Me 2 Story - สองคนผจญภัย
Group Blog
 
All blogs
 

How we became me 2 .... (part 4)

หวัดดีครับ กลับมาตอน 4 เพื่อนๆอาจสงสัยว่าเล่ามาตั้ง 3 ตอน ยังไม่ถึง 3 เดือนเลย แล้วต้องมีกี่ตอนถึงจะหมด 10 ปี จิงๆแล้ว เรื่องราวจะเข้มข้นตอนก่อนที่เราจะคบกัน (ปีที่ 1) และปีที่เราเลิกกันครับ (ปีที่ 7) เพราะฉะนั้น จบแน่นอนครับ ต่อกันเลยนะครับ

หลังจากนั้น ผมก็กำลังขึ้นปี 2 และขณะนั้นมีงานก็ฬา freshy ในช่วง กค. พวกผมก็เข้าร่วมด้วย เพื่อนๆอาจสงสัยว่าผมปี 2 ทำไมถึงเล่นกีฬาปี 1 จิงๆแล้ว คณะ inter เปิดเทอมเหมือนเมืองนอก คือ กันยายน พวกผมจึงเล่น freshy game ไม่ทันตอนปี 1 จึงได้มาเล่นปี 2 แทน ผมก็เล่นบาส วอลเลย์ และเป็นกัปตันเชียร์ลีดเดอร์

มีวันนึง ผมไม่มีเรียนบ่าย จึงมาเดิน central ปิ่น เล่นกับเพื่อน พอตอนกลับเพราะมีซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ตอนเย็น ผมมาขึ้นรถตู้กลับศาลายา พอขึ้นรถมาก็มีคนทัก พอหันไปดู เป็นแนนครับ แนนเป็นลีดคณะตอนปี 1 แนนเลยต้องเป็นพี่เลี้ยงซ้อมน้องให้ แนนก็ต่อว่า ว่าทำไม่ไม่ติดต่อเลย ผมก็คิดในใจว่า ยังไม่รู้เหรอว่าทำไมไม่อยากติดต่อ แต่เพราะแนนต้องมาศาลายาทุกวัน และต้องทำเกี่ยวกับเชียร์เหมือนกัน จึงเจอกันตลอดโดยปริยาย ทำให้เราเริ่มเจอกันทุกวัน และกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม และเป็นช่วง summer ของคณะผมและผมมีเรียนข้างๆศิริราชพอดี (บังเอิญแฮะ)

พอมาคุยกัน แนนก็บอกว่าแนนเลิกกับแฟนแล้ว ช่วงปิดเทอมที่แนนกลับบ้านแล้วไปเจอแฟนตัวเองควงสาว (แนนกะแฟน เป็นคนบ้านเดียวกันคับ บ้านนอก 5555 ล้อเล่นคับ) ผมก็มีความหวังสิ เลยติดต่อกันเรื่อยมา แต่ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ในที่สุดก็อีหรอบเดิมครับ วันที่ผมชวนแนนไปดู Armageddon

และระหว่างที่รอหนังฉาย เราไปกิน Chester Grill กัน แนนก็เลยบอกผมว่า แฟนกลับมาขอคืนดี แนนก็เลยจะกลับไปคืนดีด้วย อึ้งคับ บอกตรงๆ แล้วแนนก็บอกว่าแนนยังไม่เจอเขา แนนอยากให้จิมพาแนนไปส่งหาเขา โห... ต้องไปส่งอีกเนี่ยนะ ส่งไปหาแฟนด้วย หลังจากนั้นก็เข้าดูหนัง โห หนังซึ้ง ตัวเราก็เศร้า น้ำตาแทบแตกบ่อ

