Curse of the Golden Flower : เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ


เราเรียกหนังเรื่องนี้ว่า.... "คำสาปดอกทอง"
แต่มีบางคนในพันทิปเรียกหนังเรื่องนี้ว่า "คำสาปพืชสวนโลก"

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับในดวงใจของเรา....เฮียจางอี้โหมว

เรื่องนี้ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังสำหรับคอหนังของเฮียจาง เพราะแกก็มีวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้....คล้อยตามและขมวดปมทุกอย่างให้มาอยู่ที่ 20 นาทีสุดท้ายของหนัง

เกือบทุกเรื่องของแก.....20 นาทีสุดท้าย เป็นอะไรที่เราเสียน้ำตาเสมอ

แต่ทว่า...ก็รุ้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ดูจบเช่นกัน

หนังเรื่องนี้พูดถึง...เรื่องราวใน Curse of the Golden Flower เกิดขึ้นในตอนปลายของราชวงศ์ถัง เมื่อกว่า 1,000 ปีที่แล้ว ราชวงศ์ถังเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองที่สุดราชวงศ์หนึ่งในประวัติศาสตร์จีน นับว่าเป็นยุคทองโดยแท้ มีสุภาษิตจีนโบราณกล่าวเอาไว้ว่า "ภายนอกดูเจิดจรัสด้วยทองคำและหยก แต่ภายในเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ" ซึ่งหมายถึงว่า ลึกลงไปภายใต้ความงดงามภายนอก คือความจริงอันมืดหม่น และน่าสะอิดสะเอียน ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวของเชื้อพระวงศ์ที่แก่งแย่งชิงดีกัน เช่นเดียวกับตระกูลใหญ่ๆ ในยุคศักดินา ภายใต้ความเลิศหรูในพระราชวังนั้น มีความลับซ่อนเร้นอยู่

ย้อนเวลาไปนับพันปี ลึกเข้าไปในพระราชวังต้องห้าม คือโลกที่ทุกสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น ในยุคเรืองอำนาจ คนนับพันเห็นพระราชวังต้องห้าม จากภายนอก มีเพียงคนในราชวงศ์ ที่ล่วงรู้ความลับที่ปกปิดไว้ภายใน เรื่องราวที่เต็มไปด้วยกิเลส ที่เกิดจากความลุ่มหลงที่ลวงตา การหักหลังที่เกิดจากความภักดีที่ต้องแบ่งฝ่าย เล่ห์ลวงที่ล้มความยิ่งใหญ่ที่รอวันถูกโค่นล้าง รอยแค้นแห่งราชวงศ์ การแตกหักระหว่าง ฮองเต้ กับ ฮองเฮา กำลังจะเปิดฉาก

ฮองเต้...อดีตข้าราชการที่ได้เป็นฮ่องเต้สมใจ ชายที่มีความลับเก็บไว้
ฮองเฮา..ผุ้หญิงที่ไม่เคยได้รับความรักจากฮองเต้ แต่ได้รับความรักจากคนที่ไม่สมควรจะมารักเธอ
องค์ชายเจี๋ย....โอรสที่จงรักภักดีกับแม่เสียจนรุ้สึกว่า....มันเกินคำว่า กตัญญู ไปซะแล้ว

เราไปดูหนังเรื่องนี้เพราะแม่ลิน...แฟนคลับของเราเค้าอยากดูและบอกเราว่า...ได้อ่านจากที่ไหนสักอย่างว่า
หนังเรื่องนี้มีกลิ่นของ Hamlet ตัวละครลูกชายมีปมรักแม่

แต่เอาเข้าจริง...แม่ลินสับสน..หนังคนละเรื่องค่ะ

ทว่า....เมื่อมีคนมาจุดประเด็นว่า...ตัวละครลุกชายมีปมรักแม่
เรา..ซึ่งมีรสนิยมชอบสาวรุ่นกงลี่ ก็อดที่จะนั่งดูไม่ได้ อีกทั้งก่อนหน้าที่จะเข้าโรงนั้น...เราก็ได้มีโอกาสยืนดู MV เพลง Ju Hua Tai ของ Jay Chou ผุ้รับบทองค์ชายเจี๋ย
(มีคนหัวใสตั้งชื่อภาษาไทยเพลงนี้ว่า "รักเธอแต่เธอไม่รุ้")

ยืนดูก็นึกในใจ...เออ....หมอนี่รักแม่แปลกๆ แฮะ

แค่ยืนดู mv ก็ทำให้เรารู้สึกตื้นๆ ในอก ฟังก็ฟังไม่รุ้เรืองหรอก เพลงมันเป็นภาษาจีน แต่..ภาพที่สื่อออกมา...

มันบอกถึง...ความรักขององค์ชายเจี้ยที่มีต่อฮองเฮา ยิ่งตอนที่องค์ชายเจี้ยกรีฑาทัพเกราะทองเข้ามาในวังหลวง...ทำการกบฏโค่นบัลลังค์พ่อตัวเอง..

