Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
มาลองทำ "เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด" สูตรคนรักสุขภาพกัน
สวัสดีค่า วันนี้เมมาพร้อมเมนูคลายร้อนที่แสนชื่นใจ
ท๊าดา....
เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด



เห็นแบบนี้ ไม่ได้ไปซื้อจากที่ไหนมานะจ๊ะ นำเองนะเนี่ย 5555

เมว่าคงเป็นเมนูโปรดหลายๆคนเลย แต่บางคนต้องหาซื้อทานกันชิมิ

จริงๆจะบอกว่าเราสามารถทำเองได้ชิวๆที่บ้านเลยละค่า
ไม่โม้นานละ เริ่มทำกันเลยดีกว่า
............

ส่วนผสมมีดังนี้ค่ะ



1.น้ำเปล่า  2 ถ้วย (400 มล.)
2. นมสดรสจืด  1 ถ้วย (200 มล.)
3. นมข้นจืด  1 กระป๋อง 
4. น้ำตาลแคลอรี่ต่ำ 1/4 ถ้วยตวง (60 กรัม) 
(ให้ความหวานเท่ากับน้ำตาลทรายทั่วไป 1/2 ถ้วยตวง)
ปรับหวานตามชอบค่ะ 
5. ผงวุ้น   10 กรัม
6. ผงเจลาติน 5 กรัม 
7. กลิ่นวนิลา   2 ช้อนชา


ขั้นตอนการทำ

 



1. เริ่มจากเทน้ำเปล่าลงใส่หม้อ แล้วเปิดไฟปานกลาง
2. จากนั้น ผสมผงวุ้นกับผงเจลาตินเข้าด้วยกัน แล้วเทใส่หม้อค่ะ
3. คนให้ผงวุ้นละลาย ไม่จับตัวเป็นก้อน
4. ผสมนมสดกับนมข้นจืดเข้าด้วยกัน แล้วเทลงใส่หม้อ

<<<<  >>>>



1. ตวงน้ำตาลทราย Lite Sugar ตามปริมาณอัตราส่วนที่บอกไว้ข้างต้น
2. เทน้ำตาลลงหม้อ แล้วคนให้น้ำตาลละลายค่ะ
3. คนด้วยไฟปานกลาง จนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
4. สุดท้ายแว๊วว เร่งไฟแรงให้เดือดจนส่วนผสมฟูขึ้น แล้วปิดไฟได้เลยฮับ

*** จากนั้นหยดกลิ่นวนิลาลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพักไว้ให้เย็น

>>>> <<<<



เตรียมภาชนะใส่เต้าฮวยกันค่ะ 

1. แบบแรกเป็นถ้วยพลาสติก
2. ถ้าใครไม่มี ก็ใช้แก้วที่มีอยู่แทนได้เลยจ๊ะ

>>>> <<<<


1. หลังจากที่เราพักเต้าฮวยให้เย็นแล้ว นำมาเทใส่ลงไปในถ้วย
(ถ้าอยากให้เนื้อเต้าฮวยเนียนๆ ให้กรองส่วนผสมค่ะ)

2. เทเต้าฮวยครบแล้ว จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นค่ะ 

3. แช่เต้าฮวยประมาณ 3 - 4  ชั่วโมง

เหยย แค่นี้ก็เสร็จส่วนสำคัญแล้วอ่ะ ง่ายมากก

>>>>  <<<<
ระหว่างรอแช่ เรามาทำฟรุ๊ตสลัดรอกันดีกว่า



สิ่งที่ต้องเตรียม 

- ผลไม้ค่ะ จะใช้เป็นผลไม้แบบสดหรือแบบกระป๋องสำเร็จรูปก็ได้

- น้ำตาล Lite Sugar 1  ซอง (เพิ่มความหวานตามชอบค่ะ)



เมใช้ผลไม้ทั้ง 2 แบบรวมกันค่ะ เพราะอยากกินผลไม้หลากหลาย

แต่เมจะเทน้ำเชื่อมในกระป๋องทิ้งไปนะ เพราะมันหวานเกิน

 แล้วเราค่อยมาปรุงรสชาติกันใหม่ดีกว่าเนอะ

เมใช้น้ำตาล Lite Sugar เทไปครึ่งซอง 
ใช้แค่ครึ่งเดียวของน้ำตาลทั่วไป แต่ให่ความหวานเท่ากัน แคลอรี่จึงลดลงครึ่งนึง ซึ่งก็ได้รสชาติที่หวานกำลังดี



