เปิดถุงชอป "ญี่ปุ่น" ค่ะ ดูซิมีอะไรบ้าง
ไม่ได้ตั้งกระทู้ รีวิว พรีวิวนานแล้ว วันนี้สบโอกาสดีว่างๆ เลยมาพรีวิวเครื่องสำอางจากญี่ปุ่นค่ะ

จริงๆ เรากลับจากญี่ปุ่นมาได้หลายวันแล้ว เพิ่งได้จัดของอย่างจริงจัง เลยบ้าเห่อเอาออกมาเปิดถุงชอปให้ได้ชมกันค่ะ

อาจมีไม่เยอะนะคะ เราเลือกซื้อเท่าที่เราจะได้ใช้ค่ะ หลังๆ เริ่มปลง ไม่ค่อยบ้าซื้อเหมือนเดิม เพราะใช้ไม่หมด

เอาไว้ทดลองใช้ไปสักระยะจะมาทำ รีวิวเต็มรูปแบบให้ชมกันค่ะ


ตัวแรกเลยนะคะ
Dove Cleansing Oil
พอดีอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก เห็นป้ายโฆษณาใหญ่ที่สถานีชินคังเซ็น ดูน่าใช้ เป็นฟองนุ่ม มีรูปผู้หญิงใช้นวดล้างเมคอัพรอบดวงตาด้วย
ใครอ่านออกรบกวนแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะคะ

ล้างสะอาดหรือไม่ น่าประทับใจแค่ไหน ไว้ลองใช้แล้วจะมารีวิวนะคะ



ลืมบอกว่า ออยล์โดฟ ขนาด 155 ml ค่ะ

ตัวต่อไปเลย

Shiseido # HAKU melanofocus ขนาด 20g
ตัวนี้เห็นในหนังสือเรย์หลายรอบเลยสนใจ เห็นว่าช่วยเรื่องปรับผิวขาวกระจ่างใส เราอ่านญี่ปุ่นไม่ออก คุยกับคนขายก็ไม่เข้าใจ พอดีไกด์มาช่วยอธิบายว่าลดจุดด่างดำ หรือฝ้า กระ ด้วยเราก็เลยเอามาขวดนึง
กลิ่นมันแรงมากเลย เหมือนแอลกอฮอล์เยอะไงไม่รู้ แต่กะจะลองใช้ดู



ตัวต่อไปนะคะ
DHC # Brightening Patch
ตัวนี้ไม่มีขายเมืองไทยค่ะ ซื้อในชอป DHC ที่ชิบุย่า ไกด์ไปด้วย บอกว่าเป็นแผ่นสำหรับแปะจุดด่างดำค่ะ มีส่วนผสมของอะบูติน
มีทั้งหมด 60 แผ่น ใช้วันละสองครั้ง ก็ตกกล่องนึงใช้ได้ประมาณ 1 เดือน
ยังไม่ได้ลองใช้เลยค่ะ

ต่อไปเป็น แผ่นมาส์คหน้าค่ะ

Kose cosme port # Clearturn White

ซื้อที่ร้านขายยาค่ะ ราคาเป็นมิตรมากๆ เนื่องจากวันแรกที่ลงเครื่อง แดดแรงมาก ไม่ได้ทากันแดดด้วย ผลก็คือแสบหน้าไปหมด เลยตรงดิ่งไปซื้อกันแดดAnessa (ลืมถ่ายรูปมาลงพรีวิวค่ะ) พร้อมหามาส์คแผ่นดีๆมาบำรุง
ก็พอดีไปเจอแผ่นมาส์คหน้าโคเซ่ ไม่แพงด้วย

ตัวแรกทางซ้ายมือ ซองสีแดง คนขายบอกว่ามีไฮยารูโรนิค มีกล่องละห้าแผ่น ใช้ไปคืนแรกชอบมาก หน้านุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นเยอะ แบ่งให้พี่สาวใช้ก็ชอบค่ะ
ก่อนกลับแวะร้านเครื่องสำอางที่ห้างอิออน ก็เลยเอากล่องส้มผสมQ10 กับกล่องเหลืองที่เราเข้าใจว่าผสม VitC มาด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากอ่านไม่ออก อาจเข้าใจผิดได้นะคะ ใครรู้ภาษาญี่ปุ่นก็รบกวนบอกทีค่ะว่าเข้าใจถูกหรือไม่

ชอบที่ใช้แล้วหน้าดูสดชื่นดีค่ะ เรื่องขาวใสนี่เราไม่รู้นะ ที่สำคัญคือไม่แพง



Shisedo Maquillage @ Pore Perfect cover
ตัวนี้ไม่รู้เมืองไทยมีรึเปล่า พอดีเห็นรีวิวในเรย์ กับเคยเห็นรีวิวของใครสักคนในโต๊ะเครื่องแป้ง น่าใช้มากๆ
แต่ผิดหวังที่ขนาดมันเล็กกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ เนื้อก็ดูไขๆ ยังไงไม่รู้ แถมคนขายยัง(ทำมือทำไม้)บอกว่าให้ใช้หลังลงแป้ง ยิ่งงงเข้าไปใหญ่เลย

เดี๋ยวลองใช้แล้วจะมาบอกค่ะ



อีกรูป




ต่อมาเป็นมาจอลิก้าค่ะ

ซ้ายมือสุดเป็นลิปกลอสสีชมพูอ่อน เบอร์ PK 211
ถัดมาเป็นลิปกลอสสีชมพูเบอร์รี่ เบอร์ PK 338

สองตัวนี้ซื้อเป็นของฝากเพื่อนค่ะ

ถัดมาเป็นบลัชออนสีส้ม เบอร์ OR 322 แพคเกจน่ารักกุ๊กกิ๊กดี
จขกท เป็นคนปัดสีส้มไม่ขึ้น ส่วนใหญ่มีแต่บลัชออนโทนชมพู ก็เลยลองเสี่ยงซื้อสีส้มมาค่ะ
ปรากฎว่าตัวนี้ปัดแล้วโอเคค่ะ ไม่หมอง ดูใสๆน่ารักดี ปลื้มมาก
หมายเหตุ : แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะลองแต่งหน้าให้สว่างกว่าปกติหรือเปล่า พอปัดสีส้มเลยหน้าไม่หมอง




ต่อมาเป็นพาเลทอายเชโดว์
มาจอลิก้าเช่นกันค่ะ

สีนี้เห็นลงในหนังสือเรย์ (อีกแล้ว) เล่มหน้าปกแอฟค่ะ สีสวยดี เพิ่งลองใช้ไปครั้งเดียวค่ะ แอบผิดหวังที่ดูสีมันติดไม่ค่อยทนไงไม่รู้



ต่อมานะคะ
Shiseido maquillage # Diamond Tear Gloss เบอร์ OR 211
กลอสตัวนี้ซื้อเมืองไทยสู้ราคาไม่ไหวค่ะ
ปกติเราไม่ค่อยมีลิปสีส้ม มีแต่ลิปสติกสีส้มนู้ดๆของsuqqu ตอนนี้เลยอยากได้สีส้มน่ารักๆบ้าง ถูกใจสีของมากิยาจตัวนี้ค่ะ



ต่อมาเป็น

DHC # Lip Cream
ตัวนี้ได้ยินกิตติศัพท์มานาน ที่ญี่ปุ่นราคาถูกกว่าที่ไทยพอสมควรเลยสอยมาซะเลยย




ต่อมา ได้เวลาของ Jill Stuart !

