Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

สมุทรสาครมอบทุนการศึกษา เด็กยากไร้ มูลค่ากว่า 2 ล้าน

สมุทรสาครมอบทุนการศึกษา เด็กยากไร้ มูลค่ากว่า 2 ล้าน


------------------------------------------------------
ดูข่าวนี้แล้ว ... อยากให้ผู้ใหญ่ / องค์กรทั้งหลาย มอบทุนให้เด็กนักเรียนที่ยังขาดแคลนตามชนบท (มีเยอะ) ให้พอเพียงจังเลย
------------------------------------------------------


มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2552 ของกองทุนการศึกษากิ๋วอ้วงฮุดโจ้ว เซ่งเฮียงตั้ว ให้แก่เด็กนักเรียนใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 87 ทุน และบริจาคสาธารณกุศลให้แก่องค์กรต่างๆรวมเป็นเงินจำนวน 2,688,000 บาท

เมื่อ เวลา 10.00น. วันนี้ ( 22 พ.ค.) ที่อาคารนิวนามทอง อ.เมืองสมุทรสาคร นางสุวรรณ แสงสุขเอี่ยม ประธานที่ปรึกษากลุ่มบริษัทชัยนาวี พร้อมด้วยนางจุฑารัตน์ เอี่ยมอำภา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร นายอรุณ พุมเพรา ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นายไพศาล สำราญทรัพย์ นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และคณะกรรมการสโมสรไลออนส์สาครบุรี ร่วมกันมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2552 ของกองทุนการศึกษากิ๋วอ้วงฮุดโจ้ว เซ่งเฮียงตั้ว ให้แก่เด็กนักเรียนใน จ.สมุทรสาครจำนวน 87 ทุน และบริจาคสาธารณกุศลให้แก่องค์กรต่างๆรวมเป็นเงินจำนวน 2,688,000 บาท

สำหรับกองทุนการศึกษากิ๋วอ้วงฮุดโจ้ว เซ่งเฮียงตั้ว จัดตั้งขึ้นมาเป็นแบบกองทุนต่อเนื่อง เพื่อมอบให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยในแต่ละปีจะมีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษา เข้ารับทุนเพื่อนำไปใช้ในการซื้ออุปกรณ์ทางการเรียน หรือใช้ตามความจำเป็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในปีนี้ กองทุนการศึกษาดังกล่าว ได้จัดมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนรวมจำนวน 87 ทุนเป็นเงิน 305,000 บาท นอกจากนี้ยังได้ร่วมสนับสนุนการทำงานขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย,บริจาค เพื่อใช้ปรับปรุงอาคารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรสาคร ติดตั้งระบบ วงจรปิดภายในโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย บริจาคเพื่อเทพื้นอาคารคอนกรีตรอบ อาคารหลังคาโค้งภายในโรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม และร่วมสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำไปใช้ในกิจการต่างๆในหน่วยงานอีกด้วยรวมเป็นเงินที่บริจาคในครั้งนี้ จำนวน 2,688,000 บาท



ที่มา: //www.thairath.co.th/content/edu/7761




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 18:46:27 น.
Counter : 386 Pageviews.  

วิธีใช้น้ำในห้องน้ำอย่างประหยัด


วิธีใช้น้ำในห้องน้ำอย่างประหยัด




บ้านไหนที่อยากประหยัดน้ำจากการใช้ห้องน้ำ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มี วิธีวิธีประหยัดน้ำในห้องน้ำ มาฝาก...