คลุกเคล้าผลไม้ให้เข้ากัน แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น 15- 30 นาที ให้ผลไม้เย็น 

>>> <<<
เอาล่ะ ถึงเวลามาตักผลไม้ใส่บนหน้าเต้าฮวยแล้ว



เมชอบกินผลไม้เยอะๆ ตักใส่เต็มทุกแก้วเลยฮับ



ในแบบแก้วทรงสูงบ้าง 



ส่วนเนื้อเต้าฮวย จะดูไม่แข็งเกินไปและไม่นิ่มเกินไปค่ะ


ตักพร้อมกับผลไม้เย็นๆ กินแล้วชื่นใจจริงๆนะ


อากาศร้อนๆแบบนี้ ลองทำของหวานคลายร้อนกันดูนะ
อย่าง "เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด" แก้วนี้ 

เหมาะกับคนรักสุขภาพ กินแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนัก

ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ กินแล้วชื่นใจ

เป็นยังไงบ้างคะ กับเมนูเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด
ว่างๆก็อย่าลืมลองเอาไปลองทำทานดูน้า อร่อยสดชื่นจริงๆ

ส่วนสาวๆรักสุขภาพหลายคนที่กังวลกลัวอ้วน เพราะเจ้าเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัดนี่ก็หวานฉ่ำมิใช่น้อยนั้น

อย่าพึ่งกังวลไปค่ะ เพราะถ้าสาวๆสังเกตกันดีๆ เมนูนี้เมใช้ตัวช่วยดีๆแทนการใช้น้ำตาลทรายขาวปกตินะจ๊ะ


เห็นกันบ้างรึเปล่าเอ่ย เจ้ากระปุกฟ้าๆ ซองฟ้าๆนี่แหละ

 ตัวช่วยให้เมกินเต้าฮวยอย่างสบายใจ



นั่นก็คือ ไลท์ ชูการ์ นั่นเองค่า เราเห็นกันบ่อยๆตามร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปเนอะ

ส่วนใครยังไม่รู้จักเจ้าตัวนี้ มาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันดีกว่า

มันคือ น้ำตาลแคลอรี่ต่ำ ที่ให้แคลอรี่เพียง 1/2 ของน้ำตาลทราย
 โดยให้ความหวานของน้ำตาลธรรมชาติ

เข้าใจง่ายๆเลยคือ มันก็คือน้ำตาลให้ความหวานนี่แหละ แต่มีแคลอรี่ต่ำจ้า



ไลท์ ชูการ์เนี่ย ประกอบด้วย น้ำตาล 99.5%, แอสปาร์แตม (Aspartame) 0.5%

ซึ่งเจ้าตัวแอสปาร์แตมนี่ล่ะ ที่จะเป็นสารให้ความหวาน

(จริงๆมีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น น้ำอัดลม ลูกอม หมากฝรั่ง ขนมขบเคี้ยว)

เพราะให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200 เท่าเลยทีเดียว


จากด้านบนจะเห็นได้ว่า การใช้ไลท์ ชูการ์นั้นจะช่วยให้ลดปริมาณการใช้น้ำตาลลงถึงครึ่งนึงเลย
ทำให้เราได้รับแคลอรี่น้อยลงด้วย

ไลท์ ชูการ์ เค้าบรรจุผลิตภัณฑ์มาใน 2 รูปแบบ เพื่อให้เราได้เลือกใช้งานตามความถนัด
มีทั้งเป็นกระปุก มีฝาเปิดปิดสำหรับเทใช้


ลักษณะน้ำตาล ก็เหมือนน้ำตาลทรายขาวทั่วไปเลยค่ะ
และอีกแบบนึงคือ มาในแบบซองเล็กๆ ที่สามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้
หรือช่วยให้เรากะปริมาณในการใช้งานได้ง่ายขึ้น



ไลท์ ชูการ์เนี่ยใช้ได้กับทุกเมนูเลยนะ ไม่ว่าจะประกอบอาหารคาว หวาน หรือจะใส่ในเครื่องดื่มร้อน-เย็น

แต่เค้าไม่แนะนำสำหรับเมนูที่ใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน(นานกว่า 30 นาทีหรือ ที่ 180 องศา)

เช่น การอบ การตุ๋น การเคี่ยว เพราะแอสปาร์แตม จะสลายไป ทำให้ความหวานลดลง แต่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