แพคเกจงามเริ่ด เลิฟมากๆ กว่าจะดั้นด้นหาเคาน์เตอร์เจอ




มาจากสีแรกก่อนนะคะ

Jill Stuart # Illuminance eyes เบอร์ 02
ดูในรูปอาจจะงั้นๆ แต่สีจริงสวยมาก มีกลิ่นหอมหวานๆ น่ารักด้วย




ต่อด้วย
Jill Stuart Illuminance Eyes เบอร์ 04
โทนเขียวชมพู งามจับจิตจับใจ




ตัวนี้ก็ชอบเหมือนกัน อายเชโดว์เนื้อหยุ่นๆ เจลๆ สีม่วงอ่อน

Jill Stuart # Jelly Eye color เบอร์ 04 Lavender ice



ต่อมาก็
Jill Stuart # Berry Scrub
ตัวนี้กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวๆ เบอรี่ๆ น่ารักดี ชอบแพคเกจ ดูเจ้าหญิงดี แต่ยังไม่ได้ลองใช้เลยจ้า
อยากใช้ใจจะขาดแล้ววว

ฉากหลังภาพนี้ไม่สวย กรุณามองข้ามนะคะ




ต่อมาเป็นหมวดอาหารเสริมมั่ง

สอยวิตามิน DHC มาเท่านี้เองค่ะ

ตัวทางซ้าย จำชื่อไม่ได้ แต่เคยทานแล้วชอบค่ะ ทานก่อนออกกำลังกายค่ะ ช่วยให้เผาผลาญดีขึ้น แล้วก็วิตามินซีทางขวาค่ะ



ต่อไปก็

Shiseido # Purewhite
ตัวนี้เพื่อนฝากซื้อแบบเป็นเม็ด เราเจอในร้านขายยาแล้วรีบคว้ามา มาเห็นอีกที อ้าว...เป็นแบบน้ำ
ปกติเราไม่ทานอาหารเสริมเพื่อผิวขาวค่ะ เลยไม่รู้อะไรกับมันมาก




ต่อไปก็

DHC # Protein Diet
ตัวไหนเมืองไทยไม่มีจะสนใจเป็นพิเศษค่ะ กล่องนึงประกอบด้วย 5 ซอง 5 รส เราลองทานรสชอคโกแลต (มั้ง) ไปแล้วอร่อย(แบบเฝื่อนๆ)ดี ชงกับน้ำ 350 ml เสียดายอ่านไม่ค่อยออก ไม่งั้นคงได้ขอมูลที่มีประโยชน์มาฝากเพื่อนๆมากกว่านี้



ดูชัดๆ




จบแล้วค่ะ จริงๆ มีกันแดดAnessa ขวดขาวอักษรฟ้า แล้วก็ mist ฉีดหน้า ฯลฯ อีกห้าหกอย่าง แต่ว่าลืมถ่ายรูปมาค่ะ เลยอดพรีวิว
ใครอยากทราบรายละเอียดอะไรก็ถามได้นะคะ

จริงๆ รีวิวนี้เราโพสลงในกระทู้เปิดถุงชอปในห้องโต๊ะเครื่องแป้งไปแล้ว แต่เนื่องจากกระทู้ตกเร็วมากเลยค่ะ

เราไม่ได้ทำลายน้ำกำกับไว้ด้วยความรีบร้อน ขอความกรุณาอย่าเอารูปในบล็อกเราไปหากินนะคะ มีอะไรถามกันได้ค่ะ เราใจดี




Create Date : 26 ตุลาคม 2551
Last Update : 26 ตุลาคม 2551 21:18:03 น.
Counter : 4313 Pageviews.

10 comment
Mini Preview ~Laura Mercier~ มาดูกัน
สวัสดีค่ะ ไม่ได้ทำรีวิวนานมาก ไม่รู้จะจำกันได้อยู่รึเปล่าน้อ คราวนี้ขอเป็น “Mini Preview” แล้วกันนะคะ ที่เรียกว่าพรีวิว เพราะมีบางตัวซื้อมายังไม่ได้ใช้ บางตัวเคยใช้แล้วค่ะ
พอดีเราค่อนข้างชอบเมคอัพของ LM พอดีมีลิปกลอสกับแป้งหมด เลยโฉบไปที่เคาเตอร์แล้วก็ได้ของเล่นอื่นติดไม้ติดมือมาด้วย แย่จริง ๆ วันนี้เบื่อ ๆ เลยขอมาพรีวิวชอปปิ้งแก้เซ็งนะคะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันก่อน

รูปรวมค่ะ



ไม่หวือหวามากนะจ๊ะ ก็..มินิพรีวิวนี่เนอะ อิอิ..

ตัวแรกค่ะ
1. LM – Loose Setting Powder # Ivory : เลือกไอวอรี่เพราะจะได้ลุคหน้าผ่อง ๆ สว่าง ๆ หน่อยค่ะ พอดีติดใช้แบบ translucent ใช้จนหมดกระปุกเลยอยากเปลี่ยนบ้าง แป้งฝุ่นLM นี้ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องควบคุมความมันค่ะ
เนื้อแป้งของสีไอวอรี่ มันจะออกเหลืองกว่าทรานส์ลูเซนท์หน่อยค่ะ แต่ก็เนื้อละเอียดพอกัน ลองทาดูแล้วก็ผ่อง ๆ ดี เป็นธรรมชาติกำลังดี ไม่เว่อร์ค่ะ ชอบเหมือนกัน แต่ก็ยังรักทรานซลูเซนท์นะ
ข้อดีที่ทำให้เราชอบแป้งฝุ่นยี่ห้อนี้มากกว่ายี่ห้อไหน ๆ เพราะมันใช้ง่าย ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยน ผิวหน้าเราจะเป็นยังไง (จะโทรม จะดี) ตัวนี้ก็สามารถหยิบมาใช้ได้เสมอ ให้ลุคหน้าใสธรรมชาติดี ส่วนใหญ่เราก็ทาแป้งฝุ่นทับกันแดดเฉย ๆ ก็เด้งทั้งวันแล้ว
สำหรับคนที่สนใจแป้งฝุ่นLm สีทรานซลูเซนท์น่าจะเป็นกลางและเหมาะมากค่ะ แต่ถ้าอยากได้ลุคสว่าง ผ่องๆหน่อยก็ต้องไอวอรี่ คุมมันพอกันจ้า ส่วนเรื่องแมทท์นั้นเราไม่อะไรมาก ปัดบลัชออนที่มีวิ้ง หรือทาไฮไลท์ให้หน้าดูฉ่ำ เป็นประกายหน่อยก็โอเคแล้ว (แอบชอบมากกว่า kp อีกนะจะบอกให้)



