ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว รับเหมาต่อเติมบ้าน renovate ปรับปรุงบ้านเก่า ต่อเติมโรงรถ ต่อห้องเพิ่ม รับต่อเติมบ้าน ทำบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ รับเหมาก่อสร้างต่อเติม รับเหมาก่อสร้าง ต่อเติมโรงรถ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว รับเหมาต่อเติมบ้าน เราทำงานคุณภาพ วิธีต่อเติมตกแต่ง ในราคาต่อเติมบ้านที่เหมาะสม บ้านและสวน งานตกแต่งระแนง บริการต่อเติมบ้าน หลังคาโครงเหล็ก งานปูน งานสี ประปา กระเบื้อง เทพื้น แบบต่อเติมครัว แบบต่อเติมบ้าน ต่อเติมบ้าน ครบวงจร ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว รับเหมาต่อเติมบ้าน ปรับปรุงบ้านเก่า รับสร้างบ้าน ต่อเติมครัว-เพิ่มห้อง รับต่อเติมบ้าน ทำบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ รับเหมาก่อสร้างต่อเติม ช่างต่อเติมบ้าน ต่อเติมโรงรถ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว ต่อเติมโครงสร้างเบา ช่างต่อเติมบ้าน เทพื้น ปรับระดับพื้นรอบบ้าน ยกพื้นให้สูงขึ้น ปูกระเบื้องเซรามิค ปูกระเบื้องแกรนิโต้ ขายงานคุณภาพ วิธีต่อเติมตกแต่ง ค่าก่อสร้างและราคา ในราคาต่อเติมบ้าน บ้านและสวน งานตกแต่งระแนง บริการต่อเติมบ้าน หลังคาโครงเหล็ก งานปูน งานสี ประปา กระเบื้อง เทพื้น แบบต่อเติมครัว แบบต่อเติมบ้าน ต่อเติมโครงสร้างเบา ต่อเติมครัว ต่อเติมบ้าน ช่างต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว ต่อเติมบ้าน รับเหมาต่อเติมบ้าน รับสร้างบ้าน ต่อเติมครัว เพิ่มห้อง ต่อเติมโรงรถ ครบวงจร ก่อสร้างต่อเติม รับเหมาก่อสร้าง Renovate ออกแบบ ปรับปรุงบ้าน= Renovations ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว

ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว ก่อสร้างต่อเติม รับเหมาก่อสร้าง ต่อโรงรถ Renovate ออกแบบ ปรับปรุงบ้าน

 ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว ก่อสร้างต่อเติม รับเหมาก่อสร้าง ต่อโรงรถ Renovate ออกแบบ ปรับปรุงบ้าน ทำบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่



เข้าสู่ปี 2557 ผมและทุกคนใน เอดีดี ยังคงทำงานหนัก แม้ใจอยากจะพัก อยากจะเกษียรตัวเอง เข้าสู่การปฏิบัติธรรมเพราะอายุหลักสี่กว่าแล้ว .. ผมมีแผนจะไปอยู่บ้านนอก ไปปลูกต้นไม้ ทำสวน ปลูกสมุนไพร และ น่าจะสงบสุขด้วยการดำรงตนเป็นอยู่คล้ายๆนักบวช จะทำนองฤาษี(ที่สะอาดๆ) แต่ เป็นการบวชใจ ควบคุม สำรวมใจตัวเอง อะไรทำนองนั้น

.. ผมมีงานอยู่สองสามอย่าง ที่พัทยาในที่สุดก็คงลดภาระไปได้ ส่วนงานของ เอ.ดี.ดี. ก็ได้วางตัววิศวกรอาทิตย์ ให้กุมบังเหียนงานอุดมการณ์คุณภาพที่วางแนวทางไว้ ต่อไป ไม่น่าจะมีสะดุดอะไรรุนแรงนัก เพราะแฟมมิลี่ ซาร่า-อัศวิน คงดูแลทำงานกันได้นิ่งมาสี่ห้าปี ตามแนวที่ผมวางไว้แล้ว .. ซึ่งก็เห็นว่าชัดเจนและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ .. ในปีที่แล้ว 2555 เราจึงพอมีเหลือจ่ายโบนััส (ที่จริงมันคือการเบิกเงินล่วงหน้ากลับบ้านปีใหม่) และ เงินสินน้ำใจจากเอดีดี เพิ่มได้ตามที่วางแผนไว้ ..

