Q[-___-Q ma leaw ja
Group Blog
 
All Blogs
 
ริมฝีปากสวย...ยั่วใจ

ริมฝีปากสวย...ยั่วใจ




ริมฝีปาก... อวัยวะที่เย้ายวนที่สุดบนใบหน้า เพราะเป็นส่วนที่บ่งบอกได้ดีถึงอารมณ์ ความรู้สึก และนิสัยของผู้เป็นเจ้าของ หากเปรียบดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ริมฝีปากก็คือหน้าต่างของอารมณ์นั่นเอง









ยามอารมณ์แจ่มใส รอบกายมีแต่สิ่งสวยงาม เรียวปากย่อมแย้มยิ้ม แสดงความรู้สึกสุขใจ แต่เมื่อใดเกิดความไม่พอใจหรือไม่สบอารมณ์ เรียวปากน้อย ๆ ก็อาจเหยียดตรง หลุบลง หรือเม้มไว้ บ่งบอกความรู้สึกขัดใจ แม้แต่ศาสตร์โหงวเฮ้งของจีนเองก็ยังยกให้ปากเป็นอวัยวะสำคัญที่บ่งบอกลักษณะนิสัยใจคอ บุคลิก และวิถีชีวิตของผู้เป็นเจ้าของ เรียวปากจึงมีความสำคัญมิใช่น้อย และเป็นอวัยวะสำคัญที่เจ้าของไม่ควรละเลย และด้วยเหตุผลที่ริมฝีปากสามารถสะท้อนความนัยไปถึงอวัยวะอันลึกเร้นของเพศหญิง จุดประสงค์ใหญ่ของการทาปาก จึงเป็นไปเพื่อดึงดูดใจเพศตรงข้ามให้หลงใหลในความชุ่มฉ่ำเย้ายวน...




เรียวปากสวยดังใจ
หญิงสาวทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากมีริมฝีปากสวยงามได้รูป หากใครเกิดมาพร้อมริมฝีปากที่ลงตัวสมสัดส่วนก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากสาวใดไม่โชคดีขนาดนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะการแต่งแต้มและเพิ่มสีสันให้เรียวปากจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพียงแค่มีเรียวปากที่สดใส ทุกส่วนของใบหน้าก็จะดูแจ่มใสเจิดจ้าขึ้นได้อย่างน่าแปลกใจ ลิปสติกจึงเป็นเครื่องสำอางที่สำคัญที่สุดมาตลอดทุกยุค ขนาดสาว ๆ เมื่อ 5,000 ปีก่อน เขาก็ยังใช้สีสันจากธรรมชาติมาทาปากกันแล้ว




ขั้นตอนที่ 1 บำรุงเรียวปาก
ปากที่ทาลิปสติกได้สวยจะต้องเนียนเรียบไม่แห้งแตกเป็นขุย ดังนั้นก่อนทาลิปสติกจึงควรรองพื้นปากด้วยครีมบำรุงริมฝีปากหรือลิปบาล์มเพื่อช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ควรทาลิปบาล์มทันทีหลังจากการทาครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ลิปบาล์มมีเวลาซึมซาบเข้าไปบำรุงผิวปากได้ในขณะที่แต่งใบหน้าส่วนอื่น และเมื่อแต่งหน้าส่วนอื่นเสร็จแล้วจึงใช้กระดาศทิชชูซับลิปบาล์มที่เหลือออกอย่างเบามือ ริมฝีปากจะชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้นในทันทีโดยไม่ทิ้งความมันไว้และสีลิปสติกที่ทาทับลงไปจะติดได้ทนนาน
เคล็บลับ หากต้องการให้สีสันของลิปสติกติดทนนานกว่าเดิม ควรทารองพื้นให้ทั่วริมฝีปากก่อนทาลิปสติก









