มองให้เห็นหลายมุม แต่ไม่ลืมมุมที่มองไม่เห็น
Group Blog
 
All Blogs
 
นิทานเรื่องเสือกับหมาล่าเนื้อ

เสือหนุ่มตัวหนึ่ง ยังไม่โตไม่เต็มที่ เขี้ยวยังไม่คม เล็บยังไม่แหลม ขายังไม่มีกำลัง วิ่งยังไม่เร็วพอ ทำให้การต้องออกหาอาหารกินเองดูยากลำบาก

เมื่อก่อนตอนยังเป็นลูกเสือ เจ้าเสือหนุ่มเคยถูกเลี้ยงโดยมนุษย์ ไม่ต้องหาอาหารกินเอง เพียงแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองไปวัน ๆ ก็มีอาหารให้กินอย่างอุดมสมบูรณ์ พอโตขึ้นหน่อย ก็ถูกใช้งานกับหมาล่าเนื้อตัวอื่น ๆ ช่วยเจ้าของล่าหาเนื้อกลับมาให้เจ้านาย แลกกับอาหารที่เจ้านายแบ่งให้กินในแต่ละวัน

เมื่อถึงวันหนึ่ง ลูกเสือจึงตัดสินใจขอลาจากการเป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อไปหากินเองตามลำพังในป่า แต่การเป็นเสือบ้านมาตลอด ทำให้การล่าสัตว์ของมันทำได้อย่างลำบากกว่าที่ตัวเองคิดไว้มาก มันไม่เหมือนวันที่ออกล่าสัตว์กับเจ้านาย ที่มีทั้งรถ ทั้งปืน แต่การล่าสัตว์ด้วยตัวเอง ต้องใช้ เขี้ยว เล็บ และขาของตนเอง

ทุกวันนี้ พื้นที่ในป่าเอง ก็หากินได้ยากขึ้น สภาพแวดล้อมถูกทำลายไปมาก ความอุดมสมบูรณ์ลดลง พื้นที่ของป่าถูกรุกกลายเป็นเมือง จำนวนสัตว์ป่าลดลง สัตว์ป่าอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมาก

เจ้าเสือตัวเดิม เริ่มล่าหาสัตว์ได้น้อยลง จับได้แต่กระต่าย ไก่ป่า ไปวัน ๆ ไม่ค่อยพอจะกินให้อิ่มท้อง แรงก็อ่อนล้าลงไป พลางคิดว่าตนเองไม่มีความสามารถในการล่าสัตว์ หรือเพียงแค่ว่าตอนนี้แรงยังไม่พอ ถ้าออกล่าต่อ ๆ ไป เราจะสามารถโตเป็นเสือที่เก่งกาจเหมือนเสือตัวอื่น ๆ หรือไม่ ความมั่นใจลดหายไปยิ่งกว่าตอนที่เป็นเสือบ้านที่ออกล่าสัตว์ได้คราวละมาก ๆ

"ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เราไม่มีวันจะเป็นเสือเจ้าป่าได้อย่างที่คิดแน่นอน ตราบใดที่เรายังจับได้แต่กระต่าย หรือสัตว์เล็ก ๆ ที่ไม่พอกิน เราก็คงจะโตได้แบบแกรน ๆ จะมีวันที่เราไล่จับกระทิงมาได้อย่างไร"

คิดได้ดังนั้น เจ้าเสือจึงลองเดินเลียบ ๆ ออกทางชายป่ามามองดูในเมืองอีกครั้ง สภาพปัญหาเศรษฐกิจในเมือง ก็ไม่ต่างจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในป่า ในเมืองทุกวันนี้ก็ต้องเจอกับการแก่งแย่ง ปัญหาการเมือง ปัญหาราคาน้ำมัน สงครามที่คุกรุ่น ข้าวยากหมากแพง

เจ้าเสือมองไปเห็นบ้านหลังใหญ่หลายแห่ง ติดประกาศกำลังหาหมาล่าเนื้อ ซึ่งก็เป็นงานที่มันเคยทำมาก่อน ติดอย่างเดียวว่า มันคือเสือ ไม่ใช่หมาล่าเนื้อแท้ ๆ บางบ้านก็เห็นว่ามันไม่เหมาะสม แต่บางที่ก็ต้องการตัวเจ้าเสือให้มาช่วยงาน