หลังจากนั้นเราก็เลยเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม (ที่จริงก็ไม่เคยเป็นอย่างอื่นอยู่แล้วนี่หว่า ) แต่เราก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมสงสัย หลังจากนั้นหลายเดือน แนนจึงสารภาพว่า วันที่ผมไปส่งแนนกลับไปคืนดีกับแฟน ที่มหาลัยศรีปทุม (มหาลัยที่แฟนแนนเรียน) พอแนนเจอแฟน แนนก็ดีใจมาก พอนั่งเล่นกันแป๊ปนึง (ผมกลับไปแล้วนะ ไม่อยู่รอดูหรอก) เขาจะพาแนนไปกินข้าว ดูหนัง เสร็จแล้วเขาบอกว่าแล้วจะไปส่งแนนกลับหอแนน เพราะเขาจะไปเที่ยวต่อกับเพื่อน แนนก็บอกว่าแนนขอไปด้วยสิ จะได้เจอเพื่อนๆของแฟนตัวเองบ้าง เขาก็เลยพูดอย่างรำคาญว่า เอ๊ะ ได้คืบจะเอาศอกเหรอ แนนสติขาดครับ นั่งนิ่งๆ ไม่พูดอะไร ลุกแล้วเดินออกมา แล้วเลิกติดต่อเขาอีกเลย โทรมาก็ไม่รับ ไปหาที่หอพยาบาลก็ไม่มาเจอ

ผมก็งงเพราะตอนทะเลาะหรือ จะเลิกกัน แนนทั้งเศร้า ทั้งร้องไห้ จะเป็นจะตาย พอถึงฟางเส้นสุดท้ายนี่น่ากลัวจิงๆ นิ่งมาก แต่ผมก็ยังไม่เชื่อแนน และยังไม่เป็นแฟนกันสักที จนเราเป็นอย่างนี้มาอีกครึ่งปี คนก็บอกว่าเราเป็นแฟนกัน ผมก็งง ก็เลยถามแนนว่าเราเป็นแฟนกันเหรอ แนนก็ตอบว่าแนนก็ไม่รู้ คนก็พูดกันเยอะ เราก็เลยตกลงว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ (อย่างงงๆ ) ก่อนวาเลนไทน์ไม่กี่วัน จึงไม่เคยรู้เลยว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆตอนไหน

และที่ทำให้เราเป็นแฟนกัน เพราะความรู้สึกจริงๆแล้ว เรารู้สึกชอบกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน ข้างหน้าโรงอาหารแล้ว แต่แนนมีแฟนแล้ว และรักแฟนมาก จึงไม่ได้สนใจผมจริงๆจังๆ

เราคบกันมา มีงอนมีดี มีทะเลาะกันบ้าง และเราก็จบออกมาทำงานทั้งคู่ จนขึ้นปีที่ 7 ของเรา เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น และผมจะต้องกลับไปเรียนต่อโทที่ขอนแก่น ช่วงนั้นแนนก็บอกกับผมว่า ผมเป็นคนที่แนนรัก แต่ผมไม่ใช่คนที่แนนฝัน ผมก็รู้สึกอย่างนั้นกับแนนเหมือนกัน พอผมกลับมาสอบโท และย้ายกลับบ้านได้สักพัก แนนก็โทรมาว่าแนนไม่อยากรอ ไม่อยากทนแล้ว เราเลิกกันเถอะ ผมจึงตกลง (และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมยอมเลิกโดยไม่ตามง้อ เพราะเราหมดความรู้สึกดีๆกันแล้ว) และเราก็เลิกกัน (ตามอาถรรภ์ปีที่ 7 เฮี้ยนจิง )

แล้วมาติดตามต่อนะครับ ว่าเรากลับมาคบกันได้มั้ย ( ก็ต้องได้สิ จะแต่งงานกันอยู่แล้วนิ)




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 ธันวาคม 2550 13:06:02 น.
Counter : 325 Pageviews.  