2. LM –Mineral Primer แป้งใช้ลงก่อนแต่งหน้า เคลมว่าปัดแล้วทำให้เมคอัพติดทน หน้าโกลว์กระจ่างใส ไม่รู้มันมานานรึยัง หรือว่าเราตกข่าวหว่า? แต่บีเอลองปัดให้แล้วเริ่ดดี หน้าดูเรียบเนียนขึ้น แต่ที่สำคัญดูสว่างไบรท์ดีค่ะ ไว้ใช้ไปซักพักจะมารีวิวอีกทีนะคะ
ลืมบอกไปว่า เราไม่แต่งหน้าเยอะมาก ไม่ค่อยใช้รองพื้น (นานๆที) ส่วนใหญ่จะใช้แค่ทินท์มอยส์ เบส หรือบีบีครีมมากกว่า แต่ช่วงนี้เราเครียด สิวขึ้น เลยงดแต่งหน้า ทาแต่กันแดดและแป้งฝุ่นค่ะ บีเอเลยแนะนำว่า หน้าเราไม่มีปัญหามาก เค้าว่าเราใช้แค่ตัวมิเนอรัลพาวเดอร์ ตามด้วยแป้งฝุ่นก็พอแล้ว ชอบอ่ะ บีเอผู้ชายคนนี้ไม่ยัดเยียดของเลย แต่แนะนำเอาเท่าที่เราควรใช้
ขอติขนาดหน่อย เล็กมาก 4.8 กรัมเท่านั้น แพงอีกต่างหาก เห็นแก่ความสวยหรอกน้าถึงถอยมา

แง้ ตัวนี้ลืมถ่ายรูป ขอยืมรูปจากเว็บมานะคะ



3.LM – Metalic Crème Eye colour # platinum เป็นอายเชโดว์เนื้อครีม ประกายวาวแบบเมทัลลิค ทาแล้วออกสีนวลๆเหลือบทอง ๆ หน่อยค่ะ พอดีชอบสีแบบนี้เพราะแต่งง่าย มิกซ์ได้เยอะด้วย เนื่องจากเราแต่งไม่เยอะ ก็ทาตัวนี้เฉยๆก็สามารถตาปิ๊งได้นะ น่ารักใสๆ ไม่ต้องลงอะไรมาก ติดทนดีด้วยค่ะ



4. LM –Lip gloss # Pink Beige ลิปกลอสนี้ตัวโปรดเราเลย ใช้หมดไปแท่งนึงแล้ว สีชมพูนม ๆ หวานใสค่ะ เห็นสีหวานๆอย่างนี้เข้ากับเมคอัพได้หลายแบบนะ ลองมาแร้วว ทาแล้วมีแต่คนชมค่ะว่าสีปากสวย ดูเป็นสาวหวานน่ารัก กลิ่นก็หอมสุดๆ
ข้อดีที่ปลื้มสุด ๆ
1. เนื้อสีชัดเจน (ไม่มีวิ้งนะ) ติดทน ทาง่าย
2. ปากชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่เป็นขุย ที่สำคัญ “ไม่เป็นคราบด้วย”
เทใจให้เต็มๆเลยค่ะ


ชอบที่ซู้ดดดดด ลิปLM โดยเฉพาะสีนี้




อีกรูปค่ะ



5.LM – Face brush แปรงคู่กับแป้งมิเนอรัล ไพรเมอร์มะกี้ จริงๆต้องเป็นแปรงแบนปลายเฉียง แต่มันหมด ก็เลยเอาเจ้าตัวนี้มาแทน ใช้ได้เหมือนกัน ขนนุ่มมาก ทรงแปรงก็เก๋ดี ชอบๆ กรี๊ด



6. LM- Lipstick # Belle de Jour ลิปสติกสีส้มอมแดง อันนี้ได้แถมมาค่ะ จริงๆเราว่าสีนี้มันดูผู้ใหญ่ไปหน่อยสำหรับเรา แต่เอาเถอะ เค้าแถมให้ก็เลยเอา อิอิ ไม่แน่ ทาแล้วอาจจะดีก็ได้ แต่ไม่ชอบกลิ่นเลยง่ะ หืน ๆ ไงไม่รู้ค่ะ

ขอโทษนะคะ รีวิวง่อย ๆ ไปหน่อย แต่ก็ตั้งใจน้า





Create Date : 18 มกราคม 2551
Last Update : 19 มกราคม 2551 10:03:14 น.
Counter : 2385 Pageviews.

5 comment
Preview : เปิดถุงชอปเกาหลีค่า
วันนี้วันศุกร์ พอจะมีเวลาว่างก็เลยจะมาทำพรีวิวของที่ได้จากทริปเกาหลีตอนปลายเดือนตุลาซักหน่อย นอกจากสนุก อากาศดี อาหารอร่อย ยังได้ของติดมาพอควรเลย ราคาก็ถูกกว่าที่ขายบ้านเราเยอะ บางอย่างไม่มีที่บ้านเรา พอเอามาใช้ก็ติดใจเลย
บอกก่อนน้าเป็นแค่พรีวิวนะจ๊ะ บางอย่างยังไม่ลองใช้เลย บางอย่างใช้ไปนิดเดียว ยังบอกผลชัดเจนไม่ได้ เอาแค่คร่าว ๆ เนอะ ส่วนถ่ายรูปแสงไม่ดี ภาพเบลอ สีเพี้ยนก็ขอโทษนะคะ

เริ่มแรกขาดไม่ได้คือ Etudehouse จ้า...shop สีหวานของเค้าอยู่ที่ย่านเมียงดง ไกด์บอกว่าเหมือนสยามบ้านเรา



Etude ทั้งหมดที่ได้มา



เบสเขียว Baby skin เห็นว่าห้องโต๊ะเครื่องแป้งฮิตกันพอสมควร ตัวนี้มีคนฝากเราซื้อ อยากใช้เองใจจะขาด แต่ว่าตั้งใจจะสอยบีบีครีมสำหรับตัวเองก็เลยตัดใจไม่เอา แพคเกจน่ารักน่าใช้มากมาย



ต่อไป Etude BB Magic Cream ตัวนี้เราซื้อรุ่นธรรมดาที่ไม่ผสมกันแดด รุ่นสำหรับผิวมันถึงผิวผสมค่ะ ลองนิดหน่อยแล้วผ่องดี เห็นว่ามีคนแพ้เหมือนกัน เลยว่าจะเทสที่แขนไปซักพักนึงค่ะ ตัวนี้สอบถามจากคุณมู่ sweet-and-sour มาแล้วก็เลยตัดสินใจซื้อ แพคเกจเริ่ดอีกละชอบจริง ๆ



แปรงสีชมพูน่ารัก ๆ ค่ะ หลังจากที่พยามยามสื่อสารกับบีเอในร้าน อันนี้เหมาะกับปัดแป้งและไฮไลท์ คือมันมีแปรงหลายแบบอ่า สีชมพูนี้หวานดี ชอบๆ ขนแปรงก็นุ่มกว่าที่คิด ถึงจะไม่ได้นุ่มเลิศมากเหมือน RMK อันโปรดของเรา แต่ถ้าเทียบกับราคาเป็นมิตรของมันเราว่าโอเคเลย



เอ้อ...รูปเบลอ ไม่ชัดเลย ขอโทษน้า
ส่วนนี่ก็แป้งฝุ่น Dream On #01 เพื่อนเราอยากลองแป้งฝุ่นของ Etude ก็เลยซื้อมาฝากค่า เห็นแล้วก็อยากได้เองอีกแระ



ต่อไปก็ Eyeliner Pencil
1. Eye Glow Pencil # Green จริง ๆ สีมันจะออกฟ้าอมเขียว เกือบซื้อแบบกระปุกมาแล้ว แต่คิดไปคิดมาแบบดินสอน่าจะเขียนง่ายกว่า ราคาก็ถูกกว่าด้วยก็เลยเอามาลอง สีสวยน่ารักดี ส่วนความติดทนคงต้องรอซักระยะ

