PAPA YOU'RE CRAZY
Group Blog
 
All blogs
 

Burn on May

ฟ้า ปกคลุมด้วยสีดำ ควันคลุ้งได้ลอยคล้ำ ไม่มีฝนพรำ
พฤษภา สกาล่าถูกเผา กำแพงมีรอยร้าว ในใจมีรอยดำ ใครหนอทำบอบช้ำ

คิดถึง น้ำใจแสนงาม คิดถึง ท้องฟ้าสีคราม
คิดถึง รอยยิ้มอันชื่นบาน ไม่ตรีมีต่อกัน เธอคิดถึงเหมือนฉันไหม

แดง เลือดนองสีแดง ไฟโชนร้อนแรง แดงเพลิงผลาญเมืองเมือง
เมืองฟ้าอมร ยามนี้ไม่เหมือนก่อน เราทำลายกันเอง คนเอาไฟละเลง

คิดถึง น้ำใจแสนงาม คิดถึง ท้องฟ้าสีคราม
คิดถึง รอยยิ้มอันชื่นบาน ไม่ตรีมีต่อกัน เธอคิดถึงเหมือนฉันไหม

ขอ น้ำใจไหลหลั่ง เพียง คนละหยดเท่านั้น
ดับเพลิง ซึ่งกำลังโหมผลาญ ก่อนทุกอย่างเป็นเถ้าถ่าน ดับไฟกันดีไหม

ดับไฟในหัวใจ




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 9:42:39 น.
Counter : 199 Pageviews.  

นิพพานปลอม


เสียงพึมพำงึมงำดังระงม หอพักที่ไหนก็เป็นอย่างนี้ ความสงบสงัดหาเคยมีไม่ ขอบเขตอาณาไปรเวทอยู่แค่ ภายในห้องทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งถูกทิ่มแทงรุกแทรกด้วยสรรพเสียงแทบจะตลอดเวลา
เมื่อคืนฟูกได้รองรับแผ่นหลังของคุณเกือบตีสาม ฝันถึงนิทรารมณ์อันแสนสุขให้กลืนกิน เมืองได้ครึ่งค่อนวัน แล้วนี่มันอะไรกัน จังหวะที่ถูกขัดช่างกวนใจให้ขุ่นขึ้ง
"..."
เสียงเคาะประตูดังหนักแน่นเป็นระฆังสัญญาณตอกย้ำว่าหมดเวลานอนแล้ว
"มีคนอยู่ไหม นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอความร่วมมือด้วย"
คำว่าตำรวจเป็นยาแก้ง่วงขนานเอก หัวที่ซุนอยู่กับหมอนเริ่มโงขึ้นมาทีละน้อย หากยังมึนงง
"..."
เสียงเคาะแบบเน้นดังขึ้นอีกครั้ง เอาให้ชัดว่าไม่ได้ฝัน ตามมาด้วยเสียงซักถามกันเองของผู้อยู่อีกด้าน ของบานประตู จับความได้ไม่ถนัดนัก
ตอนนี้ตาที่ปรือกลับเบิกโพลงด้วยความไม่พอใจ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดที่สามารถเอื้อมมือ คลายล็อกลูกบิด ดึงบานประตูเข้าหาตัวเพื่อจะพบกับเจ้าของมือและเสียงเรียก ลุงคนดูแลหอยืน หน้าตาตื่นอยู่เบื้องหลังตำรวจสองคน ห่างออกไปเป็นคนไทยพวกที่ชอบจับกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์ ทำเสียงหึ่งอย่างกับแมลงวันจำนวนหลายร้อยกระพือปีก
"เมื่อเช้าผมได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในอาการโคม่าเพราะกินยาเกินขนาด กำลังอยู่ใน ความช่วยเหลือของแพทย์ ผมมาตรวจดูสถานที่เกิดเหตุ พบซองยาทิฟฟี่แกะแล้วเกือบยี่สิบซอง เจ้าของห้องไป โรงพยาบาลกันหมด ลุงคนดูแลหอบอกว่า พวกนั้นกลับมาเจอเพื่อนนอนตัวแข็งน้ำลายฟูมปากอยู่ ตกใจทำอะไร ไม่ถูก ลุงเลยโทรไปเรียกรถพยาบาล"
เห็นลุงชี้ไปที่ห้องถัดไปทางด้านขวาสองห้อง และเอ่ยชื่อของคนที่กำลังอยู่ในโคม่า

