Group Blog
 
All blogs
 

พัทยา เกาะล้านนนนน

มาอัพบล็อกวันนี้ พาไปเที่ยวพัทยา แล้วก็เกาะล้านรับลมร้อนกัน ไปตั้งแต่กลางเดือนที่แล้วและ ช่วงวันที่ 10,11,12 เมษา

มาวันแรกก็เติมพลังกันเลย คุณเพื่อนอยากกินอาหารทะเลมาก มาทุกครั้งต้องไปกินที่นี่อะค่ะ ร้านครัวปรีชา แถวๆที่เขาเรียกว่าบ้านอำเภอ จริงๆตรงนี้ก็มีหลายร้านอะค่ะ แต่ที่ขายดีๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน

มาดูเมนูกันเลยจ้า


จานแรกเป็นปลาหมึกผัดไข่เค็ม เพื่อนโฆษณาไว้ว่ามันอร่อยมาก (จริงๆพูดว่าอร่อยที่สุดในโลก แต่เดี๋ยวจะเว่อร์ไป อิอิ) แต่กินแล้วมันไม่ใช่อ่า วันอื่นอาจจะอร่อยมั้งนะแต่วันนี้ มันไม่อร่อยกลิ่นก็แปลกๆ เหมือนกลิ่นคาวของไข่เค็มจะเยอะไปอะค่ะ เลยทำให้ไม่ค่อยอร่อย



จานต่อมาเป็นทอดมันกุ้ง ไปกินร้านไหนก็ต้องสั่ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ก็พอใช้ได้อะค่ะ




จานนี้น้องคุณเพื่อนรีเควสมาค่ะ เป็นหอยจ๊ออะไรไม่ทราบค่ะลืมแล้ว ไม่ได้ลองกิน อิอิ แบบว่าไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่ แต่เห็นบอกว่าก็ไม่ค่อยอร่อยอีกและ


ส่วนจากนี้เป็นกั้งกระดานทอดกระเทียมค่ะ อร่อยย สด ใช้ได้อยากกินอีก



ต่อมาเป็นปลาหมึกนึ่งมะนาว รสชาติแบบว่าเปรี้ยวพะย่ะค่ะ ปลาหมึกสดดี ซดน้ำกันแบบว่า เปรี๊ยว เปรี้ยวอะ 555



จานนี้ปูนึ่ง อร่อยค่ะ แบบว่าชอบกินไงเลยอร่อย ปูมันก็สดดี เนื้อหวาน แต่แกะไม่ทันเพื่อนง่ะ 555

มื้อแรกก็เสร็จสิ้นไปและ อิ่มแบบว่าโครตๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นกะว่าจะข้ามไปเที่ยวเกาะล้านกันเลยแต่ปรากฎว่ามันมีอุปสรรคทางการเมืองเล็กน้อยบริเวณเขาพระตำหนัก เลยทำให้ไปท่าเรือแหลมบาลีฮายไม่ได้ ก็เลยไปเที่ยวหาดในพัทยากันพลางๆก่อนแก้เซ็ง

หาดแรกไปกันแบบมั่วๆ แบบว่าเพื่อนเคยมาแต่ก็ลืมๆแล้ว ก็เลยได้เข้ามาชมหาดนี่เลยจ้า หาดเตยงาม อยู่ในหน่วยนาวิกโยธิน บรรยากาศดีนะคะ สวยอยู่แหละ มองไปน้ำทะเลก็เป็นสีฟ้าน๊า แต่ไปกลางวันแบบว่าร้อนมากกกก เล่นน้ำไม่ไหว แต่เขาว่าช่วงเย็นคนมานั่งเล่นกันเยอะอะค่ะ




ก็ขับรถวนๆ เล่นในนั้นสักแป๊บ ก็มาหาดบางเสร่กันมานั่งเล่น กินไรต่อไรนิดหน่อย ก่อนเข้าหาดแวะซื้อข้าวเหนียวมะม่วงกินด้วย อร่อยมากกกกกก ขายดีด้วยชื่อร้านอะไรลืมอีกแล้วค่ะ ขออำภัย

