Review : VERENA L-GLUTA BERRY PLUS
สวัสดีค่าาาา บล็อคนี้ต่อเนื่องกันไป
 เดือนก่อนเพิ่งลองดื่ม VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS  ไป

หลังจากนั้นซักพักใหญ่แบรนด์ก็ส่ง VERENA L-GLUTA BERRY PLUS มาให้อีก 6 กล่อง แบบเงียบๆ 555
ไหนก็ไหน เลยลองซักหน่อย
คราวนี้เริ่มลองดื่มช่วง 27 มค - 27 กพ 2557






VERENA L-GLUTA BERRY PLUS
คืออะไร ???


คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในรูปแบบน้ำผลไม้ ชงดื่มค่ะ
อุดมไปด้วยวิตามินจากบลูเบอร์รี่ , สตรอเบอร์รี่ , แครนเบอร์รี่ , ราสเบอร์รี่ และ ผลทับทิม
ช่วยบำรุงให้ผิวสวยใส และมีส่วนผสมจากคอลลาเจน กลูต้าไธโอน และ Vit C
พร้อมเสริมคุณค่า Q10 ที่จะช่วยให้ผิวใสเปล่งปลั่ง และดูกระจ่างใสค่ะ 









VERENA L-GLUTA BERRY PLUS
ใน 1 ซอง ประกอบด้วย

  Inulin / อินูลิน                                                                                    3,350 mg
Hydrolyzed Fish Collagen / ไฮโดรไลซ์ ฟิช คอลลาเจน                             3,000 mg
Strawberry  Powder / ผงสตรอเบอร์รี่                                                      2,000 mg
Blueberry Powder / ผงบลูเบอร์รี่                                                            2,000 mg
Cranberry Powder / ผงแครนเบอร์รี่                                                        2,000 mg
L-Glutathione  / แอล - กลูต้าไธโอน                                                          250 mg
Pomegranate Powder / ผงทับทิม                                                            150 mg
Vitamin C / วิตามิน ซี                                                                              60 mg
Coenzyme Q10 / โคเอนไซม์ คิวเทน                                                         27 mg


ส่วนผสมหลักจะเป็นผลไม้พวกเบอร์รี่ค่ะ ก็จะช่วยในเรื่องต่างๆดังนี้





วิธีการชงดื่ม

1 ซอง ชงกับน้ำร้อน หรือน้ำเย็น ประมาณ 120 มล.
คนให้ละลายและดื่มได้ทันที
หลังจากนั้นดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
วันละ 1-2 ซอง ก่อนอาหารเช้า หรือก่อนนอนทุกวัน

** เป็นอาหารเสริม ไม่มีผลในการรักษาโรค**













ความรู้สึกและผลลัพธ์
หลังจากดื่ม 3 กล่อง 30 วัน

ด้วยความที่เป็นรสเบอร์รี่ เลยดื่มง่าย และก็อร่อยมากค่ะ 5555
รสชาตเปรี้ยวอมหวาน หอมด้วย 
ส่วนตัวรู้สึกชอบมากกว่ารส VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS
แต่อันนี้มันก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนนะคะ

เมย์ดื่มตอนเช้า ชงกับน้ำเย็น ช่วยให้รู้สึกสดชื่นดี
และในบางวันที่นอนดึกๆ ร่างกายจะเพลียหน่อยๆ 
แต่รู้สึกว่าช่วงหลังๆที่ดื่ม VERENA L-GLUTA BERRY PLUS มาซักเกือบเดือน
เวลาที่นอนน้อย ร่างกายจะไม่เพลียเท่าเมื่อก่อน
ซึ่งมันไม่ได้เห็นผลตั้งแต่ตอนแรกที่ดื่มนะคะ
กว่าจะรู้สึกว่า เออ...ดื่มแล้วมันช่วยนะ ก็ตอนจะครบเดือน
ซึ่งก็เป็นปกตินะ เราต้องดื่มอย่างต่อเนื่อง มันถึงจะเห็นผล
ช้าเร็วก็แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคนนะคะ

ส่วนในเรื่องของผิว
ต้องบอกเลยว่าเมย์ดูแลส่วนนี้ดีมากๆอยู่แล้ว ทาครีมตลอด อาบน้ำนม ทากันแดด
ในส่วนของผิวใสขึ้น อาจจะเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าไร
แต่เชื่อว่า ที่ดื่มเข้าไป ซึ่งมีส่วนผสมของเบอร์รี่ต่างๆ มีวิตามินที่ช่วยเรื่องผิว
มันจะทำให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น เห็นผลในระยะยาวมากกว่า
คือนอกจากที่เราดูแลจากภายนอกแล้ว การกินอาหารเสริมก็จะช่วยบำรุงจากภายในด้วย


สำหรับคนที่เห็นชื่อว่า GLUTA แล้วคาดหวังว่าจะขาวขึ้นเลย
อันนี้มันไม่ใช่นะคะ เมย์ว่าสมัยนี้สาวๆหลายๆคนก็อยากจะขาวขึ้น
เมย์มองว่าคำว่าขาวขึ้นในที่นี้ คือ ขาวกระจ่างใสในเฉดผิวของตัวเอง


คือคนที่ผิวแทนดื่มแล้วคงไม่ขาวขึ้นแน่ๆ แต่จะใสขึ้น
ไม่ดำหม่นหมอง แต่จะแทนแบบสุขภาพดี ผิวเนียนใส

เพราะฉะนั้นสาวๆที่อยากมีผิวสวย ขาวกระจ่างใส
นอกจากจะต้องดูแลจากภายนอกอย่างที่เมย์ทำ คือการทาครีมบำรุง กันแดด สครับบ้างแล้ว
ก็ควรเลือกทานอาหารเสริมที่จะช่วยให้ผิวแข็งแรง และมีความชุ่มชื้นจากภายในด้วย
แค่นี้ผิวกระจ่างใส ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ ^^











































นี่ก็เป็นอีก 1 ตัวเลือกให้สาวๆที่รักผิว และอยากมีผิวสวยใสนะคะ
ยังไงก็ลองหามาดื่มกันดูนะจ๊ะ

บล็อคนี้ลาไปก่อน และขอขอบคุณที่ส่ง VERENA L-GLUTA BERRY PLUS มาให้เมย์ได้ลองค่ะ ^^


_______________________________________________________________________

ราคากล่องละ 450 บาท
มี 10 ซอง

ซื้อได้ที่ //www.verena.co.th และร้านวัตสัน




Create Date : 03 มีนาคม 2557
Last Update : 3 มีนาคม 2557 19:36:36 น.
Counter : 2341 Pageviews.