ขั้นตอนที่ 2 เขียนขอบปาก
เพื่อเน้นริมฝีปากให้เด่นชัดขึ้น ป้องกันไม่ให้สีลิปสติกซึมเลอะขอบปาก และในบางสถานการณ์ยังสามารถช่วยแก้ไขรูปทรงของปากได้ด้วย โดยเริ่มจากการเลือกดินสอเขียนขอบปากที่มีสีใกล้เคียงกับสีผิวปากตามธรรมชาติ หรือคล้ายกับสีลิปสติกที่จะทาให้มากที่สุด บรรจงใช้ดินสอเขียนไปตามรูปขอบปากตามธรรมชาติ ถ้ามือไม่นิ่งพอ ให้วางข้อศอกลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วค่อย ๆ เขียนจะช่วยได้มากเลยค่ะ หลีกเลี่ยงการเขียนขอบปากให้เลยออกมานอกริมฝีปากมากเกินไป เพราะเมื่อสีลิปสติกจางลง เส้นขอบปากจะเด่นจนน่าเกลียด ส่วนถ้าใครอยากวาดขอบปากเพื่อแก้ไขรูปปาก แนะนำว่า ถ้าอยากให้เรียวปากดูบางลง ให้เขียนขอบปากเลยเข้าไปในริมฝีปากเล็กน้อย แต่ถ้าอยากให้ปากดูเต็มอิ่มขึ้นก็วาดขอบปากให้เลยริมฝีปากจริงออกมา โดยเคล็ดลับที่ทำให้เส้นขอบปากไม่โดดจนเกินไปก็คือ ให้ใช้พู่กันทาปากแห้ง ๆ ไล้ไปตามเส้นขอบปากที่เขียนไว้ จะทำให้ขอบปากดูนุ่มขึ้นได้ในทันที และหากอยากให้สีลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้นก็สามารถใช้ดินสอเขียนขอบปากระบายให้ทั่วแทนลิปสติกได้ โดยตั้งดินสอให้ด้านข้างของเนื้อสีชิดกับริมฝีปากเพื่อให้ทาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ตบท้ายด้วยการใช้พู่กันจุ่มลิปบาล์มทาเคลือบริมฝีปากบาง ๆ เพื่อป้องกันปากแห้งแตก ส่วนดินสอแท่งใหญ่ที่ใช้ทาปากโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า ชับบี้สติ๊ก (Chubby Stick) นั้น ไม่ควรนำมาใช้เขียนขอบปากเพราะมีส่วนผสมที่เป็นเนื้อครีมมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ขอบปากเลอะเทอะได้ง่าย
เคล็ดลับ อากาศร้อน ๆ อย่างนี้จะทำให้เนื้อดินสอเขียนขอบปากนิ่มและหักง่าย ก่อนใช้ให้นำไปแช่ตู้เย็น หรือนำมาจุ่มน้ำเย็นสักครู่ จะช่วยให้เนื้อดินสอแข็งขึ้น




ขั้นตอนที่ 3 เลือกเนื้อและสีลิปสติกให้เหมาะกับตัวเอง
หากอยากหาซื้อลิปสติกที่ถูกใจสักแท่ง สาว ๆ คงต้องคิดกันหลายตลบ เพราะลิปสติกมีมากมายหลายสีหลากเฉด แถมยังไม่รู้ว่าลิปสติกสีไหนชนิดใดกันแน่ที่เหมาะกับตัวเอง คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้การเลือกลิปสติกเป็นเรื่องง่ายและสนุกขึ้นค่ะ




วิธีเลือกชนิดของลิปสติก
ลิปสติกเนื้อด้าน (Matte Lipstick)
เหมาะกับการเน้นสีสันของริมฝีปาก เป็นชนิดที่ติดทนนานที่สุดเพราะมีส่วนผสมของแป้งในเปอร์เซ็นต์สูง แต่เมื่อทาแล้วปากจะแห้งมาก แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนส่วนผสมของเนื้อลิปสติกจากแป้งมาเป็นโพลีเมอร์และซิลิโคน เพื่อช่วยให้ปากชุ่มชื้นขึ้น หรือลองผสมลิปสติกเนื้อด้านเข้ากับลิปบาล์ม อาจทำให้ติดทนนานน้อยลงไปบ้างแต่ริมฝีปากจะชุ่มชื้นมากขึ้น