นี่ค่ะหน้าตาข้าวเหนียวมะม่วงที่ว่า ข้าวเหนียวมูลอร่อยมากนุ่มๆ ชุ่มๆ




หาดบางเสร่ค่ะ


วันนั้นทั้งวันกลับไปบ้านที่พัก (พักบ้านเพื่อน) ก็เปิดทีวีดูข่าวตลอดว่าสถานการณ์ม๊อบบุกพัทยาไปถึงไหนกันแล้ว ปรากฎว่าเย็นวันนั้นม๊อปก็สลายตัวกลับกรุงเทพกันหมด เพราะสำเร็จภารกิจ เราก็เลยได้เที่ยวต่อ ดีจายยนึกว่าจะมาเก้อ

และแล้วรุ่งขึ้นเราก็มาเกาะล้านกันสมใจ ไปขึ้นเรือที่แหลมบาลีฮายคนละ 30 บาทไปลงท่าหน้าบ้าน แล้วก็นั่งพี่วินมอไซด์ไปหาดแสมกันต่อคนละ 50 บาท
หาดนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนมากเป็นฝรั่ง คนไทยไม่ค่อยมี




น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส



มีนางแบบประกอบฉากนิดนึง



ถ่ายรูปกันเป็นที่พอใจแล้ว เล่นน้ำแล้ว(เล่นอยู่คนเดียว
) ก็เป็นอันว่าต้องกลับ เพราะ 6 โมงเย็นแล้วเรือจะหมดเที่ยวสุดท้ายที่ท่าหน้าบ้าน

บ๊ายบายเกาะล้าน


มาถึงฝั่งก็พอดีมืดแหละนั่งเรือ 45 นาทีได้



แล้วก็หิวสิคะ สูญเสียพลังงานไปพอสมควร กลับไปบ้านอาบน้ำอาบท่าแล้วก็แวะหาอะไรกินกันก่อนกลับกรุงเทพ เพื่อนก็แนะนำร้านนี้เลยค่ะ ร้านเกาะสีชัง เป็นแนวร้านข้าวต้ม เป็นร้านห้องแถวติดถนน คนกินเยอะมากกกกกกกก
แต่ของเค้าก็อร่อยจริงนะ

ไม่ได้สั่งข้าวต้มค่ะ สั่งข้าวสวยเพราะหิว



จานแรกมาเลยเป็นลาบวุ้นเส้นทะเล (คิดว่านะคะ) หมดไปในพริบตา


ตามมาด้วยปลาอินทรีย์ทอดกระเทียม อร่อยง่ะ


ตามมาติดๆด้วยยำหอยนางรม ก็โอเคอะค่ะเพราะมันหิววว อิอิ



ต่อด้วยเกาเหลาอะไรไม่ทราบค่ะลืมชื่อแบบรวมทุกสิ่งอย่างทะเลๆ อะค่ะอร่อยดี ซดน้ำชื่นใจ



ปิดท้ายกันด้วยปลาลวกจิ้ม (ไม่แน่ใจว่าปลาอะไร)



อิ่มอร่อยปิดท้ายรายการกันแล้วก็บึ่งรถกลับกรุงเทพกันเลยจ้า สำหรับร้อนนี้ถ้าใครอยากหาทะเลใกล้ๆ เที่ยวละก็ พัทยาใกล้ๆ ก็มีทะเลสวยๆนะคะ ไปแล้วก็ช่วยๆ กันอนุรักษ์ทรัพยากรของเราให้อยู่ไปนานๆ ด้วยนะคะ จะได้มีสิ่งดีๆ ให้รุ่นลูกรุ่นหลานเราได้ชมกันค่ะ

ทริปนี้ขอจบแค่นี้ก่อนค่ะ บ๊ายบาย




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 17:53:08 น.
Counter : 1444 Pageviews.  

เขาค้อทะเลหมอก แต่................

