PAPA YOU'RE CRAZY
Group Blog
 
All blogs
 

คำอธิบายจากชายแดนกรณีการกดดันจะส่งกลับ ผู้ลี้ภัยหนองบัวและอุสุทะ

ประการแรก

หลังจากการประชุมระหว่างกองทัพภาคที่ 3 ตัวแทนกองกำลังกะเหรี่ยง 2 ฝ่าย (DKBA กับ KNU) ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) และองค์กรมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้อง มีผลสรุปออกมาเปิดเผยแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชนไทยว่า "จะส่งกลับโดยสมัครใจ" หลายคนอาจจะเห็นสัญญาณที่ดีและโล่งใจ

ทว่าหากไม่ได้มีคำมั่นว่าจะอนุญาตให้ยูเอ็นเอชซีอาร์เข้ามาตรวจสอบทะเบียนและความสมัครใจอย่างเป็นอิสระ ความสมัครใจนั้นก็จะไม่เป็นจริง เพราะในขณะนี้สิ่งน่าเป็นห่วงที่สุด ผู้ลี้ภัยจำนวนมากรับทราบผลการประชุมว่า "ไม่มีข้อสรุปวันส่งกลับ"


พวกเขาถูกบอกว่า "พวกคุณจะต้องกลับบ้านทั้งหมด" ไม่มีใครทราบว่าตนมี "ทางเลือก" ที่จะสมัครใจกลับ หรือไม่กลับ หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น รายงานข่าวแจ้งว่า ทหารได้บอกแก่ผู้ลี้ภัยว่า เขาจะ "พยายามให้ทุกคนได้กลับไปให้ได้ภายในเดือนนี้" ผู้ลี้ภัยบางคนกำลังหวาดกลัวว่าทหารไทยจะทำอะไร จะกดดันอะไรต่อ และจะทำอย่างไรให้รายชื่อคนในแคมป์น้อยลงเรื่อย ๆ


ดังนั้นขอให้ผู้เกี่ยวข้องต้องมองและผลักดันให้ "ความสมัครใจ" เป็นจริงได้ องค์การระหว่างประเทศที่มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองอย่างยูเอ็นเอชซีอาร์จะต้องได้รับอนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างโปร่งใส สื่อมวลชนไทยควรจะได้ตรวจสอบสถานการณ์อย่างอิสระ


อ่านต่อทั้งหมด click :

//gotoknow.org/file/ngaochan/CBNA_54.pdf




 

Create Date : 27 มกราคม 2553    
Last Update : 27 มกราคม 2553 11:37:26 น.
Counter : 124 Pageviews.  

เสียงจากผู้ลี้ภัยหนองบัว ผู้กำลังจะถูกตัดสินชะตากรรมในวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2553

ตอนเช้าวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2553

เหตุการณ์ริมชายแดนตะวันตกกำลังเดินทางซ้ำรอยเหตุการณ์ฝั่งตะวันออก ที่ย้อนไปไม่นานช่วงต้นปีมีการส่งม้งลาวกลับประเทศ และหลังจากนั้นก็มีอะไรๆที่โน่นตามมาจำนวนมาก

ณ วันนี้ ที่โน่น เดี๋ยวนี้ มีการประชุมระหว่างผู้เกี่ยวข้องกลุ่มหนึ่ง ทั้งทหารไทย ทหารกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู (KNU) องค์กรเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือด้านข้าวปลาอาหาร และ UN เพื่อผลักดันผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่งกลับประเทศพม่า

แน่นอน ย่อมไม่มีผู้ลี้ภัยอยู่ในนั้น พวกเขาและเธอไม่เคยได้รับการยอมรับให้ได้ส่งเสียงให้ใครฟัง

ถ้าท่านยังจำกันได้ มิถุนายน 52 มีผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งเด็กและผู้หญิงจำนวนมากได้หลบหนีการต่อสู้ระหว่าง KNU กับ DKBA มาที่ประเทศไทย (อ่าน //gotoknow.org/blog/crossborder-newsagency/270937 )

กลุ่มคนที่กำลังถูกผลักดันกลับในวันนี้ คือคนกลุ่มนี้ค่ะ

เรื่องราวของผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับท่านก็ได้ เพราะพวกเขาและเธอคือ “คนอื่น” หรือ “ภาระ” ของสังคมไทย

เราเพียงแค่กำลังจะบอกท่าน บอกคนมีอำนาจที่ได้อ่าน mail ฉบับนี้ว่า

“พวกเขาอยากกลับบ้านตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบแผ่นดินไทยแล้ว แต่เขากลับไม่ได้"

