หน้าร้อนนี้ไปไหนกันจ๊ะ


วันนี้ขอพักเที่ยวอิตาลี่ดีกว่านะ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน จริงๆยังเหลืออีกประมาณ 2 - 3 ตอนก็จะจบแล้วล่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะยาวขนาดนี้ จริงๆก็คงหนักไปทางรูปมากกว่า บรรยายอ่ะไม่ค่อยเท่าไหร่ อิอิ อยากจะตัดมันออกมั่ง ก็รักพี่เสียดายน้องอ่ะ

แต่ยังไงซะวันนี้แม้จะไม่ใช่เล่าเรื่องเดินทาง แต่ก็ถือว่ายังเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยู่ดี ก็ตามที่จั่วหัวเรื่องไว้ล่ะ
"พักร้อนนี้ไปไหนกันจ้ะ"
เป็นคำถามยอดฮิตของชาวดัชต์เค้าเลยล่ะ จริงๆนะ

ใกล้ซัมเมอร์ ผู้คนก็จะพูดคุยถึงเรื่องท่องเที่ยวกัน เริ่มหาข้อมูลกันตั้งแต่ต้นปีเลยว่า ปีนี่เค้าจะไปเที่ยวที่ไหนกัน วางแผนกันไว้ตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว เพื่อนฝูงเจอหน้ากันก็จะถามไถ่ว่า หน้าร้อนนี้เธอจะไปเที่ยวไหนกันจ้ะ ยิ่งใกล้ซัมเมอร์เท่าไหร่ ยิ่งเป็นคำถามยอดฮิตกันเลยทีเดียวเชียว

ตอนมาอยู่ที่นี่ปีแรก ก็เจอเหมือนกัน ก่อนซัมเมอร์ตั้งสามสี่เดือนเธอก็เอาโบชัวร์ท่องเที่ยวจากเอเจนซี่มา
เยอะแยะเชียว เราก็งง

"เอามาทำไม ใกล้ไปแล้วค่อยมาดูก็ได้นี่"
"ขืนไปจองตอนนั้นก็ไม่ได้ไปล่ะ เต็มหมด เค้าจองกันตั้งแต่ตอนนี้แล้วเธอ"

อ้าวเหรอ ไอ้เรามันคนไทย นึกอยากไปเที่ยวเราก็ไป ไม่ได้วางแผนกันเป็นเดือนๆขนาดนั้น จริงอย่างเค้าว่าแหละ ขนาดเราไปจองแต่เนิ่นๆ ยังไม่ได้ที่ที่เราต้องการเลย เต็มแล้วค่ะ ก็เลยต้องเปลี่ยนที่ไป

แล้วเวลาเค้าไปเที่ยวกันเนี่ย ไปทีก็ลืมไปเลย ถ้าแบบโสด หรือ คู่ที่ยังไม่มีลูก ไปทีอย่างต่ำก็ 2 อาทิตย์กว่า มากกว่านี้ก็ 3-4 อาทิตย์กันเลยล่ะ

ส่วนที่มีลูกเล็กๆอย่างต่ำก็หนึ่งหรือสองอาทิตย์ แต่ปีนึงก็จะไปหลายครั้งหน่อย เด็กเล็กไปนานๆบางทีก็ไม่ได้ เกิดป่วยกลางทางขึ้นมาก็ต้องกลับกันเลย อันนี้เคยครั้งนึง ตอน มชล ขวบครึ่ง ไปออสเตรียกัน ขึ้นเขาลงห้วยกัน
แพลนไว้ 2 อาทิตย์ ปรากฎว่าเหลืออีกสามวันจะสิ้นสุดการเดินทาง มชล คงอึดอัดมั้ง เพราะตลอดการเดินทาง เค้าจะกินได้น้อยมาก ตื่นขึ้นมาร้องตั้งแต่ตีหนึ่ง เราก็ทั้งปลอบทั้งโอ๋ ก็ไม่เงียบ เอ๊ะอะไร ผื่นขึ้นตัวเค้าเต็มเลย มันลามเร็วมาก ตัดสินใจพาไปหาหมอในหมู่บ้าน หมอให้ยากลับมา (จ่ายไป 100 ยูโรกว่าๆ) ดีนะที่ประกันจ่าย กลับมาก็ร้องๆหยุดๆ จนห้องข้างบนเริ่มไม่พอใจ เค้าก็กระทืบเท้ามั่ง แบบว่าคงโมโหอ่ะ ก็เห็นใจแต่ไม่รู้จะทำไงนี่ จนตีห้า กว่าจะสงบได้ รุ่งเช้าเราเลยตัดสินใจกลับกัน ตีรถรวดเดียวจากออสเตรียถึงฮอลแลนด์ ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงบ้านเที่ยงคืน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ กลับมาแล้วเธอก็หายค่ะ ไม่เป็นไรเลย

