อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
Group Blog
 
All Blogs
 

ในทีสุดก็ต้องถอนจนได้ ประสบการณ์การถอนฟันครั้งแรกในชีวิต

จากอาการปวดฟันแบบจะเป็นจะตายให้ได้ แล้วก็ได้ไปหาหมอฟัน
หมอคนแรกรักษาอาการปวด โดยให้ไปเอ็กซเรย์ดูว่ารักษาได้หรือไม่ หรือว่าควรจะถอนทิ้งไป
หลังจากดูผลเอ็กซเรย์ หมอบอกว่ายังรักษาได้ไม่จำเป็นต้องถอน
โดยวันแรกที่ไปหมอให้ยามากินเพื่อรักษาอากรปวดก่อน
แล้วนัดมารักษาในอีก 5 วันต่อมา

รักษาครั้งแรกหมอบอกว่าหมอจะเจาะตรงที่เป็นรู
เพื่อจะคว้านเอาเส้นประสาท(รึป่าว จำไม่ค่อยได้)ออก
แล้วอุดไว้ชั่วคราว เพื่อส่งให้หมอคนต่อไปรักษารากฟัน

พอถึงขั้นตอนการรักษารากฟัน
หลังจากที่ต้องเลื่อนัดไปสองครั้งเพราะหมอติดธุระ ก็ได้เวลารักษาสักที
พอพบคุณหมอ หมอก็ลองให้ขบฟัน แล้วบอกว่า
ฟันซี่ที่จะรักษานี้ไม่มีคู่สบ หมอแนะนำให้ถอนจะดีกว่า

แต่ถ้าอยากจะรักษาเอาไว้ หมอก็รักษาให้ได้
แต่หมอก็แนะนำให้ถอน เพราะเท่าที่ดูฟันซี่นี้ได้งอกมาต่อนข้างมาก
ทำให้เหงือกที่โดนฟันซี่นี้กระทบเริ่มมีอาการซีด
หากรักษาต่อไปนานๆ เหงือกอาจจะมีปัญหาได้

ก็คิดอยู่สองสามนาที ก็บอกหมอว่าตกลงถอน
โดยจะต้องถอนกับหมออีกคนหนึ่ง ซึ่งวันนี้ไม่เข้า
ก็เลยนัดมาถอนในวันรุ่งขึ้น

เนื่องจากเกิดมาไม่เคยถอนฟัน ไม่รู้ว่าจะเจ็บหรือไม่
เลยเกิดอาการจิตตกนิดหน่อย
เลยโทรไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่รู้จัก ซึ่งเป็นหมอฟัน
ท่านให้คำแนะนำว่าให้ทำตามที่คุณหมอแนะนำเลย
ท่านเห็นด้วยกับคำแนะนำของคุณหมอ
เพราะหากเป็นตัวท่านเองท่านก็คงแนะนำแบบนั้นเหมือนกัน
ก็เลยหายจิตตก กลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อรอไปถอนในวันรุ่งขึ้น

แล้ววันรุ่งขึ้นก็มาถึง หลังเลิกงานก็รึบไปทีคลินิกเลย เพราะนัดไว้ 6 โมงเย็น
พอไปถึงก็รอหมอประมาณสิบนาที เนื่องจากหมอติดคนไข้อยู่
พอถึงคิว หมอก็ตรวจฟันซี่ที่จะถอน
พร้อมทั้งถามว่าเคยถอนฟันครั้งหลังสุดเมื่อไหร่
ก็ตอบหมอไปว่าไม่เคยถอนฟันมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต

แล้วหมอก็เริ่มฉีดยาชาที่เหงือกตรงฟันซี่ที่จะถอน
ช่วงรอยาชาออกฤทธิ์ หมอก็ชวนคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อย
อาจเป็นเพราะไม่เคยถอนฟันมาก่อน หมอเลยชวนคุยเพื่อให้หายจิตตก

จากนั้นก็เริ่มการถอน ก็ไม่รู้นะว่าหมอใช้เครื่องมืออะไร
คิดว่าคงคล้ายๆคืมหรืออะไรสักอย่างมาคีบที่ฟันซี่ที่จะถอน
แล้วก็บิดฟันซี่นั้น ทำอยู่ประมาณ 2-3 ครั้งฟันก็หลุดออกมา

ความรู้สึกตอนที่หมอกำลังถอน ก็รู้สึกเจ็บเหมือนกัน
แต่เจ็บนิดๆ ไม่มากเท่าที่คิด เจ็บแค่นี้ทนได้ มดกัดยังเจ็บกว่าเลย อิอิ

