Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

บริการปั้นฝัน ให้เป็น (เจ้าของธุรกิจ) จริง

บริการปั้นฝัน ให้เป็น (เจ้าของธุรกิจ) จริง


คอลัมน์ biz oops !

โดย why u why



ในโลกธุรกิจ มีความจริงข้อหนึ่งที่จริงเสียยิ่งกว่าจริงและเป็นสิ่งที่คนที่เคยผ่านการเริ่มต้นธุรกิจทั้งหลายเข้าใจกันได้ดี ว่าการที่ใครสักคนคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ ระหว่างความล้มเหลวและความสำเร็จนั้นมีเพียงเส้นบางๆ ที่กั้นไว้ เส้นบางๆ ที่แยกเอาไอเดียทางธุรกิจและโอกาสที่ไอเดียนั้นจะมีโอกาสกลายมาเป็นธุรกิจจริงๆ

ดังนั้นแม้จะมีความคิด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนักธุรกิจได้ และนั่นถือเป็นช่องว่างที่แยกเอา "ความฝัน" และ "ความจริง" ออกจากกัน และถือเป็นจุดอ่อน แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่ทำให้มีเจ้าของเว็บไซต์หนึ่งมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ที่ไม่เพียงจะสามารถเปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็งและสามารถหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

ในเวลาเดียวกันยังเป็นการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้มีเพิ่มมากขึ้น ด้วยการสร้างช่องทาง แห่งโอกาสในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นความจริง และเปลี่ยนแผนธุรกิจที่เขียนบนกระดาษให้กลายเป็นธุรกิจได้

เว็บไซต์เจ้าของไอเดียนี้ใช้ชื่อว่า Quirky โดยสำหรับเจ้าของแผนธุรกิจสามารถเข้ามาโพสต์แผนธุรกิจของตัวเองไว้ในเว็บไซต์นี้ โดยเสียค่าบริการ 99 เหรียญสหรัฐ โดยเว็บไซต์นี้รับประกันว่า จะมีผู้คนจากหลากหลายสาขา และความเชี่ยวชาญ เข้ามาให้คำแนะนำ

และให้ความคิดเห็นเพื่อจะพัฒนาแผนธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งราคาแค่นี้คุ้มแสนคุ้มเพราะเป็นเหมือนการนำธุรกิจบนกระดาษให้เดินทางใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ได้แต่เพียงจะสามารถนำแนวคิดไปปรับปรุงแผนธุรกิจ สินค้า และบริการ แต่ในเวลาเดียวกันยังมีโอกาสที่เป็นไปได้มากว่าแผนธุรกิจที่โดนใจ

นักลงทุนจะมีโอกาสกลายเป็นธุรกิจจริงโดยที่เจ้าของแผนธุรกิจไม่ต้องลงเงินสักกะบาท เพราะบนเว็บไซต์เหล่านี้นอกจากจะมีผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาให้ความเห็น ยังมีการคัดเลือกแผนธุรกิจที่ยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์

โดยแผนธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือกจะได้มีการนำไปสร้างเป็นธุรกิจจริง และเจ้าของความคิดจะได้รับรายได้ 12 เปอร์เซ็น จากยอดขาย ขณะที่อีก 70 เปอร์เซ็นของรายได้ที่เหลือจะนำเข้ากองทุนสำหรับการสร้างผู้ประกอบการที่จะสะสมไว้สำหรับลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ต่อๆ ไป

ไม่รู้ว่าวันนี้มีธุรกิจที่กลายเป็นจริงไปแล้วไม่รู้กี่แผนเพราะยังไม่ได้มีการแจ้งไว้ แต่ ที่แน่ๆ นี่เป็นไอเดียสุดล้ำ และก้าวหน้า กว่าการประกวดแผนธุรกิจหลายๆ เวทีที่สร้างได้แต่ฝัน แต่ไม่สามารถทำให้ฝันกลายเป็นจริง


ที่มา: //www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz02280552&day=2009-05-28§ionid=0214




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 18:08:03 น.
Counter : 441 Pageviews.  

ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม

ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม

--------------------------------------------------------------------
((( เห็นว่าเป็นบทความทางด้าน HR ที่น่าสนใจ ... จึงนำมาฝาก )))
--------------------------------------------------------------------

คอลัมน์ HR corner

โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง วิทยากรที่ปรึกษา นักเขียนอิสระ

"ใครก็ตามที่ไม่มีเป้าหมายและแรงจูงใจในชีวิตมากเพียงพอ แค่จะเอื้อมไปเด็ดใบไม้สักใบ หรือเก็บก้อนหินสักก้อนก็คงทำได้ยาก แต่...ใครก็ตามที่มีเป้าหมายที่ท้าทายและมีแรงจูงใจที่มากพอ ต่อให้ปีนเขาสูงหรือข้ามทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงใด ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลนัก"

ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า คนส่วนใหญ่ต้องการกำไรในชีวิตที่เกิดจากผลพวงของความสำเร็จ แต่ปัญหาอยู่ที่คนเรามักจะไม่รู้ว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร อะไรคือความสำเร็จ สุดท้ายก็ไปทึกทักเอาเองว่าความสำเร็จของคนนั้นของคนนี้เป็นตัวอย่างของความสำเร็จด้านโน้นด้านนี้ ทำให้คนในสังคมต่างตะเกียกตะกายเดินทางไปสู่ความสำเร็จที่เขาว่ากัน เหมือนหนังหรือนิยายหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการเดินทางไปค้นหาขุมสมบัติที่ต้องแย่งชิงแผนที่การเดินทางต้องทำลายคู่แข่งที่อาจจะมาแย่งส่วนแบ่งของสมบัติที่วาดฝันเอาไว้ ต้องเอาชีวิตเข้าแลกแม้ไม่รู้ว่าสมบัตินั้นมีจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด สุดท้ายเมื่อไปถึงกรุสมบัติ สิ่งที่ได้คือความสุขเพียงหนึ่งหรือสองนาที หลังจากนั้นก็เกิดอาเพศถ้ำถล่มบ้าง สมบัติกลายเป็นหินบ้าง หรือบางคนก็หนีรอดมาได้ก็เหลือแค่ตัวเท่านั้น

เหมือนกับชีวิตคนหลายคนที่ต้องดิ้นรนเพื่อนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จที่เขาว่ากัน บางครั้งต้องแลกด้วยการอดหลับอดนอน บางครั้งต้องแลกมาด้วยความเครียด บางครั้งต้องแลกมาด้วยความอบอุ่นของครอบครัว บางครั้งต้องแลกมาด้วยหนี้สิน บางครั้งต้องแลกมาด้วยมิตรภาพของเพื่อน ฯลฯ สุดท้ายเมื่อไปถึงความสำเร็จที่อยากได้ที่ทุกคนยอมรับ แต่ตัวเองกลับบริโภคความสำเร็จนั้นได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นต้องชดใช้ชดเชยความสำเร็จนั้นด้วยการเจ็บป่วย ครอบครัวแตกแยก ความเครียด สังคมไม่ยอมรับ จิตใจที่ไม่ปกติ หรือบางคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ดังเช่นเรื่องราวของคนหลายคนในสังคมที่เป็นอุทาหรณ์ให้ได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเราเอง

ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตของเราเหมือนกับหนัง นิยายหรือชีวิตจริงของคนหลายคนจึงอยากจะแนะนำว่า คำว่า "ความสำเร็จในชีวิต" นั้นมิได้

หมายถึง ความร่ำรวย ความมีชื่อเสียง มีการศึกษาสูง มีหน้าที่การงานดี มีเกียรติยศชื่อเสียงในสังคมเท่านั้น แต่...ความสำเร็จในชีวิตนั้นหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเรา เช่น ความสำเร็จในการมีชีวิตอยู่ เพราะเรายังสามารถหายใจเข้าออกเป็นปกติ

ความสำเร็จในการกิน เพราะเรากินอาหารได้ทุกประเภทและยังรู้รสความ อร่อยอยู่

ความสำเร็จด้านธรรมะ เพราะเรายังคงคิดดี มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์อยู่

ความสำเร็จด้านสุขภาพ เพราะเรายังมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงอยู่

