Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

"กู๊ดเยียร์"ส่งยางใหม่"ดูราพลัส”วิ่ง 100,000 กม. เจาะรถเล็ก-ประหยัด


"กู๊ดเยียร์"ส่งยางใหม่"ดูราพลัส”วิ่งแสนกม.เจาะรถเล็ก-ประหยัด


((( อืมมม ... เดี๋ยวนี้แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี, ความประหยัด และอายุของผลิตภัณฑ์ ใครทำได้ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะทุกวันนี้ยางที่เราใช้กัน มีอายุใช้งานประมาณ 50,000 กม. เอง ... แต่ ยางที่อายุใช้งาน 100,000 กม. นี่อย่าลืมรับประกันด้วยนะครับบบบ...ดักคอไว้ก่อน 555 )))


โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"กู๊ดเยียร์" เปิดตัวยางดูราพลัสใหม่ นำร่อง "แวลูวร์ เซ็กเมนท์" จุดขายวิ่งไกลกว่า 1 แสนกิโลเมตร รายแรกในเอเชีย เจาะตลาดคนใช้รถยุคประหยัด
นายแดเนียล สมิทคา รองประธานฝ่ายธุรกิจยางรถยนต์สำหรับผู้บริโภค ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กู๊ดเยียร์ เปิดเผยว่า กู๊ดเยียร์ ได้เปิดตัวยางรถยนต์รุ่นใหม่ในเอเชีย รุ่น "ดูราพลัส” มีทั้งหมด 11 ขนาด ระหว่าง 12-16 นิ้ว เป็นยางสำหรับรถยนต์ในกลุ่ม บี เซ็กเมนท์ มีจุดขายในเรื่องของระยะทางไกล ผ่านการพิสูจน์สมรรถนะแล้วว่าวิ่งได้ไกลถึง 1 แสนกิโลเมตร (ทดสอบโดยแผนกทดสอบของกู๊ดเยียร์ กับยางขนาด 185/65R14 และอื่นๆ ในไทย) ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการยางรถยนต์ โดยใช้นวัตกรรม “ TredLife Technology ™” ช่วยให้ยางใช้งานได้ระยะทางยาวไกลขึ้น
“จากภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน ผู้บริโภคทั่วเอเชียให้ความสนใจกับการใช้สินค้าที่มีคุณภาพดีคุ้มค่าคุ้มราคา กู๊ดเยียร์เองได้ทำการวิจัยในหลายประเทศพบว่า เจ้าของรถยนต์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ต้องการยางที่สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลกว่าเดิม เราจึงได้พัฒนายางกู๊ดเยียร์ ดูราพลัส ขึ้น ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าเพื่อให้ทุกกิโลเมตรของการเดินทาง เป็นความประหยัดคุ้มค่าที่สุด” นายสมิทคา กล่าว
นายริชาร์ด เจ. เฟลมมิ่ง กรรมการผู้จัดการ กู๊ดเยียร์ ประจำภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เปิดเผยว่า ยางตัวใหม่เป็นการเปิดตลาดใหม่ที่เรียกว่า แวลูวร์ เซ็กเมนท์ เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย ให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่าของทุกสินค้า ซึ่งในตลาดยางปัจจุบัน ไม่มีใครเป็นผู้เล่นในยางคุ้มค่า จึงเป็นโอกาสดีที่จะแนะนำสินค้าในกลุ่มดังกล่าว
"สำหรับตลาดยางปัจจุบัน แม้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวแต่ยางในตลาดทดแทนยังเติบโต ซึ่งกู๊ดเยียร์เชื่อว่ายอดขายของบริษัทจะเติบโตสวนทางภาวะเศรษฐกิจ" นายเฟลมมิ่ง กล่าว


ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto-mobile/20090604/48169/กู๊ดเยียร์ส่งยางใหม่ดูราพลัส”วิ่งแสนกม.เจาะรถเล็ก-ประหยัด.html




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 10:13:40 น.
Counter : 579 Pageviews.  

