Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

ตั้งทีมปราบขบวนการโกงแบงก์


ตั้งทีมปราบขบวนการโกงแบงก์

((( ดูข่าวนี้แล้ว ..... รู้สึกว่า มีคนโกงมากมาย จนถึงขั้นต้องตั้งทีมไล่ล่า !!! .... เฮ้อ อ อ อ ประเทศไทย )))

---------------------------------------------------------

นายสมชาย พิชิตสุรกิจ ฝ่ายปฏิบัติการผลิตภัณฑ์ เครดิตผู้บริโภค สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่าย บริการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดแก๊งมิจฉาชีพระบาดทำเอกสารหลักฐานปลอมมาขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร โดยการทุจริตสร้างความเสียหายให้กับธนาคาร อย่างมาก ทำให้ธนาคารได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา มีชื่อว่าอนุกรรมการป้องกันการทุจริตสินเชื่อที่อยู่ อาศัย เพื่อเข้าไปดูแลตรวจสอบแก๊งมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ จากที่ธนาคารได้ตรวจสอบพบว่าแก๊งมิจฉาชีพจะใช้กลวิธีหลายอย่างในการทุจริต ซึ่งธนาคาร ไม่คาดว่าจะทำได้ โดยจากที่ธนาคารตั้งอนุกรรมการป้องกันการทุจริตสินเชื่อที่อยู่อาศัยขึ้นมาและเข้าไปดูแลตรวจสอบ ก็พบว่ามีการใช้วิธีทุจริต 2 รูปแบบ คือ 1. แก๊งมิจฉาชีพจะนำบ้านมือสองหรือบ้านโครงการที่ขายไม่ออก มาหลอกกู้เงินจากธนาคารในราคาที่สูง เกินความเป็นจริง โดยมีผู้ประเมินราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง รูปแบบที่ 2 คือแก๊งมิจฉาชีพจ้างบริษัทนอมินีขึ้นมา เพื่อบังหน้า หรือเข้าไปซื้อกิจการของบริษัทที่กำลังจะปิดกิจการ สร้างหลักฐานและข้อมูลปลอม ทั้งตำแหน่ง เป็นผู้บริหาร หรือเป็นพนักงานที่มีเงินเดือนสูง เพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ และมีศักยภาพเมื่อจะไปขอสินเชื่อกับธนาคาร

"ตอนนี้ตรวจพบแก๊งมิจฉาชีพหลายสิบราย ทำเอกสารปลอมมายื่นขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารส่งผลให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 5-10% เทียบกับปีที่ผ่านมา แต่หลังจากที่ธนาคารตั้งทีมเข้าไปตรวจสอบ ยอดเอ็นพีแอลลดลงอย่างต่อเนื่อง".

ที่มา: //www.thairath.co.th/content/eco/8260




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 12:05:00 น.
Counter : 326 Pageviews.  

นายจ้างดีเด่น เผยเคล็ดลับ ทำงานได้ใจคนสำคัญสุด


นายจ้างดีเด่น เผยเคล็ดลับ ทำงานได้ใจคนสำคัญสุด




อดีตนายกเลขาฯ-กัญห์ชรี บูรณสมภพ,วี มาร์ และยาจิตร ยุวบูรณ์ ร่วมแสดงควมยินดีกับคุณหญิงณัฐิกา

กิจกรรมเด่นของสมาคมเลขานุการสตรีและนักบริหารจัดการแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องคือ การประกาศนายจ้างดีเด่นประจำปี โดยในปีนี้ ธรรมสรณ์ ลำยองณริฏฐ์ นายกสมาคมฯ ได้จัดงาน "Annual Bosses/Secretaries'Day Luncheon" ที่ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเร็วๆนี้

ภายในงานนอกจากบรรดาสมาชิกของสมาคมเลขานุการสตรีฯแล้ว บรรดา "บอส" มาให้กำลังใจร่วมงานให้คึกคักอีกด้วย อาทิ ดร.เจริญ คันธวงศ์, คุณหญิงณัฐิกา อังอุบลกุล รวมทั้ง ภัทรา ศิลาอ่อน นายจ้างดีเด่นประจำปี 2551 ที่ยกครอบครัวทั้งสามี-อมเรศ ศิลาอ่อน และลูกชายวิทูร และกำธร มาร่วมงานด้วย


บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น และพิธีการของงานเริ่มต้นเมื่อ "ป้าใหญ่-ภัทรา" นายจ้างดีเด่นเมื่อปีที่แล้วขึ้นมากล่าวถึงความสำเร็จในชีวิตตนเองว่า ครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจของชีวิต การมีครอบครัวที่อบอุ่นทำให้พบว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร ตอนนี้ลูกชายทั้ง 3 คนก็มีครอบครัวหมดแล้ว แต่ยังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ยกเว้นลูกชายคนเล็กที่ทำงานอยู่ที่ WTO ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ความสำเร็จในการทำงานยังประกอบด้วยทีมงานที่จะทำให้ตนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน การทำงานจึงได้ทั้งเพื่อนและความสนุกสนาน พนักงานก็มีส่วนสำคัญในการทำงาน ซึ่งทั้งทีมงานและพนักงานต่างก็ทำงานเต็มที่ จนเหลืองานให้ตนเองทำเพียงแค่ดูอยู่รอบๆเท่านั้น



ธรรมสรณ์ ลำยองณริษฐ์ นายกสมาคมฯ มอบโล่รางวัลนายจ้างดีเด่นให้แก่คุณหญิงณัฐิกา อังอุบลกุล โดยมีวนิชา ชูเอี่ยม เลขาฯคู่ใจปลื้มอยู่ข้างๆ


จนถึงช่วงลุ้นในการประกาศนายจ้างดีเด่นประจำปี 2552 ซึ่งได้แก่ คุณหญิงณัฐิกา อังอุบลกุล ที่ได้กล่าวความรู้สึกว่า ตื่นเต้นที่ได้รับรางวัล เพราะ “วนิชา ชูเอี่ยม” เลขาฯซึ่งไม่เคยมีความลับกับตนเลยตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกันมา 31 ปี นี่เป็นครั้งแรก แต่เป็นความลับที่มีความสุขและภูมิใจมาก ตนเองได้รู้จักรางวัลนี้หลายปีแล้วจากที่สามี-สนั่น อังอุบลกุล เคยได้รับรางวัลนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่คิดว่าวันหนึ่งตนจะได้รับเกียรตินี้เช่นกัน การที่ตนสนับสนุนให้เลขาฯเป็นสมาชิกของสมาคมนี้ ไม่ใช่เพราะการที่จะได้รับรางวัล แต่คิดว่า เขาจะได้เรียนรู้และร่วมกิจกรรมที่ดีต่อสังคม พร้อมทั้งยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆคนอื่นๆ รางวัลนี้นับว่าเป็นรางวัลแห่งความฝันของเจ้านายทุกคน ที่เป็นสิ่งรับประกันว่าเราเป็นเจ้านายที่ดี

นอกจากนี้ คุณหญิงณัฐิกายังเปิดเผยถึงเคล็ดลับในการทำงานอีกว่า การทำงานจะเน้นที่ใจมากกว่า ทำงานอย่างไรถึงจะได้ใจคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งตนเองเชื่อว่าถ้าเราให้ใจเขาก่อนเราก็จะได้ใจเขากลับมาเช่นกัน เวลาทำงานตนเป็นคนตั้งใจทำงานสูง ทุ่มเทมากไม่ว่าการทำงานใดๆ และไม่พยายามที่จะทำให้เกิดการท้อแท้ขาดกำลังใจ พร้อมกันนี้จะต้องมีการพัฒนา ที่ไม่เฉพาะตัวเราเท่านั้น ลูกทีมหรือผู้ร่วมงานก็ต้องพัฒนาเติบโตไปด้วยกัน.



ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน บอสดีเด่นปี 51 ร่วมยินดีกับบอส ออฟ เดอะ เยียร์ คนใหม่.



ที่มา: //www.thairath.co.th/content/life/8199




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 12:04:13 น.
Counter : 365 Pageviews.  