ความสำเร็จด้านความคิด เพราะเรายังสามารถคิดโน่นคิดนี่ได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จด้านการกระทำ เพราะเรายังสามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้อยู่

ความสำเร็จด้านครอบครัว เพราะเรายังมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่

ความสำเร็จด้านสังคม เพราะเรายังมีเพื่อนและมิตรที่ดีอยู่

ฯลฯ

การที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ประสบแต่ความสำเร็จ มีเทคนิคและหาวิธีการคิด ดังนี้

เริ่มตั้งเป้าหมายชีวิตจากเรื่องเล็กๆ

เพราะเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ มักจะมีโอกาสสำเร็จได้ง่ายกว่า เมื่อเรามีความสำเร็จเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกเมื่อเชื่อวัน เราก็จะมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น การตั้งเป้าหมายเรื่องเล็กๆ เปรียบเสมือนเรากำลังหาเช้ากินค่ำ เพราะจิตใจของเราได้บริโภคความสำเร็จทุกวัน

เลิกมองเป้าหมายสุดท้าย แต่หันมาตั้งเป้าหมายที่กิจกรรมที่จะต้องทำแทน

การตั้งเป้าหมายสุดท้ายบางครั้งอาจจะทำให้เราท้อแท้เสียก่อน โดยเฉพาะตอนที่เริ่มลงมือทำ เช่น เราตั้งเป้าหมายว่าจะวิ่งรอบสนามฟุตบอล 5 รอบ พอวิ่งไปได้สัก 50 เมตร เราก็รู้สึกว่าเหลืออีกตั้งไกล ให้ตั้งเป้าหมายเสียใหม่ว่าเราจะวิ่งทีละ 3 ก้าว สมาธิของเราก็จะถูกดึงมาที่การนับก้าว นับ 1, 2, 3 ไปเรื่อยๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความกังวลกับเป้าหมายสุดท้ายลงได้ และเรารู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จในการนับก้าวเพียง 3 ก้าวอยู่ตลอดเวลา และถ้ารับการประสบความสำเร็จในการนับก้าวเพียง 3 ก้าวตลอดระยะทางของการวิ่งรอบสนามฟุตบอล 5 รอบ รับรองได้ว่าเป้าหมายใหญ่หรือเป้าหมายสุดท้ายที่เราตั้งไว้ก็ประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ

ถ้าเราทำแล้วแต่ไม่ได้ผลดังที่คาดหวัง ก็ให้คิดว่าสำเร็จในการที่ได้ทำ ก็ให้คิดเสียว่าอย่างน้อยๆ เราก็มีความสำเร็จที่ได้ทำสิ่งนั้น ดีกว่าคนอีกหลายคนที่ยังไม่ทำในสิ่งที่เราได้ และที่สำคัญคือเราจะได้มีโอกาสไปทำสิ่งอื่นในชีวิตที่เรายังไม่ได้ทำอีกตั้งมากมาย หรือเราอาจจะคิดใหม่ว่าถ้าทำแล้วไม่ได้ผล แสดงว่าโอกาสแห่งความสำเร็จยังรอเราอยู่ ยิ่งเราทำแล้วไม่สำเร็จมากเท่าไร ก็แสดงให้เห็นว่าหนทางสู่ความสำเร็จก็จะมีมากขึ้น เหมือนคนเดินหลงทางมามากเท่าไร โอกาสที่จะไปถูกทางก็ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น เพราะโอกาสลองผิดเริ่มน้อยลงๆ ไปเรื่อยๆ

ถ้าผลที่ได้รับต่ำกว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ให้คิดว่าเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว

ขอให้คิดว่าถ้าเราบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ครั้งแรก เราจะได้ความสำเร็จเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และให้คิดว่าผลที่ได้ในครั้งแรกนั้นเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว คิดต่อไปอีกว่าเป้าหมายที่เหลืออยู่จะสร้างโอกาสให้เราประสบความสำเร็จได้อีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังทำแล้วยังไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้อีกก็ให้คิดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งไว้ครั้งแรกประสบความสำเร็จ การที่เราประสบความสำเร็จครั้งละน้อยๆ แต่หลายครั้ง ไม่แน่ว่าผลรวมของความสำเร็จหลายครั้งรวมกันอาจจะมีมากกว่าหรือดีกว่าความสำเร็จของคนที่ทำครั้งเดียวแล้วประสบความสำเร็จเลยก็ได้ ตัวอย่างเช่น สมจิตร จงจอหอ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกที่สะสมความสำเร็จในการไปชกมวยโอลิมปิกยาวนานถึง 12 ปี ผลพวงของความสำเร็จที่ละเล็กทีละน้อยที่สะสมไว้ได้ช่วยให้สมจิตรมีโอกาสได้เงินรางวัลมากกว่านักชกที่เคยได้เหรียญทองโอลิมปิกก่อนหน้านี้ มีชื่อเสียงมากกว่าและมีโอกาสใช้เงินไปนานกว่าคนที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้านี้ ไม่แน่ว่าถ้าสมจิตรได้เหรียญทองโอลิมปิกตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปชกโอลิมปิก ป่านนี้เขาอาจจะไม่มีเงินเหลืออยู่เลยก็ได้และอาจจะมีภูมิคุ้มกันชีวิตน้อยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ได้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงอาหารว่างทางสมองให้ท่านผู้อ่านนำไปคิดต่อ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็นำไปใช้ อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองก็อาจจะส่งข้อมูลนี้ต่อไปให้ผู้อื่น เพราะอาจจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตอื่นบ้างก็ได้ไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านทุกคนคงจะมีชีวิตที่ประสบแต่ความสำเร็จตลอดเวลาและตลอดไป นะครับ



ที่มา: //www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02hmc02280552&day=2009-05-28§ionid=0220




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 17:54:02 น.
Counter : 534 Pageviews.  

สำรวจตลาดเกิดใหม่เสี่ยงสุด ไทยติดอันดับ 5


สำรวจตลาดเกิดใหม่เสี่ยงสุด ไทยติดอันดับ 5


โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------------------------------------------

((( ไทยเราติดทุกเรื่องที่ไม่ดี แต่เรื่องดี ๆ ไม่ค่อยเห็นมีเลยแฮะ )))


-------------------------------------------------------------------

อีโคโนมิสต์สำรวจตลาดเกิดใหม่ 17 ประเทศ พบเศรษฐกิจไทยติดอันดับ 5 อ่อนไหวเสี่ยงต่อปัญหาสินเชื่อโลกตึงตัวมากสุด

ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาขาดสภาพคล่องทั่วโลก ยังคงแผ่กระจาย ค่อยๆ ซึมเข้าไปยังเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่หลายประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลาง ส่งผลค่าเงิน ราคาหุ้นในตลาด และตราสารหนี้ ล้วนได้รับผลกระทบผันผวนปั่นป่วนไปตามๆ กัน

บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างหวั่นเกรงและวิตกกันว่า จะมีตลาดเกิดใหม่อาจผิดนัดชำระหนี้ในต่างประเทศเพิ่มจำนวนมากขึ้น และวิกฤติหลายต่อหลายครั้งที่เกิดจากตลาดเกิดใหม่มีลักษณะการกระจายวงรุนแรง เมื่อนักลงทุนผละหนีจากตลาดหนึ่งไปหาตลาดอื่น

เช่นกรณีดูไบเป็นตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ประสบปัญหานี้อยู่ แต่ก่อนที่วิกฤติครั้งใหม่จะเกิดขึ้นมาอีกนั้น มีคำถามที่น่าสนใจตามมาว่า จากนี้ไปทั่วโลกจะสามารถตรวจสอบหาตลาดเกิดใหม่ที่ส่อเค้าผิดปกติ อ่อนไหวเปราะบางที่สุดต่อปัญหาสินเชื่อทั่วโลกตึงตัวได้อย่างไร?