ตีสองเศษ เมื่อคืน
คุณเหยียบบันไดหออย่างอ่อนล้า งานที่ต้องไปหลายแห่งและต้องทำทุกอย่างคนเดียวผลาญพลังงาน มหาศาล
ในเงาสลัวของแสงโคมกลางโถงทางเดิน เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เธอไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ตอนคุณ เดินผ่านหลังเข้าห้องไป ก่อนคุณจะหลุบเปลือกตาลง แว่วเสียงร้องไห้โชยมาแผ่วเบา และคุณก็สิ้นสติสมปฤดี
เจ้าของหอไม่ยอมลงทุนติดโทรศัพท์ตามห้องเสียที โทรศัพท์กลางเครื่องนี้ตั้งอยู่หน้าห้องคุณ จึงได้ยิน การสนทนามากมายแบบไม่ตั้งใจเสมอ หลายวันก่อนคุณได้รับสายที่โทรมาหาผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่มักจะอยู่กับแมว และโทรศัพท์ คุณไม่เคยเห็นหน้าเธอชัด จำได้เพียงผมตรงยาวจากด้านหลัง

"ลุงบอกว่าคุณกลับดึกทุกวัน อยู่ห้องใกล้กัน คุณเห็นอะไรผิดสังเกตบ้างไหม"
ร้องไห้เป็นเรื่องผิดสังเกตหรือเปล่า
คุณส่ายหน้า ลังเลอยู่ว่าถ้าเล่าเรื่องโทรศัพท์กับเสียงร้องไห้เมื่อคืนจะช่วยให้อะไรดีขึ้นไหม แต่พวกเขา ไม่ยอมเสียเวลารอ ทั้งสามห่างออกไป เหลือเพียงเสียงที่แหวกอากาศมาถึงโสตประสาท
คนกลุ่มเดิมส่งเสียงคุยกับลุง ลุงส่ายหน้า บางคนพยักพเยิดมาทางคุณ
"วันวันไม่เคยเห็นคุยกับใคร ไม่รู้ว่าเป็นใบ้หรือเปล่า เวลากลับเวลาไปก็ไม่ตรงกับชาวบ้านเขา"
"เฮ้อ เด็กๆสมัยนี้ ไม่ได้ดั่งใจก็ฆ่าตัวตาย อกหักผิดหวังก็ฆ่าตัวตายเอะอะก็ฆ่าตัวตาย เห็นชีวิตเป็น ของเล่นไปได้ รู้รึเปล่าว่าฆ่าตัวตายน่ะบาปหนา"
"เรียนมาถึงขนาดนี้ยังคิดได้ไม่ถึงไหน น่าห่วงอนาคตของชาติจริงๆ"
เสียงเบาลงเพราะคุณไม่ได้สนใจ
ทั้งสามกำลังเดินผ่านหน้าห้องนั้น ไม่มีใครเห็นร่างเจ้าของห้องที่ปรากฏอยู่หน้าประตู นอกจากคุณ
เธออยู่ในชุดเขียวแบบคนไข้ของโรงพยาบาล รังสีของความมีชีวิตหายไป ใบหน้าหม่น ซีดขาว ขอบตา ขอบปากคล้ำเขียว ตาไร้แววจ้องเขม็งไม่กระพริบ ไม่มีส่วนใดของร่างกายขยับ
แม้แต่ลมหายใจ
งานของคุณคือการนำวิญญาณที่ฆ่าตัวตายไปส่งให้ที่ชายขอบแดนนรก ทุกรายร้องโหยหวนเมื่อรู้ตัวว่า ตายแล้วต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอก็จะเป็นเช่นนั้นหามีข้อยกเว้นไม่ ปีกที่จะพาโบยบินสู่สรวงสวรรค์หดหายขาดวิ่น เสียแล้ว
คนฆ่าตัวตายกันแทบทุกวัน คุณส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย งานแบบนี้มันไม่น่าโสภาเสียเลย
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาทำงาน คุณจึงปิดประตูขังตัวเองไว้กับภวังค์
คุณรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจทำอะไรแบบนี้ แต่บางอย่างมันเล่นงานเธอจนอื้ออึง บางอย่างที่ถูกส่งมากับสายใย แก้ว เส้นใยสื่อสารของโลกไร้พรมแดนลบระยะทางให้เหลือเพียงตัวเลข ทุกถ้อย เม็ดคำที่แหวกเวหาหนมาในรูปคลื่น ชัดเจนเหมือนผู้พูดนั่งอยู่ในหัว
สารที่ส่งมามันแสลงหูจนเธอไม่อยากได้ยินเสียงใดอื่นอีกต่อไป สารนั้นมันคว้านเอาสำนึก ออกไปทิ้งทะเล กั้นไม่ให้สติถูกลำเลียงมาถึงส่วนนึกคิด ดวงตามืดเพราะถูกน้ำตาท่วม มองไม่เห็น อะไรอื่นนอกจากรอยร้าวในหัวอก
ทำอย่างไรความปวดแปลบนี้ถึงจะมลายไปเสีย เธอคิดได้แต่เพียงว่าต้องทำลายที่ที่ทุกข์ยึดเกาะ โลกหน้า จะเป็นอย่างไรเธอไม่รู้ แม้นรกจะอ้าแขนรอรับก็ไม่สนใจ เธอหวังเพียงหลบเร้นไปจากระทม
เธอขอตาย
คุณเริ่มได้กลิ่นความทรงจำในอดีต กลิ่นฉุนเฉียวของน้ำสีอำพัน ขวดเหล้าลอยมา แก้วแววใสเปล่งประกาย จนแทบจับต้องได้ ฟองพร่าโซดาฟู่
ภาพที่เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง หวนกลับมาคมชัดเหมือนจูนโทรทัศน์ตรงช่องสัญญาณ
"เฮ้ย! หยิบโซดาในตู้เย็นมาด้วย" เสียงตะโกนสั่งดังลั่นขณะคุณเดินออกจากห้องน้ำ