เตือนภัยเสียงดัง 10 สถานที่หูหนวกในกรุงเทพฯ


เตือนภัยเสียงดัง 10 สถานที่หูหนวกในกรุงเทพฯ

((( ทุกคนระมัดระวังบ้างนะครับ )))

เตือนภัยเสียงดัง 10 สถานที่หูหนวกในกรุงเทพฯ

เสียงดัง...รำคาญ ปวดหู

อาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรที่เต็มไปด้วยความศิวิไลซ์ ด้วยความห่วงใย ทาง "ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพฯ" ชมรมที่เกิดจากการรวมตัวของคนหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ สถาปนิก อาจารย์ พยาบาล ฯลฯ ที่มีความฝันอยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองสงบและสุขภาพดี จึงได้สำรวจสถานที่หนวกหูทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีความดังเกิน 50 เดซิเบล พบ 10 สถานที่ที่เป็น "ภัย" ต่อโสตประสาทของคนกรุง

รถไฟฟ้าบีทีเอส แม้จะนำความสะดวกสบายมาให้ในการเดินทาง แต่ข้อเสียอยู่ที่เสียงโฆษณาทั้งในและนอกขบวนรถที่ดังเกินไป, โรงภาพยนตร์, ห้างสรรพสินค้าแหล่งเกิดเสียงดัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงประกาศ เสียงโฆษณาสินค้า แต่ที่หนักสุด คือ การจัดงานอีเว้นต์ที่เปิดเสียงการจัดงานดังจนเรียกว่าจัดที่ชั้น 1 ดังถึงชั้น 5 ซึ่งมีความดังถึง 85 เดซิเบล

อีกหนึ่งสถานที่ที่ให้ประโยชน์ทางกายแต่ให้โทษทางหู คือ สถานที่ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ อย่างการเต้นแอโรบิค ซึ่งมักเปิดลำโพงยักษ์หันหน้าหาผู้เต้น งานนี้หูของคนรักสุขภาพต้องรับความดังของเสียง 75-82 เดซิเบล, ลำโพงกลางแจ้ง ลำพังเสียงดังของการจราจรบนท้องถนนก็ดังอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันยังมีโทรทัศน์ขนาดยักษ์ เปิดเสียงดังแข่งกับเสียงรถให้คนผ่านไปมาได้ปวดทั้งหัว ปวดทั้งหู ซึ่งเสียงจากลำโพงกลางแจ้งดังกว่า 74 เดซิเบล

แหล่งมลพิษทางหูอีกแห่ง คือ เสียงนกหวีด บรรดา รปภ.มักจะสร้างมลพิษทางหูอยู่บ่อยๆ เรียกว่า เป่านกหวีดเป็นว่าเล่น รู้ไหมการเป่านกหวีดแต่ละครั้งเป็นการสร้างมลพิษทางเสียงถึง 94 เดซิเบล

สถานที่สร้างมลพิษอีกที่คือ วัด ใครจะคิดว่างานวัดที่จัดกันอย่างเกลื่อนในวัดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษทางเสียงที่ดังกว่า 85 เดซิเบล ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คงไม่พ้นพระภิกษุ

นอกจากนี้ ยังรวมถึง สถานที่ที่มีการก่อสร้าง ทั้งการตอกเสาเข็ม เจาะคอนกรีต, ขนส่งมวลชน ที่มักติดตั้งโทรทัศน์ในรถโดยสารและนิยมเปิดเสียงดังๆ

สุดท้าย เสียงเพื่อนบ้าน ทั้งเสียงตะโกน เสียงทะเลาะ เสียงการจัดงานเลี้ยง ร้องคาราโอเกะกลางแจ้งของเพื่อนบ้านก็นับเป็นมลพิษทางเสียงด้วย

อาจารย์อรญา สูตะบุตร อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ประสานงานชมรมหรี่เสียงกรุงเทพฯ (www.quietbangkok.org) บอกว่า จากการลงพื้นที่สำรวจทั่วกรุงเทพฯ ปัญหาที่พบคือ มีการใช้โทรทัศน์จอยักษ์ เครื่องขยายเสียง และลำโพงมากขึ้นๆ ซึ่งอัน ตรายจากเสียงดัง เบื้องต้นจะทำให้เกิดความหงุดหงิด เครียด และหากยังไม่เร่งแก้ไข ผลในระยะยาวคือ การสูญเสียการได้ยินในที่สุด

"ระดับเสียงปกติที่ไม่เป็นอันตราย ควรต่ำกว่า 50 เดซิเบล แต่ขณะนี้ตามท้องถนนในกรุงเทพฯ ระดับเสียงอยู่ที่ 70 เดซิเบล ซึ่งจุดยืนของกลุ่ม ไม่ต้องการให้กรุงเทพฯไร้เสียง แต่อยากให้ผู้ที่มีหน้าที่ทำให้เกิดเสียงดังตระหนักและควบคุมเสียงไม่ให้เกินกว่า 50 เดซิเบล แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ ควรมีมาตรการในการจำกัดเวลาเปิดเสียงดัง เพื่อคนกรุงเทพฯ จะได้มีสุขภาพการได้ยินที่ดี"

เป็นภัย....ที่คนกรุงต้องช่วยกันแก้ไข ก่อนที่คนในเมืองศิวิไลซ์จะกลายเป็นคนสูญเสียการได้ยินในที่สุด


ที่มา: //www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lad01040652§ionid=0115&day=2009-06-04




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 10:12:07 น.
Counter : 409 Pageviews.  

