เกียวโต-JAPAN ALPS-โตเกียว PART#2




ทริป JAPAN ALPS  เดินทาง 11-15 May 2017




14 may 2017
เดินทาง สู่ แจแปน แอลป์  บนเส้นทางทาเทยาม่า
ปีนี้ เปิดใช้เส้นทาง 15 เมษายน - 30 พฤศจิกายน 2017



การเดินทาง เปลี่ยนพาหนะหลายอย่าง ต่อแถวกันหลายรอบเลยค่ะ
เครื่องกันหนาวก็ครบครัน เสื้อกันหนาวกันลม หมวก ถุงมือ
ที่นี่ ลมแรง อุณหภูมิวันที่ไป อุณหภูมิต่ำสุด 4 องศา แต่ตอนเดินน่าจะ 10 องศา
เสื้อขนเป็ดตัวเดียวอยู่ ไม่หนาวมากค่ะ กางเกงตัวเดียว ไม่ใส่ลองจอน 




จุดที่รถจอดให้ลง ชม snow wall คือ สถานีมูโรโด สถานี สูงที่สุดใน Japan Alps
ในตัวอาคาร มีอาหาร ของที่ระลึกจำหน่าย
ด้านหลังอาคาร เป็นลานสกี เดือนพฤษภาคม ยังมีคนไปเล่นสกี กันนะคะ





ส่วนด้านหน้าอาคาร เป็น snow wall ให้เดินถ่ายรูปได้
snow wall เกิดจากรถตักหิมะที่ตกมาให้พ้นจากถนน เพื่อให้รถวิ่งได้
ปีนี้ snow wall สูง ที่สุด 19 เมตร วันที่ไป snow wall สูง 16 เมตร
ปกติความสูงsnow wall 15-20 เมตร



สถานี ไดกันโบ เป็นจุดที่สวยที่สุด ของ Japan Alps
เป็นวิว ที่ ดูคล้ายเทือกเขา Alps ในยุโรป




เขื่อนคุโรเบะมีความสูง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ความสูงตัวเขื่อน 186 เมตร 
เป็นเขื่อนคอนกรีตแบบโค้ง(Arch dam) ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น 
ปริมาณการระบายน้ำ : 10 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 
ปริมาณการเก็บกักน้ำ : 2 พันล้านลูกบาศก์เมตร
 ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อปี : 1 หมื่นล้าน kWh

 เราเดินบนสันเขื่อนคุโรเบะ ระยะทาง 800 เมตร ที่นี่ ลมแรง แต่ไม่หนาวมาก
ตอนที่ไปน้ำค่อนข้างแห้ง ไม่มีการปล่อยน้ำ








เดินทางไปพักที่ SUN PLAZA YAMANAKAKO HOTEL บริเวณทะเลสาบยามานากะ
ที่โรงแรม มี ออนเซ็น ให้แช่ มีทั้งบ่อในร่ม และ บ่ออากาศธรรมชาติ

ที่โรงแรมนี้ เราได้ลงแช่ออนเซ็นเป็นครั้งแรก
บ่อออนเซ็นในโรงแรม จะแยก ชาย หญิง
การลงไปแช่ออนเซ็น  การเตรียมตัวจากบนห้องนอนคือถอดเสื้อผ้า และชุดชั้นใน
สวมยูกาตะของโรงแรม รวบผมให้เรียบร้อย และสวมรองเท้าแตะ
เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ลงไปใช้เช็ดตัวเมื่อแช่เสร็จ

เมื่อถึงบ่อแช่ ให้ถอดยูกาตะ เก็บผ้าเช็ดตัวในที่ ที่ รร.จัดให้
เดินเปลือย ไปยังบ่อแช่ อาบน้ำให้เรียบร้อย
การแช่ ให้เริ่มแช่เท้า แล้วหย่อนตัว แช่ครึ่งตัว แล้วค่อยแช่เต็มตัว
อุณหภูมิ บ่อ ออนเซ็น 40  องศา
แช่นานแค่ไหน ขึ้นกับสุขภาพแต่ละคน อย่านานเกินจนใจสั่น
แช่เสร็จ อาบน้ำ เช็ดตัวใส่ ยูกาตะเดินขึ้นห้องพัก
ควรดื่มน้ำเปล่า สักแก้ว หลังจากแช่เสร็จ

15 May 2017

เดินทางไปวัด อาซากุสะ วัดนี้มีจุดเด่นที่ โคมไฟสีแดงอันใหญ่
โคมไฟ จะมี 3 โคม อันใหญ่สุด จะอยู่ หน้าประตูคามินาริมง

ที่วัด อาซากุสะ จะมีชื่อเสียงเรื่องเครื่องราง  เราได้บูชาเครื่องราง มาด้วย ที่นี่ มีภาษาอังกฤษอธิบายเครื่องรางหมด สะดวกดีค่ะ

นักท่องเที่ยว และ คนญี่ปุ่น ไปวัดนี้เยอะมาก แทบไม่มีที่ว่างให้ถ่ายรูป
มีร้านขายของที่ระลึก และ ขนม มากมาย









