อยู่เพือเรียนรู้ และไปให้ถึงที่สุด

Group Blog
 
All blogs
 

พริกสามารถรักษาโรคได้

ทราบหรือไม่ การรับประทานพริกสามารถรักษาโรคได้

ช่วยขับเสมหะ ทำให้ทางเดินหายใจโล่ง โดยสังเกตได้จากคนที่รับประทานพริกเข้าไป จะมีอาการน้ำตา น้ำมูกไหล

ช่วยสลายลิ่มเลือด ลดอาการอุดตันของเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจตีบ

ช่วยกระตุ้นสมองส่วนกลางให้หลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้เกิดการผ่อนคลายและยังช่วยให้ความดันโลหิตลดลง

ช่วยกระตุ้นให้อยากอาหาร เนื่องจากพริกจะไปทำให้ต่อมน้ำลายทำงานมากขึ้น จนไปกระตุ้นปลายประสาทให้สมองส่วนกลางรับรู้การอยากอาหาร

แต่หากรับประทานพริกมากเกินไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ ฉะนั้นควรรับประทานแต่พอดี

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 14:39:44 น.
Counter : 337 Pageviews.  

หลับลึก" ฟื้นฟูจิตใจ ร่างกายและผิวพรรณ

ทราบหรือไม่ว่าคนเรามักจะใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตไปกับการนอนที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ จากรายงานเรื่องการนอนหลับของ Pfizer พบว่า กว่าร้อยละ 50 ของชาวอเมริกันวัยทำงาน เผชิญกับปัญหาเรื่องการนอนหลับ

แบรนด์เครื่องสำอางชั้นสูง "ออริจินส์" สร้างประสบการณ์การนอนหลับอย่างสมบูรณ์แบบ ดึง 2 ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกา Dr. Andrew Weil และ Dr. Rubin Naiman คิดค้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เอาใจคนหลับยาก จัดเวิร์กช็อปเพื่อสุขภาพกายและผิวดีๆ พร้อมให้คำแนะนำถึงการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ทีมผู้เชี่ยวชาญ ออริจินส์ ให้ความกระจ่างกับเรื่องนี้ว่า วงจรการนอนหลับแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงหลัก คือ Non Rapid Eye Movement หรือ Non REM และ Rapid Eye Movement หรือ REM Sleep โดยทั้ง 2 ช่วงนี้จะเกิดขึ้นสลับกันไปเรื่อยๆ เป็น cycle จึงเป็นที่มาของ Sleep Cycle ซึ่งแต่ละ sleep cycle จะยาวประมาณ 90 นาที ซึ่ง Sleep Cycle เริ่มต้นจากช่วง Non REM Sleep ซึ่งจะมีระยะเวลาประมาณ 50-55 นาที

ช่วงงัวเงีย เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มผ่อนคลาย มีอาการเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น จากนั้นเป็นช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่นแบบลึก ช่วงนี้ดวงตาจะเริ่มกลอกไปมา ถ้ามีเสียงรบกวนแม้แต่นิดเดียวก็จะสะดุ้งตื่นทันที การดำเนินชีวิตประจำวันของคนสมัยนี้ มักจะนอนหลับอยู่ในขั้นนี้ซึ่งถือเป็นการนอนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขั้นสุดท้าย ช่วงหลับลึก เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มหลับสนิท การเคลื่อนไหวจะน้อยลงแล้วจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ REM Sleep ซึ่งจะเป็นช่วงที่ร่างกายทำการฟื้นฟู ซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ และปรับสมดุลผิวให้สวยสมบูรณ์แบบ เพราะประโยชน์สูงสุดที่เกิดกับผิวพรรณคือ ในช่วงเวลานี้ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย กล้ามเนื้อ และผิวสามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้รับการบำรุง ดูแลตามกระบวนการธรรมชาติ เนื่องจากในช่วง REM Sleep เป็นช่วงเวลาที่มีการบำรุงสมอง โดยสมองจะทำงานเก็บกักความทรงจำได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งคืนความสดชื่นแจ่มใสให้แก่ร่างกาย ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายเพื่อรับมือกับวันใหม่

ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลอีกว่า "การอดนอน ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า แต่ยังส่งผลให้ร่างกายเสื่อมสภาพ แก่กว่าวัยอันควร เพราะเมื่อร่างกายเข้าสู่ช่วงที่คุณหลับลึก ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน เพื่อฟื้นฟูและคงความสมดุลให้ร่างกาย หากร่างกายพักผ่อนน้อย โกรทฮอร์โมนก็จะหลั่งน้อย ร่างกายก็จะเสื่อมสภาพและไม่แข็งแรง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะมีปัญหาการนอนไม่หลับมากกว่าผู้ชาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความผิดปกติของร่างกายและจิตใจ เช่น อาการหวาดระแวง เกรี้ยวกราด โรคซึมเศร้า เป็นต้น"

โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอนหลับสบายในอุณหภูมิที่กำลังดีไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีง่ายๆ 2 วิธีว่า การแช่น้ำอุ่นที่ผสม Bedtime Bath Oil น้ำมันหอมระเหยกลิ่นอ่อนๆ ประมาณ 30-45 นาที ก่อนเข้านอนทุกครั้ง จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความผ่อนคลาย เพราะอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้นจะเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับให้คุณหลับสนิทได้ยาวนาน และหลับลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เพิ่มอานุภาพการนอนหลับสำหรับคนหลับยาก

ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ แนะนำให้ใช้ Bedtime Balm บาล์มเนื้อเข้มข้น โดยการแตะเนื้อบาล์มด้วยปลายนิ้ว แล้วคลึงวนด้วยปลายนิ้วทั้งสองข้าง สูดดมความหอมที่ให้คุณเคลิบเคลิ้มตกอยู่ในภวังค์แห่งความง่วงเหงาหาวนอนของกลิ่น จากนั้นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเข้า-ออกให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าความเครียดต่างๆ นวดคลึงปลายนิ้วลงบริเวณฐานจุดเชื่อมต่อระหว่างต้นคอ และศีรษะ จุด Wind Mansion Point โดยหมุนวนเข้า 3 ครั้ง ต่อด้วยหมุนวนออก 3 ครั้ง จากนั้นค่อยๆ เลื่อนมือไล่ลงมาจากบริเวณ Wind Mansion Point ตามแนวต้นคอ และเคลื่อนมือออกมาบริเวณไหล่ทั้ง 2 ข้าง นวดคลึงปลายนิ้วหมุนวนเข้า 3 ครั้ง และหมุนวนออกอีก 3 ครั้ง ที่บริเวณจุด Heavenly Rejuvenation Point ซึ่งอยู่ต่ำกว่าช่วงบนสุดของหัวไหล่เพียงเล็กน้อย แล้วเคลื่อนมือมาที่บริเวณข้อมือด้านในบริเวณ Spirit Gate โดยใช้นิ้วก้อยค่อยๆ นวดคลึงหมุนวนเข้า 3 รอบ และออกอีก 3 รอบ ขั้นตอนสุดท้ายหมุนวนเนื้อบาล์มบริเวณตรงกลางฝ่าเท้าในลักษณะเป็นวงกลมเล็กๆ จนกระทั่งเนื้อบาล์มซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังโดยสมบูรณ์

เริ่มต้นการนอนแบบใหม่เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และผิวพรรณที่ดีของคุณได้แล้วตั้งแต่วันนี้




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 14:35:39 น.
Counter : 310 Pageviews.  

มาบวชอุบาสิกาแก้ว รุ่น แสนคน รุ่น แรกกันนะคะ

โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ๑๐๐,๐๐๐ คน








การรับสมัคร

๑. สมัครหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center โทร 02-831-1234 087-707-7771 087-707-7772

๒. สมัครผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่คลิ๊กที่นี่ //www.dmycenter.com/new/

๓. สมัครด้วยตนเอง ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมทั่วประเทศ


หลักการและเหตุผล


อุบาสิกา คือ ตำแหน่งของสตรีผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ทำหน้าที่ในการอุปถัมภ์บำรุงและปกป้องคุ้มภัยให้แก่พระพุทธศาสนามาตลอดอายุพุทธกาล ดังเช่น มหารัตนอุบาสิกาวิสาขา ผู้สร้างบุพพาราม วัดสำคัญในสมัยพุทธกาล จวบจนถึงปัจจุบันอุบาสิกาก็ยังคงเป็น ๑ ใน ๔ เสาหลักแห่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนาเหมือนเมื่อครั้งพุทธกาล
อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน หมายถึง อุบาสิกาผู้มีศีล ๘ เป็นอาภรณ์ประดับกาย วาจา ใจ และปฏิบัติตามทางสายกลางคือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ย่อมงดงามและบริสุทธิ์ ประดุจดอกไม้แก้วแรกแย้ม กายภายนอกก็ผุดผ่องใสด้วยอานุภาพแห่งศีล กายธรรมภายในที่เป็นหน่อเนื้อแห่งพุทธะ ก็สุกใสสว่าง ด้วยอานุภาพแห่งสมาธิและปัญญา เช่นนี้จึงได้ชื่อว่า เป็นอุบาสิกาผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง ยิ่งบังเกิดขึ้นมากเพียงใด ประเทศชาติและพระพุทธศาสนาก็ยิ่งมั่นคงถาวรเพียงนั้น
ดังนั้น คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และองค์กรภาคีต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัด โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ๑๐๐,๐๐๐ คน ขึ้นระหว่างวันที่ ๘-๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ เพื่ออบรมปลูกฝังศีลธรรมและอุดมการณ์พระพุทธศาสนา ให้สตรีชาวพุทธนับแสนคน กลายเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนผู้มีความมั่นคงในพระรัตนตรัย อันหมายถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และการพัฒนาศีลธรรมของโลกให้รุ่งเรืองสืบต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่ออบรมปลูกฝังศีลธรรมและอุดมการณ์พระพุทธศาสนาให้แก่สตรีชาวพุทธ ได้เป็นอุบาสิกาผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง
เพื่อการฟื้นฟูศีลธรรม และวัฒนธรรมชาวพุทธให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งดังเช่นพุทธกาล
เพื่อการพัฒนาสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาศีลธรรมของประชาชน

ระยะเวลาอบรม
อบรมระยะเวลา ๘ วัน ระหว่างวันที่ ๘-๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓
ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ

กำหนดการอบรม
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๓

จันทร์ที่ ๘ มีนาคม - เข้าอบรม ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ
อังคารที่ ๙-ศุกร์ที่ ๑๒ มีนาคม - สมาทานรักษาศีล ๘
เจริญสมาธิภาวนา
อบรมวัฒนธรรมชาวพุทธ
เสาร์ที่ ๑๓ มีนาคม - ประกอบพิธีรับผ้าสไบแก้ว
และร่วมปฏิบัติธรรม ณ วัดพระธรรมกาย
อาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคม - ปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ
จันทร์ที่ ๑๕ มีนาคม - วันสุดท้ายของการอบรมอุบาสิกาแก้ว

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
หญิงแท้ อายุระหว่าง ๑๕-๖๕ ปี
นับถือพระพุทธศาสนา
สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง โรคจิต โรคประสาท หรืออื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการอบรม
สามารถรักษาศีล ๘ ได้ตลอดการอบรม
เป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น

การรับสมัคร
สมัครหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center โทร ๐๒-๘๓๑-๑๒๓๔,
๐๘๗-๗๐๗-๗๗๗๑ ถึง ๓
สมัครผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่ //www.dmycenter.com
สมัครด้วยตนเอง ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมทั่วประเทศ
สมัครผ่านผู้ประสานงานโครงการในอำเภอของท่าน

