อกหักอย่างสร้างสรรค์......
เคยอกหักกันใช่ไหมคะ?

เวลาอกหักพวกคุณทำอะไรกัน?

บางคนนั่งร้องไห้ บางคนเอาชีวิตไปไว้กับเหล้า บางคนเที่ยวเตร่
บางคนกลายเป็นคนซึมเศร้า ข้าวปลาไม่กิน ถึงกินก็กินไม่ลง....

อกหัก..รักคุด..ตุ๊ดเมิน..เดินตกท่อ..

ชีวิตช่างบัดซบอะไรเช่นนี้.....

แหม...อย่าคิดอย่างนั้นกันเลย

เรามีวิธีอกหักอย่างสร้างสรรค์มานำเสนอ......เป็นประสบการณ์จัดการการอกหักของคนที่เรารุ้จักและตัวเราเอง

เริ่มที่ตัวเราก่อน....หากใครได้อ่านบล็อกที่ชื่อ "หมาหยอกไก่" ของเรา...
คงจะพอทราบได้เราอยุ่ในภาวะ....อกหักครึ่งๆ กลางๆ
ประหนึ่งอกหักไม่จริง......แนวๆ รักไม่ใกล้ คิดถึงไกลๆ อะไรแบบนั้น

เราเจ็บนะ...แต่ให้ทำไงอ่ะ ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่า จะปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตากำหนด

เมื่อก่อนเคยอยู่คนเดียว เคยใช้ชีวิตทำนู้นทำนี่...ในช่วงเย็นๆ หลังเลิกงาน....ก็ยังใช้ชีวิตอยุ่ได้เลย

ดังนั้น...แม้ทุกวันนี้ เราจะคิดถึงยัยตัวร้ายของเราเพียงใด...แต่ลั่นวาจาไว้แล้ว ก็ต้องหาอะไรทำให้หายคิดถึง....

ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา....
เราไปอบรมพากย์หนังของ gen-x academy ซึ่งร่วมกับเวบพันทิปจัดอบรมฟรี.. อ่ะ ก็ไปกับเค้าสักหน่อย

แน่นอนว่า เมื่อไปอบรมวิทยากรก็จะถามๆๆๆ ว่า
คุณมาอบรมพากย์หนังทำไม?
บางคนตอบว่า...อยากดูหนังก่อน
บางคนตอบว่า...เขาเป็นคนชอบพูดคนเดียว
บางคนตอบว่า...อยากเป็นนักพากย์หนัง

สำหรับเรา....อกหักคราวก่อนกับคนก่อน....สาวคนนั้นน่ะ...สาวอวบตาโต คนมีเขี้ยวคนนั้นน่ะนะ....
เพื่อนเรา...ชวนเราไปอ่านหนังสือให้คนตาบอดที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

เราก็ได้ค้นพบว่า....เราก็..สามารถเล่าเรื่องโดยการใช้เสียงให้มันดูน่าติดตามได้พอสมควร...เพื่อนคอนเฟิร์ม

แต่ก็นะ...พอหายอกหัก..ก็ไม่ได้ไปอีกเลย
จนมาวันนี้อกหักกับอีกคน ก็เลยมาหัดพากย์เสียงซะเลย
พอตอบพิธีกรไปว่า..."อกหักค่ะ".
ดูเค้าอึ้งๆ แฮะ 55+

เมื่อได้อบรมก็ได้พบว่า....งานพากย์ไม่ใช่งานที่ง่ายเลย
การใช้เสียงแสดงอารมณ์ ควบคู่ไปกับการจับจังหวะของหนัง และสายตาที่ต้องว่องไว ความจำที่เป็นเลิศ
ตลอดจนใจรักและความพยายาม

เพราะหากคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้...คุณจะเป็นนักพากย์หนังที่ดีไม่ได้เลย

พอหมดอบรมพากย์เสียง....เราก็เริ่มว่างอีกครั้ง
และแน่นอน คนอกหัก...เมื่อว่าง...ก็จะฟุ้งซ่าน โชคดีที่เรามี "แม่ลิน"

แม่ลินเป็นแฟนคลับคนแรกของเรา แม่ลินส่งอีเมล์มาหาเราพร้อมกับชมการใช้ภาษาของเราว่า
เขียนได้ดี สำนวนดี และไม่เคยต่อว่า ให้ร้ายใคร
สำนวนที่....แฝงไปด้วยอารมณ์ขัน ในขณะเดียวกันก็สามารถตอบอะไร ที่มันเป็นวิชาการได้

