Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อหมูได้รับเกียรติเป็นแบบผมให้ช่างผมดังระดับโลกคุณ Mark Hill !!!

สวัสดีค่าบล็อคนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ที่ทรายรู้สึกประทับใจมากให้ชมกัน
กับครั้งหนึ่งที่ได้รับเกียรติเป็นแบบผมให้ช่างผมระดับโลกเซ็ตผมสวยๆให้
ด้วยผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่ช่างผมท่านนี้คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเอง
คุณ Mark Hill และผลิตภัณฑ์ของเค้าที่มีชื่อตามชื่อของเค้าว่า Mark Hill ค่า
มาร์ค ฮิลล์ ช่างผมชื่อดังแห่งอังกฤษ ผู้คร่ำหวอดในวงการทำผมมากว่า 4 ทศวรรษ
เป็นช่างผมอังกฤษคนเดียวที่ได้รับรางวัล “ช่างทำผมแห่งปีในระดับนานาชาติ”
(International Hairdresser of the Year) ติดต่อกันสองปี
ลูกค้าของคุณมาร์คมีทั้งดาราและเซเลบฯ อาทิ Michelle Pfeiffer, Kate Hudson,
Sandra Bullock, Myleene Klass, Tess Daly, Joanna Lumley
เป็นต้น
แต่ใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะไม่มีโอกาสได้ทำผมกับคุณมาร์คน้า
เพราะคุณมาร์คยังคงทำงานอย่างสม่ำเสมอที่ซาลอนของเขาเองสัปดาห์ละ 2–3 วัน
โดยมีอัตราค่าบริการตัดผมครั้งละ 1,000 ปอนด์ <<<ประมาณ 50,000 บาทไทย แอร๊ยยย!!!
แค่ได้ฟังประวัติก็ตื่นเต้นแล้ว มาดูบรรยากาศวันที่ได้ไปพบคุณมาร์คกันเลยค่ะ Smiley



สถานที่ที่มาทำการเมคโอเวอร์ทรงผมวันนี้คือร้าน K Two ณ สยามแสควร์นั่นเองค่ะ
ก่อนทำการแปลงโฉมก็ต้องทำการถ่ายภาพ Before เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อน
ทรายไปแบบผมสระแล้วเป่าแห้งเลย ไม่ได้ไดร์ ผมทรายเป็นผมตรงธรรมชาติไม่ได้ยืดผมจ้า



และแล้วก็ได้พบกับคุณมาร์คตัวจริง แอร๊ยแอบเขิลล์ Smiley
คุณมาร์คเป็นกันเองเฟรนด์ลี่มาก ทักทายและชวนคุย
แม้ภาษาอังกฤษเราจะไม่แข็งแรงมากนักแต่คุณมาร์คไม่ทำให้รู้สึกประหม่าค่ะ
คุยไปงูๆปลาๆแต่เอาว่าสื่อสารรู้เรื่องนะ 555 คุณมาร์คถามว่าวันนี้อยากได้ผมลุคไหน
ทรายรีเควทคุณมาร์คไปว่าอยากได้ลอนพองๆซอฟต์ๆและดูมีวอลลุ่ม
เพราะผมทรายย๊าว ยาว และเป็นผมตรงธรรมชาติผมจะทิ้งตัวมากเกิ๊น
ทำให้เวลาเซ็ตลอนเองมันจะดูไม่ค่อยพองไม่ค่อยมีวอลลุ่ม
เจอช่างผมระดับโลกทั้งทีขอรีเควททรงสุดโปรดจะได้เก็บเทคนิคดีๆกลับไปทำเองด้วย อิอิ
คุณมาร์คมาประเมินจับๆเส้นผม เค้าบอกผมสุขภาพดีมากแค่ปลายแห้งนิดหน่อย
และบอกว่าเดี๋ยววันนี้จะจัดทรงแบบที่ต้องการให้ได้แน่นอน เย้ๆ



เริ่มต้นการเซ็ตผมลอนพองๆกันด้วยการยกโคนผมด้านบน
โดยคุณมาร์คจับผมเป็นช่อๆแล้วฉีดด้วยสเปรย์กันความร้อน
ที่ช่วยให้เส้นผมเงางามและคอนโทรลได้ง่ายด้วยผลิตภัณฑ์
Mark Hill : Get Gorgeous! WORK IT GIRL!
แล้วใส่ Hot Roll เป็นโรลม้วนผมไฟฟ้าแบบให้ความร้อน
ทำแบบนี้ไปทีละช่อ ลงสเปรย์ ใส่โรลร้อน เพื่อยกโคนผมให้ไม่ลีบแบน
สำหรับคนที่ไม่มีโรลร้อน สามารถใช้โรลพลาสติกธรรมดา
แล้วใช้ไดร์เป่าเพื่อให้ความร้อนได้เช่นกัน แต่การใส่โรลร้อนทิ้งไว้จะให้โคนผมที่พองกว่าจ้า



ส่วนปลายผมที่เหลือคุณมาร์คใช้ที่ม้วนผมแกนไอรอนแบบไม่มีที่หนีบ
โดยฉีดเสปรย์กันความร้อนตัวเดิมแล้วใช้ผมพันรอบแกนทิ้งไว้ช่อละ 7 วินาที
เสร็จแล้วนำกิ๊บล็อคช่อผมที่ม้วนไว้
พอม้วนเสร็จรอบศีรษะแล้ว
ก็แกะตรงที่ม้วนโรลร้อนไว้ออกแล้วก็ทำเช่นเดียวกับช่ออื่น
ระดับความร้อนของแกนที่คุณมาร์คใช้คือ 180 องศา จัดว่าค่อนข้างร้อน
จึงไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้นาน และตัวเสปรย์ก็ช่วยให้ผมอยู่ทรงได้เร็วขึ้นค่ะ
ขนาดแกนที่ใช้ทรายว่าประมาณ 32mm นะ คือขนาดค่อนข้างใหญ่
ให้ลอนที่ไม่แน่นมากเกินไป ทำให้ผมพองๆดูมีวอลลุ่ม โอ๊ยอยากได้แกนนี้ 555



พอม้วนผมเสร็จแล้วคุณมาร์คบอกให้นั่งเล่นไปก่อน
รอจนกว่าผมที่เราม้วนไว้จะเย็นตัวลงค่อยมาทำการเซ็นเป็นทรง
อันนี้บอกเลยว่าเป็นเคล็ดลับสำคัญสุดๆๆๆที่จะให้ลอนผมอยู่ได้นานขึ้น
กฎคือ "ห้ามสางลอนผมตั้งแต่ผมยังร้อนอยู่
ต้องรอให้ผมคลายความร้อนก่อนจึงค่อนสาง!!!"

