We write our own destination
Group Blog
 
All blogs
 

บ้านเรา...เม้าส์แหลก


เมืองเราเป็นเมืองเล็ก ถ้าใครไม่ตั้งใจที่จะมาเที่ยวก็คงไม่มีโอกาสได้ผ่านมา เพราะเป็นเมืองปิด เส้นทางก็คดเคี้ยว ลำพังเราเป็นคนในพื้นที่ เจอโค้งเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กว่าจะถึงจังหวัดที่เราอยู่ก็จะพาลปวดเศียรเวียนเกล้าให้ได้ แต่ถ้าใครได้มาแล้วมักจะติดใจในธรรมชาติ วัฒนธรรม น้ำใจของคนเมืองเราทั้งนั้น

คนเมืองกรุงมักจะเรียกคนต่างจังหวัดว่า “คนบ้านนอก” อันนี้เราก็ไม่รังเกียจ... เพราะมันจริง... แฟนเรายังว่าเราเป็นสาวบ้านนอกเลย... บ้านนอกแล้วเป็นไง ไม่เห็นแปลก บ้านนอกหน่ะ ใจดีนะเออ... บางครั้งใจดี มีน้ำใจ กว่าคนเมืองกรุงซะอีก

ตอนที่ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหม่ๆ มักจะมีชาวบ้านในหมู่บ้านทักทายด้วยประโยคที่เคยได้ยินประจำเวลากลับมาเยี่ยมบ้านว่า
“อ้าว! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ .. จะกลับเมื่อไหร”
เรา - “หลายวันแล้วจ๊ะ... คงไม่กลับแล้วหละ กะจะมาเกาะแม่กินตลอดชีวิต”

“เอาแฟนมาด้วยรึเปล่า”
เรา – อ๋อ.. ไม่จ๊ะ ตามมาทีหลังมั๊ง (กะจะแย่งรึไงเนี่ย...ถามหาแต่แฟนกรู...)

“เมื่อไหร่จะมีลูกหล่ะ”
เรา - ยังอ่ะจ๊ะ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ... (ยุ่งไรด้วยเนี่ย.. มีเมื่อไหร่ก็เรื่องของกรู...)

เนี่ยแหละค่ะคำถามที่มักจะเจอประจำๆ บางทีก็ขำๆ บางทีก็ขี้เกียจจะตอบ เลี่ยงๆ เอา แต่ส่วนใหญ่ที่เค้าถาม เราก็เข้าใจว่าเค้าอยากคุยด้วย หรือสอดรู้ 555...แต่จริงๆ ก็คงจะถามตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง หรือ คนรู้จักกันละมั้งงง.

อีกคำถามนึงที่มักเจอประจำเวลาคนเดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านเรา จะถือเป็นคำถามสุดฮิตก็ว่าได้
“วันนี้กินข้าวกับอะไร” บางคนขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านแล้วตะโกนถาม I คนตอบก็คิดแทบไม่ทันว่าวันนี้กรูจะกินอะไรวะ เพราะ I คนถามมันถามแล้วก็ไปเลย ไม่อยู่รอฟังคำตอบซะก่อน

มีตัวอย่าง วันนั้นเรานั่งกินแกงส้มปลาเป็นอาหารเช้า นั่งกินข้าวกับพ่อและก็แม่ที่หน้าบ้าน ป้าสม แกขี่จักรยานผ่านมา ตะโกนถามว่า “กินข้าวกับอะไร” (แกก็ปั่นจักรยานของแกไปเรื่อยๆ เพราะแกก็คงไม่ตั้งใจที่จะรอคำตอบ) แม่เราด้วยความที่ปากเร็ว คิดเร็ว ก็สวนกลับไปว่า “น้ำพริก” พอเราได้ฟังก็ปล่อยก๊าก ถามแม่ว่า “คิดได้ไงเนี่ยแม่” พ่อเองยังอดขำไม่ได้เลย เฮ้อ! แม่เรา...