ลิปสติกเนื้อประกาย (Shimmer Lipstick)
เนื้อคล้ายลิปสติกแบบครีม แต่มีส่วนผสมของไมก้าและไททาเนียมไดออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงและเพิ่มประกาย ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นและมีสีสันติดทนพอสมควร เป็นลิปสติกที่เหมาะกับฤดูร้อน















ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick)
สีแบบทึบแสงของลิปสติกชนิดนี้จะช่วยให้ริมฝีปากดูเต็ม อวบอิ่มและอ่อนเยาว์ เนื้อลิปสติกที่เนียนเรียบยังช่วยให้การทาปากสีเข้มดูอ่อนโยนและเย้ายวนขึ้น วิธีที่ดีที่สุดในการทาลิปสติกชนิดนี้คือ ทาชั้นแรกแล้วควรใช้กระดาษทิชชูซับริมฝีปากก่อน จากนั้นใช้พู่กันระบายทับลงไป วิธีนี้จะช่วยให้สีสันติดทนนานขึ้นกว่าเดิม









ลิปสติกเนื้อบางใส (Sheer Lipstick)
เนื้อบางเบาของลิปสติกชนิดนี้จะเผยให้เห็นสีของริมฝีปากจริง ทำให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นสูง แต่จะไม่ติดทนนาน









ลิปกลอส (Gloss)
จะช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่มชุ่มชื้นและดูอ่อนเยาว์ ทั้งยังทำให้ปากเรียบเนียนได้ดีกว่าลิปสติกทั่วไป จะใช้ทาเดี่ยว ๆ เพื่อเน้นสีธรรมชาติของริมฝีปากเพียงอย่างเดียว หรือทาทับลงไปบนลิปสติกเพื่อเพิ่มความเงางามหรือเป็นไฮไลท์ก็ได้









วิธีเลือกลิปสติก
สีสันของลิปสติกมีหลายเฉด หลากโทน รวม ๆ แล้วก็มากมายหลายร้อยสี สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกสีใดก็ตาม คือ อย่าให้แรงดึงดูดแห่งสีสันของลิปสติกเหล่านั้นมีพลังอำนาจมากกว่าตัวตนจริง ๆ ของเรา ควรจะเลือกสีลิปสติกที่บ่งบอกความเป็นตัวตนจริง ๆ ของเรามากกว่า




เลือกสีตามฤดูกาล
ในฤดูร้อนที่ทุก ๆ อย่างรอบตัวสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเช่นนี้ ควรเลือกสีลิปสติกที่เป็นประกาย สดใส แวววาว เพื่อให้ดูสดชื่น มีชีวิตชีวา ยามต้องแสงแดดจ้า ส่วนเมื่อท้องฟ้าไม่ค่อยแจ่มใสนักตอนย่างเข้าฤดูฝน สีลิปสติกที่เหมาะกับสีเทาอึมครึมของท้องฟ้าคือสีชมพูอมม่วง สีน้ำตาลอมม่วง สีม่วงอ่อน หรือสีชมพูนู้ด ก็เหมาะเช่นกัน พอถึงฤดูหนาว สีสันทุกอย่างจะดูเคร่งขรึม โดยเฉพาะบนเวทีแฟชั่นที่สีสันจะเข้มข้นขึ้น หนักขึ้น เด่นชัดขึ้น สีลิปสติกจึงควรจะเข้มอย่างสีไวน์ แดงเบอร์กันดี ม่วงพลัม น้ำตาลช็อกโกแลต ให้เข้ากับสีผ้าทึม ๆ และเนื้อผ้าที่หนา หนัก