ความหวาดกลัวของพวกเขา คือภัย "กับระเบิด" ในการสู้รบที่ผ่านมา กับระเบิดถูกวางไปแล้วทุกที่ ในไร่ในนา บนเส้นทางเดิน และแม้กระทั่งในสนามฟุตบอลของโรงเรียน ผู้ลี้ภัยจากหมู่บ้านไกลออกไป ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยจากกับระเบิด

"เราจะทำไร่ทำนาได้อย่างไร หากกับระเบิดอยู่ในผืนดิน แล้วเราจะเอาอะไรกิน รอบเล่อป่อเฮอก็เป็นกับระเบิด จะมีคนเสียแขนเสียขา เสียชีวิตอีกเท่าไหร่"

หากความพยายามจะลบผู้ลี้ภัยกว่าสามพันออกจากแผนที่ประเทศไทยเพียงเพราะมองว่า "เป็นภาระ" จะหมายถึงชีวิตที่ต้องสูญเสียอีกกี่สิบกี่ร้อย

เราจะยังจะกล้าเอ่ยอ้าง "มนุษยธรรม" อีกหรือไม่

ผู้ลี้ภัยไม่ได้ร้องถามหา"มนุษยธรรม" มีแต่คนไทยด้วยกันเองที่จะระลึกให้ได้ว่า มนุษยธรรม ก็คือสิ่งที่เตือนให้เรายังรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ในตัวเองได้ ท่ามกลางโลกที่พิกลพิการนี้

ผู้ลี้ภัยไม่ได้ถามว่าใครจะรับผิดชอบกับกี่ชีวิตที่จะถูกทำลาย หากพวกเขาต้องกลับไปฝั่งพม่าก่อนเวลาอันควร มีแต่คนไทยด้วยกันเองที่อาจจะมองหน้ากันแล้วถามว่า เราจะยังนอนหลับสบายได้อยู่หรือไม่

นี้คือคำถามที่เรากำลังถามทุกท่านที่อ่าน mail ฉบับนี้

ท่านสามารถอ่านเรื่องราวผู้ลี้ภัยที่กำลังถูกส่งกลับได้ที่ //gotoknow.org/file/ngaochan/CBNA_53.doc

ด้วยจิตคารวะและเชื่อมั่นพลังสามัญชน
ทีมงานศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน
ใจกลางเมืองหลวงประเทศไทย ศูนย์กลางอำนาจรัฐไทย
อาทิตย์ที่ 24 มค. 53 2 ทุ่ม
ก่อนวันส่งกลับ 1 วัน

อ่านบทความเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ทั้งหมดได้ที่


CBNA ฉบับที่ 41 : จดหมายน้อยจากริมชายแดนตะวันตก



CBNA ฉบับที่ 35 : รอบก้อนเส้า



CBNA ฉบับที่ 34 : กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง



CBNA ฉบับที่ 32 : เด็กๆที่สวยงามที่สุดของโลก




 

Create Date : 24 มกราคม 2553    
Last Update : 24 มกราคม 2553 23:10:10 น.
Counter : 155 Pageviews.  

รายงานพิเศษจากภายในประเทศพม่า

อาชญากรรมทางมนุษยธรรม
รายงานพิเศษจากภายในประเทศพม่า
ใกล้รุ่ง พรหมสุภา

“ถ้าหากเขาบริสุทธิ์ใจ กลัวอะไรกับภาพถ่าย กลัวอะไรกับการให้คนได้เห็นความจริง” ชายชาวพม่า-กะเหรี่ยงที่เดินทางไปมาระหว่างชายแดนไทยและพม่าตั้งคำถาม “ทำไมภัยพิบัติในประเทศอื่นจึงมีภาพถ่ายออกมาได้ แต่ของพม่า ต้องหลบ ๆซ่อน ๆ แอบถ่ายกันแทบเป็นแทบตาย”

เป็นที่รู้กันดีว่า ชาวต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศถูกจำกัดไม่ให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยนาร์กีสในพื้นที่ลุ่มน้ำอิระวดี เรือของฝรั่งเศสรอจ่อเพียง 10 กว่ากิโลเมตรจากปากอ่าวพื้นที่ลุ่มน้ำพร้อมทั้งเสบียงอาหารและข้าวของมากมาย หากถูกคณะทหารพม่าปิดกั้นเส้นทาง