หญิงสาวคนนั้นเปิดตู้เย็น หยิบน้ำออกมาดื่ม

หลังเรียนจบเพื่อนๆต่างแยกย้ายกันไปต่อสู้ดิ้นรนตามความถนัดและโอกาส บางคนหวนคืนสู่ภูมิลำเนา
พวกคุณสี่คนจะนัดพบกันทุกวันเสาร์ที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งแถบชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อปรับทุกข์ปันสุข คอยลูบหลังลูบไหล่ แม้จะไม่ได้คลุกหัวจมท้ายเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกคนยังเกาะกลุ่มเหนียวแน่น

หญิงสาวยื่นเงินให้คนขับมอเตอร์ไซคล์รับจ้าง รถเลี้ยวออกไป เธอเหม่อลอยมองตาม
หันหลังกลับ เปิดประตูตู้โทรศัพท์ เข้าไป ยกหู หยอดเหรียญ กดปุ่มไล่ไปทีละปุ่ม ไม่เร็วนัก
ดูท่าทางไม่รีบร้อน

วันนี้การเดินทางเพิ่งเริ่มต้น แต่ดูท่าว่าจะไปกันอีกไกล วงสนทนาเริ่มมีรสจัด
"..รรรรรรรร.." โทรศัพท์แผดเสียงสอดอย่างไร้มารยาท มันไม่รู้จักคำว่ากาละเทศะ
เจ้าของบ้านลุกขึ้นไปทำให้มันหยุดร้อง ที่เหลือผึ่งหูฟัง เพื่อนทุกคนล่วงรู้นัดหมายนี้ คนที่มาไม่ได้อาจโทร มาร่วมสังสรรค์กันทางสายเคเบิล ขบแทะกันจนเข็ดเขี้ยว จึงยอมราปาก
"ฮัลโหล สวัสดีครับ" ความสุภาพเกิดขึ้นเพราะไม่รู้ว่าปลายสายเป็นผู้ใด
คุณไม่เข้าใจว่าฮัลโหลแล้วทำไมต้องสวัสดีอีก เพื่อนบอกว่าเมื่อก่อนมันพูดฮัลโหลอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ กระแสชาตินิยมแรง กลัวจะไม่ไทยจึงพูดสวัสดีครับ แต่ฮัลโหลติดปากแน่นเลิกไม่ได้ เลยซ้ำซ้อนอย่างที่เห็น (ได้ยิน)
นานนาทีเพื่อนเงียบ นิ่งงัน สีหน้าตระหนกตื่นบอกความยุ่งยากไว้ในขมวดคิ้ว
"อะไรวะ เอาอีกแล้วเหรอ มันเป็นยังไงของมันวะเนี่ย"
เริ่มมีเสียงออกจากปาก พวกคุณหันมองกันด้วยแววกังวล ทุกคนมีคำถาม แต่ไม่มีใครพูดออกมา
"แล้วจะทำยังไงวะ"
"รู้แต่ว่า มันอยู่แฟล็ตการเคหะ แต่ห้องไหนก็ไม่รู้ ตึกนั่นก็มีเป็นสิบหลัง มึงไม่มีเบอร์โทรมันเหรอ" คุณเห็นเพื่อนพูดคนเดียวต่อไปอย่างดุเดือดและเครียดเคร่ง ใครทำลายความเฮฮาเมื่อครู่ไปเสียสิ้น และทำลายด้วยเรื่องคอขาดอันใด
"ถ้ามันโทรมาอีก มึงก็ยื้อมันไว้ก่อน เดี๋ยวจะลองปรึกษาพวกนี้ดู เออ แค่นี้นะ"
ทุกคนแลดูโล่งอกที่จะได้รับฟังเรื่องราวเสียที
เมื่อวางหูโทรศัพท์ เพื่อนก็วางก้นตัวเองลง แล้ววางการจับจ้องมาที่หน้าของพวกคุณ
"แก้วเอาอีกแล้วว่ะ มันโทรไปหาเพื่อนๆ บอกว่าฝากลาทุกคนด้วย เมื่อกี้ไอ้เม่นโทรมาถาม ว่าจะทำยังไงดี"
