Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

อย่ากลัวๆ กล้าๆ แต่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง

สมนึก โอวุฒิธรรม อย่ากลัวๆ กล้าๆ แต่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง


((( มาเรียนรู้การดำเนินธุรกิจ ... ของสมนึก โอวุฒิธรรมดีกว่า )))


---------------------------------------------------------------------

รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว: วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ต้องยอมรับว่า ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ สมนึก โอวุฒิธรรม เป็นผู้ที่มากความสามารถคนหนึ่ง

เพราะปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทถึง 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ลี้กิจเจริญแสง และบริษัทในเครือของลี้กิจเจริญแสงอีก 3 บริษัท คือ บริษัท แอลเคเอส อิเล็คทริคอล โปรดักส์ (ประเทศไทย) บริษัท ลี้ไฟเบอร์บอร์ด และบริษัท วุทธิวงษ์ เทรดดิ้ง

เขาเป็นบุตรชายคนโตของ “อุดม โอวุฒิธรรม” ผู้ก่อตั้งลี้กิจเจริญแสง ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ส่องสว่างอื่นๆ เป็นผู้ผลิตหลอดไฟเบอร์ 5 ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นบริษัทยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนาสินค้าเพื่อลดภาวะโลกร้อน และการประหยัดพลังงานคือหลอดผอมใหม่ T5 และแบรนด์ของบริษัทที่กำลังคุ้นหูผู้คนมากๆ ในขณะนี้ก็คือ “เลคิเซ่” (LeKise)

ใช้ความอดทนสู้ความลำบาก

ผู้บริหารหนุ่มคนนี้เป็นผู้ที่มีความอดทนและสู้ความลำบากมาตั้งแต่เด็ก ทำงานช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ในโรงงานเล็กๆ ผลิตหลอดไฟ ในชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.กิจเจริญแสง ที่คุณพ่อก่อตั้งขึ้นที่ถนนสุขสวัสดิ์ เป็นทั้งลูกมือช่างอยู่แผนกซ่อมบำรุงเครื่อง ล้างเครื่อง กวาดโรงงาน ผสมเชลแล็ก (ที่ใช้ยึดขั้วกับตัวหลอด) ซึ่งเป็นสูตรลับในสมัยนั้นห้ามพนักงานผสม กระทั่งห้างหุ้นส่วนจำกัด เปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท ลี้กิจเจริญแสง จนเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงได้ย้ายโรงงานมาตั้งที่ จ.สมุทรสาคร ในปัจจุบัน

สมนึก กล่าวว่า ทำงานทุกอย่างตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซ่อมเครื่อง ทำความสะอาด ผสมเชลแล็ก หรือแม้แต่การไปซื้อโอเลี้ยงให้พนักงาน ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้เมื่อไปเรียนที่ช่างกลสยามก็ทำให้เป็นคนเรียนเร็ว ได้เปรียบคนอื่นๆ ทั้งในเรื่องของทฤษฎีและการปฏิบัติ และเมื่อได้มาเป็นผู้บริหารก็ทำให้รู้จักวัฒนธรรม ท่าที ความคิด ความอ่าน ของพนักงานเป็นอย่างดี

แต่สิ่งหนึ่งที่สมนึกย้ำเสมอ ก็คือเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างเบื่อความจำเจเดิมๆ อย่างเรื่องการเรียน ก็จะเห็นว่าตอนอยู่ปวช. จะเรียนแผนกช่างยนต์ พอปวส. ก็เรียนเทคนิคอุตสาหกรรม และมาจบวิศวกรรมอุตสาหการในที่สุด

กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

สมนึก กล่าวว่า ช่วงที่เรียนจบวิศวกรรมอุตสาหการมาได้แค่ 2 วัน คุณพ่อคิดจะลงทุนนำเครื่องจักรจากญี่ปุ่นมาใช้ในการผลิต จึงได้ส่งเขากับทีมงานชุดหนึ่งไปอบรมเรียนรู้เครื่องที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 เดือน หลังจากกลับมาก็มาทำงานเป็นช่างเครื่องคิวซี จากนั้นก็ค่อยเติบโตมาเรื่อยๆ จนเป็นผู้จัดการโรงงาน เรียกได้ว่ารู้หมดทุกอย่างเพราะเคยผ่านงานมาเกือบทุกแผนก ทำให้ลูกน้องหลอกไม่ค่อยได้

อย่างไรก็ตาม สมนึกยอมรับว่าตัวเองสอบตกในเรื่องของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคล ความรับผิดชอบแต่ละตำแหน่งยังไม่ลงตัว ระบบต่างๆ ยังไม่ดี ปัญหาก็เป็นการแก้ไขไปวันๆ ไม่มีระบบเอกสาร ตำแหน่งต่างๆ ก็มีเจ้าพ่อเจ้าแม่คุม คนเก่าแก่ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง รับวิศวกรมาก็ถูกเด้งออก ซึ่งวัฒนธรรมนี้เป็นมาเกือบ 30 ปี

ใช้กลยุทธ์ถ่ายเลือด (ใหม่)

เมื่อเป็นอย่างนั้น สมนึกจึงไปเรียนการบริหารแบบญี่ปุ่น 2 อาทิตย์ กลับมาก็ตัดสินใจรับวิศวกรรวดเดียว 10 คน ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของหลายฝ่าย ทำการเทรนคนเหล่านี้ทุกวันแล้วส่งเข้าไปอยู่ในฝ่ายต่างๆ เพื่อเรียนรู้ปัญหา และให้พนักงานในฝ่ายนั้นๆ ได้เรียนรู้และซึมซับวิธีการทำงานของเขา และเมื่อเลิกงานก็ให้วิศวกรเหล่านั้นเข้าประชุมเพื่อชี้แจงถึงภารกิจในแต่ละวัน และวิธีการแก้ไขจากการที่เข้าไปทำงานร่วมกับพนักงาน ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ สมนึก บอกว่า เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการรับวิศวกรเข้ามา ก็มักจะถูกแอนตี้จากคนเก่าอยู่เสมอจนอยู่ไม่ได้

