Group Blog
 
All Blogs
 

April Fools' Day '06 วันนี้ที่ต้องจดจำ

อันที่จริงวันเอพริลฟูลสเดย์เนี่ย มณีไม่เคยหลอกอะไรใครนะคะ
เพราะไม่ชอบให้คนอื่นตกอกตกใจ ไม่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่น
และกลัวว่า หากถึงเวลาที่มีเหตุการณ์อะไรจริงๆ
จะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ คำพูดไม่มีน้ำหนัก ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป
อีกอย่าง มันเป็นวันของฝรั่งไม่เกี่ยวกับเราคนไทย
ก็เลยไม่นึกอยากหลอกใคร
แต่ไม่เคยคิดว่า เอพริลฟูลสเดย์ของปีนี้ เป็นวันโชคร้ายสำหรับมณี

ตอนเช้า แปดโมงกว่าๆอากาศอึมครึม ก็เลยลงจากบ้าน
กะไปถ่ายรูปดอกไม้แถวๆนี้ คนข้างตัวไม่อยู่บ้านไปโรงเรียนแต่เช้า
เพราะต้องไปทำแล็บนิดหน่อย บอกไว้ว่ากลับตอนเที่ยงๆ
ปกติแล้วเวลาลงจากบ้าน มณีจะสังเกตสังกา ว่ามีอะไรผิดปกติไปบ้าง
จะมองไปรอบๆ หน้าบ้านเพื่อนบ้าน
หน้าบ้านตัวเอง กวาดตาไปเรื่อย

ไปสะดุดตาเมื่อเห็นรถเพื่อนบ้าน กระจกข้างด้านคนขับ หักรุ่งริ่ง
เฮ้ย ..เกิดอะไรขึ้น ใครมาเสยกระจกรถเพื่อนบ้านไปเนี่ย แย่จริง
เมื่อวานก็เห็นปกติดีนี่นา
รีบหันไปดูไอ้ลูกชายที่จอดถัดไปอีกสองช่วงคัน
หน้าซีดเลย เห็นกระจกหลังแตกละเอียด
พร้อมขวดเบียร์แตกและนอนแอ้งแม้งไว้ให้ดูต่างหน้าหนึ่งขวด
ยับเยิน ยับเยิน
ดูสภาพ สรุปได้เลย ว่ามีคนขว้างกระจกหลังรถ
ด้วยขวดเบียร์ เห็นรอยเปียกเป็นคราบเหนียว
คงไม่ใช่ขวดเปล่า คงเป็นขวดที่กินไม่หมด
เดินไปชะโงกสำรวจความเสียหาย
เข้าไปสำรวจทรัพย์สิน เนื่องจากว่าไม่เคยเก็บของมีค่าไว้ในรถ
มีแต่ขวดน้ำยาซักผ้า กับน้ำอัดลมสองสามกระป๋อง
มีที่กวาดหิมะ เก้าอี้สนามสามตัว ก็ยังอยู่
ทุกอย่างอยู่ครบ ไม่มีอะไรหายไป
เลยแจ้นไปหาคุณยาย เล่าให้คุณยายฟัง
คุณยายให้เบอร์ตำรวจมา
รีบโทรหาตำรวจ เพื่อแจ้งความ
พอวางหูแล้วลงจากบ้าน ก็เห็นรถตำรวจมาจอดรอแล้ว รวดเร็วมาก
เข้าใจว่า รถตำรวจคันนี้คงออกสำรวจพื้นที่
และอยู่ใกล้บริเวณนี้มากที่สุด พอได้รับแจ้งก็มาทันที
ตำรวจก็ถาม รายละเอียด และลงบันทึกแจ้งความ เสร็จแล้วก็ไป
ทำใจไว้แล้ว ว่าไม่มีทางจับมือใครดมได้
จะก่นด่า จะเคียดแค้น จะฟูมฟายไปก็ไม่มีประโยชน์
เครียดเปล่าๆ ก็เลยคิดซะว่า เป็นคราวเคราะห์
เราไม่เจ็บตัว ก็ถือว่าดีแล้ว ฟาดเคราะห์ไป