ภาพหญิงสาวคนนั้นปรากฏขึ้นในหัวทุกคนทันที บางคนเป็นภาพเธอหัวเราะ บางหัวเป็นภาพเธอร้องเพลง แต่ในหัวคุณเป็นภาพเธอนองน้ำตา
สาวน้อยน่ารักที่ควรสดใส วัยเธอเพียงเริ่มต้นตั้งชีวิต หากเคราะห์กรรมคอยทิ่มแทง ทั้งครอบครัวและคนรัก ไม่เคยสร้างความสุขให้ คุณสลดใจกับเรื่องของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
พวกคุณเคยเรียกยิ้มจากเธอได้บ้าง แม้ว่าเธอพยายามรื่นเริงแล้ว แต่นั่นเป็นยิ้มที่หมองเหลือเกิน
และวันนั้นปลายเดือนมกราคมปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย
คนที่เธอเลือก เลือกคนอื่นแทนที่จะเลือกเธอ
ลิ่มยักษ์ตอกเปรี้ยงลงกลางรอยร้าวในหัวใจ รอยห่างนั้นแยกเธอออกไปจากทุกสิ่ง เธอตกลงไปในหุบเหวดำมืด ก้นเหวมีแต่น้ำครำของความทุกข์
เธอพบว่าโลกไม่น่าอยู่อีกต่อไป
พาราเซตามอลหลายสิบเม็ดมีรสอร่อยในบัดดล เธอกลืนกินมันในจำนวนมากพอที่จะทำให้ตื่นขึ้นอย่าง ปราศจากไข้ในโลกอีกใบ เธออยากหลบลี้ไปจากโลกที่ไม่มีความงามหลงเหลือ
แต่ความรักอยู่ใกล้กว่านรก
น้องสาวพบเธอในสภาพถลนตาเหลือกค้าง ของเหลวสีขาวท่วมปาก ตัวเย็นแข็ง จึงนำเธอเข้าสู่อ้อมกอด ของการแพทย์สมัยใหม่ และเผอิญห้องไอซียูแข็งแรงกว่ามรณะที่คอยยึดยื้อ พวกคุณจึงยังไม่เสียเธอไป
ทุกคนรับรู้ข่าวนั้นอย่างสะเทือนใจ
คุณไม่เคยไปเยี่ยมเธอ เพราะไม่อาจทนเห็นความชอกช้ำของดอกไม้
แล้วมันก็ผ่านไปเหมือนกับเรื่องอื่นๆ
กระนั้นสายลมยังพัดเรื่องราวของเธอมาไล้เล่นแถวใบหู
เรื่องรักหน้าใหม่ของเธออาจเหมือนกับใครหลายคน กลิ่นรักใหม่หอมหวน รสรักหอมหวาน แม้ตะไคร่น้ำ ยังเชิญชวนด้วยรอยยิ้ม
แล้วนี่เป็นวิปริตอาเพศใด
"ไป!"
คุณผุดลุกขึ้น ตัดสินใจ แม้จะไม่รู้ว่าเธออยู่ส่วนไหนของโลกคุณก็ต้องไป คุณไม่อาจทนนั่งนิ่งเฉย เมื่อได้ยิน ว่ามีคนกำลังจะตาย และยิ่งเป็นคนคนนั้น
เพื่อนคนหนึ่งยันกายลุกขึ้นตามคุณ แต่ปากมัน
"คนอยากตายจะไปรั้งไว้ทำไมวะ"
"เออ ถ้ามันตายไปแล้วกูจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่ไม่ใช่ ยังไงก็ต้องลองทำอะไรซักอย่าง"

หญิงสาวรับไบกอนที่คนขับมอเตอร์ไซคล์รับจ้างยื่นมา เธอยิ้ม เอ่ยขอบคุณเบาเบา บริเวณนั้นแสงน้อย คนอยู่บนรถ จึงไม่เห็นแววประกายน้ำตาปริ่มขอบตาช้ำของอีกฝ่าย หญิงสาวหันหลังเดินไป