ตอนบ่ายเป็นโปรแกรม ช้อปปิ้งที่ย่านชินจูกุ
เราสามคนพ่อ แม่ ลูก แยกกันเดิน เพื่อประหยัดเวลา หาของกินเอง
มาเที่ยวนี้ไม่ได้ซื้ออะไร เลยมีเวลาเหลือเยอ เลยค่ะ
22:55 เดินทางกลับ สนามบินดอนเมือง โดยสายการบิน Air Asia X
บ.ทัวร์ สั่งอาหารและน้ำเปล่า ไว้ให้
ใช้เวลาบนเครื่อง 7 ชม. ประมาณ ตีสามกว่าๆ ผ่านต.ม เอากระเป๋า

16 May 2017

11:00 น. เดินทางกลับ เชียงราย
การเดินทางโดย Air Asia พร้อมกัน น้ำหนัก กระเป๋ารวมกันไม่ได้
เดินทาง 2 คนแม่ลูก ซื้อ น้ำหนัก กระเป๋า ไป คนละ 20 kg.
กระเป๋า 3 ใบ ชั่งรวมได้ 35 kg. โหลดรวมไม่ได้ (น้ำหนักที่จัดกระเป๋าไป 16 + 13 + 6)
ต้องมาจัดกระเป๋าตรงที่ขึ้นตํ๋ว ให้ คนละ ไม่เกิน 20 kg. ได้ ความรู้ใหม่เลย



สรุป ทริปนี้

1.ถ้าเลือกเวลา มาตอนซากุระบาน น่าจะสวยและประทับใจกว่านี้
ที่เลือกเดินทางช่วงนี้ เพราะ เวลาของต้นสน ว่างตอนนี้
เลยคิดว่า  ทริปนี้ ไม่มีอะไรสวย จนอยากกลับไปอีก

2.จุดที่อยากชมที่สุด คือเมืองเก่าทาคายาม่า วันที่ไปฝนตก เลยแทบไม่ได้รูป สวยๆเลย เสียดายมาก ต้องพกดวงมาด้วย

3.อาหารที่นี่ เค็มมาก ถึง มากที่สุด

4.โรงแรมที่พัก มีร้านสะดวกซื้อใกล้ๆทุกที่ การซื้อขนม ซื้อเบียร์กินก่อนนอน สะดวกมาก

5.บ.ทัวร์ เตรียม แผนผังการเดินทาง การช้อปปิ้งแจกลูกค้าได้ดีมาก ประหยัดเวลา ไปงมหาเอง อันนี้ถูกใจมากๆ




Create Date : 04 มิถุนายน 2560
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 15:52:23 น.
Counter : 968 Pageviews.

5 comment
เกียวโต-JAPAN ALPS-โตเกียว PART#1





ทริป JAPAN ALPS  เดินทาง 11-15 May 2017


11 May 2017
สองแม่ลูกเริ่มเดินทางจาก เชียงราย ช่วงเช้า ถึงสนามบิน ดอนเมือง 11:00 น.
ตรงกับเวลาที่ กรุ๊ปทัวร์นัด พอดี  ไปพบ หมู (สามี) ที่นี่
ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เดินทางกลางวัน 
และ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกที่ออกจากสนามบินดอนเมือง (หลังจากมีสนามบินสุวรรณภูมิ)
การเดินทางครั้งนี้ ไปกับ บ.CLICK GROUP ไกด์ คือ คุณโชติมา(น้องเชอร์รี่)

ก่อนเดินทาง ได้เตรียม sim net  SUGOI SIM ซื้อจากเมืองไทยไป 
เคยใช้ตอนไปฮอกไกโด ก็ใช้ได้ดี และส่วนตัวคิดว่าสะดวกดี
แค่เปลี่ยน sim ตอนถึงญี่ปุ่น ไม่ต้องตั้งค่าอะไร ก็ใช้ได้เลย
ไลน์ไม่หาย fb. ใช้ได้ปกติ
ใช้กับโทรศัพท์ oppo f1 ได้ไม่มีปัญหาใดๆ



14:50 น. ออกเดินทางสู่สนามบินคันไซ โดยสายการบิน Air Asia X
บ.ทัวร์ ได้สั่งอาหาร และน้ำเปล่า ไว้ให้เรียบร้อย
ใช้เวลาบนเครื่อง 6  ชม.
22:40 น. ถึงสนามบินคันไซ (เวลาที่ ญี่ปุ่นไวกว่าเมืองไทย 2 ชม.)
เที่ยวบินเราน่าจะเป็นเที่ยวสุดท้าย ร้านค้าในสนามบินบินหมด
ใช้เวลาผ่าน ตม.ไม่นาน กระเป๋ามีคนยกจากสายพานหมดตอนที่มาถึงสายพาน



เดินทางเข้าพัก รร.ใกล้สนามบิน KANSAI AIRPORT WASHINTON HOTEL
อาหารเช้า ที่ รร. นี้ อลังการ มากๆ 


12 May 2017 
เดินทางไป วัดน้ำใส วัดคิโยมิสิ ตั้งอยู่เชิงเขา ฮิงาชิยาม่า



วัดนี้ จุดเด่นอยู่ที่ระเบียงไม้ มีเสาค้ำยัน 139 ต้น
แต่ตอนที่ไป ส่วนนี้ปิดซ่อม T T อีก 2 ปี ถึงจะซ่อมเสร็จ
ความสวยงามถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบ เลยได้แต่เก็บรูปส่วนอื่นมา



รูปข้างล่าง จะเห็น น้ำศักดิ์สิทธิ์สามสาย






ร้านค้า ช่วงทางขึ้นวัด หนาแน่น 



หลังจากอาหารเที่ยง เราก็ไปชม ศาลเจ้า เฮย์อัน
สร้างเมื่อ ค.ศ. 1895 ฉลองเมืองเกียวโต 1100 ปี





