Group Blog
 
All blogs
 

1303 +1408 =ระวังให้ดี สองห้องนี้ไม่ธรรมดา

จขบ. ได้ดูสองเรื่องนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน





เรื่องแรก Apartment 1303 (1303 ห้องผีเฮี้ยน) ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่สร้างจากนวนิยายของ เคอิ โออิชิ ผู้เขียน JUON

เรื่องที่สอง 1408 (ห้องสุสานแตก ) หนัง Horror ที่แสดงโดยนักแสดงชื่อดัง 2 คน คือ John Cusack และ Samuel L. Jackson



เรื่อง Apartment 1303
เกี่ยวกับคนที่เข้าไปพักอยู่ที่ห้อง 1303 แล้วได้พบอาถรรพ์ที่มีต้นตอจากแม่ลูกคู่หนึ่ง จนนางเอกที่เข้ามาพักห้องนี้ตัดสินใจหาทางหยุดอาถรรพ์นี้ให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตของหญิงสาวอีกมากจะต้องสังเวยให้กับห้องสยองห้องนี้






เรื่อง 1408
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนุ่มนักเขียนนิยายสยองขวัญคนนึงที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริงจนกว่าจะได้เห็นตัวเป็นๆ เขาเพียรเดินทางไปที่ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่ามีผีหลอก เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องผีเป็นเรื่องที่ไม่มีจริง จนกระทั่งเขามาพักที่ห้อง 1408 ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นห้องอาถรรพ์ ใครก็ตามที่เข้าไปพักห้องนั้นทุกคนล้วนตายอย่างสยอง ในระหว่างที่เขาได้พักที่นั่นเพื่อพิสูจน์ว่าผีไม่มีอยู่จริงได้ไม่นาน เขาก็ได้เห็นกับสิ่งที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนกับตา และอาจจะเอาชีวิตไม่รอดถ้าหนีออกมาไม่ได้...



ลองทายดูสิคะว่า ถ้าสมมุติว่าถ้ามีคนให้จขบ.ไปพักห้องสวีทรูม ในโรงเเรมสุดหรู แบบว่าคืนละหลายแสนฟรีๆ 1 เดือน แถมมีบริการหนุ่มหล่อแบบพระเอกจูมง ไม่ก็แบรด พิทท์มาคอยบริการ แต่ต้องแลกกับข้อแม้ที่ว่า ห้องนั้นเป็นห้องที่ขึ้นชื่อว่ามีผีเฮี้ยน ใครเข้าไปพัก ไม่รอดกลับมาสักราย คุณๆคิดว่า จขบ. ยังจะกล้าไปพักกันไหม

ก. อยากไป เพราะจะได้รู้ด้วยว่าผีมีจริงอ่ะป่ะ แถมได้อยู่ห้องหรูๆกะหนุ่มๆอีกตะหาก เหมือนฮาเร็มยังไงก้อไม่ยู้ อิอิ

ข. ไม่เอาอ่ะ รักตัวกลัวตายมากกว่า ยอมอยู่ห้องรูหนูเหมือนเดิมแหละดีแล้ว


แหะๆ คุณครูมิจิรุขอเลือกข้อ ข. ค่ะ เพราะกลัวผีเป็นที่ซู๊ด...........




สองเรื่องเหมาะสำหรับการนั่งดูสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะหนังไม่ได้หลอน หรือน่ากลัวอะไรมากมาย เพียงแต่ถ้าคุณพักอยู่คนเดียวในห้องหมายเลข 1303 หรือ 1408 ก็ระวังๆกันหน่อยแล้วกันนะ....หุหุ




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:52:27 น.
Counter : 3375 Pageviews.  

The Reaping ...คุณจะทำอย่างไรเมื่อสิ้นศรัทธา?