ที่ปรึกษาโครงการ
ประธานที่ปรึกษา
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
กรรมการที่ปรึกษา
๑. พระวิสุทธาธิบดี (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.๙) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
๒. พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.๙) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
๓. พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.๓) วัดยานนาวา
๔. พระพรหมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.๙ ) วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
๕. พระพรหมสุธี ( เสนาะ ปญฺญาวชิโร ป.ธ.๖) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
๖. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.๙) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
๗. พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ ป.ธ.๗) วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง
๘. พระพุทธวรญาณ(ทอง สุวณฺณสาโร ป.ธ.๖) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
๙. พระธรรมวโรดม (สมเกียรติ กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.๙) วัดทินกรนิมิต
๑๐. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร
๑๑. พระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ สุทสฺสโน ป.ธ.๖) วัดพระแก้ว จ.เชียงราย
๑๒. พระธรรมเจดีย์ (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.๙) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
๑๓. พระธรรมปัญญาภรณ์ (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.๙) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
๑๔. พระธรรมคุณาภรณ์ (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.๙) วัดสามพระยาวรวิหาร
๑๕. พระธรรมปริยัติเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม ป.ธ.๙) วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
๑๖. พระธรรมปิฎก (ชวลิต อภิวฑฺฒโน ป.ธ.๙) วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
๑๗. พระธรรมรัตนดิลก (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.๙) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
๑๘. พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙) วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร
๑๙. พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
๒๐. พระเทพปริยัติสุธี (อาทร อินฺทปญฺโญ ป.ธ.๙) วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร
๒๑. พระเทพปริยัติเมธี (รุ่น ธีรปญฺโญ ป.ธ.๙) วัดชลประทานรังสฤษฎ์
๒๒. พระเทพวีราภรณ์ (นิมิต ทนฺตจิตฺโต ป.ธ.๔) วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา
๒๓. พระเทพสุธี (สงคราม อสิญาโณ ป.ธ.๙) วัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฏร์ธานี
๒๔. พระราชปริยัตยาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร ป.ธ.๕) วัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
๒๕. เจ้าคณะจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะสงฆ์ทั้งแผ่นดิน
คณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย
สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย
ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ
คณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา
สภาผู้แทนราษฎร
คณะอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา วุฒิสภา
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์
จังหวัดปทุมธานี
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
กรมกิจการพลเรือนทหาร
กองบัญชาการกองทัพไทย
กรมกิจการพลเรือนทหารบก
กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน
กระทรวงสาธารณสุข
สมาพันธ์องค์การพัฒนาชุมชนแห่งประเทศไทย
สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
สมาคมสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ
V-Peace องค์กรอาสาสมัครเพื่อสันติภาพโลก
สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติและเครือข่าย
สมาคมวัฒนธรรมเพื่อความดีสากล




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2553 12:10:29 น.
Counter : 596 Pageviews.  

คำสอนยาย"จริงตัวเดียวสำเร็จทุกอย่าง"

จากหนังสือ 100 ปีคุณยายอาจารย์ ประวัติ ปฏิปทา อานุภาพ : ชมรมผู้รักบุญ
จริงตัวเดียว

"คนเราจะทำอะไรก็ตาม

ขอให้ทำให้จริง ดูแต่ยาย ความรู้ก็ไม่มี ปริญญาก็ไม่มี

มีแต่จริงอย่างเดียว ยายยังสร้างวัดได้"



ก่อนที่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง จะไปฝากตัวเป็นศิษย์ของพระมงคลเทพมุนี สด จนทสโร หลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยายได้เรียนการปฏิบัติธรรมกับคุณยายทองสุข สำแดงปั้น ที่บ้านคุณนายเลี้ยบ
ช่วงนั้น แม้จะยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ท่านก็สามารถ ทำภารกิจทั้งหยาบ และละเอียด ไปพร้อม ๆ กัน ระหว่างทำงาน ใจของท่านจรดอยู่กับคำภาวนา "สัมมา อะระหัง" ท่านวางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา แม้กายจะเคลื่อนไหว แต่ใจท่านหยุดนิ่ง ด้วยความที่ท่านเป็นคนทำอะไรทำจริง เวลาผ่านไป ประมาณ 2 ปี
ท่านก็เข้าถึงพระธรรมกาย และไปช่วยพ่อในนรกได้ ดังที่ท่านตั้งใจไว้ก่อนเดินทางออกจากบ้านมา

เมื่อมาอยู่ที่วัดปากน้ำ คุณยายศึกษาวิชชาธรรมกายอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่คิดเรื่องอื่นเลย คิดแต่จะศึกษาวิชชาธรรมกายเท่านั้น เพราะเมื่อช่วยพ่อได้แล้ว ท่านก็ไม่มีเครื่องกังวลใดๆ ท่านทิ้งทุกอย่างวางทุกสิ่ง หยุดนิ่งเพียงอย่างเดียว ในแต่ละวัน ท่านนั่งสมาธิทำวิชชาในโรงงานทำวิชชา 12 ชั่วโมง กลางวัน 6 ชั่วโมง กลางคืน 6 ชั่วโมง โดยไม่ขยับตัว หรื่อเปลี่ยนท่านั่ง และไม่ลุกจากที่นั่งก่อนเวลา

คุณยาย ได้รับความไว้วางใจจากหลวงปู่ให้เป็นหัวหน้าเวรทำวิชชา เมื่อหมดเวลาในแต่ละรอบของการทำวิชชา ท่านจะนั่งต่อไป อีก ประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อคอยฟังหลวงปู่ซักถาม สั่งงาน และถ่ายทอดความรู้ใหม่ ให้หัวหน้าเวรทำวิชชาคนไหม่ ช่วงเข้าเวร ท่านก็จะเข้าไปนั่งสมาธิก่อนเวลา 15 นาที ซึ่งหมายความว่า ท่านจะต้องนั่ง สมาธิครั้งละ 6 ชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างน้อย ด้วยความตั้งใจจริงของท่าน ทำให้ท่านเก็บเกี่ยวความรู้ที่หลวงปู่สอนได้ทั้งหมดโดยไม่ตกหล่น และตอบคำถามของหลวงปู่ได้ทุกคำถาม



ขณะที่ออกมาพักผ่อนและทำภารกิจส่วนตัวนอกโรงงานทำวิชชา
ท่านก็ค้นวิชชาไปด้วย ใจของท่านจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ ญาณทัสสนะของท่านจึงเที่ยงตรงและแม่นยำตลอดเวลา สามารถรู้เห็น ยากจะหาใครเทียบได้