คนรุ่นวัยทองอย่างผม.. บางคนตายไปแล้ว ด้วยโรคบ้าง ด้วยอุบัติเหตุบ้าง .. ที่จริงความตายอยู่กับเราตลอดเวลา .. ความตายเป็นความเที่ยงตรงที่เกิดขึ้นจริง เกิดกับทุกคน .. ไม่ว่าเราจะเข้าใจได้แล้ว หรือ ยังไม่อยากจะคิดเรื่องนี้ก็ตาม - ทุกคนก็ต้องได้พบกับความตาย เราก็จะเรียนรู้และ พบเห็นความตายของผู้อื่น คนแล้วคนเล่า ก่อนจะถึงเวลาของตัวเอง

โลกนี้น่าอยู่ครับ อากาศดี อาหารอร่อย ดอกไม้สวย ผู้หญิงสวย และ มีความร่ำรวย มีอำนาจให้แสวงหา ไต่เต้า มีวิธีคิด มีความแยบยล มากมายนับไม่ถ้วน ทั้งที่เป็นเทคนิคฝ่ายดี และ ฝ่ายวิชามาร ให้เรียนให้พัฒนาไปเรื่อยๆรู้ไม่จบสิ้น.. แต่ทั้งหมด ก็จบได้แค่ กิน กาม และ เกียรติ .. ( กิเลส - ตัญหา - ราคะ และ ความอยากได้ใคร่ดี เท่านั้นมิใช่หรือ ..)

พรปีใหม่ หรือ พรตลอดปีที่ผมได้รับ ตลอดมา ก็คือ สายตาที่พ่อและ แม่ผมมองมา-เมื่อผมเงยหน้ายกหน้าผากจากเท้าทั้งสองของท่านหลังจากก้มกราบ ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมท่าน.. คำอวยพร หรือ ความรู้สึกอื่น ไม่มีอะไรที่ผมจะรู้สึกว่าเหนือกว่านั้น

..การดำเนินชีวิตประจำวันของผมนั้น ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า..สิ่งที่ดำเนินไปท่ามกลางการใช้ชีวิตที่ถูกต้องตามเหตุผลอันสมควร ..เป็นเจ้านายคนก็ทำหน้าที่ให้ดี เป็นผู้ให้บริการ เป็นผู้บริหารองค์กรก็ดูแลลูกค้า ซื่อสัตย์ ต่ออาชีพ อบรมสั่งสอนลูกน้องบริวารให้อยู่ในแนวทางที่ดี และ แบ่งปัน จุนเจืออย่างยุติธรรม .. เมื่อทำดั่งนี้แล้ว .. ผลประโยชน์ต่างๆ ก็จะดำเนินไปตามแนวทางที่ถูกต้องทำนองคลองธรรมอย่างอัตโนมัติ ..

โดยพื้นนิสัยของผม เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบฟังเพลงบรรเลง ชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบอ่านประวัติศาสตร์ ชอบศึกษาปรัชญา โดยเฉพาะปรัชญาอินเดียและปรัชญาตะวันออก .. หากมีเวลาก็จะหาที่สงบๆนอนอ่านหนังสือ แม้เวลาส่วนใหญ่จะหาเวลาว่างยากก็ตาม แต่ ผมก็พยายามพักให้เหมาะกับวัย ..

ในเชิงธุรกิจ .. ผมทดสอบ และ ทดลองทฤษฏีความเชื่อส่วนตัวมากมาย .. ส่วนใหญ่มาจากการนำเอาหลักพุทธศาสนามาพิสูจน์ .. เช่น ทาน การให้ / เมตตา / อภัยทาน และ กัลยาณมิตร - สิ่งเหล่านี้ผมไม่ต้องรอพิสูจน์ .. ผมสร้างขึ้น และใช้เป็นกรณีศึกษาเองเลย ..