มีบางท่านแสดงความคิดเห็นในเชิงชื่นชมคณะทหารพม่าในความ “หยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรี” ที่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอก และนายกรัฐมนตรีของไทยก็ได้กล่าวยืนยันว่า “พม่าดูแลตัวเองได้” จึงไม่ต้องการความช่วยเหลืออื่นใด

หากในความเป็นจริง แม้แต่ประชาชนท้องถิ่นและกลุ่มท้องถิ่นที่ปรารถนาจะช่วยเพื่อนมนุษย์ก็ถูกจำกัดการเดินทาง การช่วยเหลือ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

คำถามก็คือ นี่คือการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของประเทศ หรือเพียงความหวาดกลัวว่าตนจะไม่ได้รับคะแนนทางการเมือง และกลัวว่าประชาชนที่โกรธแค้นกับการไร้เสียงเตือนภัยและความช่วยเหลือที่ถูกปิดกั้น โกง ล่าช้า และไม่เพียงพอ จะ “หัวแข็ง” ลุกฮือขึ้น “เพราะมีคนปลุกปั่น”

“ตอนนี้ เท่าที่ดู ที่ผู้รอดชีวิตต้องการมาก ๆก็คือถังเก็บน้ำสะอาด เพราะฝนกำลังตกลงมา พวกเขาไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้เพียงพอ” แห่งข่าวจากภายในพม่าบอก ขณะนี้น้ำในแหล่งธรรมชาติมีแต่ซากศพของสัตว์และคนและน้ำเค็มหนุนขึ้นมาปะปน

“ทหารเอายึดเอาอาหารที่มีคนบริจาคให้ชาวบ้านไปเลย อันนี้เป็นเรื่องจริง เต็นท์พลาสติกสีฟ้านั่นเขาเอาไว้โชว์ออกทีวีเท่านั้น ไม่มีคนอยู่ในนั้นหรอก แล้วเต็นท์บริจาคนั่นทหารเอาไปขายแถวฐานทัพ ในราคา 87,000 จั๊ต”

ในบรรดาองค์กรท้องถิ่นและกลุ่มไม่เป็นทางการที่พยายามดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัย ทว่า “มีแค่มูลนิธิเมตตาเจ้าเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่อิระวดีได้ แต่เท่าที่รู้ เขาจะต้องไม่ส่งรูปถ่ายและข้อมูลออกไปข้างนอก แล้วก็ต้องไม่รับความช่วยเหลือโดยตรงจากใครที่ไหนเด็ดขาด ทุกอย่างคณะทหารต้องคุม” กลุ่มอื่น ๆมักจะไปได้รอบนอก ถ้าจะเข้าไปอิระวดีลึก ๆจริง ๆก็จะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะไประหว่างทาง และไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้อย่างเปิดเผยหรือสะดวกนัก

ในพื้นที่รัฐมอญ ที่ผู้คนอาจไม่ล้มตายมหาศาล หากไร่นาและบ้านเรือนก็เสียหาย ลูกหลานแรงงานอพยพในเมืองไทยต่างพากันส่งเงินไปช่วยเหลือญาติพี่น้อง ผู้บอกว่า “ทหารเอาอาหาร ยา พลาสติกซ่อมบ้านที่เขาบริจาคมาขายที่นี่ด้วย เราไม่อยากได้เพราะสงสารคนที่เขาควรจะได้แล้วไม่ได้ แต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องซื้อ”

“ทีวีของทหารพม่า มีแต่ภาพทหารไปให้ความช่วยเหลือ ซ่อมถนน แจกของ เวียนไปเวียนมาทั้งวัน” ภาพเหล่านี้ ประชาชนพม่าเลิกเชื่อมานานแล้ว แต่คนนอกส่วนหนึ่งยังคงเชื่อ เพราะไม่ได้มีโอกาสตรวจสอบข้อมูลข่าวสารรอบด้าน

หากเราปรารถนาจะช่วยเพื่อนมนุษย์ผู้ประสบภัยนาร์กีส นอกจากจะพยายามระดมทุนบริจาคผ่านทางผู้ที่ตนเชื่อถือได้มากที่สุดแล้ว เราคงต้องไม่ลืมว่า ประเด็นสำคัญก็คือ เราจะช่วยกันทำอย่างไรให้ความช่วยเหลือนั้น ได้ไปถึงผู้ที่ต้องการมากที่สุด

เราจะทำอย่างไร เพื่อจะลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากโรคระบาด การขาดแคลนอาหาร และข้าวยากหมากแพง

