Review : ฉีดโบท็อกลดน่อง ที่ Doctor Younger Clinic
สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาาาา
บล็อคนี้ที่ทุกคนรอคอย มาอย่างยาวนานนนนนนนน
กับการฉีดโบท็อกลดน่อง !!!!!

บัดนี้ได้ฤกษ์งามดีแก่การรีวิวอย่างละเอียด หลังจากติดตามผลตัวเองมากว่า 6 เดือน

ครั้งนี้ sponsor ใจดีที่ดูแลเมย์ก็คือ  DOCTOR YOUNGER นั่นเองค่าาาาา





เข้าเรื่องอย่างฉับไว ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า
เมย์เป็นคนที่ตัวเล็ก แต่ช่วงล่างอลังการงานสร้างมากๆ
อยากจะมีขาเรียวเล็กสมส่วนกับคนอื่นเขาดูบ้าง
ออกกำลังกายก็แล้ว ขามันก็ไม่ลง ><
อยากจะใส่สั้นเสมอหู แบบใบเตยบ้างไรบ้างนะ 5555
ไปงานทีไรต้องหยิบกระโปรงยาวมาใส่ตลอด 
จะใส่เลกกิ้ง สกินนี่ ยิ่งไม่รอด มันยิ่งเน้นขาเป็นแหนม TT

ระบายมาซะยาว คนมีปัญหาเดียวกันคงเข้าใจเนอะ ><

เอาหล่ะ ...ครั้งนี้เลยยกให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอช่วยหนูที ^^

------------------------------------------------------------------




ไปถึงก็นั่งคุยปรึกษากับคุณหมอก่อน 
คุณหมอพิ้งค์ก็อธิบายให้ฟังว่าผลคร่าวๆจะเป็นอย่างไร
เมย์ก็ถามๆ เท่าที่นึกออก ใช้ยายี่ห้ออะไรฉีด ฉีดเยอะมั้ย 
เจ็บมั้ย จะเล็กลงเยอะมั้ย แล้วจะอยู่ได้นานมั้ย

คำตอบคือ... ทุกอย่างขึ้นอยู่กับขาแต่ละคน และการใชีชีวิตด้วย





เราได้ทำการถ่ายรูปขาก่อนทำของเมย์เอาไว้
คุณพระ !!!! งานใหญ่ค่ะ 5555
ถามว่าอายมั้ย อายนะ >< ปกติไม่เคยถ่ายรูปแบบเห็นขาเลย
เพราะไม่มั่นใจ 




(เส้นสีแดงคือขนาดเอวนะคะ คือมันเล็กมาก แต่ช่วงล่างใหญ่มากกกกกก)

นอกจากใหญ่แล้วยังมีกล้ามเป็นลูกๆอีกด้วย TT
เพื่อนผู้ชายชอบแซวว่าเมย์เป็นคนยิ่งใหญ่ 55555

เห็นรุปขาตัวเองแล้วก็อยากจะร้องเพลง ... "ชีวิตแค่โดนทำร้ายยยยยย " TT

ในเคสของเมย์ น่องใหญ่เพราะไขมันด้วย คือจับไปแล้วน้องจะนิ่มๆ ไม่แน่น
และใหญ่เพราะกล้ามเนื้อด้วย พอเดิน เขย่ง หรือใส่ส้นสูง จะเห็นกล้ามเนื้อปูดชัดเจนเลย

ซึ่งสาเหตุทั้งหมดที่ขาเมย์ใหญ่ คือ

1. กรรมพันธุ์ด้วย เป็นคนทรงนี้ คือตัวเล็ก ช่วงล่างใหญ่
(ออกกำลังยังไงก็ไม่ลง)
2. เป็นคนชีพจรลงเท้า คือ ชอบเดิน เดินเล่น ช็อปปิ้งได้ทุกวัน

นี่ขนาดไม่ได้เป็นคนออกกำลังกายวิ่งหนักๆ หรือใส่ส้นสูงบ่อยๆนะ
ไม่งั้นน่องปูดกว่านี้ >< 







คุยกับคุณหมอเสร็จ ออกมาวัดความดันและทายาชาที่ขาก่อนจะให้คุณหมอจัดการจ้ะ

ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที จะเริ่มตึงๆ หยิกแล้วไม่ค่อยรู้สึก 555



ระหว่างรอยาชา เราก็โพสท่าโชว์เรียวขาอันงดงาม 5555
มุมข้างเป็นมุมที่น่องดูเล็กที่สุดแล้วจริงๆ TT




คุณหมอใช้ตัวยายี่ห้อ DYSPORT นะคะ คุณหมอบอกว่าเหมาะกับการฉีดน่อง เพราะกระจายตัวได้ดี



เสร็จแล้วก็ขึ้นเขียงกัน !!!!

