zealichi blog's นานาสาระ..!

25 พรบ. ฉบับใหม่ ที่คนใช้รถต้องทราบก่อนสตาร์ทรถ

25 พรบ. ฉบับใหม่ ที่คนใช้รถต้องทราบก่อนสตาร์ทรถ



         มีข่าวแว่วมาจากโลกโซเชี่ยล ว่าจะมีการออก 25 พรบ. เกี่ยวกับรถยนต์ออกมาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบกับคนใช้รถใช้ถนนอย่างแน่นอน โดย 25 พรบ. จะมีดังนี้

  1. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / วางไว้ที่กระจก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.11,ม.60) 
  2. แผ่นป้ายทะเบียนตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายขาว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  3. ติดป้ายเอียง มีวัสดุปิดทับ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  4. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม = ป.อาญา ฟ้องศาล 
  5. โหลดเตี้ย (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  6. ยกสูง (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  7. ล้อยางเกินออกมานอกบังโคนข้างละหลายนิ้ว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  8. ใส่ล้อใหญ่จนแบะล้อเพื่อหลบซุ้ม = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  9. ตีโป่งขยายซุ้มล้อติดสปอยเลอร์ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  10. ฝาประโปรง หน้า-หลัง ดำ เกิน50%ของสีหลัก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.13,ม.60) 
  11. เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดัง = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.5(2),ม.58) 
  12. ไฟหน้าหลายสี เช่น เขียว แดง ฟ้า เหลือง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  13. ไฟหยุดต้องสีแดง (ไฟเบรค)เท่านั้น = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  14. ไฟเลี้ยวต้องเป็นสีเหลืองอำพัน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  15. ไฟส่องป้ายต้องเป็นสีขาวเห็นไม่ต่ำกว่า 20 เมตร = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  16. ไฟสปอร์ตไลท์ และโคมไฟตัดหมอกแสงพุ่งไกล = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  17. เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุ = ปรับไม่เกิน 500 บาท 
  18. ติดไฟนีออนใต้ท้องรถ ติดไว้กับป้ายทะเบียน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60) 
  19. ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  20. เปลี่ยนดีสเบรคหลัง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  21. ใส่หลังคาซันลูป = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  22. ถอดเบาะหลังออกแล้วติดโรลบาร์ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60) 
  23. ดัดแปลงเครื่องยนต์ วัดควันดำ = ปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท
  24. พ่นสีรถสะดุดตาจากความเป็นจริง ปรับ 5000-10000 หรือทั้งจำทั้งปรับ
  25. รถใหม่ป้ายแดงเมือออกมาแล้วห้ามนำมาดัดแปลงในระยะเวลา 1 ปี มีโทษปรับ 1000-10000 หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ทั้งนี้ 25 พรบ. นี้ยังคงเป็นข่าวที่หลุดออกมา ยังคงไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่ถ้ามีความคืบหน้ายังไง ทางเราจะรีบนำมาเสนอครับ




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2558    
Last Update : 19 ตุลาคม 2558 21:31:52 น.
Counter : 341 Pageviews.  

น้ำมันออโต้ลูป คืออะไร เกร็ดความรู้ที่ชาวสองล้อควรทราบ

น้ำมันออโต้ลูป คืออะไร เกร็ดความรู้ที่ชาวสองล้อควรทราบ

น้ำมันออโต้ลูป คืออะไร เกร็ดความรู้ที่ชาวสองล้อควรทราบ

          คาดว่าชาวสองล้อหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างใช่มั้ยครับ สำหรับน้ำมันเสริมสมรรถนะให้กับตัวเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจอย่าง "ออโต้ลูป" แต่เดาว่าหลายๆ คนในที่นี้ ยังคงไม่ทราบกันว่า แท้ที่จริงแล้วเจ้าน้ำมันออโต้ลูปนี้ คืออะไรกันแน่ ซึ่งวันนี้ BoxzaRacing ของเราจะพามาพบกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำมันออโต้ลูปให้เพื่อนๆ ได้ไขข้อสงสัยกันครับ หากพร้อมแล้ว ตามมาชมพร้อมๆ กันเลย