แหะๆ หยิบหนังเก่าๆมาปัดฝุ่นรีวิวอีกแล้ว........The Reaping (ระบาดนรก...สาปสยองโลก) หนังแนว religious-thriller ของผู้กำกับ สตีเฟ่น ฮอปกินส์ ตอนแรกที่เห็นโฆษณาเรื่องนี้ทางโทรทัศน์ก็กะว่าต้องดูให้ได้ เพราะชอบแนวนี้อยู่แล้ว บวกกับอยากเห็นภาพภัยพิบัติ ทั้ง 10 ประการจากพระเจ้า ก็เลยยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่

1. ภัยพิบัติจากโลหิต Blood
2. ภัยพิบัติจากกบ Frogs
3. ภัยพิบัติจากริ้น Lice
4. ภ้ยพิบ้ติจากเหลือบ Flies
5. ภัยพิบัติที่เกิดกับฝูงสัตว์ Disease
6. ภัยพิบัติจากฝี Boils / Hail
7. ภัยพิบัติจากลูกเห็บ Fire
8. ภัยพิบัติจากฝูงตั๊กแตน Locusts
9. ภัยพิบัติจากความมืด Darkness
10. มรณกรรมของบุตรหัวปี Death of the firstborn
Credit ข้อมูล Plagues of Egypt


หนังเดินเรื่องเกี่ยวกับแคทเธอรีน (Hilary Swank) อดีต ผู้รับใช้พระเจ้าที่กลับหันหลังให้พระองค์ หลังจากที่เธอต้องสูญศรัทธาที่มีเนื่องจากการสูญเสียลูกสาวในระหว่างออกเผยแพร่ศาสนาในซูดาน หลังจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เธอผันตัวมาอยู่ด้านตรงกันข้ามกับพระเจ้าในฐานะศาสตราจารย์ที่หาคำตอบของปาฏิหาริย์แห่งพระเจ้าในที่ต่างๆด้วยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าพระเจ้าไม่ได้มีอยู่จริงแล้วบอกกับทุกคนว่ามันเป็นเพียงเรื่องลวงโลกที่ถูกสร้างขึ้น เธอเดินทางไปทั่วโลก เพื่อตรวจสอบรูปปั้นที่หลั่งน้ำตา กำแพงที่ปรากฎภาพเหมือนของนักบุญต่างๆ และฝ่ามือที่หลั่งเลือด





มีหนังหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงการเสียศรัทธาในเทพเจ้าประจำศาสนาของมนุษย์เราหลังจากที่ต้องสูญเสียคนรักหรือไม่ก็หลังจากชีวิตเกิดพังครืนลงมา ....เมื่อชีวิตมันห่วยแล้วไม่รู้จะโทษใคร ก็โทษพระเจ้าแหละ ง่ายดี!!! ....เช่นแคทเธอรีน นางเอกของหนังเรื่อง ที่ตั้งคำถามขึ้นว่าทำไมพระเจ้าเบื้องบนถึงไม่ช่วยให้ลูกสาวของเธอรอดชีวิตทั้งๆ ที่เธออ้อนวอนขอพระเจ้าแต่หาได้เป็นผลไม่





แต่แล้วเมื่อ ดั๊ก (David Morrissey) ครูวิทยาศาสตร์จากเมืองฮาเว่นได้ขอร้องให้เธอไปคลี่คลายปริศนาเหตุการณ์สั่นประสาท ที่ชาวเมืองพากันคิดว่าเป็น ภัยพิบัติ 10 ประการ ตามตำนานที่ ถูกส่งมาจากพระเจ้า แต่แน่นอนที่แคทเธอรีนจะไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ หรือ คำสาปใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจากคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของเธอก็เห็นชัดเจนแล้วว่าเรื่องพวกนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น เธอไม่ยอมเชื่อแม้กระทั่ง เมื่อบาทหลวงคอสติแกน (Stephen Rea) เตือนว่ามีเรื่องแปลกๆที่เป็นลางร้ายเกิดขึ้นกับรูปถ่ายของเธอ





พอเธอและเบน (Idris Elba) ผู้ช่วยของเธอ เดินทางมาถึงเมืองฮาเว่นที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าและหนองน้ำของหลุยเซียน่า ทั้งสองก็ตรงเข้าตรวจแม่น้ำสีเลือดทันที และผลการตรวจสอบก็ทำให้เธอต้องอ้าปากค้าง เพราะทั้งแม่น้ำได้เปลี่บนสภาพกลายเป็นแม่น้ำเลือด ซึ่งเป็นภัยอย่างแรกในสิบอย่างตามคัมภีร์ไบเบิล
และแล้วภัยพิบัติอื่นก็ค่อยๆ เกิดตามมา ทั้งฝนตกลงมาเป็นกบ, ฝูงแมลงบุกเมือง, โรคระบาดร้ายเรง, ความมืดที่มาปกคลุม และลูกไฟยักษ์ตกลงมาจากท้องฟ้า

แม้เธอจะเผชิญเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยตาตัวเอง และเธอก็ไม่สามารถอธิบายปรากฎการณ์เหล่านี้ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่เธอก็ไม่ยอมเชื่อว่าเกิดมาจากฝีมือพระเจ้า เพราะเธอตั้งใจเป็นปรปักษ์กับปาฏิหาริย์ของพระเจ้าในทุกรูปแบบ

เป็นธรรมดาที่เธอจะเสียศรัทธาเมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ช่วยลูกสาวของเธอ!