เอาเลยค่ะ คุณหมอ หนูอยากขาเล็ก ><



ถามว่าเจ็บมั้ย เจ็บเหมือนมดกัดตอนเข็มจิ้มที่ผิว หรือไม่รู้สึกเลยบางจุดค่ะ
แต่จะเจ็บจึกๆ ตอนที่เข็มลึกเข้าไปโดนกล้ามเนื้อบางที ไม่มาก 
จะเป็นรอยแดงๆ หรือเลือดซิบบ้าง บริเวณที่เข็มจิ้มเข้าไป
ซัก 1-2 ชม ก็หายค่ะ ไม่มีอาการเขียวช้ำแต่อย่างใด

______________________________________________________________

การดูแลตัวเองหลังการฉีด

ฉีดเสร็จ ใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ 
บางคนอาจมีอาการเมื่อยล้าที่น่องบ้าง ในสัปดาห์แรก
แต่เมย์ไม่รู้สึกอะไรเลย 555 



ระยะที่เห็นผล

แล้วแต่คนค่ะ ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อ และปริมาณยาที่ใช้ 
ปกติ จะเริ่มเห็นผลหลังจาก 1 เดือน และเห็นผลชัดเจนที่สุดหลัง 3 เดือน

อยู่ได้นาน5-6 เดือน หากเดินบ่อย ใส่ส้นสูงประจำ ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
หรือทำกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อน่องเกร็งตัว 
ก็จะอยู่ได้น้อยลงหน่อย อาจจะ 4-5 เดือนแล้วแต่กรณี

คุณหมอแนะนำให้ฉีดซ้ำ ครั้ง 2 และ 3 ติดกันทุก 3 เดือน
หลังจากนั้นค่อยเว้นระยะการฉีดเป็น 6 เดือนครั้ง
ตามพิจารณาของคุณหมอนะคะ



ค่าใช้จ่าย

ที่ DOCTOR YOUNGER คิดยูนิตละ 160 บาท 
ปริมาณที่ใช้ของแต่ละคน แล้วแต่คุณหมอพิจารณาค่ะ
ของเมย์ ข้างละ 60 ยูนิต รวมค่าใช้จ่าย มูลค่า 19,200 บาท


ข้อดี

1. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บมาก ไม่ต้องดูแลมากมาย
2. ใช้ชีวิตได้ปกติหลังฉีด
3. ไม่มีแผล ไม่ช้ำ
4. พอกล้ามเนื้อน่องลดขนาดลง เราก็มั่นใจขึ้น


ข้อเสีย

1. ต้องฉีดตลอดไป ถ้าติดใจอยากให้ขาคงขนาด หยุดฉีดเมือไหร่ 
กล้ามเนื้อก็จะกลับมาเท่าเดิม หรือเล็กกว่าเดิมเล็กน้อย

2. เป็นการทำสวยที่ต้องทำตลอด และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง 
แต่สาวๆคงยอม ^^

*****
การฉีดโบท็อกลดน่อง เป็นการคลายกล้ามเนื้อน่องให้ทำงานน้อยลง ขนาดจึงเล็กลง
ไม่ได้มีผลกระทบในการเดินแต่อย่างใดค่ะ

หากใครที่น่องใหญ่เพราะไขมัน ต้องทำอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย
เช่น ดูดไขมัน เลเซอร์ ... แล้วแต่คุณหมอแนะนำค่ะ




ความรู้สึกและความพอใจของเมย์ หลังจากรอดูผลหลัง 3 เดือน

เมย์ฉีดแค่ครั้งเดียว ไม่ได้มีการฉีดซ้ำหลัง 3 เดือนนะคะ
ไม่ต้องบอกก็เห็นกันนะ ว่าเมย์เป็นคนช่วงล่างใหญ่มาก เมื่อเทียบกับตัว
น่องเป็นกล้ามชัดเจน และบานออกด้านข้าง
ใหญ่เพราะกล้ามและไขมันรวมกัน

ดังนั้นส่วนที่รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลง จากการสังเกตด้วยตาตัวเองมาตลอด
คือน่องที่เคยปูด เขย่งหรือใส่ส้นสูง แล้วเป็นลูก ตอนนี้มันคลายตัว ไม่เป็นลูกชัดเจน

แต่ถามว่าขนาดน่องลดลงมั้ย วัดแล้วแทบจะไม่มีความแตกต่าง ไม่ถึง ครึ่งเซนติเมตร
แต่ที่น่องดูเรียว และเล็กลง เป็นเพราะกล้ามที่ปูดและบานออกข้างเมื่อก่อน มันหายไป

ซึ่งแค่ระดับนี้ เมย์ก็โอเคมากแล้วค่ะ แม้ขาจะใหญ่ แต่มันดูเรียว ก็ดีกว่า ใหญ่และน่องปูด TT
แค่นี้ก็โพสท่าถ่ายรูป หามุมดีๆ ก็ดูขาเรียวขึ้นได้ 5555

เมย์ว่าถ้าไปฉีดซ้ำในช่วง 3 เดือนแรกจะเห็นผลชัดกว่านี้
และอย่างที่บอก น่องเมย์ใหญ่เพราะส่วนหนึ่งเป็นไขมัน ต้องทำโปรแกรมอื่นช่วยด้วย
ถึงจะเล็กลงชัดเจน

แต่ถ้าใครที่น่องเล็กอยู่แล้ว แต่ปูดเป็นลูก แนะนำว่าฉีดโบท็อกเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ
มันจะทำให้ขาของคุณดูเรียวและสวยขึ้นมากๆ 
เป็นผู้หญิงน่องปูด มันไม่งามซักเท่าไร 5555


รูปก่อนฉีด การโพสมีผลมาก โพสดีๆ ขาก็ดูเรียวได้ ลองเทียบ 1 กับ 3 ฮ่าๆๆ



หลังฉีด 1 เดือน 
ในรูปอาจดูไม่ชัดเจนมาก แต่เมย์สังเกตขาตัวเองทุกวัน
น่องมันเรื่มปูดน้อยลงค่ะ แต่ต้นขายังแน่นเหมือนเดิม 5555 



หลังฉีด 2 เดือน น่องปูดน้อยลง แต่ขนาดเท่าเดิม 
เวลาโพสพ้อยเท้า หรือเกร็งขา กล้ามไม่ขึ้นชัดเท่าเมื่อก่อนค่ะ