จำไว้เลยนะคะสาวๆหลายคนกลัวลอนผมจะเด้งไปเลยรีบสางผม ทำให้แป๊บเดียวผมก็คลาย
อดใจรอหน่อยให้ผมเย็นแล้วค่อยสางจะทำให้ผมอยู่ลอนสวยและคลายตัวระหว่างวันช้าลงจริงๆจ้า


แอบถ่ายอุปกรณ์ของคุณมาร์คเป็นแบรนด์ Mark Hill เองเลย
น่าซื้อหามาจับจองมากๆ ไว้จะไปส่องหาดูเสียดายบ้านเรายังไม่มีขายนี่จิ
สีสันของแบรนด์คุณมาร์คจะใช้สี ดำ-ชมพูช็อคกี้พิงค์ แซ่บมาก



แอบส่องกล่องอุปกรณ์ทำผมทั้งหมดของคุณมาร์ค
กรี้ดดดดเลยไฝ่ฝันมากว่าวันนึงจะมีแบบนี้ไว้ที่บ้านบ้าง 555
เป็นคนชอบทำผมเองไม่ค่อยชอบการเข้าร้านเสริมสวย ถ้ามีแบบนี้เองที่บ้านคงฟินสุดๆ



ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Mark Hill ประกอบด้วย 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้แก่

1) ดีฟรีซ อิลิเชียส (Defrizz-ilicious Range) - บอกลาผมชี้ฟู
2) เลิฟ บิ๊กแฮร์ (Love Big Hair Range) – เพิ่มวอลุ่มให้ผมหนา
3) สเตท อะ ฮอลิก (Straight-A-Holic Range) – เพื่อผมตรง
4) คัลเลอร์ บลาสท์ (Colour Blast Range) – สำหรับผมทำสี
5) เก็ท กอเจียส (Get Gorgeous Range) – กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม
6) ลิตเติ้ล ฮอตตี้ (Little Hotties Range) – ผลิตภัณฑ์ขนาดพกพา
ที่รวมเอาผลิตภัณฑ์สุดฮิตจากทั้ง 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ให้คุณแต่งทรงผมสวยได้ทุกที่ ทุกเวลา

มาในแพ็คเกจสีสันสดใสซึ่งขอแสดงความยินดีกับสาวไทยเพราะ Boots ประเทศไทย
นำเข้ามาวางจำหน่ายแล้วจ้า หาซื้อได้ที่ร้าน Boots ทุกสาขา คร๊าบ



สเปรย์ที่คุณมาร์คใช้ให้เค้าก่อนทำการม้วนคือ
Mark Hill : Get Gorgeous! WORK IT GIRL!
หน้าตาเป็นขวดสีขาวลายชมพูดำแบบนี้ค่า
ช่วยปกป้องผมจากความร้อนและช่วยให้ผมขึ้นเงาด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆแหล่มมาก



ไอรอนม้วนผมอันนี้ที่อยากได้ 555 คุณมาร์คม้วนให้เค้าทั่วหัวไวมากกก
ไม่ถึงสิบห้านาที ผมยาวประมาณเอวเสร็จแล้วทั่วหัว นี่แหละฝีมือของช่างผมมืออาชีพระดับโลก



ซูมๆผมที่จับไว้เป็นช่อให้ชมกัน
ใช้เวลาทิ้งลอนผมให้เย็นตัวประมาณ 10-15 นาทีจ้า



เมื่อผมเย็นตัวแล้วก็ได้เวลามาเซ็ตทรงกัน
คุณมาร์คทำการแกะกิ๊บทั้งหมดที่ล็อคช่อผมไว้ออก
ลอนที่แกะออกมาลอนแน่น และเด้งเว่อร์ๆ



คุณมาร์คค่อยๆใช้มือล็อคที่โคนและใช้หวีซี่ห่างๆสางผมด้านนอกเบาๆ
ส่วนผมด้านในจะใช้นิ้วมือค่อยๆสางให้ลอนไม่แตกออกมาก



ระหว่างที่สางผมไปจะลงสเปรย์ตัวที่ช่วยลดการชี้ฟูลงไปด้วย ชื่อสเปรย์ตัวนี้คือ
Mark Hill : Defrizz-ilicious BEDAZZLED
กระป๋องสีขาวลายดอกกุหลาบสีส้ม-ชมพู
โดยเทคนิคการฉีดสเปรย์ของคุณมาร์คคือจะไม่หันปากกระป๋องฉีดลงไปบนผมโดยตรง
แต่จะฉีดห่างๆให้แค่ละลองสเปรย์ฟุ้งไปโดยเส้นผมทำให้ผมไม่จับตัวเป็นก้อนๆ



การสางลอนของคุณมาร์คทำอย่างพิถีพิถันมาก
ใจเย็นสุดๆด้วยการจับที่ละช่อ แบ่งผมหนึ่งลอนให้แยกออกมาเป็นลอนเล็กๆ
เพื่อเพิ่มเนื้อผมให้ดูหนาและดูพองแบบมีวอลลุ่ม



เซ็ตทรงด้านหลังเสร็จก็มาเล็งด้านหน้า
กรี้ดกะลอนข้างหลังไหมล่า งามมากกกกกกก Smiley



ด้านหน้าจะจัดช่อผมให้เป็นลอนแบบเวฟ พลิ้วๆเป็นคลื่นๆ



ปิดท้ายสุดด้วยการลงเสปรย์เพื่อเพิ่มความเงางามของเส้นผมด้วย
Mark Hill : Get Gorgeous! FABULOUS FINISH



ภาพหมู่ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่คุณมาร์คใช้ให้ทรายในวันนี้ค่า

Mark Hill : Get Gorgeous! WORK IT GIRL!
Mark Hill : Get Gorgeous! FABULOUS FINISH
Mark Hill : Defrizz-ilicious BEDAZZLED



เย้ๆเสร็จเรียบร้อยถ่ายภาพคู่กับคุณมาร์ค
ขอบคุณมากๆที่เนรมิตผมสวยๆให้วันนี้นะค๊า ประทับใจในความเป็นโปรเฟสชันแนล
และในบุคลิคที่เป็นกันเองแบบสุดๆ วันนี้แอบเก็บเคล็ดลับการเซ็ตผม
จากคุณมาร์คมาได้เยอะเลย ขอบคุณคร๊าบบบ Smiley
นี่แหละเมื่อช่างมืออาชีพระดับโลกประสานพลังกับผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมที่เค้าพัฒนาขึ้นมาเอง
ทำให้ได้ทรงผมเริ่ดๆในครั้งนี้ ไว้เค้าจะไปฝึกหัดเซ็ตผมแบบนี้แล้วจะเอามาแชร์ให้ชมกันน๊า




อีกหนึ่งภาพกับ คุณประภาพรรณ พลอยแสงงาม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร
ผลิตภัณฑ์และการตลาดบริษัท บู๊ทส์ (รีเทล) ประเทศไทย
และคุณมาร์ค ฮิลล์



ไม่ลืมที่จะขอถ่ายภาพคู่กับผู้ช่วยคุณมาร์คชื่อคุณจูเลียน
ที่มีส่วนช่วยหลักในการเนรมิตผมสวยๆให้ในวันนี้ค่า ขอบคุณนะคะ



คุณมาร์คขอถ่ายภาพผลงานการเซ็ตผมของตัวเอง อิอิ



เปรียบเทียบ Before & After กันชัดๆ
เริ่ดป่ะล่า อิอิ ลอนแน่นและเด้งมากเทียบได้จากความยาวผม
ก่อนเซ็ตลอนทรายยาวประมาณเอว เซ็ตแล้วลอนแน่นได้ใจมาก
ความยาวเหลือประมาณกลางหลัง แต่ระหว่างวันจะค่อยๆคลายให้ลุคพลิ้วๆจ้า



เปรียบเทียบ Before & After ด้านหน้า
เอิ่ม!! สรุปได้เลยว่าทำผมลอนเถิดเข้ากว่ากันเยอะ 555
ลอนบริเวณกรอบหน้าจะเป็นลอนแบบเวฟคลายๆ
ทำให้ลุคดูซอฟต์ๆ ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะเป็นลอนแน่น
ที่ช่วยให้ผมดูพองๆมีวอลลุ่มดูไม่ลีบแบน โดนใจมากๆค่า



