Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 
"โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!


"โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!




หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ประสงค์อยากจะขายรถเก่า ไม่ว่าจะขายให้กับ "เต้นท์รถ" หรือบุคคลทั่วไป หรือท่านประสงค์อยากจะซื้อรถเก่าก็ตาม ถ้าท่านเป็นมือใหม่ในการซื้อ-ขายรถ คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือการ "โอนลอย" ดีหรือไม่??!!



ท่านที่มีความชำนาญ หรือมีประสบการณ์ในการขายรถมาแล้ว อาจจะเห็นว่าคำถามเรื่องการ "โอนลอย" ไม่เห็นที่จะต้องเป็นประเด็นใหญ่โต แต่ไม่น่าเชื่อว่า จากการเปิดข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์กระดานสนทนาชื่อดังอย่าง "พันธุ์ทิพย์" เว็บไซต์กฎหมาย หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการซื้อขายรถมือสอง ทุกอันจะมีคำถามเรื่องการ "โอนลอย" อยู่เต็มไปหมด



หลายคนมักจะเกิดคำถามเช่นว่า "โอนลอย" เป็นอย่างไร? ดีหรือไม่? จะทำอย่างไร? จะมีผลอะไรตามมาหรือเปล่ากรณีที่เจ้าของรถใหม่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อ แล้วไปก่ออุบัติเหตุ หรือแม้แต่เหตุอาชญากรรม? หรือ รถที่เราซื้อมาไปมีปัญหาอะไรมาก่อนหน้านี้หรือไม่? ต่างๆ นานาล้วนเป็นคำถามที่พัวพันกับการ "โอนลอย"



จึงอยากจะถือโอกาสรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับการโอนลอย ให้ผู้ที่สนใจจะดำเนินการธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องรถได้รับทราบกัน ทั้งในแง่ของวิธีการปฏิบัติ และในแง่กฎหมาย เพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล



อย่างเว็บไซต์ //www.meechaithailand.com เว็บไซต์ "เกจิ" กฎหมายมือฉมังของเมืองไทย โดย "มีชัย ฤชุพันธุ์" มีผู้ถามเรื่องนี้ถึง 2 รายด้วยกัน โดยรายแรก ถามว่า ...



"1.การซื้อขายได้ทำสัญญาสัญญาจะซื้อจะขายและได้มีการชำระเงินส่งมอบและตรวจสภาพรถแล้ว ถือว่า กรรมสิทธิ์เป็นของใครเพราะยังไม่มีการโอนเล่มทะเบียน

2.ถ้าสมมุติว่า ผู้ซื้อทราบภายหลังว่ารถยนต์มีการชนมา ก่อนหน้าที่ข้าพเจ้าซื้อต่อมือที่1 โดยที่ข้าพเจ้าไม่ทราบ จะต้องรับผิดชอบรับคืนรถหรือไม่

3.หากในการตรวจสภาพรถยนต์ใช้ได้ปกติแต่ถ้าคนซื้อขับออกไป 1-2 วันแล้วมีปัญหา ข้าพเจ้าจะต้องรับผิดชอบหรือไม่

4.หากผู้ซื้อมิได้ไปทำการโอนเป็นชื่อของตนเอง และหากรถเกิดคดีความทางเพ่งและอาญา ข้าพเจ้าจะมีส่วนหรือไม่ จะอ้างหลักฐานการซื้อขายได้หรือไม่"

สำหรับคำตอบนั้น อ.มีชัย ระบุว่า ...
"1. เป็นของคนซื้อ เพราะสัญญาซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทะเบียนรถไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ ถึงยังไม่เปลี่ยนแปลงทะเบียนก็โอนกันได้

2. ถ้าคุณไม่ได้ให้คำรับรองแก่เขาว่ารถไม่เคยถูกชน และเขารู้อยู่แล้วว่าคุณเองก็เป็นมือที่ 2 คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบ

3. เหมือน ข้อ 2

4. อ้างได้"



ขณะที่รายที่สองถามว่า ...