ในที่สุดทั้งสี่ก็มายืนงงอยู่ต่อหน้าเงาทะมึนของกลุ่มตึกท่าทางไม่เป็นมิตร
"เอาไงดีวะ แม่งเหมือนกันไปหมดเลย"
คุณกำลังคิดอยู่ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี
"ไอ้เม่นบอกว่าแก้วโทรศัพท์ไปหามันใช่ไหม ไปดูที่ตู้โทรศัพท์ก่อน" หนึ่งในสี่ออกความเห็น
ตู้โทรศัพท์มีอยู่สามตู้ ไม่มีใครอยู่ในนั้น พวกคุณพยายามหาร่องรอย ท่าทางทุกคนดูเหมือนกับหมานักสืบ
เสียงคำรามของจักรยานยนต์ใกล้เข้ามา เราหันไปตามเสียง
"เฮ้ย! เรียกมอไซมาถามดู แก้วมันให้มอไซรับจ้างไปซื้อไบกอน"
จนวันนี้ คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนนั้นยังคงไม่ลืมคืนที่น่าตื่นตระหนกคืนนั้น คืนที่มีชาย สี่คนวิ่งเข้ามา ท่าทางไม่น่าไว้ใจ เขาว่าจะบิดรถหนีแล้วแต่ไม่ทัน
ปรากฏว่าพวกนั้นมาถามหาเพื่อนร่วมคิวของเขาคนไหนก็ไม่รู้ที่มีคนฝากซื้อไบกอนเมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงที่ ผ่านมา เขาบอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง แต่รับปากจะไปตามให้
ไม่นานนักเขากลับมาพร้อมพรรคพวกอีกสามคัน หนึ่งในนั้นเป็นคนที่พวกเขาต้องการพบ
"ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหน เขานัดผมให้เอามาให้ที่ตู้นั้น"
เขาชี้ไปยังตู้ริมสุด
"ผมก็นึกว่าจะเอาไปฉีดยุง แถวนี้ยุงเยอะ แต่ผมก็สงสัยอยู่นะ เพราะมันดึกมากแล้ว"

หญิงสาวเทนมสดจากกล่องใส่ชามพลาสติก วางไว้หน้าลูกสุนัขอ่อนสองตัวที่หลับอยู่ เธอลูบหัวมันทั้งสอง อย่างปราณี
"คงมีคนใจดีเลี้ยงพวกเจ้านะ" เธอกลับเข้ามาในห้อง หยิบจดหมายใส่ซองสีเทา วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอนั่งนิ่ง มีแต่น้ำตาที่ยังคงหยดไหล เอื้อมมือหยิบรูปที่กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยขึ้นมาดู นิ้วบางไล้บนเสี้ยวใบหน้า ชายหนุ่มยิ้มร่าในเศษรูป เธอยิ่งสะอื้นไห้
ไบกอนวางอยู่ข้างเตียง
หญิงสาวหันไปหยิบแก้วเจียระไนใส อีกไม่นานจะร้าวแล้ว

คุณให้เพื่อนสองคนไปหาคนมาช่วย
ไม่มีทางเลือกอื่น สองคนนั้นไล่เคาะประตูถามไปทีละบาน แต่หน้าที่เห็นไม่ใช่หน้าที่ต้องการเห็น ไม่มีใคร พอใจที่ถูกปลุกออกมาพบคนแปลกหน้ากลางดึก คงกลัวว่าคำพูดของตัวจะถูกใช้เป็นหลักฐานในศาล จึงไม่มี ข้อมูลใดช่วยให้การค้นหาง่ายขึ้น
ขณะนั้นอีกฝ่ายก็กำลังเค้นความจากคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้รู้เห็นเหตุการณ์
ตอนที่ทั้งโลกกำลังสับสน เครื่องแบบคุ้นตาก็เคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบการมองเห็น
คุณวิ่งเข้าไปหาพร้อมความคิดที่ว่าตำรวจน่าจะช่วยได้ และเล่าเรื่องทั้งหมดแบบรวบรัด เวลาเช่นนี้ ทุกวินาทีไม่ควรสูญเปล่า
สายตรวจวิทยุเรียกกำลังเสริม ในความรู้สึกของคุณช่างนานเสียเหลือเกิน กว่าที่รถคันนั้นจะมาถึง แต่พอสารวัตรคนนั้นเห็นสารรูปคุณกับเพื่อน เรื่องก็ดูจะยุ่งขึ้น
"ไหนขอดูบัตรประชาชนหน่อย สงสัยจะไม่ใช่เพื่อนล่ะมั้ง" น้ำเสียงท่านสารวัตรแปร่งหูยิ่ง
คุณหันหน้าไปมองเพื่อน
"แล้วอะไรที่ตุงๆ ท้องน่ะ เป็นพวกค้าเนื้อสดมั้ยเนี่ย" อ้าว เฮ้ย
ทันใด
สองคนนั้นก็วิ่งกระหืดกระหอบข้ามถนนคอนกรีตมายังจุดที่พวกเรายืนอยู่ หลายห้องที่ตึกฝั่งตรงข้าม เปิดไฟ มีคนออกมายืนดูที่ระเบียง
คุณหันไปมองเพื่อน ยิ่งกระวนกระวายหนัก
คุณเห็น
"แก้ว!"
คุณวิ่งสวนออกไปทันที
"เฮ้ย จะไปไหนน่ะ" เสียงตะโกนใส่คุณ
"ตามจับไว้" เสียงตะโกนใส่ใครคนอื่น
หญิงสาวยืนอยู่ใต้แสงสว่างจากเสาไฟฟ้าบนทางเท้า เธออยู่ในชุดนอนมีเสื้อคลุมสีขาว เธอกำลังจะเข้าสู่ ห้วงนิทรานิรันดร์ เพื่อเป็นการยืนยันว่านั่นไม่ใช่ภาพหลอนลวงตา คุณจึงจับไหล่แบบบางนั้นไว้แน่น แน่นจนเธอ ร้องออกมา
"เจ็บ" คุณรู้ว่าภาพหลอนคงร้องไม่ได้จึงคลายมือ
"มาได้ไง…"
ดูเธอตระหนกที่เห็นคุณ ไม่ทันจบหางเสียง ความวุ่นวายก็ถาโถมมาจากเบื้องหลัง คุณโดนกระแทกอย่างรุนแรง น้ำหนักนั้นกดคุณไว้กับพื้น ทุกอย่างอื้ออึง แต่คุณยังมองไปที่หญิงสาว อย่างไม่วางตา