ภาพหมู่ปิดท้ายสำหรับทีมงานทุกคนวันนี้
สนุกๆมากๆได้ประสบการณ์ดีๆที่น่าประทับใจมากๆค่ะ
ขอบคุณทุกคนนะคะที่ช่วยดูแลและให้โอกาสทรายได้รับเกียรติ
มาเป็นแบบผมให้ช่างมืออาชีพระดับโลกได้เซ็ตผมงามๆให้
ขอบคุณคุณมาร์ค ฮิลล์ สำหรับทรงผมสวยๆและทริกการเซ็ตผม
ที่ไม่ว่าทรายจะถามอะไรคุณมาร์คก็ตอบให้แบบไม่มีกั๊กจริงๆ ขอบคุณมากๆนะค๊า

ปล.วันนี้จะไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Mark Hill ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
จะได้เจอคุณมาร์คอีกครั้ง ฮี่ๆ เดี๋ยวจะไปเก็บเทคนิคดีๆกลับมาฝากกันอีกนะค๊า Smiley


---------------------------------------------------------------------------

ผลิตภัณฑ์ดูแลและจัดแต่งเส้นผม Mark Hill
สามารถหาซื้อได้ที่ Boots ทุกสาขาแล้วจ้า
รายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมใดๆสามารถเข้าไปชม/สอบถามได้ที่

https://www.facebook.com/bootsthailand

ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยนะค๊า

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2556 12:19:18 น.
Counter : 5451 Pageviews.  

งานเปิดตัว Kinerase แบรนด์เวชสำอางจากอเมริกาที่มี Kinetin ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยอย่างเห็นผล !!!

มาพบกับ Mhunoiii พาทัวร์ Event กันอีกแล้ว
ครั้งนี้เป็นงานเปิดตัวแบรนด์เวชสำอางจากอเมริกา
ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของส่วนผสมพิเศษที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
ชื่อแบรนด์ "Kinerase" ค่ะ



งานจัดขึ้นที่ Central World ในธีม สีฟ้า-ขาว ตามคอนเซปต์ของ
Kinerase



สามสาวหน้าแบ็คดรอป น้องออน Onnbaby , ทราย mhunoiii 
และ พี่ส้ม Orangina ฟ้าขาวตามธีมเป๊ะ



ในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของ
Kinerase
ให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองเทสเนื้อผลิตภัณฑ์กันค่ะ



Kinerase เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มี Kinetin
(N6-furfuryladenine)
เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งจัดเป็น โกรทฮอร์โมนจากเซลล์พืช
(Plant-Growth Hormone)
ที่ให้ผลลัพธ์ในการช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
โดยช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์

ผลิตภัณฑ์ของ Kinerase มีทั้งหมด 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
1. Kinerase® Gentle Daily Cleanser
2. Kinerase® Hydrating Antioxidant Mist
3. Kinerase® C6 Peptide Intensive Treatment
4. Kinerase® Cream (สำหรับผิวแห้ง)
Kinerase® Lotion (สำหรับผิวมัน)
5. Kinerase® Eye Cream 

โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเป็น
• hypoallergenic • non-comedogenic
• fragrance-free •dye-free • paraben-free2

ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี และสารกันเสียประเภท Paraben ค่ะ



ภายในงานมีบิลบอร์ดแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและประโยชน์ของ

Kinetin (N6-furfuryladenine)



ก่อนหน้าที่จะไปงานทรายเคยได้ผลิตภัณฑ์ของ
Kinerase มาทดลอง
แต่เห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มลดเลือนริ้วรอยเลยได้ส่งต่อให้แม่ใช้
ซึ่งขอบอกว่าหม่อมแม่ปลื้มมากกกก โดยเฉพาะตัวซีรั่มและอายครีม
แม่บอกว่าเท็กเจอร์ดีมากกกก ทาแล้วซึมผิวไม่เหนอะหนะแต่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น
ริ้วรอยจางๆแลดูตื้นขึ้น ผิวดูอิ่มฟู เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่แม่ติดใจรีเควสให้สอยมาให้อีก Smiley



ในงานยังมีบูทตรวจสภาพผิวจากคลินิก iSKY
(Innovative Skin & Laser Surgery Center)

ของคุณหมอรังสิมา วณิชภักดีเดชา



กรี้ดดดสุดๆกับการตรวจสภาพผิวครั้งนี้ ผลการตรวจผิวดีเว่อร์ๆ เค้าได้ 90% อัพเกือบทุกด้านเลย
ดีใจมาก โดยเฉพาะ UV Spot หรือแนวโน้มการเกิดปัญหาผิวที่เกิดจากการทำลายของรังสี UV
เค้าได้ถึง 97% เลย ยิ่งเลขมากยิ่งดี เจ้าหน้าที่ที่ตรวจให้ถามเลยว่าทากันแดดเป็นประจำใช่ไหมคะ
ดีใจที่การทากันแดดเป็นประจำทุกวันของเค้านั้นเห็นผลจริง ตื้นตันๆ Smiley



ใกล้เวลาเริ่มงานแล้วมานั่งรอกันที่หน้าเวที
รูปนี้บังเอิญมากถ่ายติดคุณแม่พี่กวาง-กมลชนกเข้ามาในเฟรมด้วย Smiley



เริ่มงานด้วยการกล่าวต้อนรับโดย


Mr. Mark Brown
General Manager, INVIDA Thailand and Vietnam

INVIDA คือบริษัทผู้นำเข้า
Kinerase ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทวีปออสเตรเลียค่ะ



พิธีกรในงานคือ คุณเดี่ยว-สุริยนต์
อรุณวัฒนกูล
ขึ้นมาสัมภาษณ์คุณหมอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม
ได้แก่
พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา และ พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา
ในหัวข้อ “An Extraordinary Story of Anti-Aging by Dermatologists”
เกี่ยวกับการดูแลผิวและป้องกันการเกิดริ้วรอย
โดยคุณหมอเน้นให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตรงกับสภาพผิว



ต่อด้วยการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรจาก NARA Joaillerie
ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่าร้อยล้านบาท !!! อลังการมากๆค่ะ



ปิดท้ายชุดฟินนาเล่ด้วยนางเอกหน้าหวานหนึ่งในดาวค้างฟ้าของเมืองไทย
คุณกวาง-กมลชนก เขมะโยธิน กรี้ดดดดดสุดๆพี่กวางสวยตะลึกมากๆ
เป็นคนที่หวานทั้งหน้าตา กิริยา และคำพูด ปลื้มค่ะ Smiley



ภาพหมู่ของนางแบบที่ร่วมเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรในครั้งนี้
คือเซเลบริตี้ตัวแทนผู้หญิงที่เป็น Extraordinary Women
หรือผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆของเมืองไทย สวยสง่าทุกท่านค่ะ



คุณเดี่ยวสัมภาษณ์เคล็ดลับความงามจากพี่กวาง
ซึ่งพี่กวางบอกเคล็ดลับง่ายๆคือการชอบใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
มองโลกในแง่ดี และไม่เครียดค่า



ปิดท้ายงานเปิดตัว
Kinerase อย่างสวยงามด้วยการถ่ายภาพหมู่บนเวที



แถมด้วยของที่ระลึกจากงานเปิดตัวเวชสำอาง 
Kinerase



ในกล่องจะมี
Kinerase® Cream (สำหรับผิวแห้ง)
ที่มีส่วนผสมของ Kinetin ปริมาณ  0.1% ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
และลดริ้วรอยโดยเฉพาะรอยเหี่ยวย่นบริเวณหางตา
และช่วยคงความชุ่มชื่นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี

ขนาดจริง 1 หลอด มาพร้อมกับกระเป๋าใส่เครื่องสำอางสีเงินค่ะ



พร้อมกับผลิตภัณฑ์ไซส์ Sampling ขนาดพกพาอีก 4 ชิ้นจ้า

------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Kinerase Thailand ที่ให้เกียรติเชิญทรายไปร่วมงานครั้งนี้
และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่ะ

Smiley XOXO
Smiley

------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 26 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 เมษายน 2556 21:50:17 น.
Counter : 3735 Pageviews.  