- การอาบน้ำ

การอาบน้ำเป็นการใช้น้ำมาก การอาบน้ำแบบตักรดตัวเป็นวิธีที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมาก การอาบน้ำด้วยฝักบัวนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการอาบน้ำ เพราะจะทำให้น้ำไหลออกมาอย่างสม่ำเสมอและกระจายได้ทั่วร่างกาย ในขณะที่ฟอกสบู่ หรือสระผม ก็ควรปิดน้ำก่อนเพื่อเป็นการประหยัดน้ำมากขึ้น

- โถชักโครก

ปัจจุบันสามารถเลือกโถสุขภัณฑ์ ได้ว่าเป็นรุ่นประหยัดน้ำ หรือไม่ประหยัดน้ำ ส่วนความเชื่อในเรื่องการใช้ขวดบรรจุน้ำ ใส่ลงไปในหม้อน้ำของชักโครกเพื่อให้ตัวเปิดปิดน้ำสามารถตีกลับได้เร็วหลังจากกดเปิดน้ำแล้ว แต่การกระทำเช่นนี้ควรต้องคำนึงถึงปริมาณของน้ำที่หลงเหลืออยู่ให้พอที่จะชำระล้างได้หมดจดด้วย ไม่เช่นนั้นจะทำให้ไม่สามารถชำระได้หมดจด จนต้องกดน้ำซ้ำทำให้สิ้นเปลืองมากกว่าเดิม

- โถปัสสาวะชาย

การประหยัดน้ำ อยู่ที่วาวล์สำหรับเปิดปิดน้ำเพื่อชำระ ซึ่งวาวล์จะมีอยู่ด้วยกันสองแบบ คือ แบบกดน้ำและแบบหมุนเปิดปิด ซึ่งแบบหมุนเปิดปิดนี้ จะสามารถควบคุมน้ำให้ไหลและหยุดได้ตามความต้องการ ซึ่งจะช่วยในการประหยัดน้ำได้

- อ่างล้างมือ

การใช้งานอ่างล้างมือ ไม่ได้ถือเป็นการสิ้นเปลืองน้ำเท่าไหร่ แต่แค่ใช้เท่าที่ต้องการแล้วปิดน้ำให้สนิท ก็สามารถลดความสิ้นเปลืองของน้ำได้ แต่ชนิดของก๊อกน้ำก็ยังมีส่วนช่วยประหยัดน้ำได้ คือก๊อกแบบคันโยกสามารถประหยัดน้ำได้มากกว่าก๊อกแบบมือหมุน และยังมีก๊อกระบบประหยัดน้ำที่จะใช้หลักการปรับแรงดันของน้ำในการทำงาน ทำให้น้ำที่ไหลออกมามีความแรงและกระจายชำระได้ทั่ว แม้จะใช้น้ำในปริมาณที่น้อยกว่าก๊อกแบบธรรมดา

รู้อย่างนี้แล้ว เลือกประหยัดกันตามสะดวก



ที่มา: //www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=74015&NewsType=2&Template=1




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 18:33:14 น.
Counter : 667 Pageviews.  

9 สุดยอดสัตว์มีพิษที่อันตรายที่สุดในโลก!!


9 สุดยอดสัตว์มีพิษที่อันตรายที่สุดในโลก!!




ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทำให้ภาพของการล่าเนื้อของสัตว์ใหญ่อย่าง สิงโต หรือ เสือ เป็นภาพที่เลือนลางไปจากสังคม มนุษย์เราสามารถใช้ชีวิตได้ โดยไม่ต้องเกรงกลัวอันตรายจากสัตว์ใดๆ

อย่างไรก็ตามแม้เราจะหลีกพ้นจากสัตว์ใหญ่ แต่ยังมีสัตว์เล็กมากมายที่มีพิษร้ายแบบที่คุณประมาทไม่ได้ เพราะหากคุณประมาทมันอาจสร้างความสูญเสียให้กับคุณอย่างมหาศาล ทัั้งต่อร่างกายและชีวิต

วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" มี 9 อันดับสัตว์มีพิษที่อันตรายที่สุดในโลก มาฝาก