ขั้นตอนที่ 4 แต้มสีให้เรียวปาก
ผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมทาลิปสติกโดยตรงจากแท่งหรือใช้วิธีป้ายด้วยปลายนิ้ว แต่การทาลิปสติกที่ถูกต้องที่สุดคือการใช้พู่กันทาปากซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากสำหรับช่างแต่งหน้า เพราะนอกจากจะระบายสีได้สวยเสมอกันทั่วทั้งปากแล้ว ยังทำให้สีติดทนนานขึ้นด้วย เพราะพู่กันจะเกลี่ยสีได้อย่างพอเหมาะพอดี และยังเป็นผลพลอยได้ให้ประหยัดลิปสติกได้ด้วย นอกจากนี้ยังทำให้สีลิปสติกกับเส้นขอบปากที่วาดไว้ กลมกลืนกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับ ควรมีพู่กันทาปากแบบเก็บใส่ปลอกติดตัวไว้ เพื่อจะได้มีพู่กันสะอาด ๆ ไว้แต้มเติมเรียวปากได้ทุกเวลา ควรเลือกชนิดที่มีขนแปรงยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร (1/3 นิ้ว) ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่สั้นไม่ยาว เพื่อควบคุมการทาปากให้เที่ยงตรงที่สุด




ใส่ใจดูแลเรียวปาก
ผิวหนังบริเวณริมฝีปากนั้นทั้งบอบบางและละเอียดอ่อนกว่าผิวส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า และยังอ่อนแอพอ ๆ กับผิวรอบดวงตา เนื่องจากไม่มีต่อมน้ำมันสำหรับเคลือบป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น เราจึงควรใส่ใจดูแลและปกป้องริมฝีปากเป็นพิเศษจากสิ่งรบกวนต่าง ๆ เช่น แสงอาทิตย์ ลม ความร้อน ความแห้งจากเครื่องปรับอากาศ และแม้แต่การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ ซึ่งส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง แตก หรือลอกเป็นขุย สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่มชุ่มชื่นและดูอ่อนเยาว์ก็คือ









1. ลิปบาล์ม หรือที่เรียกกันติดปากว่าลิปมันนั่นเอง ส่วนผสมหลักของลิปบาล์ม มาจากสารที่เป็นไขมันหรือคอเลสเตอรอล เช่น ขี้ผึ้งหรือคาร์นูบาแว็กซ์ ที่ช่วยเคลือบริมฝีปากและเก็บกักความชุ่มชื่นไว้ใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ ในปัจจุบันได้มีการผสมสารกันแดดลงไปในลิปบาล์มหรือลิปสติกจำนวนมากด้วย เนื่องจากพบว่าผิวบริเวณริมฝีปากนั้นแทบจะไม่มีเมลานินซึ่งเป็นกลไกหลักในการป้องกันแสงแดดอยู่เลย เป็นเหตุให้ปากแห้ง แตกหรือไหม้ได้ง่าย ดังนั้นการใช้ลิปสติกหรือลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของสารกันแดดทุกวันจึงจำเป็นเช่นเดียวกับการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเลยทีเดียว




2. เมื่ออายุมากขึ้น ริมฝีปากจะยิ่งสูญเสียไขมันและยิ่งบางลง ผิวรอบริมฝีปากก็จะเริ่มมีริ้วรอยปรากฏให้เห็น ดังนั้นขณะที่ทาครีมบำรุงผิวหน้าจึงไม่ควรลืมบำรุงผิวปากด้วย โดยใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ใช้กับผิวหน้าซึ่งมีส่วนผสมของวิตามินเอ ซี อี และสารป้องกันแสงแดดซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระ อันจะนำมาซึ่งการแก่ก่อนวัย และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ซึ่งจะทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินไปจากผิวด้วย




3. การใช้มาสค์พอกหน้ามาพอกบริเวณริมฝีปากก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิวปากได้ แต่ควรเลือกใช้มาสค์ชนิดที่เพิ่มความชุ่มชื้น (Moisture Mask) เท่านั้น




4. การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและการดื่มน้ำมาก ๆ ก็สามารถช่วยบำรุงรักษาผิวปากได้เช่นกัน ควรดื่มน้ำสะอาดไม่น้อยกว่าวันละ 6-8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ร่างกายและริมฝีปาก




