ชีวิตผ่านพ้นไปวันต่อวัน เคยมีฝัน 1 ความฝันก็เลือนหาย ปล่อยเวลาว่างเปล่าให้ละลาย ความฝันหายมลายไปกับลม
Group Blog
 
All Blogs
 

ประโยชน์และ โทษ ของการเล่น hi5

ช่วงนี้มีข่าวไม่ค่อยดีนักกับเว็บ hi5
คิดๆ ไปก็น่าเห็นใจเว็บเค้านะ
เป็นแค่เว็บชนิดหนึ่ง
ที่ใช้คุย แลกเปลี่ยนความคิด และใช้ทำความรู้จักกัน
ที่บังเอิญคนเล่นกันเยอะ
แล้วก็ดั๊นมีคนใช้ประโยชน์จากเว็บในทางที่ไม่ดี
พอเกิดผลเสียก็มาโทษเว็บซะงั้น

บทความขำๆ ที่แฝงข้อคิด
แต่ถ้าไม่ได้ติด(hi5) ก็ไม่ต้องคิดก็ได้นะคะ (เปลืองสมองเปล่าๆ) ^0^

เครดิตบทความจาก : //webboard.mthai.com/5/2008-03-06/372523.html


ขอให้สนุกกับการเล่น hi5 นะคะ ^__^



  • ค้นพบ hi5 เวบอันตราย บ่อนทำลายความมั่นคง ..


ผีขนุนโพล ได้ค้นพบเวบสุดอันตราย ผู้ชายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจตายได้หากเข้าใช้เวบนี้ .. ตายยังไง คิดเอาเอง หุหุ

จับชู้ของเรา
จับชู้ของกิ๊กเรา
จับชู้ของกิ๊กเพื่อนเรา
จับชู้ของเพื่อนรัก
จับชู้ของเพื่อนที่โรงเรียน
จับชู้ของเพื่อนที่มหาลัย
จับชู้ของเพื่อนที่ทำงาน
จับชู้ของเพื่อนแถวบ้าน
จับชู้ของเพื่อนของเพื่อน
จับชู้ของศัตรูแล้วไปบอกแฟนมัน

จับตาดูแฟนเรา
จับตาดูแฟนเก่า
จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเรา
จับตาดูแฟนใหม่ของเขา
จับตาดูแฟนใหม่ของแฟนเก่าเรา
จับตาดูแฟนเพื่อน
จับตาดูแฟนเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ
จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเพื่อน
จับตาดูแฟนน้องชาย
จับตาดูแฟนพี่สาว
จับตาดูแฟนของญาติสนิท
จับตาดูแฟนของญาติห่างๆ

มองหาอนาคตแฟนใหม่เรา

ทุกสิ่งเป็นไปได้ใน hi5

ปล. hi5 จัดว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดของแฟนหลวง เนื่องจากชู้รักมักมากมักนิยมเอารูปคู่ของตน และแฟน ผู้อื่นมาโพสต์ไว้

  • นอกจากนี้ยังมีประกาศเตือนถึงผู้ที่เป็น hi5 เป็นประจำว่าอาจจะติดโรค Hi5 mania ได้ ซึ่งถือว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง


** จากเชื้อ Hi5 mentmatedis (เม้นมาทีดิ)
** ติดต่อจากคนสู่คน ( ใกล้ชิด )

CC:(Chief complaint; อาการที่ผู้ป่วยบอกกับแพทย์) ต้องการอยากจะเปิด Hi5 ตลอดเวลาที่อยู่หน้าคอม