อันดับ 9 Puffer Fish - ปลาปักเป้า








ปลาปักเป้า คือสัตว์มีพิษที่มีคนนิยมบริโภคมาก โดยเฉพาะในแถบประเทศญี่ปุ่น (ปลาปักเป้าภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "ฟูกุ" ) และเกาหลี (ในส่วนของภาษาเกาหลีจะเรียกว่า "บ๊อค ฮัง")โดยเนื้อปลาปักเป้านั้นจริงๆแล้ว ไม่ได้มีพิษ แต่ส่วนที่มีพิษก็คือพวกผิวหนังและเครื่องในของปลาปักเป้านั่นเอง แต่พิษเหล่านี้มักจะซึมเข้าไปในเนื้อตอนแล่ พ่อครัวที่จะแล่ปลาปักเป้าต้องมีใบอนุญาติกันเลย ถ้าหากกินพิษของปลาปักเป้าไป อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในทันที


อันดับที่ 8 Poison Dart Frog - กบลูกดอก











กบลูกดอกสีน้ำเงินนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าฝนในทวีปอเมริกากลาง และ ใต้ เป็นกบที่มีสีสันสวยงามแต่พิษของมันร้ายแรงมาก พิษของกบลูกดอก 1 ตัว สามารถฆ่าคนได้ถึง 10 คนและหนูถึง 20000 ตัว พิษของมันเพียง 5 ไมโครกรัม (เท่ากับปลายเข็ม) ก็สามารถฆ่าคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ๆได้ พิษของมันถูกนำมาใช้ในลูกดอกอาบยาพิษของอินเดียแดง มันจึงถูกเรียกว่ากบลูกดอก


อันดับที่ 7 Inland Taipan -งูไทปันโพ้นทะเล












งูไทปันถูกพบได้มากในทวีปออสเตรเลีย เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมาก พิษที่มันปล่อยออกมาจากการกัดหนึ่งครั้ง สามารถฆ่าคนได้ถึง 100 คน หรือหนู 250000 ตัว พิษของมันสามารถฆ่าคนได้ภาพใน 45 นาที แต่อย่างไรก็ตาม งูไทปันเป็นงูที่ค่อนข้างขี้อาย ไม่เคยมีการบันทึกว่ามีคนตายจากพิษของมัน



อันดับที่ 6 The Brazilian wandering spider - แมงมุมบราซิล









แมงมุมบราซิลหรือแมงมุมกล้วย ได้รับการบันทึกลงในกินเนสเวิลด์เรคคอรด์ว่าเป็นแม่งมุมที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก พิษของมันมีพิษทำลายประสาท พวกมันจะอันตรายอย่างมาก เพราะโดยนิสัยของมันแล้วมันชอบแอบอยู่ตามรองเท้า ตู้เสื้อผ้า แม้กระทั่งในรถยนต์ พิษของมันถ้าโดนกัดนอกจากจะทำให้เจ็บปวดอย่างมากแล้ว มันจะทำให้อวัยวะเพศของเราควบคุมไม่ได้ และ ถ้ารอดตายจากการโดนมันกัด มันก็จะทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ


อันดับ 5 Stonefish - ปลาหิน










ถ้าแข่งกันในเรื่องของความสวยงามแล้ว ปลาหิน ท่าทางจะแพ้อย่างขาดลอย แต่ถ้าแข่งกันเรื่องความรุนแรงของพิษแล้วละก็ เจ้าปลาหินไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มันได้ชื่อว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก พิษของปลาหินนี้จะอยู่ในหนามของตัวมันเอง มีคนบอกว่า ถ้าคุณโดนมันแทงเข้าละก้อ คุณจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเท่าที่มนุษย์จะเจ็บได้เลยทีเดียว นอกจากจะเจ็บสุดๆแล้ว มันจะทำให้คุณเป็นอัมพาต แล้วก็ตายได้ในที่สุด



อันดับที่ 4 ได้แก่ Death Stalker Scorpion -แมงป่องพันธุ์ เดธท์ สตอลเกอร์















แมงป่องโดยทั่วไปนั้น ถึงแม้ว่าจะโดนกัด พิษของมันก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรมนุษย์ได้มากนัก