เข้าไปคุยกับคุณตาคุณยาย
สองคนกุลีกุจอเปิดสมุดโทรศัพท์
หาเบอร์ ว่ามีร้านขายอะไหล่ที่ไหนบ้าง
คุณยายให้แผ่นพลาสติคแผ่นใหญ่มา
พร้อมเทปกาว เพราะว่าต้องปิดแทนกระจกหลังชั่วคราว
จนกว่าจะหากระจกมาใส่ได้
ส่วนตัวมณีเอง ก็คิดว่า ทำอะไรก่อน
ติดต่อประกัน ติดต่อไม่ได้ และคงเคลมอะไรไม่ได้
เพราะไม่ได้ครอบคลุมอะไรแบบนี้

ตัดสินใจ ถ่ายรูปไว้ก่อนดีกว่า เอากล้องลงไป
ถ่ายรูป สองสามมุม เผื่อได้ใช้เป็นหลักฐาน
แล้วลงมือทำความสะอาดรถ
เอาเศษกระจกออกให้หมด
กวาดเศษกระจก และเศษแก้วจากขวดเบียร์
เพราะกลัวว่า หากมีเด็กๆมาวิ่งเล่นแถวนี้
จะโดนกระจกบาดแข้งบาดขา
กวาดไป ปลงไป พยายามทำใจให้สงบ

เพื่อนบ้านที่อยู่บ้านเยื้องๆ ชื่อ มิสเตอร์เคน
ไม่เคยคุยกันจริงๆจังๆ แค่เซย์ไฮเวลาเจอหน้ากัน
เข้ามาพร้อมกับม้วนเทปกาว และบอกไว้ว่า
เสียใจด้วย ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับมณี
หากมีอะไรให้ช่วยให้ไปเคาะบอกเค้า เค้าพร้อมจะช่วย
ได้แต่บอกขอบคุณเค้า ซึ้งในน้ำใจจริงๆ

ตอนนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่า รถเป็นรถเก่า เลิกผลิตไปนานแล้ว
รถ Van Pontiac Trans sport ปี 1992
กระจกหลังจะหาง่ายหรือเปล่าไม่รู้
คงต้องไปตามล่าหาตาม Junk Yard ซึ่งก็คงไม่ง่าย
ช่วงนี้ มีฝนตกบ้าง ก็เลยเอาแผ่นพลาสติคปิดไว้ชั่วคราว
แล้วเอารถไปจอดหลังบ้านแทน

อยากให้เป็นว่า ตกเย็น มีใครมาบอกว่า
เฮ้ นี่เป็นเอพริลฟูลเดย์ จริงๆ ไอ้ลูกชายของคุณไม่ได้เป็นอะไร

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นแล้ว
แอบหยิกตัวเองอยู่หลายครั้ง เจ็บนะ
ไม่ได้ฝันไป ไม่ได้โดนหลอก เรื่องจริง จริงแท้แน่นอน

สภาพไอ้ลูกชาย หลังโดนทุบ

Image hosting by Photobucket


ขวดเบียร์ บัดไวเซอร์ ที่เค้าทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

Image hosting by Photobucket

เศร้าจัง




 

Create Date : 02 เมษายน 2549    
Last Update : 2 เมษายน 2549 1:56:47 น.
Counter : 394 Pageviews.  

ผักสวนครัว รั้วกินได้ (1)

หน้าร้อน ถือเป็นช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุดของรอบปี
กิจกรรมที่น่าทำที่สุด เห็นจะเป็นการปลูกผักสวนครัว
รองลงมา ก็น่าจะเป็นปาร์ตี้บาร์บีคิว
อิอิ เห็นไหมคะ ไม่พ้นเรื่องกินซักเรื่อง