0 comment
Review : VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS
สวัสดีค่าาาา บล็อคนี้ถึงเวลาที่จะมารีวิวผล หลังจากที่เมย์ได้ทดลองดื่ม
VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS

ในการทดลองครั้งนี้ เมย์งดอาหารเสริมอื่นๆ และทานตัวนี้ตัวเดียวนะคะ
เพื่อสังเกตดูผลลัพธ์หลังลองดื่ม 30 วัน วันละ 1 ซองค่ะ




แบรนด์ส่งมาให้ช่วงปีใหม่พอดี 6 กล่อง
ซึ่งเป็นช่วงที่เพลิดเพลินกับอาหารมาตั้งแต่คริสมาสยันปีใหม่ 5555
ปกติเมย์จะหนัก 46-48 แต่ช่วงก่อนลองดื่ม น้ำหนักอยู่ที่ 50 เป๊ะ
เลยถือโอกาสนี้ ลองดื่มดูซะเลยค่ะ
ลองดื่มช่วงวันที่ 9 มค - 9 กพ 2557


ลองมาดูหน้าตาของกล่อง และสรรพคุณที่ทางแบรนด์บอกไว้ก่อนนะคะ









VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS
แอล-คาร์นิทีน แอปเปิ้ล พลัส

เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบชงดื่ม รสแอปเปิ้ล
ใน 1 กล่อง ราคา 450 บาท  จะมี 10 ซอง



ใน 1 ซอง (15,000 มก.) 
ประกอบด้วย
Apple Powder                                                                               
           ผงแอปเปิ้ล                                                                                8,150 mg.

Inulin                                                                                          
           อินูลิน                                                                                       6,100 mg.

L-Carnitine L-Tartrate (as L-Carnitine 68.2%)                                   
           แอล-คาร์นิทีน แอล ทาร์เทรต (ให้แอล-คาร์นิทีน 68.2%)                        500 mg.

     Vitamin C                                                                                          
           วิตามินซี                                                                                        60 mg.

  Coenzyme Q10                                                                               
           โคเอนไซม์ คิวเทน                                                                           30  mg.

Chromium picolinate (as Cr 12.43%)                                              
           โครเมี่ยม พิโคลิเนต (ให้โครเมี่ยม 12.43%)                                             1 mg.












VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS
ช่วยเรื่องอะไร ???


แบรนด์บอกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง 
เพราะตัวนี้จะช่วยทั้งเรื่องบำรุงผิวพรรณและดูแลรุปร่างของเรา
มีอินูลิน ซึ่งจะขยายตัวในกระเพราะ ทำให้รู้สึกอิ่ม และทานอาหารได้น้อยลง
แอลคาร์นิทีน ที่ช่วยเบิร์นไขมัน โคเอนไซม์ คิวเทน ช่วยบำรุงผิว
วิตามินซี จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน
และช่วยดีท๊อกซ์ สารตกค้างในร่างกาย

สรุปโดยรวม ก็คือเน้นการดูแลผิวและรูปร่างค่ะ



วิธีการชงดื่ม



1 ซอง ชงกับน้ำร้อน หรือน้ำเย็น ประมาณ 120 มล.
คนให้ละลายและดื่มได้ทันที
หลังจากนั้นดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
ก่อนอาหารทุกวัน

** เป็นอาหารเสริม ไม่มีผลในการรักษาโรค**




ความรู้สึกและผลลัพธ์
หลังจากดื่ม 3 กล่อง 30 วัน


อย่างแรกขอพูดถึงอะไรที่รู้สึกได้ง่ายก่อนเลย ก็คือ รสชาตค่ะ ...อร่อย ถูกใจ 5555
รสแอปเปิ้ล หวานอมเปรี้ยว อร่อยจนอย่างกินเกินวันละ 1 ซอง -*-

เมย์กินตอนเช้า ผสมกับน้ำเย็นค่ะ รู้สึกสดชื่นดี
กินแล้วจะรู้สึกตื่น กระปรี้กระเปร่านะ อันนี้ก็ปกติแหละ เพราะร่างกายได้รับความหวาน
แต่ก็ถือเป็นเริ่มต้นวันที่ดี ^^ ง่วงๆอยู่ สดชื่นเลย

กินแล้วรู้สึกอิ่มนิดหน่อย พอร่นระยะเวลาหิวไปได้นิดนึง
หรือถ้าทานอาหารเช้าต่อเลย ก็จะช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นนะ
เพราะตัวนี้มีอินูลิน มันจะขยายตัว ช่วยให้เรากินได้น้อย และอิ่มเร็วขึ้น

แต่ถามว่าเมย์กินอาหารน้อยลงมั้ย ?? ไม่จ้ะ 5555
ไม่ใช่เพราะกินเวอรีน่าแล้วมันไม่ช่วยนะ แต่มันเป็นเพราะนิสัยเป็นคนกินเยอะ
กินได้เรื่อยๆ แม้จะรู้สึกอิ่ม

แต่ถ้าเป็นคนที่กินแบบหยุดได้เมื่อรู้ว่าตัวเองอิ่ม
เวอรีน่าก็ช่วยได้ระดับนึงเลย จะกินอาหารได้น้อยลง

แต่ส่วนตัวรู้สึกว่า จะรู้สึกอิ่มเร็วแค่มื้อที่กินหลังจากดื่มเวอรีน่าเลย
มื้ออื่นๆที่ไม่ได้ดื่ม ก็ไม่ได้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น


ส่วนการเบิร์นไขมัน ต้องเป็นคนที่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยถึงจะได้ผลชัดเจน
เพราะแอลคานิทีนจะช่วยเผาหลาญได้ดีต่อเมื่อเราออกกำลังกาย
แต่เมย์ ไม่ได้ออกกำลังกาย ในส่วนนี้เลยไม่ได้เห็นผลชัดเจนค่ะ
น้ำหนักยังคงที่ 50 กก.