How we became me 2 .... (part 3)

ไม่ได้มาเล่าเรื่องตั้ง 2 เดือน ติดงานครับ เตรียมถ่ายรูป outdoor ด้วย และทำการ์ดแต่งงานต่างหาก ใครอยากดูการ์ดแต่งงาน พึ่งเผางานมาสดๆร้อนๆ ไปที่ Me2Wedding ได้ครับ แถบด้านซ้ายมือ มาต่อกันเลย

หลังจากนั้นผมก็ตีตัวออกห่าง ไม่อยากไปยุ่งมาก แต่แวบได้ไม่ถึงวัน แนนก็จิกหัวตาม บอกว่าเรายังเป็นเพื่อนกันได้นี่ เราเป็น buddy หอกันนะ ผมก็คิด ... เออจริง

หลังจากวันนั้น เราก็เลยเป็นที่ปรึกษากัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน วันก่อน วาเลนไทน์ แนนยังชวนผมไปซื้อกระดาษมาพับดาวให้แฟนเขาเลย แนนดูมีความสุขมากเล่าเรื่องแฟนให้ผมฟังตลอด (เออ เล่าให้คนที่เข้ามาจีบฟังเนี่ยนะ ) พอช่วงหลังเลิกเรียน แนนก็จะชวนผมไปนั่งแถวม้าหินอ่อน ใต้หอ 7 พับดาว ผมก็นั่งเป็นเพื่อน บางทีก็แว่บไปเล่นบาสที่โรงช้างข้างหลัง (ชาวศาลายาน่าจะรู้จักนะครับ)

ทุกครั้งที่แนนเขาทำอะไรให้แฟน ผมจะรู้สึกชื่นชมมากเลย ว่าแนนเขาเป็นคนที่มีความสุขมาก เมื่อทำอะไรให้คนที่ตัวเองรัก แต่ในที่สุดแนนกับแฟนก็ทะเลาะกัน ก่อนวันวาเลนไทน์วันเดียว แล้วแนนบอกว่าจะไม่ไปหาเขา (อ้าวๆ จะเลิกกันเหรอ) ไม่หรอกครับ ผมนี่แหละ เป็นคนปลอบใจแนน

แล้ววันวาเลนไทน์ ก็เป็นคนนั่งรถเมล์จากศาลายา ไปส่งที่อนุสาวรีย์ เพราะเขานัดกันที่นั่น (โอว์ แมนจิงๆ )

หลังจากนั้นเขาก็รักกันเหมือนเดิม ผมก็เหมือนเดิม ต้องเป็นที่ปรึกษาให้ชาวบ้านเขา (ตัวเองยังจะไม่รอดเลย ) แต่พอวันใกล้ถึงวันอำลาศาลายา (ที่มหิดลจะเรียนที่ศาลายาปีเดียว แล้วจะแยกย้ายกันไปตามวิทยาเขตต่างๆ ยกเว้นคณะอินเตอร์ (INTER) วิศวะ (EG) สิ่งแวดล้อม (EN) และดุริยาคศิลป์(MUSIC) แนนเรียนอยู่พยาบาลศิริราช จึงได้ไปเรียนที่วิทยาเขตศิริราช ผมจึงขอว่าให้แนนอยู่เป็นเพื่อนผมวันอำลา (แหม อยากทำซึ้ง) แต่ในที่สุด 555 แนนไปกับแฟนคับ ผมก็เลยเฮอากับเพื่อนๆคณะอื่นเลย

พอรุ่งเช้าแนนก็โทรเข้าเบอร์หอ ผมก็คลานไปรับ (เมาครับ) แนนก็ถามว่าเมื่อคืนโทรหาก็ไม่เจอ แนนบอกแนนกลับมาเที่ยงคืน (เออ แล้วใครจะรอเจ๊ล่ะ เที่ยงคืนถึงโทรมา ผมก็ตะลอนไปทั่วแล้ว) แนนก็ถามว่าจะมาช่วยขนของมั้ย ผมก็บอกมีเรียน จิงๆโกรธ เพราะผิดนัดเรานี่ ตั้งแต่วันนั้น ผมกับแนนก็ขาดการติดต่อกันไปเลย

โอวๆๆ จะเป็นงัยต่อเนี่ย มาติดตามต่อตอนที่ 4 ละกัลครับ




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2550 21:27:17 น.
Counter : 272 Pageviews.  