ส่วนตัวเมแล้วเนี่ย เมชอบใช้ในการชงเครื่องดื่มต่างๆช่วงเช้าอ่ะค่ะ

มีแอบพกแบบซองไปใส่เวลากินก๋วยเตี๋ยวด้วยนะ ลดแคลอรี่จากน้ำตาลทรายปกติไปได้เยอะเลย

และก็มีบ้างที่เอามาใช้ในการทำขนม อาหารว่างฮัป

ยังไงวันนี้เมก็ขอตัวไปชิมเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัดเย็นฉ่ำก่อนน้า

สวัสดีค่า




Create Date : 01 กันยายน 2557
Last Update : 1 กันยายน 2557 17:15:41 น.
Counter : 84516 Pageviews.

15 comment
แชร์สูตร วิธีทำเค้กไมโลดิบ
สวัสดีค่ะ

กลับมาพบกับแจ๊คกี้อีกเช่นเคยนะคะ
หลังจากที่ห่างหายจากเขียนบล๊อกไปนานหลายเดือน
กลับมาคราวนี้ แจ๊คมาพร้อมกับขนมที่มีชื่อว่า 

" เค้กไมโลดิบ "



ที่มาของ เค้กไมโลดิบ คือ ตัวแจ๊คเองเลย เพราะชอบทานนมไมโลดิบ
เคยลองคิดเล่นๆว่า ถ้าเอามาทำเค้ก จะเป็นยังไง
เลยลองทำดู ดัดแปลง เราชอบแบบไหน ก็ทำแบบนั้น
ผลออกมาคือ อร่อย รสชาติถูกปาก

เอาเป็นว่า เรามาดูส่วนผสม วิธีการทำกันเลยดีกว่าค่ะ

.....................

ขั้นตอนวิธีทำเนื้อเค้ก

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 1



1. แป้งเค้ก 75 กรัม
2. ผงฟู 2 ช้อนชา
3. น้ำตาลทรายป่น 50 กรัม
4.ไข่แดง 2 ฟอง
5.เกลือ 1 หยิบมือ
6.นมสด 45 กรัม
7. น้ำมันพืช 30 กรัม
8.น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนชา

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 2



1. ไข่ขาว 2 ฟอง
2. น้ำตาลทรายป่น 20 กรัม 

วิธีการทำ
 เริ่มจากวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน - ล่าง  นาน 20 นาที

ขั้นตอนแรก



ร่อนส่วนผสมของแห้งมี แป้งเค้ก ผงฟู เกลือ ร่อนเข้าด้วยกัน 2 รอบ 



จากนั้น ทำบ่อตรงกลาง ใส่น้ำตาลทรายป่น ไข่แดง 
นมสด น้ำมันพืช น้ำมะนาว ลงไป 



แล้วคนส่วนผสมทั้งหมด ให้พอเข้ากัน ไม่ต้องคนนาน

ส่วนผสมขั้นที่ 2  



ตีไข่ขาว 2 นาที แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลทรายป่น ตีต่ออีก 1 นาที ให้ไข่ขาวตั้งยอด




จะได้ไข่ขาวตั้งยอดดังรูป



จากนั้นนำไข่ขาวที่เราตีตั้งยอด มาใส่ในส่วนผสมที่ 1 ที่เราเตรียมเอาไว้
ตะล่อมเบาๆมือ ให้ส่วนผสมเข้ากัน



ตะล่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ



เทใส่พิมพ์ที่เราเตรียมเอาไว้ แล้วรองด้วยกระดาษไขค่ะ
ก่อนนำเข้าอบเคาะไล่อากาศ 2 - 3 ครั้ง 

อบที่อุณหภูมิ 180 องศา ไฟบน - ล่าง  นาน 20-25 นาที 



อบเสร็จเรียบร้อยแล้ว



ตัดแบ่งครึ่งให้เท่ากัน แล้วพักไว้ให้เย็น

>>>> <<<<

ขั้นตอนต่อไป เรามาทำชั้นครีมกันค่ะ



1. วิปปิ้งครีมมิกซ์  125 กรัม
2. น้ำเย็นจัด  150 กรัม
3. กลิ่นวนิลา  2 ช้อนชา
4. โอริโอ้ 1 ห่อ (ปาดครีมออก)

**
ครั้งนี้แจ๊คลองใช้วิปปิ้งครีมแบบผง ทำง่ายมากๆ สะดวก ราคาประหยัด

สูตรสำหรับวิปปิ้งครีมสด

1. วิปปิ้งครีม   250 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง   2 ช้อนโต๊ะ 
3. กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา

** คำแนะนำ ควรตีวิปปิ้งครีมขณะเย็นจัด จะตีขึ้นได้ง่าย
และ ภาชนะที่ใช้ตี ควรเป็นสแตนเลส นะคะ

วิธีการทำ



1. เทน้ำเย็นจัดลงไปในวิปปิ้งครีมมิกซ์
2. ตีไปเรื่อยๆประมาณ 2 นาที ให้สังเกตุตัววิปปิ้งครีมจะเริ่มข้น
3. ให้หยดกลิ่นวนิลาลงไป
4. สุดท้ายตีวิปปิ้งครีมให้ส่วนผสมเข้ากันอีกที ก็จะได้วิปครีมเนื้อข้น สีนวล

เสร็จแล้วให้แบ่งวิปครีม สำหรับชั้นครีมตรงกลาง กับ ครีมตกแต่งหน้าเค้ก



1. ปาดครีมโอริโอ้ออก บดให้ละเอียด แล้วเทลงไปในวิปครีม
2. ค่อยๆคนส่วนวิปครีมกับโอริโอ้ให้พอเขากัน

-  เสร็จแล้ว ให้แช่ในตู้เย็นทิ้งไว้ 30 นาที -

>>> <<<

30 นาทีผ่านไป เรามาเริ่มบีบชั้นครีมกัน แจ๊คถนัดบีบครีมมากกว่าปาดครีม
เพราะชั้นครีมจะได้เท่ากัน อันนี้แล้วแต่ถนัดเลยค่ะ



ประกบเค้กอีกชั้น บีบวิปครีมลวดลายตามใจชอบเลยค่ะ



เสร็จแล้วเก็บรายละเอียดนิดหน่อย แล้วแช่ในตู้เย็น 4 - 6 ชม. หรือ ข้ามคืน



** อย่าใจร้อนรีบตัดเค้กนะคะ ให้เค้กเซทตัวดีก่อน
เดี๋ยวเค้กจะเละ ไม่น่าทาน

>>><<<

ระหว่างที่รอเค้กเซทตัว เราก็เริ่มมาเตรียมท็อปปิ้ง
สำหรับตกแต่งหน้าเค้กกันค่ะ

ท็อปปิ้งนี้ เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ ชอบอะไรก็ใส่ไปเลยค่ะ
อย่าลืมพระเอกของเรา " ผงไมโล " ขาดไม่ได้นะฮะ



5 ชม.ผ่านไป เราก็มาเริ่มตัดเค้กกันเลยค่ะ
ใช้มีดฟันเลื่อย จุ่มน้ำร้อน แล้วเช็ดให้แห้ง
จะช่วยให้เค้กตัดได้ง่าย และผิวขนมเรียบสวย



ตัดเค้กออกมา1ชิ้น จัดการโรยไมโลก่อนเลย โรยเข้าไปเยอะๆๆๆ



ตามด้วยซีเรียล โรยเข้าไปเลยฮะ ยิ่งเยอะ ยิ่งอร่อย



แป้งนุ่มๆ บวกชั้นครีมและซีเรียล ทานพร้อมกัน นี้ฟินจริงๆนะ



สำหรับเค้กไมโลดิบ ให้โรยหน้าท็อปปิ้งก่อนทานเท่านั้นะคะ
เพราะว่าถ้าโรยแล้วแช่เย็นก่อน จะทำให้ผงไมโลละลาย ซีเรียลไม่กรอบ
ขนมของเราจะไม่อร่อยค่ะ

 เค้กไมโลดิบ แจ๊คทำบ่อยมาก เพราะรสชาติที่ลงตัว
ทานง่าย  ทำให้ทานเค้กอร่อยขึ้น
ถ้าว่างๆ เพื่อนๆลองทำกันดูนะคะ

ถ้าอยากเห็นอัพเดทขนม เข้าดูได้ที่ IG: Jacquelin3
เข้ามาทักทายแจ๊คได้เลยนะฮะ

เผลอแป๊ปเดียวก็จบแว้ววววว
ไว้วันหลัง ถ้ามีเมนูใหม่ๆ จะแวะมาแปะสูตรนะจ๊ะ

พบกันใหม่เมนูต่อไปน้าาาา
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^



Create Date : 12 กรกฎาคม 2557
Last Update : 18 กรกฎาคม 2557 20:34:42 น.
Counter : 26171 Pageviews.