รูปนี้คือวันถัดมาจากรูปบน ขาดูใหญ่ แต่น่องเรียว 555
แต่ก็ใหญ่อยู่ดีล่ะ TT จุดนี้ต้องทำความเข้าใจสรีระตัวเอง
กรรมพันธุ์เป็นแบบนี้ >< ข้อกระดูกเข่าใหญ่




2เดือน แต่มุมข้างๆ ดูน่องกระชับดี ^^



3 เดือนแล้ว อย่างที่เห็น 
แม้มันไม่เห็นความต่างมาก อย่างที่เมย์บอกว่า ขนาดน่องไม่ได้เล็กลง
แต่มันเรียว เพราะไม่มีกล้ามปูด   ตอนนี้มีแต่ไขมัน






นี่ มุมนี้ดีงาม ประทับใจ โพสด้านข้าง ไม่เห็นร่องปูดของกล้ามน่อง  ><




5 เดือน น่องยังไม่กลับมาปูดเท่าเดิมเท่าไรนะ
พอใส่ถงน่องดำและส้นสูง ดูเรียวและขายาวดี
(นี่เรียวแล้วจริงๆนะ 555 ถ้าไม่มีโบท็อก กล้ามน่องจะปูดออกข้างๆ อุบาทมาก - -)






และนี่ล่าสุดค่ะ 6 เดือนแล้ว 
เมย์คิดว่าโบท็อกมันหมดฤทธ์ไปตั้งแต่ 3-4 เดือนแล้วแหละ
แต่มันก็ไม่ได้กลับไปน่องปูดเท่าเดิม 

รูปนี้พ้อยเท้าสุดๆ กล้ามน่องยังไม่บานออกข้างเท่าไร
ถือว่ายังไหวอยู่ ^^


__________________________________________________________________

หวังว่ารีวิวที่รอดูผลของเมย์ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆ ที่สนใจและติดตามกันนะคะ
ต้องขอโทษที่ให้รอน๊านนนน นานนนนนนนน
เมย์อยากรอดูการเปลี่ยนแปลงให้ละเอียด เพื่อที่จะมาบอกเล่าต่อกันได้

เราเข้าใจหัวอกสาวตัวเล็กแต่ขาใหญ่นะ TT คือมันไม่สมส่วน
แม้ใครจะชอบบอกว่า ตัวเล็กจะตายยยย อ้วนตรงไหน ????
คือแบบ... เมิงช่วยดูขากูด้วยค่าาาา 55555 มันไม่สมส่วนเฟ้ยยยยยย

ชีวิตนี้คิดไว้แล้ว จะต้องขาเล็กให้ได้ !!!!
รอติดตามกันได้เลย ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม หึหึหึ
ดูดไขมัน โบท็อก เลเซอร์กระชับ 
เสียเท่าไรเรายอม เพื่อให้ครั้งหนึ่งก่อนตายได้ขาเล็ก 5555
นี่ไม่เว่อร์ พูดจริงๆ เข้าใจกันใช่ป่ะ ><
รอดูรีวิวต่อไปกันไว้ให้ดีๆ ^___^


และในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ DOCTOR YOUNGER มากๆค่ะ
ที่ช่วยให้ครั้งหนึ่ง เมย์ได้สัมผัสเรียวน่องที่ไม่มีกล้ามปูด เหมือนนั่งฟุตบอล
เมย์มั่นใจ ที่จะใส่ขาสั้นขึ้นมาก แม้จะยังขาใหญ่อยู่ก็ตาม แต่มันก็ใหญ่ด้วยคุณภาพ 555



สาวๆที่สนใจ เข้าไปสอบถามได้ที่ลิ้งด้านล่างนะคะ

DOCTOR YOUNGER PAGE
//www.doctoryounger.com/
//www.facebook.com/pages/Doctor-Younger/129975507048264?fref=ts




สาขา เทอมินอล 21

ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 ชั้น 1
ซอยสุขุมวิท19 (วัฒนา) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-108-0750-1

 

สาขา สุขุมวิท 23

อาคารจัสมินซิตี้ ชั้น 18 ซอยประสานมิตร
(สุขุมวิท 23) ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-665-7057-8

 

สาขา เควิลเลจ

เควิลเลจ ชั้น 2 (ฝั่งวิลล่า มาร์เก็ต) ซอยสุขุมวิท 26
ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-661-3420-2

 

สาขา ธัญญะ ศรีนครินทร์

ธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค
อาคาร C ชั้น 2 ถนนศรีนครินทร์
แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง
กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ 02-108-6168-9

 


สาขา รามคำแหง 12

เลขที่ 1988/54-56 ซอยรามคำแหง 12 (ข้าง The Mall 2)
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร. 02-716-2112-3

 



















Create Date : 09 มกราคม 2557
Last Update : 17 เมษายน 2557 19:12:09 น.
Counter : 5927 Pageviews.