ล่าสุด มีข่าวว่าคณะทหารพม่าจะยอมรับความช่วยเหลือ(เฉพาะ) ข้าวของและบุคลากรทางการแพทย์จากกลุ่มประเทศอาเซียน ทว่า คำถามก็คือ ความต้องการเร่งด่วนขณะนี้มีเพียงเท่านี้หรือ แล้วความช่วยเหลือเหล่านี้จะเข้าถึงพื้นที่ได้เพียงไหน และจะมีกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสหรือไม่

เส้นขอบแดนระหว่างไทย-พม่า เป็นเส้นสมมติในแผนที่ “หน้าที่ที่จะต้องคุ้มครอง” ไม่อาจถูกจำกัดอยู่ในขอบแดนใด

------------------

หมายเหตุ : ขอสงวนพื้นที่แหล่งข่าวและภาพประกอบ เพื่อความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 12:17:26 น.
Counter : 109 Pageviews.  

จดหมายที่ปลิวมากับนาร์กีส

จดหมายจากในพม่า ส่งถึงประเทศไทย

แปลและเรียบเรียงโดย เพื่อนไร้พรมแดน

(ขอสงวนนามผู้เขียน ผู้รับจดหมาย และบางสถานที่ เพื่อความปลอดภัยของผู้เขียนที่ยังอยู่ในประเทศพม่า)

เพื่อนรัก

ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจ คำถามไถ่ และความเห็นอกเห็นใจ ประชาชนพม่าต้องการท่าน และความเห็นใจของท่านมากเหลือเกิน

ผมจมอยู่ในงาน เราได้จัดตั้งคณะกรรมการบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติในพม่าขึ้นมา ผมกำลังช่วยอบรมอาสาสมัคร และต้องทำงาน ซึ่งรวมถึงประเมินสถานการณ์ และส่งคำร้องไปขอความช่วยเหลือจากที่ต่าง ๆทั่วโลก แปดวันที่ผ่านมาผมเดินทางตลอด ผมเพิ่งกลับมาวันนี้ และคิดว่าคงจะมีเวลาเขียนเล่ารายงานอย่างละเอียดบ้าง แต่วันนี้เราก็ต้องพบกับผู้สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือ และพรุ่งนี้ผมก็ต้องอบรมอาสาสมัครเพิ่มอีก 40 คน

สังฆมณฑลและคริสตจักรที่นี่ไม่เคยพบเห็นภัยพิบัติที่รุนแรงเลวร้ายขนาดนี้มาก่อน ประสบการณ์ที่น้อยนิดของผมจึงพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ผมจึงไปกับพวกเขาบ่อย ๆ ไปช่วยวางแผน อบรม และไปตามพื้นที่ต่าง ๆ

ประเทศพม่าร่ำไห้ในวันนี้ น้ำตาของผู้บริสุทธิ์กระเทือนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของพวกเรา ผมได้เห็นความทุกข์ยากของผู้คนที่แสนงดงาม ผมเพิ่งกลับจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผู้คนราว 3 หมื่นถูกฝังอยู่ใต้น้ำ ในจาลัต เปียปอน และโบกาลา รวมถึงหมู่บ้านรอบ ๆ คนหลายหมื่นเสียชีวิต ผมไปทางเปียปอน เพื่อไปยังหมู่บ้านที่พังพินาศทั้งหลาย ล่องเรือไปตามลำน้ำอิระวดี ซึ่งมีศพมนุษย์และวัวควายลอยอยู่รอบ ๆ ตลอดทาง

ศพเด็กชายวัยราว 5 ขวบลอยผ่านไป ลูกชายของแม่ผู้กำลังร่ำไห้อยู่ที่ใดสักแห่ง... เด็กชายผู้ลอยล่องในสายน้ำ รอคอยผู้มาฝัง บัดนี้ ปราศจากเสียงร่ำไห้ และบทสวดใด ๆ ให้แก่เขา

เราเป็นคนนอกกลุ่มแรกที่มาถึง ไซโคลนนาร์กีสถล่มชีวิตของพวกเขา บดขยี้พวกเขา และทิ้งพวกเขาไว้กับจิตวิญญาณที่บอบช้ำและตื่นตระหนก พวกเขาตระหนกและเสียขวัญ ธรรมชาติโจมตีหญิงชายผู้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหล่านี้ในค่ำคืน ทั้งจากท้องทะเล แม่น้ำ และอากาศ พายุลมแรงกล้าหวีดหวิวโหยหวน ฉีกที่พักอาศัยเป็นชิ้น ๆ ราวกับระเบิดลง

