Take It Easy!!
Group Blog
 
All Blogs
 

วิถีชาวนา 6 (ตอนจบ)

ระหว่างที่เกี่ยวข้าว พ่อก็จะเริ่มทยอยมัดไว้เป็นกอง
พ่อเลือกที่จะทำตอนเช้ามืดค่ะ เพราะเป็นเวลาที่ข้าวตากน้ำค้างมาทั้งคืน
ทำให้รวงไม่หักเวลามัด


ช่วงนี้พ่อเริ่มปลีกตัวไปถาถซังข้าว เตรียมทำลานนวดข้าวแล้วค่ะ
เริ่มจากใช้จอบถากซังข้าวที่ผิวหน้าออก
เอาขี้ควายสดมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วเทลาดบนลาน
ใช้ไม่เกลี่ยนให้ทั่วทิ้งให้แห้งประมาณ 2-3 วัน
ก็นำมัดข้าวมาวางได้แล้วค่ะ
ช่วงนี้จะมีหลาย ๆ งานซ้อนกันอยู่ค่ะ
เช้ามืดขนข้าวโดยใช้ไม้หาบ (ภาษอีสานเรียกไม้คันหลาว)
ไม้หาบ หรือไม่คันหลาวหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ


จัดเรียงเป็นกองเพื่อให้ง่ายเวลาตีข้าว ตอนกลางวันก็เกี่ยวข้าวต่อค่ะ
พอเสร็จงานเกี่ยว ก็ถึงเวลาตีเพื่อเอาเม็ดข้าวออกจากฟาง
จำได้ว่าในหนังสือเรียน ตอนเด็ก ๆ
แถวภาคกลางเค้าจะเอามัดข้าวมาเรียงแล้วให้พี่ทุยช่วยย่ำ
แต่แถวบ้านแอ๋นใช้แรงคนค่ะ ใช้ไม้หนีบ แล้วตีค่ะ
ไม้หนีบ ซึ่งทำจากไม่ไผ่ เป็นคู่เหมือนตะเกียบ


แต่มีเชือกผูกปลายไว้ เอาไว้หนีบมัดข้าว
เวลาตีก็เอาไม้มารัดมัดข้าวไว้ให้แน่น
ยกขึ้นเหนือศรีษะ แล้วฟาดลงกับลานที่เราทำไว้
ใครแรงดี ฟาดไป 9-10 ครั้งข้าวก็หลุดหมดแล้วค่ะ
แต่แอ๋นฟาดไป 15 ครั้งค่ะ T_T" อยากฟาด 9 ครั้งเหมือนพ่อ
แต่พ่อบอกข้าวยังหลุดไม่หมดให้ฟาดต่อไป
ต้องใส่ถุงมือด้วยนะคะ ไม่งั้นมือพองหมดค่ะ
แต่พ่อไม่ใส่นะคะ พ่อบอกว่ามือพ่อมือชาวนา มันหนา...ไม่พอง


จากนั้นก็โปรยแยกเล็ดข้าวค่ะ โดยใช้กระบุงหรือถังตักสาดขึ้นไป
เพื่อให้ลมพัดเอาเศษฟางข้าว ข้าวเม็ดลีบ ๆ และฝุ่นออกไป
ให้เหลือแต่ข้าวเปลือกงาม ๆ ค่ะ
เสร็จจากตรงนี้ก็ขนขึ้นยุ้งค่ะ อันนี้วันเดียวเสร็จ
ช่วยกันแป็ปเดียวขนขึ้นรถหกล้อ แล้วขนใส่ยุ้งฉางค่ะ
ตอนเช้ามืดแม่จะเอาดอกไม้มาปักที่ยุ้งข้าวทั้งสี่ทิศ
เพื่อเป็นการขอบคุณแม่ธรณี และแม่โพสพ ที่ช่วงให้การทำนาปีนี้ผ่านไปด้วยดี
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราได้กินอาหารอร่อยค่ะ
เป็นการฉลองการจบฤดูทำนา ด้วยอาหารเลิศรส แล้วข้าวใหม่ที่หอมนุ่ม
ตามด้วยขนมหวาน ข้าวหลามเลิศรสที่เผ่าเองกับมือ
ข้าวใหม่ ๆ หอม ๆ แทบไม่ต้องปรุงอะไรมากค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ

** ขอขอบคุณภาพประกอบจากมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์**




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 12:45:32 น.
Counter : 474 Pageviews.  