How we became me 2 .... (part 2)

สวัสดีครับ แหม...หายไปนานเลย เผอิญยุ่งๆก็เลยไม่ได้เขียนต่อซะที มาต่อ part 2 กันเลยนะครับ

พอวันที่ 27 มกราคม มาถึง เราก็นัดเจอกันที่หน้าโรงอาหารมหาลัย พอกลุ่ม 4322 เดินมา เออ.... อึ้งไปนิด นี่เป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 555 (หัวเราะทำมัยเนี่ย )

พวกเราทั้งหมดก็เลยนัดไปทานข้าวกันที่ร้าน canteen (ไม่รู้ยังอยู่หรือเปล่า ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหร่อยมากเลย อิอิ ) แล้วบังเอิญว่าเราได้นั่งฝั่งตรงข้ามกันพอดี ตอนแรกๆก็ไม่ได้คุยไรกัน ไปๆมาๆ คนอื่นๆก็เริ่มคุยกะคนที่ที่นั่งตรงข้ามตัวเองกันหมด ก็เลยไม่รู้ทำไร คุยบ้างดีฝ่า (ยังฟอร์มจัดอยู่ )

คุยไปคุยมา เห็นแนนใส่นาฬิกา fossil บังเอิญชอบยี่ห้อนี้พอดี เลยขอดู ไปๆมาๆ พอทานข้าวเสร็จและเดินไปส่งกันที่หน้าหอ 4 เลยแอบติดกลับไปด้วยเลย (จิงๆจะได้มีข้ออ้างมาเจอกัน 555 จั๊กจี๋จิงๆ ทำไปได้งัยตอนนั้น )


รูปรูมเมตครับ มี 1.หยี RA (แพทย์รามา) ไอ้นี่แหละที่เคืองผมไปเป็นเดือน เพราะอยาก take ห้องสาวตัวเอง 2.อีหม่อม BM (แพทย์วิชระ) โกอินเตอร์มีผัวฝรั่งอยู่ช่วงนึง 3. โฟร์ BM (แพทย์วิชระ) เรียบร้อยมาก แต่ได้ข่าวว่าลึกในเหมียนกัล และ 4.ผมเอง

พอวันรุ่งขึ้น ตอนกลางวันเดินไปทานข้าวที่ canteen คนเดียว (ก็ชอบไก่ผัดเม็ดมะม่วงนิ ทานเกือบทุกวัน) เจอแนนกะเพื่อนอีกคนนึงรออยู่หน้าร้านบอกว่าเอานาฬิกาคืนมาด้วย ก็เลยถามว่าแล้วทำไมมารอตรงนี้ แนนเลยตอบว่าก็ page (ตอนนั้น ยุคนั้นใช้ pager ครับ แค่นี้ก็หรูแล้ว โอว...) ก็เลยงงเพราะผมไม่ได้รับข้อความเลย เออบังเอิญจิงๆก็เลยชวนทานข้าว (นั่น แผนสูงจิง) วันนั้นแนนทานนิดเดียวเลยคิดว่า อึมเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยทานมั้ง รักษาหุ่น (มารู้ทีหลังว่าจริงๆแล้วทานมาแล้ว ที่จริงคุณเธอทานยังกะปอป กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ทานเยอะกว่าผมอีก สร้างภาพจิงๆ )

ระหว่างที่คุยกันผมบังเอิญเห็นสมุด lecture ก็เลยขอดู แนนแย่งออกจากมือผมเลยบอกไม่ให้ดู ก็งงนิดๆแต่ไม่ว่าไร (มารู้ทีหลังว่าแนนแอบเขียนชื่อผมเล่นลงสมุด น่าน...ใจง่ายจิงๆ )