ทริปลั้นลา....พาชม"บ้านทิวลม-ชะอำ by Sansiri"คอนโดใกล้หาดบรรยากาศสุดชิลล์ <3

Hello Summer !!! สวัสดีหน้าร้อน สวัสดีอากาศร้อนๆค่า
ร้อนแบบนี้สิ่งแรกที่เชื่อว่าหลายๆคนต้องนึกถึงเหมือนกันนั่นก็คือ
"ทะเล"
และทะเลสุดฮ็อตฮิตใกล้กทม.บรรยากาศดีก็คงไม่พ้น ชะอำ หรือ หัวหิน
ซึ่งบล็อคนี้จะมาเท่าทริปสนุกๆที่ทรายได้ไปร่วมมาจัดขึ้นโดย
แสนสิริ : SANSIRI
หนึ่งในบริษัทผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย
เป็นทริปที่พาเราไปเยี่ยมชมโครงการคอนโดใกล้หาดชะอำแห่งใหม่
ชื่อโครงการ "บ้านทิวลม ชะอำ" มาติดตามบรรยากาศในทริปกันเลยจ้า Smiley



ที่ตั้งโครงการ
บ้านทิวลม อยู่เลยแยกชะอำไม่ไกล
ผ่านแยกชะอำไปจะเป็นป้ายของโครงการตั้งเรียงเป็นทิวแถว
ไม่มีพลาด ไม่มีหลงแน่นอนค่ะ เลี้ยวเข้า ซ.จุมพฏพงษ์ ได้เลย
ปากซอยสังเกตง่ายเป็นร้านแซบอีหลี ทำเลดีมีส้มตำหม่ำ ฮี่ๆ Smiley

>>>แผนที่ CLICK<<<



มาเยี่ยมชมห้องตัวอย่างกันที่ Gallery สำนักงานขาย
โครงการกำลังเตรียมการสร้างจะเสร็จประมาณกลางปีหน้าปี 2557 จ้า



มาถึงปุ๊บสะดุดตาเลยกับการตกแต่งทุกอย่างจะเป็น "ม้า"
ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม การตกแต่ง เฉดสี ล้วนแต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับม้าทั้งนั้น
ซึ่งม้านี้มีที่มาจากทำเลของที่ตั้งก็คือ "ชะอำ" ซึ่งเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า "ชะอาน"
เพราะเมื่อสมัยก่อนนั้น
สมัยที่สมเด็จพระนเรศวรยกทัพมาทางใต้
ทรงนำทัพมาเมืองนี้เพื่อพักไพร่พลช้างม้า และล้างอานม้า
จึงเรียกแถบนี้ว่า "ชะอาน" นั่นเองค่า พูดไปพูดมาก็เลยเพี้ยนกลายเป็นชะอำซะงั้น อิอิ



แปลนคอนโดจะแบ่งออกเป็น 4 อาคาร สูง 8 ชั้น
มีทั้งหมด 808 ยูนิตเลขสวยตามหลักฮวงจุ้ยเลย
จุดเด่นสะดุดตาสุดๆคือ "สระว่ายน้ำ" เป็นสระอลังการงานสร้าง
ขนาด 25 x 50 เมตร
ว่ายแข่งโอลิมปิกกันไปเลย
แถมยังมีอ่างแช่ Jucuzzi ให้ทั้งสี่มุมของสระอีกด้วย 
รอบสระจัดเป็นสวนส่วนกลางดีไซน์จากสนามแข่งม้า
มี Jocking Track ขนาดใหญ่ ทั้งว่ายน้ำทั้งวิ่ง ฟิตแอนเฟิร์มสุดๆ Smiley

----------------------------------------------------------------------

ผังห้องแบ่งออกเป็น 3 แบบ

สตูดิโอ ขนาด 29.70 ตร.ม
(ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้าน)

2 ห้องนอน ขนาด 60.50 ตร.ม

3 ห้องนอน ขนาด 103.80 ตร.ม

***Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ให้พร้อมทุกอย่าง
ของแถมเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย ทีวี แอร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ
และสำหรับคนที่จ่ายเงินจองในวันที่ทำสัญญา
ก็รับ Galaxy Note II ไปทันทีอีกหนึ่งตัวจ้า


----------------------------------------------------------------------

Studio Type

29.70 ตร.ม



บรรยากาศห้องแบบสตูดิโอ
ขอบอกว่าชอบบรรยากาศในห้องมากกกก Smiley
โดยเฉพาะวอลเปเปอร์ลายผนังก่ออิฐอบอุ่นสุดๆเน๊อ



การจัดสรรพื้นที่ของห้องตัวอย่าง เรียบง่ายได้ใจความ เน้นโทนสีอบอุ่น



มุมนี้เค้าเลิฟมากกกกก เรียกว่าโดนใจทั้งโทนสีและการตกแต่ง Smiley



อันนี้แอบงงเล็กน้อยตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งจะตั้งอยู่ปลายเตียง
ซึ่งกระจกของโต๊ะเครื่องแป้งจะหันหน้าเข้าเตียงเลย ซึ่งถ้าบางคนถือตามหลักฮวงจุ้ย
อาจจะต้องลองจัดวางเจ้าโต๊ะเครื่องแป้งนี้ใหม่ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นบิวท์อินหรือเปล่าจ้า



มีพื้นที่เป็นครัวแยกออกมาเชื่อมกับระเบียง
ชอบบิวท์อินในครัวจัดพื้นที่ได้น่ารักดีเนอะ



ห้องน้ำขนาดปกติไม่กว้างมาก อยู่ฝั่งเดียวกับห้องครัว



แถมไอเดียในการตกแต่งห้องอีกนิดชอบการจับคู่โทนสีจังเลย
ขาว ครีม เหลือง และน้ำเงิน เข้ากั๊น เข้ากัน Smiley

----------------------------------------------------------------------

2-bedroom Unit

60.50 ตร.ม



ห้องแบบสองห้องนอนเปิดประตูเข้าไปซ้ายมือจะเป็นโต๊ะทานอาหาร
ด้านหน้าเป็น Living Room ติดระเบียง
ขวามือเป็นห้องน้ำ และห้อง Second Room
ส่วน Master Room อยู่ด้านในมีห้องน้ำในตัวจ้า



อันนี้แอบแปลกนิดนึงตรงที่หลังโต๊ะอาหารจะเป็นฉากกั้นเล็กๆ
และก็เป็นโซนพื้นที่ทำครัว ซึ่งจะอยุ่ในห้องเดียวกันไม่ได้แยกออกไปแบบห้องสตูฯ
ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นเวลาทำกับข้าวได้บ้าง แต่ลักษณะห้องค่อนข้างโปร่ง
และมีระเบียงให้เปิดออกไปได้ อาจจะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้ค่ะ



ระเบียงที่ติดกับห้องนั่งเล่น



มุมนั่งเล่นสบายๆ ชอบภาพไล่สีที่ติดในห้องนั่งเล่นแบบบอกไม่ถูก
เรียบๆ ไม่มีอะไรเลย แต่ติดเข้าไปแล้วทำให้ห้องดูมีอะไร เอ๊ะยังไง ? Smiley