เมื่อแคทเธอรีนได้เจอกับสาวน้อยลึกลับชื่อ ลอเรน แมคคอนแนล (Anna Sophia Robb) ที่ชาวเมืองต่างเชื่อว่าเด็กคนนี้แหละที่นำภัยพิบัติของพระเจ้ามาสู่เมืองอันสงบสุข แคทเธอรีนก็เข้าปกป้องเด็กน้อยคนนี้ แต่ยิ่งเธอพยายามหาคำตอบของปริศนาแห่งภัยพิบัติของมากเท่าไร เธอก็ยิ่งได้พบการสมรู้ร่วมคิดที่จะยึดครองโลกนี้ไว้ด้วยความเลวร้าย...


หนังดูเหมือนเป็น religious-thriller ธรรมดาๆ แต่ในความธรรมดานี้ มีบางสิ่งซ่อนอยู่


หนังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา และมนุษย์ ซึ่งมนุษย์เราให้คำจัดความของศาสนาว่าคือที่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมนุษย์ และศาสนา หรือสิ่งที่เป็นตัวแทนของศาสนานี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนกับเรายามตกทุกข์เข็ญ ดังเช่นที่เรามักจะเห็นคนหลายต่อหลายคนที่หันเข้าหาวัดหลังจากที่เจอมรสุมชีวิต


และสาเหตุหนึ่งของการนับถือศาสนา หรือตัวแทนของศาสนานั่นคือ เราต้องการผลประโยชน์จากศาสนาใช่ไหม? เช่นถ้าเราอยากรวย หรือ อยากสอบเอ็นท์ติด เราก็ไปบนบานสานกล่าวให้ศาสนาช่วยเรา หรือถ้าเราถูกทักว่ากำลังมีเคราะห์ เราก็มักจะไปหาพระเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือหาเครื่องลางขลังๆมาห้อยเพื่อให้พ้นเคราะห์เร็วๆใช่หรือไม่


เช่นล่าสุดที่มีกระแสของขลังองค์กลมๆดังขึ้นมาเพราะมีคนออกมาให้ข่าวอยู่เนืองๆว่า พกแล้วปลอดภัยจากพยันอันตรายและได้เงินทองไหลมาเทมา ทำให้คนแห่กันไปจองมาบูชา ถึงขนาดที่วันจองต้องเหยียบกันตาย
อ่านข่าวได้ที่ลิงค์ ข่าว


และตามกฎของ Demand – Supply เมื่อมีคนนับแสนนับล้านอยากได้ ราคาของดินปั้นกลมๆนี้ก็ถีบทะยานตัวพุ่งขึ้นเป็นหลักพันหลักหมื่น หลายคนหันมาปั๊มเจ้าเครื่องรางชนิดนี้ขายกันเป็นแถว แม้กระทั้งเซเว่นแค็ทตาล็อก หรือ แค็ทตาล็อกของมิสทีนก็มีขาย แต่ตอนนี้เป็นยังไง จากที่ช่วงนั้นแย่งกันจบเหยียบกันตาย ตอนนี้เห็นเอามาขายเกลื่อนกลาดตามริมถนน สนนราคาองค์ละสิบ องค์ละร้อย (กระทั่ง จขบ. ยังได้มาฟรีตั้งหลาย องค์ ก็ได้แต่เก็บใส่ลิ้นชักไว้ ยังไม่เคยได้แงะออกมาบูชากราบไหว้สักที)


และถ้าหากว่า ศาสนาหรือเครื่องรางที่เป็นตัวแทนของศาสนาเหล่านั้นไม่มีผลทางอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แล้ว จะมีคนสักกี่มากน้อยที่ยังเคารพกราบไหว้อยู่? จากประสบการณ์อันน้อยนิดของ จขบ. ขอฟันธงลงไปเลยว่า มี แต่มีน้อย!!