ฟังดูดี ดูฉลาดจัง 5555+

คาดว่าแม่ลินจะไม่เคยไปอ่านเจอเราฟิวขาดเขียนด่าพวกที่ว่า เลสเบี้ยนเป็นพวกวิปริตผิดปกติคอยหาข้ออ้างให้ตัวเองถูก ไอ้เราก็อุตส่าห์ตอบด้วยถ้อยคำสุภาพเป็นวิชาการ .....ตอนนั้นเขียนตอบไปด้วยใจโมโหว่า...กูจะเอาผู้หญิงมันก็เรื่องของกู...กูไม่ได้ไปเอาผุ้หญิงบนหัวพ่อมึง... มึงเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน มีสิทธิ์อะไรมากำหนด มาชี้นิ้วว่า ใครทำอย่างนั้น ผิดถูก...
ไอ้เหี้ยนี่ทะลึ่งละ..เล่นไม่ดูคนนะมึง

หุหุ..แม่ลินอ่านเจอสงสัยกระเจิง 555+

แม่ลินเป็นนิสิตเก่าของอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และมักจะชักชวน โน้มน้าว ให้เราเรียนต่อด้านวรรณคดี ภาษา-วรรณกรรม อะไรทำนองนั้น

เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา แม่ลินชวนเราไปดูละครเวทีของภาควิชาศิลปะการละคร ของคณะอักษรศาสตร์ จุฬา

เป็นละครที่มีชื่อไทยว่า พายุพิโรธ ดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง The Tempest ของ William Shakespeare
เกี่ยวกับละครเรื่องนี้ แม่ลินได้ส่งข้อมูลมาให้เราทางอีเมล์แล้ว แต่ว่าเราไม่ได้เปิดดูจึงไม่รุ้ว่า เป็นงานเขียนของเชคเสปียร์

เรานั่งดูไปเรื่อยๆ ดื่มด่ำกับภาษาประยุกต์ การตีความของบท โดยเฉพาะตอนที่มิแรนดาพูดกับเฟอร์ดินานด์ว่า

"ข้าเป็นหญิงไร้ยางอายและไร้เชิง.....ข้าขอเป็นชายาท่าน"

เล่นเอาเรากับพี่ปิงปอง....เพื่อนของแม่ลินหัวเราะตบมือถูกอกถุกใจ ...คิดได้ไงเนี้ยะ

นั่งๆ ดูไป...นึกถึง คณะปฎิวัติ ทักษิณ สนธิ 5555+
และในหลายครั้งก็นึกถึงบทละครพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง "เวนิชวานิส" ซึ่งทรงแปลมาจากละครเรื่อง The Merchant of Venice ผลงานอีกชิ้นของ William Shakespeare

เมื่อมารุ้ทีหลังว่า...The Tempest เป็นงานเขียนของ William Shakespeare ก็อดภาคภูมิใจในตัวเองเล็กๆ ไม่ได้ว่า

เออ....เห็นอย่างนี้..ก็จับทางของนักเขียนออกเหมือนกันนะนี่ว่า เป็นงานใคร

ด้วยคอนเซปต์ของละครครั้งนี้...จัดแสดงรอบตัวผู้ชม ดังนั้นผู้ชมก็จะต้องคอยหัดหน้าหัดหลังมองตามตัวละคร และแล้ว....
ในระหว่างที่เราดูละคร...เราก็หันหลังไปพบกับผุ้หญิงคนนึง...ในความมืดสลัว....เธอก็ยังดูดี...
แต่งตัวเรียบร้อย เสื้อแขนยาว มีผ้าพันคอเพราะแอร์เย็น กระโปรงยาว..น่าจะถึงข้อเท้า..

พูดแบบบ้านๆ หุ้มทั้งตัว

เธอใส่แว่นด้วยนะ...ดูปราดเดียวก้พอจะเดาได้ว่า อายุไม่น่าจะต่ำกว่า 35 ปี 555+

และด้วยโชคชะตาหรืออะไรก็ไม่ทราบได้....ผู้หญิงที่เราแอบมองทุกครั้งเวลาที่หันหลังมาดูตัวละครเล่นนั้น..

เธอเป็น....ศิษย์เก่าอักษร จุฬาฯ เหมือนแม่ลินของเรา และเธอคือ....ผศ.ดร.คารีนา โชติรวี อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดีอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬา

และแน่นอนว่า..อาจารย์ก็แนะนำให้เราเรียนอักษรศาสตร์ ด้านวรรณกรรม เพราะจะได้อะไรมากกว่าเรียนจิตวิทยาที่เราสนใจจะเรียนต่อ...

อืม ตอนนั้นอดคิดไม่ได้ว่า แม่ลินมาเรามาให้เพื่อนๆ กล่อมหรือเปล่าหว่า 55+

เมื่อได้เห็นใกล้ๆ ก็คิดในใจ....สวยจังเลย อิอิ ใส่แว่นด้วย
แถมวันนั้น อาจารย์คารีนา..ก็ร่วมเสวนาในหัวข้อ

"ละครเชคสเปียร์ : ร่วมสมัย ปีนกระได หรือไกลตัว?"