มันเป็นภาพที่สลดหดหู่ที่สุดในชีวิต ผมเคยเห็นสึนามิ และแผ่นดินไหวที่แคชเมียร์มาก่อน แต่เหตุการณ์นี่มันเลวร้ายกว่ามาก เมื่อวานนี้ ผู้เป็นแม่หลายคนเล่าให้ฟัง ด้วยน้ำตานองหน้าว่า คลื่นได้พัดพาเอาลูกน้อยไปจากอ้อมอกของพวกเธออย่างไร

พวกเขาไม่มีน้ำดื่ม ที่พักอาศัยถูกบดขยี้ย่อยยับ ซากศพที่เน่าเปื่อยในน้ำส่งกลิ่น ไม่มีอาหารไม่มีอยู่ที่นั่น เด็ก ๆกำลังแทะกาบมะพร้าวกินแก้หิวตอนที่เราเดินเข้าไป ผู้พลัดถิ่นนั่งรอคอยอยู่ในโบสถ์และวัดที่ปราศจากหลังคา ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง

ในอีกแห่งหนึ่ง เราลุยเข้าในโคลนจนถึงโบสถ์ที่พังทลายเกือบไม่เหลือซาก ผู้พลัดถิ่นรออยู่ เมื่อเรามาถึง เขากล่าวขอบคุณ และยื่นชาพม่าร้อน ๆ ให้แก่เรา นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ยังเหลือ

เรากำลังทำอะไรเท่าที่ทำได้อยู่ในพม่า เราพยายามเข้าถึงผู้หิวโหย ราคาน้ำมันทำให้การเดินทางเป็นปัญหา ในย่างกุ้งยังไม่มีน้ำสะอาดและไฟฟ้า จำนวนผู้เสียชีวิตผ่านพ้นแปดหมื่นและยังคงเพิ่มขึ้นรื่เอย ๆ อิระวดีคือมารดาของประชาชนเหล่านี้ อิระวดีให้อาหาร เป็นทางสัญจร และให้กำเนิดไร่ข้าวที่งดงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แต่เมื่ออิระวดีจะตกอยูภายใต้พลังอันโหดร้ายของนาร์กีส มารดาก็แปลงร่างเป็นอสูรกายมาคร่าชีวิต กระทั่งผืนไร่นาก็สูญสลายไปคืนนั้น

พวกเขาต้องใช้เวลาอีกแสนนานกว่าจะกลับมาสูสภาพปกติใหม่ได้ พวกเขาต้องการมิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่ มิใช่แต่เพียงวัตถุ ผมจะพยายามส่งข่าวมาอีก เมื่อไรก็ตามที่หาอินเตอร์เน็ตใช้ได้ ขอให้ท่านมั่นใจว่า ประชาชนพม่าซาบซึ้งในทุก ๆความปรารถนาดีของท่าน

(ยังไม่ถึงไหนเลยนะครับกับความช่วยเหลือที่เข้าไปในพม่า นายกของบางประเทศเข้าไปก็ไม่เห็นได้เรื่องอะไร คนกำลังจะตายกันอีกมากมาย เราคงต้องช่วยกันเอง ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมใน //www.friends-without-bordres.org ครับ)




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2551 12:00:49 น.
Counter : 106 Pageviews.  

พายุถล่มพม่า - เราอาจไม่สูญสียมากเท่านี้

ข่าวจากพม่าเช้านี้ เพิ่งทราบว่าแถบที่หนักที่สุด คือทางแคว้น (มณฑล) อิระวดีค่ะ ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงว่า หลายส่วนยังจมอยู่ใต้น้ำ และบางแห่งเสียหาย 95% มีศพลอยเต็มไปหมด ตัวเลขผู้เสียชีวิต ขึ้นจากหนึ่งหมื่น เป็นสองหมื่น และยังสูญหายอีกสี่หมื่น

มณฑลอิระวดี เป็นดินแดนดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง เป็นชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่อยู่พื้นราบ ริมน้ำ

ที่น่าเศร้าก็คือ ชัดเจนเลยว่า อินเดีย เตือนมายังพม่าล่วงหน้าก่อนเกิดพายุนี้ 2 วัน แต่รัฐบาลพม่าไม่ได้เตือนภัยประชาชนเลย ทางอินเดียและบังคลาเทศเขารู้ก่อน ผู้คนได้อพยพขึ้นที่สูง และออกจากสิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคง จึงไม่เป็นอะไรมาก แต่พม่า คนเพิ่งรู้ก็เมื่อพายุมา มีไม่กี่คน ที่รับรู้จากวิทยุคลื่นสั้นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เช่นมาจาก BBC, VOA