2. Styling Eyeliner # blue อันนี้สีน้ำเงินเข้ม คุณมู่ sweet-and-sour ฝากซื้อมา แอบเกรงใจเพราะไม่รู้ว่าใช้รุ่นที่เค้าจะเอารึเปล่ามะรู้อ่า



ลิปกลอสค่า สีน่ารัก กลิ่นก็หอม ไฟส้มสีก็เลยเพี้ยนไป ๆ รูปก็แอบเบลอ





ต่อไปก็แป้ง Secret Beam #01 แป้งวิ้งกระจาย ปัดแล้วหน้าวาวฉ่ำดี อันนี้คุณ Tiika_ray ฝากซื้อมาค่า



Twinfix Mascara # overlash / # reallash มาสคาร่าสองหัวจ้า ตัวนี้ชอบมากมาย เมืองไทยขายแท่งละเฉียดเก้าร้อยเลย ซื้อที่เกาหลีคิดเป็นเงินไทยประมาณ 360 บาท เองอ่า เราชอบมาก หมดไปสองแท่งแล้ว เลยซื้อตุนมาสองแท่งซะเลย ไม่ต้องดัดขนตาก็งอนสวยเลย ไม่แพนด้าด้วย



ต่อไปเป็นครีมพอกหน้าโสมได้มาจากการซื้อโสมจากศูนย์โสมของรัฐบาลเกาหลี เขาแถมมาให้ ใช้ดีมากๆ ขอบอก ลองใช้ได้ครั้งเดียวก็ประทับใจมาก แต่อันนี้คนละตัวกับที่เคยเห็นขายในเว็บนะ คนละตัวกัน อันนี้รู้สึกว่าโสมจะเข้มข้นกว่าค่ะ แพงโคตรด้วย ดีที่ได้แถมมา อิอิ



ต่อไปที่ขาดไม่ได้ ก็คือแป้งผสมโสม ของยี่ห้อ Sulwhuasoo (ถ้าเขียนชื่อผิดก็ขออภัย) เป็นแบรนด์ที่มีชื่อของเกาหลีเหมือนกัน ราคาก็แอบแพงอ่า ไกด์บอกว่าไม่แนะนำให้เราใช้ เพราะเหมาะกะคนอายุ 40 ขึ้นไปมากกว่า คนไทยไปเคาเตอร์แทบถล่ม มีแต่คนคอนเฟิร์มว่าใช้ดี เลยเอามา 2 ตลับ มาฝากคุณน้าค่ะ



ตลับสวยไฮโซ น่าใช้อ่า อายุไม่ถึง อิอิ



ต่อไปนี่ภูมิใจนำเสนอมาก แป้งพัฟของ Hera Precious twin pact spf24#21 เลือกเบอร์นี้เพราะเราชอบให้ผ่อง ๆ ตัวนี้ผสมรองพื้น 5% ตลับเล็กกะทัดรัด ดีไซน์เก๋ ทาแล้วเนียนผ่องอย่างแรง ไม่เว่อร์ด้วย ไม่ดูด้าน ๆ ด้วยค่ะ เอาไว้ใช้ไปซักระยะจะมารีวิวนะ



รูปไม่ชัดอย่างแรง ขอโทษนะค้า






ต่อไปก็ Laneige


Strawberry Yogurt Peeling Gel สครับสตอเบอรี่อันแสนหอมหวาน หลอดใหญ่สะใจดี
อีกตัวก็เบสเขียวLaneige skin veil base spf26 pa+ตัวโปรดของเรา ซึ่งเคยรีวิวไว้แล้วเช่นกัน รุ่นนี้ไม่มีเมืองไทย เนื้อเบามาก เนียนบาง ผ่องเด้ง เริ่ดมั่ก


ส่วนนี่กลอสค่ะ Laneige snow crystal shimmer lipgloss เบอร์ LR 104 pink glow & LR109 hot pink ค่ะ สีสวยอย่างแรง หอมหวานค่ะ กลิ่นจะหวานนุ่มกว่า Etude นะในความรู้สึกเรา ทาแล้วติดทนพอควร ไม่รู้รุ่นนี้เข้าไทยรึยัง ไม่ได้อัพเดทที่เคาเตอร์เลยค่ะ



ต่อไป พลาดได้ไงกับ Skinfood นี่ภาพรวมน้า ยังไม่รวมของแถม



Peanut Foot cream ครีมทาเท้าพีนัท กับ Fresh Lime body emulsion โลชั่นมะนาวทาตัวจ้า อันนี้ซื้อมาฝากพี่สาวทั้งสอง



Lime Secret Shin Pact #01 แป้งวิ้งปัดหน้า และ Peach Sake Pore Minimizing Base เบสพีชสาเกอันเลื่องชื่อนั่นเอง ตัวนี้คุณมู่ sweet-and-sour ฝากซื้อจ้า



ต่อไปก็ Pearl Eyliner # 4 สีออกฟ้าอมเขียว ซื้อฝากเพื่อน ๆ จ้า


Mask ทั้งหลายทั้งแหล่
1. Snow tea Mask Sheet For men
2. Water melon Mask Sheet มาสค์แตงโม
3. Herb Salad Mask Sheet
4. Carrot collagen eye sheet มาส์คตา แครอท
5. Juice White Cheek Sheet



ต่อไปก็ของแถม


อ้อ...ลืมรูปของแถม Etude



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2550 23:09:27 น.
Counter : 5236 Pageviews.

20 comment
Makeup review : ผลการใช้ของที่ได้มาในช่วงสามเดือน
สวัสดีค่ะ ไม่ค่อยได้อัพบล็อกเลย ทำไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ วันนี้ว่าง ๆ เลยนึกอยากรีวิวเครื่องสำอางที่ได้มาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานี้ค่ะ ค่อย ๆ ทยอยซื้อกับมีผู้ใจดีให้มา ทั้งหมดนี้เราได้ลองใช้แล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือนจ้า ใครว่าง ๆ เหงาๆเข้ามาชมกันนะจ๊ะ

เราเป็นคนผิวผสม มันช่วงทีโซนนะคะ ผิวขาวเหลือง มีรอยสิวจากการแพ้เครื่องสำอางที่หน้าผากเล็กน้อย และที่แก้มนิดหน่อย โดยรวมไม่ค่อยมีปัญหามากค่ะ

เริ่มจาก Kate ก่อนเลย ระหว่างไปซูเปอร์มาร์เกต Gourmet ที่พารากอน ก็ชะแว้บเค้าไปที่เคาเตอร์ Kate ตรงแผนกเครื่องสำอาง ติดกับร้านยาค่ะ บีเอใจดีมาก ๆ เลยลองให้เราหลายอย่าง เริ่มจาก

- Kate Lipgloss : liquid rouge ค่ะ เบอร์ OR 3
เป็นลิปกลอสสีส้มค่ะ ดูจากหลอดมันจะส้มมาก แต่พอทาแล้วสีไม่แรงอย่างที่เห็น เนื้อสีชัดดี ทาแล้วปากดูอิ่ม ๆ เต็ม ๆ มีกลิตเตอร์เล็ก ๆ ปากเลยดูเงาบริงค์ๆน่ารักดี บีเอบอกว่าสีนี้เพิ่งออกใหม่ได้ไม่นาน ตอนแรกเห็นสีจากหลอดแล้วไม่ปิ๊งเลย แต่พอบีเอทาให้แล้วก็หลงรักเลยค่ะ ชอบที่ทาแล้วปากดูอิ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ
ข้อดี : ไม่ผสมน้ำหอม แล้วก็ติดทนดีด้วย ทาแล้วปากไม่แห้งด้วย
แพคเกจ : Kate เท่าที่ดูแพคเกจจะเรียบ ๆ เน้นคุณภาพค่ะ
ราคา : 5xx บาท ค่ะ (จำราคาที่แน่นอนไม่ได้นะ) ราคาน่าคบมาก
คะแนน : ชอบมากให้ 10/10 เลย