กลับมาพูดถึงบ้านเรา ก็อย่างที่บอกจังหวัดเรามันเล็ก ไปทางไหนก็เจอแต่คนรู้จัก I ความลับหน่ะรึ โอ้ย! ปิดกันไม่มิดหร๊อก... หมาบ้านไหนออกลูกแม่เรายังรู้เล้ย... แล้วไอ้เรื่องใครมีเมียน้อย เมียนิด มีรึมันจะปิดกันได้ (จะหาเรื่องนินทาชาวบ้านอีกแล้วไหมละ)...

อย่างตอนที่กลับมาอยู่ที่บ้านใหม่ ก็โทรไปหาเพื่อน ไม่ได้เจอกันนานมากมาก โทรไปคุยได้ไม่ถึงชั่วโมง รู้หม๊ด เพื่อนคนใหนมีผัว มีลูก มีกันกี่คน ทำงานอยู่ที่ไหน ผัวแอบไปมีเมียน้อยรึเปล่า มันรายงานให้หมดเสร็จสรรพ

อย่างตอนไปจ่ายตลาดในเมือง ตลาดใหญ่ๆ ก็มีอยู่ที่เดียว ตอนเย็นคนเยอะยั้วเยี้ยเป็นหนอน... จอดรถเสร็จ กว่าจะไปเดินจากที่จอดรถ ไปถึงตลาด ต้องเจอเพื่อนอย่างน้อย 2 คน คุยอย่างน้อยคนละ 5 นาที เม้าส์กันไปเรื่อยๆ มีข้อมูลลับมั่ง ไม่ลับมั่งมาแจกแถมให้เพียบ.. เก็บกันแทบไม่ทัน ยิ่งกว่าเค้าแจกใบปลิวตามทางเดินเข้าห้างฯ ในกรุงเทพซะอีก...


ก็บอกแล้ววววววว จังหวัดเรามันเล็ก





 

Create Date : 09 สิงหาคม 2550    
Last Update : 10 สิงหาคม 2550 14:04:00 น.
Counter : 153 Pageviews.  

"แม่" พระในบ้าน


สำหรับคนเป็นแม่ทุกคนคะ...

แม่ แม่ แม่ คำนี้มีความหมาย
มีพระคุณมากมายหลายสถาน
แม่เป็นได้หลายสิ่งหลายประการ
เป็นธนาคารเป็นพระพรหม เป็นร่มไทร

เป็นผู้ให้กำเนิดเกิดลูกรัก
เป็นผู้ให้ที่พักพิงอาศัย
เป็นผู้ให้ความการุณอุ่นกายใจ
เป็นผู้ให้อะไรอะไรไม่รามือ

ลูกเจ็บไข้แม่ก็ให้การักษา
ลูกโตมาแม่ก็ส่งเรียนหนังสือ
ลูกต้องการตำราแม่หาซื้อ
ลูกปรึกษาหารือแม่ยินดี

ลูกคนใจกระทำกรรมแก่แม่
สุดเลวแท้ชั่วช้าสิ้นราศี
ลูกด่าแม่ลูกตีแม่ลูกกาลี
ลูกไม่ดีทำแม่ช้ำน้ำตาริน

น้ำตาแม่รินไหลเมื่อลูกร้าย
น้ำตาแม่เป็นสายเมื่อลูกหมิ่น
น้ำตาแม่หลังลงรดแผ่นดิน
เมื่อได้ยินลูกเสเพลเนรคุณ

โอ้แม่จ๋าพระคุณแม่แผ่ปกเกล้า
โอ้แม่จ๋าผู้เฝ้าเข้าเกื้อหนุน
โอ้แม่จ๋าผู้เมตตาผู้การุณ
โอ้แม่จ๋าผู้ค้ำจุนไม่ห่างไกล

ดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าทุกสิ่ง
ดวงใจแม่สะอาดยิ่งกว่าสิ่งไหน
ดวงใจแม่สะอาดเกินกว่าสิ่งใด
ดวงใจแม่มีไว้...เพื่อลูกเอย.