เจ้าเสือคิด บางครั้งในภาวะที่อาหารหายากทั้งในเมืองในป่าอย่างนี้ การได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ๆ ที่มีความพร้อม มีเครื่องมือล่าเหยื่อที่ทันสมัย มีเพื่อนร่วมงาน มีทีมงานที่เก่ง ๆ ไม่ต้องออกล่าคนเดียว ก็น่าจะพอช่วยให้เราสามารถมีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้โตขึ้นเป็นเสือที่แข็งแรง และยังได้ศึกษาการล่าสัตว์แบบสากลที่ไม่เคยรู้จักอย่างลึกซึ้งมาก่อนอีกด้วย

แต่เจ้าเสือก็ยังลังเลว่า นี่เราจะทิ้งแหล่งหากิน ที่แม้จะไม่อุดมสมบูรณ์ก็ยังมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้เป็นอาหารมากมาย อยู่ไปนาน ๆ ก็อาจจะหากินได้เก่งขึ้น คล่องขึ้น ได้แหล่งอาหารที่ใหญ่ขึ้น ทิ้งความอิสระที่จะเดินไปไหนก็ได้ในป่า หรือในเมือง ไม่ต้องมีใครมากำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่สำคัญคือ จะทิ้งศักดิ์ศรีของความเป็นเสือ กลับไปเป็นหมาล่าเนื้อ อย่างนั้นหรือ

เป็นการตัดสินใจที่ยากอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเจ้าเสือ การตัดสินใจจะออกจากบ้านเข้าป่า ก็ต้องใช้ความกล้าอย่างมากแล้ว การตัดสินใจจะอยู่ป่าต่อ หรือจะกลับไปอยู่บ้านของคนอื่น ก็เป็นสิ่งที่ยากลำบากที่สุดเช่นกัน


Create Date : 17 กรกฎาคม 2551
Last Update : 17 กรกฎาคม 2551 12:36:33 น. 7 comments
Counter : 642 Pageviews.

 
อ่านแล้วคิดถึงครอบครัวที่พ่อแม่เลี้ยงลุกแบบสบายเกินไป

จนเมือพ่อแม่ไม่อยู่แล้วลุก..จะดรงชีวิตได้ลำบาก

เพราะไม่คุ้นกับการทำงานยากๆ..



โดย: gripenator วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:51:05 น.  

 
ประมาณ พ่อแม่รังแกฉัน รึป่าวค่ะ

อ่านไปแล้วคลายๆๆเหมือนตัวเองเลย บางครั้งการที่เราโตมาด้วยสองมือของพ่อแม่ที่คอยดูแล ก็ยากนักที่พ่อแม่บางคนจะปล่อยมือลูกน้อยให้เดียวดายเพียงลำพังแม้จะเติบโตไปตามวัยแล้วก้อตาม จนบางครั้งเราก้อไม่รู้จักโต ร่างกายอาจจะพัฒนา สมองอาจจะพัฒนา แต่จิตใจยังอ่อนไหว และไม่แข็งแกร่งพอ ที่จะต่อสู้กับโลก และสังคมในปัจจุบัน

สวัสดีค่ะ เจนแวะเอาซาลาเปามาฝากค่ะ

ขอให้มีความสุข อิ่มบุญในวันเข้าพรรษานะค่ะ



โดย: Lady_Jane วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:40:37 น.  

 
เป็นบทความที่ดีมาก และขออนุญาตล่วงหน้าก่อนนะครับถ้าจะนำบทความนี้ เผยแพร่ให้หมู่เพื่อนผองน้องดี่ ขอขอบคุณล่วงหน้า ชอบใจมาก และจะเข้ามาอ่านบ่อยๆครับ


โดย: นายตั้งหลัก วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:21:37 น.  

 
เป็นการเล่าถึงคนทำงานคนนึง ที่มีความสามารถ มีโปรไฟล์ดี ๆ ทำงานเป็นลูกจ้างมาหลายปี จนวันนึง อยากจะออกไปใช้ความสามารถของตนเองทำธุรกิจส่วนตัว
แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดี และความสามารถที่เขาไม่เคยฝึกฝนที่จะทำงานด้วยตัวเองมาก่อน ซึ่งต่างจากการทำงานบริษัท คนเก่งของบริษัท ก็อาจจะทำธุรกิจส่วนตัวได้ไม่ดีพอ อาจจะสู้คนที่โปรไฟล์ไม่ดี แต่สร้างธุรกิจส่วนตัวมาตลอดชีวิตไม่ได้

ปัญหาของเสือตัวนี้ คือ จะกลับไปทำงานเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของคนอื่น หรือจะอยู่ป่าต่อ เพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเองดี


คุณตั้งหลัก ... ด้วยความยินดีครับ แต่อยากขอเครดิตให้ผมด้วยนะครับ


โดย: มุมมองหลายมิติ วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:51:58 น.  