Second Room



Master Room



ตู้เสื้อผ้าในห้อง Master เป็นแบบบิวท์อินเปิดโล่งนะคะ
กว้างพอควรเลย แต่สำหรับคุณผู้หญิงเค้าว่าไม่พอหล่ะ 555
สำหรับห้องน้ำก็จะคล้ายๆกับห้องสตูฯ เรียบๆง่ายๆไม่ได้เน้นมากค่ะ

***ห้องแบบสามห้องนอนยังไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมจ้า


----------------------------------------------------------------------



จากพื้นที่ตั้งของ
บ้านทิวลม จะอยู่ห่างริมหาดชะอำแค่ 200 เมตรเท่านั้นค่ะ
สามารถเดินมาได้สบายๆเลย เป็นฝั่งหาดทางใต้ท้ายๆหาดชะอำละเลยค่อนข้างเงียบสงบ
แต่เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของคอนโดเราจึงต้องขี่ม้ามา ฮี้ กับ กับ Smiley
แม้อากาศจะร้อนแดดจะเปรี้ยงปร้าง แต่ลมจากทะเลก็ช่วยให้เย็นสบายขึ้นได้เยอะเลย



ฟ้าสวย น้ำใส และแดดที่แผดเผา ซึ่งเราไม่แคร์อยู่แล้ว 555 Smiley



เก้าอี้นั่งชิลล์หน้าหาด จากหาดตรงนี้ไม่ไกลสะพานปลาด้วย
หลายคนแนะนำว่าร้านอาหารแถวนี้สดเลยเพราะเพิ่งมาจากสะพานปลา
ที่สำคัญปริมาณให้แบบเต็มที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านอาหารทะเลยในชะอำ



ชิลล์ป่ะหล่า Smiley

 --------------------------------------------------------------

สำหรับใครที่กำลังหาที่พักหรือบ้านตากอากาศที่ใกล้ทะเล
บรรยากาศดีๆชิลล์ๆ ไม่แถมยังไม่ไกลจากตัวเมืองหัวหินด้วย
เค้าว่า
บ้านทิวลม ก็จัดเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
หรือถ้าจะซื้อไว้เป็นการลงทุนก็ดูดีเลย ด้วยทำเลที่ตั้ง ราคา การเดินทาง ฯลฯ
ตอนนี้เปิดจองไปเยอะพอสมควรแล้ว ใครสนใจก็ลองแวะมาดูกันได้ค่า Smiley



รายละเอียดเพิ่มเติมของ
บ้านทิวลม ชะอำ สามารถเข้าไปชมกันได้ตามลิงค์ด้านล่างค่

//www.sansiri.com/condominium/baanteawlom_chaam/th/

--------------------------------------------------------------




แถมด้วยกิจกรรมลั้นลาอื่นๆในทริปอีกเล็กน้อย อิอิ
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง รอบนี้ได้มาทานร้านอาหาร "บ้านอิสระ"
ซึ่งทั้งๆที่มาหัวหินหลายรอบมากกกแต่ก็ยังไม่เคยลองทานร้านนี้
รู้สึกพลาดมากเพราะอาหารร้านนี้อร่อยมากคร๊าบบบบ Smiley



โพสเองหิวเองอร่อยแหล่มทุกเมนู
โดยเฉพาะสองเมนูบน ยำหอยแมลงภู่กับยอดกระถิน
และ หอยแมลงภู่กระทะร้อนซอสใบโหระพา
เล่นเอาคนไม่ชอบหม่ำหอยแบบทรายยอมเลย ยอมรับว่าเด็ด !!!



ที่พักของเราในทริปนี้โดนใจได้มานอนที่นี่อีกแล้วดีใจๆ

Hotel de la paix (โฮเทล เดอ ลา เปซ์)
เค้าชอบห้องที่นี่มากกว้างขวางผนังแบบปูนเปลือย
เตียง ผ้าห่ม หมอนขนเป็ด ทำให้หลับสบายเคลิ้มมากไม่อยากตื่น



และสิ่งที่ห้ามพลาดในการมาพักที่นี่คือ Honey Comb น้ำผึ้งสดๆจากรัง
อยู่ในบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าทานได้ไม่อั้น เค้าซัดทีเกือบครึ่งรวงตลอดๆ 555 ก็เค้าชอบง่ะ Smiley



ปิดท้ายทริปกันด้วยอาหารมื้อกลางวันที่

Hua-Hin Hills Vineyard
ตั้งอยู่ไกลพอควรค่ะออกไปทางประจวบฯ



มื้อใหญ่อีกตามเคย แหะๆ คาโบนาร่าของที่นี่สุดยอดดด !!!
คือเข้มข้นเว่อร์ๆ กินเข้าไปไม่รู้สึกถึงเส้นสปาเก็ตตี้
รู้สึกแค่ความเข้มข้นของชีส และชีส และชีส 555
แต่ให้ทานคนเดียวทั้งจานก็คงไม่ไหวจริงๆสั่งมาแชร์ๆกันอร่อยสุดค่ะ

----------------------------------------------------------------

ขอบคุณแสนสิริมากๆค่ะ ที่ให้ทรายได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของทริปดีๆครั้งนี้
 และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า

Smiley XOXO
Smiley

----------------------------------------------------------------




 

Create Date : 24 มีนาคม 2556    
Last Update : 24 มีนาคม 2556 2:34:52 น.
Counter : 5357 Pageviews.  

>>>Korea Trip with Dr.G สกินแคร์และคลินิกสัญชาติเกาหลีที่กำลังจะมาเปิดในประเทศไทยจ้า <<<

สวัสดีค่ะเมื่อวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2556
ทรายได้เป็นหนึ่งในบล็อคเกอร์ไปร่วมในทริปสื่อ
เดินทางไปยังประเทศเกาหลีเพื่อทำความรู้จักกับแบรนด์ดังสัญชาติเกาหลี
ที่กำลังจะมาเปิดคลินิกและนำเข้าสกินแคร์มาวางจำหน่ายในประเทศไทย
ภายใต้ชื่อแบรนด์ "Dr.G" ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้วางจำหน่ายในเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ
มาทำความรู้จักกับแบรนด์นี้ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ



เพื่อนๆพี่ๆบล็อคเกอร์ที่ร่วมทริปนี้ไปด้วยกัน
มี พี่ทอฟฟี่ Madkitty , พี่ปู้เป้ Pupe_so_Sweet ,
พี่แป้ง Kirarista และ ทราย Feonalita
จ้า
ออกเดินทางสู่เกาหลีกันด้วยสายการบิน Asiana ไฟลท์ตีหนึ่งกว่าๆ
ไปถึงเกาหลีประมาณแปดโมงเช้าตามเวลาเกาหลี ซึ่งเร็วกว่าไทยสองชั่วโมงค่ะ



อากาศตอนสิบเอ็ดเบาๆประมาณ -5
ณ จุดแรกที่เราแวะไปคือ หมู่บ้านฝรั่งเศส
: La Provence Village Korea
หรือที่เรียกกันว่า "หมู่บ้านสีลูกกวาด" เนื่องจากอาคารร้านค้า
จะทาสีตึกด้วยสีสันสดใสหลากสี ตามแบบเมืองโพรวองซ์ในฝรั่งเศสค่ะ
ที่นี่จะมีร้านค้า ร้านขนม ร้านอาหาร เสื้อผ้า ของฝาก ฯลฯ
เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์ หรือซีรีย์เกาหลีดังๆหลายเรื่องจ้า