สมนึก กล่าวว่า การใช้วิธีนี้ไปสักระยะหนึ่งทำให้เห็นจุดเปลี่ยน กล่าวคือ บริษัทมีระบบมากขึ้น คนเก่ามีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตอนหลังก็ใช้ระบบใครทำดีต้องได้รับการโปรโมต ค่าของคนวัดที่ผลของงาน และการปรับเงินเดือนแบบก้าวกระโดด เช่น บางตำแหน่งที่ปกติปรับ 1,000 บาท ก็ปรับเป็น 1 หมื่นบาท ก็ยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เวลาปรับเงินเดือนพวกชอบคุย แต่ไม่ทำก็มาให้นายเห็นหน้าบ่อยๆ ส่วนพวกที่ไม่ชอบเข้าหานาย แต่ทำงานดี เวลาปรับเงินเดือนต้องลาออกไปทั้งที่เป็นคนเก่งซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย สรุปว่า 3 ปีเปลี่ยนได้เป็นบางส่วน แต่ภายใน 5 ปี ก็เปลี่ยนไปได้หมด

“ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนอะไรแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ชอบอะไรที่ใหม่ๆ แปลกแหวกแนว และต้องทำอะไรที่เป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ไปเลย ลุยก็ต้องลุย ให้เห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพราะถ้ากล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ เปลี่ยน ก็จะเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้เปลี่ยน ก็จะพยายามดึงกลับไปอย่างเดิม ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ต้องทำอยู่ภายใต้พื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น”

T5 คือจุดเริ่มต้นของเลคิเซ่

เกี่ยวกับแบรนด์เคอิเซ่ของบริษัทนั้น สมนึก กล่าวว่า เลคิเซ่คือผู้นำด้านแสงสว่างที่ประหยัดพลังงาน โดยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ T5 ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเมืองไทย สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการลดภาวะโลกร้อน โดยบริษัทได้มีการค้นคว้ามาเป็นเวลา 3 ปี ไม่ได้ซื้อโนว์ฮาวจากใคร ดีไซน์หลอด T5 เอง และเครื่องจักรที่ผลิตก็ประกอบขึ้นมาเอง

สมนึก กล่าวว่า T5 ของบริษัทจะให้แสงสว่างสูงกว่า T5 ของต่างประเทศ 10% คือ ต่างประเทศสว่างประมาณ 2,600 รูเมน (ค่าสว่างของตัวหลอด) แต่ของบริษัทประมาณ 2,850 รูเมน อีกทั้งอุปกรณ์ที่เลคิเซ่ทำนั้นประหยัดพลังงานมากกว่า 40% อย่างไรก็ตาม T5 มิใช่คำตอบของเลคิเซ่แต่เป็นจุดเริ่มเท่านั้น อายุของเลคิเซ่ตอนนี้แค่ 3 เดือน ถ้าเปรียบก็เป็นเด็กแบเบาะแต่ว่าภายใน 3 เดือนได้ออกสินค้ามามากมาย

“เราไม่อยากนำใครและไม่อยากตามใคร และจะไม่ยอมให้คู่แข่งตามทัน เพราะเราจะออกโปรดักต์ใหม่ๆ ให้ได้ทุกเดือน ต่อไปในอนาคตอันใกล้เลคิเซ่จะออกนวัตกรรมใหม่ๆ มา เหมือนโทรศัพท์ในปัจจุบันบางรุ่นสามารถดูโทรทัศน์ได้ เลคิเซ่ก็เหมือนกัน กล่าวคือเมื่อซื้อหลอดไฟ ต่อไปก็จะได้อะไรที่มากกว่าแสงสว่าง” สมนึก กล่าว

บริหารชีวิตแบบเรียบง่าย

แม้จะเป็นผู้บริหารที่มีคาแรกเตอร์เป็นคนชอบการเปลี่ยนแปลงแต่สมนึกก็เป็นคนที่ไม่ค่อยซีเรียสกับชีวิตและงาน โดยเขามีหลักในการบริหารและการดำเนินชีวิตว่า ทำอะไรก็ได้ที่มันง่ายๆ ไม่วุ่นวาย ทำแล้วมีความสุข สนุกกับมัน ถ้ารู้สึกว่างานที่ทำไม่สนุก จะไม่มีทางทำงานนั้นได้ดี และถ้างานที่ทำวุ่นวาย ยุ่งยาก สับสนก็ไม่ดี ทุกอย่างต้องอีซีและซิมเปิล ส่วนกับพนักงานก็ต้องวินวินทั้งสองฝ่าย

“ถ้าต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากจะมีการต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง คนที่เป็นผู้บริหารจะต้องกล้าตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่กล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะถูกคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงต่อต้านขัดขวางได้” สมนึก กล่าวทิ้งท้าย


ที่มา: //www.posttoday.com/lifestyle.php?id=49243




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 16:36:38 น.
Counter : 840 Pageviews.  

ความรู้ยุคใหม่ ... (จากคุณปู โลกเบี้ยว)


ความรู้ยุคใหม่


((( ไม่น่าเชื่อว่า คุณ ปู นอกจากดูดวง แล้ว ยังเก่งเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ด้วยครับ )))

-------------------------------------------------------
รายงานโดย :ปู โลกเบี้ยว: วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เมื่ออยากให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และรู้สึกกลับเป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้ง ทำไมต้องรกแกะ???