วิถีชาวนา 5

หลังจากผ่านช่วง ปลายฝนต้นหนาวมาสักพัก
ก็เข้าฤดูเก็บเกี่ยวแล้วค่ะ
ช่วงนี้ข้าวในนาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีทองอรามเลยค่ะ
หน้านี้ลมแรงค่ะ ลงพัดมาทำไรได้กลิ่นข้าวหอม ๆ ลอยมาติดจมูกเลยค่ะ
เป็นสัญญาณของฤดูเก็บเกี่ยวค่ะ
ตอนนี้ที่บ้านยังเกี่ยวมือ โดยใช้เคียวอยู่นะคะ
เคียวเกี่ยวข้าวหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ


ช่วงหลัง ๆ มีจ้างคนช่วยบ้างค่ะ ลำพังสองตา-ยาย เกี่ยวไม่ทันค่ะ
เพราะหากเกี่ยวไม่ทันลมจะพัดข้าวล้ม และรวงหักหมดค่ะ
สมัยก่อนตอนที่แอ๋นเด็กๆ มีลงแขกเกี่ยวข้าวนะคะ
แอ๋นว่ามันเป็นวัฒนธรรมที่ดีมากนะ มันเป็นการเกื้อหนุนกันในสังคม
และสอนให้เรารู้จักแบ่งปัน ลดความเห็นไม่เห็นแก่ตัวลงค่ะ
แต่เดี๋ยวนี้แม่บอกไม่ค่อยในแล้วค่ะ มีแต่เกี่ยวรับจ้าง น่าเศร้านะคะ
วัฒนธรรมอันดีงามกำลังจะหายไปอีกหนึ่งอย่าง

เวลาจะลงแขกเกี่ยวข้าวแม่จะเดินไปบอกตามบ้านต่าง ๆ
บางครั้งผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย ให้ด้วยค่ะ ยิ่งใหญ่จริง ๆ เอิ๊กกก..
ส่วนที่บ้านก็เตรียมกับข้าว กับปลาสำหรับพรุ่งนี้
เชื่อไหวค่ะบอกเท่าไหรไปเท่านั้นคนเลยจริง ๆ ไม่เคยขาด
หากพ่อบ้าน –แม้บ้าน หัวเรือใหญ่ไปไม่ได้ ก็ส่งลูกหลานไปแทนค่ะ
แอ๋นเคยไปแทนแม่ด้วย ตอนนั้นอยู่ม. 3 ได้มั่งคะ สนุกดี
เหล้า ยา ปลาปิ้ง พร้อมค่ะ เหล้าก็เป็นสาโท ที่หมักเอง
สาโท : รสชาติคล้าย ๆไวน์ค่ะ แต่เป็นไวน์ข้าว ไม่ใช้ไวน์องุ่น 55 5
ทำมาจากข้าวเหนียวหมักกับแป้ง รสหวาน กินง่าย
กินเพลินอาจล้งตึงโดยไม่รู้ตัว เพราะปริมาณน้ำตาล
และแอลกอฮอล์สูงใช้ได้ค่ะ