ทีวีดาวเทียมบูมแห่ลงทุน 2 พันล้าน


ทีวีดาวเทียมบูมแห่ลงทุน 2 พันล้าน



((( ดูข่าวนี้แล้ว....หลายคนอาจจะอยากมีทีวีของตนเอง .. รู้สึกจะลงทุนไม่สูงเท่ากับทำ ทีวี ทั่วไป)))


ชมรมทีวีดาวเทียม จี้จัดทำร่างฯ ให้ใบอนุญาตทีวีดาวเทียมพร้อมกัน คาดสิ้นปีเปิดอีก 30-40 ช่อง ลงทุนกว่า 2 พันล้าน

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า กิจการทีวีดาวเทียมกำลังอยู่ในความสนใจของผู้ลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสื่อทางเลือกที่กำลังอยู่ในความสนใจของสินค้าและ มีเดีย เอเยนซี ลงโฆษณา ขณะนี้ชมรมฯ อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทวิจัยเรทติ้งผู้ชม เพื่อสำรวจเรทติ้งในช่องทีวีดาวเทียม และใช้เป็นเครื่องมือยืนยันจำนวนผู้ชมให้กับผู้ลงโฆษณา คาดว่าผลสำรวจจะออกมาในเดือนต.ค. นี้ เพื่อใช้วางแผนโฆษณาในปี 2553

ปัจจุบันช่องทีวีดาวเทียม ที่เปิดตัวหลายช่องตั้งแต่ปลายปีก่อน หลายช่องประสบความสำเร็จในแง่เม็ดเงินโฆษณา ทำให้ขณะนี้มีผู้สนใจลงทุนทีวีดาวเทียมอีกจำนวนมาก ดังนั้นหาก กทช.สามารถให้ใบอนุญาตชั่วคราวทีวีดาวเทียมได้เช่นเดียวกับเคเบิลทีวี จะทำให้เกิดการลงทุนในกิจการนี้อีกจำนวนมาก และจะมีการว่าจ้างแรงงานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง

“การอยู่ในฐานะเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นช่องรายการ ในเคเบิลทีวี กับฐานะการเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้เกิดการลงทุนแตกต่างกัน เพราะการมีใบอนุญาต จะมีหลักประกันในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ได้ดีกว่าฐานะเป็นเพียงผู้ขึ้นทะเบียนเท่านั้น” นายอดิศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ชมรม โทรทัศน์ดาวเทียม มีสมาชิกที่เป็นช่องทีวีดาวเทียมประมาณ 50 ช่อง โดยในเดือนมิ.ย.นี้ จะจดทะเบียนเป็นสมาคม

ด้าน นายมานพ โตการค้า ประธาน บริษัทเท็นทีวี จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ส่งสัญญาณช่องทีวีดาวเทียมระบบ เคยู แบนด์ ผ่านดาวเทียม NH6 ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้ดำเนินการส่งสัญญาณ 52 ช่อง และมีช่องสัญญาณว่างอีก 30-40 ช่อง คาดว่าในสิ้นปีนี้จะมีช่องทีวีดาวเทียมมาใช้บริการเต็มทุกช่องสัญญาณ ซึ่งขณะนี้ได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย

โดยปกติการลงทุนในช่องทีวีดาวเทียม 1 ช่อง ใช้เงินลงทุนด้านการผลิตรายการและการเช่าสัญญาณดาวเทียม ปีละประมาณ 50 ล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีนี้ จะมีช่องทีวีดาวเทียมลงทุนใหม่ 30-40 ช่อง คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 1,500-2,000 ล้านบาท

ขณะที่ นายณัฐ รองสวัสดิ์ เลขาธิการ ชมรมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) กล่าวว่า หาก กทช. ออกใบอนุญาตให้ทีวีดาวเทียมล่าช้า จะยิ่งทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการจัดเก็บรายได้จากใบอนุญาต และการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากต่างประเทศ โดยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 8 แสนบาทต่อช่อง

คาดร่างฯทีวีดาวเทียมใช้เวลา 2 เดือน

ดร.พนา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับร่างประกาศฯ เพื่อออกใบอนุญาตชั่วคราวให้กิจการทีวีดาวเทียม จะจัดทำร่างประกาศฯ ขึ้นมาอีก 1 ฉบับ เนื่องจากมีสาระแตกต่างจาก กิจการเคเบิลทีวี โดยการกำกับดูแล จะต้องคำนึงถึงขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ที่ต้องแข่งขันกับช่องรายการต่างประเทศได้ด้วย เพราะผู้ประกอบการในประเทศไทยต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหารายการ หากมีการละเมิด โดยจะต้องเป็นจำเลยที่ 1 ขณะที่ช่องรายการต่างประเทศ ผู้ประกอบการเคเบิลจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน ในฐานะเป็นผู้ขึ้นทะเบียนช่องรายการต่างประเทศแทน