หลังจากอดทนมานับสิบปีที่-ไม่เห็นอะไรเลย หรือ ล้มเหลว ..แต่ ห้าปีหลังมานี้ ผมพบว่าหลักการที่พุทธศาสนาแนะนำสั่งสอน เป็นไปได้จริง ..พอมันเกิดขึ้น และ ได้พิสูจน์มาระยะเวลาหนึ่ง ก็พอจะบอกเล่าได้ว่า หลักการที่พุทธศาสนาแนะนำสั่งสอนสิ่งต่างๆนั้นใครก็ทดลองทำก็จะสามารถพิสูจน์ด้วยตนเองได้ทั้งสิ้น.. สามารถทดลองทำได้เอง ถ้าเป็นการดำเนินชีวิตไปในวิธีที่ถูกต้อง..ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างกัน .. ใครเข้มแข็งอดทนในศรัทธาเพียงพอ ..ในที่สุดก็จะได้พบ ได้รับคำตอบ ..


ไม่มีอาหารมื้อไหนที่อร่อยกว่าที่เคยทานมาแล้ว เพราะสุดท้ายก็แค่อิ่ม..พออิ่มแล้วก็เหลือ..ไม่สามารถอร่อยได้อีก ก็เลยคิดว่าไม่อยากเสาะหาอีก / ไม่มีห้องพักหรูๆที่ไหนที่สบายกว่าที่เคยได้สัมผัสมามากมาย..สุดท้ายก็เท่านั้น ..ก็เลยไม่อยากเสาะหาอีก -ไม่มีเซ็กส์พิสดารที่ไหน ที่จะไปได้ไกลกว่าจุดที่สุดทางกายภาพแล้วความรู้สึกก็กลับมาอยู่ที่เดิม.. ไม่ว่าจะเสพกามกับสตรีวัยเยาว์ที่งดงาม หรือ กับ ดารา นางแบบ ค่าตัวแพง เย้ายวนเพียงใดเพียงใด สุดท้ายก็เท่านั้น

- เป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์เราปรุงแต่งทุกอย่างขึ้นจนเราติดอยู่กับมัน ไขว่คว้า ดิ้นรนหาเงิน สะสมทรัพย์สิน และ อำนาจไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้จนลืมความจำเป็นเดิมๆ - ลืมที่มาของเราไปจนหมดสิ้นแล้ว..

เปล่า.. ผมมิได้ต่อว่าใครอื่นที่ทำ หรือ คิดต่างไปจากสิ่งที่ผมเชื่อ .. ผมเคารพในทุกแนวทาง เคารพสิทธิ์ในการดำเนินไปของชีวิตที่แต่ละคนเลือกกระทำ และ แต่ละท่านเลือกเดิน .. ( ครบรอบ สิบสามปี เอดีดี ครั้งนี้ ดูเหมือนผมจะคิดเรื่องนี้มากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ) สงสัยผมจะแก่มากแล้ว จริงๆ

ส่วนเรื่องงาน ที่ผมบอกเล่าท่านอยู่เสมอๆ นั้น - เรื่องเลือกผู้รับเหมา ก็เช่นกัน ผมได้ให้ความเห็นไว้พอสมควร และบางครั้งดูแรงไปก็มี คือ เรื่อง..คน-นั้นถ้าดีดีเลย ครับ ถ้าสันดานไม่ดียังไงก็แก้ยาก .. เพราะฉะนั้นเมื่อต้องการช่าง ต้องการผู้รับเหมาไปทำงานให้-อย่าใจร้อน-หรือ-เชื่อมั่นในความรู้ของตัวเอง-จนเกินไป-วงการนี้ทฤษฎีการบริหารใดๆนำมาใช้ด้วยยาก - ดูคนให้ดีๆ เลือกให้ดี ตกลงกันให้ดี .. ช่างที่ดี ผู้รับเหมาที่ดี ยังคงมีอีกมาก .. .. ของดีราคาถูก/ไม่มี .. ของดีราคาแพงกว่าแน่ ..หาที่ชัวร์-แบบไม่ต้องเสี่ยง หรือ ให้รู้จักแบคกราวน์ซะหน่อยก็น่าจะเสี่ยงน้อย - ยอมจ่ายแพงกว่า น่าจะดีกว่า .. เพราะ ช่างที่ดี ผู้รับเหมาที่ดี ยังคงมีอีกมาก แต่ก็นั่นแหละครับส่วนใหญ่พวกเขาอาจจะยังไม่ว่างมารับทำงานให้ท่านได้ทันที เท่านั้นเอง