น้ำมันออโต้ลูป

          สำหรับเจ้าน้ำมันออโต้ลูปที่ว่านี้ มันก็คือ น้ำมันที่ผลิตมาเพื่อใช้กับรถ 2 จังหวะ โดยเฉพาะ ซึ่งโดยปกติแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ประเภท 2 จังหวะ จะหล่อลื่นด้วยน้ำมันเ 2 ชนิด คือ น้ำมันออโต้ลูป กับ น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์นั่นเองครับ

Shell Advance 2T

          ส่วนน้ำมันออโต้ลูปหรือเรียกอีกอย่างว่า น้ำมัน2T (ทูที) ที่จะมีถังสำหรับใส่อยู่บริเวณใต้เบาะรถของเรา ทั้งนี้ชาว 2 ล้อ ที่ใช้รถสองจังหวะนั้น จะต้องซื้อเฉพาะที่เขียนเอาไว้ว่า 2T เท่านั้น และในปัจจุบันนี้ ก็มีให้ชาวสองล้อได้เลือกซื้อกันมากมาย อาทิ Shell Advance ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำมันเครื่องออโต้ลูปที่ค่อนข้างได้รับความนิยมไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว

รถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันออโต้ลูปหมด ?

          แน่นอนครับว่ารถจักรยานยนต์ประเภท 2 จังหวะ จะมีระบบวัดติดเอาไว้ โดยเมื่อสตาร์ทรถ เราก็จะเห็นตัววัดดังกล่าวที่หน้าปัดเรือนไมล์ ซึ่งถ้าหมดไฟแดงที่หน้าปัดของเรามันก็จะขึ้นเตือนค้างเอาไว้นั่นเองครับ

น้ำมันออโต้ลูป

ขอบคูณ //motorcycle.boxzaracing.com




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2558    
Last Update : 19 ตุลาคม 2558 21:30:27 น.
Counter : 469 Pageviews.  

ระบบดรัมเบรก มีวิธีดูแลอย่างไร มาดูกัน

ระบบดรัมเบรก มีวิธีดูแลอย่างไร มาดูกัน

ระบบดรัมเบรกของมอเตอร์ไซค์

          ระบบรักษาความปลอดภัยของรถมอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าทางค่ายต่างๆ ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นรถ Bigbike (บิ๊กไบค์) ในปัจจุบันนี้ ที่แทบจะมีแต่ระบบเบรก ABS กันแล้วทั้งสิ้น แต่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ นั้นส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นระบบดิสก์เบรก หรือ ดรัมเบรก ซึ่งถือว่าเป็นระบบเบรกที่เก่าพอตัวเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับระบบดรัมเบรก

          ซึ่งวันนี้ BoxzaRacing ของเราก็จะพาเพื่อนๆ มาพบกับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับวิธีการดูแลระบบหยุดรถมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า หรือที่เรียกกันว่า ดรัมเบรก นั่นเองครับ ส่วนจะมีวิธีดูแลให้สามารถใช้งานนานๆ ได้อย่างไร ตามเกร็ดความรู้ จาก BoxzaRacing ในวันนี้มาชมกันเลยครับ

ภายในดรัมเบรก

          เรียกได้ว่าการตรวจสภาพของดรัมเบรกอย่างสม่ำเสมอนั้นถือว่าเป็นที่สิ่งจำเป็นเอามากๆ ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าวัสดุต่างๆ ในฝักเบรกนั้นจะอยู่ที่ระดับสูงสุด และฝักเบรกจะต้องไม่สึกจนเกินไป หรือกาวของวัสดุเบรกนั้น ยังยึดฝักเบรกให้ติดแน่นอยู่เสมอ วัสดุที่เสียดทานบางอย่าง จะยึดติดเข้ากับหมุดเหล็ก และหมั่นตรวจดูสภาพของหมุดเสมอ เพื่อไม่ให้หมุดทะลุออกมา เพราะหากหมุดทะลุออกมา มันก็จะทำให้เกิดร่องที่ด้านในของดุมเบรกในขณะที่ท่านเหยียบเบรกได้