จะแต่อะไรล่ะคะ แต่...... ไม่มีหมอกน่ะซิ อิอิ ไปมาตั้งแต่ช่วงคริสมาสโน้น 25-26 ธ.ค. 51 อะค่ะ แต่ว่ารอรูปอยู่ก็เลยไม่ได้อัพซักที เพิ่งได้ฤกษ์วันนี้ ไปถึงที่พักก็ค่อนข้างจะมืดแล้ว เพราะแวะกันมาตลอดทาง

ระหว่างทางที่ไปถึงเพชรบูรณ์แล้ว ก็แวะกินไก่ย่างวิเชียรกันของขึ้นชื่อของจังหวัด ผ่านไปมีร้านขายแบบนี้อยู่เยอะมาก แต่ว่าเราไม่แวะ เราแวะร้านดังค่ะ (ร้านที่มีไก่เป่าลมอยู่หน้าร้านอะค่ะ) ไม่ขอเอ่ยชื่อร้านนะคะเดี๋ยวจะหาว่าไปดิสเครดิตร้านเขา เพราะมันผิดหวังกับความอร่อยเอามากๆ ขอบ่นหน่อยนะ

ไปกินแล้วแบบว่าเฮ้อ คนเยอะมากๆๆๆๆๆ ซึ่งร้านอื่นๆ ไม่มีคนเลยแต่ร้านนี้คนเยอะสุดๆ แต่พอกินแล้วผิดหวังอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ หรือไก่ย่างอันโด่งดังของเขา มันไม่ได้เลยอะ รสชาติจืดบ้าง แปลกๆ บ้าง ตอนแรกไม่กล้าพูดเพราะเกรงใจพี่ที่เขาพาไปกิน แต่หลังๆ ทุกคนในโต๊ะบอกหมดว่ามันไม่อร่อยเลย ก็เลยแบบ อ่อ นึกว่าเป็นแต่เราคนเดียว หุหุ

หรือว่าเราโชคไม่ดีไม่รู้เนอะไปกินเจอวันที่เขาอาจจะยุ่งมากๆ เลยทำไม่ค่อยอร่อย ไก่ก็ยังหมักไม่ได้ที่ไรงี้หรือเปล่า หุหุ แต่ราคาอาหารก็โอเคนะ ไม่แพง

พอกินเสร็จก็ไปแวะบ้านพี่อีกคนไปผัดข้าวเตรียมทำน้ำจิ้มเพื่อเราจะไปทำปิ้งย่างกันบนที่พัก จากนั้นก็รีบบึ่งไปที่พักกันเลย

และแล้วเราก็มาถึงแล้วค่ะ ที่นี่เลย





พอไปถึงที่พักที่จองไว้เป็นเต็นท์ VIP พอไปติดต่อดันบอกไม่มีรายชื่ออีกทั้งๆ ที่จ่ายตังค์ไว้แล้ว แต่พอดีมีเต็นท์ว่างอยู่ เลยได้พักกัน เรียบร้อยแล้วก็จัดการ ปิ้งๆ ย่างๆ กันเลย



ปิ้งไปปิ้งมา ฝนดันตก กริ๊ดๆ ต้องเก็บข้าวเก็บของไปหลบกันในเต็นท์แต่ก็ตกไม่มากอะนะ แต่พอตอนนอนนี่สิ ตกตลอดคืนเลยตกแรงขึ้นด้วย คิดอยู่แล้วว่าเช้าๆ ต้องไม่มีทะเลหมอกให้ดูแน่ๆ เลย แล้วมันก็เป็นจริงดังนั้น มีหมอกโผล่มาแค่เนี้ย หุหุ








ที่นี่มีอาหารเช้าให้ 1 มื้อเป็นข้าวต้ม กับ กาแฟ โอวัลติน ขนมปังปิ้ง เมื่ออิ่มกันแล้วก็มาถ่ายรูปเล่นกันเล็กน้อยเก็บไว้เป็นที่ระลึก


















จากนั้นเราก็เตรียมตัวกลับกันและ - -" ระหว่างทางผ่านร้านกาแฟริมเขาอยู่ร้านนึงน่ารักมากๆ เขามีมุมน่ารักๆ ไว้ให้ลูกค้าถ่ายรูปด้วย พนักงานหนุ่มๆ ในร้านก็แต่งตัวเหมือนๆ กันอีกต่างหาก นึกว่ามาร้านคอฟฟี่ปริ๊น อิอิ (แต่ไม่ขนาดค๊อฟฟี่ปริ๊นหรอกนะคะ) ร้านนี้ชื่อร้าน Coffee Hill วิวสวย บรรยากาศน่ารัก คนแวะกันเยอะเลย ก็เลยแวะถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน ดูเลยจ้า






