จากข้อสงสัยและคำถามข้างต้น จึงเป็นที่มาของงานวิเคราะห์ชิ้นล่าสุดของ ดิ อีโคโนมิสต์ สื่อสิ่งพิมพ์ด้านเศรษฐกิจชั้นนำของอังกฤษ ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า "ทฤษฎีโดมิโน: ตลาดเกิดใหม่แห่งใดเป็นรายต่อไปที่อาจทำวิกฤติกระจายวง?" เพื่ออธิบายและหาคำตอบให้กับคำถามดังกล่าว

อีโคโนมิสต์ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ในอดีตพยายามหาคำตอบว่าประเทศเป็นตลาดเกิดใหม่แห่งใดเสี่ยงต่อการรับผลกระทบจากปัญหานอกประเทศ โดยพิจารณาแต่เรื่องสินทรัพย์กับหนี้สินของภาครัฐ และสัดส่วนของหนี้เทียบจีดีพีประเทศ จุดนี้อีโคโนมิสต์เห็นว่า การสำรวจหาแหล่งอ่อนไหวต่อการก่อความเสี่ยงมากที่สุดนั้น ไม่ควรวิเคราะห์ดูแต่ภาระหนี้หรือการกู้ยืมเงินของประเทศเท่านั้น แต่ควรดูจากภาระหนี้บริษัทและธนาคารในประเทศด้วย

เพราะเมื่อเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศเหือดแห้ง จะเป็นเรื่องยากมากขึ้นที่ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้จะรีไฟแนนซ์หนี้ครบกำหนดชำระ หรือระดมทุนกู้ยืมเงินก้อนใหม่จากต่างประเทศเข้ามาเสริมสภาพคล่อง
3 ดัชนีวัดความเสี่ยง

ทั้งนี้อีโคโนมิสต์ได้ใช้ข้อมูลพื้นฐานส่วนใหญ่จากเอชเอสบีซี ธนาคารชั้นนำของอังกฤษ มาปรับใช้เป็นดัชนีสำคัญวัดความเสี่ยง 3 ตัว เพื่อประเมินดูความเปราะบางของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ที่มีต่อปัญหาสินเชื่อทั่วโลกตึงตัว โดยดัชนีตัวแรกเป็นการคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้

เพราะการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างมากจำเป็นต้องหาหรือได้เงินทุนอุดหนุน แต่ตอนนี้ภาคธนาคารและพอร์ตเงินทุนที่เคยไหลเข้า กลับอยู่ในอาการขวัญเสียและหวาดผวา และแม้แต่เงินลงทุนโดยตรงหรือเอฟดีไอ ซึ่งเคยมองกันว่าผันผวนและอ่อนไหวน้อยกว่านั้น กลับปรับลดลงอย่างมากปีนี้

ประเทศเศรษฐกิจเล็กในยุโรปหลายประเทศ มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเทียบสัดส่วนจีดีพีปี 2551 เป็นตัวเลขสองหลัก แม้ว่าการถดถอยกินลึกจะช่วยลดตัวเลขขาดดุลนี้ไปได้บ้างก็ตาม และจากการเก็บข้อมูลมาประเมิน งานวิเคราะห์ชี้ว่าหลายประเทศที่นำมาจัดอันดับหาความเสี่ยง อย่างปากีสถาน, แอฟริกาใต้ และโปแลนด์ มีแนวโน้มว่าจะบริหารแบบขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเทียบจีดีพีที่ระดับ 8% หรือมากกว่าในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับหรือขนาดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยช่วงก่อนจะเกิดวิกฤติปี 2540

สำหรับดัชนีตัวที่สองใช้วัดความเสี่ยง เป็นหนี้ระยะสั้น มีกำหนดชำระคืนนาน 12 เดือน เทียบทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ แต่ละประเทศต้องชำระหรือคืนหนี้ต่างประเทศ หากระดมหาเงินทุนนอกประเทศ ประเทศนั้นๆ ต้องดึงทุนสำรองมาใช้จนเหลือน้อยลง

ดังนั้น หากหนี้ระยะสั้นเทียบทุนสำรองสูงเกิน 100% หมายถึงหนี้ที่มีอยู่นั้นมากเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยได้เช่นกัน อย่างกรณีเคยเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2540 ช่วงนั้นหนี้ระยะสั้นของไทยอยู่ที่ 130% ของทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศที่มีอยู่ขณะนั้น