หน้าศาลเจ้า มี ไหเหล้า เป็นของเซ่นศาลเจ้า สวยดีค่ะ



เดินทาง เข้า เมือง นาโงย่า  แวะ ช้อปปิ้ง ย่าน ซาคาเอะ



คืนนี้ พักที่ CYPRESS GARDEN NAGOYA HOTEL



13 May 2017
เดินทางไปเมือง ทาคายาม่า สมญา ลิตเติ้ลเกียวโต เป็นเมืองแบบเก่าบ้านเรือนไม้ 
แวะชมจวนผู้ว่าทาคายาม่า (จวนเก่า) สร้างปี ค.ศ. 1615







วันที่ไป ทาคายาม่า ฝนตก TT เลยถ่ายรูปบ้านเรือนมาได้นิดเดียว
เป็นเมืองที่ น่ามาซ้ำอีกรอบ มีของขายน่ารัก 
มีร้านเหล้าหมัก ที่ซื้อจอก 200 เยน แล้วชิมได้ 12 ขวดที่ตั้งไว้ให้ชิม





หลังอาหารเที่ยง เดินทางไป หมู่บ้านชิราคาวาโกะ
เป็นหมู่บ้านสไตส์ กัสโซ-สึคุริ คือ บ้านหลังคาชัน 60 องศา ดูคล้ายมือพนม










เดินทางไปเมือง โทยาม่า เข้าพักที่ APA HOTEL TOYAMA EKIMAE





รูปเยอะ ขอแยก เป็น 2 part นะคะ




Create Date : 04 มิถุนายน 2560
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 15:18:40 น.
Counter : 564 Pageviews.

2 comment
ใบไม้เปลี่ยนสี@ฮอกไกโด



ทริปฮอกไกโด เดินทาง 16-20 Oct. 2016

16 Oct. 2016
เริ่มเดินทางจากเชียงราย ไปลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ เที่ยงนิดๆ
กรุ๊ปทัวร์นัด 2 ทุ่ม 
รอเอากระเป๋า แล้ว ฝากกระเป๋าที่รับฝาก เพื่อ ไปเดินเล่นที่ห้าง
ค่าฝากกระเป๋า ใบละ 100 บาท ทุกขนาดเท่ากันหมด
เลือก Mega บางนา เพราะใกล้สนามบินมากที่สุด

วันนี้ คนไทย และ ตัวเราเอง ยังอยู่ในห้วงแห่งความเสียใจ 
เนื่องจาก การสวรรคต ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9
กรุงเทพฯ ยามนี้ มีแต่ความหม่นหมอง มองไปมุมไหน ก็ดูอึมครึม
ในห้าง มีคนซื้อชุดสีดำ ใส่ไว้อาลัย กัน
สี่โมงครึ่ง เราก็เดินทางไปสุวรรณภูมิ

สองทุ่ม มารอกรุ๊ปทัวร์ (บ. @Japan)
หัวหน้าทัวร์ ชื่อ คุณแอน
พอรับเอกสารจาก กรุ๊ปทัวร์เรียบร้อย เราก็ไปกินข้าว
รอเวลา เค้าท์เตอร์เช็คอินเปิด อีก 1 ชม.
23:00 น. ออกเดินทาง โดยสารการบิน Asia Atlantic Airlines
บนเครื่องบิน มีอาหาร และ เครื่องดื่ม เสริฟ
ใช้เวลาบนเครื่อง 7 ชม.




17 Oct. 2016
7:55 ถึงสนามบิน ชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด 
เวลาที่ญี่ปุ่นไวกว่า ประเทศไทย 2 ชม.


เดินทางไป หุบเขาจิโกคุดานิ (Jigokudani) เมือง Noboribetsu






ที่นี่ มีบ่อน้ำร้อน บ่อโคลนเดือด กระจายทั่วบริเวณ กลิ่นกำมะถันคลุ้ง
ช่วงเดือน ตุลาคมที่ไป ก็เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี



ไปศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล พบแต่ในแถบนี้ และใกล้สูญพันธุ์



หลังจากกินมื้อเที่ยง(เทปันยากิ) เราก็ไปเที่ยวต่อที่เขื่อนโฮเฮเคียว(Hoheikyo)

ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยมาก 
เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและตระการตาที่สุดในทริป
เสียดาย ตอนนี่ไปถึง ฝนตก เลยได้รูปมาน้อยมาก






เดินทางต่อไปที่ สะพาน ฟุตะมิ(Futami Suspension Bride)
เมืองโจซังเคะ
หรือ สะพานแดง เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกจุดหนึ่ง


จบทริปด้วย อาหารเย็น บุฟเฟต์ขาปูยักษ์ 3ชนิด
พักที่ รร.T-MART CITY SAPPORO HOTEL



18 Oct. 2016
นัด 6:00 น. ตื่น  7:00 น. กินเข้า 8:00 น. ล้อหมุน
เช้าไปแวะไหว้พระขอพร ที่ ศาลเจ้า ฮอกไกโด 



ไปต่อที่สวนผลไม้ ยามาโมโตะ (Yamamoto Sightseeing Orchard)
เดือน ตุลาคม จะมี ลูกพรุน แอปเปิ้ล และองุ่น
ที่นี่ เค้า จะให้เรากินได้ แต่เอาออกไปไม่ได้ จำกัดเวลา 1 ชม.
จะมีคนดูแลสวนพาไป จุดที่ผลไม้สุกให้เก็บกินได้ สวนใหญ่มาก
และมีผลไม้ น้ำผลไม้ แยมผลไม้ ขายด้วยค่ะ