เช่นที่แคทเธอลีน นางเอกของเรื่องที่เป็นถึงผู้รับใช้ศาสนา เธอศรัทธามากถึงขนาดที่ยอมไปตกระกำลำบากในต่างบ้านต่างเมืองเพื่อเผยแพร่หลักธรรมของศาสนาที่เธอเชื่อ แต่เมื่อเธอคิดว่าพระเจ้าได้หักหลังเธอ ทำให้เธอกลับแค้นเคือง และเดินหลันหลังให้พระเจ้า เมื่อพระเจ้าไม่ให้ในสิ่งที่เธอ ผลก็คือความศรัทธาของเธอก็สลายสิ้นไป





กลับมาที่ตัวหนัง แม้ The Reaping จะได้นักแสดงมืออาชีพ และพลอตที่น่าสนใจ กับความพร้อมทาง Special Effects ที่สามารถใส่ได้ไม่ยั้งในหลายๆฉากซึ่งแสนจะเอื้ออำนวย แต่หนังกลับไม่สามารถสร้างความหลอน และเขย่าขวัญคนดูได้สักเท่าไร ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังเขย่าขวัญ!





ฉากที่ชอบที่สุดคือ การที่แคทเธอรีนร่ายหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่า ภัยพิบัติ 10 ประการที่เคยเกิดในอียิปต์นั้นสามารถอธิบายได้ทั้งสิ้น คำอธิบายนี้แหละที่ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมรับเรื่องปาฏิหารย์จากพระเจ้าอย่างแรงแม้จะเกิดภัยอะไรก็เถอะ


แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากดูหนังเอาสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก และถ้าอยากเห็นว่าภาพของภัยพิบัติ 10 ประการเป็นอย่างไร ก็หาเรื่องนี้มาดูช่วงวันหยุดเล่นๆได้ โดยไม่น่าเสียดายเงินเท่าไร


ปล.

1. Hillary Swank ก็ดูสวยน่ารักขึ้นแม้จะอายุอานามก็เริ่มมากขึ้นแล้ว

2. Stephen Rea แสดงได้ดี แต่ดันมีบทนิดเดียว

3. น้อง Anna Sophia Robb จขบ. เห็นเธอจากเรื่องนี้แล้วเพิ่งนึกได้ว่าเป็นคนเดียวกะที่เล่น Charlie and the Chocolate Factory และ Bridge to Terabithia ที่ จขบ. ชอบนักหนา และน้องคนนี้แหละ กลายมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของ จขบ. เทียบชั้น Dakota Fanning เลยทีเดียว (แม้ฝีมือยังเทียบ Dakota Fanning ไม่ค่อยได้ก็เถอะ)










 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:53:37 น.
Counter : 3381 Pageviews.  

ได้ตั๋วหนังฟรี เลยอยากมาเล่า - ตำนาน Beowulf ฉบับวรรณคดี


ได้ตั๋วหนัง อนิเมชั่นฟรีจาก Bloggang มา 2 ใบ เรื่อง Beowulf - ขุนศึกโค่นอสูร ในระบบ 3 มิติ ที่โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ตื่นเต้นค่ะ เพราะไม่เคยดูหนังสามมิติมาก่อน (หุหุ แอบบ้านนอก)



จขบ.เลิกงานแล้วรีบติดปีก ดิ่งตรงจากที่ทำงาน ขับรถผ่านแยกราชเทวี ตรงไปกะจะเลี้ยวซ้ายผ่านพารากอนเพื่อเข้าห้าง Central World ......แต่อ้าว.....ดันเลี้ยวไม่ได้เพราะตำรวจปิดถนน....พอตรงไปเลี้ยวเข้าสยาม ทะลุออกมาจากอีกฟาก ดันออกผิดช่อง เลยต้องวนอีกรอบใหญ่ๆ ถึงโรงหนัง หกโมงครึ่ง ห้าง Central World นี้ จขบ. ไปครั้งนี้เป็นครั้งแรกค่ะ (แถมดันหลงเดินไปโรงเมเจอร์อีก ...ไม่รู้นี่นา ว่าที่นี่มีโรงหนังสองเครือ ) กว่าจะหาทางไปโรงหนังได้ ก็ทุ่มนึงแล้วค่ะ (บ้านนอกสุดๆ ไม่เคยไปห้างนี้เลย ใหญ่กว่าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าห้างประจำของ จขบ. หลายเท่า)