ปูได้คำตอบมาจากคุณหมอโชคชัย หรือ พ.ต.อ.นพ.โชคชัย เกษมไพบูลย์สุข ซึ่งเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่มาเปิดคลินิกส่วนตัวอยู่ในสนามไดรฟ์กอล์ฟ เขตยานนาวา ว่า เป็นเพราะว่าเจ้าแกะน่ะมันท้องได้เร็ว เมื่อเจ้าแกะมันตั้งท้องได้สัก 5 สัปดาห์ จะเป็นช่วงที่สเต็มเซลล์มีประสิทธิภาพของการเจริญเติบโตสูง

ความรู้เรื่องสเต็มเซลล์น่ะที่ยุโรปมีมาเป็น 300 ปีแล้ว มีอยู่ในตำราแพทย์แผนปัจจุบันยุคเก่า สเต็มเซลล์คือตัวอ่อนของมนุษย์ที่ใช้สร้างเด็กในหลอดแก้วยังไงล่ะคะ สเต็มเซลล์จะพัฒนาไปเป็นอวัยวะต่างๆ ของร่างกายของทารกในครรภ์มารดา การใช้สเต็มเซลล์มนุษย์ในการบำบัดรักษาโรคมีมานานแล้ว และที่ประสบความสำเร็จ คือ การใช้บำบัดรักษาโรคลูคีเมียและมะเร็งเม็ดเลือด หรือมะเร็งกระดูกผ่านการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่เป็นการใช้สเต็มเซลล์ของผู้ใหญ่หรือเลือดจากสายรกสะดือ ซึ่งหายากและมีจำนวนน้อยมาก

โดยปกติสเต็มเซลล์ในร่างกายคนเรามีอยู่แล้ว แต่มักจะอยู่ในสภาวะที่หลับไหลอยู่ จะตื่นขึ้นมาช่วยเสริมสร้าง หรือซ่อมแซมตัวเองก็ต่อเมื่อร่างกายคนเราบาดเจ็บหรือไม่สบายเท่านั้นแหละ สมัยก่อนรกเด็กรกสัตว์ไม่มีใครสนใจเนอะ นอกจากกระสือ มิน่าล่ะกระสือถึงไม่ตายสักทีเพราะกินรกเด็กนั่นเอง ...ฮิฮิฮิ

คุณหมอบอกว่าสมัยก่อนตามโรงพยาบาลไม่มีใครสนใจ ทิ้งกันไปไม่รู้เท่าไร แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นของมีค่าไปเสียแล้ว และด้วยสมัยนี้วิวัฒนาการที่ก้าวไกลมีการนำเอารกเด็กมาสกัดอย่างถูกต้อง ฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นให้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลายไป รกเด็กที่เอามาสกัดก็ต้องเลือกสรรนะจ๊ะ ไม่ใช่ว่ารกเด็กลูกใครก็ได้นะ เขามักจะเลือกเด็กที่คลอดก่อนกำหนด 7 เดือน กำลังเหมาะมาก เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังเจริญเติบโตได้เต็มที่ และแม่เด็กหรือเด็กต้องมีเลือดกรุ๊ปโอด้วยนะ เพราะจะสามารถเข้าได้กับทุกคน และเมื่อฉีดเข้าไปจะได้ไม่มีการแพ้

ปัจจุบันมักนำมาใช้รักษากับโรคที่ต้องเปลี่ยนอวัยวะแต่หายาก หรือรอนานๆ สู้ฉีดสเต็มเซลล์เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองจะคุ้มกว่าที่ต้องรอ หรือนำสเต็มเซลล์มาเสริมความงามโดยเฉพาะกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ไม่สามารถเสริมสร้างฮอร์โมนบางอย่างได้แล้ว เพื่อให้ร่างกายได้เสริมสร้างด้วยตัวของมันเอง

มีคนเจ็บรายหนึ่งเป็นอัมพฤกษ์ท่อนล่างเดินไม่ได้ไร้ความรู้สึก พอฉีดสเต็มเซลล์รอบแรก จากที่ไม่มีความรู้สึก เริ่มรู้สึกคัน อีก 6 เดือนกลับมาฉีดเข้าไปใหม่เริ่มยืนได้ ถามว่ามีผล 100 เปอร์เซ็นต์มั้ย ตอบว่าไม่ แต่อย่างน้อยนี่คือการให้ชีวิตใหม่กับคนที่เคยหมดกำลังใจไปนานแล้ว

การฉีดครั้งหนึ่งไม่ใช่เข็มเดียวจบนะจ๊ะ ก็หลายเข็มอยู่และมีราคาแพงมากๆ ด้วย เป็นแสนๆ เลยล่ะต่อครั้ง เพราะต้องนำสเต็มเซลล์ที่มีคุณภาพมาจากเมืองนอกโน้นแหนะ ก็เมืองไทยผลิตเองไม่ได้นี่จ๊ะ

ที่ปูเขียนเล่าให้อ่านเนี่ย ปูไม่มีปัญญาไปฉีดกับเขาหรอกนะ เพราะแพงมากเป็นแสนๆ แต่บังเอิญปูเคยรักษาอยู่บ้าง เพียงเศษเสี้ยวของรกเด็กที่ไม่เข้มข้นนักแค่ 17% ผสมกับตัวยาอย่างอื่นอีก อาการที่ไปรักษาของปูก็ดีขึ้น ซึ่งส่วนที่เขาฉีดเข้าเส้นเลือดเพื่อบำบัดรักษาจะเข้มข้นตั้งแต่ 32% ขึ้นไป จึงจะได้ผล คุณหมอบอกว่ารกเด็กคนหนึ่งสามารถสกัดเป็นยาได้เกือบร้อยหลอดแนะ ถึงแม้ปูจะได้แค่เศษเสี้ยวแต่ก็ทึ่งกับวิทยาการสมัยนี้มากๆ

ปูเลยถามความรู้เรื่องสเต็มเซลล์มาเล่าสู่กันอ่านยังไงล่ะ



ที่มา: //www.posttoday.com/lifestyle.php?id=49242




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 16:25:50 น.
Counter : 859 Pageviews.  