เล่าไถลไปไกลหน่อย วกกลับมาเข้าเรื่องดีกว่า อืม บางคนสงสัย ทำไมไปได้นานขนาดนั้น แล้วรวยกันมากเลยเหรอ เอ่อ ป่าวค่ะ (แต่คนรวยเค้าก็มี อิอิ แต่มะใช่เรา
)

อืม แล้วไปกันได้ไงอ่ะ
อ๋อ ก็ที่นี่แทบทุกบริษัทจะมีเงินพักร้อนให้พนักงาน ก็จ่ายตามเงินเดือนนั่นล่ะ เดือนมิถุนา คุณก็จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเดือน ส่วนวันลานั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้างงานว่าคุณมีสิทธิ์กี่วัน อย่างของบาร์ทนี้ ปีนึงก็ 45 วัน จะลารวดเดียว หรือจะทยอยลาใช้วันลาก็แล้วแต่ ไม่ว่ากัน แต่ต้องแจ้งหน้าก่อนเป็นเดือนน่ะ

คนทำงานเมืองไทยอิจฉาแย่เลยใช่ป่ะ (แต่เราไม่อิจฉาแย้ว อิอิ) บ้านเราลาได้แค่ 7 วันเองง่ะ พอลาที หัวหน้าก็จะไม่ค่อยพอใจอีกต่างหาก ถ้าไม่ลาเลยจะชอบมาก พอเราบอกว่าฉันมีวันลาพักร้อนแค่ 7 วันเองจ้ะ พวกคนดัชต์จะทำหน้าเหรอหรา แกมแปลกใจ
"จริงๆเหรอ"
"ฮื่ม"
"ทำไมน้อยจังล่ะ" ยังถามต่อให้เจ็บใจอิก
"ก็เป็นแบบนี้เกือบทุกบริษัทล่ะ แต่ถ้าเป็นของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คงได้มากกว่านี้หน่อยอ่ะ "

แรกๆเราก็เอ ทำไมคนดัชต์ชอบเที่ยวกันจังนะ (เรียกว่า เรื่องเที่ยวเรื่องใหญ่ เรื่องกินเรื่องเล็ก) พออยู่ไปก็เริ่มเข้าใจ และสรุปเอาเองว่า หนึ่ง คงมีสายเลือดนักเดินทางอยู่ในตัวกันน่ะ อาศัยความรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่เหลือน้อยนิดในหัวของเรา แหะๆๆ ว่าในสมัยก่อนพวกคนดัชต์เป็นพวกล่าอาณาณิคมน่ะ ก็ชอบสำรวจชอบค้นหา
เวลาคุยเค้าคุยกันว่าไปนั่นไปนี่มา ก็จะเอาแผนที่มาเปิดดูกันเลย อยุ่ตรงนั้นตรงนี้นะจ้ะ เรียกว่าแทบทุกบ้านจะมีแผนที่โลกกันเลย หรือไมอย่างน้อยก็แผนที่ประเทศที่เธอจะไปกัน ไอ้เราอยู่เมืองไทย จะไปไหนทีก็ต้องสอบถามทาง ไปยังไง เขียนแผนที่มาซิ หุหุ

อ่ะ มาถึงตรงนี้ขอแถมหน่อย เรื่องถามทางเนี่ย เมินซะเถอะ สำหรับคนดัชต์ ในมือมีแผนที่ก็ตามมันไป ถึงจะหลง ก็จะหาจนเจอล่ะ เรื่องนี้เที่ยวด้วยกันปีแรกก็ทะเลาะกันซะแล้ว ก๊ากกกก ก็บอกให้จอดรถถามๆ ก้ไม่เอา ไอ้เราก็ ทำไมวะ แค่นี้มันจะเสียหายตรงไหนเนี่ย