"ผมและภรรยาอยู่กินกันถูกต้องตามกฎหมายโดยการจดทะเบียนสมรส และในระหว่างที่อยู่กินกันนั้นผมได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์ไว้กับไฟแนนซ์แห่งหนึ่งโดยในสัญญาเช่าซื้อนั้นผมเป็นผู้เช่าซื้อ แต่ปัจจุบันผมและภรรยาต้องการที่จะหย่าร้างกัน โดยตกลงกันว่ารถยนต์คันดังกล่าวผมจะโอนลอยเป็นชื่อเค้า

ผมจึงต้องการเรียนถามอาจารย์ ดังนี้
1. การโอนลอยรถยนต์ในขณะที่ยังผ่อนชำระไม่หมดทำได้หรือไม่ครับ

2. ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวผมต้องเป็นคนรับผิดชอบใช่หรือไม่ครับ

3. ผมสามารถทำหนังสือสัญญาอะไรได้บ้างครับเพื่อเป็นการยืนยันและป้องการหากเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวแล้วจะไม่เดือดร้อนถึงผม



คำตอบของ อ.มีชัย ระบุว่า ...
"1. ได้
2. ใช่
3 ถ้าอยากทำ ก็ทำหนังสือง่ายๆ ว่าภรรยาได้รับรถจากการโอนลอยไปแล้ว และลงชื่อภรรยา"




นอกจากนี้ ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยยกตัวอย่างผู้ขายรายหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีการโอนลอยในการซื้อขายรถ ปรากฎว่าจู่ๆ ก็มีจดหมายจากบริษัทประกันแห่งหนึ่ง แจ้งว่าให้ชำระค่าเสียหายจำนวน 12,000 บาท เหตุเพราะถูกรถของผู้ขายรายนี้ชนแล้วหลบหนี ซึ่งเป็นรถคันเก่าที่เคยขายไปให้กับเต้นท์รถเจ้าหนึ่งนานแล้ว โดยใช้วิธีการ "โอนลอย" พร้อมกับมอบหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ทางเต้นท์ไปจัดการเรื่องทะเบียน



ทำให้ผู้ขายรายนี้ เกิดข้อข้องใจว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อไม่ใช่ผู้กระทำความผิดเลยแม้แต่น้อย



ทางศูนย์ฯ จึงแนะนำไปว่า ให้ทำหนังสือถึงบริษัทประกันภัย เพื่อบอกกล่าวว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถ พร้อมส่งหลักฐานการขายและส่งมอบรถแนบไปด้วย ทั้งนี้ ในทางกฎหมายการซื้อขายรถยนต์โดยการ"โอนลอย" กรรมสิทธิในรถยนต์ก็เป็นของผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงชื่อผู้เป็นเจ้าของในทางทะเบียน



ปัจจุบันในการซื้อขายรถยนต์กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ มักจะใช้วิธีการ "โอนลอย" คือให้ผู้ที่นำรถมาขายเซ็นหนังสือในหลักฐานต่างๆ ไว้ในลักษณะที่พร้อมจะเปลี่ยนชื่อในทางทะเบียนให้กับใครก็ได้ที่มาซื้อรถยนต์กับทางเต้นท์ ทั้งที่โดยปกติผู้ประกอบการจะต้องรับโอนรถมาเป็นชื่อของตัวเองก่อน เมื่อมีคนมาซื้อแล้วจึงค่อยโอนทะเบียนให้กับผู้ซื้อรายใหม่ต่อไป



การที่เต้นท์รถส่วนใหญ่ซื้อขายรถยนต์ด้วยการโอนลอย เพราะไม่อยากรับภาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ซึ่งจะต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย จึงผลักภาระนี้มาให้กับผู้บริโภค ดังนั้น ไม่ว่าในกรณีใดก็แล้วแต่ หากยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของในทางทะเบียน โอกาสที่จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิด กฎหมายก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้มีชื่อในทางทะเบียนเป็นผู้ที่ขับรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อบุคคลอื่น



แต่หากถามว่าถึงที่สุดแล้วผู้ขายรถจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายหรือไม่นั้น คำตอบคือ "ไม่" เพราะในข้อเท็จจริงไม่ใช่ผู้ขับรถยนต์ ไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย



หากผู้บริโภคท่านใดเจอปัญหาในลักษณะนี้ สิ่งที่ต้องทำก็คือ แจ้งให้คู่กรณีทราบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ท่านมิได้เป็นผู้ครอบครองหรือใช้รถยนต์คันดังกล่าว โดยให้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อขายประกอบไปด้วย เพื่อจะได้หาตัวผู้ต้องรับผิดชอบต่อไป



การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้คือ เมื่อซื้อขายรถยนต์ผู้บริโภคควรจะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครอบครองรถในทางทะเบียนให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะขายรถให้กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ หรือใครก็ตาม แม้ว่าวิธีนี้ท่านอาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการโอน เพราะเต้นท์รถคงผลักภาระในการโอนนี้มาให้กับผู้บริโภคแน่ๆ แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ที่ไม่ต้องมาผจญกับปัญหาคดีอาญาแบบไม่รู้ตัว

(ติดตามอ่านได้จาก //old.consumerthai.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=183&Itemid=59)



ขณะที่ เว็บไซต์ชื่อดังด้านการซื้อขายรถยนต์มือสอง usedcar.thaispeedercar.com ได้ให้ข้อมูลอย่างสมบูรณ์ เรื่องการเตรียมตัวในการซื้อขายรถ กรณีที่จะกระทำการ "โอนลอย" ไว้ว่า ...



"การโอนลอย" ตามความหมายของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า "คือการที่เจ้าของรถได้ขายรถของตนแล้ว และทำการลงนามในเอกสารการโอนรถ และใบมอบอำนาจให้แก่ผู้ซื้อ โดยมิได้มีการดำเนินการทางทะเบียนที่สำนักงานขนส่งฯ"



สำหรับเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ในการโอนรถนั้น ประกอบไปด้วย


1.สมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ โดยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องดังต่อไปนี้

1.1 เลขทะเบียนรถ จะต้องตรงกับป้ายทะเบียนรถยนต์ (ของแท้ต้องมีคำว่า "ขส.") ป้ายทะเบียน และพ.ร.บ.

1.2 ปีที่จดทะเบียน

1.3 สี, หมายเลขเครื่อง, หมายเลขตัวถัง, ต้องตรงกับตัวถังรถยนต์และหมายเลขเครื่องยนต์ที่ติดอยู่กับตัวรถ
1.4 ชื่อเจ้าของรถ ต้องตรวจดูชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์, เลขที่บัตร, ที่อยู่ ให้ตรงกับบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

1.5 รายการเสียภาษี หน้า 16-17 ตรวจดูว่ามีการเสียภาษีครบทุกปีหรือไม่ ไม่ขาดต่อทะเบียน หรือแจ้งจอด ยกเลิกการใช้งาน

1.6 รายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ หน้า 18-19 ตรวจดูว่ามีรายการบันทึกในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลรถอย่างไร เช่น การแจ้งย้าย แจ้งเปลี่ยนสี เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง หรือขอใช้ทะเบียนบ้านในเขตไหน ต้องมีรายการบันทึกครบถ้วน

1.7 ลายมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ต้องเซ็นให้ถูกต้องชัดเจน ตรงกับลายเซ็นในหนังสือต่างๆ



2.หนังสือสัญญาซื้อ-ขายรถ
เป็นหนังสือสัญญานิติกรรม ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันต้องกรอกทุกรายละเอียด เช่น วันที่, รายละเอียดผู้ขาย, รายละเอียดผู้ซื้อ, ราคาซื้อขาย, กำหนดการมัดจำและรับรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการโอนว่าผู้ใดเป็นผู้ออกค่าโอน, ลงชื่อผู้ซื้อผู้ขายและพยาน, ระบุวันเวลาที่ขาย และที่ได้รับรถไปแล้ว,



หนังสือตัวนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างสูง ต้องถือไว้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ใช้แสดงประกอบการโอน มีผลทางกฎหมาย กรณีที่ผู้ซื้อนำรถไปเกิดอุบัติเหตุ หรือใช้รถในการกระทำความผิดกฎหมาย หรือผู้ขายอาจนำไปแจ้งรถหายหรือนำเอกสารไปทำอย่างอื่น ต้องมีการตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย



3.แบบคำขอโอนและรับโอน
เป็นหนังสือของทางกรมขนส่งทางบก ต้องใช้เมื่อต้องยื่นประกอบเอกสารการโอนรถยนต์ ต้องระบุวันที่ ชื่อรายละเอียดผู้โอน ผู้รับโอน เลขทะเบียน รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่โอน ราคาซื้อขาย และต้องลงรายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน ที่ระบุไว้ครบทุกช่อง



4.สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ขาย
จะต้องไม่หมดอายุ บัตรประชาชนต้องตรงกับทะเบียนบ้าน มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง หรือกำหนดไว้ว่าใช้ในการโอนรถ, แจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, เปลี่ยนเครื่อง, และหากมีการแจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, หมายเลขเครื่อง, หรืออื่นๆ ต้องเพิ่มจำนวนสำเนาไว้อีกอย่างละชุด