ประมาณหกโมงครึ่ง – เจ็ดโมงบรรดาแขก ๆที่เชิญไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
ก็เริ่มทยอยมากันแล้วค่ะ
มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงเกี่ยวข้าวกันก่อนเลย
ส่วนเจ้าภาพก็เตรียมอาหารการกินไปค่ะ
ประมาณ แปด-เก้าโมงก็ทานข้าวเช้าค่ะ
หลังจากนั้นก็บรรเลงเพลงเกี่ยวต่อไป ใส่แบบเต็มสปีดไม่มียั้งมือ
ใครร้องหมอรำเป็นก็ร้องออกมาดัง ๆร้องแก้กันข้าง
เวลานี้ล่ะค่ะที่หนุ่มมสาวจะได้กระนุ๊งกระหนิงกัน ลงเอยมาแล้วก็ไม่ใช่น้อย
พอบ่ายโมงก็ทานข้าวเที่ยงค่ะ
มือนี้พิเศษหน่อย อาจจะมีไก่ต้ม ลาบ ปลาเผา ขนมจีน
และที่ขาดไม่ได้ก็ส้มตำไงค่ะเป็นนางเอกอมตะมาจนถึงทุกวันนี้
ไม่รู้ทำไมเหมือนกันกินส้มตำตอนที่ลงแขกเกี่ยวข้าวรู้สึกว่ามันอร่อยมาก
จากนั้นก็เกี่ยวต่อไปค่ะ ตะวันโพล้เพล้ โน่นล่ะค่ะ จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 ธันวาคม 2550 18:40:35 น.
Counter : 997 Pageviews.  

วิถีชาวนา 4

สงสัยไหมค่ะ ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวนี้ชาวนาทำอะไรกัน..
สาบานได้ว่าไม่มีชาวนาคนไหนนั้งรอข้าวโตอยู่เฉย ๆ ค่ะ
ที่บ้านแอ๋นปลูกพืชไร่ค่ะที่พ่อเคยทำก็มี แตงโม ข้าวโพด มันสำปะหลังค่ะ
บ้างที่เค้าก็ปลูกอ้อยค่ะ แต่ที่บ้านไม่ได้ทำ
ช่วงหลังเจ็ด-แปดปีมานี้พ่อก็เลิกทำมันสำปะหลังไปแล้ว เพราะทำไม่ไหวค่ะ
แล้วอีกอย่างพ่อบอกว่าลูกไม่ชอบกินค่ะ
พ่อทำแค่แตงโม-แตงไท ถั่วฝักยาว ผักสวนครัว และข้าวโพดค่ะ
แตงโม-แตงไทของพ่อลูกใหญ่ หวานฉ่ำโดยที่ไม่ต้องฉีดสารเสริมใด ๆ
สามารถเด็ดจาก เครือกินได้แบบไม่ต้องยั้ง
ถั่วฝักยาวก็อวบอ้วน (แต่ไม่ค่อยยาว ไม่รู้ทำไม)ข้าวโพดก็ฝักใหญ่ หวานหอมค่ะ
ตักมาต้มสด ๆ อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ
ที่บ้านไม่ค่อยได้ใช้สารเคมีนะคะ มีแอบใช้ปุ๋ยเคมีนิดหน่อย
ก็เป็นสูตรเสมอ (N:P:K 15-15-15) และยูเรีย (N:P:K 46-0-0) เพื่อปรับสถาพดิน
ส่วนใหญ่พ่อจะใช้ขี้วัว-ควาย-หมู-ไก่ (มีครบ 5 5 5)
น้ำจุลินทรีย์ และน้ำสะเดาหมัก ค่ะ
ลืมบอกไปพ่อเค้าเป็นเกษตรกรตัวอย่างของตำบล
ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงค่ะ
ฉะนั้นใครกินอะไรจากสวนของพ่อ ไว้ใจเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ
ช่วงนี้แม่จะแปลงร่างจากชาวนามาเป็นแม่ค้าชั่วคราว
แม่จะขายตามหมู่บ้าน ตลาดตำบล ในตัวอำเภอตอนวันจันทร์
ซึ่งเค้าจัดเป็นตลาดพืชผักปลอดสาร ขายดีค่ะ แม่หมดก่อนใครเพื่อนทุกที
พืชพวกนี้เป็นพืชอายุสั้นนะคะ ช่วงอายุมันแค่ 3-4 เดือน
ฉะนั้นพอเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ ก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวพอดีค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 ธันวาคม 2550 10:29:02 น.
Counter : 197 Pageviews.  