7 comment
วิธีทำ ช๊อคโกแลตลาวา : Chocolate Lava Cake
 สวัสดีค่าา

สวัสดีเพื่อนๆอีกครั้งนะคะ ห่างหายไปจากการเขียนบล๊อกนานมากก
กลับมาอีกทีก็อยู่ในช่วงซัมเมอร์แล้ว

วันนี้แจ๊คเลยหาเมนูตอนรับซัมเมอร์ด้วย
นี่เลย "Chocolate Lava Cake " เค้กลาวา



เห็นแบบนี้แล้ว ทำไม่ยากอย่างที่คิด ทำเองได้สบายๆเลยค่ะ 

มาเริ่มทำขนมกันเลยค่าา
.......

ส่วนประกอบมีดังนี้ค่ะ



1.เนยสดชนิดจืด   60 กรัม
2. ดาร์กช๊อคโกแลต   60 กรัม
3. แป้งสาลีเอนกประสงค์   1/4 ถ้วยตวง
4. น้ำตาลทรายป่น  1/4 ถ้วยตวง
5.เกลือป่น   1 หยิบมือ
6. ไข่ไก่ 2 ฟอง
7. กลิ่นวนิลา   2 ช้อนชา

**สูตรนี้ทำได้ 3 ถ้วยนะคะ

ขั้นตอนวิธีการทำ
เริ่มจากวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200° ไฟบน-ล่าง นาน 20 นาที



เตรียมถ้วยพิมพ์สำหรับอบขนม ทาเนยให้ทั่วพิมพ์ ตามด้วยน้ำตาลทรายป่น 
เขย่าให้น้ำตาลทรายเคลือบติดเนยจนทั่ว แล้วเคาะเศษน้ำตาลออกค่ะ

ขั้นตอนต่อมา



ละลายเนยกับดาร์กช๊อคโกแลตเข้าด้วยกัน แล้วโรยเกลือลงไป



พอส่วนผสมละลายเข้าด้วยกัน หยดกลิ่นวนิลาลงไป พักไว้ให้คลายร้อน



ตอกไข่ไก่ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายป่น



คนให้พอน้ำตาลทรายละลาย ไม่ต้องคนนานนะคะ



จากนั้น ค่อยๆเทส่วนผสมเนยกับดาร์กช๊อคลงในส่วนผสมของไข่ไก่ ระหว่างเทก็คนไปเรื่อยๆจนหมด



สุดท้ายร่อนแป้งลงไปค่ะ



คนให้พอเข้ากัน ก็ใช้ได้แล้วค่ะ 



เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ พร้อมเข้าอบค่ะ

ใช้เวลาอบแค่ 10 - 12 นาที ถ้าอบนานเกินไปขนมจะสุก เนื้อจะไม่เป็นลาวาค่ะ



อบเสร็จแล้ว วิธีเช็คสุกคือ รอบๆแป้ง เนื้อจะร่อนออกนิดหน่อย
 หน้าตรงกลางแตกเล็กน้อย ใช้ได้แล้วค่ะ


จัดเสริฟ ใช้มีดแซะรอบๆแป้ง แล้วคว่ำใส่จาน ตกแต่งตามชอบค่ะ



ก่อนทานใช้มีดผ่าตรงกลาง ให้เนื้อลาวาค่อยๆไหลลงมา



ทานคู่กับไอศครีม เพิ่มความอร่อยค่ะ 



เค้กลาวา เราสามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน
ส่วนผสมมีไม่เยอะ ใช้เวลาทำไม่นาน 

ทำแล้ว อย่าลืมมาแชร์ความอร่อยกันนะคะ 

พบกันใหม่เมนูต่อไปค่าาา
สวัสดีค่ะ ^^



Create Date : 20 มีนาคม 2557
Last Update : 21 มีนาคม 2557 14:37:43 น.
Counter : 166876 Pageviews.

31 comment
สูตรทำ Strawberry Shortcake
 สวัสดีค่าาาา

สวัสดีเพื่อนๆอีกครั้งนะคะ 
กลับมาพบกับแจ๊คอีกเช่นเคย วันนี้แจ๊คจะพามาทำขนม
ที่หลายคนคงชื่นชอบ

นั่นก็คือ "Strawberry Shortcake " ค่ะ 



ด้วยเนื้อเค้กที่ฟูเบา ตัดกับชั้นครีมและเนื้อสตอว์เบอร์รี่
จะได้รสชาติที่อร่อยลงตัว เข้ากั๊น เข้ากัน 

เรามาดูขั้นตอนวิธีการทำกันเลยค่ะ

.........