เริ่มแรกตั้งแต่ได้รับเชื้อ เห็นได้ชัดเจนเมื่อผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ที่มี wireless หรือ Lan จะเกิดอาการสั่นๆ ตาพร่ามัว เห็นผิดเป็นชอบ ไม่ค่อยรู้เวล่ำเวลา ในระยะแพร่เชื้อ ผู้ป่วยจะสามารถถ่ายทอดเชื้อให้เพื่อน ญาติ คนสนิท คนรัก เชื้อจะสามารถติดต่อได้เพียงท่านคลิ๊ก หลังจากแพร่เชื้อแล้ว จะรู้สึกมีความสุข เสมือนเป็นผู้รู้ที่มอบความรู้ใหม่ๆให้ผู้อื่น ผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือด ความดัน และชีพจรค่อนข้างปกติ แต่จะมีเวลาให้กับเพื่อนและการศึกษาน้อยลง จะฝักใฝ่แต่การ up hi5 จนลืมตัว ลืมหน้าที่ของตนเอง การป้องกันและรักษา เป็นโรคที่รุนแรงและติดต่อได้ง่าย จึงควรแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติ แต่เนื่องจากมีผู้ป่วยหลายล้านคน จึงแยกคนปกติออกจากผู้ป่วยน่าจะง่ายกว่า

ผู้ป่วยควรได้รับพระธรรมในอัตราที่เข้มข้น pc , qid จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ถ้าหยุดการรับพระธรรมเกิน 2 มื้อ อาจทำให้เกิดการดื้อยา การรักษาจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะเกิดอาการที่เรียกว่า พุทธิปัญญา สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ แต่ปัจจุปันยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ป่วยที่รักษาหาย " แม้แต่คนเดียว "

  • ประโยชน์ของ hi5 คือ


1. Hi5 ช่วยให้เรามีเพื่อนฝูง
(ข้อพึงระวัง) --ว่ามันจะใช่แค่เพื่อนหรอ เห็นมีกิ๊ก ชู้ คู่หู คู่ฮา กันสนั่น hi5 เลย จนบางทีสร้างปัญหาครอบครัวแตกแยกได้เลย

2. Hi5 ช่วยให้เราเจอเพื่อนเก่าที่หายสาปสูญ
(ข้อพึงระวัง) --บางทีตัวเราเองนะสิที่หายสาปสูญไป เดี๋ยวนี้ไว้ใจใครได้ซะที่ไหนล่ะคะ

3. Hi5 ช่วยให้เราประหยัดเงินค่าโทรศัพท์
(ขอแย้งเลย) --อันนี้ถูกที่ประหยัดค่าโทรศัพท์ แต่เปลืองค่าอินเตอร์เน็ตและค่าไฟแทนนะสิ แทนที่จะเข้าเน็ตหาเรื่องที่เป็นสาระ กลับมานั่งเล่น hi5 แทนซะนี่

4. Hi5 ช่วยฝึกภาษาอังกฤษ
(ข้อพึงระวัง) --แต่ภาษาไทยของคุณๆ น่ะกำลังจะวิบัติแล้ว เห็นไปแสดงความคิดกันแต่ละคำ เปิดหาในพจนานุกรมไทยไม่เจอสักที อย่างคำว่า "รัก" ก็เป็น "ร๊าก" "คิดถึง" เป็น "คิดถุง" ฯลฯ

5. Hi5 ช่วยให้เรามีเว็บไซต์ส่วนตัว
(ข้อพึงระวัง)-- แต่ข้อมูลส่วนตัวกลับถูกเผยแพร่ให้คนทั้งประเทศรู้หมด มันจะดีหรอ บางคนหนักกว่านั้นอีก กลับใส่ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นข้อมูลเท็จ อย่างเช่น ใส่รูปปลอม ใส่อายุปลอม เพื่อดึดดูดให้คนเข้ามาดูมาสนใจเยอะๆ และต่อไปก็อาจเกิดการล่อลวงกันได้

6. Hi5 ช่วยให้เราไม่ลืมวันเกิดเพื่อน
(ข้อพึงระวัง) -- แต่ลืมวันเกิดแฟนตัวเองอ่ะสิ เพราะมัวหมกมุ่นแฮปปี้เบิร์ด เดย์ ให้ เพื่อน กิ๊กและ ชู้ ฯลฯ

ปล. ที่ลืมวันเกิดแฟนเพราะไม่ยอมให้แฟนเล่น hi5 ไง กลัวแฟนจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก เลยไม่เห็นวันเกิดแฟนที่แสดงอยู่ใน hi5




 

Create Date : 11 มีนาคม 2551    
Last Update : 11 มีนาคม 2551 13:17:31 น.
Counter : 2024 Pageviews.  