วิถีชาวนา 3

หลังจากไถแรกสักหนึ่งสัปดาห์
พ่อเริ่มไถอีกครั้ง ครั้งนี้ไถแปรค่ะ ต่อด้วยการคราด
เพื่อย่อย กวาดเอาซากหญ้าที่ตายแล้วออก
และปรับระดับหน้าดินให้เท่ากัน


เมื่อดินเรียบเสมอกันดีก็เริ่มหว่านข้าวค่ะ
ข้าวที่จะนำมาหว่าน (ข้าวปลูก) พ่อคัดไว้ตั้งแต่หนาวเกี่ยวปีที่แล้ว
เลือกที่รวงสวย ๆ เม็ดงาม ๆ แยกไว้ต่างหาก
ก่อนหว่านพ่อเอาข้าวปลูกไปแช่น้ำไว้ก่อน 3 คืน
เพื่อให้มันงอกง่ายขึ้น
จากนั้นก็เริ่มหว่านกันเลยค่ะ
การหว่านมีอยู่ 2 แบบ แล้วแต่ผลลัพธ์ที่อยากได้ค่ะ
คือ หว่านเพื่อทำนาดำ และหว่านเพื่อทำนาหว่าน


ถ้าทำนาดำ เราต้องเพาะต้นกล้าก่อน
เมื่อโตสัก 1 ฟุต (ใช้เวลาเกือบเดือน) ค่อนถอนตัดปลายทิ้ง และนำไปปักดำ


แบบนี้จะได้ข้าวเป็นกอ ๆ และรวงใหญ่ค่ะ
เหมาะสำหรับการเกี่ยวด้วยเคียว
ส่วนนาหว่าน สมัยแอ๋นเป็นเด็กไม่ค่อยมีใครทำนะคะ
คนจะทำนาดำกันส่วนใหญ่ เพราะนาหวานเกี่ยวยาก
แต่ปัจจุบันตั้งแต่มีรถเกี่ยว คนนิยมกันเยอะ
เพราะหว่านครั้งเดียวจบเลย ไม่ต้องเพาะต้นกล้า แล้วถอนไปปักดำ
ทุ่นเวลาไปได้เยอะพอสมควร แต่ข้อเสียคือข้าวรวงเล็ก และเกี่ยวยากค่ะ
ปกติแม่จะใช้เวลาทำขั้นตอนนี้ประมาณสองถึงสามเดือน
ถ้าปีไหนฝนมาช้า ประมาณปลาย ๆ สิงหาก็เสร็จค่ะ
ตอนนี้ก็ร้องเพลงรอค่ะ รอข้าวโตอีกประมาณ 3-4 เดือน
อีก 1-2 เดือนมันจะเริ่มตั้งท้อง
จากนั้นอีก 2 เดือนก็จะเห็นผลผลิตแล้วค่ะ
อ้อ...ช่วงหลังจากข้าวออกรวงประมาณ 3 เดือน
เราจะมีขนมหวานเมนูหนึ่งเกิดขึ้น
ข้าวเม่าค่ะ มันหอมอร่อยมาก
ตอนเด็ก ๆ รู้สึกว่ามันมีคุณค่ามากนะคะปีหนึ่งเราได้กินแค่หนเดียว
แต่ตอนนี้อยากกินเมื่อไหร่ไปตลาดค่ะ มีตลอด แต่อาจไม่ใช้ขาวเม่าแท้
เป็นข้าวขาวใส่สีเขียวแทน ระวังด้วยนะคะ
ไว้วันหลังจะเอาเมนูข้าวเม่ามาฝากค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 ธันวาคม 2550 10:28:15 น.
Counter : 380 Pageviews.  