อาหารเที่ยง เป็นปลาแดดเดียว
เดินทางไปที่เมืองโดตารุ เป็นเมืองท่าสำคัญ ของ ซัปโปโระ
คลองโอตารุ สร้างเพื่อขนสินค้ามาเก็บที่โกดัง
ปัจจุบันเลิกใช้ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนเยอะมาก
ที่นี่ ร้านอาหารมากมาย   เสียดายเวลาที่ทัวร์ให้ไม่มาก
ที่นี่ เราได้ชมนาฬิกาไอน้ำ ซื้อขนมชาเขียว คาราเมล และกินไอติมนม



วันนี้ จบทริปด้วย ช้อปปิ้ง ที่ ถนนทานุกิโคจิ
มื้อเย็น กินราเม็ง ที่หลายคนบอกมาฮอกไกโดต้องกินราเม็ง
กินแล้ว รสชาติไม่ได้ต่างจากกินที่ยาโยอิ เลย 555



19 Oct. 2016
วันนี้เป็นวันเที่ยวเองกินเอง
เราเลือกที่จะตื่นสายและออกเดินทาง 9:30 น.
เดินเท้าจากโรงแรมไป ขึ้นรถไฟใต้ดิน ที่สถานีซูซูกิโนะ และลงที่ สถานีซัปโปโระ
การซื้อตั๋ว ก็ ใช้ซื้อจากตู้ มีภาษาอังกฤษ
พอลงสถานี เราก็ไปไม่ถูก ต้องถามคนญี่ปุ่นซึ่งใจดีมากๆ พาเราเดินไปถึงที่เลยค่ะ

ที่ทำการรัฐบาลเก่า เมืองฮอกไกโด (ตึกอิฐแดง)

ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรม แบบตะวันตก


ในอาคาร เปิดให้เข้าชม เป็นพิพิธภัณฑ์

รอบๆอาคาร มีสวนหย่อม มีสระน้ำ มีนกเป็ดน้ำ
คนญี่ปุ่น ที่ แก่ๆ มาเที่ยวชมที่นี่ เยอะพอสมควร
เราใช้เวลาถ่ายรูปที่นี่ สัก ชั่วโมงครึ่ง แสงสวย
อากาศ ดี ไม่ร้อน และไม่หนาวจนเกินไป










จากนั้นเราเดินไปสวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด
ที่นี่เสียค่าเข้าชม
ต้นไม้ต้นใหญ่มาก ร่มรื่น และถ่ายรูปสวย







แวะชมพิพิธภัณฑ์จดหมายเหตุของชาวไอนุ ชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโด
มีการจัดแสดง โครงสร้างบ้าน เสื้อผ้า และความเชื่อทางศาสนา
มี วีดีโอ แสดง เกมส์กีฬาล่าหมี ซึ่งดูแล้วสงสารหมี



จากนั้นเราเดินไปหาอาหารเที่ยงกิน  ที่ อะกะเรงเทอเรส
เป็นอาหารชุด เสริฟ ตั้งแต่ สลัด ขนมปัง เมนคอร์สเป็นเนื้อวากิล
จบด้วย ไอติม และ กาแฟร้อน



เดินต่อไปยัง หอนาฬิกา ซัปโปโระ สร้างเมื่อปี 1878




ชมหอนาฬิกาเสร็จเราก็เดินลงในซัปเวย์
เพื่อเดินทางไปยัง JR Tower
เพื่อขึ้นไปชมวิว ที่ชั้น 38  โดยแวะซื้อตั๋วที่ชั้น 6
16:00 น. ขึ้นมาบนตึกJR Tower ชั้น 38
17:00 น. พระอาทิตย์ ก็ตก 






กินข้าวห่อไข่ ที่ชั้น 6  JR Tower

แวะซื้อขนมฝาก ที่ชั้นใต้ดิน ห้างไดมารู

รวมรูปอาหาร ในมื้อหลัก ที่ ญี่ปุ่นในทริปนี้








20 Oct. 2016

ออกจาก โรงแรม 6 โมง ไปขึ้นเครื่อง ที่สนามบิน ชิโตเซะ
9:00 น. เครื่องออก ใช้เวลาเดินทาง 7 ชม.
15:30 น. เครื่องลง ที่สุวรรณภูมิ ผ่านต.ม
20:50 น. รอขึ้นเครื่อง กลับ ชม.
สามี ขับรถมารับกลับเชียงราย

ทริปนี้ ใกล้วันหยุด ทำให้การซื้อตั๋วเครื่องบิน ต่อไฟท์เดินทางยาก
และราคาตั๋วสูงมาก
เราเลยเดินทางใน ประเทศ แบบทรหด กัน กว่าทริปอื่นๆ





Create Date : 31 ตุลาคม 2559
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 19:27:30 น.
Counter : 1315 Pageviews.