จริง ๆ อยากเอารูปตอนทามาให้ลงด้วยค่ะ แต่เขินเลยลองทาที่มือให้ดูก่อน และเนื่องจากกล้องของเรานั้นธรรมดา ฝีมือคนถ่ายอย่างเราก็ห่วยมาก แสงไฟในห้องก็ส้มๆ ก็เลยอาจจะแปลก ๆ หน่อยก็ขออภัยด้วยนะคะ



- Kate Powder foundation : แป้งผสมรองพื้น เบอร์ OC-B
ได้ยินกิตติศัพท์แป้ง และ รองพื้นเคทจากสาว ๆ ห้องนี้บ่อย ๆ ว่าดีมาก เนียนกริ๊บ แต่เนื่องจากเราไม่ค่อยใช้รองพื้น แล้วก็มีแป้งฝุ่นวิ้งๆอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อมา พอดีตอนบีเอแต่งหน้าให้ ไม่รู้ด้วยแสงไฟหรือเปล่า แต่พอลงแป้งเสร็จหน้าผ่องเด้งมาก แล้วก็ดูเป็นธรรมชาติมากเลยค่ะ
ข้อดี : ใช้ไปได้เดือนนึงแล้ว รู้สึกว่ามันคุมมันได้ดีด้วย หน้านวลผ่องกำลังดี ไม่เว่อร์ ไม่เป็นคราบตอนเหงื่ออกด้วย หน้าไม่หมองระหว่างวัน
ข้อเสีย : ไม่ปกปิดมาก (ก็ไม่เชิงเป็นข้อเสียเนอะ) แล้วก็มันไม่ได้ดูเด้งมากเหมือนตอนบีเอลองให้ สงสัยอยู่ในห้างมั้งคะ
แพคเกจ : เรียบง่ายแบบ Kate เป็นตลับสีดำเรียบ ๆ แต่ก็เก๋ดีค่ะ
ราคา : ตัวรีฟิล 5xx บาท / ตลับ 3xx บาท
คะแนน : ให้ 8 / 10 ละกันค่ะ ** แป้งตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนมองหาแป้งผสมรองพื้นดี ๆ ราคาไม่แพงค่ะ**






- Kate super sharp liner : สีน้ำตาล

ได้ยินสาวๆห้องนี้พูดถึงเยอะ เลยสนใจ พอดีเรากรีดไลเนอร์ไม่เก่งอย่างแรง เลยอยากหัดจากอะไรที่เขียนง่าย ๆ ก่อน ไม่รู้ว่าใช่รุ่นนี้มั้ยที่พูดถึงกัน พอดีสีดำหมดเลยเอาสีน้ำตาลมาค่ะ
ลักษณะ : หัวพู่กัน
ผลหลังใช้ : สำหรับมือใหม่อย่างเรามันก็ยังยากอยู่ดี กะน้ำหนักมือไม่ถูก เขียนยากกว่าที่คิด ไว้คงต้องกลับไปซบอกไลเนอร์แบบดินสออย่างเดิมแล้วเรา
ข้อดี : ไม่แพนด้า ติดทน
ราคา : 2xx – 3xx (แง้ว จำไม่ได้ง่า แต่ไม่เกินนี้แน่นอน)
คะแนน : ยังไม่ให้ละกัน เพราะเรากรีดไม่ค่อยเป็น วัดอะไรไม่ได้



โดยรวมเราว่า Kate เป็นแบรนด์ที่คุณภาพโอเค ( หลังจากที่ไปให้บีเอแต่งให้ ชอบทุกอย่างเลย ทั้งอายเชโดว์ บลัชออน ลิป แป้ง อายไลเนอร์ มาสคาร่า) และราคาก็ไม่แพงมาก แพคเกจเรียบง่าย คลาสสิคดี บีเอก็น่ารัก ยิ้มแย้ม ไว้วันหลังคงได้อุดหนุนอีกแน่ ๆ ค่ะ


- Kiss Mat Chiffon UV Whitening Base (SPF 26 PA++) : เบอร์ 01

มาถึงเบสยอดฮิตของห้องนี้ ตัวนี้เราซื้อทางเนตมาได้เกือบสองเดือนแล้ว เลือกเบอร์01 รุ่นแมท
ลักษณะ : เบอร์01 สีออกนวล ๆ แอบชมพูนิดนึง แบบนี้ดนึงจริง ๆ เนื้อข้นไปหน่อย ทำให้เกลี่ยยากไปนิด

ผลหลังใช้ : หลังจากใช้ไปซักระยะ ก็พิสูจน์ได้ว่ามันคุมมันได้ดีจริง ๆ แล้วก็เข้ากับสีผิวขาวเหลืองของเราได้ดี (แม้ว่าด้วยสีมันจะออกชมพูจิ๊ดนึงก็เหอะ) ไม่เวอร์ ไม่ลอย ปรับผิวหน้าให้ดูเนียน ๆ กระจ่าง บางคนบอกว่าไม่ช่วยเรื่องผ่อง แต่สำหรับเรามันทำให้ผ่องกำลังดีเลย แต่ไม่ปกปิดนะคะ

ข้อดี : คุมมัน ปรับผิวหน้าให้กระจ่าง
ข้อเสีย : เนื้อเกลี่ยยากไปหน่อย แล้วก็แอบรู้สึกนิดนึงว่ามันล้างยากง่ะ / ไม่ปกปิด / ทาแล้วรู้สึกหนักหน้า
ปริมาณในการใช้ : ครั้งนึงเราใช้ 1 ปั๊มทั่วหน้า และอีก 1 ปั๊มที่คอ
ราคา : ซื้อในเว็บ 560 บาทค่ะ (คราวนี้จำได้แม่น) ถือว่าโอเคถ้าเทียบกับคุณภาพ
คะแนน : 8.5 / 10




-แป้ง KP : เบอร์ 10

เห็นฮิตกันมาก เรื่องการควบคุมความมัน และนวลผ่องดีแต่ไม่ให้ลุคด้าน ๆ เหมือน LM เราก็เลยอยากลองดูมั่ง แต่ก็ไม่อยากควักกระเป๋าซื้อกระปุกเต็ม เพราะเราชอบ LM มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กลัวซื้อ KP กระปุกเต็มมาแล้วไม่ชอบ ใช้ไม่หมด ก็เลย...สั่งแบบแบ่งขายมาลองใช้ก่อนขนาด 10 กรัมค่ะ ได้มาเป็นกระปุกหมีน้อยน่ารักกะทัดรัดดี

ลักษณะ : แป้งตัวนี้เนื้อละเอียดสุดๆสมคำร่ำลือจริง ๆ สีออกขาวๆอมสีเนื้อๆหน่อย
ผลหลังใช้ : หน้าเนียนผ่อง คุมมันดีใช้ได้ หน้าไม่หมองระหว่างวัน