หลังจากถอนฟันแล้วหมอให้กัดผ้าซับเลือดเอาไว้ให้แน่นๆ ประมาณชั่วโมงนึง
โดยห้ามไม่ให้แปรงฟัน หรือบ้วนปาก แต่สามารถกลืนน้ำลายได้
พร้อมทั้งให้ผ้าซับเลือดมาเพิ่ม เผื่อเลือดยังไม่หยุด พร้อมกับยาแก้ปวด

หลังจากกลับถึงบ้านก็เอาผ้าซับเลือดออก
เลือดยังไม่หยุดก็เลยเอาผ้าใหม่มาซับไว้อีกชั่วโมงนึง

สรุปแล้วคืนนั้นก็ไม่ได้ทานข้าว อาศัยทานซีเรียผสมนแ
แล้วกินยาแก้ปวด(กินเผื่อไว้ก่อน) แล้วก็เข้านอนโดยไม่ได้แปรงฟัน

ตื่นเช้ามาก็ไม่มีอากาปวด หรือบวม ทำงานและพูดคุยได้ตามปกติ
ตอนนี้ก็แค่รู้สึกแปลกๆที่ฟันซี่นั้นหายไป เพราะบริเวณนั้นเป็นหลุมใหญ่เลย
(เพราะฟันซี่ที่ถอนเป็นฟันกรามด้านบนซี่ในสุด)
ไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหนกว่าหลุมจะหาย




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 10 ตุลาคม 2552 10:51:20 น.
Counter : 8806 Pageviews.  

ประสบการณ์การปวดฟัน

เคยเห็นแต่คนอื่นที่เค้าปวดฟัน
เค้ามักจะบ่นให้ฟังว่า การปวดฟันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆๆๆ
ตอนนั้นได้ฟังก็แค่เฉยๆ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

แต่คราวนี้ได้รับรู้ถึงประสบการณ์อันนี้แล้ว
ยอมรับเลยว่าปวดฟันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆๆ
ยิ่งปวดฟันแล้วลามไปที่ขมับ เบ้าตา
กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ

หลังจากไปให้คุณหมอตรวจ หมอก็ให้ยามา
และนัดรักษากันต่อไป
ตอนนี้ก็ไม่ค่อยปวดมากแล้ว รอวันที่หมอนัดไปรักษา

จะจำเอาไว้เลยว่าปวดฟันมันทรมานแบบนี้นี่เอง
ไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้
และไม่คิดที่รอให้ปวดอีกรอบแน่นอน




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 18:06:06 น.
Counter : 348 Pageviews.  

ทั้งๆที่รู้อยู่

วันนี้เป็นอีกวันที่ทำงานแล้วรู้สึแย่มากๆๆ

จำได้ว่าหัวหน้าที่ที่ทำงานเก่าเคยสอนเอาไว้ว่า
"คนเราเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ยิ่งจะต้องมองอะไรให้กว้างขึ้น"
ก็พยายามทำอย่างที่เคยถูกสอนมาตลอด
แม้ว่าตัวเองจะดูแลแผนกหนึ่ง แต่เมื่อมองภาพรวมขององค์กร
เราอาจจำต้องยอมทำอะไรที่ขัดใจลูกน้อง แต่เพื่อให้องค์กรเดินต่อไปได้

แต่วันนี้กลับมานั่งคิดว่าทำไมบางคนถึงไม่คิดอย่างเราบ้าง
เขาเอาแต่ทำเพื่อให้ส่วนงานของตนเองไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก
แต่กลับไม่เคยมองถึงภาพรวมว่าการทำเช่นนั้นมีผลกระทบอะไรกับใครบ้าง

เคยคิดเสมอว่าเราไม่อาจทำให้ใครต่อใครคิดเหมือนอย่างที่เราคิดได้
เพราะคนเราแม้จะยืนอยู่ในจุดเดียวกัน
แต่แต่ละคนก็มีที่มาต่างกัน มีพื้นฐานทางชีวิต และความคิดแตกต่างกัน

ทั้งๆที่รู้ว่ามันต้องเป็นแบบนั้น แล้วจะยังเก็บมาคิดทำไมให้เปลืองสมองและเวลา วะ..




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2551    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 18:13:33 น.
Counter : 138 Pageviews.  