ด้วยเหตุผลที่แสนจะดูธรรมดาๆ คือ...ไม่ต้องการให้แม่กินยาพิษที่พ่อให้หมอหลวงจัดให้อีกแล้ว

ดูแล้วรุ้สึกอิน...เหมือนยืนดูตัวเอง 555+
ทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ต้องให้คนรักต้องร้องไห้อีกต่อไป

ในตอนแรก...องค์ชายเจี๋ยปฏิเสธที่จะก่อกบฏ...ซึ่งฮองเฮาเข้าใจดี และจังหวะของหนังก็ให้ฮองเฮากินยาพิษนั้นต่อหน้าองค์ชายเจี๋ย

พระนางต้องกินยาทุกๆ 2 ชั่วโมงตามคำสั่งฮองเต้ ตามเหตุผลที่ฮองเต้ว่า....แม่เจ้าป่วย ก็ต้องกินยา

การกินยา...มันเป็นสัญลักษณ์ของการควบคุมในความรุ้สึกเรา ฮองเฮาถูกควบคุมแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง
อุตส่าห์แหกกฏประชดชีวิตเป็นชุ้รักกับองค์ชายหวันโอรสองค์โต ลูกเลี้ยงของตัวเอง แต่...ชายหนุ่มไยจะรักมั่นกับหญิงรุ่นแม่

เขาก็ผละจากเธอไปหาลุกสาวหมอหลวงที่แสนจะเอ๊าะและ...อึ๋ม

องค์ชายหวัน โอรสองค์โต..
เขาอ่อนแอและค่อนข้างซวยที่ต้องมารับช่วงชะตากรรมของใครต่อใคร ไล่ตั้งแต่เความลับของพ่อ เรื่องแม่ที่แท้จริง โดนแม่เลี้ยงยั่ว โดนน้องชายอิจฉา ไม่เคยมีความคิดนอกกรอบ....

ในซีนหนึ่งของหนัง...ฮองเต้สั่งให้ฮองเฮากินยาให้หมด....
แน่นอนว่า พระนางไม่ยอม ซีนนี้บอกได้ว่า ใครรักใครเพียงใด

องค์ชายเจี้ย....ขอฮองเต้ว่า...หากเสด็จแม่ไม่ต้องการเสวยก็อย่าบังคับนางเลย
องค์ชายหวัน....เสด็จแม่..ก็กินมาหลายปี จะกินอีกจะเป็นไร

ฮองเฮาอยากเป็นอิสระจากการควบคุม แต่คนรอบข้างเธอล้วนแล้วแต่น้อมรับการอยู่ภายในอำนาจเหนือฟ้าของโอรสสวรรค์อย่างฮองเต้

มีแต่องค์ชายเจี๋ยจะช่วยเธอได้....และเขาก็ทำจริงๆ
ตอนดูหนัง...เราน้ำตาซึมตั้งแต่องค์ชายเจี๋ยยกทักเกราะทองเข้าวังและสู้จนเหลือเพียงตัวเองคนเดียว

เขายืนยันสู้กับทหารของฝ่ายฮองเต้นับพัน สู้จนเลือดท่วมตัว
แม้จะเห็นฮองเฮา...แสดงท่าทางว่า ไม่ต้องแล้ว ไม่เอาแล้ว
ชั้นไม่อยากสูญเสียอีกแล้ว...

แต่เขาก็ยังสู้อยู่.....ตัวละครตัวนี้เป็นตัวแทนของการเลือก
เลือกที่จะมีชีวิตอยุ่แบบไหน สำหรับเขา...ชีวิตเขา..เขาเลือกได้
เลือกที่จะให้ตัวเองตายแบบไหนก็ได้

ในหนัง...มีซีนหนึ่งที่ฮองเต้พูดกับฮองเฮาว่า
"ครอบครัวเราต้องเป็นตัวอย่างให้กับคนทั้งประเทศ"
ภาพลักษณ์...สำคัญกว่าความต้องการที่แท้จริงงั้นเหรอ
บทบาททางสังคม ระบุว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องทำตามนั้น?
ชีวิตที่หรูหราแต่หาความสุขไม่ได้....ไม่สามารถเลือกอะไรให้ตัวเองได้เลย

แต่หนังก็จบไป....โดยทิ้งให้สงสัยว่า...ตกลงฮองเฮายอมกินยาต่อไป หรือกล้าที่จะต่อต้านฮ่องเต้ เลือกอิสระให้กับตัวเอง

ตัวละครองค์ชายเจี้ย...คือ การเลือกว่า ...คุณจะทำอย่างไรกับชีวิตคุณ

ในซีนสุดท้ายของหนัง...องค์ชายเจี๋ยถูกฮองเต้ละเว้นโทษตาย และสั่งให้องค์ชายเจี๋ยมีหน้าที่ให้ฮองเฮากินยา...