ที่สำคัญ ป่านนี้ ป่านนี้แล้วนะ UN เป็นเจ้าเดียว (ที่มีกำลังนิดเดียว) ที่เข้าไปที่อิระวดีได้ พม่ายังตั้งแง่กับความช่วยเหลือจากต่างชาติและประชาคมโลก ให้รอทำทุกอย่างตามขั้นตอน ขอวีซ่าเข้าประเทศ (ตรวจเช็คว่ามีคนต่อต้านรัฐบาลไหม) กลุ่มให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รออยู่ที่ประเทศไทย UN ไม่สามารถช่วยกู้ภัยอะไรได้กับคนหายอีกหกหมื่น ทุกอย่างที่พังหมดไม่มีเหลือ แถมรัฐบาลพม่า จนถึงเมื่อเช้า ก็ยังยืนยันว่าจะลงประชามติรัฐธรรมนูญทั้ง ๆ ที่คนตายและคนยังรอความช่วยเหลืออยู่ทุกหนแห่งทั่วไปหมด

มันคล้าย ๆ กับที่แคว้นอาเจะห์โดนสึนามิหนักที่สุดในอินโด ตอนแรกอินโดก็โยกโย้ เพราะอาเจะห์กำลังต่อสู้กับรัฐบาลอินโดอยู่ แต่ถึงที่สุดก็ตกลงกันเปิดประเทศให้คนเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยตรงกับอาเจะห์ได้ แต่พม่าจะเปิดไหม ยังไม่รู้ กรรมเวร

ผลจากภัยพิบัตินี้ อย่างที่เราวิเคราะห์เมื่อวาน คือข้าวยากหมากแพง จลาจล ปล้นสะดม เพราะคนจะอดตาย ครอบครัวจากพราก และพรากกันระหว่างครอบครัวในพม่า กับระหว่างในพม่ากับในไทย แรงงานอพยพมาเมืองไทย ไม่สามารถทราบได้ว่า พ่อแม่พี่น้องเขาตายไปหรือเปล่า ความกดดันของคนที่จะต่อต้านรัฐบาลอาจจะเพิ่มขึ้น ถ้ามันถึงสุด ๆแล้ว แรงงานอพยพรุ่นต่อไป (อีกราวระยะหนึ่ง) จะไหลเข้าเมืองไทยอีกเป็นจำนวนมากแน่นอน ไซโคลนครั้งนี้ยิ่งกว่าสึนามิอีก สำหรับพม่า เพราะยังมีคนบนเกาะ โดยเฉพาะชาวสะโหล่ง (ชาวเล) อีกเป็นจำนวนมาก

ภัยพิบัติแบบนี้ เราห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่เราลดความสูญเสียได้ อันที่จริง ครั้งนี้คนไม่ต้องตายเยอะขนาดนี้ ถ้าเขาเตรียมตัว รู้ก่อน การหนีขึ้นทีปลอดภัย หอบข้าวของจำเป็นของชีวิต ไม่มัวแต่มาเก็บ ทำทางหนีภัย ทุกคนรู้จักเส้นทางที่ไปได้เร็วที่สุด (ไม่ใช่หนีกระเจิดกระเจิง) แค่นี้ ลดความตายไปได้มากกว่าครึ่ง และยังมีแผนอพยพเด็กและคนแก่ ที่เราทำไว้ก่อนได้

เป็นเรื่องที่จะเกิดซ้ำซากอีกกี่ครั้งในประเทศนี้ และในโลกนี้

(ผมลอกมาจากเมลที่มีคนส่งมาให้ครับ และตัดบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออก)




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2551 15:14:46 น.
Counter : 271 Pageviews.  


Mayim
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมายิ้มอยู่เชียงใหม่ ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดื่มและกิน เรามีสตูดิโอชื่อ หมายิ้มสตูดิโอซึง่มีสโลแกนว่า วิดีโอเพื่อสังคมใหม่ เราชอบทำงานสื่อสร้างสรรค์อย่างวิดีโอ หนัง สารคดี แล ดนตรีร่วมสมัย ชอบเห่าดังๆให้โลกฟังถึงเรื่องราวอันผิดรูปผิดรอย เพราะอยากให้คนทุกคนมีรอยยิ้มแบบเดียวกับหมา
Friends' blogs
[Add Mayim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.