(โดย..ทยาลุ)

ใกล้ถึงวันแม่แล้วนะคะ..
อย่าลืมแสดงความรักกับคุณแม่เยอะๆ นะคะ บอกท่านซะตั้งแต่วันนี้ ให้ท่านได้รู้ว่าลูกรักแม่แค่ไหน... อย่าเก็บไว้จนสายเกินไป... เพราะแม่อาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป






 

Create Date : 07 สิงหาคม 2550    
Last Update : 10 สิงหาคม 2550 14:03:43 น.
Counter : 115 Pageviews.  

เล่าเรื่องครอบครัวเรา



เราเป็นชาวเหนือแท้ๆ (ที่คิดว่าแท้ก็เพราะเราไม่เคยมีครอบครัวเป็นคนใต้ 555) ครอบครัวเรามีกันหลายคน พ่อกับแม่มีลูก 4 คน น่าเสียดายพี่สาวได้จากเราไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ ตอนนี้เราก็เลยกลายเป็นลูกสาวคนโต มีน้องชายอีก 2 คน ซึ่งก็แต่งงานแล้ว ด้วยเหตุนี้... จึงทำให้พ่อกับแม่เราได้ลูกสาวเพิ่มอีก 2 คน... แถมด้วยหลานชายอ้วนกระปุ๊กลุกอีก 1 คน (อีกไม่นานเราก็จะได้สมาชิกตัวโตเพิ่มอีก 1 คน อันนี้เนี่ยขออุบไว้ก่อนนะ)

พ่อเป็นคนโผงผาง พูดจาเสียงดัง ใจร้อน แต่ในอีกมุมนึง ก็มักจะทำเรื่องตลกๆ เปิ่นๆ ให้เราได้หัวเราะอยู่เสมอ(แล้ววันหลังจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง)... พูดถึงความดุ แล้วก็หวงลูกสาวแล้ว ดูเหมือนจะเป็นที่รู้ดีของชาวบ้านแถวนั้น... ไม่มีหนุ่มๆ คนใหนกล้าที่จะย่างกรายเข้าบ้านให้พ่อได้เห็นหน้าเลย จะมีก็แอบเมียงๆมองๆ เอา... ก็จะทำไงได้ลูกสาวพ่อ 2 คนไม่ได้น่าเกลียดซะหน่อยนี่นา.

มีอยู่ครั้งนึง หมู่บ้านเรามีการจัดงานประจำปี จำได้ว่าตอนนั้นอยู่ม.3 แล้ว แม่พาเราพี่น้องไปเที่ยวกัน แต่ด้วยความที่อยากเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็เลยขอแยกกับแม่ เที่ยวเพลินไปหน่อย เกือบ 4 ทุ่มแล้ว มองหาแม่ก็ไม่เจอ ก็เลยต้องกลับกันเองกับพี่สาว ใจนึงก็กลัว คิดว่าเดี๋ยวต้องโดนพ่อตีแน่ๆ พอเดินมาถึงหน้าบ้านปรากฏว่าแม่กับน้องชายอีก 2 คนนั่งรออยู่ ไม่มีใครกล้าเข้าบ้าน ไฟในบ้านก็ไม่เปิด เราก็ถาม “แม่ทำไมไม่เข้าบ้าน” แม่ก็ตอบว่า
“ขืนเข้าไปโดยไม่มีลูกสาวเข้าไปด้วย แก 2 คนได้มีหวังหลังลายหน่ะสิ ” พวกเราก็เลยรอดตัวไป ถ้าแม่กับน้องไม่มานั่งตากยุงรอเราคืนนั้น บ้านมีหวังลุกเป็นไฟแน่ๆ

ส่วนแม่.. แม่เป็นคนใจดีเสมอ ถึงแม้ว่าจะจู้จี้จุกจิกบ้างตามประสา แม่จะคอยเข้าข้างลูกๆ ทุกครั้ง เวลาพ่อดุด่าพวกเรา แม่จะไม่ซ้ำเติม แต่จะปรามพ่อไว้ จนพ่อว่าแม่เสมอว่า แม่ชอบให้ท้ายลูกๆ แต่จริงๆ แล้วที่แม่ไม่อยากซ้ำก็เพราะ รู้ว่าพ่อใจร้อน ลูกชายก็ใจร้อน ลูกสาวก็ใจร้อน ยิ่งพูดก็เหมือนเอาน้ำมันมาราดบนกองไฟ แม่จะใช้วิธีค่อยๆ สอนค่อยๆ พูด ลูกฟังมั่งไม่ฟังมั่ง แม่ก็จะพูดของแม่ไปเรื่อยๆ สอนไปซักร้อย ลูกได้ไปสิบก็ยังดี

