ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บบอร์ด Thailand Aquatic Pets เว็บบล็อคสำหรับ คนรักสัตว์น้ำ ( และ สัตว์ที่อยู่ในน้ำ ) ประเทศไทยจ้า

บ้านร้อยปีเทียนสือ เรือนเก่าเมืองระนอง ผ่านกาลเวลากว่าศตวรรษ

กลางเมืองระนอง บนถนนดับคดี ตำบลเขานิเวศน์ มีบ้านหลังหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเพียงเรือนเก่าแก่ทรงคุณค่า หากยังเป็นเสมือนหน้าต่างบานสำคัญที่เปิดพาผู้คนย้อนกลับไปสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนจีนยุคบุกเบิกเมืองระนอง บ้านหลังนั้นคือ “บ้านร้อยปีเทียนสือ” บ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน

บ้านหลังนี้สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 5 โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นเรือนหอของ เทียนสือ และ ฉ่ายหล่วน ธิดาของ คอซิมซั่ว ณ ระนอง ผู้สืบสายตระกูลสำคัญแห่งเมืองระนอง และยังเป็นบุตรสาวของ คอซู้เจียง อดีตเจ้าเมืองระนองอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านหลังนี้จะผูกโยงอยู่กับเรื่องราวของเมืองระนองอย่างแนบแน่น ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

เสน่ห์ของบ้านร้อยปีเทียนสือเริ่มตั้งแต่รูปแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความงามของยุคสมัยอย่างชัดเจน ตัวบ้านเป็นเรือน สองชั้น โดยชั้นบนสร้างด้วยไม้ ส่วนชั้นล่างเป็นอาคารตึก แข็งแรงและแฝงกลิ่นอายคลาสสิก ภายในมี สวนกลางบ้าน ที่ช่วยเติมความร่มรื่นและเป็นหัวใจของเรือนมาตั้งแต่อดีต พื้นบ้านปูด้วย อิฐกระเบื้องใบบัวแบบโบราณ ซึ่งยิ่งขับเน้นบรรยากาศของกาลเวลาให้เด่นชัดขึ้นในทุกย่างก้าว

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบ้าน สิ่งที่ดึงดูดสายตาไม่แพ้ตัวอาคาร คือบรรดา ภาพถ่ายเก่าแก่ ของเจ้าของบ้านและสมาชิกในตระกูลที่จัดแสดงอยู่ทั่วพื้นที่ ภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่ง หากเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าการดำรงอยู่ของครอบครัวนี้ผ่านหลายชั่วอายุคน ควบคู่ไปกับข้าวของเครื่องใช้โบราณที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างงดงาม ทั้งศิลปะแบบไทย จีน และยุโรป ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนในบ้านหลังเดียว

แต่คุณค่าของบ้านร้อยปีเทียนสือไม่ได้หยุดอยู่แค่ความงามทางสถาปัตยกรรม เพราะที่นี่คือ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่มีชีวิต ภายในบ้านมีการจัดแสดงเรื่องราวของบรรพบุรุษต้นตระกูล ประวัติความเป็นมาของจังหวัดระนอง ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของผู้คนในอดีต ผู้มาเยือนยังจะได้เรียนรู้เรื่องราวของการแต่งกายแบบ บาบ๋า–ย่าหยา ที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญของชุมชนลูกหลานชาวจีนในภาคใต้ รวมถึงอาหารพื้นเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนกับรากเหง้าทางวัฒนธรรม เช่น ผัดหมี่ฮกเกี้ยน บักกุ๊ดเต๋ และขนอังกู้

อีกหนึ่งสีสันที่ทำให้บ้านหลังนี้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น คือเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาของครอบครัว ในอดีต เทียนสือ มักชวนลูกหลานมานั่งนับเหรียญกันในสวนกลางบ้าน ก่อนจะช่วยกันบรรจุลงในถุงผ้าใบสำหรับใส่แร่ดีบุก เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นความรุ่งเรืองของกิจการเหมืองแร่ในยุคหนึ่ง และทำให้บ้านร้อยปีเทียนสือไม่ได้เป็นเพียงบ้านพักอาศัยเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน ห้องคลังกลางใจเมืองระนอง ในอดีตอีกด้วย