พอไปถึงก็รับตั๋วหนัง แล้วรอรับเเว่น 3 มิติ ตอนรับนี่ต้องเอาบัตรประชาชนไปแลก เลยเสียเวลาอยู่บ้าง (เอ....แต่แอบเห็นที่ก้านแว่นติด Thief Tag ด้วยนี่) ตอนรอรับแว่นก็ใช้เวลาไม่มาก แต่ตอนคืนแว่น ใช้เวลาเกือบ 15 นาที คิดว่าถ้าระบบของโรงหนังพร้อมกว่านี้ คงจะใช้เวลาในการรับ-คืนแว่น น้อยลงกว่านี้


เข้าไปในโรง ดูสะอาดตาดี เก้าอี้นั่งสบาย แอร์ไม่เย็นเกินไป ระบบเสียงก็ดี ไม่โครมครามเหมือนโรงอื่นๆ ชักติดใจแล้วอ่ะดิ


ทีนี้ว่ากันถึงตัวหนัง.... คิดว่ามีคนรีวิวเรื่องนี้ไว้เยอะ เอาเป็นว่าคุณครูมิจิรุจะเล่าเรื่องตำนาน Beowulf ฉบับวรรณคดีอังกฤษ ที่เป็นที่มาของอนิเมชั่นสามมิติชื่อเดียวกันนี้ดีกว่าเนอะ





ตำนาน Beowulf มาจากวรรณคดีอังกฤษโบราณ ซึ่งออกเสียงว่า เบ-เออะ-วุฟ แต่เรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า Beowulf แล้วกัน...


แม้ Beowulf เป็นมหากาพย์เรื่องแรกในวรรณคดีอังกฤษ แต่เนื้อเรื่องกลับกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับ กษัตริย์และวีรบุรุษ ของดินแดน Scandinavian ชื่อผู้แต่ง และเวลาที่แต่งเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนา เพราะ manuscript หรือ บันทึกที่จดจารเรื่อง Beowulf ไว้ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง เอาไว้ด้วย


ภาพหน้าปกของเอกสารที่บันทึกเรื่อง Beowulf


ทีนี้ผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไม Beowulf เป็นวรรณคดีอังกฤษ แต่กลับไปเดินเรื่องเกี่ยวกับชาว Scandinavian เป็นเพราะเมื่อก่อนที่เกาะอังกฤษจะแบ่งเป็นประเทศชัดเจนแบบปัจจุบันนี้ คนที่อยู่แถบบริเวณเกาะอังกฤษเดิมนั้น เราเรียกว่าชาว Briton (ชาวอังกฤษแท้แต่ดั้งเดิม) แต่ตอนหลังๆ ชาว Briton ถูกเพื่อนบ้านเช่น Scot เล่นงานเพื่อชิงดินแดน ชาว Briton เลยขอความช่วยเหลือจากพวกทหาร Scandinavian เพื่อช่วยมารบ จนชาว Scandinavian แต่งงานจนมีลูกผสมกับชาว Briton แล้วท้ายทึ่สุดชาว Scandinavian ก็ขับไล่พวก Briton ออกไปจากเกาะใหญ่ พวกคน Briton หรือชาวพื้นเมืองเดิมต้องถอยร่นไปอาศัยอยู่ที่ Wales, Scotland และ Ireland ที่นี้ พวก Scandinavian ที่เข้ามายึดครอง มาจากสองชนเผ่าใหญ่ คือ Angle และ Saxon (ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Anglo-Saxon) แล้วพวก Scandinavian ที่เข้ามายึดดินแดนนี่แหละ ก็ตั้งชื่อพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมาว่า ดินแดนของพวก Angle (Angle land) หรือ England ในปัจจุบัน และในเมื่อชาวอังกฤษปัจจุบันมาจากพวก Scandinavian ที่อพยพเข้ามา ทำให้ภาษาอังกฤษ จะคล้ายคลึงกับภาษาในแถบ Scandinavian