เมื่อกายจิตพร้อม(ก็)สร้างลูกประเสริฐได้


เมื่อกายจิตพร้อม(ก็)สร้างลูกประเสริฐได้

((( ผมกำลังเพิ่งจะเป็น คุณ พ่อมือใหม่ .... เลยสนใจเรื่องนี้ และ อยากเอามาแบ่งปันครับ )))

---------------------------------------------


รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว: วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552



หากเราพิจารณาข่าวต่างๆ ตามหน้าสื่อทุกวันนี้

เรามักพบแต่ข่าวด้านลบมากกว่าข่าวสารด้านบวก คาดว่าคำถามหนึ่งที่น่าจะผุดขึ้นมาในใจของพ่อแม่ทุกคู่คือ พวกเขาจะสามารถให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกน้อยที่เกิดมาให้มีคุณภาพ และเป็นคนดีของสังคมได้อย่างไรท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมปัจจุบัน เพราะสิ่งสำคัญของการเป็นมนุษย์นั้นไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดเฉลียวหรือร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์เหนือผู้อื่น หากแต่อยู่ที่จิตใจอันดีงามพร้อมด้วยสติปัญญาในการมองโลกและปฏิบัติตนจึงจะนับได้ว่าเป็นมนุษย์ผู้มีคุณค่า

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จากเสถียรธรรมสถาน ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในงานเสวนา “กายพร้อม ใจพร้อม สร้างอภิชาตบุตร” เปิดตัวศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรของโรงพยาบาลนครธนว่า ชีวิตมนุษย์ทุกคนล้วนเกิดขึ้นและเป็นไปตามกรรมของตนเอง ทั้งที่เป็นกุศลกรรมอันดีงามและอกุศลกรรมด้านลบ สังคมจึงสามารถแปรเปลี่ยนไปได้ทั้งในด้านดีและร้าย ตราบเท่าที่มนุษย์ทุกคนยังมีสถานะเป็นองค์ประกอบของสังคมโดยรวม ซึ่งในจุดนี้คุณแม่เชื่อว่าผู้เป็นพ่อแม่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการจรรโลงสังคมให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยการมอบสิ่งดีงามให้บุตรของตนแต่แรกเริ่มปฏิสนธิ

ขึ้นชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมรักและปรารถนาอยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอเป็นธรรมดา ของสิ่งใดที่ว่าดีก็จะเสาะแสวงหามาให้ สวดมนต์ภาวนาครั้งใดก็จะอธิษฐานจิตขอให้ลูกอยู่รอดปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง ขอให้มีแต่สิ่งดีงามเกิดขึ้นกับลูกของตน และแน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกของตนเติบโตขึ้นมาได้ดียิ่งกว่าตนหรือเรียกได้ว่าเป็น “อภิชาตบุตร” ผู้มีคุณสมบัติสูงยิ่งกว่าบิดามารดา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากอำนาจแห่งรักทั้งสิ้น

คุณแม่กล่าวว่า การจะสร้างอภิชาตบุตรให้เกิดขึ้นนั้นไม่จำเป็นว่าพ่อแม่จะต้องรอให้ลูกคลอดและเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นก่อนจึงจะเป็นได้ แต่แท้ที่จริงแล้วคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของผู้เป็นอภิชาตบุตรนั้นจะต้องเป็นบุตรที่สามารถพาพ่อแม่ดำเนินชีวิตเข้าสู่แนวทางแห่งธรรมได้ ดังนั้นในมุมมองของคุณแม่ การสร้างอภิชาตบุตรจึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนสามารถกระทำได้ตั้งแต่แรกเริ่มปฏิสนธิตั้งครรภ์

นอกเหนือไปจากการเตรียมสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์เหมาะสมกับการปฏิสนธิและตั้งครรภ์แล้ว ผู้เป็นพ่อแม่ยังจะต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะปรับสมดุลจิตใจ ตั้งมั่นอยู่ในกุศล ทำความดี ละความชั่ว รักษาศีลให้กายใจบริสุทธิ์ เตรียมความพร้อมเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เมื่อพ่อแม่เปี่ยมด้วยกุศลกรรม เด็กก็จะแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เรียกได้ว่า ลูกเป็นพลังใจผลักดันให้พ่อแม่ทำแต่ความดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ สิ่งนี้ก็ถือได้ว่า เด็กคนนั้นเป็นอภิชาตบุตรแล้ว

“การที่เด็กหนึ่งคนถือกำเนิดขึ้นมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นพระในบ้าน โอกาสที่เด็กจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้เจริญด้วยอริยะย่อมสูงขึ้น จึงนับเป็นการสร้างโลกให้ดีขึ้นและเต็มไปด้วยกุศลกรรมจากจุดเริ่มต้นด้วยการสรรค์สร้างเด็กให้ดีตั้งแต่พื้นฐาน บ้านจึงเป็นที่สร้างกระแสอริยะสำคัญในสังคม โดยมีพ่อแม่เปรียบเสมือนพระในบ้าน เช่นเดียวกับพระนางผุสดีในเวสสันดรชาดก ซึ่งในภายหลังได้เกิดเป็นพระนางสิริมหามายาในเวลาต่อมา ก่อนจะถือกำเนิดเป็นพระพุทธมารดาได้นั้น ก็ต้องผ่านการบำเพ็ญเพียรภาวนาอธิษฐานจิต รักษาศีล ปฏิบัติธรรมอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัด และมีจิตใจเป็นกุศล จึงจะให้กำเนิดผู้มีบุญได้”

