Alone again...naturally
Group Blog
 
All blogs
 

ถ้าเพียงแต่วันนั้นผมหาต้นคริสต์มาสเจอ


วันนั้น ถ้าหาต้นคริสต์มาสเจอ ผมก็คงไม่ต้องทนเห็นเค้าอึดอัดใจอยู่แบบนี้…

ผมนัดเจอคนคนนั้นที่หน้าห้างแห่งหนึ่ง
เค้าบอกให้ผมไปรอที่ต้นคริสต์มาสบริเวณลานเบียร์ ที่ที่เค้าจะเป็นฝ่ายมองเห็นผมก่อน
และจะได้ตัดสินใจที่จะคบกับผมเป็นแฟน หรือยุติความสัมพันธ์ระหว่างเราไว้แค่เพื่อน

แต่ด้วยความเป็นคนตื่นคน ตื่นกับสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ทำให้ผมมองหาต้นคริสต์มาสที่ว่าไม่เจอ
และผมก็ไม่คิดที่จะเดินหาต่อ เพราะผมเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลย
ผมไม่อยากเดินแหวกฝูงคนที่เดินเบียดเสียดกันเข้าไปในลานเบียร์
ผมไม่อยากเดินเก้ๆกังๆด้วยใจพะวงหาใครบางคนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าแต่กำลังจะได้พบเจอ

สุดท้าย ผมจึงตัดสินใจเดินไปนั่งรอที่ประตูทางเข้าห้าง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำเอาผมสั่นจนลนลาน รีบคว้ามันขึ้นมารับ
เสียงของเค้าคนนั้นฟังดูกระวนกระวาย ถามผมว่าอยู่ที่ไหนแล้ว
ผมโล่งใจที่ประโยคแรกที่ได้ยินไม่ใช่สิ่งที่ผมกลัวว่าจะได้ยิน

อันที่จริง เป็นผมเองที่ตั้งข้อแม้บ้าๆนี้ขึ้นมา
เราอาจจะนัดเจอกันแบบปกติที่สุด เหมือนที่คู่เดทหลายๆคนเค้าทำกัน
นัดกัน เจอกัน คุยกัน แล้วก็ตัดสินใจว่าจะสานต่อหรือแยกกันไป
แต่ผมมันเรื่องมากเอง ที่เลือกจะเป็นฝ่ายถูกเลือก

ถ้าให้เค้าเป็นฝ่ายมองมาจากที่แห่งหนึ่งไกลๆ
ให้เค้าได้มีโอกาสพิจารณา และชั่งใจดูว่าคนน้ำหน้าอย่างผมมันคู่ควรกับเค้ามั้ย
ถ้าผมมีค่าพอ เค้าก็จะเป็นคนที่ตัดสินใจเดินมาหาผม จูงมือผมไป
แต่ถ้าผมสอบไม่ผ่าน เค้าก็แค่โทรมา แล้วผมก็จะรับรู้โดยปริยาย

ไม่ต้องให้เค้าเกิดความรู้สึกผิดและกระอักกระอ่วนใจที่จะต้องบอกเลิกกันต่อหน้า
ไม่ต้องให้ความสงสารมามีอิทธิพลเหนือความต้องการที่แท้จริงของใจ
ไม่ต้องสรรหาคำพูดที่ฟังดูทำร้ายความรู้สึกน้อยที่สุด
ไม่ต้องฟังคำว่า “เราเป็นเพื่อนกันดีกว่านะ”….

โชคดีครั้งแรกผ่านไป
เค้าโทรมาอีกเป็นครั้งที่สอง บอกว่ายังหาผมไม่เจอเลย
และครั้งที่สาม ผมมองเห็นเค้าเดินตรงมาแล้วแต่ยังไม่เห็นผม
ผมบอกว่าผมเห็นเค้าแล้ว เค้าน่ารักจริงๆด้วย น่ารักกว่าในรูปที่เคยให้ผมดูซะอีก

ผมวางสายโทรศัพท์ นั่งก้มหน้ารอรับชะตากรรมจากเค้าที่กำลังเดินตรงมาหา
เค้าหอบเล็กน้อย ตัดพ้อที่ผมไม่ยอมไปนั่งรอตรงที่ตกลงกันไว้
ผมไม่กล้ามองเค้าตรงๆ ในใจยิ้มจนแทบปริ แต่ก็พยายามเก็บยิ้มนั้นไว้ไม่ให้ขึ้นมาที่ปาก
เค้าลงมานั่งข้างๆผม จับมือผม และยิ้มให้ผม… ตอนนั้นเหมือนหัวใจผมจะหยุดเต้นไปชั่วครู่

เราลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้าง
ตรงไปยังร้านนั้นที่เราวางแผนกันไว้ คนไม่แน่นเท่าไหร่ บรรยากาศเป็นใจดี
เค้าจะขอสั่งสเต๊กแบบเพิ่มเงิน 49 บาท แต่ผมไม่ยอม เลยจัดการสั่งให้เค้าเอง
เค้าบอกว่าชอบทานเนื้อ ผมเลยสั่งเนื้อสันนอกกับกุ้งอบให้เค้า

