Q[-___-Q ma leaw ja
Group Blog
 
All Blogs
 
ดวงตาสดใส ด้วยเลสิค Lasik

ใครๆ ก็คงอยากมีสายตาสดใสมองโลกแจ่มชัด โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหนาเตอะ หรือคอนแทคเลนส์ให้วุ่นวาย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ "เลสิค" นวัตกรรมใหม่ในการรักษาสายตา ผงาดขึ้นครองความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การที่เลสิคฮอตฮิตอยู่ทุกวันนี้ ใช่เพียงเหตุผลแค่ผู้คนนึกเบื่อแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เท่านั้นแต่อยู่ที่ความโดดเด่นของวิธีการทำเลสิคเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็วปลอดภัย แถมยังให้ผลอย่างถาวร ข้อดีเยอะขนาดนี้ จะไม่ให้โดนใจเห็นทีคงยาก

เลสิค หรือ LASIK ย่อมาจาก Laser In-Situ Keratomileusis เป็นวิธีที่มีความก้าวหน้าทันสมัยมากวิธีหนึ่งในการรักษาสายตาที่ผิดปกติ (ทั้งสายตาสั้น ยาว หรือเอียง)

โดยใช้เครื่องมือที่สำคัญ 2 ชนิด คือ เครื่องมือแยกชั้นกระจกตา (Microkeratome) และเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser)

มาถึงการเตรียมตัวก่อนทำเลสิคกันก่อนค่ะ

ผู้เข้ารับการรักษาทุกรายจะต้องเข้ารับการตรวจสภาพตาโดยละเอียดจากจักษุแพทย์ เช่น วัดความโค้งและความหนาของกระจกตา วัดขนาดรูม่านตา วัดค่าความผิดปกติของสายตาโดยละเอียด ทั้งก่อนขยายม่านตาและหลังขยายม่านตาด้วยยาหยอดขยายม่านตา รวมถึงการตรวจและประเมินสภาพตาอย่างละเอียด ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมด จักษุแพทย์จะนำมาใช้วางแผนการรักษาและให้ข้อแนะนำแก่ผู้ที่เข้ารับการรักษาต่อไป


ผู้เข้ารับการรักษาที่ใส่คอนแทคเลนส์ จะต้องถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนล่วงหน้า ในกรณีที่ใส่เลนส์ชนิดนิ่มควรถอดก่อนอย่างน้อย 3 วัน ส่วนเลนส์ชนิดแข็งควรถอดก่อนอย่างน้อย 3 สัปดาห์ค่ะ


ที่นี้ก็มาถึงขั้นตอนการทำที่หลาย ๆ ท่านอยากทราบกันมาก

ขั้นตอนการทำเลสิคจะเริ่มจากจักษุแพทย์จะทำการแยกชั้นกระจกตาด้วยเครื่องมือแยกชั้นกระจกตา (Microkeratome) ก่อน จากนั้นจะใช้เครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ทำการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาตามที่ได้คำนวณไว้แล้ว โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมการทำงานของเลเซอร์ทำให้มีความแม่นยำสูง ซึ่งขั้นตอนการใช้เลเซอร์นี้จะใช้เวลาแตกต่างกัน ตามแต่ความมากน้อยของความผิดปกติของสายตาหลังจากนั้นจึงนำชั้นกระจกตาปิดกลับเข้าที่เดิม โดยไม่ต้องมีการเย็บแต่อย่างใด เพียง 3-5 นาที กระจกตาก็จะสมานกลับเข้าที่เดิมโดยธรรมชาติ

โดยปกติ ขั้นตอนการทำเลสิคใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที หรือประมาณ 15 นาที ต่อ 1 ข้าง
การรักษาชนิดนี้ไม่มีความเจ็บปวด เนื่องจากจักษุแพทย์จะใช้ยาชาหยอดตาให้ก่อน และในระหว่างการทำก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฉีดหรือยาสลบแต่อย่างใด ภายหลังการรักษาสามารถกลับบ้านได้ทันทีด้วยค่ะ

โดยทั่วไป การทำเลสิคจะมีระยะการพักฟื้นที่เร็วมาก เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นปกติ โดยส่วนใหญ่สามารถไปทำงานได้ในวันรุ่งขึ้น หลังการรักษาแล้วการมองเห็นมักจะดีขึ้นทันที แต่จะเห็นผลชัดเจนเมื่อได้รับการเปิดตาจากจักษุแพทย์ในวันรุ่งขึ้น ส่วนสายตาจะมองเห็นชัดเจนหรือเข้าที่ก็หลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 3-4 สัปดาห์

ถึงแม้การทำเลสิคจะมีความแม่นยำสูง แต่ผลการรักษาก็ขึ้นกับความมากน้อยของภาวะสายตาที่เป็นอยู่ด้วย จักษุแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและชี้แจงให้ทราบถึงโอกาสของความสำเร็จในการรักษาตามสภาพสายตาที่เป็นอยู่ของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละรายค่ะ

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ คงเห็นด้วยนะคะว่า การทำเลสิคนั้นแสนสะดวกจริง ๆ ใครที่มีปัญหาเรื่องสายตาแล้วอยากจะรักษาด้วยวิธีนี้ ก็ลองมาปรึกษากับจักษุแพทย์ได้ แต่อยากฝากข้อคิดไว้อย่างหนึ่ง แม้ว่าการทำเลสิคอาจดูเหมือนง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แต่ก็อย่าประมาทค่ะ ถ้าคิดจะทำจริง ๆ ก็เลือกทำในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงจะดีกว่า มิฉะนั้นอาจได้ไม่คุ้มเสีย

เชื่อว่าการทำเลสิคคงช่วยให้ความหวังของหลาย ๆ ท่านที่อยากจะโบกมือลาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์... เป็นจริงสักที


Create Date : 06 สิงหาคม 2551
Last Update : 6 สิงหาคม 2551 7:26:38 น. 0 comments
Counter : 224 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นากาชิม่า
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Tried to take a picture
Of love
Didn't think I'd miss her
That much
I want to fill this new frame
But it's empty

Tried to write a letter
In ink
It's been getting better
I think
I got a piece of paper
But it's empty
It's empty

Maybe we're trying
Trying too hard
Maybe we're torn apart
Maybe the timing
Is beating our hearts
We're empty

And I even wonder
If we
Should be getting under
These sheets
We could lie in this bed
But it's empty
It's empty
Friends' blogs
[Add นากาชิม่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.