ทั้งนี้ คาดว่าร่างประกาศฯ การให้ใบอนุญาตทีวีดาวเทียมจะใช้เวลาจัดทำประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ ส่งให้ กทช.เห็นชอบ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 1 เดือน

สำหรับร่างประกาศฯ กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก หลังจากรับฟังความคิดเห็นวานนี้แล้ว จะมีการปรับร่างฯ บางประเด็น ตามข้อเสนอแนะ ซึ่งมีไม่มาก และส่งร่างประกาศฯ ให้ กทช.เห็นชอบ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะเปิดให้เคเบิลทีวี ขอใบอนุญาตได้ในเดือนก.ค. 2552

ร่างประกาศฯ ได้กำหนดใบอนุญาต ไว้ 2 ประเภท คือ ระดับชาติ พื้นที่ทั่วประเทศ และ ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด โดยแต่ละพื้นที่จะเรียกเก็บค่าใบอนุญาตแตกต่างกัน โดยพิจารณาในเชิงพาณิชย์และความหนาแน่นของจำนวนประชากร ในพื้นที่เชิงพาณิชย์ อาจจะเรียกเก็บในหลักหมื่นบาทต่อปี นอกจากนี้ในร่างประกาศฯ ได้กำหนดสัดส่วนรายการไว้คร่าวๆ โดยจะให้มีรายการประเภทข่าวสาร ประมาณ 25% ส่วนรายการประเภทอื่นๆ ยังไม่กำหนดสัดส่วน


ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20090523/44714/ทีวีดาวเทียมบูมแห่ลงทุน-2-พันล้าน.html




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2552 23:07:32 น.
Counter : 316 Pageviews.  

โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม


โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


โตโยต้าเปิดเกมรุกธุรกิจคู่สิ่งแวดล้อม จับมือ"กรุงเทพธุรกิจ" จุดพลุโครงการพลังงานสะอาด เดินสายโร้ดโชว์ 5 ภาค นักการตลาดชี้ของจริง ไม่ใช่กระแ


บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จัดงานเวทีสัมมนา 5 ภาคทั่วประเทศในโครงการ Thailand Green Move Green Energy เพื่อรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า โดยเฉพาะเรื่องพลังงานสะอาด

โดยวานนี้ (22พ.ค.) ประเดิมเวทีแรกในชื่อ “พลังงานสะอาด...โอกาสประเทศไทย” ที่โรงแรมพูลแมนขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมปาฐกถาพิเศษ และเป็นประธานเปิดงานร่วมกับผู้บริหารของ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารโตโยต้า และผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดขอนแก่น

ทั้งนี้ เวทีสัมมนา 5 ภาค หลังจากจบเวทีขอนแก่น จะเวียนจัดไปยังเชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และกลับมาที่กรุงเทพฯ โดยแต่ละงานจะมีการนำเสนอที่แตกต่างกันไป แต่พูดในเรื่องพลังงานสะอาด เทคโนโลยียานยนต์เพื่ออนาคต กระตุ้นให้ผู้บริโภค มีจิตสำนึกในการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีผู้บริหารนโยบายประเทศ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาร่วมปาฐกถาพิเศษเปิดงาน

งานสัมมนาดังกล่าว มีวิทยากรในแวดวงธุรกิจและวิชาการ ร่วมแบ่งปันความรู้ให้ประชาชนกว่า 300 คนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมกการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์เอเชียแปซิฟิก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟกเจอริ่ง จำกัด นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์

นายรณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Marketing) ผ.ศ.ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง หัวหน้าภาควิชา ครุศาสตร์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ นางนิรมล เมธีสุวกุล ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