ที่หลังบ้าน คุณตากันที่ส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นสวนครัว จริงๆแล้ว
ก่อนหน้าที่เราสองคนจะย้ายเข้ามาอยู่กับคุณตาคุณยาย
คุณตาก็เคยทำสวนครัว ปลูกนู่นปลูกนี่ตามประสา แล้วก็ห่างหายไปหลายปี
เนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพ เข่าไม่ดี ก้มๆเงยๆลำบาก คุณตาก็เลยหยุดไป
จนพวกเราย้ายเข้ามาอยู่ ปีแรก มณีก็กระมิดกระเมี้ยนเข้าไปถามคุณตา
ว่าขอทำสวนครัวบริเวณหลังบ้านได้ไหม คุณตาตอบอย่างดีใจว่า ได้สิ
(ในใจคงคิดว่า อ๊ะอา ได้เหยื่อแล้ว) วันรุ่งขึ้น คุณตาว่าจ้างใครไม่รู้
เอาเครื่องไถพรวนขนาดเล็ก เข้ามาทำสนามหญ้าเขียวๆให้เป็นพื้นที่เพาะปลูก
แอบถามคุณตาว่า จ้างเท่าไหร่ จะได้ช่วยออกตังค์ คุณตาบอกว่า เพื่อนกัน
เค้าไม่คิดเงิน ปีนั้น เลยได้ปลูกผักสวนครัวกัน ได้ผลผลิตดีมากๆ
แล้วก็ปลูกติดต่อกันมาสามสี่ปี ปีถัดๆมา คุณตาแอบลงทุนสั่งซื้อเครื่องทุ่นแรง
แล้วโกหกคุณยายว่าเป็นของขวัญที่ญาติจากเพนซิลวาเนียส่งมาให้ อิอิ
พวกเราเลยเพลินเพลินกับการทำสวนครัวกันใหญ่

เริ่มจากต้นฤดูใบไม้ผลิ ยังหนาวเย็นอยู่ เผลอๆยังมีหิมะตก
มณีก็เพาะกล้าพวกมะเขือเทศ พริก ไว้ริมหน้าต่าง

Image hosted by Photobucket.com



พอแน่ใจว่าไม่มีหิมะตก อากาศอุ่นขึ้นและต้นกล้าที่เพาะไว้
โตพอที่จะลงดินได้ ถึงเตรียมพื้นที่ และเอาต้นกล้าลงดิน
รูปนี้ ของปีที่แล้วค่ะ

Image hosted by Photobucket.com



ปีนี้ ก็ปลูกไปหลายอย่าง แตงกวา ทั้งแบบแตงใหญ่ กับแตงลูกเล็ก
มะเขือเทศ ประมาณ 10 พันธุ์ พริกอีกสามพันธุ์
ผัดสลัด ซูกินี ถั่วแขก ตอนนี้สะพรั่งไปทั้งสวนให้คนปลูกชื่นใจ
อันนี้กำแพงแตงกวา ฝั่งที่เป็นแตงกวาลูกใหญ่

Image hosted by Photobucket.com




ส่วนฝั่งนี้ เป็นแตงลูกเล็ก แบบที่เค้าใช้ดอง

Image hosted by Photobucket.com

แปลกมาก ลงพร้อมกัน แต่ด้านที่เป็นแตงลูกใหญ่โตไวกว่าด้านที่เป็นแบบลูกเล็ก




มะเขือเทศ จำไม่ได้ว่าพันธุ์อะไร เพราะลูกกลมๆแบบนี้มีหลายพันธุ์มาก

Image hosted by Photobucket.com




มะเขือเทศ พันธุ์ Shamu ทรงยาวๆคล้ายพริกหยวกอ้วนๆเวลาสุก เนื้อแน่น อร่อยมากค่ะ

Image hosted by Photobucket.com




ผักสลัด กินได้แล้ว เก็บกินจนเบื่อ แต่ยังพอมีเวลา ว่าจะโละแล้วปลูกใหม่อีกชุด

Image hosted by Photobucket.com




ดอกแตงกวา ดูไปก็สวยดีนะคะ

Image hosted by Photobucket.com




นี่ติดผลแล้ว แก่แดดจัง ดอกยังไม่ร่วงเลย

Image hosted by Photobucket.com




ต้นซูกินี ออกดอกแล้วเหมือนกัน

Image hosted by Photobucket.com




แหวกกอดูดอก เจอดอกตัวผู้ เพียบเลย

Image hosted by Photobucket.com




ดอกตัวเมีย มีดอกเดียว ขี้เกียจรอแมลง มณีเลยช่วยผสมเกสร เอาก้านดอกหญ้า แตะๆตรงเมือกๆ ของยอดเกสรตัวเมีย แล้วเอาไปแตะผงๆ บนยอดเกสรตัวผู้ แล้วเอามาแตะตรงยอดเกสรตัวเมียอีกที ไม่ติดผลให้รู้ไป อิอิ