เพิ่มเติม : สำหรับเราคิดว่ามันไม่ต่างกับ LM translucent เท่าไหร่ เราทาLM ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันด้าน ๆ ทาKP ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันดูเงาๆหรือด้านน้อยกว่า LM / เรื่องคุมมันก็พอกัน / ชอบKP ตรงเนื้อละเอียดดี / ชอบLM ตรงสีมันค่ะ ขาวนวล ๆดี / สรุปคือพอใจทั้งทั้ง LM และ KP แต่ถ้าต้องเลือกตัวใดตัวหนึ่งก็เลือก LM ค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (อ้าว..) ว่าแต่ มีไว้ทั้งสองตัวเลยก็ไม่เห็นเป็นไรเนอะ....อ่านแล้วงงมั้ยคะ เราเริ่มสติแตกแล้วค่ะ

ราคา : 550 บาท แบบแบ่งขาย 10 กรัม ใส่กระปุกมีพัฟและที่กรอง
คะแนน : 9 / 10




- Diorsnow sublissime UV : Perfect White UV ultra-protective Base SPF 50 PA+++ >> translucent

เบสกึ่งกันแดดของในไลน์ diorsnow ค่ะ spfสูงถึง 50 pa+++ อีกต่างหาก ใช้เมื่ออยากประหยัดเวลา ขี้เกียจลงกันแดดกับเบส ก็ใช้ตัวนี้ขั้นตอนเดียวเลบย
ลักษณะ : เนื้อโลชั่นสีขาว เกลี่ยง่าย ,uกลิ่นหอมอ่อนๆ
วิธีใช้ : ตัวนี้เค้าบอกวิธีใช้ให้ชัดเจนเลย คือบีบใส่นิ้วสามนิ้ว นิ้วละหยด จากนั้นใช้นิ้วจากมืออีกข้างค่อย ๆนวดวอร์ม ก่อนจะเอามาทาที่หน้า เวลาทาที่หน้าก็ให้แตะๆเคาะๆไปจนทั่วหน้า ไม่ควรปาดปรื้ด ดังนั้นปริมาณที่ใช้ต่อครั้งก็นิดเดียวเท่านั้น (ไม่รู้เบสหรือกันแดดตัวอื่นต้องทำอย่างนี้รึเปล่า นี่ความรู้ใหม่ของเราเลยง่ะ ลองเอามาใช้กับเบสคิสก็รู้สึกว่าเกลี่ยง่ายขึ้น)
ผลหลังใช้ : ช่วยปรับผิวหน้าให้สว่าง กระจ่างขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด วันไหนนอนดึกหน้าโทรมแล้วขี้เกียจทาอะไรเยอะก็ใช้ตัวนี้โอเคเลย เนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายเลยใช้แล้วไม่รู้สึกหนักหน้ามากเท่าเวลาทาเบสคิส
Active ingredients ที่ใช้กันแดด : Octinoxate ( ethylhexyl Methoxycinnamate ) 7.5 %, Zincc oxide 12.35 %
ปริมาณ : 30 ml
ราคา : 1,9xx บาท
ข้อดี : เนื้อเบา เกลี่ยง่าย ปรับหน้าผ่องสว่าง กันแดดได้ด้วย ใช้ครั้งละนิดเดียว
ข้อเสีย : ราคาแพงไปหน่อย
ให้คะแนน : 9/10




- Ettusais : Acne Nighttime Defense ( Oil free, non-comedogenic, fragrance-free, colorant free)

แป้งทาหน้าสำหรับตอนกลางคืนค่ะ เคลมว่าช่วยป้องกันสิวด้วย ไม่รู้จริงหรือเปล่า แล้วก็เคลมว่าไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดสิว ไม่ผสมน้ำหอมและสี ฟังดูน่าจะดีเนอะ
ลักษณะ : กระปุกแบบฝาครอบเป็นปลอก เนื้อแป้งสีขาวละเอียด แอบมีกลิ่นsulfer เล็กน้อยเพราะมีส่วนประกอบเป็นsulfer นิดๆด้วย พัฟนุ่มด้วย
ผลหลังใช้ : ตอนนี้ติดแป้งตัวนี้มาก ต้องทาก่อนนอนทุกคืน นอกจากจะส่งผลทางด้านจิตใจที่ทำให้หน้าผ่อง ไม่มันวาวด้วยครีมก่อนนอน (อิอิอิ ไม่เกี่ยวกันเลยเนอะ) ยังรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้น นุ่มขึ้นนิดนึงด้วย
ข้อเสีย : หกกระจายง่ายไปหน่อย
เพิ่มเติม : จริง ๆ แล้วแป้งตัวนี้คุณสมบัติมันเคลมไว้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องป้องกันสิว แต่เราเฉยๆนะ จริงๆแป้งนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนอกจากรักษาความชุ่มชื้นนิดหน่อย แต่...เราชอบมากเลยง่ะ หมดแล้วคงซื้อต่อ
ราคา : 9xx บาท (ราคาเต็ม 1,100 บาท)
ให้คะแนน : 8 /10




- AnnaSui : Luxury facepowder #001

ตัวนี้น้าซื้อมาฝากค่ะ จริงๆเราอยากได้ 002 วิ้งกระจุยลุคสาวเกาหลีอย่างที่ห้องนี้ฮิตกัน แต่พอดีน้าเอารุ่นนี้มาให้ก็เลยโอเค ม่ายเป็นไร วิ้งเหมือนกัน หลังจากนั้นเราก็แวะไปที่เคาเตอร์แล้วถามความแตกต่าง เลยเพิ่งรู้ว่ารุ่น Luxury นี้มาใหม่ (ไม่รู้มาใหม่นานรึยัง เพิ่งเคยมีแอนนาซุยชิ้นแรกกะเค้า) จะมีแค่เบอร์เดียวคือ 001 ต่างจากแป้งมีสีรุ่นเดิมซึ่งมีหลายเบอร์ให้เลือก คือผสมผงไข่มุกและสารบำรุงเยอะกว่า (ฟังบีเอว่ามานะค้า ไม่รู้จริงป่าว) แต่ปัดแล้วก็วิ้งกระจายเหมือนกัน
ลักษณะ : กระปุกสีม่วงน่ารัก แต่เป็นฝาครอบทำให้พกอยาก เนื้อแป้งสีเนื้อละเอียดปานกลาง แต่วิ้งละเอียดเล็กระยิบระยับไปหมดเลย กลิ่นกุหลาบแบบแอนนาแรงจนฉุนเลยค่ะ
วิธีใช้ : บีเอบอกว่าปัดทั้งหน้าก็ได้ หรือจะใช้เฉพาะจุดก็ได้ เราลองทั้งสองแบบแล้วก็โอเคนะ
ผลหลังใช้ : 1. ใช้คู่กับเบสคิส – ไม่เวิร์ค หน้าดูมัน ๆ เทา ๆ ยังไงก็ม่ายรู้
2. ใช้คู่กับdiorsnow base spf50 pa+++ ตัวที่รีวิวไปข้างบน - เวิร์คมาก หน้าไม่เทาแล้ว วิ้งกระจายก็จริงแต่หน้าดูผ่องสว่าง เงา ๆ ได้ลุคเกาหลีอย่างที่ต้องการเลย หน้าเด้งผ่องอย่างแรง ไม่คุมมันแต่ไม่มันเพิ่มขึ้นค่ะ
ราคา : แพงเว่อร์ 2xxx บาท จริงๆถ้าซื้อ 002 รุ่นเดิมก็คล้ายๆกันง่ะ ถูกกว่าด้วย แต่อันนี้น้าให้ก็เลยใช้ค่ะ
ข้อเสีย : กลิ่นน้ำหอมแรงไปหน่อย แล้วก็แพคเกจพกยาก ดีที่บีเอบอกให้ฉีกกระดาษแค่ส่วนเดียว ไม่งั้นมันหกกระจุยค่ะ อย่างที่เห็นในรูปนี่แหละ ขอโทษที่ฝีมือคนถ่ายห่วยไปหน่อยน้า แล้วก็แพงเกินไปค่ะ
คะแนน : 7.5/10 หักคะแนนแพง และใช้ยาก