เราเดาได้ว่า องค์ชายเจี๋ยก็จะทำเหมือนเรา...ยิ่งเห็นองค์ชายเจี้ยลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าข้างๆ ฮองเฮาเลือดท่วมตัว
พร้อมกับพูดว่า "ลูกไร้ความสามารถ"

และฮองเฮาก็ร้องไห้ปริ่มใจจะขาดเพราะรุ้ว่า...ทำไมองค์ชายจึงทำเช่นนี้ เวลานี้ ตอนนี้

ดูแล้วก็นะ เดาได้ว่าองค์ชายจะทำยังไงและคิดถึงตัวเอง...ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปก่อนหน้านั้น

เลือกทำให้สิ่งเดียวกัน....โดยไม่ได้หวังอะไร
องค์ชายไม่ได้หวังบัลลังค์ หวังแค่ฮองเฮาไม่ต้องกินยาพิษอีกต่อไป
เราก็ไม่ได้หวังคำขอบคุณ หวังแค่คนที่เรารักไม่ต้องร้องไห้อีก





Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 20:00:26 น.
Counter : 2090 Pageviews.

3 comment
หนังเรื่อง La Belle เค้าทำกันจริงๆ รึเปล่าคะ?


คำถามยอดฮอตที่มีมาโพสในห้องเหลิมไทย พันทิป หมวดภาพยนตร์ เป็นระยะๆ -_-"

หนังเรื่องนี้เป็นหนังน้องชายพ่อ (R) ที่คอหนังที่อายุเกิน 18 ปี และแก่แดดเกินวัย ต้องเคยดู...

และคำตอบส่วนใหญ่ก็มักจะตอบอะไรแนวๆ ทะลึ่งๆ เช่น
ถ้าเป็นผู้ชายก็จะบอกว่า "ไม่รู้มัวแต่ดูนางเอก"
ถ้าเป็นผู้หญิงก็บอกว่า "ไม่รู้มัวแต่ดูพระเอก"

ถามเราเหรอ?

หุหุ....แน่นอน ดูนางเอก



ผู้หญิงอะไรทั้งขาวทั้งเนียน หน้าอกก็พอดีๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป รูปทรงก็สวย ขา she สวยมากกกกก
ทรวดทรงองค์เอวดูดีไปหมด ไม่มีให้เห็นซี่โครงหรือไหปลาร้าให้ Sex เสื่อม
หน้าตารึก็จิ้มลิ้ม พริ้มเพรา ปากนิดจมูกหน่อย
ชมายชายตาใส่พระเอกทีนี่...แหม....ดูแล้วเพลินเจริญใจ

ยังเคยคิดเล่นๆ เลยว่า หากมีแฟนหน้าตาประมาณนางเอกหนังเรื่องนี้
เราคงจับคุณเธอมาถ่ายรูปอย่างในโปสเตอร์หนังเรื่องนี้เป็นแน่แท้เชียว

แต่..มีเงื่อนไขนะว่า ต้องเป็นกล้องฟิล์มและเราจะล้างรูปด้วยตัวเราเองเท่านั้น

ชั้นจะเก็บไว้ดูคนเดียว...ชั้นไม่ให้...ชั้นหวง

แถมอีคนเขียนบทมันก็เข้าใจเขียนบทให้นางเอก "ยั่ว" เป็นและ "ยั่ว" เก่ง ซะด้วยนะ

ฉากที่เราประทับใจมากๆ คือ ฉากที่นางเอกป้อนไข่ดิบๆ ให้พระเอกกิน
แม่เจ้า...มีแฟนงี้หลงตายเลย

ส่วนเรื่องที่ว่า ...เค้า "ทำ" กันจริงๆ ไหม...
เราว่าเค้าทำจริงๆ นะ กินข้าวก็กินกันจริงๆ นะเอ้อ..



หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของนางแบบสาวภาพนู้ดที่อาภัพรัก กับ นักเขียนหนุ่มท่าทางซื่อๆ บื้อๆ เก็บกดเล็กๆ ขัดกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อ ล่ำ หุ่นดี ซะจนเพื่อนสาวเราพากันกรี๊ดลั่น

(คือ...ตอนเราดุหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ตอนนั้นเราอยู่หอหญิงล้วนและก็เช่ามาดูที่ห้องของเรา เราก็ดูนางเอกไป ส่วนคนอื่นก็จับจ้องที่พระเอกตาเป็นมันวาวเชียว)

นางแบบสาวของเราดูเธอจะไปหลงรักชายเลว...ให้สมกับคำเขาว่า
"ชายไม่เลวหญิงไม่รัก"
เพราะพ่อเจ้าประคุณเล่นเลี้ยงด้วยลำแข้ง....แม้นางเอกเราจะเรียกร้องความสนใจจากเขาแค่ไหน
เขาก็ไม่ไยดี....