0 comment
[REVIEW] : BLUE MATE ทรืทเม้นต์ หน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ Doctor Younger
สวัสดีค่ะสาวๆ เมย์ได้มีโอกาสไปทำทรีทเม้นต์ผิวหน้ากับทาง DOCTOR YOUNGER มาค่ะ
พอดีช่วงนี้เป็นช่วงที่ผิวหน้าของเมย์แพ้เครื่องสำอาง อยู่ในระหว่างการบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นค่ะ
เมย์มีผิวที่แห้งอยู่แล้ว พอแพ้เครื่องสำอาง เลยต้องงดใช้ครีมบำรุงทั้งหมดที่มีอยู่ด้วย 
ผิวหน้าเลยไม่ค่อยได้รับการบำรุง ขาดความชุ่มชื้นมาก ๆ
 หลังจากพูดคุยปรึกษาปัญหาผิวหน้ากับคุณหมอที่ DOCTOR YOUNGER  แล้ว 
คุณหมอก็แนะนำให้ทำทรีทเม้นต์ที่ชื่อว่า BLUE MATE ค่ะ

Blue MATE คือ ทรีทเม้นต์ที่ช่วยเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว 
ทำให้ผิวเต่งตึง ยกกระชับ และขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

หน้าตาของเครื่องเป็นแบบนี้นะคะ


เครื่อง Blue mate จะทำงานร่วมกับ serum บำรุงผิวจากอิตาลี 
เครื่องนี้จะนวดผลักเนื้อ serum ให้ซึมซับลงผิวได้ดียิ่งขึ้น
 เห็นประสิทธิภาพได้เร็วกว่าการทาครีมบำรุงทั่วไปค่ะ 
ช่วยยกกระชับผิว และบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสอย่างธรรมชาติ 


ระหว่างที่นวดหน้าด้วยเครื่อง Blue Mate บอกได้คำเดียวว่า รู้สึกสบายผิวหน้ามากๆค่ะ
หัวนวดจะเย็นๆ นวดวนทั่วไปหน้า ผลักเนื้อ serum บำรุงผิวไปเรื่อยๆ
 เหมือนกระตุ้นให้เลือดไหลเวียน
ผ่อนคลายสุดๆ >< และรู้สึกสดชื่นผิวด้วยค่ะ 
ตอนทำเผลอหลับไปหลายรอบจริงๆ 555

การทำทรีทเม้นต์ครั้งนึง ใช้เวลานอนๆสบายๆ เพลินๆ 
ประมาณ 40 นาทีค่ะ เหมือนนานแต่ผ่านไปเร็วมาก 
เพราะมันสบายจริงๆค่ะ ^^





ความรู้สึกหลังจากทำทรีทเม้นต์ Blue mate เสร็จ 
คือ รู้สึกผิวหน้าได้รับการบำรุงลงไปภายในอย่างจริงจัง 
ผิวดูชุ่มชื้น สดชื่น และดูกระจ่างใสขึ้นหลังจากทำเสร็จค่ะ 

สังเกตง่ายๆ ที่หน้า บริเวณจุดรับแสง หน้าผาก แก้ม คาง 
จะสะท้อนแสง ดูผ่องขึ้น ใสขึ้นค่ะ 
เรื่องขาว อาจไม่เห็นผลในครั้งแรก
แต่งความกระจ่างใส รู้สึกได้ทันทีหลังทำค่ะ

รู้สึกประทับใจมากๆ มันต่างจากการที่เราทาครีมบำรุงเองในทุกๆวัน
ต่างจากการแปะชีทมาส์กด้วยตัวเองที่บ้าน
Blue Mate นอกจากจะช่วยให้การบำรุงของเราเห็นประสิทธิภาพเร็วขึ้น
ยังเป็นการบำรุงที่ได้ผลลึกถึงชั้นผิวจริงๆค่ะ :))

ปลื้มมาก และอยากให้สาวๆได้มาลองด้วยตัวเองค่ะ
เหมือนเป็นการรีเฟรชผิวให้สดชื่นขึ้น 
หากทำเป็นประจำจะทำให้ผิวเต่งตึง กระชับขึ้น และใสเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ



หากสาวๆท่านใดสนใจ การทำทรีทเม้นต์ ลองสอบถามได้ที่
DOCTOR YOUNGER นะคะ
Call center 02-261-3697-8

นอกจาก BLUE MATE แล้วยังมี RUBY MATE และ GREY MATE
ซึ่งเหมาะสำหรับความต้องการที่แตกกต่างกันค่ะ
Ruby MATE : ทรีทเม้นต์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า 
และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ยกกระชับ เต่งตึง ปราศจากไขมันส่วนเกิน 
อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย และแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี

Grey MATE : ทรีทเม้นต์ที่ช่วยรักษาจุดด่างดำ ลบรอยแผลเป็นจากสิว 
ด้วยการผลัดเซลล์ผิวและฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่อย่างอ่อนโยน


ต้องขอขอบคุณทาง DOCTOR  YOUNGER มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ที่ให้โอกาสเมย์ได้ลองทำทรีทเม้นต์ตัวนี้ และมาบอกต่อเพื่อนๆ 
ยังไงก็หวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกของสาวๆ ที่สนใจนะคะ
เจอกันบล็อคหน้าค่ะ XOXO



Create Date : 06 พฤษภาคม 2556
Last Update : 9 มกราคม 2557 12:45:30 น.
Counter : 565 Pageviews.

0 comment
[REVIEW] : อัพเดท3เดือน Botox & Filler ที่ Doctor Younger
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ห่างหายกันไปพักใหญ่ :DD
วันนี้ได้เวลาตามนัดที่เมย์จะมาอัพเดทรูปหน้าหลังจากการฉีดโบท็อก ที่ Doctor Younger ผ่านมาแล้วเกือบๆ 3 เดือน ระหว่างนี้เมย์จะถ่ายรูปตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อคอยดูผล
ก่อนดูผลหลังจาก 3 เดือน ลองกดเข้าไปอ่านข้อมูลรายละเอียดที่เมย์เขียนไว้ก่อนหน้านี้
เกี่ยวกับ โบท็อก  ...มันคืออะไร ใช้เพื่ออะไร เพื่อทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ

โอเค มาดูรูปกันดีกว่าค่ะ ว่า 3 เดือน แล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง ^^