เค้าน่ารักเหลือเกิน น่ารักจนผมต้องพยายามรวบรวมความกล้าจ้องหน้าเค้าตรงๆ
ถึงตัวจะเล็ก แต่เค้าก็น่ารัก ยามที่เค้าพูด ผมรู้สึกอยากโน้มตัวเข้าไปกอดซะตรงนั้น
ผมเริ่มชวนเค้าคุย ใช้เวลาไม่นานก่อนที่ผมจะไม่ต้องใช้ความพยายามในการพูดคุยกับเค้าให้ปกติที่สุด
เราคุยกันเหมือนที่คุยกันในเอ็มเอ็สเอ็น… ผมไม่อาจหุบยิ้มได้อีกต่อไป

เป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ที่เราเดินออกจากร้าน และขึ้นไปดูโปรแกรมหนัง
ไม่มีเรื่องที่เราคาดหวังไว้ เราตกลงเดินข้ามไปยังโรงภาพยนตร์อีกฝั่ง
ไม่มีเรื่องที่ว่าอยู่ดี ผมเลยเสนอหนังไทยน่ารักสำหรับครอบครัวเรื่องหนึ่ง
เค้าบอกว่าเดี๋ยวก็จะได้ดูฟรีแล้วในวันอังคารหน้า แต่ในเมื่อผมอยากดู เค้าก็เต็มใจจะดูด้วย

เค้ากุมมือผมตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
มีหลายๆช่วงที่เค้านั่งหันหน้าไปอีกทาง และนิ่งเงียบ
จนผมอดคิดไม่ได้ว่าเค้าอาจจะหลับไปรึเปล่า นี่ผมกำลังทรมานเค้าอยู่ใช่มั้ย
ตอนเดินออกจากโรง ผมแกล้งแซว แต่เค้ายืนยันว่าไม่ได้หลับและเล่ารายละเอียดทุกฉากได้หมด

......seems to be continued




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2548    
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 10:46:14 น.
Counter : 154 Pageviews.  

ผมมีค่าแค่ไหน


เป็นแค่เพื่อนคุยเล่นในยามเหงา
เป็นเพียงเงาเคียงข้างเมื่อว้าเหว่
เป็นคู่เรียงเคียงหมอนวันฮอลิเดย์
เป็นเหมือนเบ๊คอยตามคำบัญชา

หรือเป็นคนที่คุณเคยบอกรัก
คนที่คุณเคยฝากสิเน่หา
คนที่คุณบอกคิดถึงทุกเวลา
คนที่คุณสัญญาจะมอบใจ

ผมรู้ตัวผมเองก็แค่นี้
ผมยังดีไม่พอต่อรองได้
ผมไม่หล่อหุ่นไม่เท่เหมือนเขาไง
ผมมีใจ…ก็แค่ใจไม่สำคัญ

เราอาจเหมือนเส้นขนานมาบรรรจบ
ได้พานพบเพียงครั้งก็พลั้งผ่าน
แยกปลายออกตามทางไกลห่างกัน
เคียงขนาน…ไม่มีวันเป็นหนึ่งเดียว

แต่ก็นะ...ผมปากดีแบบนี้เอง
เหมือนจะเก่งแต่ก็เก่งแค่ประเดี๋ยว
เพราะตอนนี้ใจมีคุณเพียงคนเดียว
ไม่แลเหลียวกันบ้างก็แล้วไป

แค่อยากรู้ชัดชัดซักครั้งว่า
คนอย่างผมมีค่าซักแค่ไหน
ถามเล่นเล่นตอบจริงจริงให้เปรี้ยวใจ
ถ้าผมตายจะร้องไห้หรือไชโย…ครับ ?




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2548    
Last Update : 15 ธันวาคม 2548 22:57:57 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ถึงถั่วจะเฉา...เราก็รักกัน

ขอโทษครับที่จำต้องเลื่อนนัด
ต้องยอมพลาดวันนั้นที่ฝันใฝ่
อยากให้รู้ว่าผมตรมเพียงใด
แต่พูดไปคุณก็คงไม่อยากฟัง

ขอบคุณครับที่ปลูกไว้ให้ผม
แม้ไม่ได้ชื่นชมอย่างที่หวัง
แค่คุณปลูกด้วยหัวใจที่จริงจัง
ก็ตอบแทนทุกอย่างระหว่างเรา

ถึงแม้ถั่วสาส์นรักจักไม่งอก
ถึงจะโดนแดดคลอกจนใบเฉา
ถึงรดน้ำมากไปจนรากเน่า
แต่สองเรานิรันดร์..อย่าหวั่นเอย
----------------------------

When a bean grows, a bug flies around
keeping his eye on it, wishing to be proud
For days he pours his love, faith, and understanding
counting for the day to make the greatest giving

Sadly a bean grows too fast
Poor bug's only hope, thus, has passed
"How come it went this way", he cried
Only he can't see someone's big smile

A silly boy then steps out in front
touching a good-willed bug, saying "Don't
cry over such a silly bean of nothing"
And a boy kiss a bug, starting to sing

"All I need is you, with that kind little heart
not a beautiful bean that's grown too fast"
"No matter how tall, withering, or buried it would be
It just can't compare how much you love me."

And I do love you, my bug.




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2548    
Last Update : 4 ธันวาคม 2548 0:22:49 น.
Counter : 157 Pageviews.  


ห่วงนะ...เด็กโง่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ห่วงนะ...เด็กโง่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.