แม่ชีศันสนีย์กล่าวอีกว่า แม้ผู้ประสบภาวะมีบุตรยากก็มิใช่ข้อยกเว้น ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีทันสมัยมากมายช่วยให้การมีบุตรไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การเตรียมความพร้อมทางกายภาพเท่านั้น การขัดเกลาทางจิตใจเป็นเรื่องที่ต้องกระทำควบคู่กันไปเพื่อให้เด็กที่เกิดมาสมบูรณ์พร้อมอย่างแท้จริง

จะเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการรักษาของศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรของโรงพยาบาลนครธน ซึ่งเน้นการรักษาแบบองค์รวมผสมผสานกับแพทย์ทางเลือกแขนงต่างๆ ประยุกต์ใช้เข้ากับการรักษาเพื่อปรับสมดุลให้แก่ผู้ประสบปัญหาให้ถึงพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ

อาจารย์สุกัญญา หงส์ประภาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ไทยของโรงพยาบาลนครธน อธิบายว่า การเตรียมความพร้อมให้กับพ่อแม่ด้านจิตใจถือว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกับความพร้อมด้านร่างกาย ความเครียดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากและยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปตลอดช่วงการตั้งครรภ์ 9 เดือน เมื่อแม่เครียดย่อมส่งผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อลูกน้อย

อาจารย์สุกัญญาแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับใช้ความรู้แพทย์แผนโบราณมาช่วยในเรื่องนี้ได้ เช่น การปรับสมดุลร่างกายด้วยการรับประทานพืชผักสมุนไพรไทยแทนที่อาหารเสริมราคาแพง การกำหนดฝึกลมหายใจรักษาสมาธิ ออกกำลังกายผ่อนคลายความเครียดด้วยการนวดกดจุดแผนโบราณหรือการฝังเข็มตามหลักการแพทย์จีนโบราณ พร้อมกันนั้นยังแนะให้พ่อแม่ทุกคู่รักษาจิตให้แจ่มใสด้วยการสวดมนต์ภาวนา รักษาศีล 5 เหล่านี้ถือว่าเป็นการสร้างเสริมรากฐานที่สำคัญให้แก่ลูกน้อยแล้ว

เเต่ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลนครธนเองก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เเละเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทางโรงพยาบาลได้นำเข้ามาให้บริการเเก่ว่าที่คุณพ่อคุณเเม่ที่ประสบปัญหามีบุตรยาก

นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล แพทย์เฉพาะทางด้านภาวะผู้มีบุตรยาก กล่าวว่า จริงๆ เเล้วหลายคนเข้าใจผิดว่าศาสนากับเรื่องของวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันไม่ได้ เเต่ในมุมมองของโรงพยาบาลนครธนเเล้ว เชื่อว่าการนำเอาหลักศาสนาเเละการเเพทย์ทั้งเเผนปัจจุบันเเละการแพทย์แผนทางเลือกมาผสมผสานใช้ด้วยกัน น่าจะทำให้เกิดผลดีที่สุดต่อทั้งคู่สมรสที่ตั้งใจจะมีบุตร เเละต่อลูกน้อยในครรภ์ที่จะลืมตามาดูโลกด้วย

การใช้เทคโนโลยีรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เช่น การผสมเทียม การทำกิฟต์ การปฏิสนธินอกร่างกายด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว การทำพรอสท์ อิคซี่ การบริจาคไข่ ตัวอ่อน อสุจิ ตลอดไปจนถึงการตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่เพิ่มโอกาสให้ทารกที่มากำเนิดมีสุขภาพแข็งแรงเเละทางศูนย์ยังมีความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ในอนาคตอีกด้วย

นพ.พิสิฐ กล่าวสรุปว่า ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรของโรงพยาบาลนครธน มีเทคโนโลยีที่นำสมัย เเต่ก็ไม่ได้ละทิ้งเรื่องของศาสนา ยังคงมุ่งเน้นการรักษาด้วยหลักการแบบองค์รวมให้เกิดความสมดุลระหว่างทางร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดตามแนวคิด “อบอุ่น ใส่ใจ ให้เวลา” ร่วมกับการผสมผสานการแพทย์แผนโบราณอย่างลงตัว เพื่อให้เราสามารถสร้างศูนย์เทคโนโลยีเเห่งนี้ เป็นห้องที่จะสร้างกุศลให้เกิดทั้งกับตัวเด็กเเละพ่อเเม่ที่ประสบปัญหามีบุตรยากได้

เพื่อให้ได้อภิชาตบุตรในที่สุด ตามเเนวคิดที่คุณแม่ชีศันสนีย์ได้ให้ไว้



ที่มา: //www.posttoday.com/lifestyle.php?id=49241




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 16:18:55 น.
Counter : 642 Pageviews.  

ตลาดหุ้นเปิดเออร์ลีรีไทร์


ตลาดหุ้นเปิดเออร์ลีรีไทร์


((( ดูข่าวนี้แล้ว ...... ได้แต่ .... ทำใจ และ ไม่น่าเชื่อว่า วิกฤติ ศก. ครั้งนี้ จะลามถึงพนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย )))

...........................................................................................