 
ขอบคุณคุณ Lady_Jane ด้วยนะครับ
ซาละเปาอร่อยมาก


โดย: มุมมองหลายมิติ วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:54:10 น.  

 
อันที่จริง เมื่อเปรียบกับสัตว์ เรื่องนี้จะมีสัตว์ 2 ประเภทครับ คือ สัตว์บ้านที่ทำงานให้เจ้าของ กับสัตว์ป่าที่หากินเอง

สัตว์บ้านก็มีหลายประเภท ทั้ง หมู หมา กา ไก่ ม้า ฯลฯ
สัตว์ป่าก็มีทั้ง เสือ กวาง ช้าง ลิง นก ฯลฯ
แต่ละตัวก็มีวิถีชีวิต หรือ หน้าที่แตกต่างกัน

จุดที่เปรียบเทียบเรื่องหมาล่าเนื้อนี้ ลงลึกไป ก็หมายถึงอาชีพ sales น่ะครับ
อาชีพ sales ก็คล้ายกับหมาล่าเนื้อ ที่ออกไปล่าเหยื่อมาให้เจ้าของ ตัวเองไม่ได้กินเอง เสร็จแล้วเจ้าของก็ให้รางวัลเป็นเนื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งจะต่างจากเสือที่หมายถึงเจ้าของกิจการ ที่ล่าเนื้อมากินเองได้ทั้งตัว หรือเป็นฝ่ายแบ่งให้ลูกน้องในฝูง

คนทำงานประจำในหน้าที่อื่น ๆ ก็อาจจะเป็นสัตว์อื่น ๆ ก็แตกต่างกันไป บางคนอาจจะเป็นแมว ช่วยไล่หนูในบ้าน บางคนอาจจะเป็นไก่ช่วยปลุกตอนเช้า

คนทำงานส่วนตัว ก็อาจจะเป็นสัตว์ได้หลายชนิด บางคนเป็นหมาจิ้งจอก คอยหาจังหวะกินเหยื่อ บางคนเป็นลิง บางคนเป็นช้าง ซึ่งก็แตกต่างกันตามการดำเนินของธุรกิจ

เสือ ก็เหมือนคนที่มีโปรไฟล์สูง ๆ เรียนคณะดี ๆ จบมหาลัยดัง ๆ จบนอก มีความสามารถ แต่ไม่อยากเป็นลูกจ้าง อยากสร้างอาณาจักรของตัวเอง อยากอิสระ อยากใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อสร้างตัวเอง ไม่อยากถูกเขาเลี้ยงไว้ใช้งาน เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่ทำงานจนหัวปั่น เพื่อหาเงินมาให้เจ้านาย แลกกับอาหารอร่อย ๆ ที่เจ้านายปันให้มาแต่ละวัน


แต่เสือที่ไม่ได้อยู่ป่ามาตั้งแต่เด็ก จะล่าสัตว์สู้สัตว์ป่าอื่น ๆ อย่างหมาป่าที่อยู่ในป่าตั้งแต่เกิดก็ยังไม่ได้เลย จะให้ไปหาปลาในน้ำ ก็ไม่ใช่ทางของเสือ ใจอยากเป็นนาย แต่ก็ความสามารถก็ยังไม่พอจะเป็นนาย เพราะชินกับการอยู่บ้าน เข้าป่าไปลึก ๆ ก็จะหลงป่าเอาได้แบบ


โดย: มุมมองหลายมิติ วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:19:26 น.  

 
ที่เคยอ่านเจอในหนังสือคาถาเงินล้านเขาว่าให้ทำงานให้สอดคล้องกับศักยภาพของตัวเองนั่นคือได้ผลตอบแทนตามความสามารถของตัวเองเพราะการที่มีเงินเดือนประจำนั้นมันมั่นคงแต่ไม่มั่งคั่ง บางที่ตัวเราเองอาจจะมีความสามารถมากกว่าที่จะได้รับก็ได้


โดย: แมงเม่าเข้ากองไฟ IP: 125.24.72.171 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:44:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
หลายมิติ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




คนเราบางคน เป็นคนหลายคน ได้ในคน ๆ เดียว
คนเราหลายคน กลายเป็นคน ๆ เดียวกันได้กับคนอีกหลายคน
คนเราบางคน เป็นเหมือนคนหลายคน ที่ไม่เหมือนคนอีกหลายคน
Friends' blogs
[Add หลายมิติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.