โพลชี้เอสเอ็มอี (SME) ดึงสายป่านได้แค่ 8 เดือน !!

โพลชี้เอสเอ็มอี (SME) ดึงสายป่านได้แค่ 8 เดือน

((( เห็นข่าวนี้ แล้ว .... ไม่อยากรับรู้เลยว่า อนาคตคนไทยจะเป็นอย่างไร ? คนจะตกงานอีกกี่แสน ? ... ทำไมมันมีแต่ข่าวร้ายว่ะ? รัฐบาลมัวแต่สาละวนกับปัญหาการเมือง กลุ่มสีต่าง ๆ ก็ทำลายบ้านเมืองมากว่า 3 ปี ... ทำไมแต่ละกลุ่มไม่สำนึกบ้างเน้อ? )))




"โฆสิต"แนะแบงก์ร่วมดันแผนธุรกิจ เจ้าหนี้ต้องยอมยืดหนี้ช่วยต่อชีวิต



"โฆสิต"แนะแบงก์จับมือเอสเอ็มอีร่วมดันแผนธุรกิจใกล้ชิด เจ้าหนี้ต้องยอมยืดหนี้ยื้อชีวิตเอกชน โพลหอการค้าชี้ ศก.ซึมยาว เอสเอ็มอีดึงเกมได้อีกแค่ 8 เดือน

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวปาฐกถาในงานเสวนาของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจเรื่อง "ทางรอดเอสเอ็มอีไทยก่อนล่มสลาย" ว่า ภาพรวมของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในขณะนี้ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แต่มีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะมีฐานะการเงินเข้มแข็ง ฐานลูกค้าชัดเจน กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แต่พยายามปรับตัว โดยมีรายได้ในธุรกิจต่อเนื่อง และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แต่สามารถบริหารต้นทุนลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นายโฆสิตกล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาของเอสเอ็มอีขณะนี้ สถาบันการเงินต้องทำงานร่วมกับเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิด ต้องผ่อนปรนระยะเวลาการชำระหนี้ รวมทั้งต้องร่วมมือกับลูกค้าเอสเอ็มอีในการปรับโครงสร้างกิจการ เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

นายปิยะ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เอสเอ็มอีที่มีปัญหาควรปรึกษาธนาคารเพื่อหาทางปรับโครงหนี้ เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารมีการปรับโครงสร้างทางการเงินให้กับลูกค้า

2-3% ของสินเชื่อ จากปกติอยู่ที่ 1% ขณะที่ในไตรมาสแรกสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบติดลบ 4%

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มปรับตัวหาสินค้าต้นทุนต่ำมาจำหน่ายเพื่อลดต้นทุน เพราะกำลังซื้อลดลง โดยเสนอให้ภาครัฐหันไปพิจารณาปรับภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีรายได้สูงมากขึ้น หลังจากปรับขึ้นภาษีหลายชนิดที่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อยไปแล้ว

นางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายช่วยเหลือภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดเรื่องสถานะการเงิน ทำให้ผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่องไม่สามารถทำธุรกิจได้ หากจะให้แก้ปัญหาได้จริง ต้องเริ่มจากการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติที่แท้จริงก่อน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจเรื่องสถานภาพเอสเอ็มอีไทย ที่จัดทำร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า จากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 800 ราย จากเอสเอ็มอีทั้งระบบ 2.5 ล้านราย พบว่าประมาณ 70% ของเอสเอ็มทั้งระบบ ยอมรับว่าหากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นจะสามารถประคองธุรกิจไปได้อีกประมาณ 8 เดือน ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลก่อนไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยเอสเอ็มอีประมาณ 65% ยอมรับว่ายังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ ขณะที่ 45% ของเอสเอ็มอีเห็นว่ายังมีปัญหาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเนื่องจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อและหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่พอ



ที่มา: //www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco02040652§ionid=0103&day=2009-06-04




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 10:10:57 น.
Counter : 384 Pageviews.  