6 comment
หลวงพระบาง LAOS





เมืองหลวงพระบาง

เป็น เมืองมรดกโลก เมื่อ พ.ศ.2538

ในฐานะอนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุด

 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

THE BEST PRESERVEDCITY IN SOUTH-EAST ASIA


การเดินทางครั้งนี้เป็นแบบ เดินทางไปเอง สองแม่ลูก โดยไม่พึ่งบริษัททัวร์

เนื่องจากลูกชาย โต พอ ที่จะเผชิญการเดินทาง ที่ลำบากขึ้น (อายุ 13 ปี)


และ ลาวไม่จำเป็นต้อใช้ภาษาอื่น 

ที่ลาว เราสามารถ คุย ด้วยกำเมืองได้รู้เรื่องสบายๆทั้งสองฝ่าย



13 มีนาคม 57

เริ่มการเดินทางที่เชียงราย เราไปขึ้นรถ ที่ ท่ารถ บขส. แห่งที่ 2 ต้นตะคียนคู่

รถเป็นของบ.ขนส่ง หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกัน รถทัวร์ 99 รถทัวร์ 999เป็นรถแอร์ป.1

เป็นรถวิ่งเส้นทางเชียงใหม่---หลวง พระบาง มีรถออก ทุกสองวัน เว้น วัน

สอบถามได้ที่ 053-774369


รถเข้าชานชลาที่เชียงราย 12:00 น. ออกเดินทาง 12:30 น.


เชียงราย -- เชียงของ -- หลวงน้ำทา -- แขวงอุดมไชย -- หลวง พระบาง


รถจอดเติมน้ำมันที่เชียงของและแวะให้กินข้าวเย็นที่ หลวงน้ำทา ตอนทุ่ม

ในรถมีห้องน้ำ

ใช้เวลาเดินทางบนรถ 18 ชั่วโมง


14 มีนาคม 57

ถึงแล้วหลวงพระบาง

ลงรถที่สถานีรถโดยสารระหว่างประเทศ ตรงข้ามกับ สถานี รถไปสายใต้

(ลงรถเราก็ถามคนขับรถเลย ว่า สถานี เค้าเรียกว่าอะไร จะได้บอกรถสองแถวมาส่งถูก)


ที่สถานีรถโดยสาร จะมีรถ สองแถว ที่ เป็นคิวรถพาเราไปโรงแรมที่จองไว้จากinternet

มาก็เจอปัญหา รถ สองแถวไม่รู้จัก โรงแรมที่จองมา ต้องโทรถามว่าโรงแรมอยู่ไหน


สาเหตุ ที่หาโรงแรมไม่เจอเพราะ ใน internet ใช้คนละชื่อ กับ ที่ติดหน้า โรงแรมดีที่มีรูปถ่าย จึงหาเจอ

ที่จริงรถสองแถว ก็จอดส่งเรา ฝั่งตรงข้ามโรงแรม เราลากกระเป๋า เดินหมุนไปมา

เห็นรูปคล้ายกัน เลยเดินไปถาม ว่าใช่ โรงแรมนี้ไหม

OK. หาที่พักเจอแล้ว

เข้าโรงแรม ก็ต้องอึ้งกับ ที่อาบน้ำ 555


อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จ ไปเดินตลาดเช้า 

ของขายเยอะ คนเดินก็เยอะ มีอาหาร มีขนม ของฝาก ดอกไม้ มีทุกอย่าง


เดินหาร้านเช่ารถถีบ ข้างๆโรงแรมมีร้านรถเช่าหลายร้าน

ค่าเช่ารถถีบวันละ 80 บาท



ที่แรกที่ปั่นไปคือ วัดใหม่สุวันนะพูมาราม

เข้าไป ก็ต้องออกมาแลกเงินกีบก่อน เพราะ ต้องซื้อบัตร เข้าชมวัด

วัดนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐาน ของพระบาง

และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าพระบาง




ที่ต่อมา คือพิพิธภัณฑ์ ที่อยู่ถัดรั้วติดกัน

ที่นี่มีให้ชม สามจุด คือ หอพระบาง วังเก่าที่เป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ และ โรงละคร

แต่ภายในห้ามถ่ายรูปทั้งหมด

และต้องฝากกระเป๋าไม่ให้เอาของอะไรเข้า พิพิธภัณฑ์

คนลาว เค้ายังต้องเช่า ผ้าซิ่น ใส่เข้าไปเลยค่ะ


ออกมาหน้าพิพิธภัณฑ์ รถถีบที่จอดไว้บนทางย่าง(ฟุทบาท)หาย

ระหว่างรอเจ้าของร้านรถเช่า เคลียร์กับทางตำรวจให้

ก็แวะเติมพลัง ด้วย เฝอ

พออิ่ม ที่ร้านรถเช่า ให้เอารถคันใหม่ไปถีบก่อน 555

ใจดีมากมาย

แล้วก็บอกว่า ถ้าจะจอดรถ ให้เข้าไปจอดในวัดเลย


วัดเชียงทอง

วัดเชียงทอง ถือว่าเป็นวัดที่งดงามมาก เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมล้านช้าง

มีหลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น รูปทรงหลังคาผายกว้างออก เรียกว่า หลังคาทรงปีกนก

ภายใน และภายนอก วิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังลงรักปิดทอง

เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา และ นิทานพื้นบ้าน

ในส่วนพอพระ ผนังจะมีการตกแต่งด้วยกระจกสี 

ซึ่ง คล้ายในส่วนวังเก่า (พิพิธภัณฑ์ ที่ห้ามถ่ายรูป) งดงามยิ่งนัก







ชมวัดเสร็จ ปั่นรถไปถึงทางโค้ง มุมถนน เลยแวะชมวิว

ที่นี่ สร้างเป็นสวนสาธารณะ เป็นจุดที่ น้ำคาน และ น้ำโขงมารวมกัน

และมีร้านอาหาร จัดร้านน่านั่งมาก ลมพัดเย็นๆ



อากาศร้อนมาก เราจึงเข้าโรงแรม แช่แอร์

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ 

ประมาณ สี่โมงกว่าๆ ออกปั่นรถถีบไปวัด และหามื้อเย็นกิน



วัดวิชุน

สร้างโดยเจ้าชีวิต วิชุนราช

วัดนี้เคยเป็นที่่ประดิษฐานของพระบาง พระคู่บ้าน คู่เมือง ของหลวงพระบาง

และ มีพระธาตุหลากโม พระธาตุสำคัญของที่นี่






มาเที่ยว ทริปนี้กินเยอะมาก เจอร้านไหนน่ากิน คนเยอะแวะเข้าตลอด

มื้อเย็น ที่ข้างแม่น้ำโขง พร้อมรอชมตะวันตก

แต่ หมอกควัน เยอะ เลยได้รูปแค่นี้Smiley



ค่ำแล้ว เดินเที่ยว ตลาดมืด หน้าโรงแรมค่ะ

มีของฝาก ให้เลือกซื้อมากมาย ราคา ไม่แพง

ตลาดมืด  อยู่ บนถนนศรีสว่างวงศ์

บางคน เรียก ถนนข้าวเหนียว ให้คล้อง กะ ถนนข้าวสาร ที่เมืองไทย



15 มีนาคม 57



วันนี้ เราเช่ารถ ไปเที่ยวรอบเมืองหลวงพระบาง 

เป็นรถคล้ายๆรถแวน นั่งได้ สามแถว

แต่เราเหมาไปส่วนตัว สองคน แม่-ลูก ราคา 2500 บาท

ถ้าไม่เหมา ก็ มี joy tour ไปกับฝรั่งได้


ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านปากอู

ห่างจากหลวงพระบาง 40 km.

ในถ้ำจะมีพระพุทธรูป ที่ ชาวบ้านเอามาถวายเป็นพุทธบูชา ในเทศกาลปีใหม่ลาว

นั่งรถ แล้ว มาลงเรือข้ามฝั่งอีกที

สามารถ มาที่ถ้ำติ่งทางเรือได้ จากท่าเรือที่หลวงพระบาง




ตอนบ่าย ไปเที่ยวน้ำตก ตาดกวางสี

ห่างจากหลวงพระบาง 30 km.

น้ำตก ตาดกวางสี นี้ น้ำใส น่าเล่นมาก

ฝรั่ง นุ่ง บิกินี่ เล่นน้ำอย่างสนุกเลยที่นี่ ถ่ายรูปได้นิดเดียว เพราะติด บิกินี่





ตอนเย็น เดินขึ้น พระธาตุ พูสี

ตั้งอยู่บนดอยกลางเมืองหลวงพระบาง

บนพระธาตุ พูสี สามารถ ชมวิว เมืองหลวงพระบางได้รอบ

และ เรารอชมตะวันตกดินที่นี่ แต่อากาศไม่เปิด Smiley







ดึกมาก็ เดินตลาดมืด อีกรอบ เลือกซื้อของฝากอีกรอบ



16 มีนาคม 57

วันนี้ หลังจากเดินหาของกินมื้อเช้า ที่ตลาดเช้า 


แล้ว เราเดินชมเมืองไปเจอท่าเรือ

เลยเหมาเรือ ชมวิว แม่น้ำโขงสองแม่ลูก  ราคา 400 บาท


ทางเรือ เราสามารถ แวะ หมู่บ้านได้หลายจุด

แต่ต้องไป เช็คเอ้าท์ โรงแรม ตอนเที่ยง

เลยแวะกันแค่จุดเดียว ที่ วัดร่องขุ่นค่ะ

คนเรือ แนะนำว่า การล่องเรือ ถ้ามาตอนเย็น ชมตะวันตก สวยมากๆ


บ่าย เวลาเหลือค่อนข้างมาก

หลังจากเดินชมตลาด ดารา ซึ่งขายของใช้ทั่วไป และ ขายทอง




เราเลยไปนวดฝ่าเท้า

การนวด ไม่ค่อยกดจุด เหมือน ที่เชียงราย 

รอเวลา รถทัวร์ ออก 18:00 น. ออกจากหลวงพระบาง

กำหนดถึงเชียงรายวันรุ่งขึ้น 12:00 น.