อาจจะเจ็บปวดนิดหน่อย แต่.....มันไม่ใช่สำหรับแมงป่องพันธุ์ เดธท์ สตอลเกอร์ เลย เพราะพิษของมันสามารถทำลายระบบประสาทได้ ถ้าคุณโดนมันกัด คุณจะปวดอย่างมหาศาล จากนั้นจะตามมาด้วยอาการไข้ขึ้น เป็นอัมพาต และตายในที่สุด แต่ถึงแม้พิษมันจะร้ายแรงมาก แต่มันก็ไม่สามารถฆ่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ได้ แต่ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ทารก คนแก่ อย่างมาก ถึงแม้ว่ามันไม่สามารถที่จะฆ่าผู้ใหญ่ได้ แต่มันก็ทำให้เป็นอัมพาตได้นะ



อันดับที่ 3 Blue-Ringed Octopus - ปลาหมึกแหวนน้ำเงิน









ปลาหมึกแหวนน้ำเงินนั้นมีขนาดที่เล็กมาก ขนาดประมาณลูกกอลฟ์เท่านั้นเอง แต่ขนาดไม่ใช่ปัญหาสำหรับความรุนแรงของพิษมันเลย เพราะพิษมันสามารถฆ่าคนได้ภายในไม่กี่นาที และที่สำคัญมันยังไม่มียาแก้พิษ ถ้าโดนปลาหมึกแหวนน้ำเงินกัดละก็ คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากหรอก แต่ว่าพิษมันจะเริ่มทำลายระบบประสาทของคุณ หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกอ่อนแอ และคุณก็จะเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ระบบหายใจการจะเริ่มล้มเหลว หลังจากนั้น ก็ตายในที่สุด



อันดับที่ 2 Marbled Cone Snail -หอยเต้าปูนลายหินอ่อน








หอยเต้าปูน ตัวเล็กๆสีสันสวยงาม แต่!!!พิษของมันนะหรอ เพียงแค่หยดเดียว สามารถฆ่าคนได้ถึง 20 คน ถ้าคุณเล่นน้ำที่ทะเลที่มันค่อนข้างอุ่นๆ แล้วเห็นเจ้าตัวนี้อยู่ อย่าคิดที่จะหยิบมันมาเล่นเลยนะครับ แค่ดูมันอยู่ห่างๆก็พอแล้ว เพราะถ้าคุณโดนพิษมันเล่นงานละก็ คุณจะปวดหลังจากนั้นก็จะเริ่มบวม ระบบการหายใจเริ่มล้มเหลว ร่างกายจะคันหยุกหยิก เป็นอัมพาต แล้วก็ตายในที่สุด อย่างไรก็ตามมีรายงานว่ามีแค่ 30 คนเท่านั้นที่ตายเพราะหอยเต้าปูน



อันดับที่ 1 King Cobra - งูจงอาง







งูจงอางหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ophiophagus hannah เป็นงูพิษที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก ด้วยขนาดโตสุดที่ 5.6 เมตร งูจงอางนั้น เรารู้กันว่าอาหารโปรดของมันก็คือ งู !!! นั่นหมายความว่ามันกินสัตว์ตระกูลเดียวกัน และเพียงแค่โดนมันกัดเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้คนตายได้อย่างง่ายๆ และพิษของมันนั้น สามารถฆ่าช้างที่โตเต็มวัยได้เพียงแค่ 3 ชั่วโมง ที่สำคัญ มันพบได้ทั่วไป ในทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และในประเทศไทย



ที่มา: //www.thairath.co.th/content/life/7433




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 18:14:10 น.
Counter : 856 Pageviews.  