ประการที่สอง ประเทศเนเธอร์แลนด์น่ะ เล็กนิดเดียวเองนะ จากเหนือไปใต้ก็สามสี่ชั่วโมงเอง ที่สำคัญพื้นที่เกือบทั้งหมดเลยจะเป็นที่ราบ ราบจริงๆนะ ไม่มีภูเขาเลย จะมีให้เห็นเป็นเนินเขาเล็กน้อยก็ทางใต้ติดเบลเยี่ยมน่ะ แต่ก็นิดเดียวจริงๆนะ

เห็นมั๊ยล่ะ เพราะอย่างนี้ เค้าถึงต้องออกไปเที่ยวต่างประเทศกันน่ะ หน้าร้อนในยุโรปจะเห็นรถคนดัชต์วิ่งกันให้เกลื่อนเชียว ใครที่อยู่ยุโรป ลองสังเกตดูละกันนะ
ที่เที่ยวยอดฮิตในยุโรปก็ต้อง ฝรั่งเศส รองๆลงไปก็ อิตาลี่ สเปน เยอรมัน ทางแสกนดิเนเวีย เธอก็ไปแต่ก็ไม่แน่นเท่าฝรั่งเศส อิตาลี เพราะที่นั่นแพงมหาโหดล่ะ อื๊ย

อันนี้เรื่องเกทับกันนิดนึงระหว่างคนดัชต์กับคนฝรั่งเศส คนดัชต์บอกว่า "ประเทศฝรั่งเศสสวยมากๆ เสียอย่างเดียวคนฝรั่งเศสอยู่" ส่วนคนฝรั่งเศสก็บอกว่า "ถ้าเห็นท้ายรถเต็มไปด้วยของกินล่ะก็ คนดัชต์แน่ๆ" หมายความว่า คนดัชต์ขี้เหนียวไง ขนมาเอง ไม่ยอมซื้อจากบ้านเค้า หุหุ เอ่อ อันนี้ขอยกเว้นบ้านอิฉันนะคะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ค่ะ ทั้งตุนแล้วก็ทั้งซื้อไว้ก่อนค่ะ กลัวอด

ส่วนนอกยุโรป ก็เมืองไทย อิอิ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย เธอไปหมด อิอิ เอเจนซี่ที่นี่ก็เยอะแยะ แถมยังอินเตอร์เนตอีกต่างหาก

ว่าแล้วเราก็ถามบาร์ทว่า
"พักร้อนนี้เราไป..... แน่นะ"(ยังไม่บอก อุบไว้ก่อน อิอิ)
"อืม ขอโปรแกรมแล้วก็ pricelist ไปแล้วจ้ะ"
"แล้วอย่าลืมจองเลยนะ เดี๋ยวที่พักจะเต็มซะก่อน" ยังไม่วายกับชับ

เอ๊ะ นี่เราก็เป็นกะเค้าไปแล้วหรือนี่




 

Create Date : 18 มกราคม 2549    
Last Update : 18 มกราคม 2549 5:53:12 น.
Counter : 262 Pageviews.  

แย่มากๆ


วันนี้ไม่นินทาล่ะ แต่จะว่ามันเลย อึดอัดเหลือเกิน กับระบบการรักษาพยาบาลของคนดัชต์ จะไปหาหมอแต่ละทีทำไมมันถึงยากเย็นอย่างนี้นะ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ติดอันดับ 1 ในสิบเชียวนะ ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ไม่ได้รู้ก็คงจะชื่นชมกับเค้าไปด้วย แต่ถ้าใครที่อยู่ที่นี่แล้วจะรู้ดีเชียว

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า ระบบการหาหมอที่นี่เป็นยังไง ที่นี่จะใช้ระบบหมอประจำตัว ทุกคนจะต้องมีหมอประจำตัว ที่เรียกว่า Huisart ก็เหมือนกับหมออายุรกรรมที่ตรวจโรคทั่วไปนั่นล่ะ แล้วก็บ้านเราอยู่เขตไหนก็ต้องหาหมอที่เขตนั้น จะไปข้ามเขตไม่ได้อีก ที่ไม่ได้น่ะ เพราะหมอเค้าไม่รับ เค้าจะบอกว่าคนๆไข้ (ใช้คำว่าลูกค้าน่าจะเหมาะกว่า เด๋วจะรู้ว่าทำไม)ของเค้าเยอะแล้วไม่รับ อืม เป็นอันว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องไปหาหมอที่นั่น ถ้าเจอหมอดีก็ดีไป ถ้าเจอหมอแย่ก็ถือว่าซวยล่ะ