สาเหตุที่ทำให้สอบตก (อย่าคิดมากถ้าคุณเป็น 1 ในจำนวนนั้น)

คิดว่าบางคนคงได้รับเมลล์แบบนี้กันมาบ้างแล้ว
งั้นใครที่ยังไม่เคยได้รับเมลล์แบบนี้
หรือไม่เคยอ่าน ก็เชิญอ่านได้เลยคะ
!! อย่างน้อย คุณจะได้รู้ว่า ทำไมถึงได้สอบตก !!

อย่าลืมว่า 1 ปี มี 365 วัน >>>

1.แสดงว่ามีวันอาทิตย์ 52 วัน (ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ )
ที่สำคัญวันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนนะ
หนังสือเรียนน่ะ พักไว้ก่อนเหอะ = เหลือวันอีก 313 วัน

2.วันหยุดตอนปิดเทอมประมาณ 50 วัน
ปิดเทอมก็ต้องเที่ยวเดะ แถมอากาศยังร้อนเกินไปที่จะเรียนหนังสือด้วย = เหลือวันอีก 263 วัน

3.เพื่อสุขภาพที่ดี คนเราก็ควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ
เพราะฉะนั้นควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
นั่นคือเราจะนอนประมาณ 130 วันต่อปี = เหลือวันอีก 141 วัน

4.เนื่องด้วยสุขภาพที่ดีอีกเช่นกัน คนเราก็ควรจะหาเวลา
ออกกำลังกายอย่างน้อย 1ชั่วโมงต่อวัน
นั่นคือประมาณ 15 วันต่อปี = เหลือวันอีก 126วัน

5.จากสาเหตุเดิม คนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
และควรใช้เวลาในการเคี้ยวอาหารในแต่ละคำ
เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เราจึงควรให้เวลากับการกิน ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน
นั้นคือ 30 วันต่อปี = เหลือวันอีก 96 วัน
(เหลืออีกแค่ 100 วัน ....)
6.คนเราเป็นสัตว์สังคมต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่นบ้าง
ดังนั้น เราควรให้เวลาในการพูดคุยกับผู้อื่นอย่างน้อย
วันละ 1 ชั่วโมง คิดเป็น 15 วันต่อปี = เหลือวันอีก 81วัน

7.วันสอบทั้งมิดเทอม ทั้งไฟนอลไหนจะบรรดาสอบเก็บคะแนนต่างๆ อีกก็ประมาณ 35 วัน (คุณจะเอาเวลาสอบไปเรียนหนังสือเหรอ) = เหลือวันอีก 46 วัน

8.วันหยุดตามเทศกาล และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ อีกกว่า 40 วัน
(ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า"วันหยุด"แล้วใครจะมาสอน) = เหลือวันอีก 6 วัน
(เฮ้ยๆ !! ใกล้หมดปีแล้ว....)
9.คุณคิดว่าใน 1 ปี คุณจะไม่ป่วยสักวันเหรอ
เพราะฉะนั้นต้องเผื่อวันไม่สบายขึ้นมาอีก
จะได้มีเวลารักษาตัวประมาณปีละ 3 วัน(นี้ทั้งปีแล้วนะ) = เหลือวันอีก 3 วัน

10.ที่สำคัญคนเราจะอยู่แต่กับบทเรียนก็ไม่ได้
เคยได้ยินกันใช่มั้ยละประโยคที่ว่า "ความรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน"
ฉะนั้นเราจึงต้องหากิจกรรมเสริมความรู้และเรียนรู้สังคมภายนอกบ้าง
(เช่น การไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง และช๊อปปิ้ง กับเพื่อนๆ)
อะอย่างน้อยก็ประมาณ 2 วันต่อปี (ในความเป็นจริงๆ เวลาอย่างนี้แหละพอๆ กะเวลานอน ) และแล้วก็ = เหลือวันอีก 1วัน

11.ซึ่งวันที่เหลือก็คือก็คือวันเกิดคุณไงละ!!!