เรื่องราวในงานก็เป็นเรื่องระหว่างคนกับคน .. ทั้งสิ้น .. ผม และ เอ.ดี.ดี. ทีมของเรา ทำงานด้านนี้ .. โดยหวังว่า การมี เอ.ดี.ดี.อยู่ในสังคม อย่างน้อยก็พอทำประโยชน์ให้ได้บ้าง - " เอ.ดี.ดี. อยากอยากจะอยู่ในสังคมนี้ อยากเป็นผู้รับเหมา ที่สังคมอยากให้มีอยู่ " ไม่ใช่อยู่แล้ว เป็นภาระสังคม ..ให้ต้องคอยหวาดระแวงระวัง .. เราทำตัวแบบนี้ บอกเล่าแบบนี้ ..มานานจนลูกค้าให้ความกรุณาไว้วางใจเรียกเราไปทำงานอย่างต่อเนื่อง ..ตลอดมา

เอ.ดี.ดี.จะไม่รับเงินมัดจำใดๆเพื่อรับจองคิวล่วงหน้านานๆ -ก่อนจะรับงานปกติก็จะคุยกันดู สอบถามกันทำความรู้จักกันเบื้องต้น กัน .. เพราะ บางที-คนสองคนที่ต่างก็เป็นคนดี ,เมื่อต้องมาร่วมทำงานด้วยกัน-ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายก็มี .. รู้จักกันก่อนนะครับ ลองอ่านเว็บไซต์ รู้จัก เอ.ดี.ดี. รู้จักวิศวกร ช่าง ของเราให้ทั่ว .. พิจารณาให้ดี - เพราะบางที เมื่อคุณรู้จักพวกเรามากขึ้นๆ - คุณอาจจะไม่ชอบผมก็ได้

.. เราเป็นทีมงานเล็กๆธรรมดาๆ ที่ไม่ได้เก่งอะไรมากไม่ได้รับทำงานได้ทุกอย่าง ทุกประเภทของงานก่อสร้าง แต่ ผมยินดีให้ความเห็นและบอกเล่าในสิ่งที่ผมเคยทำ แต่ถ้าคุณคิดว่า วิธีคิด-สไตล์และผลงานของพวกเราพอยอมรับได้ ก็โทรมาคุยกันมารู้จักกัน ครับ

หลักจากคัดสรร และ ลุ้นดูใจวัดใจกันอยู่หลายตลบ ในรอบสี่ปี มาปีนี้เราค่อนข้างแน่ใจว่าน่าจะสามารถสร้างและพัฒนา ช่างไฟฟ้า ชายธง Smith ให้เพิ่มเป็นสมาชิกหลักของ เอ.ดี.ดี.ทีมได้ อย่าเพิ่งเบื่อที่ผมเอารูปพวกเขามาลงบ่อย..นะครับ เพราะพวกเขายอมเชื่อว่าเราจะไปด้วยกันได้ ยอมเห็นด้วยกับแนวทางที่ผมวาง และ มีใจให้กับงาน อดทนฟันฝ่าอดทนครั้งแล้วครั้งเล่าต่ออารมณ์ลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง หลากหลายในงานต่อเติมบ้าน เพื่อให้งานจบอย่างมีความสุข.. เอ.ดี.ดี. ถึงได้มีวันที่ลูกค้ากรุณา ยอมรอคิว..เป็นพระคุณอย่างสูงสุด .. ขอขอบพระคุณจริงๆ ครับ