ถ้าย้อนกลับไปดูรูป หลังฉีด 1 เดือน ตามลิ้งด้านบน จะเห็นว่าของเมย์หน้าเล็กลงตั้งแต่เดือนแรก
และคงที่มาเรื่อยๆ ค่ะ ตรงข้างแก้มลงมาถึงแนวกราม ยุบเข้าไป โครงหน้าชัดขึ้นค่ะ



Botox จะเห็นผลเมื่อไร ??
เห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 5– 7 วัน  เห็นผลสวยที่สุดช่วง 2 เดือน
ซึ่งทั้งนี้ก็แล้วแต่คนด้วยค่ะ  

Botox จะอยู่ได้นานแค่ไหน ??
 โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน 
ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด  ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ  
ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น 
ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ 
ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้
 ข้อเสียก็คือสิ้นเปลือง เพราะหากได้ผลดี  ถูกใจก็ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ ^^

ของเมย์ การฉีดโบท็อกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว 
หลังจากฉีดครั้งแรกแล้วทิ้งช่วงไป 8 เดือน จึงค่อยมาฉีดครั้งที่2 ค่ะ
เมย์เป็นคนไม่ค่อยเคี้ยวของเหนียวๆอยู่แล้ว 
ดังนั้นโบท็อกก็จะสลายช้ากว่าคนที่ชอบเคี้ยวหรือกินของเหนียวๆ
ถือว่าโชคดีไป ^^ ในการฉีดโบท็อกครั้งที่ 2 นี้ เมฉีดแค่ข้างละ 12 ยูนิต
คิดว่าน้อย เมื่อเทียบกับเพื่อนๆคนอื่น ที่เขาเคยฉีดมา
ส่วนใหญ่ ข้างละ 25 ยูนิต แต่อย่างว่า มันแล้วแต่ความเห็นสมควรคุณหมอด้วยค่ะ

ครั้งนี้ถือว่าพอใจมากทีเดียวค่ะ
ถึงแม้จะไม่ได้หน้าเล็กลงจนเห็นได้ชัด แต่มันก็เล็กลงแบบพอดีๆ
ไม่ตอบซูบ จนโหนกแก้มชัดเกินไป ถ้าแบบนั้นจะดูซูบเกินเนอะ
ตอนนี้หน้าดูเรียวขึ้นเล็กน้อย แต่โครงหน้า แนวกราม มันคมชัดขึ้นค่ะ
^^ 
ที่สำคัญ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลยค่ะ ยิ้มไม่เบี้ยว พูดแล้วหน้าไม่เปลี่ยน
ทัั้งหมดนี่อยู่ที่ความชำนาญของคุณหมอจริงๆ 
บางคนฉีดมาเยอะๆแล้ว หน้าเล็กลงจริงๆ แต่ยิ้มไม่ได้ ยิ้มเบี้ยว มันไม่คุ้มนะคะ
ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า :))

สำหรับสาวๆที่สนใจ ศึกษาให้ดีๆ และเลือกคุณหมอที่ชำนาญเพื่อความสวยอย่างปลอดภัยนะคะ
สามารถสอบถาม หรือ ปรึกษา คุณหมอที่ DOCTOR YOUNGER
ได้ที่ลิ้งนี้ค่ะ ^^
Call center 02-261-3697-8



บล็อคหน้า จะมารีวิว การทำทรีทเม้น เพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิวหน้าที่  DOCTOR YOUNGER ค่ะ ^^



Create Date : 28 เมษายน 2556
Last Update : 9 มกราคม 2557 12:45:05 น.
Counter : 799 Pageviews.

0 comment
[REVIEW] : Botox & Filler ที่ Doctor Younger
สวัสดีค่ะสาวๆ บล็อกนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์
เกี่ยวกับการปรับรูปหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็มหรือ Filler นั่นเองค่ะ
เมย์ได้รับเชิญจาก Doctor Younger คลินิคผิวหนังและเลเซอร์ ให้ไปทดลองนะคะ ^^

(**ส่วนตัวไม่ได้สนับสนุนให้ใครทำศัลยกรรมหรืออะไรนะคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนตัวของละคนค่ะ**)




ก่อนอื่น มาดูกันก่อนว่า Filler คืออะไร ??

หลายๆคนคงเคยได้ศึกษาและอ่านรีวิวกันมาบ้างนะคะ 
Filler คือ สารเติมเต็มค่ะ ... เอาเข้าใจง่ายๆก็คือส่วนไหนที่เป็นหลุม เว้าไป เราก็เติมส่วนนั้นให้เต็มขึนมา
 แต่เราจะใช้ Filler ตัวไหนที่ปลอดภัยและได้รับการรับรอง อย. อันนี้ก็ต้องศึกษากันให้ดีๆ ระวังจะโดนหลอกนะคะ
หากจะให้แบ่งประเภทของ Filler ก็คงจะยาว ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์
แต่เมย์จะหยิบเอาส่วนที่เข้าใจง่ายๆมาเขียน ละกันนะคะ 
(และควรศึกษาที่อื่นด้วย เพราะที่เมย์เขียนคือส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ)

Filler ถ้าแบ่งตามระยะเวลาคงอยู่ในร่างกาย 
จะแบ่งได้ คือ 1. แบบถาวร 2. แบบกึ่งถาวร 3. แบบชั่วคราว

Filler ถ้าแบ่งตามชนิดสารประกอบ 
จะแบ่งได้ เช่น คอลลาเจน, ไฮอาลูโรนิค แอซิด แคลเซียมโฮดรอกซิลเลพพิไทท์,
 สารสังเคราะห์โพลีเอคริลาไมด์ ตลอดจนซิลิโคน เป็นต้น