จากคนรู้ใจ กลายเป็นแค่คนรู้จัก แต่ยังอยู่ในใจ

สำหรับคำอวยพรในวันเกิดปีนี้ นอกจากจะได้รับจากที่บ้านและเพื่อนฝูงเหมือนตามปกติทุกปีแล้ว ปีนี้ยังได้รับคำอวยพรจากเพื่อนที่ได้รู้จักกันผ่านทางข้อความ หรือตัวหนังสือ ซึ่งเพื่อนใหม่เหล่านี้เป็นเพื่อกลุ่มที่ชอบหนังรักแห่งสยาม และชอบฟังเพลงของออกัสเหมือนกัน มีโอกาสได้พบหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนมากจะเป็นการทักทายและพูดคุยกันผ่านทางข้อความมากกว่า แต่น้ำใจที่ได้รับมันมีค่ามากมายนัก ก็ไม่รู้จะเอาคำใดมาเอ่ยแทนคำขอบคุณจากใจหมด

ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ได้รับคำอวยพรจากคนคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้อวยพรให้ในฐานะคนรู้ใจ แต่มาปีนี้มาอวยพรให้ในฐานะคนที่รู้จักแทน
การเปลี่ยนแปลงจากคนที่รู้ใจกลายมาเป็นคนที่รู้จักนี้ แม้ว่าใจจริงแล้วไม่เคยได้คาดหวังจะให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบนี้ แต่เมื่อคนสองคน ที่ดูเหมือนว่ารักกันมาก ได้ตกลงยุติความสัมพันธ์จากคนที่รู้ใจกลายมาเป็นคนรู้จักแทนนั้น ทุกคนที่ได้รับรู้ต่างก็ตกใจ และคาดไม่ถึง ทุกคนล้วนแต่ถามหาสาเหตุและเหตุผลในการยุติความสัมพันธ์ ทั้งที่ที่ผ่านมาไม่เคยมีความขัดแย้งหรือแม้กระทั่งบุคคลที่สามเข้ามาในชีวิตของแต่ละคนเลย

แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปรู้เหตุผลดีกว่าทั้งคู่ไปได้ จริงอยู่ที่เรายังรักกัน แต่เมื่อแต่ละคนมีความคิด มีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งในเรื่องของการใช้ชีวิต และหลายครั้งที่ระยะทางได้ทำการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการที่เราอยู่ห่างไกลกัน เรารักกัน และเข้าใจกันได้มากกว่าตอนที่เราอยู่ใกล้กัน อาจเป็นเพราะตอนที่เราอยู่ใกล้กัน ต่างคนต่างก็คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะต้องมาคอยดูแล เอาใจใส่ และเข้าใจ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถทำอย่างที่คาดหวังได้ ความผิดหวัง ความน้อยใจก็ตามมา

เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้แล้ว การแยกกันอยู่ตอนนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะรักษาความรู้สึกของเราเอาไว้ ไม่ให้มันแย่ไปกว่านี้ ซึ่งการที่เราแยกกันในวันนั้น มันก็ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้าเราอาจจะมีโอกาสกลับมาได้เจอกันอีกครั้ง ได้มีโอกาสในการในการปรับความสัมพันธ์กันใหม่อีกครั้ง หรือแต่ละคนอาจจะไปพบใครคนใหม่ที่อาจจะสามารถเติมเต็มในส่วนที่ต้องการได้

จากวันนั้นมา เป็นเวลาหลายเดือน แทบจะไม่ได้ติดต่อกลับไปหาเลย ทั้งที่ใจจริงแล้วอยากจะติดต่อไป อยากพูด อยากคุย อยากให้รู้ว่ายังคิดถึงและเป็นห่วงอยู่ แต่ก็ไม่กล้า ไม่รู้ว่าเขายังอยากจะคุยกับเราอยู่อีกหรือไม่ จึงมีเพียงแค่ คำอวยพรวันเกิด วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ก็ไม่เคยได้รับข้อความอะไรตอบกลับมา ดังนั้น ข้อความอวยพรวันเกิดที่ได้รับในวันเกิดปีนี้จึงถือว่าเป็นของขวัญที่มีค่าอีกชิ้นหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยเค้าก็ยังไม่ลืมเราไป ยังมีความห่วงใยให้เราอยู่ และยังมีโอกาสที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง

ขณะที่นั่งเขียนก็ได้ฟังเพลงนี้ไปด้วย เพราะโดยส่วนตัวชอบเพลงนี้มาก และค่อนข้างจะตรงกับความรู้สึก ณ ตอนนี้


"ยังอยู่ในใจ" ออกัส

ยังอยู่ในใจ หวั่นไหวเธออย่าเปลี่ยนอะไรไป
ในหัวใจจะเก็บเอาเรื่องราวของเราและโลกใบเก่าเอาไว้
ไม่ว่ายังไง จะร้ายดีก็เก็บอยู่ในใจ
นานเท่าไร จะปล่อยมันไว้ตรงที่เก่า
รู้กันแค่เรา ว่ามันยังอยู่ในใจ