มาที่นี่แนะนำให้ลอง ขนมปังกระเทียมร้าน Ryoo Jae Eun
อร่อยมากกกกเป็นแบบปังกระเทียมหวานๆบ้านเราแต่หอมเนยสุดๆ
และมื้อแรกที่เกาหลีคือสุกี้ยากี้ ที่ไกด์เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มพันท้ายฯ
รสชาติเหมือนสุกี้แบบที่เราต้มกินกันเองที่บ้านเลยหล่ะ



ที่ต่อไปไม่ห่างกันมากคือ Trick Eye Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตาสามมิติ
ที่เมืองพาจู ห่างจากตัวเมืองออกไปเยอะเลย เกือบติดกับเขตเกาหลีเหนือละ
ซึ่งรอบที่แล้วทรายได้แวะไปที่พิพิธภัณฑ์นี้เหมือนกันแต่เป็นแถวม.ฮงอิกค่ะ
ภาพวาดในพิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งจะไม่เหมือนกัน เดินถ่ายรูปเพลินๆจ้า



ออกจากพิพิธภัณฑ์อากาศเริ่มเย็นลงระหว่างที่เรากำลังเดินทางนั่งเรือข้ามไปเกาะนามิ
หันออกไปมองนอกหน้าต่างสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาจริงๆ............"หิมะตก" Smiley



ข้ามไปถึงเกาะนามิหิมะเพิ่งเริ่มตก
แต่เวลาผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ขาวโพลน
อากาศประมาณ -8 ถึง -10 องศาค่ะ หิมะเริ่มตกหนักเรื่อยๆ
เดินแป๊บเดียวหิมะเกาะบนหัวเป็นกองเลย มิน่าล่ะเห็นคนเกาหลีเค้ากางร่มกัน Smiley



ภาพสวยๆกลางหิมะโปรยปรายจากช่างภาพที่น่ารักประจำทริป
พี่หนึ่ง : www.facebook.com/okeveryday  ค่า



แวะหม่ำมื้อเย็นเป็นหมูย่างเกาหลีตามสไตล์
เป็นแบบบุฟเฟ่ต์กินไม่อั้น รสชาติดีกินกันอย่างเพลิดเพลิน
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทริป แต่แอบงงนิดนึง
กำลังหม่ำอยู่หมูยังคากระทะ พนักงานหนุ่มเกาหลีมายกเตาไปเก็บซะงั้นอ้ะ
หรือเค้าเห็นเรากินมากไป เกรงว่าเราจะอ้วนเลยยึดเตาเราซะเลย Smiley
คืนนี้นั่งรถออกจากร้านอาหารไปยังที่พัก Landmark Hotel
ณ เมืองซูวอน ซึ่งค่อนข้างไกลหน่อยอยู่ห่างจากโซลออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งค่ะ
ห้องพักดีมากค่ะใหญ่โตสะดวกสบาย แต่เก๋นะมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้หนึ่งผืน !!!
นอนกันสองคนกับพี่ฟี่มีผ้าเช็ดผมผืนเล็กให้สามผืนและผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืนง่ะ



กลางคืนเค้ากะพี่ฟี่ยังคึกคักลงมาเดินหาขนมกินที่มินิมาร์ทแถวโรงแรม
หิมะยังคงตกไม่เลิก ขึ้นห้องไปมองดูวิวลงมาจากหน้าต่าง ขาวโพลนทั้งเมืองเลย
หนาวววววว............แต่สวย Smiley



เช้าวันถัดมาเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมกันตั้งแต่แปดโมง
เพื่อเข้ามาคลินิกของ Dr.G ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง
เพราะหิมะตกท่วมถนน และรถติดในช่วงเช้าเนื่องจากคนออกไปทำงานกัน



วันนี้ทรายกับพี่แป้งได้ทดลองทำทรีทเมนต์กับทางคลินิก
กับคอร์ส Premium vital (for whitening) โดยใช้กระบวนการ iontophoresis : ไอออนโต
ที่จะผลักตัวยา(วิตามินซี) ให้ซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยลบเลือนริ้วรอย ทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำ
รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวดูจางลง กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
หลังการทำผิวไม่ลอก ขณะทำไม่เจ็บ และสามารถออกแดดได้ตามปกติค่ะ
ทรายทำเสร็จหน้าชุ่มสกินแคร์ ผิวนุ่มๆดี พร้อมสู้อากาศหนาวๆด้านนอกละ วันนี้ประมาณ -5 ค่ะ



มื้อเที่ยงแวะไปทานไก่ตุ๋นโสมก่อนจะแวะไปย่านชอปปิ้งทงแดมุน
หรือแพล็ตตินั่มเกาหลี เป็นย่านขายเสื้อผ้าแบบแพ็ตตี้บ้านเราจ้า
เดินไปเดินมาได้เครื่องสำอางกลับมาตามระเบียบ แหะๆ



วันนี้หิมะไม่ตกแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่หายใจเป็นไอ
มุมงามๆนี้พี่ฟี่ถ่ายให้จากกล้องเค้า Sony NEX-F3 จ้า ไม่ได้ปรับรูปเลย แสงสวยงาม



มื้อเย็นไปทานบุฟเฟ่ต์นานาชาติกันที่ร้าน Olivia ซึ่งมีขาปูยักษ์
แต่ขาปูฮิตเหลือเกินร้านเติมไม่ทัน ไปฉกชิงมาได้หนึ่งจานหยิบยืมแบ่งกันถ่ายรูป
เนื้อปูเค้าแห้งๆไม่แน่นเนื้อไม่นิ่มแบบปูม้าบ้านเรา เปลือกปูเค้าเหนียวๆต้องใช้กรรไกรตัดเอาค่ะ
ก่อนเข้าที่พักได้ไปแวะย่านเมียงดงชอปปิ้งกันแป๊บนึงก่อนตลาดจะปิด
คืนนี้ย้ายมาพักโรงแรมในเมืองตรงแถวๆคลองชอนเกชอน
ที่พักในเมืองด้วยความที่ค่าที่ค่อนข้างแพงห้องจะไม่ใหญ่มาก
แต่โอเคเลยมีผ้าเช็ดตัวสองผืน แต่มีเรื่องฮาอีกแล้วคือในห้องเค้ากะพี่ฟี่
ที่ราวม่านปิดอ่างน้ำมีผ้าเช็ดตัวใช้แล้วพาดอยู่อีกสองผืนด้วยง่ะ
ต้องโทรตามพนักงานโรงแรมขึ้นมาเก็บให้ สงสัยแม่บ้านจะลืมเก็บ Smiley



วันสุดท้ายของเราได้มาทำความรู้จักแบรนด์ Dr.G กันแบบจริงจัง
ด้วยการต้อนรับจาก ด็อกเตอร์ กัน ยาง อัน (Dr.Gun Young Ahn)
ผู้ก่อตั้งคลินิกและแบรนด์
Dr.G แต่ในเกาหลีเค้าจะไม่ได้ใช้ชื่อว่า Dr.G นะคะ
จะใช้ชื่อว่า Gowoonsesang :  เป็นภาษาเกาหลีแปลว่า Beauty Forever
สำหรับคลินิกนั้นนอกจากที่เกาหลียังมีอีกหนึ่งแห่งที่อเมริกาย่าน Beverly Hill
ซึ่งในอเมริกาจะใช้ชื่อว่า The G และอนาคตจะเปิดคลินิกขึ้นในประเทศไทย
ซึ่งจะเป็นคลินิกแห่งแรกในเอเชียไม่นับรวมในประเทศเกาหลีค่ะ