รูปเยอะมากมาย หุหุ เกรงใจผู้ชมเอาแค่นี้ดีกว่า จากนั้นก็แวะพระตำหนักเขาค้อกันอีกที่ กินข้าวกันอีกรอบบนพระตำหนักมีร้านขายอาหาร สั่งเมนูสารพัดเห็ดเอร็ดอร่อยกันไปเพราะเห็ดสดมากมาย ออกจากที่นี่ก็แวะซื้อของฝากข้างทางกันเล็กน้อยแล้วก็บึ่งกลับกรุงเทพกันอย่างด่วน เป็นอันจบทริปเขาค้อเพียงแค่นี้ค่ะ





 

Create Date : 16 มกราคม 2552    
Last Update : 16 มกราคม 2552 18:53:56 น.
Counter : 353 Pageviews.  

อัมพวา

วันนี้ชวนเที่ยวอัมพวากัน (รูปเยอะหน่อยน๊า)

เนื่องจากว่าได้คุยกะเพื่อนๆ แล้วก็ เอ๊ะเราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วเนอะ วันหยุดก็แทบไม่เคยนัดเจอกันเลย ไปเที่ยวกันดีก่า (คบกันมา 10 กว่าปี ตั้งกะ ม.1 แทบไม่เคยได้ไปเที่ยว ตจว. กันเลย ) หลังจากหาวันหยุดกันลงตัวแล้วก็เลยได้ความว่า "อัมพวา" นี่แหละ ใกล้ๆ ดี กะไปดูหิ่งห้อยกัน แหม๋เขาว่ามันโรแมนติก ก็อยากจะไปมั่ง จากนั้นก็หาที่พักกัน มาลงที่ "โฮมสเตย์บ้านคุณเกล้า "




จริงๆ ไปมาตั้งแต่วันที่ 15-16 พ.ย. 51 แล้วค่ะ แต่เพิ่งอัพ ^^" ไปถึงโน่นเราก็แวะไปนี่ก่อนเลย ตลาดร่มหุบ เป็นตลาดที่แม่ค้าเขามาขายของตรงข้างๆ ทางรถไฟพอรถไฟมาทีก็จะเก็บของหุบร่มหรือผ้าใบกันสาดหนีอะค่ะ แต่รถไฟจะมาแค่ 2 เวลาเท่านั้น ก็เลยค้าขายกันได้สบาย เพราะรู้เวลากันอยู่





จากนั้นก็มาทำบุญกันที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร คนทำบุญกันเยอะแยะเลยค่ะ แอบไปยกช้างอธิฐานกันมาด้วย โดยอธิฐานก่อนแนวว่า ถ้าสำเร็จก็ขอให้ยกขึ้น ผู้หญิงใช้นิ้วนางยก ผู้ชายใช้นิ้วก้อย ปรากฎว่ายกขึ้นกันทุกคนจ้า พอรอบสองเพื่อนบอกให้อธิฐานแบบเดิมอะ แต่บอกว่าถ้าเกิดสำเร็จขอให้ยกไม่ขึ้น แล้วก็ยกไม่ขึ้นจริงๆ ค่ะ แบบว่ารู้สึกว่ามันหนักมากๆ ดึงไม่ขึ้นเลย ก็แปลกดีค่ะ หรือเป็นเพราะนิ้วเราหมดแรงแล้วป่าวไม่รู้นะคะ อันนี้ต้องไปพิสูจน์กันเอง



ก่อนจะเข้าที่พักก็นัดเจอกับเพื่อนอีกคนที่วัดช่องลม ใกล้ๆ กับที่พักนั่นแหละค่ะ ก็เลยแวะทำบุญกันอีกรอบ จากนั้นก็เข้าที่พัก
ขั้นรายการกันนิดหน่อยด้วยนางแบบสาวสวย 555 มันว่างก็เลยจับเพื่อนมาแต่งหน้าถ่ายรูปงามๆ