เพราะฉะนั้น ไม่แปลกเลย ที่คุณๆ และเราๆ ทั้งหลายจะ...
สอบตก คะแนนตก เรียนไม่ได้เรื่อง หลับและง่วงในเวลาเรียน (ก็ยังนอนไม่ครบ 8 ชม.เลยอะ)
แต่อย่าลืมละว่า "ความรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน" นะคะ

เครดิต...เจ้าของข้อความคะ
(ก็มานเป็น fwmail อะ ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ ขอโทษนะคะ)
ปล. ฮาๆ ขำๆ อย่าคิดมากนะ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2550 17:31:01 น.
Counter : 888 Pageviews.  

คู่มือปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ขำๆ)

หาบล๊อกต่างๆ จนเจอบทความขำๆ ลองอ่านดูนะ :D
VVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVV

คู่มือฉบับนี้เหมาะกับประชาชนทั่วไปที่มิใช่แพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุข
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น คำแนะนำอันมีค่าเป็นดังนี้


ไฟฟ้าช็อต
ตรวจสอบดูว่าผู้ป่วยยังสัมผัสกับสายไฟอยู่หรือไม่ หากใช่ดึงสายไฟออกทันที
เพราะค่าไฟปัจจุบันแพงมาก ควรประหยัดพลังงานหารสอง เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน
ขั้นต่อไปคือตรวจสอบชีพจรของผู้ป่วย (ถ้ายังไม่เป็นเถ้าถ่านตอตะโก และคุณรู้ว่าชีพจรคืออะไร
ชีพจรไม่เคยลงเท้า อย่าเชื่อคำร่ำลือ)
ขับรถนำคนป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หากรถของคุณสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่ไฟอ่อน
ลองใช้มือผู้ป่วยแตะขั้วไฟ รถอาจติดโดยง่าย

ไฟไหม้/น้ำร้อนลวก
ราดด้วยน้ำเย็นทันที (กรณีที่ไฟที่แผลยังไม่ดับ) หรือนำบาดแผลเข้าตู้เย็น (ถ้าทำได้)
หรือวางตู้เย็นลงบนแผล (ถ้าทำได้อีกเช่นกัน) กรณีที่ไฟกำลังลุกไหม้ผู้ป่วยท่วมตัว ให้โยนผู้ป่วยลงในคลอง
แล้วปฏิบัติตามคู่มือการช่วยคนจมน้ำ
ซึ่งจะออกวางตลาดเร็วๆ นี้
กรณีที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือของเหลวร้อนๆ กระเด็นใส่เสื้อผ้าให้เปลื้องเสื้อผ้าผู้ป่วยให้หมดโดยทันที
วิธีนี้จะช่วยได้มาก เพราะผู้ป่วยจะเกิดความอายและเลิกสนใจ กับอาการปวดแสบปวดร้อน
เป็นวิธีแก้ปวดที่สามารถนำไปประยุกต์ ใช้ได้กับการปวดข้อ ปวดหัว ปวดฟัน และปวดประจำเดือน

กระดูกหัก
ลองตรวจสอบรอยแผลและจำนวนกระดูกที่โผล่ออกมานอกเนื้อ ถ้านับได้มากกว่า 50 ชิ้น
ลองจับชีพจร ถ้าคุณหากระดูกแขนไม่พบ จงบอกผู้ป่วยให้สวดมนต์ คิดถึงแต่สิ่งดีๆ อย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย
และอาจถามถึงตัวเลข 3 ตัวที่อาจผุดขึ้นในสมองของเขาขณะนั้น เพราะคำพูดของคนใกล้ตายเชื่อถือได้ศาลรับฟัง
หากกระดูกแขนขาหักไม่มากนัก ลองจับผู้ป่วยนั่ง
ถ้านั่งได้แสดงว่ากระดูกสันหลังยังดี
ให้ผู้ป่วยหมุนคอไปมาโดยรอบ ถ้าหมุนได้หลายรอบ แสดงว่ากระดูกคอหลุด
แนะนำให้ผู้ป่วยนอนต่อและปฏิบัติตามวรรคต้น
หากผู้ป่วยลุกขึ้นยืนได้ เดินกระย่องกระแย่งได้ จงบอกทางไปโรงพยาบาล
ก่อนไปให้ทดสอบการทำงานของสมอง โดยจับผู้ป่วยผูกตา หมุนสามรอบ แล้วเปิดตา
หรือชวนเล่นเกมแย้ลงรู ถ้าผู้ป่วยเล่นชนะคุณ แสดงว่าสมองปกติดี ไม่มีเลือดตกในสมอง