วิถีชาวนา 2

วันนี้ยังคงต่อเนื่องจาก blog ที่แล้ว
กลิ่นโคลน สาบควาย ยังคงติดจมูกอยู่ค่ะ
แอ๋นอยากเขียน blog นี้เก็บเอาไว้
ให้คนรุ่นหลัง ๆ หรือแม้รุ่นเราๆ เอง ได้อ่านค่ะ
เพราะแอ๋นเชื่อว่าถ้าหมด Generation รุ่นพ่อแม่เราไปแล้ว
อาชีพชาวนา อาจจะมีให้อ่านแค่ในหนังสือ
หรือได้ดูแค่สารคดี
เอาไว้บอกลูกหลานว่า..
รุ่นปู่ย่าตายายเราทำนากันแบบนี้
ตอนที่เขียน blog นี้
กำลังรำลึก ถึงตอนสมัยเด็ก ๆ
จำได้ว่าพอเดือนหก (พฤษภาคม) ฝนเริ่มตก
มันคือการสัญญาณการเริ่มของฤดูทำนา
กบ เขียดที่จำศีลอยู่ก็ทยอยออกมาส่งเสียงร้องกันใหญ่
เริ่มออกมาหากินอีกครั้งหลังจากจำศีลมาตลอดฤดูหนาว
พ่อจะเริ่มตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์ทั้งหมด
อันไหนเสีย อันไหนหลวม ซ่อมให้เรียบร้อย
อุปกรณ์ที่พ่อใช้ค่ะ
อันนี้ไถค่ะ

ส่วนอันนี้คราด


คันนาก็เหมือนกัน ตรงไหนกิ่ว ตรงไหนคอด
พ่อจะถือจอบตะเวนซ่อมให้หมด
ที่บ้านยังมีคันนาอยู่นะคะ เพราะพ่อไม่ยอมใช้รถเกี่ยวข้าว
สำหรับบ้านที่เค้าใช้รถเกี่ยว เค้าจะไถเอาคันนาออก
เพื่อให้รถสามารถวิ่งเก็บข้าวได้เต็มที่
เรากำลังจะเริ่มการทำนากันค่ะ
การทำนา (นาปี) มันเป็นวัฏจักร
สำหรับภาคอีสานเกือบทั้งหมด
ปีหนึ่งเราทำแค่ครั้งเดียว
เพราะอย่างที่ทราบ...ระบบชลประทานของเรายังไม่ดีพอ
ฉะนั้น จึงต้องเพิ่งฝนฟ้าอย่างเดียวเลยค่ะ
พ่อจะปล่อยให้ดินที่มันแห้งมาตลอดฤดูหนาว
ซึมซับน้ำจนอิ่มซะก่อน จึงเริ่มไถดะ หรือไถแรกนา (ภาษาอีสานเรียกไถฮุด)
ไม่งั้นไถไม่เข้าค่ะ กินแรงทั้งคนและควาย
ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เจ้าทุยของเราต้องโชว์ฝีมือล่ะคะ
สำหรับควายที่เป็นงาน พ่อไม่ต้องเหนื่อยมาก
อาศัยไถคม ๆ ควายรู้ใจก็พอ
แต่ถ้าเป็นควายรุ่น ๆ ที่เพิ่มเริ่มหัด
อันนี้จะช้าหน่อย..บางทีวันทั้งวันแทบไม่ได้งาน
เดินช้าบ้าง เร็วไปบ้าง หยุดบ้าง ไม่มีจังหวะ จะโคน
ต้องอาศัยใจเย็น ๆ ค่อย ๆ สอนกันไป
ไถดะ เป็นการไถเพื่อพลิกดินค่ะ
โดยเป็นการสลับหน้าดิน
ให้ด้านที่เป็นหน้าดินพลิกกลับไปอยู่ด้านล่าง
เพื่อทำลายให้หญ้า หรือวัชพืชอื่น ๆ ที่อยู่บนดิน
ให้ตาย และเน่าเปื่อยไปค่ะ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 18:20:58 น.
Counter : 422 Pageviews.  

1  2  

Anny_M
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




หลงเข้ามาใน blog สูตรอาหาร ด้วยความชอบกิน + ชอบทำ เลยทำให้ติดหนึบอยู่ที่นี้ที่ไม่แวะไหนเลย ... ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมนะค้า
Friends' blogs
[Add Anny_M's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.