ไม่รุ้จะไปง้อมันทำไหม หน้ายั่งกะเหี้ย

ผิดกับนักเขียนหนุ่มที่นางแบบของเรามาเล่นด้วยเป็นครั้งคราว หมอนี่ทำดีสารพัดเชียว ทำกับข้าวให้กินเพื่อที่จะได้เห็นนางเอกยิ้ม กินอาหารที่เขาทำให้และพร่ำพูดว่า

"อร่อยจังเลย ชั้นคิดถึงเธอมากรุ้ไหม"

สายตานักเขียนหนุ่มนะคุณ...รู้ว่าหลอก แต่เต็มใจให้หลอก

แต่ความรักแบบนี้มันจบไม่สวยงามอยู่แล้ว รักสามเส้าอะนะ
ตอนจบของหนังเรื่องนี้....พระเอกได้กระทำบางอย่างที่เค้าคิดว่า มันคือการแก้ปัญหา
แต่ปรากฏว่า....มันทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งนางเอกไป

สำหรับเรา มันเป็นหนัง R แรกๆ ก็ตื่นเต้นกับเรือนร่างที่สวยงาม การยั่วยวนอย่างมีชั้นเชิงของนางเอก
ทว่า...ที่ยิ่งดูยิ่งหดหู่....

ได้ตัวแต่ไม่ได้ใจ
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง.........





Create Date : 09 มิถุนายน 2548
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2550 0:07:44 น.
Counter : 7850 Pageviews.

4 comment
Phantom ชายในโลกมืดที่ไม่เคยรุ้จักคำว่า รัก


น่าอิจฉานางเอกนะ มีผุ้ชายมารักมหาศาลตั้ง 2 คน


บทสนทนาตอนนึงของหญิงสาวเพื่อนซี้สองคน ในห้องน้ำหญิงหลังจากได้ดูหนังเพลงสุดคลาสสิก

Phantomp of the opera

เราเองก็ได้ดูหนังรอบเดียวกะสองสาวนี้เหมือนกัน และน้ำตาลูกผู้หญิงเถื่อนๆ ก็หลั่งรินให้กับชายที่ชื่อ Phantom

หากใครทราบเรื่องราวของตัวละครตัวนี้ ก็รุ้ว่า เขาเป็นผุ้ชายที่จมอยุ่กับโลกมืด

มืดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สร้างสรรค์บทเพลงโอเปร่าของเขา.......ห้องมืดใต้ถุนโรงละคร

หรือ จิตใจที่มืดมิดเพราะไม่เคยได้รับความรักจากใคร

Phantom จึงเป็นชายที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์แต่รักไม่เป็น...

บาดแผลทางใจในวัยเด็กของ Phontom ทำให้เขาเลือกที่จะเก็บพรสวรรค์ของเขาไว้ในโลกใต้ถุนโรงละครโอเปร่า

และเลือกคริสตินเป็นตัวแทนของเขา เขาสอนเธอร้องโอเปร่าและช่วยเหลือให้เธอได้เป็นนักร้องหลักของโรงละคร

สำหรับ Phantom แล้ว นี่คือ ความรักที่เขาหยิบยื่นให้แด่คริสติน ความรักที่อยุ่บนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว

ฉากที่ทำให้เราต้องน้ำตาไหลให้กับชายที่ชื่อ Phantom คือ ฉากที่เขาได้รับจูบจากคริสติน
จูบที่จูบเพื่อรักษาชีวิตผุ้ชายที่เธอรักไว้ ไม่ได้จูบเพราะรักเขา

Phantom ร้องไห้และไล่ทั้งคู่จากไป........

ตัวหนังบอกให้รุ้ว่า ณ ตอนนี้ชายในเงามืดได้รุ้จักคำว่า รัก แล้ว

น้ำตาของ Phantom ทำให้น้ำตาของสาวเถื่อนอย่างเราไหลอย่างสงบ ปกติเราจะปฎิเสธความอ่อนไหวของจิตใจเสมอ เราจะเช็ดน้ำตาทันทีหากรุ้ตัวว่า ร้องไห้เพราะหนัง

แต่สำหรับ Phantom เราบ่อยให้น้ำตาไหลไป.........



Create Date : 09 มิถุนายน 2548
Last Update : 11 มิถุนายน 2548 0:05:59 น.
Counter : 360 Pageviews.

4 comment

เมษาพาเพลิน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



โลกใบนี้ก็เหมือนผู้หญิง ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งมีอะไรให้ค้นหามาก มีมุมที่เรามองไม่เห็น มีทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติและปรุงแต่งตามกาลเวลาของเธอ สักวันฉันจะแบกกล้องท่องโลก