และในส่วนของผิวพรรณ สำหรับเมย์อาจจะไม่เห็นความแตกต่างมากนัก
เพราะปกติขยันทาครีมบำรุงตลอด ผิวเลยไม่มีปัญหามาก

แต่ถ้าคนที่ดื่มน้ำน้อยๆ ไม่ทาครีม อาจจะเห็นผลชัดกว่าเมย์นะคะ
เพราะวิตามินซีและโคเอนไซม์คิวเทนจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น




สรุป

ดื่มง่าย รสชาตดี ไม่มีน้ำตาล ไม่ต้องห่วงอ้วนค่ะ
เป็นซอง สะดวกพกได้ ดื่มแล้วสดชื่นมาก
เมย์ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับสาวๆ ที่อยากมีตัวช่วยในการดูแลผิวและรูปร่าง
ดื่มควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองในส่วนอื่นๆ ออกกำลังกาย ทาครีมบำรุง จะเห็นผลดีกว่า

ฝากถึงสาวๆที่อยากสวยหุ่นดีนะคะ อาหารเสริมเป็นตัวช่วยที่ดี แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก
ดังนั้นอยากสวย ต้องดูแลตัวเองในหลายๆด้านนะจ๊ะ



ต่อไปจะลองทานอะไร เดี๋ยวมาดูกัน ^^
ขอบคุณ VERENA L-CARNITINE APPLE PLUS ที่ส่งมาให้ลองค่ะ


สั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  www.verena.co.th  ส่งฟรีทั่วประเทศ และ มีที่ Big C ค่ะ





Create Date : 03 มีนาคม 2557
Last Update : 3 มีนาคม 2557 19:38:38 น.
Counter : 14165 Pageviews.

0 comment
Review : Dove Hair Therapy คอนดิชันเนอร์ สูตรใหม่ เคลือบปิดรูพรุนบนผมเสีย
สวัสดีค่าาาาา  ได้ฤกษ์รีวิวเสียทีนะจ๊ะ
หลังจากที่ได้ไปร่วม workshop กับ DOVE มา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ที่ร้าน The Gallery เกสร พลาซ่า ค่ะ 



ไปครั้งนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับดูแลเส้นผมมาเพียบเลย
เป็นประโยชน์กับสาวๆสมัยนี้ด้วย 
ยิ่งคนที่ชอบทำผม หนีบ ไดร์ ม้วน ด้วยความร้อน
รับรองว่าผมต้องมีเสียกันบ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ
วันนี้จะได้มาฟังว่า Dove สูตรใหม่ จะช่วยดูแลเส้นผมของเราได้อย่างไรบ้าง





งานนี้ไปกับพี่วิคนงาม ไปถึงเราก็ได้เช็คสภาพเส้นผมกันก่อนเลย
เครื่องนี้จะบอกระดับความพรุนของเส้นผม 1-9
พรุนน้อย - มาก ตามจำนวนเลข
ของเมย์ได้ 6 !!!!

คุณพระ พรุนมากค่ะ 55555 
เพราะเมย์เป็นคนที่มีเส้นผมที่เล็ก เคยกัดสีผมมาครั้งนึง ตอนนี้ช่วงปลายผมเลยจะแห้งเสีย
ตรวจผมเส้น จึงตระหนักได้ว่า ... ควรดูแลผมมากกว่านี้นะจ๊ะ 555


ทีก็มาฟังบรรยายจาก Dove กันค่ะ

โดฟได้ทำการจัดอันดับ 3 สไตล์ผมสุดฮิตที่สาวๆสมัยนี้นิยมทำกัน 
และแน่นอนว่าก็ทำร้ายผมเช่นกันค่ะ

ลองทายดูซิ ว่าทรงไหนบ้าง ...?


---
อันดับ 1 ... Fuzzy Curls  
คือ การใช้แกนไฟฟ้าม้วนผม ให้เป็นลอน ดูผมมีมิติ หนาฟู ลอนเด้ง
ส่วนใหญ่ก็เปิดความร้อนสูงๆ กันทั้งนั้น 180 องศาขึ้นไป ของเมย์นี่ใช้ 200 จ้ะ ><

อันดับ 2 ... Super Straight Hair
ทรงหนีบตรง ด้วยการใช้เครื่องรีดผม หนีบกับตั้งแต่โคนยังปลาย
สังเกตได้เลย ว่าช่วงปลายจะแห้งและแตกปลายสุดๆ 

อันดับ 3 ... Vintage Big Hair 
ผมหยิกหยองฟูฟ่อง แบบวิเทจ กว่าจะได้ทรงนี้ไม่ใช่ง่ายๆนะจ๊ะ
ตรงม้วนด้วยแกนไฟฟ้าความร้อนสูงๆ ให้ได้ลอนแน่นๆ แล้วต้องยีผมเพื่อให้มันฟูอยู่ทรง
การยีผม ก็ถือเป็นการทำร้ายผมทางหนึ่งนะคะ เพราะมันเปิดเกล็ดผม ทำให้ผมแห้ง ขาดพรุนได้
แล้วยังต้องใช้สเปรย์เซ็ทผมอีก 

-------------------------------------------------------------------------------

การทำผมไม่ว่าจะทรงไหน ก็ทำลายเส้นผมด้วยกันทั้งนั้นนะคะ
เป็นผู้หญิง ความสวยเราหยุดไม่ได้
ดังนั้นถ้าอยากจะสวย ก็ต้องดูแลบำรุงเส้นผมเป็นพิเศษนะคะ




และในอนาคตสาวๆเราก็คงยังไม่เลิกทำผมแน่นอน
สถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์ ประเทศอังกฤษ 
จึงพัฒนานวัตกรรม “เคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ” ที่มีในโดฟสุดใหม่
 สามารถอุดรูพรุนด้วยการเติมเคราตินถึงชั้นเซลล์ผม 
แต่ยังให้ความรู้สึกเบาสบายมีชีวิตชีวา ด้วยการทำงานของแผ่นไมโครชีท



ไมโครชีท คืออะไร ???