ผ้าเบรก

          ส่วนใหญ่แล้ว บริเวณที่จะทำให้ระบบเบรกมีข้อบกพร่อง ก็คือลูกเบี้ยวเบรก ซึ่งจะดันฝักเบรกให้สัมผัสกับดุม และมีแนวโน้มว่าลูกเบี้ยวเบรกนี้จะติดบ่อยๆ เพื่อป้องกันสนิม และสำหรับการติดของเบรก ให้อัดจารบีในส่วนประกอบต่างๆของเบรก แต่ระวังอย่าให้จารบีสัมผัสกับฝักเบรก หรือด้านในของดุมเบรก

ระบบการทำงานของดรัมเบรก

          ทีนี้เรามาดูในส่วนของการบำรุงรักษาระบบเบรกของมอเตอร์ไซค์คู่ใจเรากันบ้าง โดยวิธีตรวจสอบก็คือ ให้เราเปิดดรัมเบรก และตรวจดูการสึกหรอที่บริเวณฝักเบรก หากเกิดการสึกมาก ให้เปลี่ยนฝักเบรก และหากมีแผ่นเสียดทาน ที่ยึดติดอยู่กับบริเวณแผ่นหลังของฝักเบรก ให้เปลี่ยนฝักเบรกเช่นกัน หรือหากวัสดุผ้าเบรกมีความหนาที่ 1.5 มม. (ประมาณ 1/16 นิ้ว) ที่ยังสามารถมองเห็นได้ หากท่านมีฝักเบรกที่มีวัสดุเสียดทาน ที่ยึดติดกับแผ่นหลังของฝักเบรกด้วยหมุด ให้เปลี่ยนฝักเบรก หากวัสดุนั้นอยู่ห่างจากหมุดยึดประมาณ 1 มม. (หรือ 1/32 นิ้ว)

ฝักเบรก

          มาต่อกันที่การเปลี่ยนฝักเบรก ให้เรายกฝักเบรกข้างหนึ่งขึ้นมา และฝักเบรกทั้งสองอันมันก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย เพราะฝักเบรกทั้งสองตัวนั้นจะยึดติดกันด้วยสปริง หลังจากนั้นให้ใส่สปริงเข้ากับชุดฝักเบรกใหม่ และยกใส่เข้าที่เดิม (พอถึงขั้นนี้ให้ระมัดระวังอย่าสูดผงผ้าเบรกเข้าไป ทางที่ดีควรใส่หน้ากากกันฝุ่น) จากนั้นให้ตรวจสอบด้านในของดุม ที่สัมผัสกับฝักเบรก และขัดด้วยผ้าขัดเอ็มเมรี (Emery cloth) หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดด้านหลังของแผ่นเบรก ใส่จารบีที่ลูกเบี้ยวเบรก และแกนและปรับเบรกดุมให้ถูกต้อง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ผ้าขัดเอ็มเมรี

           เพียงเท่านี้ เบรคมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเราก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้นแน่นอนครับส่วนครั้งหน้าเราจะนำเกร็ดความรู้ดีๆ แบบไหนมาให้เพื่อนๆ ชาวสองล้อได้รับชมกันอีก สามารถติดตามกันได้ที่BoxzaRacing เลยนะครับ สำหรับวันนี้เราต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก castrol.com




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2558    
Last Update : 19 ตุลาคม 2558 21:26:58 น.
Counter : 409 Pageviews.  

ก่อนเติมควรรู้ซักนิดว่าน้ำมัน E10 E20 E85 คืออะไร ? เหมาะกับรถเราหรือไม่

ก่อนเติมควรรู้ซักนิดว่าน้ำมัน E10 E20 E85 คืออะไร ? เหมาะกับรถเราหรือไม่

          ทุกวันนี้น้ำมันเบนซินที่มีขายในบ้านเราต่างก็มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น แก๊สโซฮอล์ 95, แก๊สโซฮอล์ 91, E20, E85 เป็นต้น ซึ่งหลายๆคนก็คงจะสงสัยว่าน้ำมันแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ในวันนี้ Boxzaracing.com มีคำตอบมาให้เพื่อนๆครับ