5.หนังสือมอบอำนาจ
เป็นหนังสือที่มอบหมายการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับทะเบียนรถ ซึ่งเจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการเองได้ ต้องมีรายละเอียดดังนี้ วันที่, ชื่อผู้มอบและรับมอบ, ระบุรายการที่ผู้มอบอำนาจทำการแทน และลงลายมือชื่อให้ถูกต้องทั้งชื่อผู้มอบ, ชื่อผู้รับมอบ, พยาน และปิดอาการแสตมป์



6.หนังสืออื่นๆ เกี่ยวกับผู้ขาย
เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อและนามสกุล หนังสือหย่า, ใบมอบมรดก หรืออื่นๆ ที่ต้องใช้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเอกสารสำคัญทางราชการ ในกรณีที่เป็นรถบริษัทไฟแนนซ์, ประกันภัย, หรือมอบมรดก ต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือรับรองบริษัท, ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสียภาษี, และอื่นๆ ที่ใช้ต้องตรวจดูรายชื่อ ให้ถูกต้องและครบถ้วน



7.หนังสือยินยอม
ในกรณีที่ขอใช้ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดเดิมในทะเบียนรถ ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ทางเจ้าของรถเดิมเซ็นยินยอมขอใช้รถในทะเบียนบ้านเดิมหรือหาเจ้าบ้านที่มีชื่อ ที่อยู่ในเขตที่ต้องการขอใช้ทะเบียนรถและเซ็นลายมือชื่อ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนอีกชุดหนึ่ง



8.ใบเสร็จต่างๆ เช่น ใบเสร็จซื้อเครื่องยนต์ในกรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง ใบเสร็จค่าเปลี่ยนสีรถยนต์ที่ถูกต้องมีใบรับรองเสียภาษี หรือใบวิศวกรรองรับการดัดแปลงรถยนต์ใช้กับรถที่ยังไม่ได้แจ้งการดัดแปลง เช่น ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรค การเปลี่ยนหลังคา หรือการซ่อมจากอู่ที่ต้องมีการตัดต่อ หรืออะไหล่ตัวถังรถ

(ติดตามอ่านได้จาก //usedcar.thaispeedcar.com/document/sara3.htm)



นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกของผู้อ่านกรณีที่จะดำเนินธุรกรรมด้านการซื้อ-ขายรถยนต์ ยังมีเว็บไซต์ที่กรมการขนส่งทางบก ได้รวบรวมเอกสารไว้สำหรับดาวน์โหลดเพื่อใช้ในการยื่นต่อกรมฯ ได้แก่ //www.dlt.go.th/eform/index.php



หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้พอจะเป็นประโยชน์ได้บ้างสำหรับผู้ที่จะซื้อ-ขายรถยนต์ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาหลังจากดำเนินการต่างๆ แล้ว



ที่มา: มติชน


//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1240368675&grpid=05&catid=02


Create Date : 23 เมษายน 2552
Last Update : 29 เมษายน 2552 8:20:52 น. 11 comments
Counter : 14894 Pageviews.

 


ขอบคุณที่แวะไปอวยพรวันเกิดครับ
ขอพรนั้นจงมีแก่คุณเช่นกันครับ


โดย: Dr.Laksi99 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:22:52:05 น.  

 
ขอกราบเรียนถามอาจารย์ เรื่องมันซับซ้อน
1. หลานได้เซ็นค้ำประกันซื้อรถกับลูกพี่ลูกน้อง (นาย ก.) แต่เมื่อไปทำสัญญาซื้อขาย กลับเป็นชื่อคนซื้ออีกคนหนึ่ง (นาย ข.เพื่อนน้อง) ทั้งนี้คนส่งเงินเป็นคู่เกย์ของ นาย ก. (นาย ค.)
2. หลานได้ลงชื่อแล้ว แต่ยังไม่ได้เอารถออก ได้โทรฯ ไปที่สถาบันกู้เงิน สนง.ใหญ่ แต่ทาง สนง.บอกว่าไม่สามารถระงับได้เนื่องจากอนุมัติไปแล้ว
3. หลานได้เชิญ นาย ค.มาเพื่อทำสัญญาประนีประนอมโดยให้ นาย ค.สัญญาว่าจะนำส่งเงินแทนนาย ข.ตามเวลา

บัดนี้ทั้งสามคนเกิดการทะเลาะกัน และไม่มีใครรับผิดชอบส่งเงินค่ารถ (งวดแรก) หลานตั้งใจจะทำสัญญาซื้อขาย กับ นาย ข. และให้ นาย ข.โอนลอยรถดังกล่าวให้หลาน จะมีผลทางกฎหมายอย่างใดหรือไม่ เพราะสมุดคู่มืออยู่ที่บริษัท


โดย: ปาริชาด IP: 119.42.96.166 วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:11:42:33 น.  