ในครีมนวดโดฟสูตรใหม่ มีแผ่นไมโครชีท ที่โครงสร้างเป็นลักษณะแบน 
ซึ่งทำให้สามารถกระจายตัวเข้าบำรุงเส้นผมได้อย่างทั่วถึง 
ทำให้ผมนุ่มลื่น ไม่พันกันค่ะ 

แตกต่างจากครีมนวดทั่วไปที่มีโมเลกุลรูปวงกลม ซึ่งอาจจะบำรุงเส้นผมได้ไม่ทั่วถึง

----------------------------------------------------------------------------------


หลังจากฟังบรรยายเสร็จ ก็ได้ทดลองสระผมด้วย โดฟ คอนดิชันเนอร์ อินเทนซ์ รีแพร์ 
เป็นสูตรสำหรับสาวผมเสีย ดูแลล้ำลึกจากภายในด้วยเคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ
 เพื่อจัดการทุกปัญหาผมเสียไม่ว่าจะเป็นผมหยาบ ชี้ฟู ไม่เงางาม 
ผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก ผมไม่แข็งแรง พันกัน จัดทรงยาก 
และเรียงตัวไม่สวยงาม บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากโคนจรดปลาย  
ให้ผมเสียกลับมาสวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งเส้น 
เสริมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้เส้นผมแข็งแรงและมีน้ำหนัก 







สระ ไดร์ เสร็จเรียบร้อยจ้าาาาา



เสร็จแล้ว รู้สึกว่าเบาๆ หัวดีค่ะ
ครีมนวดไม่หนักและทำให้ผมมันเกินไป






จบ workshop ครั้งนี้ ก็ได้ Dove มาลองใช้ที่บ้านชุดใหญ่เลยจ้าาา

โดฟ คอนดิชันเนอร์ ใหม่ มีเทคโนโลยี “เคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ” และ“ไมโครชีท” 
 มีทั้งหมด 4 สูตรด้วยกันนะคะ ให้สาวๆ เลือกใช้ตามสภาพเส้นผมค่ะ 







โดฟ คอนดิชันเนอร์ อินเทนซ์ รีแพร์ 
(สำหรับสาวผมเสีย)
ดูแลล้ำลึกจากภายในด้วยเคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ 
เพื่อจัดการทุกปัญหาผมเสียไม่ว่าจะเป็นผมหยาบ ชี้ฟู ไม่เงางาม ผมแห้ง 
ไม่มีน้ำหนัก ผมไม่แข็งแรง พันกัน จัดทรงยาก และเรียงตัวไม่สวยงาม 
บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากโคนจรดปลาย  
ให้ผมเสียกลับมาสวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งเส้น 
เสริมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้เส้นผมแข็งแรงและมีน้ำหนัก 
พร้อมรับมือกับการถูกทำร้ายในอนาคต 




โดฟ คอนดิชันเนอร์ สเตรท แอนด์ ซิลกี้ 
(สำหรับสาวผมชี้ฟูเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ)
ให้ผมตรงขึ้น สวยขึ้น เหมาะสำหรับผมเสียปานกลาง 
ผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก และจัดทรงยาก โดยมีไมไคร มอยซ์เจอร์ เซรั่ม 
เอกสิทธิ์เฉพาะของโดฟ ช่วยบำรุงให้ผมตรงเรียงเส้นสวยขึ้น 
มีน้ำหนัก ลดการชี้ฟู ไม่แห้งเสีย และจัดทรงได้ง่ายขึ้น 



โดฟ คอนดิชันเนอร์ แฮร์ ฟอล เรสคิว 
(สำหรับสาวผมขาดหลุดร่วง)
ปกป้องและลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมตั้งแต่โคนผม 
และเสริมความแข็งแรงให้แก่เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ด้วยการผสานส่วนผสมสำคัญ ไตรคาซอล แอ็คทีฟ (Trichazole actives) 
และป้อนสารบำรุงลงลึกถึงโคนผม จึงช่วยให้ผมยึดติดกับโคนผมได้ดีขึ้น
ขณะเดียวกันก็ช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมที่ขาดและฟื้นบำรุงเส้นผมที่แห้งเสีย 
ช่วยทำให้เส้นผมลื่นขึ้น ไม่เปราะขาดง่ายอีกต่อไป

โดฟ คอนดิชันเนอร์ นอริชชิ่ง ออยล์ แคร์ 
(สำหรับสาวผมแห้ง)
ผสานพลังนูทริ-ออยล์ บำรุงให้ผมนุ่มลื่นขึ้นถึง 99%
ซึมซาบเข้าไปบำรุงผมอย่างล้ำลึก เพื่อเติมลิพิดหรือน้ำมันตามธรรมชาติ 
พร้อมด้วยสารบำรุงผมอื่นๆที่จำเป็น พร้อมลดการชี้ฟู โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ 
ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับการดูแลเส้นผมให้คงความนุ่มสลวยและเปล่งประกายเงางาม 


มีให้เลือก 5 ขนาด ได้แก่ 
70 มล 29 บาท
160 มล 69 บาท
330 มล 135 บาท
460 มล 159 บาท
650 มล 199 บาท 


-------------------------------------------------------------------------


ยังไงสาวๆก็ลองเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเองมาลองใช้กันดูนะคะ
และขอบคุณ DOVE ที่จัด workshop ดีๆ ให้เมย์ได้มีโอกาสร่วมและนำมาบอกต่อสาวๆค่ะ

SPONSORED CONTENT BY DOVE



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 12:54:52 น.
Counter : 2193 Pageviews.

0 comment
Review : COLGATE OPTIC WHITE กับพรีเซนเตอร์สุดแซ่บ ชมพู่ อารยา !!!
สวัสดีค่าาา บล็อคนี้เมย์มารีวิวยาสีฟันหลอดแดง ที่เคลมไว้

ว่าฟันจะดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติใน 1 สัปดาห์แรกที่ใช้!!!

เดี๋ยวนี้หลายแบรนด์มีออกมามากมายเลย และเมย์ว่าสาวๆหลายๆคนต้องสนใจแน่ๆ

เพราะถ้าฟันขาวจะทำให้เราทาลิปสติกได้สวยและยิ้มมั่นใจขึ้น

ไม่ใช่ทาลิปสติกสีแซ่บเว่อร์ แต่พอยิ้มแล้วฟันเหลืองเชียว...แบบนี้ก็ไม่ไหวป๊าาาาา 5555

และหลอดแดงๆที่เมย์ว่านี้ เดาไม่ยาก เพราะเป็นสีของ Colgate นั่นเองงง

ก่อนหน้านี้เมย์เคยซื้อหลอดเล็กจากเซเว่นมาลองเองแล้ว แต่ก็ไม่ได้สังเกตว่าฟันขาวขึ้นหรือป่าว

แค่รู้สึกสดชื่นปากตอนแปรง 5555

แต่คราวนี้แบรนด์ส่งมาให้ลอง เลยตั้งใจสังเกตซะหน่อย อยากรู้ว่าของเขาเด็ดจริงหรือป่าว ??

ก่อนรีวิวขอพูดถึงพรีเซนเตอร์คนใหม่หน่อยเถอะ เพราะนางคือ ชมพู่ อารยา !!!