วว.พัฒนาสมุนไพรไพล กำจัดเห็บหมัดน้องหมา


วว.พัฒนาสมุนไพรไพล กำจัดเห็บหมัดน้องหมา



ดร.ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล นักวิชาการ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ขณะนี้ วว.ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า "ผลิตภัณฑ์ไพลซิดัล" (Plycidal) ซึ่งผลิตจากน้ำมันไพลโดยนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บและหมัดในสุนัข โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมี 3 ประเภท ประกอบด้วย 1.แชมพูไพลซิดัล ใช้อาบน้ำสุนัข ช่วยกำจัดและป้องกันเห็บหมัด กำจัดกลิ่นตัว และทำให้ขนนุ่ม สะอาด ลดการอักเสบของผิวหนัง 2.สเปรย์ไพลซิดัล ใช้ฉีดพ่นบริเวณตัวสุนัขและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวสุนัข เพื่อกำจัดเห็บตัวอ่อนและหมัดตัวแก่ให้ตายภายใน 30-60 นาที และช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังและกล้ามเนื้อ และ 3.โลชั่นไพลซิดัล ใช้นวดหรือทาผิวหนังสุนัขโดยไม่ต้องล้างออก ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังจากการถูกเห็บหรือหมัดกัด

"จากการทดลองพบว่า สมุนไพรไพลมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ และยังไม่พบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรไพลออกจำหน่าย จึงได้นำมาวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และมีความปลอดภัยสูงทั้งการกินและซึมผ่านผิวหนัง วว.จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับบริษัท อีโคเว็ท จำกัด เพื่อผลิตในเชิงพาณิชย์ ขณะนี้มีวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว" ดร.ชุลีรัตน์กล่าว (กรอบบ่าย)



ที่มา: //www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lif03200552§ionid=0132&day=2009-05-20




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 13:50:04 น.
Counter : 739 Pageviews.  

WOON กรณีศึกษา ใช้เครื่องหมายการค้ากู้แบงก์


WOON กรณีศึกษา ใช้เครื่องหมายการค้ากู้แบงก์



WOON (วุ่น) เป็นกรณีศึกษาหนึ่งที่เป็นการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อกับเอสเอ็มอีแบงก์

ลดาวัลย์ สันติบุตร เจ้าของเแบรนด์ WOON (วุ่น) เครื่องประดับแฮนด์เมด คือ หนึ่งในผู้ประกอบการที่ผ่านโครงการอบรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการแปลงเป็นทุน จนสำเร็จสามารถใช้ตรา WOON (วุ่น) เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อแบงก์ได้

ซึ่งลดาวัลย์บอกว่า ตอนแรกคิดว่ายาก แต่ข้อเท็จจริงกลับไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเมื่อผ่านขบวนการอบรมและทำเองใน

ทุกขั้นตอน รวมถึงการเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งแบงก์ก็เป็นที่ปรึกษาให้ สุดท้ายก็ขอสินเชื่อแบงก์ได้

ลดาวัลย์เล่าว่า ก่อนจะมาเป็น WOON (วุ่น) ตนทำงานเครื่องประดับแฮนด์เมดเป็นงานอดิเรก แต่พอทำได้สักระยะหนึ่ง ชิ้นงานก็ติดตลาด ลูกค้าให้การยอมรับ จากที่คิดเคยทำเป็นงานอดิเรก ก็หันมาทำเป็นธุรกิจจริงๆ จังๆ จากที่เคยทำคนเดียว ก็มีการสร้างคน สอนคนให้ทำเป็น จากนั้นก็กระจายงาน เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพได้ดีอีกอาชีพหนึ่ง

ทำมาเกือบ 10 ปีก็ไม่มีแบรนด์ จนมีโอกาสได้ต่อยอดความรู้โดยการเข้าร่วมอบรม ทั้งกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมาต่อที่โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการแปลงเป็นทุน ก็มีอาจารย์แนะนำให้จดเป็นแบรนด์...จึงได้จดโดยใช้ชื่อ WOON อ่านว่า วุ่น ซึ่งเป็นชื่อเล่นของตัวเอง ที่พอเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็อ่านง่าย จำง่าย ซึ่งก็ใช้มาตั้งแต่ปี 2549