ค้นหาเพิ่มเติมได้ที่

//www.kalyanamitra.org/yay_teaching/menu_yay.html







น้ำหยดทีละติ๋งยังเต็มตุ่ม
น้ำหยดทีละติ๋งยังเต็มตุ่ม ฉะนั้นเราต้องปฏิบัติไปเรื่อยๆ มีบุญอะไรก็พยายามทำเรื่อยไป สักวันหนึ่งคงเต็มด้วยบุญ เหมือนน้ำหยดทีละติ๋งยังเต็มตุ่มได้ ถ้าไม่ปฏิบัติก็เหมือนกับไม่มีน้ำสักหยด ถ้าปฏิบัติไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราคงได้รู้จริงกับเขาบ้าง ในเมื่อบารมีตอนนี้ของเรายังไม่เต็ม ก็ต้องขวนขวายไปเรื่อยๆ ทีละนิดทีละหน่อย อย่าขี้เกียจเป็นอันขาดอย่ามัวไปห่วงคนอื่นเขามากเกินไป เราต้องทำให้ตัวเราเองมากๆ เพราะเวลาเราตายแล้ว ใครก็ช่วยเราไม่ได้ นอกจากเราจะช่วยตัวเราเอง เราทำ เราก็ได้ จงสู้สิ... สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย สู้ดีกว่านะ สู้ให้ถึงที่สุด สู้จนหมดอายุขัย จะได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น เราต้องเตือนตัวเราเอง เพราะเราทำของเราเอง เราทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ยายทำ ยายก็ได้ คุณก็ไม่ได้ คุณทำคุณก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ทำมากๆ ไว้ก่อน เราทำทุกๆ วัน ก็ได้ทุกๆ วัน ทำให้ถึงที่สุด คุณยายสอนให้อธิษฐานว่า "ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าวัดตลอดชีวิต" (๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘)


ยอม...เพื่อให้ทุกคนได้บุญ
ยายเป็นคนยอมคนนะ อยู่ที่ไหนก็ลดทิฏฐิ อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ เราต้องยอมทุกๆ คน เพื่อทำความดีของเรา เราต้องอดทน ง้อเขาทุกอย่าง ง้อเพื่อให้เขาสามัคคีกัน รักกัน จะได้ทำ ความดีกันได้ พอเรายอมได้ งานทุกอย่างก็สำเร็จ สุด ท้ายก็ได้บุญกันทุกคน (๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๙)

วิธีแก้ทุกข์
เวลามีทุกข์ให้สวดมนต์เยอะๆ นั่งภาวนาสัมมาอะระหังให้มากๆ ไม่มีใครช่วยเราได้เท่ากับตัวเราเอง
(๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕)


ใจบริสุทธิ์
เวลายายคุยกับใคร ใจยายบริสุทธิ์ ใจยายจะจรดอยู่ในบุญ จรดอยู่ในธรรม ไม่มีโลภ โกรธ หลงอยู่ในใจ ใจยายบริสุทธิ์ ยายจึงดูคนออก ยายดูคนออกว่าใครเป็นโรคอะไร แล้วใจยายก็มีแต่เมตตาแนะนำไป เวรกรรมมันร้ายอย่างนี้ ยายก็บอกก็เตือน เขาไป ยายก็ได้บุญแล้ว แต่เขาจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่เขา เป็น กรรมของเขาเอง
(๑๑ ธันวาคม ๒๕๒๔)


สำเร็จด้วยบุญ
จะทำอะไรต่างๆ ให้นึกถึงบุญ ให้อยู่ใน บุญ ถ้าเรามีบุญ สิ่งนั้นก็จะสำเร็จได้ด้วยบุญ เรามีบุญเป็นที่พึ่ง ให้นึกถึงบุญให้มากๆ ทุกอย่างจะสำเร็จ
(๔ เมษายน ๒๕๒๔)

สันโดษ
คนเราจะทำอะไร ต้องนึกถึงฐานะตัวเอง ดูบุญของตัวเอง ต้องดูทุนเก่าที่เราทำมา จะทำอะไร อย่าให้เกินฐานะ ทำให้พอเหมาะพอสมกันจึงจะควร ถ้าอยากเป็นใหญ่ ต้องใหญ่ด้วยบุญ อย่าเป็นใหญ่ด้วยกิเลส ถ้าใหญ่ด้วยบุญจึงจะเป็นใหญ่ได้อย่างแท้จริง แต่ถ้าเป็นใหญ่ด้วยกิเลส จะต้องหกคะเมน ตกลงมา เสียท่าเสียทีไปเลย เรื่องนี้ก็เป็นกันมาก ดูอย่างพระเทวทัต เป็นต้น พอทำอะไรได้สักหน่อยหนึ่ง ก็อยากดัง อยากเด่น โดยไม่ดูพื้นฐานของตัวเอง ว่าสร้างพื้นฐาน ความดีมามากน้อยแค่ไหน มองดูแค่ปลายเหตุนิดเดียว เหมือนกับการสร้างบ้านที่พื้นฐานไม่ดี พื้นฐานทำไว้แค่นิดหน่อย แต่พอสร้างบ้านไปแล้ว อยากได้ใหญ่ๆ โตๆ ในที่สุดบ้านนั้นก็มีแต่พังอย่างเดียว จะเอาอย่างยายเดี๋ยวนี้ได้อย่างไร เพราะเขาไม่รู้ว่ายายอดทนมามาก ทำความดีไว้ในอดีตมากมาย จนความดีเป็นภูเขา ที่ยายได้ดีมีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ก็เพราะความดีที่สร้างไว้ในอดีต
(๑๒ มกราคม ๒๕๑๘)





สะสมบุญ
การมาวัดวันหนึ่ง ก็ได้บุญไปช่วงหนึ่ง ถ้าไม่มา ก็ไม่ได้ ถ้ามาแล้ว ก็ได้บุญ บุญจะสะสมทับทวี เหมือนกับเก็บออมสิน
(๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๔)