          คำว่าแก๊สโซฮอล์แล้วจิงๆแล้ว เป็นคำที่รวมกันระหว่างคำว่า Gasoline (น้ำมันเบนซิน) กับคำว่าAlcohol (แอลกฮอล์) เลยเกิดเป็นคำว่า Gasohol ซึ่งเกิดจากการนำเอาน้ำมันเบนซินมาผสมกับแอลกฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผลทางการเกษตร Ethyl alcohol (เอทิลแอลกฮอล์) เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด เพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรระบายพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำ

น้ำมัน E10

  • คือน้ำมันมีที่ส่วนผสมของน้ำมัน 90 % ส่วนอีก 10 % นั้นเป็นเอทิลแอลกฮอล์ เมื่อนำมาผสมกันแล้วก็จะได้เป็นน้ำมันที่รู้จักกันในชื่อ แก๊สโซฮอล์ 95 และ แก๊สโซฮอล์ 91 นั่นเองครับ

น้ำมัน E20

  • คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมัน 80 % อีก 20 % นั้นเป็นเอทิลนอลแอลกฮอล์ โดยรถที่สามารถเติมน้ำมันE20 ได้นั้นต้องมีรถที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วนเพื่อรองรับน้ำมัน E20 นั่นก็เพราะว่าตัวเอทิลแอลกฮอล์ที่มากขึ้นนั้นจะส่งผลต่อบางชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ไม่มีการรองรับน้ำมันประเภทนี้ และจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติ

น้ำมัน E85

  • คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมัน 15 % อีก 85 % เป็นเอทิลแอลกฮอล์ ซึ่งรถที่จะเติม E85 ได้นั้นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ต่างๆนั้นก็ต้องสามารถรองรับเอทิลนอลได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน บริษัทผลิดรถยนต์หลายๆรุ่นก็ได้มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์เพื่อรองรับ E85 มาจากโรงงานแล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้โภคด้วยครับ

ความแตกต่างของ E10, E20, E85

  • เหตุผลที่น้ำมันที่มีส่วนประกอบของเอทิลนอลแอลกฮอล์เยอะๆนั้นราคาจะถูกกว่าน้ำมันปกติหรือน้ำมันที่มีเอทิลนอลน้อยๆนั้นก็เพราะว่า เอนิลนอลนั้นมีราคาถูกกว่าตัวน้ำมันเบนซินเพียวๆ ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตน้ำมันได้ และน้ำมันที่มีค่าเอทิลนอลมากๆนั้นจะให้ค่าออกเทนของน้ำมันที่สูงกว่าปกติ แต่ข้อเสียของน้ำมันที่มีเอทิลนอลมากๆคือมันให้ค่าความร้อนที่ต่ำกว่าน้ำมันเบนซินปกติ ทำให้เครื่องยนต์ต้องสั่งจ่ายน้ำมันมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้อัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าน้ำมันที่มีเอทิลนอลน้อยๆ

          มาถึงตรงนี้ทุกท่านก็คงต้องชั่งน้ำหนักกันเอาเองนะครับ ว่าระหว่างน้ำมัน E10 E20 E85 น้ำมันตัวไหนจะคุ้มค่าและเหมาะกับรถของท่านมากที่สุด ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนต่างของเครื่องยนต์ว่าจะรองรับน้ำมันที่มีเอทิลนอลสูงๆได้หรือไม่ รวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองเมื่อเทียบกับส่วนต่างของราคาน้ำมันแต่ละประเภท สำหรับเกร็ดความรู้เรื่องรถเกี่ยวกับน้ำมันที่ Boxzaracing นำมาให้ทราบกันวันนี้คงจะเป็นประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับวันนี้คงต้องลากันไปก่อน สวัสดีครับ




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2558    
Last Update : 19 ตุลาคม 2558 21:25:28 น.
Counter : 1499 Pageviews.  


สมาชิกหมายเลข 763914
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




You will do everything you can.
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 763914's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.