ในโอกาสครบรอบ สิบสามปี เอดีดี ผมไม่มีอะไรจะอวยพรให้ท่าน นอกจากขอให้สิ่งที่ท่านคิดดีทำดี ตอบสนองท่าน คืนสู่ท่านอย่างยุติธรรม ..ไม่ต้องพบกับความเจ็บป่วย หรือ อุปัตวเหตุเภทภัยใดๆ .. สำหรับผม .. หนีความจริงไปไม่ได้ครับ ผมแก่ขึ้นอีกปี และ รับรู้ถึงความทะเยอทะยานที่ลดลง .. แต่ที่เป็นสุขกว่าปีก่อนคือ รู้สึกพอ รู้สึกเต็ม ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น มีความสุขไม่ยากเหมือนเมื่อเมื่อครั้งหนุ่มๆ ..ปัจจุบันสงบได้ .. ง่าย สบายๆ รู้ทันอารมณ์โกรธ ยามที่รู้ทันคนเมื่อดดนหลอก ระงับอารมณ์ทันยามที่ไม่ได้ดังที่คาดหวัง และ สงบนิ่งได้ง่ายขึ้น .. เอาท์ไซต์ อิน - อินไซต์ เอาท์ ครับ ..ก็เลยเชื่อ อย่างที่เขียนไปนี่แหละ ครับ ว่า พอรู้สึกได้ว่าตัวเองพอ รู้ว่าเต็ม.. ที่เหลือก็ ไม่มีอะไร ..

ที่นี่ ..ไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยาก ..ทำงานกันอย่างเป็นกันเอง ..บริหารจัดการแนวพุทธ -เชื่อในเรื่องของกรรมชั่วให้ผล,กรรมดีให้ผล ...ดูแล คนงาน,ครอบครัวช่าง,สถาปนิก ,วิศวกร และ ทีมงานช่างทุกคน ที่ประจำอยู่กับเรา .. แบบเท่าเทียมกัน
หากท่านสนใจผลงาน ..โทรมาสอบถาม .. ปรึกษา พูดคุยได้อย่างเป็นกันเอง ครับ

-------------------------------------------------

...

การทำอะไรกับบ้าน ..ต้องมีเวลา วางแผนร่วมกันล่วงหน้าร่วมกัน..งานจึงจะออกมาดี - ขออภัยอย่างสูง ที่เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ ไม่สามารถรับทำงานแบบรีบเร้อนเร่งด่วนได้ ครับ

- เมื่อ เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ ตกลงรับทำงาน
ลูกค้าของ เอ.ดี.ดี.เฮ้าส์ ไม่ต้องเสี่ยงกับ
ความไม่แน่นอนของช่าง,เรื่องงบบานปลาย
หรือ เรื่องช่างทิ้งงาน เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ รับผิดชอบงาน
และ รับความเสี่ยงทั้งหมดนั้นแทนลูกค้า

".. แม้ลูกค้าไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้างเลย ลูกค้าเอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ ก็จะได้รับงานก่อสร้างที่ได้ฝีมือช่างมาตรฐาน มีวิศวกรให้คำปรึกษาแนะนำ และ ได้รับวัสดุก่อสร้างเกรดดี ตรงตามที่ตกลง .."

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจผลงานของเรา ขอให้ทุกท่านมีความสุข

ให้บริการ"รับทำงานรีโรเวทบ้านทั้งหลัง"ในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล
ติดต่อ เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ A D D House สำนักงาน บางนา-สุวรรณภูมิ
91/374 PJ Tower, Bangna-Trat Road, Bang Phli, Samut Prakan 10540, Thailand, 02 7637828-9 // 085 180 9994

=::= ยินดีให้ท่านเยี่ยมชมไซต์งานปัจจุบัน =::=

15 ปี เอดีดี เฮ้าส์ A D D House

เราทำงาน เรารับผิดชอบ




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2558 7:26:28 น.
Counter : 331 Pageviews.  

บ้านชมเดือน รีสอร์ทในร่มไม้ริมสายน้ำ ที่อัมพวา

รีสอร์ทในร่มไม้ริมสายน้ำ ที่อัมพวา



..หลังจากผมเสร็จธุระที่ไซต์งาน ..และ เธอก็ช้อบปิ้งเครื่องใช้ในบ้านเรียบร้อยแล้ว..เราออกจาก กรุงเทพฯประมาณ บ่ายโมงมุ่งหน้าสู่ อัมพวา สมุทรสงคราม ...



