Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

ลูกตกเตียง

ลูกสาว (ตอนนี้ 1 ขวบ + เกือบ 1 เดือน)

เราเลี้ยงลูกเอง
เวลานอนก็ให้ลูกนอนกลาง - พ่อและแม่นอนคนละข้าง

ตอน 3 เดือน

เรานอน 3 คน พ่อ - แม่ - ลูก บนที่นอน 6 ฟุต (ที่นอนซ้อนกัน 2 อัน)


ปกติเราก็นอนแบบนี้มาตั้งแต่เขาเกิดแล้ว

พอกลางคืน เราทั้งพ่อและแม่จะตื่นมาป้อนนมให้เขาทุกคืน

มีอยู่คืนหนึ่ง ... พ่อ-แม่ กำลังหลับสบาย แต่ได้เวลาป้อนนม (ประมาณเที่ยงคืน)

เราต้องสะดุ้งตื่น เพราะลูกร้อง !!!


รีบใช้มือคลำหาลูก แต่ไม่เจอ ...ปรากฏว่า

ลูกพลิกไปตกเตียง

ลงไปนอนคว่ำอยู่ที่พื้นที่หัวเตียง (ไม่ได้ตั้งหัวเตียงชิดผนัง)


เราตกใจมาก เพราะพื้นบ้านเป็นพื้นปูน !!!


รีบลงไปอุ้มลูกขึ้นมา ...


ลูกก็ร้องไม่หยุด

ป้อนนมก็แล้ว ....... ต้องอุ้มเดินไป-มาในห้องเป็นชั่วโมง กว่าลูกจะหลับ (อาจจะเพราะร้องจนเหนื่อย)

กลัวลูกจะเป็นอะไร


พอตอนเช้า รีบพาไปหาหมอ .... หมอบอกว่า "ไม่เป็นอะไร"



ถัดจากนั้นมาประมาณ 1 เดือน

ลูกหงายหลังกระแทกพื้นอีก (พื้นปูน-ปูกระเบื้อง) ตอนประมาณ 2 ทุ่ม


ลูกร้องไม่หยุด ...

เราใจไม่ดีเลย

ตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลทันที

ถึงมือหมอ ... ลูกก็ยังร้องไห้แบบ สะอื้น เป็น ช่วง ๆ

หมอให้ X-Ray


ปรากฏว่า ... หมอบอกว่า "ไม่เป็นอะไร"


ทุกครั้งที่หมอบอกว่า "ไม่เป็นไร"

เราอยากจะพาลหาเรื่องหมอ (นิสัยแย่ ๆ จะออกมา ... แต่ก็ระงับไว้ได้ ... 555)

อยากบอกหมอว่า "ไม่เป็นไรได้ไง .... ก็ลูกผมยังร้องไห้ไม่หยุดเลยนะ หมอลองไปโดนเหมือนเด็กดูซิ จะได้รู้ว่าเป็นอะไรไหม"

(ใครจะพูดแรงกว่านี้ ก็คิดในใจเองแล้วกันนะ)




ทุกวันนี้ ลูกเดินได้แล้ว (ซุกซนมากด้วย)

ป่วนไปทั่วบ้าน ....


แต่เรายังห่วง + กังวลเรื่องลูกมาก

แบบว่า กลัวจะล้ม กลัวโน่นกลัวนี่ แล้วได้รับอันตราย ฯลฯ

บางที ลูกก็คงรำคาญ เพราะลูกจะเดินไปจับนั่น ไปจับนี่ เราจับลูกไว้ หรืออุ้มเขาขึ้นมา

เขาก็พยายามดิ้นจะไปให้ได้ .....


เฮ้อ ... นี่แหละ คือ ความห่วงใยของพ่อ ลูกจะรู้ไหมเนี่ย ??


((( รู้แล้วล่ะ ว่าเมื่อก่อนพ่อแม่เราก็คงรักเรา ไม่ต่างจากที่เรารักลูก ))





























 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 12:47:35 น.
Counter : 1349 Pageviews.  

หากไม่มีแม่ จะไม่มีฉัน และไม่มีบทความนี้ ... ((( เรียงความวันแม่ )))

หากไม่มีแม่ จะไม่มีฉัน และไม่มีบทความนี้

เรียงความวันแม่
โดย Byonya


ฉันได้เคยอ่าน เคยฟังเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ หรือเรื่องราวที่เป็นสุดยอด หรือเป็นหนึ่งเดียวในโลกมาแล้วมากมาย หลายสิ่งหลายอย่างได้รับการบันทึกและยกย่องเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่ไม่เคยมีเรื่องใด หรือสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่และสำคัญเกินกว่า “แม่” ของฉันเลย

ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยจดจำว่าฉันใช้เงินแม่ (และพ่อ) ไปแล้วเท่าไร? ฉันรู้เพียงว่า เมื่อฉันอยากได้อะไร .. ฉันก็เอ่ยปากขอแม่ ฉันจะได้สิ่งนั้น ...แม้ว่า แม่อาจจะเคยบ่น อาจจะเคยว่ากล่าว ตักเตือนฉัน แต่ท่านไม่เคยปฏิเสธในสิ่งที่ฉันร้องขอ ฉันไม่รู้ว่า แม่ของฉันลำบากแค่ไหนในการเลี้ยงฉันตั้งแต่แรกเกิด จนถึง ณ วันนี้ ท่านไม่เคยบอกว่าท่านลำบากแค่ไหน ท่านส่งฉันเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ดีที่สุดของจังหวัด ค่าเทอม – ค่าใช้จ่ายอื่นๆ มากกว่าโรงเรียนของรัฐหลายเท่า ... แต่ท่านไม่เคยบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวฉัน ฉันเคยหนีเรียนไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ และถูกครูฝ่ายปกครองจับได้ ... แม่ก็มารับฉันกลับบ้าน โดยไม่ปริปากด่าว่าแต่อย่างใด ฉันเคยโกหกแม่ ว่าทางโรงเรียนให้ซื้ออุปกรณ์การเรียน ราคาแพง เพื่อขอเงินแม่ หากแต่ฉันมินำเงินนั้นไปใช้ซื้ออุปกรณ์การเรียนทั้งหมด ฉันนำเงินส่วนใหญ่ไปเที่ยวกับเพื่อน จนถึงวันนี้ ฉันยังไม่ได้สารภาพผิดกับแม่เลยว่า ฉันโกหกแม่อะไรไปบ้าง เพราะเรื่องบางเรื่อง ฉันก็ลืมไปแล้ว และแม่ก็คงลืมไปแล้วเช่นกัน

วันที่ ฉันสำเร็จการศึกษา แม่ (และพ่อ) เข้ามากอดฉัน 2 มือที่หยาบกร้าน ลูบบนศรีษะของฉันเบา ๆ ฉันเห็นน้ำตาใส ๆ พรั่งพรูออกดวงตาของแม่ แม้ว่าแม่ไม่ได้พูดอะไร ฉันคาดเดาได้ว่า นั่นคือ “น้ำตาแห่งความปราบปลื้ม” แม่ปลาบปลื้มในความสำเร็จของฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่า ฉันไม่เคยทำสิ่งดี ๆ ให้สมกับสิ่งที่แม่ให้แก่ฉันเลย

แม่เลี้ยงฉันมาด้วยน้ำนม ... แต่หลายครั้งที่ฉันต้องจมอยู่กับน้ำเมา ทำให้แม่ต้องเสียน้ำตา

แม่ แม่คอยเช็ดอุจจาระ, ปัสสาวะ เลี้ยงดูฉันตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ด้วยความยากลำบาก ... แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่า จะทำเพื่อแม่ได้ครึ่งหนึ่งที่แม่ทำหรือไม่?

แม่ทนพูด ซ้ำ ๆ สอนฉันเป็นแรมปี กว่าฉันจะพูดได้ ... แต่หลายครั้งที่ฉันทนรอพูดดี ๆ กับแม่เพียงเสี้ยวนาทีไม่ได้

แม่ทุ่มเทให้ฉันด้วยหัวใจ ... แต่หลายครั้งที่ฉันทำให้แม่ต้องหัวเสีย

แม่ต้องทำงานทุกอย่าง จนสองมือหยาบกร้าน ... แต่หลายครั้ง ฉันกลับแสดงพฤติกรรมที่หยาบกระด้าง

แม่ต้องทำงานแลกเงินด้วยแรงกาย แรงใจ และหยาดเหงื่อ ... แต่หลายครั้งที่ฉันใช้เงินของแม่จำนวนมากไปกับน้ำหอมเพียงไม่กี่หยด

แม่ต้องอดออมยอมกินข้าวเหนียวปั้นจื้มเกลือ หลายมื้อ และหลายครั้งที่อดมื้อ กินมื้อ กว่าจะได้เงินก้อนนั้นให้ฉันเรียนหนังสือ… แต่หลายครั้งที่ฉันนำเงินของแม่ไปเลี้ยงเพื่อนในมื้อเดียว

ฉันได้รับทุกสิ่งทุกอย่างจากแม่ โดยที่ฉันไม่เคยนึกถึงความยากลำบากของแม่เลย
แม่ให้ชีวิตแก่ฉัน ... แม่ให้ทุกอย่างให้ฉัน ... แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่า จะทดแทนคุณของแม่นี้อย่างไร? ...

วันนี้ ฉันรู้แล้วว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน ไม่ใช่ใคร ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ และสิ่งอื่นใด แต่สิ่งนั้น คือ “แม่” ของฉันเอง ... หากไม่มีแม่ ... จะไม่มีฉัน ... และไม่มีบทความนี้


หมายเหตุ:
1. ฉันเขียนเรียงความไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรก ฉันส่งเข้าประกวดเรียงความ ชิงรางวัล จึงยังไม่นำเข้ามา Post ให้ทุกคนอ่าน ส่วนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ฉันคัดออก (ไม่ได้ส่งประกวด) จึงนำมา Post ให้ทุกคนอ่านครับ
2. ฉันจะนำบทความเรื่องที่ส่งเข้าประกวดมาให้ทุกคนอ่าน หลังจากประกาศผลการแข่งขันแล้ว (คาดว่าจะเป็นหลังจากวันแม่ไปแล้ว)
3. ขอให้รักแม่และพ่อให้มาก ๆ นะครับ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552    
Last Update : 8 สิงหาคม 2552 10:49:25 น.
Counter : 494 Pageviews.  


Valentine's Month


 
byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.