จี้คนเมืองสำนึกรักสิ่งแวดล้อม
นางนิรมล กล่าวบนเวทีสัมมนาว่า มนุษย์จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติบนโลก เช่น อากาศ น้ำ ต้นไม้ อาหาร แสงแดด ฯลฯ คนในต่างจังหวัดและชุมชนการเกษตรนั้นตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากต้องประสบปัญหาภัยธรรมชาติ และความคลาดเคลื่อนของฤดูกาล ทำให้พืชผลการเกษตรเสียหาย คนเมืองก็ทำได้เช่นกัน ด้วยการคิดก่อนใช้ว่าได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด โดยเฉพาะการใช้รถยนต์เพื่อการเดินทางขนส่ง

ในสถานการณ์ปัจจุบัน อยากให้ผู้บริโภคที่สนใจซื้อรถเลือกซื้อด้วยเหตุผลหลัก 2 ข้อ ได้แก่ 1.ประหยัดเงิน 2.เพื่อโลกเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักการตลาดทุกวันนี้ทราบดี การพัฒนาและนำเสนอสินค้าหากอรรถประโยชน์เท่ากัน แต่สินค้าอีกตัวเพิ่มเรื่องใส่ใจสิ่งแวดล้อมลงไปก็อยากให้ผู้บริโภคเลือกใช้สินค้าชิ้นนั้น

รัฐบาลต้องชี้นำเทคโนโลยี
นายวัลลภ กล่าวว่า รถยนต์ปล่อยไอเสียออกมาใน 2 ส่วน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่เป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน และส่วนของก๊าซพิษ ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ฯลฯ ซึ่งมีมาตรฐานไอเสียควบคุมดูแลอยู่ โดยประเทศไทยใช้อยู่ระดับ 7 เทียบเท่ามาตรฐานยูโร3 แต่ในอนาคต แนวโน้มของมาตรฐานไอเสียและเทคโนโลยียานยนต์ จะมุ่งไปที่การควบคุมก๊าซในส่วนที่ไม่มีพิษ แต่มีผลต่อสภาวะอากาศโลก คือคาร์บอนไดออกไซด์

นายวัลลภ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเป็นผู้ชี้นำว่า เทคโนโลยียานยนต์ประเภทใดเหมาะสมกับประเทศไทย และกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนารถยนต์ให้ออกมาเหมาะสมกับตลาดและความต้องการ การที่รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประหยัดพลังงานในหมวดยานยนต์พิเศษ ได้แก่ ยานยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้า (EV) และยานยนต์เซลส์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี ลงมาอยู่ที่ 10% ตั้งแต่ปี 2547 จนมีค่ายรถหลายรายนำรถเข้ามาวิ่งทดสอบ จนวันนี้ มีการลงทุนประกอบรถยนต์ไฮบริดจากทางค่ายโตโยต้านับว่ามาถูกทางแล้ว

“ทิศทางของยานยนต์โลกในระยะสั้นคือการนำเครื่องยนต์มาผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หรือเซลส์เชื้อเพลิงอย่างแท้จริงในอีก 20 ปีข้างหน้า และการที่ไทยมีโนวฮาว ไฮบริดอยู่ในมือ การจะกระโดดไปเทคโนโลยีดังกล่าว จะทำได้ง่ายและเร็วกว่าคู่แข่ง และตอนนี้ค่ายอื่นๆ ก็กำลังซุ่มศึกษาตลาดอยู่เช่นกัน” นายวัลลภ กล่าว

ตลาดยอมรับ“กรีน มาร์เก็ตติ้ง”
นายรณพงศ์ กล่าวว่า มีการตื่นตัวเรื่องกระแสโลกร้อนอย่างมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ จนเป็นที่มาของการพัฒนาสินค้าและบริการ หรือกิจกรรมการตลาดที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมออกมามากมายหรือ Green Maketing จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติธรรมชาติ และราคาน้ำมันที่ผันผวนและเคยพุ่งสูงจนเป็นวิกฤต แค่คำถามที่ว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงแฟชั่นหรือไม่ สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับความจริงของวิกฤตที่เกิดขึ้น หากเป็นความจริงที่ว่า มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่วันนี้ คนไทยตระหนักว่าการลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และให้ความรู้สึกดี หรือยอมซื้อสินค้าโดยไม่สนใจหีบห่อที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคยอมรับกรีน มาร์เก็ตติ้ง
โตโยต้าหั่นกำไรแจ้งเกิด"ไฮบริด"