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างตลาดเกิดใหม่ ที่อีโคโนมิสต์สำรวจล่าสุด ผลออกมาว่าลัตเวียและเอสโทเนียมีหนี้ระยะสั้นเทียบทุนสำรองอยู่สูงมาก คือมากกว่า 250% ขณะที่กลุ่มตลาดเกิดใหม่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า พบว่าหนี้ระยะสั้นเทียบทุนสำรองต่ำกว่า 100%

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของเอชเอสบีซีทำให้อีโคโนมิสต์คาดว่า หนี้ระยะสั้นของเกาหลีใต้จะสูงเกินและมากกว่าทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศที่กำลังร่อยหรอลงก่อนสิ้นปีนี้ ส่วนทุนสำรองของอินโดนีเซีย, แอฟริกาใต้และฮังการีดูเหมือนจะน้อย ด้านทุนสำรองของรัสเซียวูบหายไปกว่า 1 ใน 3 เมื่อธนาคารกลางรัสเซียพยายามพยุงค่าเงินรูเบิล แต่มูลค่าทุนสำรองปัจจุบันถือเป็นกันชนที่ทำให้รัสเซียสบายใจได้

ส่วนดัชนีตัวที่สาม คือ สัดส่วนสินเชื่อธนาคารเทียบเงินฝาก ประเมินดูความอ่อนไหวเปราะบางของระบบธนาคาร หากสัดส่วนอยู่ที่ระดับกว่า 1.0 เช่น รัสเซีย, บราซิล, เกาหลีใต้และฮังการี เป็นต้น หมายความว่าธนาคารพึ่งพาการกู้ยืมที่มักมีแหล่งทุนในต่างประเทศ เพื่อนำมาเป็นทุนอุดหนุนการปล่อยกู้ในประเทศ อาจทำให้ธุรกิจธนาคารหยุดชะงักได้ เพราะปัญหาสินเชื่อตึงตัวทั่วโลก

แอฟริกาใต้-ฮังการีเสี่ยงสุด

เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเปราะบางอ่อนไหวต่อปัญหาสินเชื่อตึงตัวทั่วโลก งานวิเคราะห์ได้ใช้ดัชนีชี้วัดทั้ง 3 ตัวข้างต้น ในการจัดอันดับตลาดเกิดใหม่ทั้ง 17 ประเทศรวมไทย พร้อมหาค่าเฉลี่ย โดยเชื่อว่าหากนำตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ทุกแห่งรวมถึงประเทศยุโรปตะวันออก อย่างลัตเวีย, ยูเครนและโรมาเนีย มาประเมินด้วย ทั้ง 3 ประเทศน่าจะติดอันดับต้นๆ ความเสี่ยงสูงสุด

ทั้งนี้จากผลการจัดอันดับความเสี่ยง อีโคโนมิสต์ยกให้แอฟริกาใต้และฮังการีดูแล้วเสี่ยงมากที่สุด และจีนเสี่ยงน้อยที่สุด สำหรับฮังการีประสบปัญหาและขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ไปแล้ว แต่แอฟริกาใต้ยังไม่ได้ร้องขอ

อีโคโนมิสต์ยังสรุปภาพรวมตลาดเกิดใหม่ในเอเชียโดยทั่วไปดูแล้วปลอดภัยมากที่สุด เพราะติดกลุ่มตลาดเกิดใหม่ได้คะแนนดีที่สุด และติดกลุ่ม 6 ตลาดมีความเสี่ยงน้อยสุด แต่ยกเว้นเกาหลีใต้ที่น่าเป็นห่วง เพราะหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศมีมาก ส่วนภาระหนี้ภาคธนาคารสูงเช่นกัน ทำให้เกาหลีใต้ดูมีความเสี่ยงเหมือนโปแลนด์ ส่วนเวียดนามแม้ไม่นำมาสำรวจหรือจัดอันดับครั้งนี้ พบว่ามีคะแนนประเมินจากดัชนีชี้วัดทั้งสามตัวอยู่ระดับสูง