***
Filler ที่ขึ้นทะเบียน อย. มีเพียง ไฮอาลูโรนิค แอซิด เท่านั้น จากประเทศแถบยุโรป 
เช่น สวิซเซอแลนด์ ฝรั่งเศษ แคนนาดา สวีเดน เป็นต้น
หากเป็นคอลลาเจน ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. !!!
(//www.thairath.co.th/content/edu/296258)


มันมากมายจริงๆอ่ะ เอาง่ายๆ มาดูที่ยี่ห้อที่เราใช้ แล้วศึกษารายละเอียดของมันดีกว่า
Filler ที่ใช้ในไทยนั้นมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็มีหลายรุ่น ใช้ในส่วนของร่างกายที่แตกต่างกันค่ะ
ถ้าโมเลกุลใหญ่จะใช้ในส่วนที่ลึก ถ้าโมเลกุลเล็กจะใช้ในส่วนที่ตื้นกว่า หรือเป็นรอยย่นเล็กๆ

*************************************************************

ทางDoctor Younger ใช้   Restylane นะคะ
(ขอเอาข้อมูลจากทางคลินิกมาให้อ่านกันนะคะ หรือ คลิกที่นี่ เพื่อเข้าไปอ่านในเวปคลินิกค่ะ) 


Restylane เป็นเจลคริสตัลใสผลิตจากไฮยาลูโรนิค แอสิด (HA) 
ด้วย กระบวนการ Minimal Stabilization 
ส่งผลให้ HA สามารถคงอยู่ภายใต้ผิวหนังได้ยาวนานขึ้น 
HA ชนิดนี้มีคุณสมบัติ ในการดึงน้ำเข้ารอบตัว 
ทำให้สามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อให้กับผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปกติเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น HA ธรรมชาติที่อยู่ใต้ผิวหนังจะมีปริมาณที่ลดลง
ส่งผลให้เกิดริ้วรอย โครงสร้างใบหน้าแลดูหย่อนคล้อย
 ดังนั้น การเติมเต็มด้วย เรสทิเลน จะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง 
ทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเต่งตึง 
และสามารถเติมเต็มริ้วรอยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติในทันทีด้วยความปลอดภัย

เรสทิเลน เป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่สามารถทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์
ได้ตลอดเวลาที่คุณต้องการภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด


สวยอย่างเป็นธรรมชาติจากภายนอก


แม้มีเวลาน้อยในช่วงเวลา พักกลางวันคุณก็สามารถทำทรีทเมนท์ เรสทิเลน แล้วกลับไปทำงาน ได้ตามปกติ
 เรสทิเลน สามารถทำให้คุณสวยอย่างเป็นธรรมชาติได้ในทันที่ ซึ่งจะคงอยู่ได้นาน 6 – 18 เดือน 
ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละบุคคล

เรสทิเลน ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าตั้งแต่ปี 1996 
และปัจจุบันได้มีการใช้ เรสทิเลน อย่างแพร่หลายมากกว่า 6,000,000 ทรีทเมนท์ 
และมีการใช้มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก 
ดังนั้น เรสทิเลน จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดและเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก


เรสทิเลนกับปัญหา รอบดวงตา


เรสทิเลน เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ช่วยแก้ไขปัญหารอบดวงตาได้ในทันทีและปลอดภัย
ช่วยแก้ไขปัญหาร่องน้ำตาลึก รอยตีนกาและรอยคล้ำใต้ตา 
ทำให้คุณแลดูดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสามารถแต่งหน้าหลังการรักษาได้ตามปกติ


เรสทิเลนสำหรับ ริมฝีปาก


ริมฝีปากเป็นส่วนที่สะดุดตาให้ความรู้สึกดึงดูดต่อผู้ที่พบเห็นการมีริมฝีปากที่เรียบเนียน อวบอิ่ม
นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณผู้หญิง แต่เมื่ออาบยุมากขึ้น ริมฝีปากเริ่มดูเหี่ยวย่น ขอบปากไม่ชัด 
และมุมปากตก ทำให้หลายคนกังวล เรสทิเลน ช่วยเติมเต็มให้ริมฝีปาก ดูอวบอิ่ม เรียบเนียน 
มีขอบปากที่ชัดเจนขึ้นได้ในทันที

เรสทิเลนกับปัญหา ริ้วรอยร่องแก้ม


ริ้วรอยต่าง ๆ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวได้ 
ริ้วรอยร่องแก้มก็เช่นเดียวกัน ยิ่งอายุมากขึ้นริ้วรอยก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ร่องดูลึกขึ้น
เรสทิเลน ช่วยเติมเต็มริ้วรอยเหล่านี้ให้หายไปในทันทีโดยใช้เวลาเพียง 10 – 15 นาที 
ก็ทำให้ใบหน้าคุณดูอ่อยเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


ยกกระชับใบหน้า


ให้แลดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 
ผิวหน้าที่เหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยเกิดจากการที่ผิวหน้าสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินไปตามธรรมชาติ 
Nasha Technology สามารถยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง ได้ในทันที
คุณจะพบว่าริ้วรอยร่องแก้มจะหายไปพร้อมกับใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจรรย์
หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ทำให้คุณสวยได้อย่างปลอดภัยในทันทีด้วยวิธีการทางธรรมชาติ 
และคงอยู่ได้ในระยะเวลาที่ยาวนาน สิ่งที่คุณมองหาคือ Restylane

****************************************************************

Restylane มีอยู่ 4 รุ่น

1. Restylane Touch
 เหมาะกับร่องตื้นที่สุด 
2. Restylane 0.5 ml. & Restylane 1.0 ml. 
สำหรับร่องปานกลางถึงลึก
3. Restylane Perlane 
สำหรับร่องลึกมาก
4. Restylane Sub Q 
สำหรับร่องลึกมากและยังใช้เติมเนื้อเยื่อตามบิรเวณต่างๆ อีกด้วย



BOTOX คืออะไร ??