ก็อย่างที่เคยเล่าละครับ..การดูแลครอบครัว การให้เวลากับครอบครัว การไปเที่ยว ไปพักที่โน่นที่นี่ ก็เป็น ไล้ฟ์สไตล์ ของผมอยู่แล้ว..

ขับแบบสบายๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมง เราก็พาตัวเองมาถึง บ้านชมเดือน รีสอร์ท .. ที่เธอจองไว้ล่วงหน้ากว่าสัปดาห์ ..

ที่เราเลือกมาที่นี่..ก็เพราะผมชอบป่า ชอบ ส่วนเธอนั้นหมายมั่นปั้นมือ..มานานเต็มที ที่จะไปชมหิ่งห้อย..สักครั้ง.. " นัยว่า..วันหนึ่ง เธออาจสมมติตัวเอง เป็นดั่ง อังศุมาลิน..ที่อาจไปรอคอยพบใคร ที่ใต้ต้นลำพู ริมทางช้างเผือก ตามท้องเรื่องในนวนิยายที่เธอชอบอ่าน " ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว..เพราะการตามไปหึงหวง ในจินตนาการดูจะเป็นการใจแคบไปสักหน่อย...



บ้านชมเดือน เป็นรีสอร์ท ที่อยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ มีทำเลที่ตั้งเงียบสงบมีความเป็นส่วนตัวอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ครึ้ม และติดริมคุ้งน้ำแม่กลอง ที่เป็นมุม โอเพ่นวิวได้ทั้งสองด้าน.. อาจเรียกว่า .." รีสอร์ทในร่มไม้ชายน้ำ " ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด .. ซึ่งผมและเธอก็เพิ่งมาสัมผัสที่นี่ครั้งแรก ..




ที่นี่มีห้องพักแยกเป็นสัดส่วน บ้านพักแต่ละหลังถูกจัดวางอย่างผสมกลมกลืน..กับบรรยากาศการตกแต่งภายในรีสอร์ทด้วยไม้เก่า โอ่งเก่าๆ อุปกรณ์โบราณ เครื่องใช้ไม้สอย ต่างๆในสมัยก่อน ..ได้อย่างลงตัว




เครื่องใช้ไม้สอยที่นำมาตกแต่ง เป็นเรื่องราวของของเก่าที่หาดูได้ยากแล้ว.. มีเรื่องราวของตัวมันเอง..อย่างเช่น..อันนี้..ผมเคยเห็นเมื่อสมัยเด็กมากๆ..ผมไม่แน่ใจว่า ทางภาคกลางเรียกว่าอะไร..แต่ทางใต้เรียกว่า "เครื่องฝัดข้าวหรือ ครกฝัด " หรือ " สีฝัด "




ในสมัยก่อนนั้น เมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว..ก็จะนำมาให้ควายเดินเวียนเหยีบกองรวงข้าวแห้ง วนไปเรื่อยๆจนกว่าเม็ดข้าวจะออกจากรวงจนหมด..ซึงเรียกว่า "นวดข้าว" จากนั้นจะนำเมล็ดข้าวเปลือที่หลุดออกจากรวงเหล่านั้น..ไปทำการแยกเมล็ดที่ดี และ เมล็ดที่ลีบ ออกจากกันซึ่งเรีกว่า " ฝัดข้าว" ..โดยใช้เครื่องนี้..นี่เอง

วิธีการก็คือ..นำข้าวเปลือกทั้งหมดใส่ลงไป ในช่องข้างบนแล้วค่อยๆปล่อยให้โรยลงไป เมื่อเราหมุนพัดลมด้วยแรงคน..เม็ดข้าวเปลือกที่ดีมีน้ำหนักมากก็จะไม่ถูกแรงลมพัดออกไปนอกเจ้าเครื่องนี้ ก็จะไหลตกลงไปข้างล่าง..ซึ่งมีรางรองรับไว้..ส่วนเม็ดข้าวเปลือกที่ไม่สมบูรณ์ หรือลีบน้ำหนักเบาก็จะลอยไปตามแรงลมที่ใบพัดหมุนพัดออกไปข้างนอก... นี่จึงเป็นภูมิปัญญาโบราณที่น่าทึ่งของชาวนาไทย..