ทุนสำรองลดก่อความเสี่ยง

ในช่วงท้าย งานวิเคราะห์ชี้ว่าคะแนนที่ให้จากการสำรวจ 17 ตลาดเกิดใหม่โดยภาพรวม เป็นการจัดอันดับเพื่อดูความเสี่ยงเท่านั้น แต่การจะประเมินความเสี่ยงแท้จริงของวิกฤตินั้น จะต้องประเมินความต้องการเงินทุนในต่างประเทศด้วย อธิบายได้ด้วยดุลบัญชีเดินสะพัดรวม และมูลหนี้ระยะสั้นระยะ 12 เดือนข้างหน้า

โจนาธาน แอนเดอร์สัน นักวิเคราะห์ของยูบีเอส คำนวณหาช่วงโหว่ ความไม่สมดุลระหว่างดุลบัญชีเดินสะพัดโดยรวมและมูลหนี้ระยะสั้นระยะ 12 เดือนข้างหน้า และทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศใน 45 ประเทศ พบข่าวดีว่ามีเพียง 16 ประเทศที่มีช่องโหว่ในการจัดหาเงินทุน ส่วนประเทศอื่นที่เหลือมีทุนสำรองมากกว่าและมากเกินพอ ที่จะชำระคืนหนี้ได้นานนับปี แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีเงินทุนไหลเข้าเลยก็ตาม

แอนเดอร์สันจากยูบีเอสย้ำว่า 16 ประเทศมีความเสี่ยงล้วนอยู่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ในจำนวนนี้รวมถึงตลาดเกิดใหม่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่นอกภูมิภาคด้วย คือแอฟริกาใต้และปากีสถานซึ่งขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟแล้ว ในทางตรงกันข้ามเกาหลีใต้กลับพบว่าไม่น่าจะมีช่องโหว่ที่ก่อปัญหาในการหาเงินทุน ซึ่งเป็นผลดีจากการปรับดุลบัญชีเดินสะพัดให้สามารถเกินดุลเล็กน้อย

อีโคโนมิสต์สรุปด้วยว่า จากทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศมีอยู่มากมายในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะช่วยให้ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้รอดพ้นจากภยันตราย แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างที่สุดนั้น กลับอยู่ที่ว่าหากปัญหาสภาพคล่องสินเชื่อตึงตัวทั่วโลกยังเกิดขึ้นนานและต่อเนื่อง ทุนสำรองของตลาดเกิดใหม่ทั้ง 17 ประเทศ ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะลดน้อยตามไปด้วย หมายถึงความเสี่ยงยังคงรอตลาดเกิดใหม่เหล่านี้อยู่


ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/research/20090305/21724/สำรวจตลาดเกิดใหม่เสี่ยงสุด-ไทยติดอันดับ-5.html




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 13:22:22 น.
Counter : 449 Pageviews.  

ลูกสาวสิงห์ ไม่ทิ้งธุรกิจ


ลูกสาวสิงห์ ไม่ทิ้งธุรกิจ



โดย : เปรมวดี พันธุ์จิรภาค

.........................................................................................

((( มาดูลูกสาวคนรวยดีกว่า ว่าเขาทำอะไรกัน?? )))

.........................................................................................


ตั๊น-จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทายาท 'บุญรอดบริวเวอรี่' ดันน้ำแร่อิมพอร์ต เจาะตลาดไฮเอนด์ เน้นสุขภาพ ยันการเมืองงานหลัก ธุรกิจครอบครัวยังเป็นรอง

ไม่ทิ้งลาย 'สิงห์' สาว ตั๊น-จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทายาทตระกูลดังแห่ง 'บุญรอดบริวเวอรี่' รับตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเหนื่อยไม่พอ อุตส่าห์ปลีกเวลามาหาประสบการณ์เสริมในตลาดเครื่องดื่ม ด้วยการดันไอเดียการอิมพอร์ต 'น้ำแร่ฟิจิ' ภายใต้ชื่อ บริษัท ซี.วี.เอส.ซินดิเคท จำกัด ในเครือ บุญรอด บริวเวอรี่ ของคุณพ่อ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี โดยจับตลาดลูกค้าระดับไฮโซที่ใส่ใจสุขภาพ