Image hosted by Photobucket.com




ถั่วแขก จำได้ว่า พ่อของมณีเรียกว่า ถั่วการ์ตูน เพราะมันโตเร็วมากเหมือนพวกการ์ตูน อิอิ

Image hosted by Photobucket.com



แล้วนี่ก็โหระพา ใบใหญ่เบ้ง ซื้อโหระพามาจากร้านม้ง เด็ดๆใบออก เหลือก้าน ก็เอามาชำ เลยได้ต้นนี้มาค่ะ

Image hosted by Photobucket.com




ผักชี ไว้โรยหน้า ขาดไม่ได้เลย ปลูกในกระบะ โดนกระรอกมาคุ้ยเล่นสามสี่รอบแล้ว ดีที่รอดมาได้

Image hosted by Photobucket.com




เดี๋ยวไว้ตอนเก็บผลแตงกับมะเขือเทศ จะเอามาแบ่งนะคะ อิอิ ตอนนี้ให้ดูตอนเล็กๆก่อน

Image hosted by Photobucket.com




โอ๊ะ ลืมพี่ฮูกไปได้ยังไงเนี่ย
พี่ฮูก ทำหน้าที่ไล่นก และกระรอกค่ะ
ต้องย้ายพี่ฮูกไปตามมุมต่างๆของสวน ทุกๆสองวัน
กระรอกกับนกจะไม่กล้าเข้าใกล้สวนค่ะ
แต่พี่ฮูกตัวนี้ อยู่ที่เดิมมาสองเดือนแล้ว ฮี่ๆ ขี้เกียจย้าย
ตอนนี้ พวกนกรู้แกว หาญกล้าถึงขนาดบินมาเกาะหัวพี่ฮูก
ไม่ได้เกรง ไม่ได้กลัวพี่ฮูกกันเลยค่ะ สงสารพี่ฮูกจัง โดนหยามทุกวันเลย

Image hosted by Photobucket.com




หมดแล้วค่ะ ค่อยติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2548 0:53:55 น.
Counter : 3001 Pageviews.  

กว่าจะถึงวันนี้

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมบล็อกนะคะ

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า
คนที่ชอบอ่านหนังสือ คือคนที่รักตัวเอง
คนที่ชอบเขียนหนังสือ คือคนที่รักคนอื่น
แต่มณีอยู่ในจำพวก ชอบอ่านหนังสือ และชอบเขียนบันทึกไว้อ่านเอง
ดังนั้น จึงได้ข้อสรุปว่าเป็นคนที่รักตัวเองมากๆ
จนบางครั้ง อาจมากเกินไป
มณีคิดว่า การที่เราจะเขียนอะไรให้คนอื่นอ่านนั้น
ต้องมีการตกผลึกความคิด แล้วเขียนออกมา
แต่ว่า รู้สึกตัวเองว่า ไม่มีอะไรที่จะตกผลึกแล้วเขียนออกมาได้เลย
ถ้าจะให้เขียน คงเป็นการเล่ามากกว่า
แล้วถ้าให้เล่า ก็เล่าไม่เก่ง ถนัดการสื่อสารสองทาง
แบบโต้ตอบทันทีมากกว่า แบบคุยกันซึ่งๆหน้า
หรือว่า คุยกันทาง MSN ซึ่งเปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้ถามและโต้ตอบ
อธิบายมายืดยาว เพื่อจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมไม่อัพบล็อก

แล้วทำไมตัดสินใจอัพบล็อก
ก็เพราะ......มีความคิดอย่างหนึ่งแวบเข้ามาว่า
หากไม่เริ่มต้น จะมีก้าวต่อไปได้อย่างไร
แล้ว หากรักตัวเองแล้ว ทำไมจะรักคนอื่นไม่ได้
จริงไหมคะ




 

Create Date : 02 เมษายน 2548    
Last Update : 23 เมษายน 2548 2:43:19 น.
Counter : 240 Pageviews.  


~มณีลัลลา~
Location :
เชียงใหม่ ตรัง และปัตตานี United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ~มณีลัลลา~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.