สะอึก/อาหารติดคอ
การทำให้ตกใจหรือแปลกใจ เช่น ทำผีหลอกจับ แต่เป็นกระเทย ต่อยหน้าท้อง ตบบ้องหู
ช่วยให้หายสะอึกได้ ถ้าจะให้ดี ทำพร้อมกันทุกอย่าง
หากวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้ผล ลองบอกว่า
คุณเป็นตัวแทนขายประกันเขาจะหายสะอึกทันที แต่อาจเกิดอาหารติดคอกะทันหัน

ถูกของมีคม
ทำแผลทันที ทำอย่างไรแล้วแต่คุณ แต่หลักการคือ ต้องทำให้เลือดหยุดไหล โดยใช้เข็มขัดรัดเหนือแผล
(สำหรับคุณผู้หญิงอาจถอดสายบราเซียร์รัดก็ได้ วิธีนี้ใช้แก้สะอึกได้ด้วย) การรัดต้องรัดเหนือแผล
เช่น แผลที่หัวแม่โป้งให้รัดที่ตาตุ่ม แผลที่ข้อมือให้รัดข้อศอก แผลที่สะดือให้รัดที่อก แผลที่อกให้รัดที่คอ
แผลที่คอให้รัดหน้าผาก และแผลที่หน้าผากให้รัดผม อย่างนี้เป็นต้น
โดยอนุโลมเพื่อจำง่าย อาจรัดที่คอในทุกกรณี รัดให้แน่นแล้วอ่านวิธีช่วยผู้ที่ขาดอากาศหายใจ
ซึ่งจะวางตลาดกลางปีหน้า

วัตถุเข้าตา
ถ้าเป็นวัตถุที่ใหญ่กว่าตา มันจะหลุดออกมาเอง "มัน" ในที่นี้อาจเป็นวัตถุหรือตาก็ได้
ถ้าเป็นเศษผงเล็กๆ ช่วยโดยใช้น้ำอุ่นธรรมดา ไม่จำเป็นต้องลงแฟ้บหรือใช้น้ำยาแก้ท่ออุดตันแต่ประการใด
ไม่ควรเขี่ยด้วยเล็บ ตะปู มีด ชะแลงหรือใช้ปากกัด ถ้าจำเป็นควรใช้แปรงสีฟันชนิดขนแปรงนุ่ม
ใส่ยาสีฟันชนิดขจัดคราบหินปูน ใช้แปรงฟันให้ผู้ป่วย (อย่าเอาไปทิ่มตาอาการจะหนักขึ้นอีก)
การแปรงฟันให้ผู้ป่วยขณะที่มีวัตถุเข้าตาเป็นอานิสงส์อันประเสริฐ ทำบุญไม่เอาหน้า ภาวนาตอแหล
ปิดทองหลังพระ ผีซ้ำดามพลอย ตกกระไดพลอยโจน

สรุป
เมื่ออ่านคู่มือจบแล้ว ควรหาฉบับมาตรฐานที่เขียนโดย ผู้รู้มาอ่านเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้ความรู้หลากหลาย
ไม่ถูกใครหลอกได้โดยง่าย ฮี่ๆๆ...

Ref: //hinokami.exteen.com/




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 15:33:07 น.
Counter : 221 Pageviews.  


Valentine's Month


 
It's Me
Location :
กระบี่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ซาหวาดซาดี จ้า....
ผู้หลงทางทุกท่าน
ท่านกำลังหลงเข้ามาสู่
โลกใบเล็กๆของข้าพเจ้า
โลกที่ข้าพเจ้าหลงใหล
และ ชื่นชอบ

Friends' blogs
[Add It's Me 's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.