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 1



1. แป้งเค้ก 75 กรัม
2. ผงฟู 2 ช้อนชา
3. น้ำตาลทรายป่น 50 กรัม
4.ไข่แดง 2 ฟอง
5.เกลือ 1 หยิบมือ
6.นมสด 45 กรัม
7. น้ำมันพืช 30 กรัม
8.น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนชา

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 2



1. ไข่ขาว 2 ฟอง
2. น้ำตาลทรายป่น 20 กรัม 

วิธีการทำ
 เริ่มจากวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน - ล่าง  นาน 20 นาที

ขั้นตอนแรก



ร่อนส่วนผสมของแห้งมี แป้งเค้ก ผงฟู เกลือ ร่อนเข้าด้วยกัน 2 รอบ 



จากนั้น ทำบ่อตรงกลาง ใส่น้ำตาลทรายป่น ไข่แดง 
นมสด น้ำมันพืช น้ำมะนาว ลงไป 



แล้วคนส่วนผสมทั้งหมด ให้พอเข้ากัน ไม่ต้องคนนาน

ส่วนผสมขั้นที่ 2  



ตีไข่ขาว 2 นาที แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลทรายป่น ตีต่ออีก 1 นาที ให้ไข่ขาวตั้งยอด




จะได้ไข่ขาวตั้งยอดดังรูป



จากนั้นนำไข่ขาวที่เราตีตั้งยอด มาใส่ในส่วนผสมที่ 1 ที่เราเตรียมเอาไว้
ตะล่อมเบาๆมือ ให้ส่วนผสมเข้ากัน 



ตะล่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ



เทใส่พิมพ์ที่เราเตรียมเอาไว้ แล้วรองด้วยกระดาษไขค่ะ
ก่อนนำเข้าอบเคาะไล่อากาศ 2 - 3 ครั้ง 

อบที่อุณหภูมิ 180 องศา ไฟบน - ล่าง  นาน 20-25 นาที 



อบเสร็จเรียบร้อยแล้ว



ตัดแบ่งครึ่งให้เท่ากัน แล้วพักไว้ให้เย็น 

ขั้นตอนต่อไปเราจะทำชั้นครีมกันค่ะ

ส่วนประกอบมีดังนี้

1. วิปปิ้งครีม   250 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง   2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มความหวานได้นะคะ)
3. เจลาตินละลาย   2 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)

** คำแนะนำ ควรตีวิปปิ้งครีมขณะเย็นจัด จะตีขึ้นได้ง่าย
และ ภาชนะที่ใช้ตี ควรเป็นสแตนเลส นะคะ 

ขั้นตอนการทำ


1. เทวิปปิ้งครีมลงในอ่างสเตนเลส
2.ใช้เครื่องตีแบบมือถือ ตีวิปปิ้งครีมด้วยความเร็วสูงสุด



3. ตีไปสักพักจนขึ้นฟู ค่อยๆใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป 
ตามด้วยเจลาตินค่ะ

4. เมื่อตีต่ออีกสักพักวิปปิ้งครีมขึ้นฟูสวยงาม (ในรูป) ใช้ได้แล้วค่ะ


เสร็จแล้ว แช่วิปครีมในตู้เย็นอย่างน้อย 10 นาที ก่อนนำมาประกบชั้นเค้ก

10 นาทีผ่านไป เรามาเริ่มประกบชั้นเค้กเลยค่ะ 



นำแป้งที่พักไว้ วางลงบนแท่นหมุนหรือภาชนะอื่น แล้วบีบครีมให้เต็มชั้นแป้งค่ะ



ตกแต่งหน้าด้วยสตอร์เบอร์รี่ แล้วบีบครีมปิดทับชั้นสตอร์เบอร์รี่อีกทีค่ะ



นำเค้กอีกชิ้น วางประกบกันค่ะ



แล้วปาดครีมปิดให้ทั่วเค้ก 



ตกแต่งหน้าเค้กตามใจชอบเลยค่ะ

เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้แช่ตู้เย็นไว้ 4 - 6 ชม. หรือ ข้ามคืน



** อย่าใจร้อนรีบตัดเค้กนะคะ ให้เค้กเซทตัวดีก่อน
เดี๋ยวเค้กจะเละ ไม่น่าทาน 

ครั้งนี้แจ๊คทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง 
จะเห็นได้ว่า เนื้อเค้กที่ตัดออกมายังเซทตัวกันไม่ดี