"จริงๆ ค่ะ กำลังจะออกไปโทรลาเพื่อนเป็นคนสุดท้าย
เธอเดินนำหน้าขบวนพร้อมบอกเล่าถึงความตั้งใจที่ไม่น่าตั้งใจด้วยสีหน้าเรียบเฉยหากคล้ำไปด้วย
รอย หมอง
พวกคุณสี่คนจำหมายเลข ๑๐๔ ของตึกหลังที่หกได้แม่นยำ
เธอเขียนจดหมายแปะไว้หน้าประตู ฝากดูแลลูกหมาพันธุ์ทางอายุไม่กี่วันสองตัว พวกมันนอนหลับอยู่ที่ ระเบียงอย่างไม่รับรู้เรื่องราวใด
น้ำตาเธอไหลอีกเมื่อเห็นสัตว์ตัวน้อย
"เป็นห่วงก็แต่เจ้าสองตัวนี่แหละ"
สารวัตรอึ้งไปเมื่ออ่านจดหมาย ท่านบอกให้ลูกน้องที่กำลังตรวจค้นห้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ท่านมองมาที่ พุงตุงๆของคุณ ส่ายหน้า
ก็คุณนุ่งกางเกงเลอยู่ ปมที่มัดจึงดันเสื้อยืดออกมาเห็นเป็นรูปรอยชวนตีความ
ก่อนกลับออกไปท่านทิ้งคำไว้กับหญิงสาว
"ทีหน้าทีหลัง คิดให้มันไกลๆนะหนู คิดถึงคนข้างหลังบ้าง" คุณไม่แน่ใจว่าท่านหันมายิ้มกับพวกคุณหรือเปล่า
และคืนนั้นพวกคุณไม่ยอมปล่อยสามชีวิตนั้นไว้ที่ห้อง ๑๐๔