เห็นในโฆษณา ... สวยม๊ากกกกก ปากแดงฟันขาว งามเว่อรรรรรรร์



นี่เป็นรูปจากงานเปิดตัว Campaign COLGATE OPTIC WHITE Cover Girl Hunt
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาค่ะ

เห็นแล้วบอกเลยว่า ชมพู่ เป๊ะเวอร์ เดรสแดง ปากแดง ยิ้มทีฟันขาวสวยมากกก ปลิ้มมม




งานนี้คอลเกตจับมือกับ นิตยสารสุดสัปดาห์ จัดแคมเปญ "Colgate Optic White Cover Girl Hunt"
ตามล่าหาสาวยิ้มสวย โดยที่สาวๆที่ได้เข้ารอบ 7 คนสุดท้าย จะได้ร่วม workshop
เพื่อเสริมบุคลิกภาพกับกูรูชื่อดัง ซึ่ง 1 ในนั้นก็มี พี่มด Cinnamongal มาสอนแต่งหน้าให้สาวๆด้วย

สาว 7 คน จะแบ่งเป็น 1 คนจากการร่วมสนุกผ่าน Facebook Application
และอีก 6 คนจากการค้นหาผ่านบูธกิจกรรมในวันที่ 5 - 11 กพ 2557



งานนี้หากสาวๆคนไหนสนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญสมัครผ่านแอพ https://apps.facebook.com/opticwhite_covergirl/ ได้เลยค่ะ




ระยะเวลาแคมเปญทั้งหมด

* ส่งภาพร่วมสนุก 5-11 กุมภาพันธ์ 2557
* ประกาศผลผู้เข้ารอบเวิร์คช็อป 14 กุมภาพันธ์ 2557
* วันเวิร์คช้อป 24 กุมภาพันธ์ 2557 ณ อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง
* ระยะเวลาการโหวต 27 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2557


งานนี้ผู้ชนะจะได้ไปเฉิดฉายอยู่บนปกนิตยสารสุดสัปดาห์
ฉบับเดือนพฤษภาคม และ fashion set ด้านใน 4 หน้านะจ๊ะ
งานนี้เอายิ้มสวยๆ เข้าสู้ค่ะ เป็นกำลังใจให้สาวๆนะค๊าาา ^^


------------------------------------------------------------------------------





ทีนี้กลับมาสู่การรีวิวของเราดีกว่า

ยาสีฟัน Colgate Optic White (คอลเกต อ๊อฟติค ไวท์)


มี whitening accelerator ที่ช่วยขัดฟันและลดคราบบนผิวฟัน
ซึ่งจะช่วยให้ฟันเราขาวขึ้นหลังใช้ 1 สัปดาห์
อีกทั้งช่วยดูแลเคลือบฟัน อีกทั้งช่วยป้องกันฟันผุด้วยส่วนผสมของฟลูออไรด์

มี 2 ขนาด
ขนาด: 40 กรัม ราคา 59 บาท
ขนาด: 100 กรัม ราคา 129 บาท
รส: Sparkling Mint and Dazzling Mint


ในรายละเอียดการใช้ เขาบอกว่า แปรงฟัง 2 นาที 
ทุกครั้งหลังอาหารทุกมื้อ และก่อนนอน

เมย์แปรงแค่ตื่นนอน และ ก่อนนอนนะคะ


เมย์คงต้องลองใช้ต่ออีกสักพัก และแปรงทุกครั้งหลังอาหารตามวิธีใช้ข้างกล่อง ผลน่าจะเห็นชัดกว่านี้

ส่วนในเรื่องความรู้สึกตอนใช้ เมย์ว่าก็สดชื่นดี ตามสไตล์คอลเกต
เย็นๆหน่อย เพราะเป็นรสมิ้นท์ แต่ไม่เผ็ดหรือแสบปาก อันนี้โอเคมาก
แปรงแล้วไม่ค่อยขึ้นฟองเยอะเหมือนบางยี่ห้อ
เนื้อยาสีฟันค่อนข้างแน่น ไม่เหลวค่ะ


ส่วนแพจเกจนั้นพูดเลยว่าดูหรูหราขึ้นมาก 
หลอดสีแดงเมทัลลิก หลอดตั้งได้ด้วยตัวเอง อันนี้ชอบส่วนตัว 555




วันนี้ก็จบการรีวิวไว้แค่นี้นะคะ ไว้ใช้ต่อ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะอัพเดทให้ดูกันในเพจนะจ๊ะ

------------------------------------------------------------------------------------

SPONSORED CONTENT BY COLGATE OPTIC WHITE



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2557 8:56:24 น.
Counter : 1234 Pageviews.

0 comment
Review : ขั้นตอนการล้างหน้า ช่วยให้สิวลดลง



  สวัสดีค่าาาาา บล็อคนี้ที่ทุกคนรอคอย ^^
รวมถึงเมย์เองด้วย รอคอยวันที่หนังหน้าจะกลับมาดีอย่างเดิมได้ 
หลังจากแพ้ คสอ หน้าแหกสุดๆ
ถึงตอนนี้หน้าจะยังไม่ใสกริ๊ง วิ๊งวับ อย่างที่ตั้งใจ แต่มันก็ดีขึ้นมากๆๆๆๆๆๆ
เมื่อเทียบกับตอนเป็นสิว ><

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า บล็อคนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ รวมถึงวิธีการ ขั้นตอนต่างๆ 
เมย์ใช้ และมันเหมาะกับเมย์ ซึ่งเมย์คิดว่า คนอื่นๆน่าจะนำไปปรับใช้ได้ค่ะ

เอาหล่ะ ก่อนจะมาดูว่าล้างหน้าอย่างไร แล้วสิวหาย ลดลง ผิวดีขึ้น 
เมย์ขอเล่าก่อน ว่าเดิมเมย์สภาพผิวเป็นอย่างไร 
ทำอะไรมาแล้วเกิดอาการแพ้ แล้วรักษาอย่างไร

เมื่อก่อนเมย์เป็นคนผิวแห้ง ถึงแห้งมาก ขาดความชุ่มชื้นแต่มีสิว 
มันเป็นส่วนของอาการของผิวขาดน้ำนั่นเอง
เมย์ดื่มน้ำน้อยมากกกกก นอนดึก แต่งหน้าบ่อย ไม่ทาครีมบำรุง ชอบทานของหวาน ทอด มัน