ประวัติการทำงานของ ดร.กัน ยาง อัน


- ศาตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแพทย์ชุนยัง เกาหลีใต้
– ที่ปรักษาด้านการวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ จูนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น
– สมาชิกองค์กรเวชสำอางค์แห่งประเทศเกาหลีใต้
– สถาบันเวชสำอางค์ แห่งประเทศอเมริกา
– สมาคม เลเซอร์ ทางการแพทย์และการศัลยกรรม แห่งชาติเกาหลี
– สมาชิกองค์กรเวชสำอางค์ และศัลยกรรม (องค์กรนานาชาติ)
– หัวเรือใหญ่ของเครือ Gowoonsesang โครงข่ายสถาบันความงามใหญ่ที่สุดในเกาหลี
– เลขาธิการ องค์กรแพทย์สภา แห่งชาติเกาหลี




Gowoonsesang  Clinic  ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1998 และได้ขยายสาขา
เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 14 สาขาในปัจจุบัน ซึ่งจากประสบการณ์กว่า 15 ปี
 ผลงานทางการแพทย์ของที่นี่จึงได้รับการยอมรับในวงกว้าง
และได้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร Journal of Dermatology
(นิตยสารทางการแพทย์ของประเทศอังกฤษ)



Dr.G คือผลิตภัณฑ์เวชสำอาง = cosmeceutical (cosmetic + pharmaceutical)
เป็นการใช้เครื่องสำอางเพื่อเป็นเกราะป้องกันผิว พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง
สกินแคร์เค้ามีหลายไลน์มาก ได้แก่ Trouble Care , Moisture Sensitive ,
Actifirm Recovery , Beyond Young , Pore Care , Mens Care ,
White Aura , Super Aquasis , Sun Care , Total Active
และ Special Line (Eye Cream , BB , Lip Cream , Hand Cream etc.)




ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง Dr.G นอกจากจะจัดจำหน่ายในคลินิก Gowoonsesang
และร้าน Olive Young ในประเทศเกาหลีแล้ว  ยังได้ถูกส่งออกไปเพื่อวางจำหน่าย
ในต่างประเทศแถบเอเชียคือในร้าน Sasa ประเทศจีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง
และอีกไม่นานจะมีวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วค่ะ ตัวเด่นของเค้าที่น่าลองคือบีบีค่ะ
ภาพนี้ทรายถ่ายมาจากใน
ร้าน Olive Young
ซึ่งราคาบีบีจะอยู่ที่ 28,000 - 49,000 won ประมาณ 800 - 1,500 บาท ค่ะ



หลังจากจบการเยี่ยมชมคลินิก ทริปได้พาไปแวะตามศูนย์โสม
ร้านอะเมทิส ร้านสมุนไพรบำรุงตับ ฯลฯ ตามสไตล์ทริปทัวร์เกาหลีทั่วๆไป
พวกเราบล็อกเกอร์ซึ่งเคยมาเกาหลีกันหลายรอบแล้วเลยรอกันบนรถค่ะ
เหลือเวลาอีกเล็กน้อยได้ไปเดินชอปปิ้งกันเบาๆก่อนทานมื้อเที่ยงประมาณสี่สิบนาที
และจบมื้อสุดท้ายในเกาหลีกันด้วยการทานทักคาลบี้ หรือไก่ผัดซอสเกาหลี
ซึ่งรสชาติเผ็ดแซ่บเลยหล่ะ ใครไม่ทานเผ็ดเมนูนี้ถือว่าจัดจ้านอาจจะทานไม่ไหวค่ะ



ได้เวลากลับบ้าน เย้ๆ ได้นั่งชมหิมะตกอีกรอบที่สนามบินก่อนกลับ Smiley
บ๊าย บาย เกาหลี แล้วเจอกันอีก รอบหน้าตั้งใจจะมาเองแบบแบ็คแพ็ค
เที่ยวกับทัวร์อย่างไรก็ไม่ได้โดนใจเท่าเที่ยวเองเนอะ
Smiley See You Again Korea Smiley

------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Dr.G Thailand ที่ให้เกียรติเชิญทรายไปร่วมทริปครั้งนี้ค่ะ
รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และคลินิกของ Dr.G ติดตามได้ที่

//www.dr-g.co.th
หรือ
https://www.facebook.com/DrGthai

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่ะ

Smiley XOXO
Smiley

------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 01 มีนาคม 2556    
Last Update : 1 มีนาคม 2556 2:43:50 น.
Counter : 7124 Pageviews.  

เพื่อนบอกเพื่อนช่วยกันเตือน"ภัยร้ายจากเครื่องสำอางปลอม" by ETUDE HOUSE !!!

สวัสดีค่ะเพื่อนๆบล็อคนี้ Etude House และ mhunoiii
ขออาสาจับมือกันมาช่วยเตือนภัยจาก"เครื่องสำอางปลอม"
ซึ่งทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเครื่องสำอางของ
Etude House เป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดฮิต
ที่มีการทำสินค้าลอกเลียนแบบออกมาวางขายในราคาถูกมากสุดๆ
ซึ่งในความจริงแล้ว
Etude House มีบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกกฎหมายเพียงแห่งเดียว
คือ บริษัทคอสเมกก้า จำกัด (Cosmega) โดยมีเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
และ ร้านค้าที่ได้รับการแต่งตั้ง ที่เราจะสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าของแท้
ดังนั้นการซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มา จึงมีความเสี่ยงทั้งสิ้น
วันนี้จะขอมาแฉ เทียบภาพของจริงของปลอมให้ชมกันพร้อมข้อมูลที่ควรทราบ
จะมีอะไรบ้าง และเครื่องสำอางปลอมจะน่ากลัวอย่างไร มาติดตามชมกันเลยค่ะ



ภาพนี้มีทั้งเครื่องสำอางจริงและปลอมปะปนกัน
อยากจะกรี้ดดดด........มันคล้ายกันมาก แยกแทบไม่ออก Smiley
บางชิ้นมีของจริงมาเทียบ เค้ายังมึนส์เลย แล้วเวลาไปซื้อตามร้าน
โดยไม่มีอะไรไปเทียบ หรือไม่เคยทดลองใช้มาก่อน
จะมั่นใจได้อย่างไรว่าของที่ได้มาคือของจริง !!!
ทรายจะเทียบของจริงของปลอมให้ชมกันบางชิ้นนะคะ แล้วจะตกใจ เหอๆ



Etude House : Precious Mineral BB Cream

บีบีครีมตัวดังที่ขายดีสุดๆ มีการทำเลียนแบบออกมาเยอะมาก
แม้ลวดลายบนกล่องและบนหลอดบีบีจะไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ
สีใกล้เคียง แต่ก็เป็นคนละเฉด หลอดของเลียนแบบจะนูนๆป่องๆ
แต่สำหรับคนที่ไม่ทราบมันก็ดูใกล้ๆเคียงกันจริงๆ และยิ่งถ้าแม่ค้า
บอกว่าเป็นรุ่นใหม่ เปลี่ยนลายกล่อง หรือเป็นรุ่นที่ขายในเกาหลีขึ้นมา
ผู้บริโภคหลายคนก็สามารถตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย แต่อย่าลืมว่าบีบี
นำมาใช้ทาใบหน้าโดยตรง ถ้าเป็นเครื่องสำอางเลียนแบบ
เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าเค้าใส่สารอะไรมาบ้าง ถ้าหน้าแหกขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ !!!