การประกวดโครงการออกแบบเชิงนวัตกรรม ... รางวัลรอท่านอยู่นะครับ

การประกวดโครงการออกแบบเชิงนวัตกรรม

การประกวดโครงการออกแบบเชิงนวัตกรรม

สำหรับท่านที่ Idea เจ๋ง .... อาจจะได้รางวัลใหญ่นะครับ

ผมได้รับแจ้งว่าโครงการนี้จะขยายเวลา ไปจนถึงสิ้นสุดมิถุนายน 2552

หากใครสนใจลองดูนะครับ


ประเภทของรางวัล

รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม ระดับมืออาชีพ (Professionals
)

จำนวน 10 รางวัล

รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 2 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 2 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
รางวัลชมเชย 5 รางวัล


รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม ระดับนักออกแบบรุ่นใหม่ (New designer)
จำนวน 10 รางวัล


รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 2 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท
รางวัลชมเชย 5 รางวัล


รวม 20 รางวัล พร้อมโล่และประกาศนียบัตร


-------------------------------------------------------


เรียน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ นวัตกร ทุกท่าน

ขยายระยะเวลาการส่งผลงาน การประกวดโครงการออกแบบเชิงนวัตกรรม Design Innovation Contest DIC2009
จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2552

รายละเอียดเพิ่มเติม //www.nia.or.th/dic
หรือ ติดต่อ คุณพันธพงศ์ 02 644 6000 ต่อ 146




บริษัท อินดัสเทรียล ดีไซน์ เน็ทเวิร์ค จำกัด
เลขที่ 21/118 ซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร. 02 203 0522 ต่อ 23 แฟ็กซ์ 02 203 0522 ต่อ 24

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)
73/1 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์: 02-644 6000 ต่อ 146 (คุณพันธพงศ์) โทรสาร: 02-644 8443
อีเมล์: pantapong@nia.or.th เว็บไซต์ //www.nia.or.th/dic




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 10:02:23 น.
Counter : 331 Pageviews.  

'เกี๊ยวซ่า' อาหารว่างสัญชาติญี่ปุ่น


'เกี๊ยวซ่า' อาหารว่างสัญชาติญี่ปุ่น


((( เอามาฝาก ... แบบว่า ชอบ ทานครับ )))




เกี๊ยวซ่า : อาหารว่างสัญชาติญี่ปุ่น

ช่วงนี้อากาศเดี๋ยวร้อนจัด เดี๋ยวฝนตก อย่างไรแล้ว คุณผู้อ่านก็ต้องรักษาสุขภาพด้วย เพราะการไม่มีโรค นับเป็นลาภอันประเสริฐ วกกลับมาที่อาหาร 'จานโปรด' ของเรากันบ้าง สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเมนูอาหารว่างสัญชาติญี่ปุ่น อย่าง 'เกี๊ยวซ่า' ส่วนจะมีวิธีทำอย่างไรนั้น ต้องไปเตรียมเครื่องปรุงและส่วนผสมกันก่อนค่ะ

วิธีทำเกี๊ยวซ่า

เครื่องปรุง - ส่วนผสม
1. แป้งเกี๊ยวซ่า (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป)
2. เนื้อไก่สับ 3 ขีด
3. กะหล่ำปลีซอยละเอียด 1 ขีด
4. แครอทซอยละเอียด 1 ขีด
5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
6. เหล้าจีนเล็กน้อย
7. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
8. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
9. ขิงขูด 1/2 ช้อนชา
10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
11. ซอสเปรี้ยว(จิ๊กโฉ่)

ลงมือเข้าครัว 1. นำเนื้อไก่สับ กะหล่ำปลีซอยละเอียด แครอทซอยละเอียด ต้นหอมซอย ขิงขูด ซีอิ๊วขาว เหล้าจีน น้ำมันงา น้ำตาลทราย มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นตักส่วนผสมที่เข้ากันแล้ววางลงบนแป้งเกี๊ยวซ่า ใช้นำแตะที่ปลายด้านหนึ่งของแป้ง พับครึ่ง และจับจีบปิดให้สนิท ห่อจนไว้หมด
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย นำเกี๊ยวซ่าลงไปทอดด้วยไฟแรง ให้ด้านหนึ่งเป็นสีน้ำตาล จากนั้นหรี่ไฟ เติมน้ำลงในกระทะประมาณ 1/4 ถ้วย นึ่งแป้งไว้ประมาณ 3-4 นาที โดยใช้ไฟอ่อนๆ
3. ตักเกี๊ยวซ่าขึ้นใส่จาน ทานคู่กับซอสเปรี้ยว หรือจิ๊กโฉ่




ที่มา: //www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=201027&NewsType=1&Template=1




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 9:25:05 น.
Counter : 738 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.