5. การบริหารเรียวปากเพื่อชะลอวัยให้ริมฝีปากไร้ริ้วรอย ทำได้โดย นั่งลงที่หน้ากระจกในตอนเช้า ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนให้มากที่สุด ทำทีละขั้นตอนอย่างช้า ๆ เท่าที่จะทำได้ โดยเริ่มจาก




- ฉีกยิ้มให้มุมปากทั้งสองกางออกไปด้านข้างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ หุบกลับมา ทำซ้ำกันประมาณ 20-30 ครั้ง จะช่วยไม่ให้มุมปากตกและเกิดริ้วรอยรอบมุมปาก ทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อขากรรไกรแข็งแรงขึ้นด้วย

- พูดคำว่า เอ อี ไอ โอ ยู ต่อกันประมาณ 15-20 ครั้ง พูดช้า ๆ ชัด ๆ ทีละคำ จะช่วยแก้อาการเมื่อยปากได้มาก









เคล็ดลับแห่งเรียวปากสวย
1. ในยามคับขันและขาดแคลนลิปสติกจริง ๆ ให้ใช้บลัชออนสีชมพูและอายแชโดว์สีน้ำตาลอ่อนมาขยี้รวมกันบนฝ่ามือ แล้วผสมลิปบาล์มหรือปิโตรเลียมเจลลี่ลงไป เท่านี้ก็ใช้ทาปากแทนลิปสติกได้แล้ว

2. หากไม่อยากให้เส้นขอบปากโดดออกมาเกินไปนัก ให้เขียนขอบปากหลังจากการทาลิปสติกแล้ว เพราะความลื่นของเนื้อลิปสติกจะช่วยให้เขียนขอบปากได้ง่ายขึ้น และจะได้เส้นขอบปากที่ไม่โดดจนเห็นชัดเกินไปด้วย

3. ซื้อลิปสติกมา 5 สี สามารถนำมาผสมกันได้เป็นร้อยสี โดยควรจะมีสีชมพู สีน้ำตาลเข้ม สีแดง สีส้ม และสีใส ๆ ประกายมุกอีก 1 สี แล้วสนุกกับการสร้างสรรค์สีปากด้วยตัวคุณเองได้เลย

4. ถ้าไม่อยากทิ้งลิปสติกแท่งเก่าที่ทาจนกุดแล้ว ให้หาตลับเล็ก ๆ มาหนึ่งตลับ หรือตลับอายแชโดว์เก่าก็ได้ ใช้ช้อนเล็ก ๆ หรือไม้สะอาด ๆ ค่อย ๆ แคะลิปสติกจากแท่งมาใส่ในตลับ ก็จะได้ลิปสติกสีถูกใจไว้ใช้อีกพักใหญ่

5. ถ้าขอบปากตามธรรมชาติไม่ชัดเจนหรือไม่สม่ำเสมอ แก้ไขได้ด้วยการใช้ดินสอเขียนขอบปาก โดยเลือกสีที่ใกล้เคียงกับริมฝีปากจะดีที่สุด

6. หากทาลิปสติกเลยเข้าไปทางด้านในของริมฝีปากจนไม่แน่ใจว่าจะเลอะฟันหรือไม่ ให้ทำเหมือนนางแบบ โดยยิงฟันเอาไว้ แล้วเอานิ้วชี้วางตามแนวนอนระหว่างริมฝีปาก หุบปากเข้ามาจนริมฝีปากด้านในชนกับนิ้ว สีที่จะเลอะฟัน จะมาติดอยู่ที่นิ้วแทน

7. หากเขียนขอบปากเลอะออกมา แก้ไขได้โดยใช้กระดาษทิชชูซับริมฝีปาก แล้วใช้คอตตอนบัดลบขอบปากให้หมด จากนั้นใช้นิ้วแตะคอนซีลเลอร์ทาเบา ๆ ให้รอบขอบปาก ค่อย ๆ เกลี่ยให้กลมกลืน ใช้นิ้วตบแป้งฝุ่นทับเบา ๆ แล้วจึงค่อยวาดขอบปากใหม่

8. วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาปากเป็นขุยคือใช้วาสลีนทาปากให้หนา ๆ แล้วเอาแปรงสีฟันค่อย ๆ ขัดริมฝีปากให้ขุยหลุดออก

9. เวลารีบ ๆ ควรทาลิปสติกสีชมพูอมน้ำตาลที่เข้ากับสีปากธรรมชาติจะดีกว่าทาด้วยสีแดงหรือสีเข้มมาก ๆ เพราะสีเข้มต้องการความแน่นอนและเที่ยงตรงในการทา ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า

10. คนที่มีริมฝีปากเล็ก แก้ไขได้โดยใช้คอนซีลเลอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยกระจายแสงทาให้ทั่วขอบปาก จะทำให้เส้นขอบปากเดิมดูจางลง

11. ถ้าปากแห้งหรือแตก ให้ทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15 และทาซ้ำบ่อย ๆ ตลอดวันโดยไม่ต้องรอให้ปากแห้ง

12. สำหรับคนที่ริมฝีปากเป็นร่อง แก้ไขได้โดยทาอายแชโดว์สีขาวลงไปตามร่องปาก แล้วทาลิปสติกทับ ประกายของอายแชโดว์จะสะท้อนแสงช่วยกลบรอยของร่องปากได้









ปากบอกนิสัย
ตำรานรลักษณ์ศาสตร์ของจีนให้ความสำคัญกับอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้า ตั้งแต่คิ้วใช้ทำนายชื่อเสียงเกียรติยศ ดวงตาบอกถึงความคิดสติปัญญา จมูกทำนายทรัพย์สินและฐานะ หูบอกอำนาจและอายุ และท้ายสุดคือปากนั้นบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยได้
1. ปากใหญ่ เป็นคนกระตือรือร้น ชอบดิ้นรนหาสิ่งแปลกใหม่ เปี่ยวด้วยพลังชีวิต เสาะแสวงหาประสบการณ์ความรู้ใส่ตน
2. ปากเล็ก เป็นคนจิตใจหวั่นไหวง่าย มักเก็บกด มีความใฝ่ฝันและทะเยอทะยาน เช่น ปากของออเดรย์ แฮปเบิร์น
3. ปากอิ่ม เป็นคนที่มีอารมณ์โรแมนติก มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม
4. มุมปากโค้งเล็กน้อย เป็นคนมีจิตใจเข้มแข็งและมีความมั่นใจในตนเองสูงมาก ไม่ว่าจะถูกหรือผิด และไม่ค่อยยอมฟังเหตุผล
5. มุมปากโค้งขึ้น เป็นคนมีความสามารถในการปกครองที่ดี บริหารงานโดยใช้สติปัญญา มีความรับผิดชอบสูง ร่าเริง เปิดเผย และมีเสน่ห์ในตัวเอง
6. ปากอ้าหรือเผยอ เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม อารมณ์ดี เปิดเผย มองโลกในแง่ดี แต่มักลังเล เช่น ปากของแองเจลีน่า โจลี่
7. มีเส้นลึกรอบริมฝีปาก เป็นคนจับจน ทำงานทีละหลายอย่างแต่มักไม่สำเร็จสักอย่างและค่อนข้างตระหนี่ถี่เหนียว
8. ปากบาง เป็นคนมีเหตุผล มีความคิดดี สามารถเก็บความรู้สึกและควบคุมตนเองได้ดี ฉลาดเฉลียว รู้เท่าทันคน
9. ปากคว่ำ เป็นคนดื้อรั้น เอาแต่ใจตนเอง แต่มีความตั้งใจแน่วแน่ ซึ่งปากรูปแบบนี้ค่อนข้างจะหายาก
10. ริมฝีปากล่างหนาเต็มอวบอิ่ม เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ขี้หึง เช่น ปากของบริตนี่ย์ สเปียร์ส
11. ริมฝีปากล่างห้อยและเต็มอิ่ม เป็นคนชอบแสดงอำนาจ เช่น ปากของนาโอมิ แคมป์เบลล์
12. ปากรูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นคนมีจิตใจร่าเริง แจ่มใส มองโลกในแง่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก และมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม เช่น ปากของอูม่า เทอร์แมน
13. ปากบางและกว้าง เป็นคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน มั่นใจในตัวเองสูง จิตใจเข้มแข็ง เย่อหยิ่งทะนงตน และบ้าอำนาจ เช่น ปากของจูเลีย โรเบิร์ตส์
14. ปากรูปหัวใจ เป็นคนอ่อนแอ อ่อนไหว นิ่มนวล ถ้าเป็นผู้ชายก็จะมีจิตใจคล้ายผู้หญิง