วันนี้ บ้านร้อยปีเทียนสือจึงไม่ใช่แค่สถานที่เก่าแก่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ หากยังเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่เก็บรักษาเรื่องราวของผู้คน เมือง และวัฒนธรรมเอาไว้อย่างละเมียดละไม บ้านหลังนี้ทำหน้าที่บอกเล่าอดีตของระนองผ่านผนังไม้ ภาพถ่ายเก่า และเรื่องเล่าที่ไม่เคยเลือนหาย ราวกับย้ำเตือนว่า ในทุกเมืองล้วนมีบ้านหนึ่งหลังที่ทำหน้าที่เก็บหัวใจของประวัติศาสตร์เอาไว้เสมอ




 

Create Date : 08 มีนาคม 2569   
Last Update : 8 มีนาคม 2569 12:12:40 น.   
Counter : 582 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

รักตัวเองก่อนรักใคร ทำไมความรักถึงเริ่มต้นที่เราเสมอ

 

เคยไหม…ที่เราทุ่มเทให้ใครสักคนจนหมด
ยอมเปลี่ยนตัวเอง ยอมลดคุณค่าของตัวเอง
ยอมอดทนกับอะไรหลายอย่าง เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่รัก

แล้วสุดท้าย คนที่เหนื่อยที่สุดกลับเป็นเราเอง

หลายคนมักได้ยินประโยคว่า
“ต้องรักตัวเองก่อน ถึงจะไปรักคนอื่นได้”
ฟังดูเหมือนคำปลอบใจซ้ำ ๆ แต่จริง ๆ แล้ว
มันคือความจริงที่เจ็บนิด ๆ และตรงมาก

เพราะความรักทุกความสัมพันธ์
ไม่ได้เริ่มต้นจากเขา
แต่มันเริ่มจากวิธีที่เราเห็นคุณค่าของตัวเอง

ถ้าเรายังไม่รักตัวเอง
เรามักจะยอมรับความรักในแบบที่ต่ำกว่าที่ควร
ยอมให้ถูกมองข้าม
ยอมให้คำพูดทำร้าย
ยอมอยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกไม่พอ
เพียงเพราะคิดว่า “อย่างน้อยก็ยังมีคนรัก”

แต่ความรักแบบนั้น ไม่ได้ทำให้หัวใจอิ่ม
มันแค่ทำให้เรากลัวการอยู่คนเดียวมากขึ้นเรื่อย ๆ

การรักตัวเอง ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว
ไม่ใช่การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง
แต่มันคือการรู้ว่า
เราสมควรได้รับความเคารพ
สมควรได้รับความสบายใจ
และสมควรได้รับความรักที่ไม่ต้องแลกกับความเจ็บปวด

เมื่อเรารักตัวเอง
เราจะกล้าพูดว่า “ไม่” กับสิ่งที่ทำร้าย
กล้าถอยออกจากความสัมพันธ์ที่บั่นทอน
และกล้าเลือกคนที่เห็นคุณค่าเรา
ไม่ใช่แค่คนที่เรากลัวเสียไป

ความรักที่เริ่มต้นจากการรักตัวเอง
จะไม่ใช่ความรักที่เกาะอีกฝ่ายไว้เพื่อเติมเต็มช่องว่าง
แต่เป็นความรักของคนสองคนที่เต็มพอแล้ว
และเลือกมาอยู่ข้างกัน

เราไม่คาดหวังให้อีกฝ่ายมาเยียวยาบาดแผลทั้งหมด
ไม่โยนความสุขทั้งหมดไปไว้บนบ่าของเขา
เพราะเรารู้ว่า เราดูแลหัวใจตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว

และเมื่อวันหนึ่งความรักต้องจบลง
คนที่รักตัวเองจะเจ็บ
แต่จะไม่แตกสลาย

จะเสียใจ
แต่จะไม่สูญเสียตัวตน

เพราะเขารู้ว่า
ความรักที่จากไป ไม่ได้พรากคุณค่าของเขาไปด้วย

สุดท้ายแล้ว
เหตุผลที่ความรักต้องเริ่มต้นที่เราเสมอ
ก็เพราะว่า…
คนที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ใครอื่น