หลังจากวันนั้น เราก็คุยกันทุกวันโดยใช้โทรศัพท์หอ ใช้วิธีมารโทรฟรี โดยกดรหัสมอสกะเครื่องของหอเลย (เครื่องที่หอจะไม่มีแป้นกด แต่จะมีเซียนกดรหัสประจำหอ ที่สามารถใช้เครื่องกดเบอร์ได้โดยไม่ใช้แป้น ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น 555)

หลังจากนั้นอาทิตย์นึง มีงานเกษตรที่ม.เกษตรศาสตร์ ก็เลยชวนแนนไป กะเพื่อนผมอีก 2 คน ไปทั้งวันไม่ได้ไรกลับมาเลย จนจิงๆ พอเรากลับกันมา ก็มานั่งเล่นหน้าหอ 4 ตรงองค์พระ รอส่งแนน เพราะหอปิด 4 ทุ่ม ระหว่างนั่งคุยกัน มีผม แนน และ (ไอ้)ต่อ อยู่ๆเพื่อนเวรมันก็บอกว่า นี่แนนไม่รู้ตัวเลยเหรอ ไอ้จิมมันชอบแนน... โห...(อึ้งแดก ) วินาทีนั้น แทบจะเอาหัวมุดโต๊ะม้าหินอ่อน แนนก็ถามว่าจิงเหรอ (จะถามทำมัยวะ คนกำลังจะมุดโต๊ะ 555) คุยกันอีกแป๊ปนึง ก็แยกย้ายกัน ก็คิดดูละกันว่าผมกลับไปถึงห้องแล้วจัดการไอ้ต่อยังงัย เลือดสาดครับ


นี่รูปกลุ่มที่ไปงานเกษตรกันครับ มีผมกะแนนตรงกลาง ซ้ายเป็นเพื่อนแนนชื่อดาว (NS พยาบาลศิริราช) ขวาเป็นไอ้(ป๋า)วิน (BA-Inter) ขี้หม้อ ส่วนข้างล่าง ไอ้ต่อ (BA-Inter) ครับ นี่แหละตัวต้นเหตุ

เราคุยกันจนถึงวันงาน night ชื่อ mad dog (เชิญ big ass มาด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่ดัง ไม่เคยได้ยินชื่อกันเลย) ผมก็ไปกับแนนและเพื่อนแนนอีกคน(ดาวนั่นแหละ) พอกำลังเดินกลับหอกันหลังเลิกงาน แนนก็ถามว่า "จิมรู้หรือเปล่าว่าแนนมีแฟนแล้ว..." โอ้วๆๆๆๆๆๆๆ อึ้งแดกครับ ก็ทำฟอร์มไปว่ารู้แล้ว ที่จิงไม่รู้หรอก พอคุยกันอีกแป๊ปนึงก็แยกกลับไปเลย กลับถึงห้อง จน เครียด กินเหล้าทันที

แล้วพระเอกนางเอกเราก็ได้ลงเอยกันมั้ยเนี่ย มาต่อตอน 3 นะครับ




 

Create Date : 21 กันยายน 2550    
Last Update : 21 กันยายน 2550 15:25:22 น.
Counter : 342 Pageviews.  

How we became me 2 .... (part 1)

บล๊อคของพวกเรา นอกจากจะเล่าเรื่องราวของเราสองคนแล้ว เราคงจะเน้นที่งานอดิเรกของเราสองคนด้วยคือ การท่องเที่ยว และ การทำอาหาร/เบเกอรี่ แต่ยังงัยก็คงต้องเล่าเรื่องราวความเป็นมาก่อนละกัล จะได้ต่อด้วยเรื่องมันส์ๆ กะเรื่องอร่อยๆของเราต่อไป


ชื่อแนนค่ะ
ชื่อจริง : โสภิดา จันทร์แก้ว
บ้านเกิด : แพร่
การศึกษา :
ประถม/มัธยม - รร.นารีรัตน์วิทยา, แพร่
มหาวิทยาลัย - ม.มหิดล พยาบาลศาสตร์ศิริราช, กทม.
การทำงาน :
โรงพยาบาลศิริราช, กทม.
โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า, สมุทรปราการ
โรงพยาบาลวิชัยยุทธ, กทม.