และในสมัยโบราณนั้น แม้จะตั้งเป็นประเทศ England แล้ว แต่ยังไม่มีภาษาเขียนที่รวมเป็นของตัวเอง (เพราะชาว Scandinavian ที่เข้ามายึดดินแดนก็มาจากหลากเผ่า) ดังนั้น วรรณคดี หรือการเล่าเรื่องราวต่างๆ จึงต้องมาในรูปของมุขปาฐะ หรือ เล่าจากปากเปล่าเท่านั้น


แล้วตำนาน Beowulf จากที่เคยเป็นเรื่องเล่า (เหมือนที่เราเห็นในหนัง ว่าทุกครั้งที่มีการสร้างวีรกรรม ก็จะให้คนออกไปเล่าในดินแดนต่างๆ) ก็มีคนเอามาเขียนเป็นเอกสารขึ้นภายหลัง (เอกสาร Beowulf ประกอบด้วยกลอน 3182 บรรทัด เขียนเป็นเอกสารโดยนักเขียนสองคน ) แต่เอกสารชิ้นนี้เกือบถูกไฟไหม้เนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้กรุงลอนดอนครั้งใหญ่ แต่ก็โชคดีที่ไฟไหม้ไม่หมดทุกส่วน แค่ถากๆไปโดนข้างๆของเอกสาร ทำให้เรายังสามารถอ่านเอกสารนั้นได้ และโชคดีอีกอย่างคือมีชาวยุโรปพวกนึงได้คัดลอกเอกสารนี้เอาไว้ คนรุ่นหลังเลยพอจะมีหลักฐานถึงเนื้อความของเอกสารก่อนถูกไฟไหม้


และอย่างที่ จขบ. เล่าไปก่อนหน้านี้ว่า Beowulf เป็นมหากาพย์เรื่องแรกในวรรณคดีอังกฤษ ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษาโบราณมากๆ และเป็นมหากาพย์ในแนว heroic poetry คือ กล่าวสรรเสริญวีรบุรุษ และกษัตริย์ผู้กล้าหาญ เพราะว่ายุคนั้นเป็นยุคเพิ่งสร้างชาติ ต้องการปลุกระดมจิตใจ ประชาชน และ ทหารให้ฮึกเหิม

* เเจ้งก่อนนะคะว่า เรื่อง ที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็น Beowulf ในฉบับวรรณคดี ไม่ตรงกับในหนังทั้ง 100% นะคะ เพราะตัวหนังได้มีการดัดแปลงเนื้อเรื่องบางส่วน ทำให้เนื้อเรื่องต่างไปจากวรรณคดีต้นฉบับ*

เรื่อง Beowulf ได้กล่าวถึง ตำนานของวีรบุรุษ นาม Beowulf กษัตริย์ของชาว Geat (กีท) ซึ่ง Beowulf เป็นคนแข็งแรง และรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนธรรมดา เขา ได้รับคำขอร้องจาก Hrothgar (ฮรอทการ์) กษัตริย์ชรา ให้มาปราบ Grendel (เกรนเดล) เนื่องจากพ่อของBeowulf ได้เคยติดหนี้ Hrothgar ทำให้ Beowulf ต้องมาช่วยปราบปิศาจเพื่อใช้หนี้ที่พ่อก่อไว้


กษัตริย์ชรา Hrothgar และ Beowulf


ปีศาจ Grendel มีประวัติว่าสืบเชื้อสายมาจาก Cain (เคน) ในคัมภีร์ไบเบิล ( ซึ่ง Cain นี่แหละเป็นลูกของ อดัม กับอีฟ ที่ถูกไล่ออกจากสวรรค์เพราะไม่เชื่อฟังพระเจ้า Cain มีพี่น้องชื่อ Abel (เอเบล) โดย Cain มีนิสัยโหดร้าย แต่ Abel กลับ มีนิสัยตรงกลันข้าม คือมีนิสัยดี เคารพเชื่อฟังพระเจ้า แต่ Cain กลับสังหาร Abel ทิ้ง ซึ่งถือเป็นการฆาตรกรรม ครั้งแรกในโลก)


ปีศาจ Grendel


เจ้าปีศาจ Grendel นั้น ชอบมาจับทหารของ Hrothgar มากินเป็นอาหาร เมื่อBeowulf มาช่วยปราบปีศาจ ได้สำเร็จก็มีการฉลองร้องรำทำเพลง ซึ่งขณะที่กำลังฉลองอยู่นั้นเอง แม่ของ Grendel ก็ออกมาแผลงฤทธิ์แก้แค้นแทนลูกชาย ทำให้ Beowulf ต้องออกไปตามจับปีศาจตัวแม่ถึงในถ้ำมืดที่เป็นที่อาศัยของมัน