- RMK concealer + compact case

คอนซีลเลอร์ + ตลับค่า ตอนนี้เป็นตัวโปรดของเราเลย บีเอเลือกเฉดให้ตรงกับผิวเรามากเลย ปิดแพนด้าใต้ตาได้ดี ปิดรอยดำจากสิวได้โอเคเช่นกัน เนื้อนุ่มๆดี เกลี่ยง่าย
ลักษณะ : แพคเกจสีเงินวาว ด้านในแบ่งเป็นสามช่อง ตัวเนื้อคอนซีลเลอร์, แป้ง และ ช่องใส่แปรง มีแปรงทาคอนซีลเลอร์และแปรงสำหรับปัดแป้งใต้ตา
ผลหลังใช้ : ปิดรอยคล้ำใต้ตาดี ทาแป้งทับแล้วดูสว่างขึ้น ตาไม่อิดโรย ปิดรอยสิวและเกลี่ยง่ายกว่าคอนซีลเลอร์ต่างๆที่เคยลองมา ปลื้มสุดๆ
ราคา : 2,1xx บาท รวมตลับ (ซื้อตอนลดราคา 1,9xx บาท)
ข้อเสีย : แพงง่ะ
คะแนน : 10 / 10







- E.funkhouser newyork : Face powder >> Translucent

มาถึงยี่ห้อนี้ เป็นแบรนด์หนึ่งของแอมเวย์ที่ออกใหม่สำหรับพวก point makeup แฟชั่น สีสันไรเงี้ยค่ะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนกันก่อนล่ะ ไม่ได้หน้าม้าน้า แค่ใช้ของของเค้าบ้างเหมือนกัน คุณภาพก็โอเคเลยค่ะ
เป็นแป้งอัดแข็ง สี translucent เหมาะสำหรับเป็น finishing powder มาก และเหมาะกับทุกสีผิวด้วยจ้า หรือจะพกเติมระหว่างวันก็ได้ เนื้อแป้งเนียนละเอียด ประกอบด้วย rice powder ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน ทำให้หน้าสดใสค่ะ
ลักษณะ : ตลับสีเงินเรียบ ๆ มีพัฟในตัว
ผลหลังใช้ : จริงๆเราใช้แป้งตัวนี้มาได้ 2 ตลับแล้ว ชอบมาก เอาไว้ปัดหลังลงแป้งผสมรองพื้นเสร็จ ทำให้หน้านวลเนียนผ่องดี คุมมันได้ค่ะ ใช้ตัวนี้ทีไรคนทักทุกทีว่าหน้าผ่องสดใส
ราคา : 1,000 บาท (ราคาเต็ม 1,625 บาท) แพงง่ะ
ข้อเสีย : แพงไปนิด แล้วก็ซื้อลำบากค่ะ ถ้าไม่ได้ขาย หรือว่าเป็นสมาชิกก็จะหาซื้อลำบาก ต้องไปซื้อกับคนขายซึ่งเค้าขายราคาเต็มค่ะ (เจอคนใจดีก็จะขายราคาสมาชิกค่ะ มันแล้วแต่คน) ส่วนตัวเราไม่ได้ขายนะ
เพิ่มเติม : เราว่าแป้งตัวนี้ดีกว่า แป้งฝุ่นในไลน์ ของ Artistry นะ คือแป้งของ E.funkhouser เนื้อจะละเอียดกว่า ทาแล้วผ่องกว่าแป้งฝุ่นอาร์ทิสทรี แป้งฝุ่นอาร์ทิสทรีทาแล้วเฉยๆ สีเข้มด้วยอ่ะ
คะแนน :10/10 ค่ะ




- Artistry : Time defiance vitamin C+wild yam treatment

ตัวนี้เป็นวิตซีผสมมันเทศป่าค่ะ เวลาใช้จะต้องบีบตัวไวลด์แยม(สารสกัดมันเทศป่า)จากหลอด เข้าไปในขวดที่มีผงวิตซีค่ะ ผสมกัน ปิดฝา เขย่า ๆ แล้วก็เวลาใช้ก็บีบจากฝาขวดที่เป็นที่หยดอ่ะค่ะ เค้าเคลมว่ามันเทศป่าช่วยลดริ้วรอย และให้ความชุ่มชื้นค่ะ ส่วนวิตซีก็ช่วยทำให้หน้ากระจ่างใสอย่างที่ทราบกัน
ลักษณะ : หลอดบีบ + ขวด เวลาใช้ต้องเอามาผสมกัน
อายุการใช้งาน : 1 เดือน
ผลหลังใช้ : ตัวนี้ตอนแรกมีคนเอามาให้ พอใช้แล้วติดใจ ใช้ติดกันมา 3 ขวดแล้วค่ะ รู้สึกหน้าใสขึ้น กระจ่างขึ้น นิ่มขึ้นด้วย(มั้ง) เราแอบเอาไปทาใต้ตาก่อนทาอายครีมด้วย เพราะสังเกตว่าแอบมีรอยบางๆใต้ตา ใช้แล้วรอยไม่ได้หายไป แต่รู้สึกว่ามันตื้นขึ้นค่ะ
ราคา : 1xxx บาท
คะแนน : 9 /10





- Stila : Mandarin Mist - eau de parfum

น้ำหอมออกใหม่ของ stila พอดีเห็นมันส่งโฆษณามาที่บ้าน น่าใช้ดีก็ลองแวะไปที่เคาเตอร์ที่ชิดลม ลองฉีดแล้วกลับบ้านไปสองวัน ยังอยากได้อยู่เลยอ้อนพี่สาวให้ซื้อให้ค่ะ
ลักษณะ :ขวดขนาดเล็กค่ะ ปริมาณ 30 ml ดีอ่ะ พกง่ายดี ขวดใส มีลวดลายใบไม้ ตัวน้ำหอมสีชมพูอมส้ม
กลิ่น : กลิ่นหอมแบบส้ม ๆ ผสมผสานกลิ่นผลไม้ หอมหวานแกมสดชื่น ให้อารมณ์สาวน้อยน่ารัก แต่ไม่หวานเลี่ยนนะคะ เหมาะกับวันสบายๆดีค่ะ ฉีดตอนแรกจะรู้สึกฉุนๆ และรู้สึกว่ากลิ่นมันธรรมดาดาษดื่น แต่ว่าผ่านไปซักแป๊บรู้สึกได้เลยว่าไม่ธรรมดา หอมจรุงใจจริงๆ
ราคา : ซื้อตอนลด 14xx บาท (ราคาเต็ม 16xx บาท)
ข้อเสีย : ทั้งที่เป็นเพอร์ฟูม แต่รู้สึกว่ากลิ่นมันติดไม่ทนเท่าไหร่
คะแนน : ตอนนี้แอบเห่อ ให้ 8/10 เลย