การนั่งฟังเสวนาทำให้เราได้รุ้จักตัวเองมากขึ้นมา....
ทำให้เราเกิดนึกถามไถ่ตัวเองว่า....หรือเรากับยัยตัวร้ายจะอยุ่กันคนละโลก
ยากที่จะมาบรรจบกันได้.....

สังคมที่เธออยุ่ช่างต่างกับเรา...มันไม่ใช่..เรื่องเงินหรือสภาพแวดล้อม...

แต่มันคือการใช้ชีวิต...

เราหลงใหลวรรณกรรม ศิลปะ ประวัติศาสตร์ หนังสือและวิชาการ
เรามีความสุขกับการไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ในห้องสมุดเป็นวันๆ
เราปรารถนากับการได้อยู่เงียบๆ กับคนที่เรารัก

ในขณะที่ยัยตัวร้าย...มีความหวือหวาในชีวิต เธอชอบอะไรที่มันดูท้าทาย....

หนอนหนังสือที่นิ่งๆ เงียบๆ อย่างเราคงจะไม่เหมาะกับเธอก็เป็นได้นะ



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 0:44:20 น.
Counter : 576 Pageviews.

8 comments
  
อกหัก..รักคุด..ตุ๊ดเมิน..เดินตกท่อ..สุดยอดดดด

อันนี้เจอมากับตัวเมื่อไวไวนี้เลยพี่ มองเขาคนนั้นที่ไปเป็นของคนอื่นจนเดินตกบันได...เหอๆ

โดย: หลานยายจุล วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:47:30 น.
  
อยู่ ตจว.ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้อกหักแบบสร้างสรรค์หรอกค่ะ..

มีอย่างเดียวคือ..เข้าวัดทำบุญ..แหะ ๆ สร้างสรรค์พอมั้ยคะ..

ชีวิตคนเราเหมือนการเดินทางของเส้นสองเส้น..

บางเส้นก็เดินทางกันเป็นคู่ขนาน

บางเส้นก็เดินทางมาตัดกัน ก่อนจะแยกจากกันไป

บางเส้นก็ต่างคนต่างเดินมาบรรจบกัน ก่อนจะรวมสองเส้นนั้น เป็น เส้นหนา ๆ เพียงเส้นเดียว ()

อิชั้นไม่ใช่เช็คเสปียร์..

แต่ที่อิชั้นเขียนได้แบบนี้ เพราะอิชั้นหิวมาม่า........

(ตรู..จะโดน จขบ.บ่นมั้ยล่ะเนี่ย)
โดย: i'm not superman วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:56:49 น.
  
เวลาอกหัก ไม่คิดจะทำอะไรเอาเลยน่ะซิคะ

แถมชอบคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกมิวสิคซะอีก

...เพียงแค่ไม่ได้ไปยืนตากฝน เท่านั้นเอง

โดย: โสดในซอย วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:29:37 น.
  




ของเราเราคิดว่าอกหักยังไม่ยักกะตาย เลยไม่อกหักซะทีจ้า
โดย: icebridy วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:32:56 น.
  
เวลาอกหัก ชอบ อยุ่คนเดียว เงียบๆ แต่พอเหงาสักพัก

ก้อจะชวนเพื่อนๆไปเที่ยวกันเพื่อให้หายลืม

ถ้าลืมไม่ลงก้อคงต้องทำใจอ่ะค่ะ
โดย: about_love วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:43:22 น.
  
มาทักทายนะครับ
โดย: jeakja วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:05:52 น.
  


อกหักครั้งเดียว แถมเป็นตอนที่โตแล้ว มีทุกคนคอยโอ๋ๆ

เขียนบทได้อีก 1 กระบุง

เค้าว่างานส่วนใหญ่ของศิลปินมักออกมาเวลาที่พวกเขาเศร้า ก็อาจจะจริง ...

มีความสุขแล้วก็มัวร่าเริง ( - - ") ลัลล้าาา แต่เวลาเศร้า เหงานี่ ตัวอักษรคือสิ่งที่บอกเล่าได้ดีกว่าตัวเองอีก

มาทักทาย ^^~


โดย: ladydunce วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:7:53:38 น.
  
โดย: SR (September rain ) วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:1:37:49 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เมษาพาเพลิน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



โลกใบนี้ก็เหมือนผู้หญิง ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งมีอะไรให้ค้นหามาก มีมุมที่เรามองไม่เห็น มีทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติและปรุงแต่งตามกาลเวลาของเธอ สักวันฉันจะแบกกล้องท่องโลก


All Blog