Etude House : Secret Beam Powder Pact

แป้งอัดแข็งตลับพิมพ์ลายนูน....ของปลอมก็ทำตลับได้เหมือนมากกกก
ลายพิมพ์บนเนื้อแป้งก็เหมือน โอ้แม่เจ้า ต่างกันแค่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
ตลับแป้งของจริงจะเงากว่า และลายพิมพ์บนพัฟใช้ฟอนท์ต่างกัน
แต่กล่องนั้นใกล้เคียงมากๆๆๆ แค่กล่องที่ทรายได้มามันเยินเลยดูออกว่าต่าง



Etude House : Dear My Blooming Cheek

บรัชออนปัดแก้มสีหวานที่อยากบอกว่าเหมือนเหลือเกิน
ถ้าคนไม่เคยเห็นของจริง หรืออย่างทรายใช้อยู่เห็นของปลอมยังอึ้ง
เนื้อตลับพลาสติกของปลอมไม่ก๊องแก๊งนะ พลาสติกหนาคล้ายของจริงเลย
แต่ของปลอมอันนี้ทำรอยบนลายบรัชเว้าสลับด้านกันกับของจริง



Etude House : LUCIDarling
Etude House : Oh~ m' Eye Line

สำหรับ LUCIDarling ที่ทรายเอามาเทียบของจริงกับของปลอม
เป็นคสอ.คนละอย่างกันนะคะ ของจริงตลับชมพูเป็นอายแชโดว
ส่วนของปลอมตลับน้ำตาลเข้มเป็นบรัชออน แต่กล่องด้านนอกจะเหมือนกัน
เนื้อกล่องเป็นเคลือบวิ้งๆเหมือนกันเลย ลายต่างกันนี้ดดดดเดียวอ่าค่ะ
ส่วนอายไลน์เนอร์น่ากลัวสุดๆๆๆๆๆ ยอมรับแต่โดยดีว่าเค้าแยกไม่ออก Smiley
พลาสติกเนื้อเดียวกันหมดเลย ฟอนท์ก็เหมือนกัน สีฟอนท์คล้ายกัน
รูปทรงขวดและความยาวฝาต่างกันแค่เล็กน้อย แถมเป็นอะไรที่ใช้กับตา
ซื้อมาเป็นของปลอมใช้ใกล้ดวงตาอันตรายแค่ไหนไม่กล้าคิด !!!



Etude House : Dear Darling Tint

มาถึงตัวที่ฮิตที่สุด และมีการทำของปลอมเลียนแบบออกมาเยอะที่สุด !!!
นั่นคือ "ทินท์ทาปาก" อันแสนโด่งดังนั่นเองค่ะ ภาพของปลอมจะหน้าตาไม่เหมือนกัน
เพราะเป็นแบบแพ็คเกจเก่า ซึ่งตอนนี้ของจริงจะเป็นแบบขวดขวา มีซีลคอขวดไว้ด้วยค่ะ



เอาของปลอมลอกเลียนแบบมากองรวมกัน คล้ายของจริงมากไปไหม ??? Smiley Smiley
แต่........สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนของจริงแน่นอนคือ "ส่วนผสมอันตราย"ที่เราไม่มีทางรู้
จากการตรวจสอบเครื่องสำอางลอกเลียนแบบพบว่ามีสารอันตรายเจอปนอยู่
โดยเฉพาะส่วนผสมแบบที่เดียวที่พบในสีทาบ้าน ได้แก่.........

 ไฮโดรควิโดน (Hydroquinone)

เป็นสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางทุกชนิด เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้
ระคายเคือง เป็นผื่นแดง คัน มีตุ่มนูน แสบร้อน มีจุดด่างขาวที่หน้า
และจะส่งผลให้ผิวหน้าดำ กลายเป็นฝ้าถาวรที่รักษาไม่หาย


สารประกอบปรอท

สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง
เกิดการสะสมของสารปรอทในร่างกาย ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้

-------------------------------------------------------------------------

อันตรายจากการใช้เครื่องสำอางปลอม

ผลระยะสั้น : เกิดการแพ้ เป็นผื่นคัน บวมแดง สิวอุดตัน เป็นต้น
ผลระยะยาว : เกิดการสะสมของสารปนเปื้อน และสารที่เป็นอันตรายต่างๆ
ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหน้า หากรักษาไม่ถูกวิธีจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น
หรือกลายเป็นริ้วรอยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ !!!



 วิธีการสังเกตเครื่องสำอาง Etude House

สำหรับ
ของจริงจะต้องมีลักษณะดังนี้


Smiley ต้องมีสติกเกอร์ที่เป็นลายน้ำเงา Etude Smiley
จากสคบ.(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)
สติกเกอร์จะมีลักษณ์เป็นรูปวงรีสีชมพูอ่อน พิมพ์ตัวอักษรณ์ Etude House สีเงิน
โดยจะต้องมีสติกเกอร์ลายน้ำนี้ติดทั้งที่กล่อง และที่ตัวผลิตภัณฑ์ !!!



Smiley มีสติกเกอร์ฉลากที่เป็นภาษาไทยกำกับไว้อย่างชัดเจน Smiley
โดยที่สติกเกอร์ฉลากจะแสดงชื่อของบริษัทผู้นำเข้า
ที่ได้รับใบอนุญาตการนำเข้าจาก อย. (องค์การอาหารและยา)
ซึ่งสำหรับ Etude House จะมีผู้นำเข้าอย่างถูกกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว คือ

บริษัทคอสเมกก้า จำกัด (Cosmega) โดยจะมีวางขายใน Etude House Shop
ตามเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นค่ะ



อย่าลืมนะคะก่อนซื้อตรวจดูสติกเกอร์ลายน้ำ สคบ. และฉลากภาษาไทยทุกครั้ง
และเพื่อความมั่นใจการซื้อจากช็อปโดยตรงจะไม่มีปัญหาของลอกเลียนแบบแน่นอนค่ะ
นอกจากยี่ห้อ Etude House แล้วยี่ห้ออื่นก็มีของลอกเลียนแบบออกมาเยอะมากๆ
อยากจะรณรงค์ให้เพื่อนๆอย่าเห็นแก่ราคาที่ถูกกว่าเราเกิดมามีแค่เพียงหน้าเดียว
ถ้าลองใช้แล้วหน้าพัง หรือเกิดการสะสมสารอันตรายในร่างกาย มันไม่คุ้มกันจริงๆ
เลือกซื้อจากแหล่งที่มั่นใจอย่างที่เคาท์เตอร์ หรือเลือกใช้ในแบรนด์ที่พอประมาณกับฐานะ
สวยอย่างชาญฉลาด และปลอดภัย อย่าลืมช่วยกันเตือนแบ่งปันข้อมูลดีๆให้เพื่อนด้วยนะคะ Smiley

  -----------------------------------------------------------------------

สำหรับแฟนๆชาว
Etude House ขอแอบมากระซิบบอก

"เตรียมพบกับ Surprise สุดกรี้ดดด กับ
Etude House เร็วๆนี้"

ติดตามได้ที่ www.facebook.com/etudehouse.thai ค่า Smiley

อย่าลืมนะจ๊ะขอบอกว่าพลาดแล้วจะเสียดาย !!!

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมกันและแบ่งปันความรู้ดีๆให้เพื่อนๆกันต่อไปนะคะ

Smiley ขอบคุณมากๆค่ะ Smiley

  -----------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2556 19:09:04 น.
Counter : 26585 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

BlogGang Popular Award#16


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 535 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.