ซึ่งไลฟ์สไตล์มันชวนให้เกิดสิวอยู่แล้วหล่ะนะ - - 
หลายๆคน รู้อยู่แล้วว่า สิวเกิดจากอะไรบ้าง แล้วมีแนวทางรักษาอย่างไร
แต่มักแก้ไม่ได้ เพราะไม่ยอมปรับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
ในที่นี้เมย์จะไม่อธิบายละเอียดมากนะ ว่าสิวต่างๆ เกิดเพราะอะไร
กูเกิ้ลมีเยอะแล้วเนอะ เสิชเอานะจ๊ะ




[สภาพหนังหน้าปกติ มีกระ รูขุมขนกว้างช่วงหน้าแก้ม]

ย้อนไปเมื่อช่วง มค - กพ 2556 เป็นช่วงพี่สภาพผิวอยู่ในระดับปกติ 
ชีวิตนี้ไม่เคยต้องหาหมอสิวเลย 
สิวอักเสบมาบ้างตอนที่ประจำเดือนมาหรือนอนดึก 
สิวอุดตันเล็กน้อยข้างแก้ม (เป็นเพราะปัดแก้มทุกวันกับแปรงเดิมๆที่ไม่ค่อยล้าง...ตัวดีเลย)

อยู่มาวันหนึ่ง ในช่วงที่ประจำเดือนกำลังจะมา... 
!!!! ขอให้ทุกคนจงทราบไว้ ว่าช่วงนี้แหละ เป็นช่วงที่ผิวเราบอบบาง สิวขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้
ช่วงนี้ห้าม !!! ห้ามลอง skin care สำหรับผิวหน้าตัวใหม่ เพราะผิวเรา sensitive อาจเกิดอาการแพ้ได้ 
เลี่ยงการสครับ แกะสิว ...คืออย่าทำให้ผิวระคายเคืองไม่ว่าจะทางใดก็ตาม

ช่วงนั้นซื้อรองพื้นตัวใหม่มา ก่อนเมย์จะเอาไปใช้กับหน้าลูกค้า เมย์จะลองกับหน้าตัวเองก่อน
วันต่อมา สิวอักเสบขึ้นหลายจุดเลยจ้ะ แดงๆ ยังไม่มีหัว เจ็บๆใต้ผิว
ตอนแรกก็คิดว่า เออ เมนมา คงเป็นเรื่องปกติ
แต่พอเมนหมด สิวมันยังอยู่ และเยอะขึ้น แถมผิวหน้า แห้งลอกอีก

ชัดเจนเลยกรู มันผิดปกติแล้วหล่ะ
รู้ละว่าแพ้รองพื้นตัวนั้น (เคยลองตัวอื่นของยี่ห้อนี้นานแล้ว ก็แพ้เบาๆ เจอตัวนี้เข้าไปเข็ดเลย)
ยังไม่จบ ด้วยความไม่รู้ ไปทำทรีทเม้นนวดหน้าอีกกกกก  สิวถูกกระตุ้น มาใหญ่เลย TT
จำไว้เลยนะคะทุกคน หากเป็นสิวอักเสบ หรือแพ้อะไรมา งดการไปทำอะไรกับหน้าทุกอย่าง!!!

สิวเป็นๆหายๆ อยู่หลายเดือน 
ไม่ได้ไปหาหมอ เพราะไปก็กลัวหมอเลี้ยงไข้ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ไม่เชื่อใจใครเลยตอนนั้น
พยายามแต่งหน้าให้น้อยที่สุด ไม่ได้ออกงาน จะไม่แต่งเลย และพยายามล้างหน้าให้สะอาดสุดๆ



[รุปนี้หลังจากแพ้และสิวเห่อหนักมาเกือบ 3 เดือน]

ผ่านมาช่วง มิย. 3 เดือนผ่านมา หน้าแม่งไม่ได้ดีขึ้นเล้ยยยยย ><  
เริ่มเครียดละนะ มันไม่ใช่รอยที่พอจะแต่งหน้าปิดได้ แต่หน้ามันไม่เรียบ เป็นผด สิวนูน 
คือแดดส่องที่ โอ้ยยยย อีพ่ออีแม่เอ๊ยยยย หน้านี่ ไม่มีส่วนเรียบ TT

โชคดีช่วงนั้นเจอพี่วิ Beauty4ties ที่เพิ่งแพ้สกินแคร์มาเหมือนกัน แล้วพี่แกหายแล้ว
เลยได้ให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการล้างหน้ามา

พี่วิแนะนำให้ใช้พวกน้ำนมหรือออยนวดหน้าในการล้างหน้าทุกครั้ง
ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยใช้เลยยยยยย และไม่เห็นความสำคัญด้วย

ซึ่งวันนี้มองกลับไป เราเข้าใจแล้วว่า ที่ผ่านมาก่อนจะแพ้และเป็นสิวหนัก
เราล้างหน้าไม่สะอาดเพียงพอ ทั้งๆที่คิดว่าสะอาดแล้วเชียว - -
มันทำให้เป็นสิวอุดตันสะสมมา พอผิวอักเสบ สิวอุดตันก็พร้อมระเบิดตัว!!!

เป็นคนแต่งหน้าเต็มสูตร รองพื้น คอนซีลเลอร์ นี่แน่น!!
พวกนี้แหละ สาเหตุการอุดตันเลย ถ้าล้างไม่สะอาด สิวมาเยือนแน่นอน





เมื่อก่อนเวลาล้างหน้าจะทำแค่นี้
1.ล้างตาด้วย eye remover
2. เช็ดรองพื้นและหน้าทั้งหมดด้วย bioderma หรือ bifesta ตามความรวยช่วงนั้น 555
3. ล้างหน้าด้วย smooth e gel

ใครที่ตอนนี้สิวอุดตันมา สิวอักเสบมาบ่อยขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนมาล้างตามเมย์แบบใหม่
ส่วนใครที่ยังล้างเหมือนเมย์แบบเดิม ถ้าหนังหน้าไม่ได้ดีอยู่แล้ว อนาคตอาจจะเกิดการอุดตันสะสมได้นะจ๊ะ