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ตลท.รัดเข็มขัด เปิดโครงการเออร์ลีรีไทร์ ใจป้ำจ่ายสูงสุด 36 เดือน เลิกพนักงานชั่วคราวทั้งหมด ตั้งเป้าลดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เหลือ 60%

แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลัง เปิดโครงการลาออกก่อนเกษียณ หรือเออร์ลีรีไทร์ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานที่สนใจยื่นเรื่องได้จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้

ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแผนที่จะยกเลิกสัญญาจ้างของพนักงานชั่วคราวทั้งหมดลงภายในเดือนมิ.ย.นี้เช่นกัน

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทในกลุ่มมีพนักงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 900 คน แต่ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะให้พนักงานลาออกรอบนี้กี่คน ส่วนผลตอบแทนที่คาดว่าจะจ่ายให้แต่ละคนคำนวณตามอายุงาน แต่กำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 36 เดือน สำหรับผู้ที่มีอายุงานตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป

ด้านหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครใจลาออกนั้น แหล่งข่าวระบุว่าไม่ได้กำหนดรายละเอียดชัดเจน แต่เป้าหมายของตลาดต้องการให้พนักงานที่ได้รับคะแนนประเมินผลงานต่ำๆ เช่น ระดับ C ลงไป

สำหรับผู้บริหารไม่ได้รับสิทธินี้ เนื่องจากในสัญญาจ้างกำหนดวาระชัดเจนคราวละ 4 ปี ซึ่งหากผลงานไม่ผ่าน ก็คงจะต้องให้ออกไปตาม ข้อตกลง

สาเหตุที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องเปิดโครงการนี้เพื่อต้องการลดค่า ใช้จ่าย ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost Income Ratio) จากระดับสูงสุดของตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ 90% ลงมาเหลือ 60% ขณะที่ภูมิภาคเฉลี่ยอยู่ที่ 20%

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องทยอยลดค่าใช้จ่ายลงนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อทำให้มีกำไรสุทธิรองรับแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2554” แหล่งข่าวเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามแนวทางผลการศึกษาของบริษัท Boston Consulting Group (BCG) ที่ปรึกษาในโครงการศึกษาการกำหนดรูปแบบและแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทย่อย ให้มีการแปรสภาพองค์กร หรือ Demutualization และเตรียมความพร้อม

ทั้งนี้ ได้มีการตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจนใน 5 ปีข้างหน้า โดยกำหนดจะเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอีก 2 เท่า และ ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า ภายในปี 2556 โดย 25% ต้องเป็นรายได้จากการออกสินค้าใหม่ รวมทั้งการ มีบริษัทจดทะเบียนจากต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ต แคป)

ในภาวะการซื้อขายหุ้นซบเซา นอกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อง ปรับตัวต้องลดต้นทุนแล้ว ทาง บริษัทหลักทรัพย์ฯ ก็ได้เปิดโครงการ เออร์ลีรีไทร์เช่นกัน โดย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร มีพนักงานลาออกไปจำนวน 20 คน คงเหลือพนักงานประมาณ 200 คน ซึ่งเหมาะสมกับงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ฯ แห่งอื่นๆ ก็มีการลดค่าใช้จ่ายโดย การเลิกจ้างเจ้าหน้าที่การตลาดหรือมาร์เก็ตติงที่มีผลงานต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดโครงการเออร์ลีรีไทร์สำหรับผู้บริหารบางแห่งยังมีการว่าจ้างอยู่แม้จะมีอายุถึง 70 ปีแล้วก็ตาม

ที่มา: //www.posttoday.com/stockmarket.php?id=49210




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 16:04:05 น.
Counter : 552 Pageviews.  

คะแนน"สูงสุด-ต่ำสุด"แอดมิสชั่นส์" 52


คะแนน"สูงสุด-ต่ำสุด"แอดมิสชั่นส์"52 (1)




((( ใครมีลูก มีน้อง มีหลาน .... ก็เข้ามาดูเร็ววววว )))

--------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ...สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด ในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2552 "มติชน" เห็นน่าสนใจ จึงนำเสนอ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะทันตแพทยศาสตร์ สูงสุด 8,307.0500 ต่ำสุด 7,513.5500 คณะเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ 7,938.7000-7,041.4500 สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม 7,796.0000-6,996.7500 คณะสัตวแพทยศาสตร์ 7,955.0500-6,636.4500 คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ 7,171.7500-6,453.0500 สาขากายภาพบำบัด 6,994.7000 -6,231.7000 สาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร 7,211.4500-6,388.7000

คณะวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 6,888.3500-6,053.6500 สาขาคณิตศาสตร์ 8,284.2500-6,209.5000 สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 7,049.3500-6,311.6000 สาขาเคมี 8,707.4000-6,399.6000 สาขาฟิสิกส์ 8,326.6500-5,986.8500 สาขาเคมีวิศวกรรม 8,270.1000-6,416.1500 สาขาธรณีวิทยา 7,726.9000-6,273.9000 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป/สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 6,552.7500-5,986.3500 สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล 6,403.1000-5,900.6500 สาขาวัสดุศาสตร์ 7,154.2500-5,998.7500 สาขาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ 6,412.1500-5,879.3500 สาขาเทคโนโลยีทางอาหาร 7,121.2500-6,487.8500

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ 8,770.8000-6,765.3000 สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 8,480.7000-7,349.0000 สาขาวิศวกรรมทรัพยากรธรณี 7,004.5000-6,467.2000 สาขาวิศวกรรมสำรวจ6,886.2000-6,452.7000 สาขาวิศวกรรมโลหการและวัสดุ 6,870.0000-6,646.7000 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม 7,995.0000-6,927.5000 สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม 8,009.2500-6,633.7500 สาขาภูมิสถาปัตยกรรม 7,388.6250-6,603.7500 สาขาสถาปัตยกรรมภายใน 7,526.0000-6,817.7500 สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง 6,835.0000-6,144.2500