คุณกำลังกวาดเศษแก้วที่แตกกระจาย
คุณเดินผ่านเวลานั้นมาสี่ปีกว่าแล้ว
สโมสรปิดทำการไปไม่นานจากที่แก้วสมความตั้งใจในครั้งที่สามทำให้คุณตกลงใจเริ่มงาน เป็นคนนำทาง ลบอดีตทั้งหมดและถอยห่างมาจากจุดเดิมไกลแสนไกล
แก้วเป็นดวงวิญญาณแรกที่คุณพาไปส่ง หนนี้เธอไม่โทรศัพท์ไปลาใคร มีเพียงข้อความสั้นๆตัดพ้อต่อโลก และความรักที่เธอไม่เคยเข้าใจ
ไอ้แก้วกับไอ้กอน หมาร่างใหญ่อายุเกือบห้าขวบสองตัวนอนเฝ้าอยู่ตรงประตูรั้วหอพัก เมื่อคุณเดินผ่าน พวกมันเงยหน้าขึ้นทำจมูกฟุดฟิดส่งเสียงฮือทักทายเบาๆเหมือนจะบอกว่า วันนี้อากาศไม่แจ่มใส
ระหว่างเดินย่ำบนพื้นยางมะตอยในซอยแคบที่ร่มครึ้มด้วยทิวไม้ ฤดูนี้น้ำฉ่ำฟ้า ทุกอย่างแวววาวเหมือน โดนฉาบเคลือบ ลูกหูกวางร่วงตัวลงสัมผัสพื้น ล้อยวดยานเหยียบขยี้จนแหลกเละ ส่งกลิ่นเปรี้ยวขึ้นทักทายจมูก
คุณวาบหวิวหัวใจ
คุณยังจำสีเทาหม่นที่ห่มคลุมวิญญาณแก้ว เธอจำคุณไม่ได้ด้วยซ้ำ คนที่ฆ่าตัวตายมักเป็นเช่นนี้ สับสน อยู่แต่ในโลกของตัวเอง
ขณะทอดน่องและทอดสายป่านความคิดยาว คุณแลเห็นสองร่างนั้นพลิ้วไหวใต้ต้นตะแบกตรงป้าย ทางแยก ลมแรงพัดดอกตะแบกร่วง บางดอกยังไม่ทันบาน ดอกไม้สีม่วงปลิวผ่านร่างลางเลือน
เมื่อเข้าไปใกล้คุณแว่วยินคำถามที่ล่องลอย
‘ชีวิตนั้นเป็นของใครถ้าไม่ใช่ของเรา
หากเราไม่พึงใจเรามีสิทธิเลือกไหม
หากไม่มีคนห่วงใยแล้วเราตายเสียไม่ดีกว่าหรือ...’
คุณอยากบอกใครต่อใครถึงความลับที่ได้รู้เห็นจากการนำทางว่าเบื้องหลังการพรากชีวิตตนเองนั้น
น่าสะพรึงเพียงใด หนทางที่มิพึงเลือก ทางออกที่ไม่ควรออก แต่เมื่อคุณอ้าปากจะพูดคุณกลับลืม นานเข้านานเข้า คุณก็เลยไม่พูดอะไรอีก
ตอนนี้คุณนึกได้และตอบคำถามนั้น ทั้งที่สายเสียแล้ว
เมื่อคนไม่ได้เลือกมาเกิด ย่อมไม่อาจเลือกตาย
ปาณาติบาตเบื้องต้นคือต้องไม่เบียดเบียนตัวเอง คนเป็นหนี้สรรพสิ่งมากมายเกินกว่าจะสามารถทำลาย ชีวิตที่ธรรมชาติมอบให้ได้
ร่างทั้งสองยิ่งซีดจางลง ก้มหน้า ค้อมหัวลงต่ำ เหมือนปลงใจยอมรับ ร่างทั้งสองค่อยๆจมลงไปในพื้นถนน ท่ามกลางกลีบดอกตะแบกสีขาวอมม่วงเกลื่อนกล่น
ความคำนึงพาสองเท้าคุณออกมาถึงถนนใหญ่ คุณยืนมองผู้ชายในเชิ้ตขาวกางเกงดำยืนเลือกซื้อ ช่อกุหลาบสีแดงสดในม้วนใบตอง เขาหอบหิ้วกระชับแนบไปกับแฟ้มเอกสาร
คุณแวบสงสัยขึ้น เขาจะเอากุหลาบไปทำสิ่งไร กำนัลแก่ผู้เป็นที่รัก หรือบูชารัตนตรัย
วาบรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า ทั้งสองประการล้วนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง สิ่งที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ย่อมดี
คุณนึกถึงหญิงสาวผู้น่าสงสาร
คุณว่าจะออกจากงานนำทาง แล้วถ้าความทรงจำอนุญาต คุณจะป่าวเรื่องนี้ออกไป เผื่อพวกเขาจะได้ เลิกหลงใหลในนิพพานปลอมเสียที
คุณสาวเท้าไปยังแผงข้างถนน ตั้งใจจะไปไว้อาลัยดอกไม้


















 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 17:15:44 น.
Counter : 149 Pageviews.  

แมลงขายาวกับดนตรีสีขาว

แมลงบินเกาะหลอดไฟ
แสงเกิดเสียงแกรกราก
แมลงพึงใจได้ใกล้แสง
แมลงสัมผัสร้อนแรงใต้ขา
แมลงไม่กลัว แมลงไม่รู้จักกลัว
แมลงเคลื่อนตามสัญชาตญาณ

ดนตรีสีขาว ฉันฟังด้วยตา
สีเขียวถูกแทนที่ด้วยสีเทา
เม็ดสีสิบหกล้านสี
ไม่เคยมีเฉดใดที่สมบูรณ์แบบ
ทำได้เพียงเทียบเคียง

ความฝันของกลางวัน
คืออยากลองเป็นกลางคืนดูสักครั้ง
ไม่มีใครล่วงรู้ความฝันของกลางคืน
เพราะมันทำตัวลึกลับ
จมจ่อมอยู่ในความมืด
บางวันยังแอบมาทำให้กลางวันหม่น

แมลงขายาวตัวนั้นหายไปแล้ว
มือยังเคลื่อนไหวตามคำสั่ง
คนหายไปหมดแล้ว
เวลาหายไปหมดแล้ว
ดนตรีสีขนม
ยังดังไม่รู้จักเหน็ดหน่าย
เพราะมันไม่เคยร้องเอง




 

Create Date : 19 มีนาคม 2551    
Last Update : 19 มีนาคม 2551 23:19:19 น.
Counter : 186 Pageviews.  