เห็นแบบนี้แล้ว ก็อดใจไม่ได้นี่น่าาาาาา



รูปครั้งก่อนที่ทำ ทิ้งไว้ข้ามคืน ตัดออกมา เนื้อเนียน สวยเลยค่ะ


น่าหม่ำไหมคะ



เสร็จเรียบร้อยแล้วกับ Strawberry Shortcake ค่ะ

ถ้าไม่มีสตอร์เบอร์รี่ เราสามารถใช้ผลไม้อย่างอื่นแทนได้
เช่น กีวี่ ส้ม บลูเบอร์รี่ หรือผลไม้ตามความชอบ
แนะนำเป็นผลไม้สดจะดีกว่านะคะ จะได้รสชาติที่อร่อยกว่า

อากาศร้อนๆนี้ ถ้าได้ขนมหวานสัก ชิ้นสองชิ้น
รับรองเลยว่าจะหาเครียด แล้วเครียดเรื่องน้ำหนักแทน อิอิ

ปิดเทอมนี้ เพื่อนๆลองหาเวลาว่างลองทำดูนะคะ

พบกันในเมนูต่อไปค่ะ 
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ^^




Create Date : 16 มีนาคม 2557
Last Update : 12 กรกฎาคม 2557 17:29:25 น.
Counter : 47226 Pageviews.

11 comment
วิธีทำ Homemade Pizza ทำพิซซ่าง่ายๆที่บ้าน
 สวัสดีค่าา ทุกคน
วันนี้พี่ขอนอกใจน้องเค้ก 1 วัน
เพราะพี่จะพามาทำเมนูสุดโปรดของใครหลายคน

นั่นก็คือ พิซซ่า "Pizza" นั่นเองง



พูดถึงพิซซ่า ฟังดูแล้วท่าทางจะยุ่งยาก
 คงต้องไปกินที่ร้านกันตลอดสิน่าา ราคาก็เอาเรื่องใช่เล่น

วันนี้ไม่ต้องง้อร้านแล้วค่า มาทำกินเองดีกว่า ทั้งอร่อย ใส่เครื่องได้เน้นๆ 
กินที เอาว่าสะใจไปเลย 5555

วิธีทำไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะ 
มาเริ่มลงมือทำเลยค่ะ
.....

ส่วนผสมแป้งมีดังนี้ค่ะ

1. แป้งอเนกประสงค์   1 1/2 ถ้วย

2. เกลือ 1 หยิบมือ

3. ยีสต์ผง 1 ช้อนชา
4. น้ำอุ่น 150 ml
5. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

(สูตรนี้แบ่งได้เป็น 2ก้อน สำหรับพิซซ่าถาดกลาง)

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งลงในชามผสม1ครั้ง จากนั้นโรยเกลือด้านรอบนอกของแป้ง

2. ลงยีสต์ตรงกลาง แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน 

จากนั้นกดตรงกลางให้เป็นหลุม

อย่าให้ยีสต์กับเกลือสัมผัสกันโดยตรง เพราะจะทำให้ยีสต์ตาย 

(ยีสต์ไม่สามารถทำให้แป้งขึ้นฟู)

3. ลงน้ำอุ่นมาทีละน้อย พร้อมด้วยน้ำมันมะกอก


4. คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน


5.นวดแป้งเป็นก้อนกลมให้เนื้อแป้งเข้ากันดี


6. แบ่งแป้งออกเป็นสองส่วน


จากนั้น พักไว้ในชามผสม ปิดฟิล์ม

แล้วพักแป้งไว้ประมาณ 30นาที - 1ชั่วโมง

(บางคนอาจพัก 10-15 นาที หรือไม่พักก็ได้ 

เพราะเท่าที่ลองทำมาทั้ง2แบบ มันก็กินได้เหมือนกัน) 

<<<< >>>>

เริ่มวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ไฟบน - ล่าง 30 นาที

จากนั้นมาทำซอสพิซซ่าค่ะ


ส่วนผสมทั้งหมดมีดังนี้

1. น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันพืช 

2. กระเทียมสับ

3. เนยสด

4. เห็ดแชมปิญอง

5. ซอสมะเขือเทศ

6.ออริกาโน่ 

(ออริกาโน่สำคัญนะคะ เพราะจะทำให้พิซซ่าได้รสชาติสไตล์อิตาเลี่ยนจริงๆ

 หาซื้อได้ที่ Top Super และ ห้างสรรพสินค้า )