ก่อนที่หนังหน้าจะกลับมาดีขึ้นได้ และก่อนที่จะรีวิวการล้างหน้า
ผ่านมาจะ 1 ปีแล้ว ยาวนานมาก 
กว่าจะรู้ตัว ตาสว่าง เปลี่ยนการล้างหน้าก็จะปา ไปครึ่งปี 
โถ....โง่อยู่นาน 5555 
ทั้งหมดที่ดีขึ้นได้ พูดเลยว่าจากการล้างหน้าที่สะอาดขึ้นเป็นหลัก 70% ได้
ที่เหลือ คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับหน้า ไม่กะแดะลองของใหม่ 
พบหมอบ้างเพื่อกดสิวอุดตันออก (ไม่กดก็ไม่หายนะ อุดตันมันรออักเสบได้ทุกเมื่อ)
ช่วงเป็นสิว ก็งดอาหารที่เป็นปัจจัยกระตุ้นสิวด้วย นอนเร็วเท่าที่ทำได้
***เรื่องคลินิคที่ไปเดี๋ยวจะเขียนแยกไว้ตอนท้ายนะจ๊ะ***




ขออภัยหากรูปทำให้กลัว ดูตัวเองตอนนี้ ยังหลอน ><
รุปนี้ตัดสินใจไปหาหมอ กดสิวออกครั้งแรก กลับบ้านหน้าพรุนมาก TT

อาทิตย์ถัดมา หมอนัด ไปกดออกอีก ของเก่ายังไม่ทันหาย 
หน้าพรุนอีกรอบละ - -















ตอนนี้หน้าพังสุดชีวิต ไม่มีทีว่างใดๆ สิวแน่น ทั้งอุดตัน อักเสบ
ผิวก็แห้ง ลอก เป็นขุย ตึงไปหมด

ช่วงนี้ได้แต่กินยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อที่หมอให้มา
ทายาแต้มสิว และยาละลายหัวสิวอุดตัน
หน้าเลยแห้งมากกกกก หน้าผากนี่ขึ้นเป็นริ้วชัดเจน
ต้องกินน้ำเยอะๆ ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นของหมอ

อย่ากระแดะแต่งหน้าเชียว 555



รูปนี้หลังจากกดสิวออกมาแล้ว 10 วัน
แผลแห้งแล้ว เหลือรอยดำเพียบ รูปเบลอไปหน่อย ถ้าชัดจะเห็นสิวอุดตันที่ยังเหลืออีกมหาศาล



เว้นช่วงไป 3 เดือน ไม่ได้ไปกดสิว เพราะชีวิตก็ต้องทำมาหากินบ้างอ่าเนอะ 555
กดสิวแต่ละที ก็งดแต่งหน้านานเลย ไปทำงานมันก็ต้องแต่งหน้าอ่ะ เลยพักก่อน - -
ล่าสุดก็ไปกดมาแล้ว แต่รอบนี้เบามาก กดไม่เยอะ ไปที่ Doctor Younger หมอมือเบามาก

---------------------------------------------------------------------------------


เอาหล่ะ เวิ่นมานาน เข้าสู่ช่วงที่ทุกคนรอคอย คือ ขั้นตอนการล้างหน้า
(ใครไม่อ่านข้างบน กลับไปอ่านก่อน!!! 555)

ทุกครั้งไม่ว่าจะแต่งหน้าเบาหรือแน่น เมย์จะล้างแบบนี้เสมอ
ใครที่ลงแค่กันแดด แป้งฝุ่น ก็ควรล้างแบบนี้ เพราะกันแดดก็ทำให้อุดตันได้ ถ้าล้างไม่สะอาดนะจ๊ะ

มาดูก่อนว่ามีอะไรที่เมย์ใช้บ้าง
1. Bifesta Eye Remover
2. Biore Cleansing Milk
3. Bifesta Cleansing Lotion
4. Bioderma
5. Benzac 5%
6. Physiogel

ทุกตัวซื้อได้ที่ Boots และ Watsons นะคะ






ขั้นตอนการล้างหน้าก็เรียงตามนี้เลยน้า

1. Bifesta Eye Remover ราคาน่าจะประมาณ 290 ถ้าจำไม่ผิด
 หยดใส่สำลี ชุ่มพอประมาณ แปะที่ตาและคิ้ว ทิ้งไว้ 5-10 วิ แล้วเช็ดออก
ไม่แสบตา ไม่มัน เช็ดสะอาดง่ายดี
2. ใช้ Bioderma 500 ml. ราคาประมาณ 1200 บาท 
หรือ Bifesta Cleansing Lotion (มีหลายสูตรเลือกตามชอบ) 300 ml. ราคา 390 บาท
ดีพอกันนะ ช่วงไหนรวยมากหน่อยจะใช้ bio ช่วงไหนรวยน้อยหน่อยจะใช้ bifesta 5555
ส่วนตัวรู้สึกชอบ bioderma มากกว่า เพราะรู้สึกว่าเหมือนน้ำเปล่ามากกว่า 
และฝากเพื่อนซื้อจากฝรั่งเศษ 500 ml. ขวดละ 300 บาท ถูกมากกกก

หยดใส่สำลี ชุ่มพอประมาณ แล้วเช็ดหน้า ซัก 1แผ่น ต่อ ครึ่งหน้า
แค่นี้พอ พอให้รองพื้นและแป้ง มันเบาบางลง แล้วค่อยไปขั้นตอนต่อไป
ที่ไม่เช็ดให้สะอาดในขั้นตอนนี้เลย เพราะว่า 1.ลดการใช้สำลีเสียดสีหน้า 2. เปลือง
แล้วทำไมไม่ไปนวดหน้าเลย เพราะว่า 1.บางทีลงรองพื้นหนักๆ นวดหน้าเลย อาจจะตกนวด 2 ทีเปลืองเหมือนกัน 5555
เอาเป็นว่า ทำยังไงก็ตามถนัดนะคะ 
**** หรือใครไปขั้นที่ 3 เลยก็ได้ แล้วแต่ ****

3. Biore Cleansing Milk ราคา 240 บาท
ลองมา 2- 3 ยี่ห้อ เทียบกันแล้ว ตอนนี้ชอบของบิโอเรที่สุด ล้างสะอาด หน้าไม่แห้งตึง 
ไม่อุดตัน ...แต่ข้อเสีย คือ แสบตา ... ง่ายๆ ก็อย่าไปนวดตาสิจ๊ะ 5555
กดมา 1 -2 ปั๊ม นวดๆตอนหน้าแห้ง นวดให้ทั่วทุกอณู คิ้วนี่สำคัญนะคะ 
ดินสอเขียนคิ้วถ้าล้างไม่สะอาด สิวก็ขึ้นคิ้วได้นะ เจ็บปวดมากนะ 555
นวด 1-2 นาที จนทั่ว แล้วพรมน้ำที่หน้า ให้เปียก แล้วนวดอีกครั้ง
แล้วล้างน้ำเปล่าออก ... ยังไม่ต้องล้างด้วยโฟมนะ!!!
ซับหน้าด้วยทิชชู่เช็ดหน้า หรือผ้า"สะอาด" ให้แห้ง