หยุด เท่านั้นคือตัวสำเร็จ
สำเร็จหมดทั้งทางโลก ทางธรรม ทางโลกเขาอยากไปไหนๆ ไปเร็วๆ ก็ต้องขึ้นรถไป ขึ้นเครื่องบินไป แต่ทางธรรมต้อง "หยุด" ถ้าไม่หยุดไปไม่ได้ ยิ่งหยุดเท่าไร ก็ไปเร็วเท่านั้น เหมือนเรื่ององคุลีมาล ที่หลวงพ่อท่านเทศน์องคุลีมาลจะวิ่งไปตัดนิ้วพระพุทธเจ้า เพื่อให้ได้นิ้วครบ ๑,๐๐๐ นิ้ว จะได้เป็นเจ้าโลก วิ่งไปก็ร้องว่า "สมณะหยุด สมณะหยุด" พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า สมณะหยุดแล้ว ท่านสิยังไม่หยุด "หยุด" คำนั้นแหละคือตัวสำเร็จ หยุดตัวนี้แหละคือใจท่านหยุดแล้ว ถ้าใจไม่หยุดก็ไม่ถึงธรรม ธรรมะทุกอย่างมีอยู่แล้วในตัวเรา จะถึงได้ต้องทำใจให้หยุด ถ้าไม่หยุดก็ไม่ถึง เพราะฉะนั้นเรานั่งธรรมะ ก็ต้องทำใจหยุดให้ได้ เป็นเรื่องสำคัญ พระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ย่อแล้วเหลือ ๓ คือ บริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจ ย่อลงมาแล้วเหลือ ๑ คือ "หยุด" คำเดียว ทำใจหยุด กายก็บริสุทธิ์ วาจาก็บริสุทธิ์ ใจก็บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นเราต้องทำนะ จะได้บุญมากก็ตอนนี้แหละ ทำอย่างที่ยายบอก ต้องแบ่งเวลาให้เป็น เวลานั่งธรรมะแล้ว ก็อย่าไปคิดเรื่องอะไรทั้งนั้น คิดเอาธรรมะอย่างเดียว ไม่ถอยหลังกลับ ถือเข็มทิศ ของเราให้ดีๆ นะ

(๑ มีนาคม ๒๕๒๔)





การอธิษฐานให้ได้บุญมาก



การอธิษฐานที่ได้ผลบุญมาก หลวงพ่อวัดปากน้ำเคยสอนยายว่า วิธีการอธิษฐานที่จะให้ได้ผลและอานิสงส์มาก จะต้องอธิษฐานตอนที่พระให้พร พอเวลาพระท่านเริ่ม ยถา ฯลฯ ก็ให้เราทำใจจรดลงไปที่ศูนย์กลางกาย นึกองค์พระให้ใสที่สุด แล้ว ก็เริ่มอธิษฐานในระหว่างที่พระให้พร หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านบอกว่า เวลาพระให้พร คำอธิษฐานที่เราอธิษฐานก็จะติดไปกับพรพระด้วย คำให้พรของพระจะดังไปถึงพระนิพพาน จะนำคำอธิษฐานที่เราอธิษฐานไว้ดีแล้ว ไปสู่พระนิพพานด้วย ให้พยายามนึกอธิษฐานให้ดี ฝึกให้มากๆ เข้า แล้วจะเป็นไปเอง ต่อไปก็ชำนาญ
ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น
คนเราจะหนีสิ่งที่ตนเองทำไว้ไม่ได้ จะวิ่งหนีบุญ ก็หนีไม่พ้น จะวิ่งหนีบาป ก็หนีไม่พ้น เพราะทั้งบุญและบาปติดที่ศูนย์กลางกายของเรา จะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นแน่นอน ใครสั่งสมอย่างไร ก็ได้ผลอย่างนั้น สร้างความดี สร้างกุศล ก็ได้บุญ ได้ความสุข




 

Create Date : 22 กันยายน 2552    
Last Update : 22 กันยายน 2552 10:09:54 น.
Counter : 1022 Pageviews.  

การสร้างพระ

ประเพณีการสร้างพระของชาวพุทธ
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา



นานนับศรรตวรรษที่ชาวพุทธไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
นิยมสร้างพระเพื่อไว้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ
และแสดงความเคารพต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพราะการแสดงความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นั้นมาจากก้นบึ้งแห่งสันติภาพภายในใจของชาวพุทธเอง

สมัยโบราณผู้ที่มีโอกาสสร้างพระก็มีแต่พระราชาเท่านั้น

เราอาจเคยได้ไปนมัสการสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง แต่ละแห่ง
ก็จะมีองค์พระอยู่ในนั้น
เป็นองค์พระเรียงราย แบบหน้าตักชิดติดกับหน้าตักองค์พระอีกองค์
เรียงต่อกัน
บางแห่งแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว
ก็ยังมีหลักฐานหลงเหลืออยู่ให้นักท่องเที่ยวไปกราบไหว้
ยังคงให้ระลึกถึงพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต
และสนใจเรื่องราว มาปฏิบัติธรรมกัน



ชาวไทยนิยมสร้างพระพุทธรูปมา
ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ประมาณ พ.ศ. 1300-1400
จนถึงสมัยรัตนโกสินในปัจจุบัน แต่พุทธลักษณะในการสร้างจะแตกต่างกันไปตามศิลปินผู้จัดสร้าง แต่ไม่ว่าพุทธลักษณะ
จะแตกต่างกันอย่างไร แต่จุดประสงค์ของการจัดสร้าง
เพื่อแสดงความเคารพนบนอบต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นั่นก็คือการบูชา
พระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ
ของพระองค์ ก็ยังมีอยู่ดุจเดิมในทุกยุคทุกสมัยไม่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งการแสดงความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็จะนำมาซึ่ง
ความสุขใจและการปลูกฝังสันติภาพ
ในใจก็เริ่มต้นจาการบูชาบุคลที่ควรบูชานั่นเอง



นอกจากการสร้างพระนอกจะเป็นการแสดงออกทางจิตใจ
ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเคารพและบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
ก็ยังเป็นการบ่งบอกถึงความเจริญของ
พระพุทธศาสนาที่มีอยู่ในยุคนั้นอีก
ด้วย ซึ่งความเจริญของพระพุทธศา่สนาจนถึงปัจจุบัน
ก็มีเหตุมาจากการสร้างพระและบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ของคนไทยนั่นเอง


