Q[-___-Q ma leaw ja
Group Blog
 
All Blogs
 
13 เคล็ดลับความงามยามเดินทาง

เมื่อถึงวันหยุดยาวๆ ทีไร ใครต่อใครต่างก็เตรียม โปรแกรมเดินทางกันไว้เพียบ ทั้งที่พัก ที่เที่ยว แถมด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ไว้ใส่เฉิดฉายถ่ายภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่เรามักหลงลืมกันไป คือ เรื่องของการดูแลความงามและผิวพรรณ บางคนถึงกับขอผลัดว่าหลังเที่ยวกลับมาค่อยว่ากันใหม่ เพราะไม่รู้จะขนผลิตภัณฑ์นานาชนิดติดกระเป๋าไปอย่างไรหมด

แต่จริงๆ เรามีเทคนิคที่ช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าได้ตั้งหลายอย่าง รวมถึงวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยให้การดูแลตัวเองในยามเดินทางไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย

1.เช็คสภาพอากาศของสถานที่ที่จะไปล่วงหน้า ช่วยให้เราสามารถตระเตรียมของใช้ที่จำเป็น (จริงๆ) ได้ครบถ้วน


2.ไม่ว่าจุดหมายของคุณคือที่ไหน ของ 4 อย่างที่ไม่ควรหลงลืมคือ คลีนเซอร์ ทำความสะอาด ,โทนเนอร์ กระชับผิว, มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มนวล และซันบล็อค ป้องกันแสงแดด


3.สวยแบบประหยัดเนื้อที่ โดยการเลือกนำไปเฉพาะของที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายๆอย่าง เช่น ครีมที่เป็นได้ทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์และลิปบาล์ม, เครื่องสำอางที่เป็นได้ทั้งอายแชโดว์และบรัชออน, แชมพูที่มีครีมนวดในตัว ฯลฯ


4.ขจัดบรรจุภัณฑ์ที่แตกหักได้หรือเทอะทะออกไปให้หมด ด้วยวิธีจัดการง่ายๆ เช่น ถ่ายครีมจากขวดใหญ่ใส่ในขวดเล็กๆ ขนาดพกพา , เปลี่ยนมาใช้ครีมรองพื้นแบบสติ๊กแทนแบบขวด, ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทั้งหลาย เก็บเอาไว้ใช้เวลาเดินทาง หรือจะซื้อเครื่องสำอางประเภทคอมแพ็คเซ็ท ที่ใช้ประโยชน์ได้หลายๆอย่าง


5.อากาศที่แห้งมากมักส่งผลกับผิว ถ้าต้องเดินทางไปในที่ที่อากาศหนาว หรือเดินทางโดยเครื่องบิน อย่าลืมแพ็คครีมทาผิวดีๆ ที่มีความเข้มข้นมากๆ ใส่กระเป๋าแยกไว้ต่างหากจากกระเป๋าใหญ่ เพื่อจะได้หยิบใช้ได้ตลอดเวลา


6.เติมความชุ่มชื่นกับผิวด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 แก้ว โดยเฉพาะถ้าคุณเดินทางด้วยเครื่องบิน เพราะความชิ้นบนเครื่องบางครั้ง ลดต่ำลงมามากกว่าทะเลทรายซะฮาร่าเสียอีก ลองคิดดูแล้วกันว่าผิวพรรณจะเป็นอย่างไร


7.ถ้าคุณมักมีปัญหาเรื่องริมฝีปากแตก ให้ลองใช้วิตามิน E ชนิดที่เป็นของเหลวบรรจุแคปซูล มาทาบางๆหลังจากทาลิปสติก จะช่วยปกป้องอันตรายจากความแห้งของอากาศได้ดีขึ้น


8.เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายและผิวพรรณ ด้วยการทานผักและผลไม้ให้มากๆ นอกจากประโยชน์เรื่องความงามแล้ว วิตามินในผักผลไม้ยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลียน้อยลงด้วย


9.อย่าให้ความอ่อนเพลียจากการเดินทาง มาทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลงไป เพราะจะส่งผลโดยตรงถึงร่างกายและผิวพรรณ แต่ถ้าเป็นมื้อค่ำละก็ ขอแนะนำให้ทานแต่น้อย และใช้เวลาเคี้ยวนานๆ เป็นการช่วยให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งจะส่งผลให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่


10.ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน ควรหาหมอนเล็กๆ (แบบเป่าลมก็ประหยัดเนื้อที่ดี) เอาไว้รองเอวและคอ ถ้าจะให้ดีพกปลอกหมอนผ้าซาตินติดตัวไปด้วย จะช่วยให้ตื่นขึ้นมาโดยที่หน้าไม่มีรอยยับ(ของลายปลอกหมอน) ติดมาด้วย


11.เวลาเดินทาง พยายามเลือกที่นั่งให้ห่างจากหน้าต่างเข้าไว้ แม้ว่าจุดนั้นจะช่วยให้คุณเห็นวิวได้เยอะกว่า แต่รู้ไหมว่าผิวคุณจะต้องทนกับแสงแดดที่ส่องเข้ามานานนับชั่วโมง โดยเฉพาะบนเครื่องบิน ที่อยู่ในสภาวะอากาศที่ไม่หนาแน่นเท่าบนพื้นดิน ภัยจากรังสี uva จะรุนแรงกว่ากันหลายเท่าทีเดียว


12.อย่าอายที่จะมานั่งทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน (ในขณะที่เพื่อนฝูงนอนหลับไปทั้งๆที่หน้ายังไม่ได้ล้างด้วยซ้ำ) เพราะเวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด ใครไม่ทำก้ปล่อยให้เขาหน้าเหี่ยวก่อนวัยไปเถิด


13.หลังกลับจากการเดินทาง อย่าลืมชดเชยครีมบำรุงผิวให้กับผิวส่วนที่คุณไม่ค่อยได้ดูแล ในช่วงเดินทาง เช่น มือ (ที่ใช้แบกสัมภาระหนักอึ้ง) ,เท้า (ที่ใช้เดินวันละ 4-5 กิโล) ฯลฯ ผิวสวยๆ จะได้อยู่กับคุณไปนานๆ


Create Date : 28 กรกฎาคม 2551
Last Update : 28 กรกฎาคม 2551 16:48:34 น. 0 comments
Counter : 179 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นากาชิม่า
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Tried to take a picture
Of love
Didn't think I'd miss her
That much
I want to fill this new frame
But it's empty

Tried to write a letter
In ink
It's been getting better
I think
I got a piece of paper
But it's empty
It's empty

Maybe we're trying
Trying too hard
Maybe we're torn apart
Maybe the timing
Is beating our hearts
We're empty

And I even wonder
If we
Should be getting under
These sheets
We could lie in this bed
But it's empty
It's empty
Friends' blogs
[Add นากาชิม่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.