แต่คือ “ตัวเราเอง”

และเมื่อเรารักคนคนนี้ได้ดีพอ
ความรักที่เหลืออยู่
ก็จะเป็นเพียงการแบ่งปัน
ไม่ใช่การร้องขอจากใครอีกคนหนึ่ง 🤍


 




 

Create Date : 04 มกราคม 2569   
Last Update : 4 มกราคม 2569 17:38:16 น.   
Counter : 155 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่คือการให้พื้นที่กันได้หายใจ

 

บางครั้งเรามักเข้าใจผิดว่า “รัก” คือการต้องรู้ทุกอย่าง คุมทุกอย่าง และอยู่ในทุกช่วงเวลาของอีกฝ่าย
ต้องรู้ว่าเขาไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร คุยกับใครบ้าง
เหมือนยิ่งใกล้ ยิ่งแนบ ยิ่งผูกไว้แน่นเท่าไร ความรักจะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น

แต่เอาเข้าจริง…ความรักที่แน่นเกินไป มักทำให้ใครสักคนหายใจไม่ออก

ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนเรากำมือใครไว้แน่น ๆ
ตอนแรกอาจรู้สึกอบอุ่น แต่ไม่นานมันจะเริ่มเจ็บ
ไม่ใช่เพราะมืออีกข้างไม่อยากอยู่
แต่เพราะมันอยากผ่อนแรง อยากคลาย อยากขยับบ้าง

ความรักก็เหมือนกัน
มันไม่ใช่การจับไว้ไม่ให้ไปไหน
แต่คือการจับมือกันโดยไม่บีบจนเจ็บ

หลายความสัมพันธ์พังไม่ใช่เพราะไม่มีความรัก
แต่เพราะมี “ความกลัว” มากเกินไป
กลัวเสียเขาไป
กลัวเขาเจอใครที่ดีกว่า
กลัวว่าเมื่อปล่อยให้เขาเป็นตัวเอง เขาอาจไม่เลือกเรา

แล้วเราก็เริ่มถามมากขึ้น เช็กมากขึ้น หวงมากขึ้น
จากความห่วงใย กลายเป็นความอึดอัด
จากความรัก กลายเป็นกรงที่มองไม่เห็น

คนเราทุกคนยังคงต้องการพื้นที่ของตัวเอง
พื้นที่ให้ได้เป็นในแบบที่ไม่ต้องอธิบาย
พื้นที่ให้ได้เงียบ ได้เหนื่อย ได้อยู่กับความคิดตัวเอง
หรือแม้แต่พื้นที่ให้ได้เติบโตในจังหวะของตัวเอง

การมีแฟน ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งตัวตนเดิมทั้งหมด
และการรักใครสักคน ก็ไม่ควรแลกมาด้วยการหายไปของตัวเอง

ความรักที่ดี
คือการที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไปใช้ชีวิตของเขา
แล้วเรายังรู้สึกอุ่นใจ ไม่ใช่หวาดระแวง

คือการที่ต่างคนต่างมีโลกของตัวเอง
แต่ก็เลือกเดินเข้ามาหากันในโลกเดียวกันเสมอ

ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ
แต่เพราะอยากอยู่

บางทีการ “ให้พื้นที่”
ไม่ได้หมายความว่าเรารักน้อยลง
แต่มันคือการเชื่อใจมากขึ้น

เชื่อว่าเขาจะไม่ทิ้ง
เชื่อว่าเขาจะกลับมา
เชื่อว่าแม้เราจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นตลอดเวลา
ความรู้สึกก็ยังคงอยู่

และที่สำคัญ
เชื่อว่าเราเองก็มีคุณค่ามากพอ
ไม่จำเป็นต้องรั้งใครไว้ด้วยความกลัว

ความรักไม่ใช่การครอบครอง
ไม่ใช่การเอาอีกคนมาเป็นของเรา
แต่คือการเดินเคียงข้าง
ในระยะที่ต่างฝ่ายต่างยังหายใจได้

เพราะความรักที่ทำให้หายใจโล่ง
มักอยู่ได้นานกว่าความรักที่ต้องคอยระวังทุกลมหายใจเสมอ 🌿