การสร้างพระปฎิมากร
ถวายเป็นพุทธบูชาแม้เพียงองค์เดียว ย่อมมีอานิสงค์อันยิ่งใหญ่
ไพศาลสุดประมาณ เพราะเป็นการหล่อกายมหาบุรุษ
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐที่ทรงเมตตาบอกหนทาง
แห่งการดับทุกข์และพระนิพพานแก่สรรพชีวิต
ในห้วงวัฎสงสาร

พระธรรมกายประจำตัว คือพุทธปฎิมากร
ที่ถอดแบบมาจากลักษณะมหาบุรุษ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


อานิสงค์ของการสร้างพระธรรมกายประจำตัว

1. ทำให้มีกำลังใจสูงส่ง

2. ทำให้เกิดในตระกูลสูง

3. ทำให้เป็นผู้มีรูปงาม

4. ทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

5. ทำให้เป็นสัมมาทิฎฐิ

6. ทำให้มีจิตใจหนักแน่น มั่นคงในธรรมะ

7. ทำให้เข้าถึงฐานะอันเลิศ

8. ทำให้ไปตัดรอนวิบากกรรมเก่า

9. ทำให้ผลบุญนี้จะติดตามเราไปทุกภพทุกชาติ




การสร้างพระธรรมกายประจำตัวเพื่อประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์


มหาธรรมเจดีย์จะเป็นเจดีย์เพื่อสันติภาพโลก
และเพื่อเป็นสถานที่แห่งการปฏิบัติธรรมของพุทธบริษัททั้ง 4
ทั่วโลกเป็นจำนวนล้านคน และจะมีอายุยืนยาวถึง 1,000 ปี
มหาธรรมกายเจดีย์จะเป็นสถานที่ประดิษฐาน
การสร้างพระ 1,000,000 องค์
ซึ่งพระประจำตัวของผู้มีบุญแต่ละองค์จะจารึก
ชื่อของผู้มีบุญที่ได้สละทรัพย์มาสร้างพระ
ไว้เป็นสถานที่รองรับพุทธบริษัททั้ง 4
ซึ่งองค์พระธรรมกายประจำตัวนี้จะมีขนาดหน้าตักประมาณ 1 คืบ
และผลิตด้วยวัสดุที่มีความคงทนที่จะอยู่ไปยาวนานถึง 1,000 ปี


//www.dmc.tv/images/world_news/170252/Maha_Dhammakaya_Cetiya1.jpg

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การสร้างพระนั้นเป็นส่วนหนึ่ง
ของการสร้างสันติภาพภายในใจ
การเป็นเจ้าขององค์พระธรรมกายประจำตัว
จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพบนโลกใบนี้
เพราะการรวมตัวกันของพุทธบริษัทจำนวนล้าน
ไม่ใช่จะเกิดขึ้นอย่างง่ายดายนัก
และเมื่อสาธุชนจำนวนล้านมาปฏิบัติธรรม
กระแสของความดีและกระแสของสันติภาพก็
จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้






องค์พระธรรมกายประจำตัวจำนวน 700,000 องค์
ภายใน มหาธรรมกายเจดีย์

โอกาสสุดท้ายที่จะเป็นเจ้าขององค์พระ 1
ขอเชิญทุกท่านที่อยากเป็นส่วนหนึ่ง
ในการสร้างสันติภาพบนโลกใบนี้
เป็นเจ้าขององค์พระธรรมกายประจำตัว
เพื่อประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์
และร่วมกันหล่อพระธรรมกายทั้งหมด
ในวันคุ้มครองโลกที่ 22 เมษายน 2552

มาร่วมกันสร้างบุญใหญ่ในครั้งนี้
มาเติมบุญ บารมี เพื่อตนเอง
และอุทิศให้บุคคลอันเป็นที่รัก
ของเรากันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพระธรรมกายประจำตัว
พระธรรมกายประจำตัว ณ มหาธรรมกายเจดีย์
(พระภูเบศ ฌานาภิญโญ)
พระธรรมกายประจำตัว ที่จะประดิษฐานบนมหาธรรมกายเจดีย์นั้น
ไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน เพราะเป็นพุทธลักษณะที่จำลองมาจากธรรมกายที่อยู่ในตัวของเรา ซึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ตั้งใจถอดแบบออกมาให้เหมือนจริง ท่านพยายามถอดจากละเอียดมาเป็นหยาบ ก่อนที่จะสร้าง ท่านคิดมาแล้วหลายปี แล้วก็ทดลองสร้างมาแล้ว ๑๙ ปี
เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า พระธรรมกายที่ท่านสร้างขึ้นมา
จะตรงตามลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ มากที่สุด แล้วก็สวยงาม งดงามสง่ามาก
การหล่อพระธรรมกายประจำตัว
(พระรังสฤษดิ์ อิทธิจินตโก)
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ให้โจทย์
ในการสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวว่า
จะต้องประดิษฐานนานกว่า ๑,๐๐๐ ปี
เมื่อได้รับโจทย์นี้มาสิ่งที่หลวงพี่คิดถึงเป็นอันดับแรกก็คือ
มหาธรรมกายเจดีย์ของเราสร้างมาด้วยความยากลำบาก
ด้วยปัจจัยของสาธุชนที่ได้มาด้วยความยากลำบาก