สาว 23 สายเลือดตระกูลธุรกิจบอกว่า ตลาดในเมืองไทยของน้ำดื่มแบรนด์นี้ต้องถือว่าเล็กมากๆ แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ทั้งต่างชาติ ดารา นักร้อง และแน่นอนว่ารวมถึงนักการเมือง โดยเหตุที่ราคาขายปลีกค่อนข้างสูง ขนาด 500 มล.ราคาจะอยู่ที่ขวดละ 45 บาท ขนาด 330 มล. ราคา 33 บาท ช่องทางจำหน่ายหลักจึงอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมอย่างวิลล่ามาร์เก็ต, ฟู้ดแลนด์ และโรงแรมระดับ 5 ดาว

หลายคนสงสัย เอาไงแน่ การเมืองก็ทำท่าเอาจริง ธุรกิจก็ดูเหมือนจะสนใจ

“งานหลักยังเป็นการเมืองคะ ธุรกิจเป็นงานที่มาช่วยดู คือต้องเข้าใจว่างานการเมืองเป็นอะไรที่ไม่ค่อยนิ่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกอย่างทางบ้านก็เป็นครอบครัวธุรกิจ ตั๊นผูกพันกับการทำธุรกิจอยู่แล้ว ก็ถือเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่เราได้มีโอกาสมาบริหารจัดการของเราเอง และอยากให้พ่อแม่เห็นว่าเราก็สามารถดูแลตัวเองได้” สาวสวยทายาท 'สิงห์' กล่าวทิ้งท้าย


ที่มา: //www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/society/20090527/45035/ลูกสาวสิงห์-ไม่ทิ้งธุรกิจ.html




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 15:58:14 น.
Counter : 352 Pageviews.  

ตื่นกันทั้งเมือง ปาฏิหาริย์ ลูกหลินฮุ่ยเกิดแล้ว!

ตื่นกันทั้งเมือง ปาฏิหาริย์ ลูกหลินฮุ่ยเกิดแล้ว!



เบ่งออกมาแบบไม่รู้ตัว แพนด้าสาวหลินฮุ่ย คลอดลูก ตัวเท่าลูกหนู ร่างกายแข็งแรง เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถึงกับอึ้ง แพนด้าหลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบลูกอย่างทะนุถนอมและดูจะหวงลูกเป็นพิเศษ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ...

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 พ.ค.) ว่า เมื่อเวลา 10.39 น.ขณะที่นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย ได้เข้าไปดูแลแพนด้าหลินฮุ่ยในบริเวณส่วนกักภายในตามปกติของทุกวัน และเห็นอาการของแพนด้าหลินฮุ่ยผิดปกติ มีอาการดิ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นภาพที่แทบจะทำให้ตกตะลึงทั้งห้อง เมื่อแพนด้าหลินฮุ่ย ได้เบ่งพรวดมีแพนด้าน้อยตัวเท่าลูกหนูออกมา ทุกคนถึงกับอึ้ง

จากนั้น แพนด้าหลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบลูกอย่างทะนุถนอมและดูจะหวงลูกเป็นพิเศษ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ และเห็นแพนด้าหลินฮุ่ยมีอาการรักลูกและหวงลูกมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบเพศได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเห็นชัดเจนแล้ว นายประเสริฐศักดิ์ จึงได้รีบรายงานด่วนให้นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์ และนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ทราบ โดยนายโสภณ ได้รีบเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อมาแถลงข่าวในเวลา 16.30 น.ที่สโมสรแพนด้าภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า เวลาที่ทำการผสมเทียมให้หลินฮุ่ยในวันที่ 18 ก.พ.52 เวลา 10.39 น. ซึ่งเวลาตรงกับที่แพนด้าหลินฮุ่ยเกิดในเวลา 10.39 น.เช่นแทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องปฏิหาริย์ แค่หลินฮุ่ยคลอดลูกออกมาก็แทบจะไม่เชื่อ เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังลุ้นว่าท้องไม่ท้อง แต่กลับเกิดลูกออกมาแบบไม่ต้องให้ลุ้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุด ทางตนได้แจ้งให้ทางประเทศจีนรีบส่งผู้เชี่ยวชาญด้านลูกแพนด้าเดินทางมาโดยด่วนแล้ว

ที่มา: //www.thairath.co.th/content/region/8845




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2552 18:22:13 น.
Counter : 322 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.