โบท็อกซ์" (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A)


ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท 
ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว 
หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิด อัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆนั้น  
โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7– 14 วัน  


  ทางการแพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ 
โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ "คลายตัว" 
ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่  ตาเข 
และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า 
โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย 

         ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย 
และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง  
ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ
และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็น ล้านๆครั้ง ต่อปี


 โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 3-8 เดือน
ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด  ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ  
ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น 
ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ 
ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้ ข้อเสียก็คือสิ้นเปลือง เพราะหากได้ผลดี  ถูกใจก็ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ 

(เครดิต //hilight.kapook.com/view/33774 )


--------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพุธที่ 30 มค ที่ผ่านมา เมย์ก็ได้ไปพบคุณหมอที่ Doctor Younger สาขาธัญญะ ศรีนคริทร์ 
การตกแต่งของคลินิกเน้นสีขาว ดูสะอาดตา สไตล์โมเดิร์นค่ะ (คราวหน้าจะถ่ายรูปมาให้ดูนะคะ)
ไปถึงพี่ๆหน้าเคาน์เตอร์ ก็ให้กรอกประวัติคนไข้ค่ะ
จากนั้นก็ทายาชารอคุณหมอ สำหรับคนที่จะไปทำหน้าแนะนำว่าไม่ต้องแต่งหน้าไปนะคะ 55
เพราะจะทายาชาก็ต้องเช็ดหน้าอยู่ดี วันนั้นเมย์ลงแต่แป้งไปบางๆกับเขียนคิ้วค่ะ 





พี่พยาบาลมือเบามากๆ ตอนเช็ดหน้าทายาชาให้ แทบจะหลับ 555
 เสร็จแล้วก็มานั่งรอยาชาออกฤทธิ์ซัก 30 นาทีค่ะ 
การฉีดโบท็อกหรือ Filler สำหรับบางคนอาจจะไม่ทายาชาก็ได้นะคะ เพราะไม่ได้เจ็บมาก
และไม่ต้องเสียเวลารอยาชาด้วยค่ะ แต่เมย์กลัวเจ็บ 555

วันนั้นคุณหมอสว่าง อัมพรพันธ์ จ้าของคลินิกเข้าคลินิกพอดี 
คุณหมอเลยเป็นคนทำหน้าให้ โชคดีมากๆค่ะ เมย์ยิงคำถามคุณหมอไปเยอะเลย 
คุณหมอสว่างใจดีมากๆ ค่ะ ถามอะไรที่เราสงสัย คุณหมอก็ตั้งใจอธิบายให้เราเข้าใจทุกอย่าง

เข้าไปในห้องตรวจ ไปถึงคุณหมอก็มองหน้าอย่างพินิจพิจารณา 
แล้วบอกว่า ... หน้าผากโหนกสวยแล้ว ไม่ต้องไปทำอะไร ริ้วรอยที่หน้าผากยังไม่มา
ตีนกายังไม่มา แต่ดูท่าทางเราจะเป็นคนอารมณ์ดีนะ ร่องแก้มมาก่อนวัย
5555555 แปลว่าเราเป็นคนที่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าเยอะนั่งเอง
คือเมย์เป็นคนแอคติ้งใหญ่ พูดเยอะ หัวเราะเยอะ อารมณ์ดีค่ะ ร่องแก้มเลยเห็นชัด 
ซึ่งคุณหมอบอกว่า อายุวัยเท่าเมย์เนี่ย (24ปี) ส่วนน้อยที่จะมีร่องแก้ม
แต่เราดันมีก่อนวัย - -

เรื่องริ้วรอยผ่านไป ถามเรื่องหน้าไม่เท่ากันต่อ เมย์บอกคุณหมอไปว่า เมย์หน้าไม่เท่ากัน
ข้างนึงสั้น ข้างนึงยาวแปลกๆ เวลาถ่ายรุปเลยจะถ่ายด้านเดียวประจำ คือ มุมสวยของเรานั่นเอง
อยากจะหน้าเป๊ะ คือ ถ่ายรูปสวยทุกมุม 555
แล้วก็คางบุ๋ม เลยทำให้หน้าดูสั้นๆ คางมันจะตัดๆหน่อย

คุณหมอก็มองหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง
ให้หันซ้าย หันขวา เงยหน้า และอธิบายว่า
คนเราไม่มีใครที่จะมีอะไรเท่ากันทุกส่วน เป็นเรื่องธรรมชาติที่หน้าเราจะไม่เท่ากัน
แต่ในบางคนที่ผิดปกติ อาจจะมีความไม่เท่ากัน เห็นได้ชัดเป็นพิเศษ
อย่างหน้าเมย์ก็ไม่ได้ถือว่าผิดปกติอะไรมากมาย
อาจจะไม่เท่ากันเล็กน้อย แต่ก็สามารถทำให้เท่ากันได้มากขึ้น เพื่อความพอใจของเราค่ะ