นายศุภรัตน์ กล่าวว่า โตโยต้า เตรียมเปิดตัวคัมรี่ ไฮบริดใหม่ โดยต้องการให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงรถยนต์ไฮบริดได้ง่ายขึ้น และมีความตั้งใจทำราคารถให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะทำให้ราคารถยนต์อยู่ในระดับ 1.8 -2 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการลงทุนประกอบในโรงงานในประเทศ แต่เทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปมีต้นทุนสูง ทำให้กำไรต่อคันลดลง แต่โตโยต้า ก็ยอมเพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

นายศุภรัตน์ กล่าวว่า การนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริดบางตัว ยังมีอัตราภาษีศุลกากรสูงถึง 30% หากรัฐบาลเข้ามาดูแล และชะลอการเก็บภาษีนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำราคาลงมาได้อีก อย่างไรก็ตาม โตโยต้าได้ทำเรื่องขอให้กระทรวงการคลังงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริดชชั่วคราว 3-5 ปี ในชิ้นส่วนหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์และคอนเวอร์เตอร์ เพื่อกระตุ้นดีมานด์และจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเรื่องนี้ยังอยู่ที่กระทรวงการคลังมากว่า 1 ปีแล้ว

“การแนะนำรถยนต์ไฮบริด เป็นประโยชน์ต่อสภาวะอากาศโลก และลดการจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ความเป็นจริงจะให้ถูกต้องรถคัมรี่ ไฮบริดควรจะขายราคาเท่ากับคัมรี่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเดิม หากไม่มีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริด โตโยต้าก็จะคืนกำไรทั้งหมดให้กับผู้บริโภค” นายศุภรัตน์ กล่าว

"ไฮบริด"เชื่อมเทคโนโลยีอนาคต
นายปฏิพัทธ์ กล่าวว่า จากการเก็บสถิติแนวโน้มการใช้น้ำมันปิโตรเลียม นับตั้งแต่มีการขุดเจาะขึ้นมา คาดว่าน้ำมันใต้ดินจะหมดลงประมาณปี 2583 การมองหาเทคโนโลยีใหม่มาแทนเครื่องยนต์แบบเก่า จึงมีความสำคัญและต้องการเวลาในการพัฒนา เทคโนโลยีไฮบริดถือเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะสามารถลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้มา กแต่สมรรถนะในการขับขี่ยังดีกว่าเดิมด้วย เพราะการส่งผ่านกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทิศทางในอนาคตก็จะมุ่งไปยังรถไฟฟ้า ที่ตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักแบตเตอรี่และอายุการใช้งานที่สั้น

นายขวัญชัย กล่าวว่า ในใจของผู้ซื้อรถนั้น แฝงได้ด้วยส่วนดีและส่วนร้าย ส่วนดีใส่ใจว่ารถยนต์คันนั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน มีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่ส่วนร้ายคือต้องการรถที่แรง ความเร็วสูง อัตราเร่งดี ความรู้สึกในการขับขี่ที่สนุกซึ่งส่วนทางกับส่วนแรก

ดังนั้น "ไฮบริด" จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเครื่องยนต์แบบเดิม และเทคโนโลยียานยนต์อนาคต จากเดิมที่แบตเตอรี่ยังใช้งานได้เพียงสั้นๆ คือไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลดลง 15% คอมพิวเตอร์ก็สั่งงานให้ต้องชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าไป และสั่งให้เครื่องยนต์ทำงาน แต่รถยนต์ไฮบริดในปัจจุบัน ใช้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้สูงถึง 65% จึงมีการชาร์จไฟกลับเข้ามา ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มาก ที่ผ่านมารถยนต์ไฮบริดราคาสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป 5 แสนบาทต่อคัน แต่วันนี้ ราคาสูงขึ้น 1 แสนบาทต่อคัน เชื่อว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับที่ดีมาก



ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto-mobile/20090522/44645/โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด-รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม.html




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 19:20:52 น.
Counter : 442 Pageviews.  