ก็อยากจะให้งานชิ้นนี้เป็นงานที่มีค่าที่สุดในโลก

เป็นมรดกของโลก

ก็เลยคิดว่าสูตรโลหะต้องดี

ความหนาพอเหมาะ เทคนิคการหล่อต้องดี
ถึงจะทำให้องค์พระธรรมกายประจำตัว ที่จะนำไปประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์ เป็นองค์พระที่มีความคงทน
และสามารถเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด
เพราะองค์พระต้นแบบนี้
เป็นองค์พระที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ได้ถอดแบบมาจากการประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นรายละเอียดขององค์พระทั้งหมด ตั้งแต่สัดส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายนี้ ต้องให้ครบถ้วนที่สุด ดังนั้นจึงต้องไปศึกษากระบวนการ วิธีการทำงานว่าการหล่อโลหะประเภทไหน ถึงจะเก็บรายละเอียดได้มากถึงขนาดนั้น ซึ่งวิธีการแบบนี้ การหล่อของคนโบราณยังไม่สามารถรองรับได้ ก็เลยไปทดลองและพบว่า ระบบการหล่อของต่างประเทศนั้น มีระบบเซรามิคเชลล์ (Ceramicsell) มีการใช้น้ำเซรามิค ใช้ทรายที่เป็นพวกแร่มูไรท์ ซึ่งทำให้โครงสร้างของพิมพ์ต้นแบบนั้น แข็งแรงพอที่จะรองรับ น้ำโลหะที่มีอุณหภูมิถึง ๑,๒๐๐ ํC ได้ เพราะโลหะที่นำมาใช้ในการสร้างองค์พระ เป็นเนื้อสูตรโลหะที่คงทนแล้วก็มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ รับรองว่าอยู่ได้กว่า ๑,๐๐๐ ปี แน่นอน สูตรโลหะไม่ว่าจะเป็นองค์พระที่ประดิษฐานบนมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นโลหะที่ทำโดมเจดีย์ หรือ Step Cladding ของเจดีย์ก็ตาม ทั้งสามส่วนนี้เป็นโลหะชนิดเดียวกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงมีความคงทนถาวรมากที่สุด
การเลือกเฟ้นสถานที่ผลิตองค์พระฯ
โรงงานที่จะหล่อพระธรรมกายประจำตัวนี้ คณะกรรมการได้เลือกเฟ้นโรงงานที่มีความเหมาะสม มีพื้นที่พอเหมาะและมีเงินทุนพอที่จะทำได้ เพราะ เราต้องการให้ชิ้นงานนั้นทำที่เดียว ไม่ให้รั่วไหลไปที่อื่น เพราะเราเกรงปัญหาเรื่องการสูญหายของชิ้นงาน เพราะชิ้นงานที่เป็นองค์พระประจำตัว ซึ่งมีการจารึกรายชื่อของท่านผู้เป็นเจ้าภาพ ถ้ารั่วไหลไปที่อื่น ชื่อนั้นก็จะติดไปอยู่ด้วย ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงระวังเรื่องนี้เป็นที่สุดทีเดียว ถึงกับมีการจ้างระบบ Security ดังนั้นโรงงานที่รับเรื่องนี้ ต้องเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่จะรองรับงานนี้ได้ สำหรับโรงงานที่ญี่ปุ่น เขามีคุณสมบัติและความสามารถในการทำงานเรื่ององค์พระได้ แต่เราไม่ได้ว่าจ้างเขาทำ เพราะอยู่ต่างประเทศ ไกลหูไกลตาเกินไป เราไม่สามารถที่จะควบคุมและรักษาความปลอดภัยของชิ้นงานได้ เราจึงหาโรงงานในประเทศซึ่งจะควบคุมเรื่องนี้ได้
ผู้ทำการหล่อองค์พระฯ ต้องรักษาศีลด้วย
ถ้าจะพูดถึงกระบวนการในการหล่อองค์พระฯ เนื่อง จากเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่จะเป็นของคู่โลก เพราะฉะนั้นจึงต้องให้ทุกคนที่ทำงาน อย่างน้อยต้องสมาทานศีล ๕ และนายช่างผู้เทโลหะก่อนที่จะเทโลหะต้องสมาทานศีล ๕ เสียก่อน และแต่งชุดขาวในปริมณฑลที่มีการเท เพื่อให้งานของเราเป็นงานที่ศักดิ์สิทธิ์
ขั้นตอนต่างๆ ในการหล่อองค์พระฯ จากต้นแบบที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตาส่งให้กับคณะกรรมการจัดสร้างมานั้น มีหน้าตักระหว่างเข่าซ้ายถึงเข่าขวา ๑๕ ซม. มีความสูง ตั้งแต่พื้นฐานด้านบนจนถึงจอมกระหม่อม ๑๕ ซม. ส่วนฐานนั้นมีความสูง ๓ ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางของฐาน ๑๘ ซม. และท่านเป็นผู้ดูแลการปั้นองค์พระต้นแบบทั้งหมด เพื่อให้ได้สัดส่วนเหมือนกับองค์พระธรรมกายภายใน ต่อจากนั้นจึงมาเป็นชิ้นงาน Master Piece กระบวนการต่อไปคือการทำพิมพ์ยาง แล้วทำเป็นชิ้นงานขี้ผึ้ง เมื่อเป็นขี้ผึ้งเสร็จแล้ว เอามาเคลือบด้วยน้ำเซรามิค ๙ ชั้น ตามกระบวนการของระบบเซรามิคเชลล์ เมื่อได้องค์พระ ที่มีเซรามิคเคลือบแข็งแรงดีแล้ว เราจะไล่ขี้ผึ้งออก แล้วอบเซรามิคให้ร้อนด้วยอุณหภูมิ ๑,๐๐๐ ํC จากนั้นก็หลอมน้ำโลหะเทลงไป ในที่สุดจะได้องค์พระธรรมกายที่จะประดิษฐาน มีขนาดเท่ากันทุกประการ ที่เลือกเอาระบบเซรามิคเชลล์ มาใช้ในงานหล่อโลหะครั้งนี้ วัตถุประสงค์คือเพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด และเพื่อให้ได้โมลด์ (Mould) ที่มีคุณภาพสำหรับรองรับน้ำโลหะที่มีอุณหภูมิสูง เนื่องจากน้ำโลหะมีน้ำหนักมาก เพราะฉะนั้นเกราะนี้ จะต้องเป็นเกราะที่มีความแข็งแรงมาก
การจารึกรายชื่อเจ้าภาพองค์พระฯ การจารึกรายชื่อผู้เป็นเจ้าภาพองค์พระประจำตัว จะจารึกที่ขอบฐานในแนวดิ่ง ตามเอกสารยืนยันอักขระรายชื่อเจ้าภาพองค์พระธรรมกายประจำตัว ที่เจ้าหน้าที่จะส่งไปให้เจ้าภาพตรวจสอบและยืนยันครั้งสุดท้าย ซึ่งจะใช้อยู่ใน ๓ ภาษา คือ ภาษาไทย จีน อังกฤษ โดยจะจารึกชื่อด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สั่งจากต่างประเทศเข้ามาทำงานนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นพระธรรมกายประจำตัวของทุกท่าน จะเป็นองค์พระที่มีคุณภาพที่สุด มีความสวยงามและคงทนสำหรับมหาธรรมกาย เจดีย์ของเราที่จะอยู่กว่า ๑,๐๐๐ ปี
มีการตรวจสอบคุณภาพองค์พระฯ ทุกขั้นตอน เราสั่งวัตถุดิบตามสูตรที่กำหนดจากอเมริกา นำเข้ามาเป็นโลหะซิลิกอนบรอนซ์ สำเร็จรูป (Ingot) สั่งเข้ามาเป็นงวดๆ ทั้งหมดประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน จากนั้นมีการตรวจคุณภาพโดยเจ้าหน้าที่ของวัด ตั้งแต่ขบวนการในการตรวจสอบไม่ให้ส่วนผสมของโลหะผิดเพี้ยน กระบวนการในการทำขี้ผึ้งหุ่นองค์พระ การจัดทำรายชื่อการจารึกชื่อและการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อการดูแลคุณภาพในการหล่อทั้งหมด ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีคณะกรรมการตรวจสอบในขั้นต่างๆ เพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน
การประดิษฐานองค์พระฯ บนมหาธรรมกายเจดีย์
(อ.วิจิตร ชินาลัย)
พระธรรมกายประจำตัว ที่จะนำไปประดิษฐานบนมหาธรรมกายเจดีย์นั้น มีน้ำหนักองค์ละประมาณ ๒.๕ ก.ก. พระธรรมกายนี้จะหล่อด้วยบรอนซ์ หรือทองสัมฤทธิ์พระธรรมกายจะประดิษฐานอยู่บนโดม และเชิงลาดโดมของมหาธรรมกายเจดีย์ วิธีการขั้นต้น ในการประดิษฐานพระธรรมกายบน โดมนั้น เนื่องจากพระธรรมกายมีขนาด ๑๘ ซม. พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีดำริให้หาวิธีการประดิษฐานให้องค์พระต่อเนื่องสัมผัสถึงกันหมดทุกองค์ ให้เชื่อมโยงในทางราบและเชื่อมโยงในทางแนวตั้งด้วย ฐานของพระธรรมกายองค์บน จะต้องติดกับเศียรของพระธรรมกายองค์ล่าง ดังนั้น การประดิษฐานองค์พระจึงเป็นการยากมาก องค์ที่อยู่บนสุดจะเป็นองค์ที่จารึกชื่อของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย จะอยู่ตรงศูนย์กลางของโดม จากนั้นแถวถัดมาจะเรียงตามลักษณะของวงกลม แถวหนึ่งจะมี ๑ องค์ และเพิ่มจำนวนตามลำดับ การประดิษฐานองค์พระ เราจะใช้แนวแกนทิศใต้พระธรรมกายองค์ปฐมจะหันหน้าทางทิศใต้ องค์ถัดไป ในแถวที่ ๒ ก็จะหันหน้าไปเช่นเดียวกัน ทุกแถวหันหน้าไปทางทิศใต้หมด แล้วเรายึดเอาแกน ๖๐ องศา คือทุกๆ ๖๐ องศา แนวพระพักตร์ของพระธรรมกายจะหันออกไปทางเดียวกันเป็นแกน เพื่อให้เห็นเป็น Section
ด้วยวิธีการนี้เราจะทราบแนวทางในการประดิษฐานองค์พระธรรมกาย
การประดิษฐานองค์พระธรรมกายลงบน
Cladding หรือแผ่นผิวทองสัมฤทธิ์นั้นก็มีความสำคัญ
คณะทำงานได้ใช้เวลาศึกษากันมาก
ในเรื่องของแรงลม การหลุดร่วง การสูญหาย
ได้พัฒนาวิธีการประกอบองค์พระธรรมกายติดกับฐานที่
ประดิษฐานองค์พระ โดยใช้เวลานานพอสมควร
จนสรุปว่าจะใช้ระบบความร้อนขยายฐานองค์พระออกไป
ประมาณ ๑-๑.๕ ม.ม. แล้วนำองค์พระสวมลงบนแป้นรับฐาน
พออุณหภูมิเย็นลงฐานจะหดตัว แล้วเกิดแรงบีบในแป้นรับฐานองค์พระเอง เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะชำรุดเสียหาย

ทั้งแรงลม ทั้งภัยจากมนุษย์
ก็ยากที่จะทำลายหรือดึงองค์พระออกไปได้
นอกจากนั้นเรายังทำเทคนิคบางประการเ
พื่อป้องกันชั้นที่ ๒ เผื่อจะมีการคลายตัว
หรือทำความร้อนที่ฐานให้ขยายเพื่อดึงองค์พระออกอีกด้วย
เราได้ทำการทดสอบแล้วว่า เมื่อองค์พระธรรมกายติดกับฐานบน
Cladding แล้ว จะสามารถทนแรงดึงได้สูงมาก
นั่นก็หมายความว่า เป็นการยากที่ใครจะสามารถดึงองค์พระให้หลุดไป
จากฐานได้ แม้จะดึงออกไปได้แต่องค์พระก็จะขาด
เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะขโมยองค์พระที่สมบูรณ์ออกไปได้เลย
ตำแหน่งพระธรรมกายประจำตัวของแต่ละคน
(อ.วิจิตร ชินาลัย)
ถ้าเราต้องการเช็คดูว่า พระธรรมกายประจำตัวของเรานั้น อยู่ตำแหน่งไหน สามารถตรวจสอบได้

สนใจรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือติดต่อขอรับบริจาคได้ที่ pr@ dmc.tv หรือ donation@ dmc.tv โทร 02-831-1771




 

Create Date : 07 มีนาคม 2552    
Last Update : 7 มีนาคม 2552 16:45:38 น.
Counter : 523 Pageviews.  

1  2  

เภสัช
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เภสัชจุฬ่า รุ่น 57
ออนไลน์ขณะนี้
Friends' blogs
[Add เภสัช's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.