ทีนี้ถ้าเราไม่สบาย จะไปโรงพยาบาลเลยน่ะไม่ได้นะ ต้องไปหาหมอประจำตัวก่อน (ใครได้ไปโรงพยาบาลสงสัยจะโชคดี 555555) แล้วอยู่ๆจะไปหาเลยไม่ได้นะ ต้องโทรไปนัดก่อนอีก แล้วใช่ว่าจะนัดได้ง่ายๆนะ ต้องผ่านการสอบถามจากผู้ช่วยอีกว่าเป็นอะไร ยังไง ถ้าประเภทปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บคอ ท้องเสีย แบบนี้ไม่ต้องมานะจ๊ะ เด็กๆจ้ะ เป็นเองได้เด๋วก็หายเอง ยาเยอไม่ต้องกิน ให้ร่างกายมันสร้างภูมิรักษาเอาเอง อืม เห็นมั๊ย หมอที่นี่น่ะ เทวดา บ้านเราว่ายากแล้ว มาเจอนี่ยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก

เอ้า ทีนี้เกิดโชคดีหมอบอกมาพบได้จ้ะ ก็ต้องมาตามนัดนะ ถ้าไม่มาก็ต้องจ่ายเงินนะจ้ะ ถือเป็นค่าเสียเวลาเสียโอกาส มาแล้วหมอก็ตรวจแบบรีบร้อน ถามๆพูดๆ 10 นาที ไปได้ ห้ามถามนอกเรื่องด้วย ไม่งั้นเด๋วเจอเรียกเก็บเป็นค่าคอนซัลอีก ที่นี้ถ้าหมอเห็นว่าอาการหนักหรือต้องใช้หมอเฉพาะโรค หรือจำเป็นต้องส่งโรงพยาบาล หมอก็จะทำจดหมายส่งตัวให้เราไป เราจะเจ๋อไปหมอเฉพาะทางเองโดยไม่ผ่านมือหมอบ้านก็ไม่ได้อีก บ้านเรานั้น ถ้าเรารู้แน่ชัดว่ามันเกี่ยวกับอะไร เช่นหู คอ จมูก เราก็ตรงดิ่งไปได้เลย แต่ที่นี่ไม่ได้ ต้องไปหาหมอบ้านให้เค้าสั่งซะก่อน

ประสบการณ์แย่ๆครั้งแรกกับหมอบ้านที่นี่ จำได้ดี ตอนนั้นเจ็บในคอมาก เหมือนมันมีเม้ดอะไรอยู่ในคอ แล้ววันรุ่งขึ้นเราจะต้องเดินทางไกล ก็เลยแวะไปหาหมอก่อนดีกว่า กะว่าจะเข้าไปลองดู ตอนนั้นก็อีกสิบห้านาจะเที่ยงแล้ว เข้าไปเจอหมอเดินออกมาพอดี ยังไมทันพูดอะไรเลย หมอแกบอก
"แย่หน่อยนะเธอ โชคไม่ดีเลย ชั้นจะกลับบ้านแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ"
อืม อึ้งค่ะ จากนั้นก็กลายเป็นแค้น อะไรวะ นี่หมอหรือวะเนี่ย

มาวันนี้ มชล มีไข้นิดหน่อย แต่ที่แย่คือทีรอบดวงตาทั้งล่างและบน มันแห้งผาก แล้วก็แดงช้ำเป็นจ้ำ เหมือนโดนใครต่อยมางั้นล่ะ เป็นวงๆเหมือนหมีแพนด้าเลยอ่ะ ตอนบ่ายให้บาร์ทโทรไปนัดตรวจพรุ่งนี้เช้า คำตอบคือ
"ช่วงบ่ายไม่รับนัดค่ะ ต้องโทรนัดพรุ่งนี้เช้าแปดโมง"
อืม อะไรกันวะเนี่ย ไม่เข้าใจพวกมันเลย ทำไมถึงนัดไม่ได้ นี่มันหมอนะโว๊ย ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ จะได้ต้องมีเวลานัดน่ะ