ยอมรับว่า พอเรามีแบรนด์ แล้วช่วยทำให้ธุรกิจของเราดีขึ้นจริงๆ เฉพาะอย่างยิ่งในมุมของลูกค้า ที่ทำให้ง่ายในการจดจำ พอสินค้าเราไปวางที่ไหนมันก็เกิดการเชื่อมต่อ มีประโยชน์ด้านการขยายตลาด สุดท้ายก็นำมาซึ่งผลประกอบการที่ดี ที่โตวันโตคืน

"จากเดิมที่ขอกู้แบงก์ 100,000 บาท ตอนนี้มีแผนที่จะขอกู้เพิ่ม เพราะมีแผนที่จะขยายงานรวมถึงเปิดตลาดต่างประเทศด้วย"

แต่ทั้งนี้ลดาวัลย์กล่าวย้ำว่า การมีแบรนด์ก็มีส่วนสำคัญประการหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้กันก็คือ ต้องมีแผนธุรกิจที่ดี จับต้องได้และมีความเป็นไปได้ ซึ่งสำหรับวุ่นนั้น ค่อนข้างโชคดีที่สินค้าติดตลาด ดีไซน์สินค้าใหม่ๆ ออกมาลูกค้าก็ชอบ ทำให้แบงก์ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุมัติสินเชื่อด้วย

ส่วนสถานการณ์เวลานี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่สู้ดีนักแต่สินค้าเครื่องประดับแฮนด์เมด ภายใต้แบรนด์วุ่นยังอยู่ได้และอยู่ดี ผลิตสินค้าออกมาเท่าไรก็ขายได้หมด ไม่มีสต๊อก

"ตอนนี้มีหน้าร้านอยู่ที่สวนจตุจักร มีทั้งลูกค้าขายปลีกและส่ง ซึ่งสินค้าที่ทำออกมาใหม่ทุกอาทิตย์ส่วนใหญ่ก็ขายหมด เพราะจะมีพวกพ่อค้าแม่ค้ามาซื้อไปขาย นอกจากนี้ก็จะมีลูกค้าต่างประเทศที่ชอบ ก็มีการสั่งออร์เดอร์เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างกำไลข้อมือ ซึ่งเป็นลูกปัดถักและพันด้วยเส้นลวด ปัจจุบันมีออร์เดอร์กว่า 5,000 ชิ้น"

นอกจากนี้ก็มีงานที่รับทำแบบเมดทูออร์เดอร์ แบบรับจ้างผลิต ที่ไม่ได้ใช้แบรนด์วุ่น มีเคาน์เตอร์วางขายในห้าง สรรพสินค้า รวมถึงมีวางขายในสนามบินสุวรรณภูมิด้วย

ขณะเดียวกันลดาวัลย์ก็เป็นครูรับอบรมอาชีพถักทอร้อยลูกปัดด้วย และก็ได้ลูกศิษย์ที่เข้าร่วมอบรมนี่แหละ ช่วยในการสร้างโปรดักต์ให้

"ตอนนี้มีคนช่วยทำงานประมาณ 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคนที่ชอบงานนี้ที่ติดต่อเข้ามาเรียน พอเรียนและชอบ และเราเห็นว่ามีฝีมือ ก็กระจายงานให้ นอกจากนั้นก็ใช้อีก 3-4 คน ในการตรวจสอบคุณภาพงาน กลายเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพได้"

ณ เวลานี้ เครื่องประดับวุ่น (WOON) จึงวุ่นสมชื่อ แต่ไม่ได้วุ่นด้วยเหตุที่เป็นปัจจัยลบ แต่วุ่นด้วยเหตุแห่งปัจจัยบวก นั่นก็คือ ธุรกิจที่กำลังเดินหน้าไปได้อย่างคล่องตัวและเติบโตได้ต่อเนื่อง แบบวุ่นไม่รู้จบ



ที่มา: //www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz02180552&day=2009-05-18§ionid=0214




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 19:35:53 น.
Counter : 464 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.