เดี๋ยวนี้พวกเราโตกันแล้ว พ่อเป็นคนใจดีขึ้นเยอะ ยิ่งผ่านการสูญเสียลูกไปคนนึง ทำให้พ่อเปลี่ยนไปมาก

น้องชายคนโตแต่งงาน มีลูกแล้ว คนนี้ใจร้อนสุดๆ ไม่ค่อยลงรอยกับพ่อ แต่ก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน แต่อย่างที่บอกเดี๋ยวนี้พ่อใจดี ก็เลยไม่ค่อยบ่นอะไรมาก

น้องชายคนเล็ก กำลังก่อร่างสร้างตัว คงจะแต่งงานในไม่ช้านี้แน่ๆ ตอนนี้ย้ายไปอยู่ในเมือง กลับบ้านทุกอาทิตย์ คนนี้ตอนเด็กๆ ดื้อเงียบ ไม่ค่อยเถียง แต่ตอนโตก็เถียงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน... ดีที่น้องชายสองคนนี้เป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี ตลกชวนหัว เวลาอยู่กันหลายๆ คนก็เลยทำให้ครอบครัวเราครึกครื้น มีสีสันขึ้นมาเชียว

เราเองตั้งแต่เรียนจบก็ออกจากบ้านไปทำงานที่กรุงเทพฯ..
ไกลแสนไกลจากบ้านเกิด มีโอกาสได้กลับบ้านบ้างก็ปีละครั้ง สองครั้ง ทุกครั้งที่กลับบ้านก็จะได้เห็นรอยยิ้ม สดใส(มีตีนกา) ของพ่อกลับแม่ เท่านี้ก็ดีใจแล้ว

อยู่กรุงเทพ ได้สิบกว่าปี ก็ได้เวลาย้ายกลับมาบ้านเกิดซะที คราวนี้คิดว่าจะมาอยู่กับพ่อแม่ให้นานเท่าที่จะนานได้ อยากดูแลท่านเท่าที่ทำได้

นี่ก็ร่วมๆ 2 เดือนแล้ว ถึงแม้ว่าบ้านเราจะไม่มีห้างฯ ใหญ่โตหรูหราให้เดินเล่น ไม่มีโรงหนังใหญ่ๆ ให้ดู แต่ก็มีความสุขเหลือเกิน ได้กินข้าวกับพ่อแม่ทุกวัน วันอาทิตย์ก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพี่น้อง...มีกับข้าวที่ลูกๆ ชอบ แม่บอกว่า แม่ดีใจจังที่ลูกๆ อยู่พร้อมหน้า.... แล้วแม่ก็ยิ้มจนตาหยี

ขอบคุณความรัก ความหวังดี และกำลังใจที่ให้ลูกเสมอมา และพ่อกับแม่ยังคงมีให้ตลอดไป ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีพ่อกับแม่ พวกเราคงไม่มีวันนี้ อยากบอกว่า “หนูรักแม่กับพ่อที่สุดในโลกค่ะ”







สายเลือดเดียวกัน


เราจะไปด้วยกัน


เจ้าตัวยุ่ง




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2550    
Last Update : 10 สิงหาคม 2550 14:03:00 น.
Counter : 384 Pageviews.  


ขนมจีบไม่เอาน้ำยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ครอบครัวเรา
เป็นครอบครัวใหญ่
ในเมืองเล็กๆ..
วิถีชีวิตเดินไปอย่าง
เรียบง่าย เชื่องช้า
แต่ทว่า...
แสนสบาย




ปล. ช่วงนี้กำลังงมโข่ง
โปรดให้อภัยมือใหม่หัดทำนะคะ
Friends' blogs
[Add ขนมจีบไม่เอาน้ำยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.