7. หัวหอมสับ 

8.มะเขือเทศสด

(ข้อ7และ ข้อ8 ใส่อย่างละนิดให้พอเหมาะ เพราะถ้าใส่เยอะเกินไป

น้ำผักมันจะออกมาเยอะ ทำให้แป้งพิซซ่าฉ่ำเกินไปค่ะ )

(ส่วนผสมทั้งหมดกะปริมาณตามใจเราเลยค่ะ)

<<< >>>

วิธีการทำ

ใส่น้ำมันมะกอก กระเทียมสับ หัวหอมสับ 

เนยสด มะเขือเทศสด เห็นแชมปิญอง

ลงไปผัดจนเข้ากันโลดค่าา (ง่ายไปมั้ย555)


ตามด้วยออริกาโน่ (ใส่เยอะ หอมเยอะ)


ตามด้วยซอสมะเขือเทศ 


ปรุงรสตัดเค็มด้วยน้ำตาลทรายนิดหน่อย 


ผัดต่อจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน พักไว้ให้เย็น

<<<< >>>>

ขั้นตอนต่อมา

รีดแป้งให้เป็นแผ่นกลมบาง 

(ขึ้นอยู่กับขนาดของเตาอบด้วยนะคะ ถ้าเตาอบใหญ่หน่อยก็ทำชิ้นใหญ่ได้)


จากนั้นก็ตัดขอบแป้งที่เหลือออกให้เป็นรูปวงกลม

(หรือใครอยากกินพิซซ่ารูปร่างแปลกๆ จะปล่อยไว้ก็ไม่ว่ากันค่า)


รองแป้งพิซซ่าบนกระดาษไขที่ทาเนยเอาไว้ 

แล้วใช้ส้อมจิ้มแป้งพิซซ่าให้ทั่วเลยค่ะ


มาถึงขั้นตอนแต่งหน้าแล้วค่ะ

หน้าพิซซ่านี้ ใส่ตามวัตถุดิบในตู้เย็นเลยน้า เลือกใส่ตามใจชอบเลยค่ะ


นำซอสพิซซ่าที่ผัดเรียบร้อยแล้ว

มาทาลงบนแป้งพิซซ่าให้ทั่วเลยค่ะ


โรยหน้าพิซซ่าตามใจชอบ

สุดท้ายโรยมอสซาเรลล่าชีส

(ถ้าชอบชีสเยอะๆ โรยเพิ่มได้เลยค่ะ)

<<< >>>

พร้อมเข้าอบแล้วค่ะ


อบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ไฟบน - ล่าง ประมาณ 20-25 นาที


25 นาทีผ่านไปพิซซ่าของเราก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว หอมฟุ้งทั่วบ้านจริงๆค่ะ

(เวลาไม่ต้องเป๊ะก็ได้ค่ะ กะเอาตามที่เราเห็นว่ามันสุก และสีสวยแล้ว)


ตัดแบ่งพิซซ่ากันค่ะ

แป้งบางๆ แต่ิเครื่องนี่ใส่เต็มทุกอณู มองแทบจะไปเห็นชั้นแป้งแล้ว 555


5 นาทีผ่านไป หมดเกลี้ยงแล้วค่ะ


หลายคนที่ชอบทานพิซซ่า อาจจะเคยคิดว่าในการทำพิซซ่านั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

หลากหลายขั้นตอน แต่จริงๆแล้วเราสามารถทำทานเองได้ที่บ้าน

อร่อยและถูกใจเราแน่นอนค่ะ

ลองทำกันดูนะคะไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆค่ะ

.......................

จริงๆแล้วแจ๊คทำขนมเกือบทุกวัน แต่ไม่ค่อยได้เขียนลงบล๊อก

สามารถติดตามขนมได้ที่ Instagram : Jacquelin3

เข้ามาดูขนมได้เลยนะคะ ถ้ามีคำถามอะไรเขียนทิ้งไว้ใต้รูปได้เลย

แจ๊คพร้อมที่จะให้คำตอบทุกคนค่ะ

............

พบกันใหม่ในเมนูต่อไปนะคะ

ขอบคุณค่ะ




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 12:50:56 น.
Counter : 216972 Pageviews.

20 comment
1  2  3  

~May R
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2005 คน [?]




>>>>> <<<<<
jcaFkJ.png [280x100px] ฝากรูป QLImjM.png [300x150px] ฝากรูป yfz5xH.png [300x135px] ฝากรูป
New Comments