 

Create Date : 04 มกราคม 2569   
Last Update : 4 มกราคม 2569 17:17:36 น.   
Counter : 88 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

กุ้ยหลิน "ภูเขาเขียว น้ำใส ถ้ำมหัศจรรย์" ทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก


กุ้ยหลิน (Guilin) เมืองเล็ก ๆ ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน 🇨🇳 ได้รับการยกย่องมาเนิ่นนานว่าเป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คำกล่าวโบราณที่ว่า “ทิวทัศน์กุ้ยหลินงามเลิศในใต้หล้า” (桂林山水甲天下) ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู หากแต่สะท้อนความจริงที่ยังคงตราตรึงใจผู้มาเยือนทุกยุคทุกสมัย

สิ่งที่ทำให้กุ้ยหลินโดดเด่นคือภูมิประเทศแบบ คาสต์ (Karst Topography) ที่เกิดจากการกัดเซาะและยุบตัวของหินปูนยาวนานนับล้านปี จนก่อเกิดภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตานับพันลูก เรียงรายท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจีและแม่น้ำใสสะท้อนเงา ภูมิทัศน์อันมหัศจรรย์นี้มักปรากฏในภาพวาดพู่กันจีน บทกวี และวรรณกรรมที่เล่าขานถึงความงดงามของแผ่นดินจีน

🏞 แม่น้ำหลีเจียง (Li River) คือหัวใจของการมาเยือนกุ้ยหลิน การล่องเรือจากกุ้ยหลินไปยังหยางซั่ว (Yangshuo) จะได้สัมผัสทิวทัศน์ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนที่สะท้อนลงในผืนน้ำใสเสมือนกระจก พร้อมชมวิถีชีวิตชนบทเรียบง่ายของชาวบ้านที่ยังคงผูกพันกับสายน้ำ

🏘 หยางซั่ว (Yangshuo) เมืองเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานผ่านทุ่งนาเขียว หรือการล่องแพไม้ไผ่ในแม่น้ำอวี้หลง (Yulong River) ที่เงียบสงบ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาดหมึกจีนโบราณ

ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาด เมื่อผสานกับแสงไฟหลากสีภายในถ้ำ ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนตื่นตาและลึกลับ

🐘 เขาเซี่ยงบี๋ (Elephant Trunk Hill) แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองกุ้ยหลิน ภูเขาหินที่มีรูปร่างคล้ายช้างกำลังยื่นงวงลงดื่มน้ำจากแม่น้ำกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่ใครมาเยือนก็ต้องแวะชม

🛕 เจดีย์พระอาทิตย์และพระจันทร์ (Sun and Moon Pagodas) ตั้งตระหง่านกลางทะเลสาบซานหู (Shanhu Lake) งดงามเป็นพิเศษยามค่ำคืนเมื่อมีการประดับไฟส่องสว่างสะท้อนผืนน้ำ

🌾 นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longji Rice Terraces) หรือที่รู้จักกันว่า “สันหลังมังกร” คือมรดกภูมิปัญญาของชนเผ่าจ้วงและเหยา ที่บรรจงสร้างนาข้าวตามแนวเขาสูงสลับซับซ้อน ภาพของนาขั้นบันไดที่โค้งวนคล้ายเกล็ดมังกรจะเปลี่ยนโฉมไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเขียวสดในฤดูร้อน ทองอร่ามในฤดูใบไม้ร่วง หรือปกคลุมด้วยหมอกหนาวในฤดูหนาว

🌤 กุ้ยหลินมีภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนชื้น ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) อากาศอบอุ่น เหมาะแก่การชมดอกไม้บานทั่วหุบเขา

  • ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) แม้อากาศร้อนและฝนชุก แต่หมอกและฝนกลับเพิ่มความโรแมนติก ราวกับอยู่ในแดนสวรรค์

  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ท้องฟ้าโปร่ง น้ำใส และภูเขาสะท้อนเงาได้งดงามที่สุด

  • ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) อากาศหนาวเย็นและแห้ง หิมะตกน้อยแต่ภูมิทัศน์เงียบสงบ

กุ้ยหลินจึงไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยว หากยังเป็น แรงบันดาลใจทางศิลปะและวัฒนธรรม มานับพันปี ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติที่ยากจะหาสิ่งใดเทียบ และบรรยากาศชนบทที่ยังคงกลิ่นอายความดั้งเดิม ทำให้กุ้ยหลินกลายเป็นจุดหมายในฝันของผู้คนทั่วโลก ใครได้มาเยือนย่อมเข้าใจทันทีว่าทำไมจึงมีคำกล่าวว่า “หากอยากเห็นสวรรค์บนดิน ก็ต้องมาที่กุ้ยหลิน”




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2568   
Last Update : 17 สิงหาคม 2568 12:14:52 น.   
Counter : 418 Pageviews.  
Share to Facebook

#ฟอสซิลไข่ “Baby Yingliang” เผยความเชื่อมโยงระหว่างไดโนเสาร์กับนกยุคใหม่

        เมื่อพูดถึงการค้นพบทางบรรพชีวินวิทยาที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือการพบ ฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์อายุเก่าแก่กว่า 66 ล้านปี ในมณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ฟอสซิลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เปลือกไข่หรือเศษซากเท่านั้น แต่ภายในยังคงเก็บรักษา ตัวอ่อนของไดโนเสาร์สายพันธุ์โอวิแรปเตอโรซอร์ (Oviraptorosaur) ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยค้นพบ

        นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อเล่นให้กับฟอสซิลนี้ว่า “Baby Yingliang” เพื่อระลึกถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ Yingliang Stone ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดง โดยตัวอ่อนที่อยู่ในไข่นี้มีความยาวประมาณ 27 เซนติเมตร ภายในไข่ขนาด 17 เซนติเมตร ถูกเก็บรักษาไว้อย่างน่าทึ่งในชั้นหินยุคครีเทเชียสตอนปลาย (ประมาณ 66–72 ล้านปีก่อน) บริเวณเมืองก้านโจว

        สิ่งที่ทำให้ Baby Yingliang สร้างความประหลาดใจแก่แวดวงวิชาการ ไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือ ท่าทางการขดตัวในเปลือกไข่ ตัวอ่อนมีศีรษะซุกอยู่ใต้ลำตัว เท้าวางข้างลำตัว และกระดูกสันหลังโค้งงอ ลักษณะนี้เหมือนกับ “พฤติกรรมการขดตัว (tucking)” ของลูกนกสมัยใหม่ก่อนฟัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่าเป็นพฤติกรรมเฉพาะของนก เพื่อช่วยให้ลูกนกรอดชีวิตขณะเจาะเปลือกออกมา แต่การค้นพบนี้ทำให้เห็นว่า ไดโนเสาร์โบราณก็มีพฤติกรรมดังกล่าวมาก่อนแล้ว

        ในเชิงวิวัฒนาการ ฟอสซิล Baby Yingliang เปรียบเสมือน “เครื่องบันทึกเวลา” ที่ไม่เพียงเผยโครงสร้างร่างกาย แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของพฤติกรรมด้วย มันชี้ให้เห็นว่านกยุคปัจจุบันไม่ได้รับมรดกเพียงรูปร่างหรือขนจากบรรพบุรุษไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึง พฤติกรรมพื้นฐานที่สำคัญต่อการอยู่รอด อย่างการขดตัวในเปลือกไข่

         การค้นพบนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง “นก” และ “ไดโนเสาร์” อีกทั้งยังเปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก โดย Baby Yingliang ไม่เพียงแต่เป็นฟอสซิลที่หายากและสมบูรณ์ หากยังเป็น จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ช่วยไขความลับของบรรพกาลและย้ำว่าโลกของเรายังคงมีเรื่องราวให้ค้นพบอีกมาก




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2568   
Last Update : 17 สิงหาคม 2568 11:54:15 น.   
Counter : 133 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  

เหมียวกุ่ย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]




ยินดีต้อนรับพี่ๆน้องๆทุกท่านเข้าเยี่ยมชม เว็บบล็อคแห่งนี้ หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขในการชมบล็อคของกระผมนะครับ










View My Stats
New Comments
[Add เหมียวกุ่ย's blog to your web]