คราวก่อน เราก็เป็นหวัด เจ็บคอแทบตาย กว่าจะได้ไปหาหมอก็แทบแย่ โทรครั้งแรก มันบอก
"ไม่ต้องมาค่ะ มาก็ช่วยอะไรไม่ได้ ไม่มียาให้กิน ให้ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆนะ นอนพักผ่อนค่ะ"
คือ ที่นี่เค้าจะไม่จ่ายยา ถ้าเป็นไข้หรือเจ็บคอน่ะ จนกระทั่งเราเจ็บมากจนกระทั่งน้ำลายก็จะกลืนไม่ลงอยู่แล้ว โทรไปใหม่ มันก็ยังจะไม่ให้ไปอยู่ดี จนเราโกรธ ตะคอกมันไปว่า อะไรเนี่ย คนเจ็บคอจะแย่จะตายอยู่แล้วนะ จนมันบอก เอา มาก็ได้ ก็ไป เจอหมอ หมอบอก อืม มันอักเสบมาก เลยจ่ายยามาให้

ที่จริงยังมีอีกเยอะเลย เรื่องของหมอที่นี่น่ะ เรื่องนี้ทำให้ต้องทะเลาะกับบาร์ทประจำ เพราะถ้าใครมาพูดเรื่องหมอที่นี่ว่าดีเมื่อไหร่ เราเถียงใจขาดดิ้นเลย





 

Create Date : 09 ธันวาคม 2548    
Last Update : 11 มกราคม 2549 4:32:18 น.
Counter : 189 Pageviews.  

ทักทาย


ความจริงก็ไม่ถึงกับจะตั้งป้อมนินทาคนดัชต์หรอกนะ หุหุ แต่เพราะไม่รู้จะตั้งหัวข้อว่าอะไรดี ก็เอานี้ไปก่อนละกัน ไว้นึกหาคำดีๆได้แล้วค่อยเปลี่ยนใหม่ละกัน

มาอยู่นี่ก็ห้าปีกว่าๆเข้าไปแล้ว ก็ได้เจอะเจอหลายๆสิ่งหลายอย่างของคนที่นี่ ที่เราคิดว่า เออ แปลกดีแฮะ อย่างนี้ก็มีด้วย บางอย่างก็พอรับได้ บางอย่างก็รับไม่ได้เอาซะเลย ช่วงว่างๆเราก็นึกไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็นึก เอ๊ะ น่าจะเขียนเล่าเรื่องแปลกๆของเค้าก็ดีเหมือนกันเน๊อะ แต่พอจะเริ่มเขียนทำไมมันดันตันขึ้นมาเฉยๆงั้นแหละ

วันนี้เอาเรื่องการทักทายและบอกลาก่อนละกัน การทักทายของคนที่นี่ที่รู้จักสนิทสนมกัน เค้าจะจูบโดยการเอาแก้มแนบกัน 3 ครั้งแน่ะ ซ้าย ขวา ซ้าย อืม ทำไมมันเยอะกันนักก็ไม่รู้ ยิ่งถ้าเป็นงานเลี้ยงอะไรซักอย่าง ทั้งเพื่อนทั้งญาติ หอมกันรอบวงเลย กว่าจะจบได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ยัง ยังต้องมีรอบจากลาอีก เหมือนเดิม หอมกัน ซ้าย ขวา ซ้าย ต้องรอส่งจบลับสายตา กว่าจะขึ้นรถ โบกมือกันก่อนหนึ่งรอบ แล้วก็ Dag (ออกเสียงว่า ด๊าก) ก่อนจะถอยรถ ก็โบกมืออีกรอบ ระหว่างรถจะแล่นพ้นบ้าน ก็โบกไม้โบกมือกันอีก จนกว่าจะสุดสายตา หากโบกมือไม่ได้ ก็จะใช้บียแตรแทน อืม ร่ำรากันเป็นวรรคเป็นเวรเลย

ใหม่เราก็อืม แปลกดี ตลกปนขำ แต่เด๋วนี้ก็ชินแล้วล่ะ ก็มาอยู่บ้านเค้าแล้วนิ ก็ต้องทำตามธรรมเนียมเค้าหน่อย ไม่งั้นเด๋วจะหาว่าเราไม่สุภาพ เฮ้อ

วันนี้เอ่แค่พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนละกัน แล้วจะพยายามมาเขียนเมื่อนึกได้อีก




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 11 มกราคม 2549 4:31:49 น.
Counter : 170 Pageviews.  


jeab&michelle
Location :
ตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






บล๊อคของคนชอบเที่ยวค่ะ พาลูกตระเวนเที่ยวไปทั่ว จนเดี๋ยวนี้ลูกก็ติดเที่ยวด้วยแล้วเหมือนกัน
หนังสือเราเองค่ะ

เที่ยวเนเธอร์แลนด์บายเจี๊ยบ

Promoot jouw pagina ook

web page hit counter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeab&michelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.