ภาพร่างของนางปีศาจในหนัง (แองเจลิน่า โจลี่)


และขณะที่ Beowulf ต่อสู้กับนางปีศาจ เขาก็พบดาบมังกรแขวนอยู่ที่ผนังถ้ำ ทำให้ Beowulf สามารถปราบนางปีศาจได้สำเร็จ และเขายังได้ตัดหัวนางปีศาจกลับไปให้กษัตริย์ชรา Hrothgar ด้วย และศึกระหว่าง Beowulf และปิศาจทั้งสองครั้งนี้เองที่ทำให้ Beowulf ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ และได้ครองบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์ชาว Geat องค์ก่อน



เมื่อ Beowulf ได้ครองราชย์เป็นปีที่ห้าสิบ ก็มีมังกรไฟออกอาละวาด ทำร้ายผู้คน จน Beowulf ในวัยชราต้องออกไปสู้รบกับปิศาจอีกครั้ง แต่แม้ครั้งนี้ Beowulf จะฆ่ามังกรได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ความตาย


ทีนี้คนที่ดูหนังแล้วอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมในเรื่องต้องอ้าง หรือพาดพิงถึงไม้กางเขน และ จีซัส ไครสท์ หลายครั้ง หรือในฉากที่มังกรไฟพ่นไฟใส่ไม้กางเขน ซึ่งจากวรรณคดีเรื่อง Beowulf นี้ นักวิชาการเขายังถกเถียงกันในประเด็นว่าเป็นวรรณคดีเกี่ยวกับศาสนาหรือไม่ เพราะนักวิชาการบางส่วนตีความว่า Beowulf คือตัวแทนของพระเจ้า เฉกเช่นพระเยซู ที่ช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากสิ่งที่ชั่วร้าย อันนี้ จขบ. ก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งถึงเรื่องนี้เท่าไร ถ้าใครมีคำอธิบายก็รบกวนอธิบายเพิ่มได้ จะยินดีมากค่ะ



Credit ภาพ
mono2u.com


Official Site
-> //www.beowulf-thai.com (Thai)
-> //www.beowulfmovie.com (Eng)




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 23:42:25 น.
Counter : 2876 Pageviews.  

I'm Bond, James Bond. โฉมหน้าพยัฆร้าย 007 ทั้ง 6 นาย


Sean Connery

อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 32 / 51

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น
Official Movie List ( 6 ):
Dr. No (1962), Diamonds Are Forever (1971), You Only Live Twice (1967), Thunderball (1965), Goldfinger (1964), From Russia With Love (1963),
Unofficial Movie List ( 1 ):
Never Say Never Again (1983)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007





George Lazenby


อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 30 / 30

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น ( 1 )
On Her Majesty's Secret Service (1969)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007





Roger Moore


อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 45 / 57

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น ( 7 )
A View To A Kill (1985), Octopussy (1983), For Your Eyes Only (1981), Moonraker (1979), The Spy Who Loved Me (1977),
The Man With The Golden Gun (1974), Live And Let Die (1973)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007




Timothy Dalton


อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 41 / 42

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น ( 2 )
The Living Daylights (1987), Licence To Kill (1989)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007




Pierce Brosnan


อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 42 / 49

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น ( 4 )
Die Another Day (2002), The World Is Not Enough (1999),
Tomorrow Never Dies (1997), GoldenEye (1995)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007




Daniel Craig


อายุขณะรับบทบอนด์ครั้งแรก/ครั้งล่าสุด : 37 / ขณะนี้กำลังถ่ายทำภาคใหม่

รายชื่อตอน 007 ที่เล่น ( 1 )
Casino Royale (2006)
007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007 - 007

CREDIT: 007




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:51:36 น.
Counter : 550 Pageviews.  

