เสียงรถไฟเปลี่ยนไป
ช่วงนี้หนูมานีชอบดูการ์ตูนจากแผ่นซีดีมาก แวะเซ่เว่นทีไรก็ต้องไปดูตรงล๊อคที่ขายแผ่นซีดี แม่ก็จะดูว่ามีซีดีใหม่มาหรือยัง รอบนี้มีซีดีใหม่เรื่อง กล้วยหอมจอมซน กับรถไฟ Chuggington ซึ่งหนูมานีชอบมาก พอได้ซีดีใหม่ก็อยากกลับบ้านไปดู พอถึงบ้านเธอก็เปิดสวิทต์เครื่องเปิดแผ่นใส่เอง พ่อเค้าเคยสอนวิธีเปิดให้ลูก (แม่จะคอยดูอยู่ห่างๆ) แล้วลากเก้าอี้ประจำตำแหน่งมานั่งดู พอดูการ์ตูนรถไฟ Chuggington ชอบใจใหญ่ เต้นตามจังหวะดนตรี แล้วอยู่ๆ ก็บอกว่า "ไปขึ้นรถไฟกันน๊า" แม่ก็รับคำไม่คิดไร พอก่อนนอนก็ย้ำอีก ไปขึ้นรถไฟกันน๊า ก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้พ่อกับแม่จะพาไปขึ้นรถไฟ พอตอนเช้าตื่นแต่เช้าแล้วบอกแม่ว่า ไปขึ้นรถไฟกันน๊า บอกให้เธอทำไรทำหมดเลย ว่าง่ายขึ้นมาเชียว พอถึงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ลาดกระบัง เสียงเครื่องบินทำให้กลัวนิดหน่อย แต่พอเห็นรถไฟก็ตื่นเต้น ชี้ให้พ่อกับแม่ดูใหญ่เลย (โถลูก แม่ดูจนเบื่อแล้วจ้า) แม่ดูสิ แม่ดูสิ คนก็ขำเธอกันใหญ่ ถามพ่อแม่ไปตลอดทาง พอประตูรถปิด ก็ถามว่าเสียงอะไร แม่ก็บอกเสียงประตูปิดจ้า พอลงสถานีพญาไท พ่อถามว่ารถไฟสีอะไร เธอก็บอกว่า สีน้ำเงิน กับสีแดง พ่อบอกเก่งจ้า ยิ้มภูมิใจใหญ่เลย แม่พานั่งแอร์พอร์ตลิงค์จากสถานีลาดกระบัง ไปต่อ BTS ที่สถานีพญาไท ไปอ่อนนุช แล้วก็กลับบ้าน พอตอนเย็นไปเดินเล่นในหมู่บ้าน เจอใครก็รีบบอก "มานีไปขึ้นรถไฟมา" เค้าก็ขำกันใหญ่ ขี้คุยมิใช่เล่นนะลูกสาวแม่ เจอน้าเนอส ข้างบ้านก็รีบบอกว่า "มานีไปขึ้นรถไฟมา" น้าเนอสก็ถามว่า "เสียงรถไฟดังยังไงคะ" มานีก็ตอบอย่างฉะฉานว่า "ติส...ติส...ติส... ตูม" น้าเนอสก็งง พ่อเลยอธิบายให้ฟังว่า สงสัยจะเป็นเสียงประตูปิด น้าเนอสก็เลยหัวเราะแล้วบอกว่า "สงสัยเสียงรถไฟจะเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ดัง ปู๊น ปู๊น ฉึกกะฉัก ซะแล้ว 555"



Create Date : 08 มีนาคม 2555
Last Update : 8 มีนาคม 2555 13:27:15 น.
Counter : 1021 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
แม่ไม่พูด
เรากับคุณสามีอายุเท่ากันห่างกันแค่ 5 วันโดยปกติเวลาเรียกคุณสามี จะเรียกชื่อ น้อย น้อยดูลูกหน่อย น้อยเอาผ้าอ้อมให้หน่อย น้อยเอาแพมเพิสให้หน่อย ฯลฯ บางครั้งถ้าไม่ได้ดั่งใจก็จะเป็นน้ำเสียงยาวๆ นิดหนึ่ง น้อยยย... ประมาณนี้ คุณลูกสาวตัวดี หนูมานีคงซึมซับ พอไม่ได้ดั่งใจก็จะเปลี่ยนจากพ่อ เป็น น้อยยย... บ้าง พ่อก็ดุ บอกให้เรียกพ่อสิลูกไม่ใช่น้อย ก็รับรู้ไม่เรียกน้อยอีก วันหนึ่งบนโต๊ะอาหาร แม่กำลังจัดโต๊ะ หนูมานีก็นั่งบนเก้าอี้กินข้าวของเค้า (นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะ) บอกหนูมานีว่า "แม่จัดโต๊ะเสร็จแล้วหนูเรียกพ่อกินข้าวสิลูก" หนูมานีก็พูดขึ้นมาลอยๆพร้อมทำหน้าแบบแกล้งดุว่า "เรียกพ่อนะไม่ใช่น้อยยยย.." เราก็ขำและหัวเราะ คุณสามีก็เดินเข้ามาถามว่าหัวเราะอะไรกันแม่ลูก หนูมานีรีบห้ามแล้วทำมือโบกไปมา บอกว่า "แม่ไม่พูด ไม่พูด" พอเราจะเล่า หนูมานีก็โบกมือห้ามอีก "แม่ไม่พูด ไม่พูด" เราเลยต้องบอกว่า "ก็ได้จ๊ะ แม่ไม่พูดก็ได้" พอเค้าหลับก็เล่าให้พ่อเค้าฟัง ก็ขำกันใหญ่ เด็กหนอเด็ก เริ่มมีความลับซะแล้ว



Create Date : 02 มีนาคม 2555
Last Update : 2 มีนาคม 2555 12:41:27 น.
Counter : 370 Pageviews.

1 comment
Share to Facebook

บ้านมานี
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



หวัดดีค่ะ เป็นแม่ป้ายแดง มีลูกคนแรกตอนอายุ 34 หลังจากแต่งงาน นั่งรอนอนรอเค้าอยู่ประมาณ 7 เดือน วันที่รู้ว่ามีเค้าดีใจมากค่ะ เฝ้าถนอม เลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์ โชคดีมากที่ไม่แพ้อะไรเลย อ้อ.. แพ้อย่างเดียวคือเฉาก๋วย วันที่คลอดเค้าก็น่ารัก ไม่ทำให้แม่เจ็บเลย แค่รู้สึกปวดท้องนิดๆ แถมมีเวลาให้แม่ได้อาบน้ำสระผม เรียกรถแท็กซี่พาไปโรงบาล คลอดโดยวิธีผ่า ออกมาร้องเสียงดังมาก เห็นหน้าเค้าน้ำตาไหล พยาบาลให้หอมทีหนึ่ง หอมแรกของแม่ ชื่นใจที่สุด ช่วยกันเลี้ยงกับพ่อเค้า สองคน แรกๆ ก็วุ่นวายน่าดู แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี เค้าเป็นเด็กน่ารัก เลี้ยงง่าย รักหนูนะจ๊ะ มานีที่รัก