กระผม กระทาชาย นายจิมมี่
ชื่อจริง : สตาวุฒิ วิบูลย์อุทัย
บ้านเกิด : ขอนแก่น
การศึกษา :
ประถม - รร.สวนสนุก, ขอนแก่น
มัธยมต้น - รร.ขอนแก่นวิทยายน, ขอนแก่น
high school - Takoma Academy, USA
มหาวิทยาลัย - ม.มหิดล(อินเตอร์) computer science, กทม.
มหาวิทยาลัย(โท)- ม.ขอนแก่น mba, ขอนแก่น
การทำงาน :
sunnytoday.com, กทม.
ธนาคารไทยพาณิชย์, กทม.
ร้านพิซซ่า แอนด์ เบค, ขอนแก่น



เรื่องมันมีอยู่ว่า....

ตอนปี40 ที่เราเรียนอยู่ที่ศาลายาด้วยกัน (ยังไม่รู้จักกัน) ช่วงเดือนพฤศจิกายน มีการเล่น buddy หอกัน คือเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ของนักศึกษาด้วยกัน (พูดง่ายๆครือ หาเรื่องรู้จักกัน จะได้จีบกัยง่ายนั่นแหละ )

เนื่องด้วยเหตุที่รูมเมตผม (หยี RA - ขอพาดพิงนิดนะ) มันทำการล๊อคห้องที่จะ take ไว้แล้ว เพราะมันปิ้งสาวอยู่คนนีง ไอ้ผม ด้วยความซื่อ(บื้อ) ไม่รู้เรื่อง พอเขาให้ไปจับ เลยจัดให้ซะ ได้ห้อง 4322 กะห้อง 10412 พอกลับมาที่ห้อง เพื่อนโวยวายใหญ่เลย มันไม่คุยกะผมเป็นอาทิตย์ (ดูมันทำ)

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มี buddy แล้วนิ ก็เลยจัดการซื้อขนมไป take บ้างตามโอกาส

จนมาถึงวันเฉลย buddy หอ (25 มกราคม 2541) ในที่สุด.....เราก็ไม่ได้เจอกัน เพราะดันนัดทั้งสองห้องไว้พร้อมกัน แต่ดันไปกะห้อง 10412 ลืมห้อง 4322 ไปซะสนิท พอกลับห้อง พวกกลุ่ม 4322 โทรมาด่าเช็ดเลย 555

จึงทำการนัดอีกทีวันถัดไป 2 วัน คือวันที่ 27 มกราคม 2541 เวลา 6 โมงเย็น อึม แล้วมะไหร่จะเจอกันละเนี่ย

ไว้ต่อตอน 2 ละกัลนะครับ




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 27 สิงหาคม 2550 12:56:32 น.
Counter : 1863 Pageviews.  

มาแนะนำตัวกันครับ/ค่ะ

สวัสดีครับ/ค่ะ เราสองคนชื่อ จิม กะ แนน ครับ





เราสองคนกำลังจะแต่งงานกัน ในวันที่ 8 มีนาคม 2551 และเราคบกันมาย่างเข้าปีที่ 10 แล้ว (วันที่ 27 มกราคม 2541)

นานเนอะ จึงอยากทำ website เป็นที่เล่าเรื่องราวของเราสองคน ส่วนทำไมต้องชื่อ me2story ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังครับ






 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 27 สิงหาคม 2550 12:56:47 น.
Counter : 271 Pageviews.  


Valentine's Month


 
dajimmie
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to our life's journey - สองคนผจญภัย ติดตามเรื่องราวมันส์ๆของเราสองคน ที่จะมาเล่าบอกเรื่องราวระหว่างเรา 2 คน และพร้อมทั้งพาเพื่อนไปที่ต่างๆ กัน ตามเรามานะครับ
Friends' blogs
[Add dajimmie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.