Bond Girls ทั้ง 49 นาง ช่างน่าอิจฉาอีตา เจมส์ บอนด์ 007

แหะๆ ออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ได้มีความรู้เรื่องเจมส์ บอนด์เท่าไรนัก เพราะแม้ว่าจะได้ดูครบทุกตอน แต่จำเนื้อหาไม่ได้มากนักเพราะหนังเก่ามากแล้ว และก็เพราะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เจมส์ บอนด์ ยกเว้นตอนล่าสุด 007 ตอน Casino Royale นี่ทำให้เปลี่ยนทัศนคติ กลายเป็นชอบสายลับคนนี้ไปโดยบัดดล

เพิ่มเติมข้อมูลให้อีกนิด ว่าชื่อ James Bonds มาจากตอนที่ Ian Fleming คนแต่งเรื่องนี้ เหลือบไปเห็นชื่อผู้แต่งหนังสือเล่มนึงหน้าปกหนังสือเล่มนึง เล่มนี้ล่ะค่ะ


ใช่แล้วค่ะ ชื่อคนแต่งหนังสือเล่มนี่ล่ะค่ะที่เป็นที่มาของชื่อพยัฆร้าย 007 ค่ะ

.....ลองมาชมภาพของสาวๆของบอนด์ในยุคต่างๆกันนะคะ...แล้วสาวบอนด์ในใจคุณล่ะ คือใคร


James Bond ทั้ง 6 คน
แถวบน - Sean Connery, George Lazenby, Roger Moore
แถวล่าง - Timothy Dalton, Pierce Brosnan, Daniel Craig
ภาพจาก wikimedia




Dr. No (1962)

Honey Ryder Played by Ursula Andress
Sylvia Trench Played by Eunice Gayson



From Russia With Love (1963)

Tatiana Romanova Played by Daniela Bianchi



Goldfinger (1964)

Pussy Galore Played by Honor Blackman
Jill Masterson Played by Shirley Eaton
Tilly Masterson Played by Tania Mallett



Thunderball (1965)


Domino Derval Played by Claudine Auger
Patricia Fearing Played by Molly Peters
Paula Caplan Played by Martine Beswick
Fiona Volpe Played by Luciana Paluzzi



You Only Live Twice (1967)

Kissy Suzuki Played by Mie Hama
Aki Played by Akiko Wakabayawshi
Helga Brandt Played by Karin Dor



On Her Majesty's Secret Service (1969)

Tracy Draco Played by Diana Rigg
Ruby Bartlett Played by Angela Scoular



Diamonds Are Forever (1971)

Tiffany Case Played by Jill St. John
Plenty O'Toole Played by Lana Wood



Live and Let Die (1973)

Solitaire Played by Jane Seymour
Rosie Carver Played by Gloria Hendry



The Man with the Golden Gun (1974)

Mary Goodnight Played by Britt Ekland
Andrea Anders Played by Maud Adams



The Spy Who Loved Me (1977)

Anya Amasova Played by Barbara Bach
Naomi Played by Caroline Munroe



Moonraker (1979)

Holly Goodhead Played by Lois Chiles
Corinne Dufour Played by Corinne Clery



For Your Eyes Only (1981)

Melina Havelock Played by Carole Bouquet
Countess Lisl Played by Cassandra Harris
Bibi Played by Lynn Holly-Johnson



Octopussy (1983)

Octopussy Played by Maud Adams
Magda Played by Kristina Wayborn



Never Say Never Again (1983)

Domino Petacchi Played by Kim Basinger
Fatima Blush Played by Barbara Carrera



A View to a Kill (1985)

Stacey Sutton Played by Tanya Roberts
MayDay Played by Grace Jones
Pola Ivanova Played by Fiona Fullerton



The Living Daylights (1987)

Kara Milovy Played by Maryam D'Abo



Licence to Kill (1989)

Pam Bouvier Played by Carey Lowell
Lupe Lamora Played by Talisa Soto



GoldenEye (1995)

Natalya Simonova Played by Izabella Scorupco
Xenia Onatopp Played by Famke Janssen



Tomorrow Never Dies (1997)

Wai Lin Played by Michelle Yeoh
Paris Carver Played by Teri Hatcher



The World is Not Enough (1999)

Christmas Jones Played by Denise Richards
Elektra King Played by Sophie Marceau
Cigar Girl Played by Maria Grazia Cuccinotta



Die Another Day (2002)

Miranda Frost Played by Rosamund Pike
Jinx Played by Halle Berry



Casino Royale (2006)

Vesper Lynd Played by Eva Green
Solange Played by Caterina Murino


Credit ภาพจากลิงค์ >> สาวบอนด์





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:51:16 น.
Counter : 13333 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.