นางฟ้าสีขาวกับรอยเท้าพระจันทร์

เจ็ดปีนั้นคือระยะห่างเว้นว่างจากอัลบั้มชุดเพลงใต้ถุนบ้านของสุวิชานนท์ รัตนภิมล
หนนี้เขาได้ก้าวออกมาจากใต้ถุน ลุกขึ้นยืนเต็มร่างใน นางฟ้าสีขาวกับรอยเท้าพระจันทร์ งานอัลบั้มชุดล่าสุดที่เพิ่งแย้มผลิบานจาก ดื่มดนตรีโปรเจ็คท์สตูดิโอ โดยได้ รังสรรค์ ราศี-ดิบ โปรดิวเซอร์มากรางวัล ร่วมดูแลการผลิต รวมไปถึงแขกรับเชิญมากหลาย ลองเข้าไปอ่าน-ฟังได้ที่ //www.non.banleng.com รู้สึกว่ามีขายที่เชียงใหม่แล้วนะ ที่ร้านเล่า สุดสะแนน ทิพเนตรเอ็นเตอร์ไพรซ์ งานดนตรีละเมียด บทกวีร้อยเรียง น่าจะเหมาะกับความร้อนร่มและเร่งรีบของยุคสมัยนักแล
แวะไปเยี่ยมนางฟ้าและชมรอยเท้าพระจันทร์กันนะครับ




 

Create Date : 17 มกราคม 2551    
Last Update : 17 มกราคม 2551 12:32:52 น.
Counter : 181 Pageviews.  

ลูกสาวกวี

ลูกสาวกวี
เธอตั้งคำถามถึงชีวิตและความตาย
เธอเปิดประตู และก้าวล่วงไปในอีกดินแดน

ลูกสาวกวี
เธอทิ้งความเศร้าไว้ในหยาดน้ำตาของผู้คน
เสียงที่เราร่ำร้องคงต่างไปจากเสียงที่เธอยิน

ลูกสาวกวี
เธอทิ้งความหมายของชีวิตไว้ให้เราใคร่ครวญ
ให้เราตระหนักถึงความดับสูญทุกลมหายใจ
เธอคงไม่ปรารถนาเห็นใจที่แตกสลายซึมเศร้า

เพื่อนเอ๋ย
เราจะได้ยินเธอพูด หากเราตั้งใจฟัง
มือน้อยนั้นเฝ้าปาดรอยน้ำตา หากเรารู้สึก
ผู้คนต่างขานนามเธอ-นางฟ้า
และเพียรเฝ้าจับจ้องนภาเปล่า รอนางฟ้าปรากฏกาย
ฉันไม่เคยเห็นนางฟ้า หรือเคยเห็นแต่จำไม่ได้
ฉันขอเรียกเธอตามต้นไม้น้อย
ต้นไม้ที่จะเติบโต และเฝ้ามองผองเราเดินสู่ปลายทาง
ปลายทางที่เธอรออยู่ก่อนแล้ว

หมายเหตุ บทกวีนี้ได้รวมเล่มอยู่ใน หนังสือรวมบทกวีที่เขียนถึงเด็กหญิงพอวา ลูกสาวผู้จากไปของพี่ชายอันเป็นที่เคารพของผู้เขียน เอามาลงเผยแพร่อีกครั้งเพื่อระลึกถึง




 

Create Date : 24 กันยายน 2550    
Last Update : 25 กันยายน 2550 0:05:43 น.
Counter : 146 Pageviews.  

1  2  

Mayim
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมายิ้มอยู่เชียงใหม่ ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดื่มและกิน เรามีสตูดิโอชื่อ หมายิ้มสตูดิโอซึง่มีสโลแกนว่า วิดีโอเพื่อสังคมใหม่ เราชอบทำงานสื่อสร้างสรรค์อย่างวิดีโอ หนัง สารคดี แล ดนตรีร่วมสมัย ชอบเห่าดังๆให้โลกฟังถึงเรื่องราวอันผิดรูปผิดรอย เพราะอยากให้คนทุกคนมีรอยยิ้มแบบเดียวกับหมา
Friends' blogs
[Add Mayim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.