 
ถ้าเราโอนลอยไปให้ผู้ซื้อแต่เรายังจัดไฟร์แนนกับธนาคารอยู่จัดทำเอกสารตกลงซื้อขายโอนลอยโดยที่ไม่ได้แจ้งให้ธนาคารทราบก่อนแล้วปัญหาที่ตามมาคือคนซื้อที่ทำสัญญาโอนลอยกับเรานำรถไปขายแล้วรถสูญหายแบบนี้เราจะแจ้งความได้ไหมแล้วใครเป็นคนผิดเราจะโดนฟ้องจากธนาคารหรือไม่ จะตามหารถได้ไหม มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรบ้างค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: simple_simple182@hotmail.com IP: 203.144.144.164 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:00:59 น.  

 
หวัดดีครับ

ผมอยากถามว่า
1. ตอนนี้ผมอยากได้รถที่ไปประมูลเอาแต่ผมอายุ 18 ปี ผมสามารถเข้าประมูลรถได้ไหม
2. แล้วถ้าสามารถเข้าประมูลได้ผมอยากจดทะเบียนรถให้เป็นชื่อผมอ่ะจะทำได้ไหม ผมเห็นในเว็บบอกว่าไม่สามารถจดเป็นชื่อเราได้ต้องอายุ 20 ปี ก่อนจึงจะทำได้
3. ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ 2 ข้อนี้อีกอ่ะคับ
รบกวนด้วยครับ
ช่วยส่งให้ทางเมล์ด้วยคับ
sompong2536@windowslive.com


โดย: servercia IP: 192.168.2.26, 202.143.165.37 วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:9:41:23 น.  

 
ผมได้ขายรถที่ซื่อโอนลอยมาให้ผมและได้ขายไปแล้วผมจะผิดอะไรไหมครับ


โดย: ไก่ IP: 110.49.193.219 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:10:43:53 น.  

 
รบกวนถามค่ะ
ดิฉันขายรถยนต์โดยมอบอำนาจให้ญาติกระทำการแทนดิฉัน ซึ่งเป็นการโอนลอยไปให้กับผู้ซื้อ ซึ่งทางผู้ซื้อแจ้งว่าจะดำเนินการโอนรถให้ไม่เกินสองวันนับจากวันที่ซื้อ ได้ทำการซื้อขายไปเมื่อ 12ตุลาคม 53 ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 2 พย.53 ดิฉันได้ทำการเช็คกับทางขนส่งปรากฏว่ารถยังเป็นชื่อดิฉันอยู่ ดิฉันเกรงว่าทางผู้ซื้อจะนำรถไปกระทำการที่ไม่ดี ดิฉันจึงโทร.ถามไปยังผู้ซื้อว่ารถยังไม่ได้ทำการโอนชื่อ แต่ดิฉันไม่มั่นใจว่าเขาจะโอน จึงอยากเรียนถามว่าในกรณีนี้ดิฉันสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อแสดงว่าถ้ามีการนำรถไปใช้งานผิดกฏหมาย จะไม่เกี่ยวข้องกับตัวดิฉัน...ทางขนส่งแจ้งว่าให้ดิฉันไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้..แต่ตำรวจไม่รับเรื่องลงบันทึก และบอกว่าต้องรอให้เกิดคดีความก่อน...ดิฉันเห็นว่าแม้แต่ตำรวจก็พึ่งไม่ได้ ดิฉันควรทำอย่างไรต่อไปค่ะ


โดย: นภัสสร IP: 119.234.152.141 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:50:50 น.  