จากนั้นก็ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวากันแต่พอดีตลาดปิดอะค่ะ ตรงกับวันงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา เลยงดกิจกรรมตลาดน้ำ แต่ก็ยังพอมีแม่ค้าอยู่บ้างนิดหน่อย






ตกเย็นก็ทำพวกปิ้งๆ ย่างๆ กินกัน ทำรอเพื่อนอีกกลุ่มที่เพิ่งเดินทางมาถึง ก็ปิ้งกันที่บ้านลุงเกล้านั่นแหละ เตา ถ่าน อะไรแกมีให้หมด แถมยังได้ความรู้ในการล้างหอยมาด้วยอีก ว่าหอยเชลเนี่ย เวลาล้างต้องตำพริกขี้หนูใส่ลงไปด้วยแช่ไว้สักพัก หอยมันจะได้อ้าแล้วพวกทรายในหอยมันจะได้หลุดออกมา ส่วนหอยแครงซื้อมามีแต่โคลนก็คล้ายๆ กันจะใส่พริกก็ได้ หรือเอาเกลือใส่แช่ก็ได้ แต่ที่ทำคือพี่เขาเอาจมูกข้าวหรืออะไรแนวๆ นี้อะค่ะ ลืมๆความจำเสื่อม แหะๆ มาใส่แล้วก็คนๆ ล้างหลายๆ รอบหน่อย โคลนก็จะหลุดง่าย (ตอนแรกยังคิดว่าต้องใช้สก๊อตไบร์ขัดหรือเปล่า - -" ) ก็อิ่มกันไปมื้อนั้น

อ่อ เราไปดูหิ่งห้อยกันก่อนค่ะ แล้วค่อยกลับมากินเพราะเพื่อนอีกกลุ่มเดินทางมารอบเย็นถึงแล้ว เกรงว่าจะดึกไป ที่นี่ชอบอีกอย่างตรงที่ลุงแกพายเรือพาไปดูหิ่งห้อยค่ะ เพราะส่วนใหญ่คนไปดูหิ่งห้อยจะนั่งเรือยนต์ แต่ของเราเรือพาย ก็ช่วยลุงแกพายไปด้วย ไม่ได้เก็บภาพมาฝากค่ะเพราะเกรงจะตกน้ำตาท่ากันไป แล้วกล้องก็คงไม่มีประสิทธิภาพพอในการถ่ายหิ่งห้อยติดด้วยจ้า การพายเรือดูหิ่งห้อยนี่บรรยากาศที่ได้คิดว่าน่าจะดีกว่าเรือยนต์เยอะ เพราะได้ดูใกล้ชิดกว่า ได้พายเรือ ที่สำคัญช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ด้วย ไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน ไม่มีน้ำมันจากเครื่องยนต์ลอยในน้ำ

ตอนไปดูหิ่งห้อยมันน้อยแล้วอะค่ะ ลดลงมากกว่าแต่ก่อนมาก ความเป็นธรรมชาติมันก็หายไปกับความเจริญที่เข้ามาไม่รู้ต่อไปจะได้ดูกันหรือเปล่า เอาภาพหิ่งห้อยชัดๆ มาฝาก เสริทมาจากในเว็ปอีกทีค่ะ