---------------------------------------------------------------------------

พอคุณหมอดูรูปหน้าเรียบร้อย
ก็บอกว่าจะแก้ไข้อย่างไรให้ฟัง
.....
จะใช้เรสทิเลน เติมร่องแก้ม และหน้าแก้ม เพราะตรงหน้าแก้มเมแบน
เติมคางส่วนที่บุ๋ม ให้เรียบเข้ากับส่วนเดิม 
ฉีดโบท็อกที่กราม เพื่อให้กรามเล็กลง หน้าจะดูเรียวเล็กขึ้นค่ะ

ส่วนดั้งที่ไม่มีนั้น ปล่อยไว้ก่อน รอน้องสิลิโคนค่ะ 555

และแล้วก็ขึ้นเตียงให้คุณหมอฉีด คล้ายๆเตียงทำฟันเลยค่ะ
ไม่น่ากลัว สะอาดสะอ้าน ^^

เสร็จแล้ววววววว




ขออภัยในหน้าสด 555 แล้วยังหน้าเหวออีก - - นี่ถือว่าดีแล้วนะ55 มีแค่รอยแดง กับกระ ไม่มีสิวใหญ่ๆ
ที่วงสีขาวคือรอยเข็มจิ้มในการฉีด Filler นะคะ ตั้งแต่หน้าแก้ม ร่องแก้ม และคางค่ะ
เจ็บมั้ย ??? เหมือนเอาเข็มเย็บผ้า จิ้มนิ้วตัวเองแบบแตะๆ อ่ะค่ะ ไม่เจ็บเลย คุณหมอมือเบา ^^

ตอนฉีด Filler คุณหมอฉีดเสร็จ ก็จะใช้นิ้วกดๆที่ผิวเพื่อให้filler เป็นรูปที่เหมาะสมกับในหน้า
ทั้งหน้าคุณหมอฉีดให้ 1ml. พอดี 1 เข็มค่ะ เข็มนึงถ้าใช้แล้วเหลือ จะไม่ไปใช้ต่อกับคนไข้คนอื่นนะคะ





รูปด้านข้าง รอยฉีดโบท็อกค่ะ คุณหมอฉีดให้ข้างซ้าย 16 ยูนิต ข้างขวา 12 ยูนิตค่ะ
จิ้มเข็มประมาณข้างละ 3 จุด








รอยเข็ม ประมาณ2 ชม ก็หายค่ะ ไม่มีรอยช้ำใดๆเกิดขึ้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ปกติค่ะ เริ่ดมาก
Filler เห็นผลทันทีหลังฉีด ร่องแก้มเต็มขึ้น แต่งหน้าไม่มีตกร่องแล้ว เย่ ที่สำคัญหน้าอิ่มเอิม เต่งตึงดูเด็กลงด้วย ^^



แต่ที่ชอบที่สุดคือคาง หายบุ๋มแล้วว >< ของเมแต่เติมร่องบุ๋มนะคะ ไม่ได้ฉีดให้ยาวขึ้น
แต่พอคางเรียบเท่ากัน ไม่เป็นคางตัด หน้าก็ดุเรียวยาวขึ้นเลย พอใจเป็นที่สุด 
เพื่อนเห็นแล้วบอกว่า คางหายตูดเลย 555

หลังฉีด Filler แอบจับๆบริเวณที่ฉีด รู้สึกถึงเนื้อ filler ที่เติมเข้าไป
แต่พอผ่านไป3 วัน ลองจับดู ไม่รู้สึกแล้ว เหมือนมันผสานไปกับเนื้อเรา ไม่รุ้สึกเป็นส่วนเกิน


ส่วนกราม ช่วงสัปดาห์แรก มีอาการเมื่อยๆ เวลาเคี้ยวเพียงเล็กน้อยค่ะ
แต่เมย์ไม่ใช่คนทีกินของเหนียวๆอยู่แล้ว เป็นข้อดีทำให้ โบท็อกจะสลายช้า จะได้หน้าเรียวไปนานๆ 55
บางคนจะให้ว่าหน้าเรียวตั้งแต่อาทิตย์แรกนะ แต่ของเมย์ยังไม่ค่อยเห็นเวลาถ่ายรูปตรง
แต่ถ้าส่องกระจกดูเอง ก็ดูออกว่าเล็กลงนิหน่อยค่ะ เริ่มจะเห็นผลมากขึ้นตอนวันที่ 14 
กรามเล็ก แต่แก้มยังอยู่ 555 ต้องรอดูต่อ คิดว่าน่าจะเล็กลงอีก ^^



รูปไม่แต่งหน้า สวยธรรมชาติ(หรอ55)



คางไม่ตูด หน้าเล็กลง ขอแต่งหน้าแน่น ถ่ายรูปเก็บไว้ซักหน่อย ไม่ค่อยเห่อ 5555



ครั้งนี้ต้องขอบคุณทาง DOCTOR YOUNGER และคุณหมอมากๆค่ะ 
ที่ให้คำปรึกษา และแก้ไขรูปหน้าให้เมย์
ค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและจำนวนยาที่ใช้นะคะ
หากเพื่อนๆสนใจสามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ แฟนเพจของคลินิก หรือ เพจเมย์ก็ได้ค่ะ ^^
เจอกันบล็อกหน้า จะอัพเดทโบท็อก หลังจาก 1 - 1เดือนครึ่งนะคะ ^^

DOCTOR YOUNGER PAGE
//www.doctoryounger.com/
//www.facebook.com/pages/Doctor-Younger/129975507048264?fref=ts

Me.Melissa PAGE
//www.facebook.com/MeMelissaMakeupLover






Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 9 มกราคม 2557 12:44:21 น.
Counter : 6765 Pageviews.

0 comment

melissa_me
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 269 คน [?]