รู้ทันฮวงจุ้ย รู้ทางสู่ความสุข


รู้ทันฮวงจุ้ย รู้ทางสู่ความสุข


โดย : อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม




ย้อนศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของฮวงจุ้ย กับ อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

วิชาฮวงจุ้ยมีประวัติศาสตร์การค้นพบมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว โดยมีหลักการพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาตร์ คือเป็นเรื่องของการศึกษาและหาวิธีในการเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติให้มาเสริมพลังของตัวตน เพราะว่ามนุษย์เราทุกคนเกิดขึ้นมา ก็ต้องอยู่ท่ามกลางพลังงานธรรมชาติธรรมชาติตลอดเวลา ซึ่งพลังหลักที่ห่อหุ้มตัวของเราทุกคนเอาไว้ก็คือ พลังงานแม่เหล็กโลก โดยจะสังเกตได้ง่ายๆว่า ในเวลาจะยืนอยู่บริเวณส่วนไหนของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกของเรามีเส้นแรงแม่เหล็กห่อหุ้มล้อมรอบตัวมนุษย์เอาไว้ตลอดเวลา

ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เราทราบกันดีก็คือ พลังของแม่เหล็กย่อมส่งผลต่อธาตุเหล็กเสมอ โดยที่ในเลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง โดยที่เลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระแสพลังของแม่เหล็กโลกจึงมามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนได้

บ้านของเราทุกคนก็เช่นกันเดียวกัน ที่ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลัของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่แตกต่างกันเข้ามาอยู่ในบ้าน และด้วยเหตุที่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกันวันละ 8-10 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้น พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวอยู่ในบ้านจึงได้อิทธพลต่อชีวิตของคนค่อนข้างมาก

วิธีการจัดฮวงจุ้ยจึงต้องเริ่มต้นด้วยการวัดองศา ว่าบ้านของเราทำมุมอย่างไรกับกระแสพลังแม่เหล็กโลก แล้วนำมาเข้าสูตรการคำนวณทางพลังงานโบราณ (ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับ) จึงจะรู้ได้ว่าประตูบ้านของเราเหนี่ยวนำพลังที่ดีหรือพลังร้ายเข้ามาในบ้าน และพลังนั้นจะผลดีหรือผลร้ายต่อบุคคลแต่ละคนอย่างไร

หากพลังที่เข้ามาเป็นพลังที่ดี ก็จะกระตุ้นคนที่อยู่อาศัยในบ้าน หลังนั้นเป็นประจำ ให้เกิดความคิดใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสภายนอก ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง แต่หากว่าเป็นพลังร้าย ก็จะเข้ามาเบียงเบนการการคิดหรือการกระทำ ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอก ลงทุนผิดจังหวะ ซื้อหุ้นไม่ถูกตัวหรือทำให้ไม่มีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิต จึงเป็นที่มาของความล้มเหลวเสียหาย ล่มจม ฮวงจุ้ยหรือพลังงานของสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต่อชะตาชีวิตเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ กลับคิดไปว่าเป็นเรื่องของบุญหรือกรรมเก่า

การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่แค่เพียงเป็นการดูว่าไม่ควรนั่งใต้คาน ห้ามนอนตรงประตูหรือเหนือเตาไฟ ห้องน้ำห้ามอยู่หน้าบ้าน หรือเรื่องทางสามแพร่ง เสาไฟฟ้าหน้าบ้าน รวมทั้งเรื่องมุมแหลมจากตึกที่พุ่งชนเข้ามา เหมือนกับหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงปัจจัยขั้นพื้นฐานในการพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดหรือตัดสินชี้ขาดว่าบ้านหลังนั้น ๆ ดีหรือร้าย

วิชาฮวงจุ้ยเป็นวิชาที่ว่าด้วยเทคนิคการเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติมาเสริมคม โดยแบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ เรื่องของชัยภูมิ ที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสหลัง (เป็นด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้) ว่าลักษณะที่สะสมพลังได้ดีหรือไม่ และองศาทิศทางของพลัง ซึ่งจะทำปฏิกิริยาอย่างไรกับชัยภูมิที่มองเห็น (เป็นด้านมองไม่เห็นแต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก และมีสูตรในการคำนวณ)



ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/property/fungshui/20090131/10576/รู้ทันฮวงจุ้ย---รู้ทางสู่ความสุข.html




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 19:10:59 น.
Counter : 361 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.