ตำนานของหิ่งห้อยเล่าว่า หิ่งห้อยคือวิญญาณของชายที่จุดตะเกียงโคมตามหาหญิงคนรักชื่อนางลำพู นางผู้จมหายไปในแม่น้ำ นางลำพูได้ไปเกิดเป็นต้นไม้ชื่อต้นลำพู ส่วนชายหนุ่มกลายเป็นหิ่งห้อยมีแสงที่ก้นเพื่อส่องหานางที่รักไปตลอดกาล อิอิ อันนี้มันคือนิทาน แต่เรื่องจริงที่หิ่งห้อยกระพริบแสงก็เพราะมันต้องการหาคู่หรือผสมพันธุ์นั่นเอง แสงของหิ่งห้อยเกิดจากระบวนการเคมีในร่างกายของมัน โดยหิ่งห้อยจะอยู่บริเวณที่มีน้ำที่สะอาด และบริเวณป่าโกงกางป่าชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน ต้นลำพู ต้นโกงกาง จะมีมากในฤดูฝน หลังจากฝนตกแล้วหิ่งห้อยจะออกมาเยอะแยะเพราะมันจะชอบความชื้น (สงสัยเราไปผิดฤดูอะ เลยมีไม่มาก แต่ก็ได้ฮือฮากันอยู่ อิอิ ) หิ่งห้อยใช้เวลาฟักตัวอยู่ถึง 90 วัน แต่มีอายุในวัยเจริญพันธุ์ให้เราได้เห็นแสงวิบวับๆ กันแค่ 14 วันเท่านั้น โถ่ๆ ช่างสั้นนัก แต่มันก็คือวัฐจักรของธรรมชาติ




เอาหล่ะรุ่งขึ้นเพื่อนก็ตื่นแต่เช้าเลย ไปรับแสงอรุณยามเช้า ก็ได้ภาพถ่ายยามเช้ากันมาเยี่ยงนี้ ไม่มีอิฉันค่ะ นอนอยู่ 555 แบบว่ากลางคืนนอนไม่หลับเลยไม่ได้กลัวผีนะแต่แปลกที่ง่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะนอนหลับนะ สักแป๊บต้องลุกไปส่งเพื่อนอีกคนที่ตลาดเพราะจะกลับก่อน จากนั้นก็ว๊างว่าง ก็เลยทำเวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดย จับคุณเพื่อนมาแต่งหน้า ถ่ายรูป เป็นนางแบบจำเป็นกันไป





จะกลับก็ถ่ายรูปกะลุงเกล้าไว้เป็นที่ระทึกซักใบ จากนั้นก็ไปวนดูตลาดน้ำอีกรอบ ขนาดตลาดไม่เปิดแต่คนยังเยอะมากกกก



ขากลับ กลับกันมาแค่ 5 คน เพราะมีกลับไปก่อนแล้ว 2 ก็แวะกินข้าวกันที่นี่เลยจ้า ร้าน น้องเนยซีฟู๊ด กว่าจะได้กินร้านนี้ไปร้านอื่นกันมาก่อน ไปแวะแถวมหาชัย เจอร้านนึงเพื่อนไม่เอา เลยจะไปอีกร้าน ปรากฎหาทางเข้าร้านไม่เจอค่ะ 555 เห็นร้านอยู่ตรงหน้าแต่ไม่รู้ว่าจะไปร้านได้ไง เลยกลับๆๆ กะว่าผ่านข้างทางก็กินแล้วกัน แต่มันหายากมั่กๆ เลยได้มาลงเอยที่ร้านน้องเนย คนเยอะมากมาย ต้องยืนรอคิว เพราะที่นั่งด้านนอกฝนดันตกนั่งไม่ได้ ในที่สุดก็ได้ที่นั่งแล้วก็สั่งอาหารกันมาหน้าตาเยี่ยงนี้ รสชาติก็อร่อยดีจ้า จบทริปนี้เพียงเท่านี้ค่ะ ไม่รู้จะได้ไปเที่ยวอีกเมื่อไหร่ อยากไปอีกๆๆ



จากนี้จะรวมๆ รูปนิดหน่อยจ้าดูขำๆ



สาธุ ขอให้รวยๆนะคะ อิอิ





เอากะเขาด้วยท่านี้เห็นเขาฮิต อิอิ




ข้าวต้มกุ้งบ้านลุงเกล้าเห็นเขาว่าอร่อยกัน ก็อร่อยดีจิงๆ จ้า


ขอขอบคุณรูปภาพจาก เพื่อนบิ๊ก มอ-หนึ่ง-ทับ-สิบ จ้า




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2551    
Last Update : 1 ธันวาคม 2551 12:45:37 น.
Counter : 807 Pageviews.  


เงาะในน้ำเชื่อม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชม blog ในขณะนี้
Friends' blogs
[Add เงาะในน้ำเชื่อม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.