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรบัญชีบัณฑิต 8,221.0000-6,884.2500 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต 7,802.2500-6,519.7500 หลักสูตรสถิติศาสตรบัณฑิต 7,987.4000-6,313.0000 คณะเศรษฐศาสตร์ 8,196.5000-6,559.5000 คณะจิตวิทยา (รูปแบบที่ 1) 6,916.7500-6,154.4500 (รูปแบบที่ 2) 6,684.5000-6,251.0000 (รูปแบบที่ 3) 8,155.0000-7,161.5000

คณะครุศาสตร์ (รูปแบบที่ 1) 7,483.5000-6,272.5000 เลือกสอบภาษาไทย 2 (รูปแบบที่ 2) 7,730.5000-6,532.0000 เลือกสอบสังคมศึกษา 2 (รูปแบบที่ 2) 7,800.5000-6,543.5000 เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 2) 6,931.0000-6,585.0000 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 7,274.0000-6,586.0000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2) 7,120.5000-6,853.5000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 6,626.0000-6,541.0000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (รูปแบบที่ 1) 6,270.2000-6,149.7000 สาขาการศึกษาปฐมวัย (รูปแบบที่ 2) 6,458.0000-6,078.5000 สาขาศิลปศึกษา เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 0.0000-0.0000 เลือกสอบวิทยาศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 0.0000-0.0000 เลือกสอบภาษาไทย 2 (รูปแบบที่ 2) 7,039.0000-6,143.5000 เลือกสอบอังกฤษ 2 (รูปแบบที่ 2) 6,726.0000-6,263.0000 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2)0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 สาขาธุรกิจศึกษา (รูปแบบที่ 1) 7,183.3000-6,458.8000 (รูปแบบที่ 2) 6,712.5000-6,257.5000

คณะอักษรศาสตร์ สาขาภูมิศาสตร์ เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 7,557.5000-6,653.7500 เลือกสอบวิทยาศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 7,147.4500-6,518.8000 สาขาอักษรศาสตร์ เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 8,160.0000-7,198.7500 เลือกสอบวิทยาศาสตร์ 2 (รูปแบบที่ 1) 7,667.5000-7,234.9500 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 8,563.7500-7,348.7500 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2) 8,582.5000-7,368.7500 เลือกสอบบาลี (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบอาหรับ (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 8,841.2500-7,347.5000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 8,381.2500-7,378.7500 สาขาญี่ปุ่น 8,585.0000-7,660.0000

คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง เลือกสอบสังคมศึกษา 2 (รูปแบบที่ 1) 7,434.2500-6,983.5000 เลือกสอบภาษาฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 1) 7,489.2500-7,016.0000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 1) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 1) 7,665.0000-7,113.2500 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 1) 7,557.0000-6,994.5000 เลือกสอบสังคมศึกษา 2 (รูปแบบที่ 2) 7,573.5000-7,050.2500 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 7,027.2500-7,027.2500 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 7,498.5000-7,364.0000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 7,123.5000-7,123.5000

สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เลือกสอบสังคมศึกษา 2 (รูปแบบที่ 1) 7,196.0000-6,735.0000 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 1) 7,704.7500-6,886.0000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 1) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 1) 7,339.0000-6,769.5000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 1) 7,505.2500-6,828.2500 เลือกสอบสังคมศึกษา 2 (รูปแบบที่ 2) 6,985.0000-6,732.7500 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 6,845.7500-6,845.7500 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 6,983.0000-6,983.0000

สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เลือกสอบอังกฤษ 2 (รูปแบบที่ 1) 7,815.3750-7,225.7500 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 1) 8,211.7500-7,340.5000 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 1) 7,811.7500-7,735.6250 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 1) 7,882.8750-7,531.0000 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 1) 7,835.8750-7,294.0000 เลือกสอบอังกฤษ 2 (รูปแบบที่ 2) 7,635.7500-7,299.7500 เลือกสอบฝรั่งเศส (รูปแบบที่ 2) 7,617.2500-7,617.2500 เลือกสอบเยอรมัน (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน (รูปแบบที่ 2) 7,510.3750-7,510.3750 เลือกสอบญี่ปุ่น (รูปแบบที่ 2) 0.0000-0.0000 สาขารัฐประศาสนศาสตร์ 6,612.2500-6,205.5000

คณะนิติศาสตร์ สอบคณิตศาสตร์ 2 8,273.0000-6,907.0000 สอบวิทยาศาสตร์ 2 8,354.5000-6,941.7500 สอบฝรั่งเศส 8,924.0000-6,879.5000 สอบเยอรมัน 7,983.0000-7,070.0000 สอบจีน 8,576.0000-7,274.0000 สอบญี่ปุ่น 8,603.2500-7,445.5000

คณะนิเทศศาสตร์ (รูปแบบที่ 1) 8,435.7500-7,471.5000 (รูปแบบที่ 2) 8,754.5000-7,438.2500 (รูปแบบที่ 3) 7,987.5000-7,506.2500 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ 7,036.5000-6,011.5000 สาขานฤมิตศิลป์ 7,968.7500-6,777.5000 สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา (รูปแบบที่ 1) 6,755.7500-5,617.8000 (รูปแบบที่ 2) 7,007.5000-5,960.5000

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คณะเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์เกษตร วิทยาเขตบางเขน 5,991.6500-5,051.8500 สาขาการจัดการศัตรูพืช บางเขน 6,041.2500-4,797.2500 สาขาเคมีการเกษตร บางเขน 6,059.1500-5,010.3500 สาขาคหกรรมศาสตร์ บางเขน 5,878.3500-5,123.3500 สาขาเกษตรเขตร้อน นานาชาติ ภาคพิเศษ บางเขน 4,438.4000-4,438.4000

คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน 6,501.2500-6,027.5000 สาขาการจัดการ 6,341.2500-5,767.0000 สาขาการจัดการการผลิต 6,484.0000-5,811.5000 สาขาการตลาด 6,512.0000-5,898.2500 สาขาบัญชี 6,828.2500-6,312.2500 สาขาบัญชี ภาคพิเศษ 6,284.2500-5,740.0000 คณะประมง สาขาประมง 6,754.0000-4,963.0000

คณะมนุษยศาสตร์ สาขาปรัชญาและศาสนา 6,551.2500-6,130.5000 สาขาภาษาอังกฤษ 8,043.7500-7,035.0000 สาขาภาษาฝรั่งเศส 7,081.2500-6,141.2500 สาขาภาษาเยอรมัน 6,646.2500-5,470.0000 สาขาภาษาญี่ปุ่น 7,888.7500-7,120.0000 สาขาภาษาจีน เลือกสอบอังกฤษ 2 7,777.5000-7,043.7500 เลือกสอบจีน 7,813.7500-7,001.2500 สาขาภาษาไทย 7,512.0000-5,910.5000 สาขาวรรณคดี กลุ่มวรรณคดีไทย 6,944.5000-6,436.7500 สาขาวรรณคดี กลุ่มวรรณคดีอังกฤษ 7,506.0000-6,896.5000 สาขาการเดินทางและท่องเที่ยว เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 6,596.2500-6,328.7500 เลือกสอบฝรั่งเศส 6,547.5000-6,358.7500 เลือกสอบเยอรมัน 6,912.5000-6,912.5000 เลือกสอบอาหรับ0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน6,676.2500-6,328.7500 เลือกสอบญี่ปุ่น 6,915.0000-6,345.0000

สาขาการโรงแรม เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 6,392.5000-6,195.0000 เลือกสอบฝรั่งเศส 6,728.7500-6,266.2500 เลือกสอบเยอรมัน 6,478.7500-6,248.7500 เลือกสอบอาหรับ 0.0000-0.0000 เลือกสอบจีน 6,432.5000-6,197.5000 เลือกสอบญี่ปุ่น 7,321.2500-6,226.2500 สาขาสื่อสารมวลชน (รูปแบบที่ 1) 7,340.0000-6,930.2500 สาขาสื่อสารมวลชน (รูปแบบที่ 2) 7,109.0000-6,918.7500 สาขาสื่อสารมวลชน (รูปแบบที่ 3) 7,084.7500-6,930.0000 สาขาภาษาอังกฤษ (ภาคพิเศษ) 7,025.0000-6,183.7500

คณะวนศาสตร์ สาขาวนศาสตร์ 6,435.3500-5,236.5000 สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางไม้ 5,483.6500-4,929.4000 สาขาเทคโนโลยีเยื่อและกระดาษ-6,119.1000-5,401.8500 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์-6,151.5000-5,600.7500 สาขาเคมี 6,648.7500-5,887.6500 สาขาเคมีอุตสาหกรรม 6,614.3500-5,815.5000 สาขาชีววิทยา 6,395.6500-5,747.3500 สาขาสัตววิทยา 5,975.4000-5,365.1000 สาขาพฤกษศาสตร์ 5,938.9000-5,123.6000 สาขาพันธุศาสตร์ 6,329.3500-5,419.0000 สาขาจุลชีววิทยา 6,364.0000-5,591.4000 สาขาชีวเคมี 6,404.6000-5,854.4000 สาขารังสีประยุกต์และไอโซโทป 5,867.6500-5,342.5000 สาขาฟิสิกส์ 5,946.3500-5,249.3500 สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 6,726.8500-5,950.6500 สาขาสถิติ 5,979.7500-5,337.5000 สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 6,037.1500-5,234.4000 สาขาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ 6,470.8500-5,350.1000 สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาคพิเศษ 5,937.3500-5,204.1500

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตบางเขน 7,639.2000-6,740.5000 สาขาวิศวกรรมโยธา บางเขน 6,737.3000-5,907.0000 สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม บางเขน 6,576.2000-5,831.0000 สาขาวิศวกรรมโยธา ทรัพยากรน้ำ บางเขน 5,884.8000-5,312.3000 กลุ่มวิทยาเขตบางเขน (สาขาวิศวกรรมเคมี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ) 7,744.3000-6,216.5000 สาขาวิศวกรรมวัสดุ 6,503.7000-5,723.5000 กลุ่มวิทยาเขตบางเขน (โครงการภาคพิเศษ) สาขาวิศวกรรมวัสดุ วิศวกรรมไฟฟ้า ฯลฯ 6,212.7000-4,997.8000 สาขาวิศวกรรมเคมี (โครงการฯภาคพิเศษ) 6,801.3000-5,539.3000 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า (โครงการภาคพิเศษ) 5,879.7000-4,984.0000

กลุ่มวิทยาเขตบางเขน (หลักสูตรนานาชาติ) สาขาวิศวกรรมเครื่องกล 6,178.0000-4,420.5000 สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์และความรู้ บางเขน (หลักสูตรนานาชาติ) 6,576.5000-5,024.2000 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าเครื่องกลการผลิต บางเขน (หลักสูตรนานาชาติ) 5,558.8000-4,436.3000 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมการบินและอวกาศ) และสาขาบริหารธุรกิจ ฯลฯ 6,322.2000-5,269.2000 สาขาการจัดการการบิน ภาคพิเศษ บางเขน 6,166.6500-5,589.1000 สาขาเทคโนโลยีการบิน ภาคพิเศษ บางเขน 6,511.1000-5,457.5000

สถาบันสมทบวิทยาลัยการชลประทาน สาขาวิศวกรรมโยธาชลประทาน 5,752.3000-4,816.5000


ที่มา: //www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu01260552§ionid=0107&day=2009-05-26





 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 12:02:10 น.
Counter : 546 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

Valentine's Month


 
byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.