 
ดิฉันได้ขายรถ จยย.ไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วโดยมีการโอนลอยณ.วันที่ 4 พ.ย. 53 บ.ประกันภัยได้ส่งหนังสือแจ้งว่ารถคันดังกล่าวได้ขับไปเฉี่ยวชนที่ จ.ปัตตานี โดยดิฉันอยู่ที่หาดใหญ่ และมีค่าใช้จ่ายกับบริษัทประกัน 48,000 บาท โดยเรียกเก็บเงินกับดิฉัน ณ.ตอนนี้เอกสารเกี่ยวกับการซื้อ-ขายทั้งของดิฉันและบริษัทที่รับซื้อรถมือสองไปโดนน้ำท่วมหาดใหญ่จมเสียหายหมด ดิฉันต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหรือไม่ ช่วยให้คำปรึกษาด้วยนะคะ


โดย: สุภาพร สิงห์ทอง IP: 223.207.182.109 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:37:49 น.  

 
ดิฉันใช้ชื่อตัวเองวางดาวส์ซื้อรถ พี่สาวผ่อน แต่มีปัญหาที่เขาผ่อนบ้างไม่ผ่อนบ้าง เราจึงต้องการให้เขาเคลียร์เป็นชื่อเขาไปหรือเอารถคืนไฟแน้นท์แล้วเคลียร์ส่วนต่าง เขาไม่ทำแถมยังไม่ติดต่อไม่เคลยร์ และเอารถไปใช้งานที่จังหวัดอื่นโดยที่เราตามไม่ได้

กรณีแบบนี้ควรทำอย่างไรดีเพราะเกรงว่าเขาไม่ส่งแล้วปล่อยให้โดนยึด ซึ่งทราบว่าเขากำลังจะออกรถป้ายแดง


โดย: สมศรื IP: 115.87.96.149 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:10:35:00 น.  

 
ช่วยผมด้วย.. คือผมซื้อรถยนต์มาคันหนึ่ง เจ้าของเดิมแจ้งเล่มทะเบียนหาย แล้วออกเล่มทะเบียนใหม่ (แทนฉบับเดิมที่สูณหาย) จากนั้นนำรถกับเล่มทะเบียนมาขายให้ผม ผมก็ไปดำเนินการโอนที่ขนส่งเป็นชื่อผม เสร็จแล้ว อยู่มาประมาณ1ปี บ.ไฟแนนช์ มาแจ้งอายัดรถของผม บอกว่ารถคันนี้เล่มทะเบียนเดิมอยู่ที่ไฟแนนซ์ เจ้าของเดิมได้ ทำสัญญาซื้อขายโดยผ่อนชำระเป็นงวดๆ กับ บ.ไว้ (แต่ทำไมชื้อยังเป็นเจ้าของเดิม) ถึงสามารถทำเล่มทะเบียนใหม่มาได้ บ.บอกผมให้นำเงินมาจ่ายค่างวดที่ค้างของเจ้าของเดิมถึงจะถอนอายัดเล่มทะเบียน คือผมจะขายรถคันนี้แต่โอนไม่ได้ เพราะติดอายัด


โดย: สถาพร IP: 124.120.235.16 วันที่: 20 มกราคม 2556 เวลา:14:30:17 น.  

 
ถามว่า กรณีท เราจะโอนรถมอเตอร์ไซร์ค่าโอน เท่าไหร่ค่ะ และหนูมีเรื่องถามอีก ทางร้านแจ้งว่าหนู ค้าง งวดเค้า 1 งวดพร้อม ดอกเบี้ยรวม เป็น 3548หนู งง มากทั้งที่จริงหส่งหมดค่ะ


โดย: บัวขาว ปัญญา IP: 27.55.139.97 วันที่: 28 เมษายน 2556 เวลา:12:58:51 น.  

 
รบกวนถามค่ะ คือดิฉันผ่อนรถยังไม่หมดแล้วขายต่อโดยการโอนลอย แต่ผู้ที่ซื้อต่อ ได้นำรถไปจำนำ แถมติดค่าผ่อนรถ ไม่ทราบว่าเราควรทำอย่างไร ดิฉันกลัวว่ารถจะหาย เพราะเขาไม่มีเงินไปไถ่คืน แล้ว บริษัทที่เราผ่อนรถ เขาจะตามมาทวงค่ารถหรือยึดรถที่เรา แล้วเราจะมีความผิดไหมคะที่ขายรถที่ผ่อนไม่หมดไป รบกวนตอบด้วยนะคะ ดิฉันเดือดร้อนจริงๆ


โดย: nu nok naja IP: 49.229.71.202 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:24:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.