธอยู่ ติรกาปัดมือรชานนท์ออกทันที
“ไม่เป็นไร ดีที่พุทราโทรมาเตือนให้รู้ตัวก่อน”
มัทรีเดินเข้ากอดติรกา
“คุณแม่”
“มัทเป็นห่วงคุณแม่แทบแย่ กลับบ้านนะคะคุณแม่”
“จ๊ะ แต่แม่ต้องจัดการสมภพให้เรียบร้อยก่อน”
ทุกคนหันไปมองสมภพแต่สมภพหายตัวไปแล้ว
“เฮ้ย”
พุทราวิ่งออกไปแล้ววิ่งกลับเข้ามาในห้องอย่างหน้าตาตื่นรีบรายงาน
“ไอ้อ้วนธงฉานก็หายไปด้วยค่ะ”
“คิดว่าทำผิดแล้วจะลอยนวลเหรอ ไม่มีทาง”
ติรกาโกรธมากเดินตามออกไป ทุกคนเดินตาม

สมภพกับธงฉานเข้ามาที่หน้าบ้านในเวลาต่อมา
“เราจะรอดเหรออา”
“ไม่รู้ว่ะ กลับมาตั้งหลักก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
จังหวะเดียวกับเสียงกรี๊ด! ของรุจีดังขึ้นในบ้าน สมภพกับธงฉานรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งกระทันหัน เมื่อพื้นห้อง มีใบหูสี่หู และเลือดกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ รุจียืนมองตัวสั่นมองดูอย่างหวาดกลัว
“ฮากลับมาหันกล่องนี่มันวางไว้ พอเฮาเปิดดูมันก็”
“อา..เลือดทั้งนั้นเลยแล้วนั่นก็หูนี่อา หูคน”
สมภพมองเห็นว่ามีจดหมายแนบมาด้วย สมภพรีบหยิบจดหมายที่เปื้อนเลือดขึ้นมาเปิดอ่าน
“ครั้งนี้ยังไม่ใช่ของจริง ถ้าอั๊วไม่ได้เงินภายในเที่ยงพรุ่งนี้ เมียกับลูกลื้อ หูกุดแน่”
สมภพถึงกับเครียดและคลั่งร้อง “โว้ย” ลั่นบ้าน
“แล้วเปิ้นได้ตังค์หรือยัง ตังค์ที่จะหื้อพวกมัน มันจะได้ปล่อยปี้ดาปิ๊กบ้าน”
“ได้ที่ไหนล่ะ เขาจะตามมาเหยียบอยู่นี่ พวกคุณอาติจับได้แล้วว่าเราไม่ซื่อกับเขา” ธงฉานบอก
“แล้วตีนี้จะยะอันหยังกันเล่า ปี้ดากับตาต้นไม่ต้องหูกุดเหรอเนี่ย เพราะเปิ้นแต้ๆ ปี้ดาไม่น่าเป็นเมียเปิ้นเลย ปี้ดาของรุจี ฮือๆๆ”
สมภพลุกขึ้นจะเดินไป
“อาจะไปไหนน่ะ”
“ฉันจะไปช่วยเมียกับลูกฉันออกมา”
“จะไปบ้านพ่อเลี้ยงเหรอ ถึงตายนะอา” ธงฉานเตือน
“ตายเป็นตาย ฉันจะไม่รออีกแล้ว”
สมภพออกไป รุจีเดินเร็วตาม
“เฮาไปโต้ย รอเฮาโต้ย” (ฉันไปด้วย รอฉันด้วย)
รุจีวิ่งตามสมภพไป ธงฉานมองตามแล้วคิด
“เอาวะ รอผมด้วยอา”
ธงฉานวิ่งตามไปอีกคน
สมภพวิ่งไปที่รถด้านคนขับ ธงฉานกับรุจีขึ้นมาที่นั่งด้านหลัง สมภพขับรถเลี้ยวออกจากบ้าน ขณะที่รถของรชานนท์ที่วิ่งเข้ามายังบ้านสมภพ ทันเห็นรถของสมภพเลี้ยวออกไปพอดี ภายในรถรชานนท์ พุทราพูดขึ้น
“พวกนั้นกำลังจะหนีค่ะคุณติ”
ติรกาพูดกับกับรชานนท์
“ตามไปอย่าให้คลาดสายตานะคะ”
“รับทราบครับผม
รชานนท์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วจนทุกคนหลังติดเบาะ
“เหวอ”

สมภพขับรถมาจอดแอบอยู่แถวๆหน้าบ้านของพ่อเลี้ยงจรัล รชานนท์ขับรถตามมาจอดอยู่ห่างๆ ภายในรถรชานนท์ทุกคนมองอย่างสงสัย
“นี่มันมาบ้านใครเนี่ย” รชานนท์พูดขึ้น
“บ้านใครไม่รู้ แต่รู้ๆ ต้องไม่ให้หนีไปได้ พุทรา” ติรกาเสียงเข้ม
พุทราส่งปืนลูกซองให้
“ตามที่คุณติสั่งเลยค่า กระสุนเต็ม”
“ตาสมภพเป้ากระจุยแน่” เตือนใจว่า

บริเวณประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลเปิดอยู่ มีคนหน้าตาท่าทางโหดเฝ้าอยู่หน้าประตูอยู่ ภายในรถ ธงฉานมองอย่างเข้าไปอย่างหวาดๆ
“เอาไงดีอ่ะอา แต่ละคนดูหน้าโหดๆ ทั้งนั้น พวกมันต้องมีปืนแน่”
“ฉันก็มี”
สมภพเปิดเก๊ะหน้ารถ หยิบปืนสั้นออกมา
“มีปืนกระบอกเดียว แม่หญิงหนึ่งป้อจายสองกับพวกนักเลงเป็นสิบจะไหวเหรอ” รุจีพูดขึ้น
“ไม่ไหวก็ต้องไหว” สมภพว่า
เสียงเคาะกระจกรถของสมภพดังขึ้น สมภพถาม
“ใครเคาะกระจก”
สมภพหันไปเห็นติรกายกปืนเล็งเข้ามา สมภพตกใจ
“เฮ้ย!”
“เปิดประตู” ติรกาสั่งเสียงเข้ม
สมภพรีบเปิดประตู แล้วยกนิ้วปิดปากเป็นเชิงให้ติรกาเบาเสียง “ชู่”
“ชู่ แช่อะไรคิดจะหนีใช่ไหม”
ธงฉานเปิดกระจกด้านหลังบอก
“เบาๆ หน่อยคุณอาติ เดี๋ยวลูกน้องพ่อเลี้ยงมันก็รู้ตัวพอดี”
รชานนท์ตามติรกาเข้ามา
“พ่อเลี้ยงจรัลที่ว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบน่ะเหรอ”
รุจีโผล่หน้ามา
“ใช่เจ้า รุจีกับเปิ้นจะมาช่วยปี้ดากับตาต้นเจ้า”
ติรกาแปลกใจถามขึ้น
“รุจี ทำไมเธอ...”
เสียงเด็กร้อง กับเสียงกรี๊ดของทรงสุดาดังมาจากในบ้านพ่อเลี้ยงจรัล ทุกคนหันไปมอง ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนของพ่อเลี้ยงฉุดกระชากให้เดินตามไป
“ทรงสุดา... ต้น...”
สมภพจะวิ่งเข้าไปช่วยลูกเมียแต่รชานนท์รั้งไว้
“เดี๋ยว จะบุกเดี่ยวไม่กลัวตายหรือไง”
“ตายช่างมัน ฉันไม่อยากรอแล้ว”
รชานนท์มองสมภพที่ดูห่วงทรงสุดาจริง
“งั้นผมไปกับคุณด้วย”
“นนท์” ติรกาเรียก รชานนท์บอก
“คุณรอที่นี่นะกระแต ผมจะรีบออกมา” รชานนท์บอกติรกาแล้วหันไปพูดกับธงฉาน
“เอ้า ไอ้อ้วน ลงมาช่วยอาแกสิวะ”
ธงฉานหน้าเหวอยอมลงมาจากรถขาสั่นๆ รุจีตามลงมา
“รุจีรอที่นี่ มันอันตราย”
รุจีอยากจะขัด แต่สายตารชานนท์ทำให้รุจีไม่กล้าขัด

สมภพ รชานนท์ ธงฉานเข้าไปที่บ้านพ่อเลี้ยง ติรกามองรุจีด้วยสายตางง ๆ เตือนใจกับมัทรีกับพุทราเข้ามา ติรกาถามขึ้น
“นี่มันเรื่องอะไรกันรุจี ทำไมเธอถึงมากับสมภพได้”
รุจีละล้าละลังกำลังตัดสินใจจะตามเข้าไป
“ไว้เคลียร์ทีหลังนะเจ้า ตอนนี้เปิ้นรีบจริงๆ”
รุจีวิ่งตามกลุ่มสมภพไป
“มันยังไงกันนี่” เตือนใจสงสัย
“รุจีมากับคุณสมภพ เรื่องคุณนนท์นอกใจมันชักทะแม่งๆ แล้วนะคะเนี่ย” พุทราว่า
“แม่คะ ถ้ามันอันตรายอย่างที่พ่อบอก แล้วพ่อ..มัทเป็นห่วงพ่อค่ะ” มัทรีบอก
“มีปืนผาหน้าไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกนั้นเข้าไปในนั้นแล้ว” เตือนใจพูดขึ้น
ติรกามองตามอย่างใช้ความคิด

คนเฝ้าประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลกำลังหันไปมองสมุนทั้งสองคนที่ลากตัวทรงสุดากับลูกชายออกไป ธงฉานเดินเข้ามาสะกิดหลังคนเฝ้าประตู ทันทีที่คนเฝ้าประตูหันมา สมภพเอานิ้วจิ้มตาคนเฝ้าประตูทันที คนเฝ้าประตูร้องลั่นพร้อมเอามือกุมที่ตา รชานนท์ได้จังหวะต่อยเสยคางคนเฝ้าประตูอย่างจัง คนเฝ้าประตูล้มไปกองหมดสติสิ้นสภาพ
สียงลูกชายสมภพร้องไห้ดังลั่นมาจากทางหลังบ้าน
“ต้น”
สมภพกับรชานนท์และธงฉานรีบวิ่งไปทางหลังบ้านทันที รุจีที่วิ่งตามเข้ามา เหยียบลูกน้องพ่อเลี้ยงด้วยความแค้น
“ยะปี้เปิ้นเหรอไอ้พวกบ้า”

รุจีวิ่งตามเข้าไป








Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:35:15 น.
Counter : 154 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]