4. Benzac 5% ราคาประมาณ 120 บาท
ขั้นตอนนี้ สำหรับคนที่เป็นสิวอุดตันหัวปิด ทาบางๆบริเวณที่เป็นสิวอุดตัน ทิ้งไว้ 10 - 15 นาที
คนที่เพิ่งใช้ครั้งแรก แนะนำให้ลองแบบ 2.5% ก่อน ทาทิ้งไว้ ห้ามข้ามคืน
เพราะจะทำให้หน้าไหม้ได้ และแสบแดง
**ทา benzac แล้วจะทำให้ผิวแห้ง และบางลงเล็กน้อย เพราะมันจะผลัดเซลล์ผิวออก
ควรใช้ครีมบำรุงที่เพิ่มความชุ่มชื้น และทากันแดดด้วย


5. Physiogel ราคา 119 บาท
ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้า สูตรนี้เหมาะกับผิวบอบบางค่ะ อ่อนโยน ไม่ทำให้หน้าแห้ง
(หรือจะใช้ ACNE AID ก็ได้เหมือนกันค่ะ)

----------------------------------------------------------------------------------
เสร็จสิ้นการล้างหน้า หลังจากนี้ ก็บำรุง หรือพอกได้ตามปกติจ้ะ
เมย์ใช้บำรุงตัวเดียวคือ Smoothe E cream นะ

เมย์ทำแบบนี้มา เกือบ 6 เดือนได้ จนเห็นว่าผิวหน้าดีขึ้น
คนอื่นอาจจะแค่ 1 เดือน หรือมากกว่านั้น ก็แล้วแต่คนนะ
แต่เมย์เป็นคนเป็นสิวแล้วหายช้ามาก ทุกวันนี้ก็เหลืออุดตันเล็กน้อย และรอยดำจากสิว รูขุมขนกว้างขึ้นจากสิว
ก็ต้องรักษากันต่อไป ^^
--------------------------------------------------------------------------------------











สภาพผิวหน้าตอนนี้ ชุ่มชื้นมากขึ้น สิวอักเสบไม่ขึ้นแล้ว
 นานๆ มาที ช่วงนอนดึก หรือเป็นประจำเดือน









ล่าสุด ดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับตอนหน้าแหก ><
เหลืออุดตันเล็กน้อย รอยดำเพียบ รูขุมขนกว้างขึ้น หลุมสิวอีก
ไว้รักษากันต่อไปจ้ะ

-----------------------------------------------------------------------------

ต่อให้การล้างหน้าจะสำคัญ และช่วยให้สิวหายได้มากก็ตาม
แต่ใครที่เป็นสิวอุดตันเยอะๆ แนะนำให้หมอกดออก อย่าเก็บไว้ หรือกดออกเอง
เพราะสิวอุดตัน มันไม่มีทางหายเอง มันต้องเอาออก ถ้าไม่เอาออก สเต็ปต่อไปของมันคือ สิวอักเสบ
เก็บมันไว้นาน ใต้ผิวเราจะเป็นรู ทำให้เป็นหลุมสิวต่อมา

ที่นี้จะมาพูดถึงการไปหาหมอของเมย์บ้าง
ช่วงแรกที่หน้าแหกหักๆ ตัดสินใจไปปรึกษาหมอที่ รพ ผิวหนังอโศก
ทุกคนแนะนำไปที่นี่ ก็เลยไปดู แม้ค่ารักษาจะโหดจนน้ำตาเล็ดก็ตาม TT
ไปกดสิวแบบใช้เลเซอร์เปิดหัวสิวมา 2 ครั้ง  หมอจะนัด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หมดไป หมื่นนิดๆ
แค่สิวเห่อก็เครียดละ เจอราคาเครียดอีก 55555 
ตอนนั้นมีสิวอุดตันเยอะมาก น่าจะมากกว่า 500 เม็ด
คิดดูแล้วว่า ถ้าไปหาที่นี่จนหน้าหาย จะหมดกี่แสนละเนี่ย ... เลยพักไว้ก่อน 

ผ่านไปซักพัก ไม่แต่งหน้า ล้างหน้าเต็มสูตร นอนเร็ว กดสิวเองบ้าง มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่เป็นไปอย่างช้าๆ คราวนี้ไปหาหมอที่ Doctor Younger ราคาไม่โหดเท่าที่แรก
 ไปให้คุณหมอดูสภาพ ครั้งนี้ก็กดสิวออกไปเล็กน้อย รับยาทามานิดหน่อย 

-----------------------------------------------------------------------------------------------
นี่ไม่ได้ไปหาหมอมาหลายเดือน ก็พยายามรักษาความสะอาดของหน้า นอนเร็ว กินของหวานน้อยๆหน่อย
หน้าก็ยังดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีสิวใหม่

นึกอะไรไม่ออกแล้ว 5555 เอาเป็นว่า ถ้าเพื่อนๆที่ประสบปัญหาสิวอยู่
ลองทำตามดูนะคะ เอาใจช่วยทุกคน เราเข้าใจว่าคนที่เป็นสิว จิตใจมันหดหู่มากๆ
พยายามอย่าไปเครียดเพิ่ม ยิ่งเครียดสิวยิ่งขึ้นนะ 
แล้วก็ขอเตือน อย่าเชื่อ !!!! พวกโฆษณา ขายครีมทาหน้า สิวหายไป 1 คืน 1 อาทิตย์
คิดเอาตามความจริงนะ ว่ามันเป็นไปได้มั้ย ถ้าไม่มีสารแปลกปลอม

หน้าเราอย่าเอาไปเสี่ยง มันไม่คุ้มกันนะจ๊ะ
เจอกันใหม่บล้อคหน้า ขอให้หน้าใสกันทุกคนค่ะ  


ปล. ขอบคุณพี่วิ beauty4ties พี่สาวสุดที่รัก ที่ชี้ทางสว่างให้น้องและให้คำปรึกษามาตลอดค่า



Create Date : 15 มกราคม 2557
Last Update : 10 พฤษภาคม 2557 21:51:19 น.
Counter : 106048 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  

melissa_me
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 269 คน [?]