นาน.... เหลือเกิน ที่ฉันได้เดินจากมา
ก็ไม่รู้ว่า เวลาผ่านไปเท่าไหร่
เนิ่นนาน เหลือเกิน แต่วันนี้หัวใจ
ไม่รู้ทำไม โบยบินกลับไปเมื่อวาน

ยังอยู่ในใจ หวั่นไหวเธออย่าเปลี่ยนอะไรไป
ในหัวใจจะเก็บเอาเรื่องราวของเราและโลกใบเก่าเอาไว้
ไม่ว่ายังไง จะร้ายดีก็เก็บอยู่ในใจ
นานเท่าไรจะปล่อยมันไว้ตรงที่เก่า
รู้กันแค่เราว่ามันยังอยู่ในใจ

คราวเมื่อก่อน ให้มันเป็นเรื่องเมื่อก่อน
เหตุการณ์ทุกตอนปล่อยไว้อย่างนั้นดีกว่า
ฉันไม่ต้องการ หมุนทวนเข็มนาฬิกา
ไม่เคยต้องการ แก้ไขสิ่งใด

รอยยิ้มของเธอ ภาพมันยังคงชัดเจน
ยังสดใสและเป็น ความงดงามในหัวใจ
ไม่เคยจะลืม หรือเลือนลบภาพเธอไป
แม้นานเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างยังอยู่ในใจ

นาน นานเหลือเกิน ที่ฉันได้เดินจากมา
ก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่
โลกในความจริงไม่เหมือนที่คิดเท่าไร
ไม่ใช่อะไรอย่างที่เราเคยฝัน

ความรักของเราปล่อยไว้อย่างนั้นดีกว่า
ให้รอยยิ้มและน้ำตาเก็บไว้ในใจแล้วกัน
ให้ความรู้สึกที่มีของเธอกับฉัน
ไม่ต้องให้มัน เติบโตแต่ยังอยู่ในใจ





 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 18:01:29 น.
Counter : 327 Pageviews.  

หมา หมา หมา

สัปดาห์แรกของการทำงานหลังวันหยุดยาวก็ผ่านพ้นไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะหยุดยาวเกินไป ร่างกายยังต้องการการปรับตัวเพื่อให้พร้อมกับการทำงาน วันนี้เป็นอีกวันที่มีโอกาสได้อ่านหนังสือระหว่างเดินทางไปทำงาน เป็นนิตยสารเกี่ยวกับหนังฉบับหนึ่ง ในนิตยสารฉบับนี้มีบทความเกี่ยวกับการจัดการสุนัขพันธุ์แท้ที่ไม่สามารถผลิตลูกหรือว่าหมดสภาพในการผลิตลูกแล้ว ในอเมริกา

ในฐานะที่ชีวิตคุ้นเคยกับสุนัขตั้งแต่จำความได้ และที่บ้านก็ไม่เคยขาดแคลนสุนัข ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์แท้ หรือพันทาง อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกหดหู่ ไม่เข้าใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” ได้กลายเป็นเพียงแค่เครื่องผลิตสุนัขพันธุ์แท้เพื่อให้ผู้คนที่นิยมได้หาซื้อไปเลี้ยงประดับบารมี และเพื่อเป็นการโอ้อวดเพื่อนฝูงว่าตนเองมีสุนัขพันธุ์แท้ไว้ครอบครอง

หากเป็นการเลี้ยงดูไว้เพื่อเป็นเครื่องประดับโดยปราศจากความรักแล้ว เมื่อวันหนึ่งเครื่องประดับชิ้นนี้หมดความหมายแล้วเขาจะมีวิธีการจัดการอย่างไรกับสมบัติชิ้นนี้หากไม่ใช่การยกให้คนอื่น หรือแม้กระทั่งการนำไปทิ้งข้างถนนเคยได้ยินมาว่าหมาที่ถูกเจ้าของทิ้งจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ ไม่เกิน 5 ปี ก็จะตรอมใจตาย นี่หรือคือสิ่งที่เพื่อนที่ดีที่สุดควรจะได้รับ

หากไม่ได้รักหรือสนใจจริงๆ ก็ไม่ควรหามาเลี้ยง อยากให้มองในมุมกลับกัน หากเป็นตัวเราเองที่เป็นฝ่ายถูกคนที่เรารักและผูกพันทิ้งไป เราจะรู้สึกอย่างไร




 

Create Date : 26 เมษายน 2551    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 18:04:38 น.
Counter : 138 Pageviews.  


I'm Markuss
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add I'm Markuss's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.