รถแวะ สองครั้ง ที่ลาว ให้กินข้าวตอน สามทุ่ม และ เจ็ดโมงเช้า

ขากลับ รถทัวร์ แอร์เสียต้องแวะ ชาร์ตไฟ ที่ บ้านต้า 

กว่าจะถึง เชียงราย 15:00 น.

note : การเข้าชมสถานที่ต่างๆ ใน หลวงพระบาง เสียค่าเข้าชม 10000-30000 กีบ 

การข้ามสะพาน สานไม้ไผ่ เสียค่าใช้สะพาน 5000 กีบ

คนหลวงพระบาง ฟังคำเมืองรู้เรื่อง และ เราคนเมือง ก็ฟังคนหลวงพระบาง รู้เรื่อง

คนหลวงพระบาง ดู ทีวีไทย แทบทุกครัวเรือน


สรุป การเดินทาง trip นี้

ข้อดี

1.การเดินทาง โดยรถทัวร์ของบ.ขนส่ง ไม่ยุ่งยาก เพราะใช้รถคันเดิม ไม่ต้องต่อรถ ค่าใช้จ่ายไม่จุกจิก

2.ไม่ต้องกังวลในการหาตั๋วรถ ที่จะต่อไป ว่าจะมีไหม กำหนดวันได้แน่นอน

3.หลวงพระบาง เป็น เมืองเล็กๆ เหมาะกับการเที่ยวชมวัดวา

4.อาหารหลวงพระบาง ไม่ปรุงหวาน รู้สึกถึงรสอาหารดั้งเดิม

ข้อเสีย

1.ถ้ารถเสีย เวลาเดินทาง ใช้เวลาซ่อมนาน เพราะ ไม่ใช่ช่างซ่อม คนขับช่วยกันซ่อม

2.เวลาที่ไป ไม่เหมาะ มีการเผาป่า หมอกควัน เต็ม เหมือนที่เชียงราย เชียงใหม่





Create Date : 06 เมษายน 2557
Last Update : 8 กันยายน 2560 13:49:24 น.
Counter : 3607 Pageviews.

8 comment
วัดทามันอายุน วัดอูลันดานูบราตัน นาขั้นบันได วัดทานาห์ลอต@Bali






BALI PART #3
คำนำ......ทีแรกกะจะทำบลอก บาหลี แค่สองตอน....
แต่พอสร้างแล้วเนื้อหายาวเกิน ที่จะสร้างได้ รูปอาจเยอะเกินไป แต่ก็อยากลงรูปเยอะๆ
จึงขอตัดเป็นวันต่อวัน น่าจะดีกว่า



21 ตุลาคม 2556

เช้านี้ ตามสูตรเดิม 6:30 น. ตื่น 7:30น. กินข้าว 8:30 น. ล้อหมุน

ที่แรกที่ไปแวะคือชายหาดคูต้าชายหาดจะมีคนนิยมเล่นเซิฟบอร์ด เพราะคลื่นแรง

ตัวเมือง ที่เรานั่งรถผ่านสภาพเป็นเมืองท่องเที่ยว คล้าย เมืองพัทยา 





เดินทางไปเมืองเม็งวี Mengwi ชมวัดทามันอายุนPura Taman Ayun

ทามัน Tamanแปลว่า สวน

Ayun อายุน แปลว่า สวย


เมืองเม็งวีเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเม็งวี แห่งบาหลีตะวันตก

มีวัดทามัน อายุนเป็นศูนย์กลางของเมือง

สำหรับวัดแห่งนี้ ในอดีตคือวัดหลวงของราชวงศ์เม็งวี

ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในพื้นที่รอบนอกแต่ไม่สามารถเข้าไปยังภายเขตภายในของวัดได้

รูปแบบของวัดทามันอายุน เป็นการจำลองจักรวาล

ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู

ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สูงใหญ่ (เมรุ) ที่สื่อถึงเขาพระสุเมรุ

อันเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

หรือสระน้ำที่รอบล้อมวัดเปรียบดั่ง มหาสมุทรสีทันดร




วัดทามันอายุนก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2177

เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ2 ของบาหลี

ความโดนเด่นของวัดแห่งนี้คืออาคารที่มีหลังคาทรงเมรุหลายชั้นกว่า 29 แห่ง

หลังคา 11 ชั้นนี่คือมากสุด และ กษัตริย์เป็นผู้สร้าง






แวะกินข้าวพร้อมชมนา

เป็นอาหารบุฟเฟต์แบบ บาหลี

มีแกงขนุนคล้าย อาหารเมือง มีผัดมาม่า ต้นสนบอกว่าอร่อย






วัดอูลันดานูบราตันPura Ulun Danu Bratan



วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู

รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพแห่งสายน้ำ

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน

ด้านหลังเป็นภูเขาไฟสูงบางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วิวสวยมาก





เหมือนวัดอื่นๆที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินเข้าไปยังวัดได้

เราก็เดินรอบทะเลสาบ หาวิวถ่ายรูป

วัดนี้มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ

มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง11 ชั้น มีความสวยงามอย่างมาก





วัดวัดอูลันดานูบราตันแห่งนี้ อากาศจะเย็นสบาย ลมพัดแรง เนื่องจากอยู่บนดอย

และมีทะเลสาบบราตัน

มีการทำสะพานให้มีจุถ่ายรูปจากกลางน้ำเข้ามาบนบกด้วย



วัดอูลันดานูบราตัน สวยงามที่สุดในทริปนี้แล้วค่ะ


ในธนบัตร 50,000 รูเปีย ของ อินโดนีเซีย ใช้รูปวัดนี้ด้วยค่ะ


ส่วนอื่นของวัดอูลันดานูบราตัน ก็มีที่นั่งพัก สนามเด็กเล่น

ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมาย





นาขั้นบันไดจาตีลูวีห์ Jatiluwih

นาขั้นบันไดที่ใหญ่ที่สุดในเกาะบาหลีความสูง 700เมตร จากระดับน้ำทะเล

เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในไม่ช้านี้


เป็นการจอดรถที่จุดชมวิวจากมุมสูง มาสามารถเดินไปในนาได้

มุมถ่ายรูปไม่ค่อยหลากหลาย จุดที่รถจอด ไม่กว้างมาก

ทำให้ รูปนาขั้นบันได ไม่สวย...อย่างที่นึกเอาไว้ น่าเสียดาย









วัดทานาห์ลอต  Pura Tanah Lot

แปลว่าดินแดนในทะเล

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งในเขตตาบานัน (Tabanan) ของเกาะบาหลี


วัดถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15-16

โดยนักบวชฮินดูชื่อ ดังฮยัง นิราร์ธา (Danghyang Nirartha)

เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล

การเข้าชมวัดนั้นอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้เฉพาะผู้มาสักการะเท่านั้น




เดินตามทางริมทะเล

จะมีโขดหินสามจุดยื่นไปในทะเลให้แวะชม

จุดแรก เป็นวัดเล็กๆ แต่เข้าไปในวัดไม่ได้



จุดที่สอง มีช่องลอดใต้หิน





จุดที่สาม  คนเยอะมาก

ไม่สามารถเข้าไปชมในตัววัดได้







สิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง 

sunset





อาหารเย็นเราก็กินแบบบาหลี ที่ ร้านอาหารใกล้วัดทานาห์ลอต

หลังอาหาร เราก็ได้ชม โชว์ Kecak Dance

เป็นการแสดง รามายะณะ แบบชาวบ้าน

เล่าเรื่องราวของพระรามกับพลวานรที่ตามไปช่วยนางสีดาจาก ทศกัณฐ์

โดยผู้ที่แสดงเป็นพลวานรจะนุ่งผ้าตาหมากรุก เปลือยท่อนบน

ทัดดอกชบาแดงข้างหูนั่งล้อมวงซ้อนๆกัน 4-5 ชั้น

และโบกมือขึ้นลงโยกตัวไปมา 

ปากก็ร้องคะชัก คะชัก เป็นเสียงสูงต่ำแทนเครื่องดนตรีประกอบ

โดยตัวเอกต่างๆจะเดินร่ายรำไปมาในวงตรงกลางระหว่างพลลิงเหล่านั้น






Create Date : 12 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 31 กรกฎาคม 2560 19:40:36 น.
Counter : 1952 Pageviews.

11 comment
1  2  3  4  

me-o
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



สวัสดีค่ะ

me-o เป็นคนรักแมวค่ะ
เลี้ยงไว้ 12 ตัว
เลี้ยงมาพร้อมกับลูกชายวัย 17 ปี
มีลูกคนเดียว กลัวไม่เหนื่อย เลยมีแมวเยอะ555
แมวเลี้ยงมาก่อนมีลูกชาย
ปี 2559 แมวที่เลี้ยงมาเริ่มหดหาย
ปี 2560 เหลือสมาชิกแมว 5 ตัว
ตอนนี้บ้านมีสมาชิกใหม่ บีเกิ้ล 1 ตัว

ชอบท่องเที่ยว ไปที่ต่างๆ
แล้วแต่เวลาจะอำนวย

สนใจการถ่ายรูป
รูปที่ลงในBlogจะถ่ายเอง
ใช้กล้อง โอลิมปัส E-410
คาดหวังไว้ว่า
รูปถ่ายจะสวยสุดยอดสักวัน
แต่ รูปจะสวยสุดยอด ต้องอาศัยการแต่งรูปช่วยเท่านั้น
ยังต้องเรียนรู้จะฝึกฝน เรื่อง โฟโต้ช้อป อีกเยอะ

ปี 2556 เปลี่ยนมาใช้
กล้อง โอลิมปัส OM-D E-M5
เพราะ E-410 เริ่มพัง สายแพที่เลนส์ขาด
ซ่อมแล้ว ก็ยังใช้งานไม่ปกติ

OM-D E-M5 เข้ามาเป็นกล้องตัวเก่ง เที่ยวไปทั่ว แทนที่

กลาง ปี 2556 เริ่มทำ blog เรื่องความงาม
เขียนเล่าประสบการณ์
ในส่วนนี้ รูปที่ถ่ายในสถานที่เสริมความงาม
จะเป็นกล้องจากแทปเล็ท ซัมซุง note8
ก็รู้ว่าไม่ถนัดเรื่องด้านนี้ เพราะ...
ข้อมูลประกอบเป็นเหตุผลและอารมณ์เยอะเกิน
เลยเลิกทำ

ธ.ค. 60 เริ่มลง blog ร้านอาหาร
รูปใน blog จะใช้มือถือ oppo f1
เพราะง่ายในการใช้งาน
ทีแรกตั้งใจจะไม่ทำส่วนนี้
แต่เห็นคนนอก พื้นที่ ยังทำเยอะกว่าคนที่กินประจำอีก
อยากแนะนำร้านดี อร่อยคุ้มราคาบ้าง

การนำรูปไปใช้ ในwebอื่นๆ
ให้แปะ link ได้นะคะ
ไม่อนุญาตให้ เอารูปใน blog ไปใช้ในweb อื่นๆ

ไม่อนุญาต ให้เอารูปใน blog
ไปตีพิมพ์ในหนังสือ หรือ นำไปทำแผนที่ หรือ ทำ ใบปลิวโฆษณา
New Comments
Group Blog
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •