Group Blog
 
All blogs
 
The Messengers คนเห็นผี+โครตผีดุ = คนเห็นโครตผี (ที่เกือบดุ)







The messengers ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดสยองขวัญเรื่องแรกของ อ๊อกไซด์-แดนนี่ แปง ที่ทำรายได้เปิดตัวขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศ อำนวยการสร้างโดย “แซม ไรมี่” ที่ถึงกับกล่าวชื่นชมพี่น้องฝาแฝดว่า... “เป็นหนังผีที่ไม่เหมือนใคร” และนี่ถือเป็นหนังแนวถนัดของฝาแฝดแปงซะด้วย ซึ่งโอกาสที่ผ่านเข้ามานี้อาจจะเป็นใบเบิกทางให้ได้มีโอกาสจับหนังฟอร์มใหญ่กว่านี้ในอนาคตก็เป็นได้





หนังเริ่มเดินเรื่องเรื่องราวของครอบครัวพ่อ แม่ ลูกสองที่ทิ้งชีวิตชาวเมืองเพื่อไปอยู่ในบ้านผีสิงหลังนึงท่ามกลางฟาร์มดอกทานตะวันอันห่างไกล พล็อตนี้ก็คนดูก็คงพอเดาได้ว่าจะได้ชมโชว์สยองขวัญแบบไหนบ้าง แต่ส่วนที่คนดูต้องรอลุ้นกันคือ ทำไมถึงตัดสินใจไปอยู่บ้านที่ดูเหมือนบ้านผีสิงกลางป่าซะขนาดนั้น (ขนาดที่ว่าใช้ไปอยู่ฟรีก็ยังต้องขอคิดดูนานๆก่อน) ทำไมผีมันถึงได้หลอก และตอนจบหนังจะเฉลยอย่างไร




เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านได้สักพัก หนังก็เริ่มฉายแววความเฮี้ยน เมื่อ เบน ลูกชายคนเล็กของบ้านที่พูดไม่ได้ เริ่มมองเห็นสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าผี และ เมื่อบรรดาผีเหล่านั้นเริ่มก่อกวนมากขึ้น อาการ คนเห็นผี ก็ลามมาถึงพี่สาวคนสวยด้วย โดยที่พ่อและแม่ไม่ได้รับรู้ถึง ผี เหล่านั้นเลย ทำให้วัยรุ่นที่มีอดีตอันเจ็บปวดอย่างเธอเป็นที่ต้องสงสัยว่าเธอมีสติสมประกอบดีหรือไม่





สไตล์ที่พวกแปงนำมาใช้ในหนังเป็นแบบที่เล่นกับความเงียบ ใช้คนน้อยๆ ไม่มีฝนฟ้าคะนอง ไม่มีฉากไฟดับ และที่สำคัญฉากสยองขวัญส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน! ซึ่งหนังสร้างบรรยากาศ และหาโลเคชั่นได้ดี ขนาดว่าแค่เห็นตัวบ้านตอนกลางวันยังพาลไปให้คิดถึงบ้านผีเฮี้ยน แถมอีกาอีกตั้งฝูงที่มาร่วมฉาก ก็ทำให้หนังดูน่ากลัวขึ้นเท่าตัว (แต่แอบคิดถึงเรื่อง The Birds ของ Hitchcock ไม่ได้)


จากบทหนังที่อ่อน ดาราที่เล่นก็ไม่ค่อยมีชื่อ เอฟเฟคก็พื้นๆ แต่พี่น้องแปงก็กำกับเรื่องนี้ได้สนุกพอควร ซึ่ง The messengers เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บทที่แย่ ยังสามารถเป็นหนังที่ดีพอประมาณได้ ถ้าได้ผู้กำกับที่มีความสามารถ ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของพี่น้องแปงที่สร้างบรรยากาศในการเขย่าขวัญคนดูได้ดี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังที่เล่นกับอารมณ์อารมณ์สยองแบบที่ไม่ใช่หนังผี)





แต่ที่ขัดใจอย่างมากคือ เมื่อไรไอ้ผีพิการคลานยึกยือจะหมดไปจากสารบบหนังผีซะที แถมในเรื่องนี้มันไม่คลานอย่างเดียว มันกลับมาวิ่งไต่ผนังราวกะจิ้งจกตุ๊กแกไม่ปาน แถมฉากรอยชื้นบนฝาผนังเนี่ยก็เห็นกันบ่อยเกิ๊น...น่าจะสูญพันธุ์ไปได้แล้ว (แถมมองรอยบนเพดานห้องน้ำที่บ้านตัวเองทีไร อดนึกไม่ได้ว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาทุกที) ซึ่งทั้งฉาก ผีไม่มีกระดูก กะ คราบเชื้อราข้างฝาผนัง และ เสียงกึกกัก ก็พาลให้อดนึกถึงบรรพบุรุษผีที่หลอกแบบไม่มีกาละเทศะอย่าง The Grudgeไปไม่ได้ แต่ใน The messengers ผีมันออกถี่ ออกมาถูกจังหวะ และออกมาแบบมีชั้นเชิงมากกว่าบรรพพบุรุษของมันที่อพยพมาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่น





อีกอย่างคือชื่อเรื่องที่มันน่าขัดใจซะเหลือเกิน คิดให้มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้หรือไร แหม คิดชื่อหนังโดยใช้สมาการง่ายๆเลยนะคุณขาที่เอาชื่อ โคตรผีดุ + คนเห็นผี = คนเห็นโคตรผี นี่ถ้ามีภาค 2 คงเอาชื่อ โคตรผีดุ + คนเห็นผี + ผีอยากกลับมาเกิด = คนเห็นโคตรผีที่อยากกลับมาเกิด อิอิ


สรุปว่า The Messengers เป็นหนังที่ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดีพอควร สำหรับพี่น้องแปงในถนนสายฮอลลีวูด เพียงแต่รอดูอย่างเอาใจช่วยว่า เมื่อไรสองพี่น้องจะมีโอกาสได้ทุน ได้ดารา ได้บทดีๆ และงานโปรดักชั่นดีๆ เพื่อที่จะทำหนังในสไตล์ที่เป็นตัวเองมากขึ้น และจขบ. เองก็คงรอคอยว่า เมื่อไรจะได้มีโอกาสดูหนังดีๆอย่าง “ท้าฟ้าลิขิต” ของสองพี่น้องคนเก่งอีก…..


Create Date : 24 กันยายน 2550
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 20:53:36 น. 5 comments
Counter : 4382 Pageviews.

 
ตัดสินใจว่าไม่ดูครับ อาจจะเป็นว่าไม่ใช่แนวผมด้วย อีกส่วนก็น่าจะเป็นที่ตัวสองพี่น้องที่นับวันก็กลายเป็นผกก.ธรรมดาๆไปเสียแล้ว


โดย: BloodyMonday วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:18:40:50 น.  

 
ไม่ชอบดูหนังผีครับ กลัวฝันร้าย
ชอบดูแต่หนังรักโรแมนติด จะได้ฝันหวาน


โดย: Rational Eagle วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:18:56:47 น.  

 
ผมดูทางแผ่นนะ ส่วนตัวก็เห็นว่าสนุกๆพอดูเพลินๆดีครับ
แต่อยากให้พี่น้องแปงได้ทำหนังคุณภาพอย่างผลงานยุคแรกๆมากกว่า เคยเจอพี่น้องแปงในลิฟท์ด้วย ตอนดูหนังพรีวิวอะไรสักเรื่อง เสียดายมากไม่มีกล้อง ไม่งั้นจะได้เอามาโชว์ เป็นภาพประวัติศาสตร์ ถ่ายคู่กะผู้กำกับฮอลลีวู๊ด

( อ้อ พี่น้องคู่นี้ตัวจริงหล่อมั่กๆๆๆ )



โดย: Job (joblovenuk ) วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:21:24:55 น.  

 
ตอนนั้นไปดูกับเพื่อน ดูไปนั่งขำกับท่าทางของผีแต่ละตัวที่โผล่ออกมา โดยเฉพาะผีที่คลานดุ๊กดิ๊กไปมา เหมือนแมลงสาป (ผมตั้งชื่อว่าผีแมลงสาป) จากที่เคยอ่านบทความในนิตยสารภาพยนตร์ แว่วๆ ว่าหนังโดนถ่ายซ่อมโดยผู้กำกับคนอื่นที่ไม่ใช่ 2 พี่น้องแปง ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในฮอลลีวูดที่นิยมเอาผู้กำกับหนังเอเชียหรือประเทศยุโรปไปทำหนังให้ พอออกมาไม่พอใจก็เลยให้คนอื่นถ่ายซ่อมให้ใหม่

ถือเป็นหนังที่ดูเพลินๆ


โดย: chubbymature วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:20:43:47 น.  

 


โดย: amulet108 วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:08:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.