- Shu Uemura : Skin purifier

ออยล์ล้างหน้าลุงชู ขวดเขียวค่ะ ให้เครดิตคุณหมอพลอย makeupguru83 นี้ดนึง อ่านรีวิวเค้าแล้วทำให้เราอยากลองออยล์ตัวนี้ค่ะ หลังจากที่ออยล์ fancl และออยคาเนโบ้ ทำให้เราเป็นสิวมาแล้ว เราก็ยังไม่เข็ดที่จะลองตัวนี้อีก เพราะว่าขีเกียจใช้ cleansing milk เช็ดด้วยสำลีน่ะค่ะ
เราลองออยล์ตัวนี้ที่ดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิค่ะ ชอบที่บีเอไม่จิกดี กลิ่นหอมอ่อนๆ แล้วก็เนื้อออยล์เบากว่า fancl สำหรับเราเราว่าล้างง่ายกว่าfancl แต่ด้อยกว่า fancl ตรงที่แอบทิ้งความมันไว้มากกว่าหน่อย ถึงอย่างนั้นก็ตาม มีสิวอุดตันด้วยอ่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออยล์ตัวนี้รึเปล่า มันขึ้นแป๊บๆก็หายค่ะ
คะแนน : 7 /10 ค่ะ



รูปออยล์ชูยืมมาจากเว็บนะคะ
หมดแล้วจ้า มีไรถามได้น้า เหนื่อยจังเลยง่ะทำรีวิว ถ้าเห็นว่าข้อมูลที่เราบอกไปไม่ถูกต้องก็ท้วงติงได้นะจ๊ะ



Create Date : 31 กรกฎาคม 2550
Last Update : 30 กันยายน 2550 11:06:11 น.
Counter : 9740 Pageviews.

32 comment
Ettusais
วันก่อนไปชอปปิ่งที่โรบินสันเชียงใหม่ค่ะ กลับเชียงใหม่มาได้เดือนนึง ไปเดินเล่นได้ไม่กี่ครั้งเอง
เนื่องจากคอนซีลเลอร์ชิเชโด้ใกล้จะหมดแล้ว ก็เลยมองหาคอนซีลเลอร์ตัวใหม่ อยากได้ที่ป้องกันสิวได้ด้วย ก็เลยไปลงเอยที่เคาเตอร์ Ettusais ค่ะ
บีเอสวย ใส ใจดีอีกต่างหาก

มีสองแบบให้เลือกคือแบบโลชั่น เป็นแท่ง ปลายพู่กัน ด้ามหมุน ใช้นิดเดียว มีสี่เฉดสีให้เลือก กับอีกแบบคือแบบครีม ลักษณะเป็นหลอดบีบเอาค่ะ คุณสมบัติเดียวกัน คือมีส่วนผสมของ Sulfer ป้องกันสิว แต่แบบครีมจะปริมาณมากกว่าและถูกกว่าแบบโลชั่นค่ะ

เราเลยถอยมาแบบครีม 750 บาทค่ะ บีบนิดเดียวเองค่ะ ย้ำว่านิดจริง ๆ ก็ปิดรอยสิวได้หมด เอามาทาใต้ตาก็ได้ด้วยเช่นกัน (คอนซีลเลอร์สำหรับใต้ตาก็มีค่ะ)
ประทับใจที่มันใช้นิดเดียวก็กลบรอยคล้ำใต้ตา และรอยดำจากสิวได้ดี แม้รอยสิวอาจจะไม่มิดมาก แต่ก็จางลงเยอะ ที่สำคัญคือเกลี่ยง่าย กลมกลืนกับสีผิวดีค่ะ เราเลือกสี Light beige มานะ
มันต่างจาก Shiseido The makeup ตรงที่ ชีเชโด้เนื้อจะเหลวกว่าหน่อย สีเข้มกว่าหน่อย แต่เข้าไม่ได้กับทุกแป้ง ทุกเบส หรือทุกรองพื้น แต่เจ้า Ettusais นี่เราลองมาหลายวันแล้ว เนียนกลืน ไม่ว่าจะใช้แป้งฝุ่น เบส แป้งผสมรองพื้นแบบไหนค่ะ
ให้ 10/10

เอารูปจากเว็บนะจ๊ะ แต่มันไม่มีรูปคอนซีลเลอร์แบบครีมอ่ะ มีแต่แบบโลชั่นที่เป็นแท่งหมุนอ่ะค่า




จากนั้นก็ชะแว้บไปดูส่วนพวกแป้ง รุ่น zero pore มีโปรโมชั่น ได้ตลับยาวสีขาวสวย แล้วก็แถมรีฟิลอีกต่างหาก ข้อเสียคือ เบอร์ขาวสุดก็ยังเข้มไปอยู่ดีสำหรับเรา แต่มันก็เนียนดีนะ ก็เลยซื้อมาค่ะ ชอบตลับมันมาก ๆ ดูสวยเรียบ หวาน ๆ เก๋ ๆ ดี
เราเลือกเบอร์ 01 ส่วนรีฟิลที่เค้าแถมเราก็เอาเบอร์ 02 ไปให้พี่สาวค่ะ เค้าผิวสีเข้มกว่าเรานิด



แป้ง 1,200 บาท ส่วนตลับไม่ว่าแบบไหนก็ 500 บาท รวมกันเป็น 1,700 บาท ค่ะ แต่เค้าแถมรีฟิลให้ด้วยไง ก็เลยคุ้มดี เพราะตัวแป้งมันแพงอ่ะเนอะ

แป้งตัวนี้ zero pore สมชื่อเลยค่ะ คือปิดรูขุมขนดีเยี่ยม แต่ไม่หนาเตอะ เนียน บาง ไม่โบ๊ะ แม้สีจะเข้มไปหน่อย แต่ก็โอเคนะ ที่ชอบคือ มันจะไม่ดูด้านๆ หน้าจะดูวาว ๆ ชุ่มชื้น แต่ไม่มันนะ คุมมันได้พอควร ไม่ได้อะไรมากค่ะ

ให้ 8.5/10 หักคะแนนสีเข้มไปหน่อย

แล้วก็ซื้อตลับสีฟ้า ออกเงิน ๆ ให้พี่สาวเอาไว้ใส่รีฟิลค่ะ




จากนั้นก็ได้ Eye and lip remover ขวดสีขาว แอบดูส่วนผสมหลัก เป็น sunflower seed oil ค่ะ
ก็ดีนะคะ ใช้แล้วก็ชอบ เช็ดมาสคาร่า อายเชโดว์ และลิปออกได้ดีค่ะ ราคา 550 บาท
ให้ 8/10




แล้วก็ได้แถมค่ะ เค้าให้เลือกระหว่างที่ดัดขนตา กับ กระดาษาซับมัน เลยเลือกกระดาษซับมันค่ะเพราะมีที่ดัดขนตาแล้ว
ใช้ดีเหมือนกันนะ ราคาปกติ 120 บาทค่ะ




ได้กระเป๋าถือใบใหญ่สีฟ้า แถบชมพูมาด้วยค่ะ
แต่ม่ายมีรูปนะ



Create Date : 31 พฤษภาคม 2550
Last Update : 31 พฤษภาคม 2550 12:23:07 น.
Counter : 2188 Pageviews.

19 comment
1  2  

Valentine's Month



mezzanotte
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]