เรื่องของริมฝีปากที่คนอยากรู้
ผิวบริเวณริมฝีปากแตกต่างจากผิวบริเวณอื่นอย่างไร
ผิวบริเวณริมฝีปากเป็นส่วนที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นจุดรวมของปลายประสาทนับล้านเส้น ทั้งยังเปลี่ยนแปลงง่าย และบอบบางจนเกือบจะโปร่งใส นอกจากนี้ยังปราศจากต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และรูขุมขน




ทำไมริมฝีปากจึงไวต่อความแห้งและแตกลอกง่าย
เนื่องจากผิวบริเวณริมฝีปากบอบบางกว่าบริเวณอื่น จึงตอบสนองต่อการระคายเคืองได้รวดเร็ว การใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากจะช่วยชะลอการสูญเสียความชุ่มชื้นให้ช้าลง ลดอาการระคายเคืองที่เกิดจากการแตกลอก และช่วยยับยั้งอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย




สภาพแวดล้อมมีผลต่อริมฝีปากหรือไม่
ริมฝีปากเป็นอวัยวะที่อ่อนไหวต่อผลกระทบจากภายนอก เช่น สายลม แสงแดด และสารพิษในสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ เพราะปราการในการป้องกันตัวเองของริมฝีปากนั้นอ่อนแอมาก ทั้งยังเป็นส่วนที่มีปริมาณเมลานินน้อย จึงได้รับผลกระทบจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้มาก




ริมฝีปากของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกันหรือไม่
แม้ว่าผิวหนังบริเวณใบหน้าและร่างกายของหญิงและชายจะต่างกัน แต่ผิวหนังบริเวณริมฝีปากนั้นเหมือนกัน คือ มีความบอบบางและเปลี่ยนสภาพง่าย แต่ริมฝีปากของผู้หญิงจะทนต่อปัจจัยภายนอกได้มากกว่า เพราะผู้หญิงมักทาลิปสติกซึ่งช่วยปกป้องริมฝีปากได้




ลิปบาล์มป้องกันริมฝีปากได้จริงหรือ
การใช้ลิปบาล์มอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก จึงสามารถป้องกันความแห้งจากสายลม สารระคายเคือง และความร้อนสูง ๆ ได้ เนื่องจากในลิปบาล์มมักมีส่วนผสมหลัก คือ กรดไขมันและคอเลสเตอรอล อันเป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติของปราการที่ปกป้องความชุ่มชื้นและช่วยซ่อมแซมผิวหนังชั้นนอกสุดของเรียวปากได้ นอกจากนั้นก็ยังอาจมีส่วนผสมอื่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาผิวปากและต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ ซี และอี ฯลฯ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก //www.newunewlook.com



Create Date : 04 กรกฎาคม 2551
Last Update : 4 กรกฎาคม 2551 15:18:54 น. 0 comments
Counter : 185 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นากาชิม่า
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Tried to take a picture
Of love
Didn't think I'd miss her
That much
I want to fill this new frame
But it's empty

Tried to write a letter
In ink
It's been getting better
I think
I got a piece of paper
But it's empty
It's empty

Maybe we're trying
Trying too hard
Maybe we're torn apart
Maybe the timing
Is beating our hearts
We're empty

And I even wonder
If we
Should be getting under
These sheets
We could lie in this bed
But it's empty
It's empty
Friends' blogs
[Add นากาชิม่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.