ผมอธิบายได้ไม่ค่อยเป็น.. ใช้ศัพท์ไม่เก่ง คงพอเล่าเป็นความรู้เท่าที่ตัวเองจำได้ ..เท่านี้ครับ




เราเลือกมุมร้านอาหารด้านริมน้ำหันหลังให้รีสอร์ท พนักงานบริการแบบพื้นบ้านทั่วไป .. แค่พูดด้วยรู้เรื่องก็โอ เค ครับ น่ารักไปอีกแบบ

เธอถาม ... ปลากระพงโบราณ นี่มันเป็นยังไง เหรอน้อง !?

เด็กเสริฟ ... ก็..ปลากระพง..ทอดทั้งตัว ราดด้วยยำมะม่วง ..

เธอถาม ... อ้อ ..แล้วตัวนึงมันประมาณเท่าไหร่ ล่ะ

เด็กเสริฟ ... ราคาตามน้ำหนัก ก็ .. ประมาณ สองร้อยกว่า ..

..โอ เค ค่ะ เอามาตัวนึงเลยค่ะ เธอสรุป


" สุขภาพดี เริ่มต้นที่อาหาร " อาหารเย็นริมแม่กลอง วันอาทิตย์นี้ของผมและเธอ จึงเริ่มด้วยเมนูปลา..ตามด้วยต้มส้มปลาหมึกยัดไส้ และ หอยแมงภู่อบ ...

ราคาอาหารมื้อนี้ 320 บาท ราคาค่าห้องพัก 600 บาท และ ค่าน้ำมันเบนซิน 95 ที่โตโยต้า อัลติส ปี 2004 ใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนมาจากบางนา ก็ถือว่าสบายๆ




เธอบอกว่า..ราคาแบบนี้ สถานที่แบบนี้ ค่าใช้จ่ายเท่านี้ มาอีกนะ ...เราน่าจะได้มานอนพักสูดอากาศบ่อยๆ คราวหน้าน่าจะมาค้างสักสองคืน

ผมไม่ได้ ค้าน หรือ พูดอะไรในทันทีที่เธอพูดจบ นอกจากก้มหน้าจัดการกับปลากระพงสูตรโบราณที่ราดด้วยน้ำยำมะม่วงรสชาดเข้มข้นที่อยู่ตรงหน้า..พร้อมๆกับชำเลืองดูหอยแมงภู่ตัวโตที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ..ตามจังหวะการหยุดคุยของเธอ ...


ผมคิดไว้เช่นกัน..ว่าคงต้องมาอีกอย่างที่เธอพูดและคาดหวังเอาไว้..เพราะเริ่มรู้สึกแล้วว่า..เราน่าจะมีเวลาได้พักที่นี่มากกว่านี้...

บ้านชมเดือนเป็นรีสอร์ทที่เหมาะสำหรับ คนชอบความสงบสงบ ต้องการความเงียบ มีความเป็นส่วนตัว ..เมื่อลองสวมบทเป็นนักจินตนาการดู บรรยากาศที่นี่ทำให้ผมนึกไปถึง..โลเคชั่นที่ วาณิช จรุงกิจอนันต์ จินตนาการไว้ใน" แม่เบี้ย"



เสียงแมว เจ้าถิ่นร้องอยู่ใต้โต๊ะ ที่เรากำลังนั่งทานข้าว..ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า..ยังไม่ได้เล่าเลยว่า..ตลอดบ่าย ตั้งแต่ที่เรามาถึง..ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง..


ด้วยทริบนี้เธอเป็นคนจัด..พอมาถึงที่พักแล้ว เธอก็บอกกำหนดการแรกเลยก้อคือ..ให้ผมขับรถพาเธอไป ดูโบสถ์ไม้สักที่วัด............ ผมบอกว่าไปไม่ถูกหรอก..เธอจัดแจงกางแผนที่แล้วบอกว่า..ขับไปอย่างเดียว เดี๋ยวจะบอกทางเอง..รวมทั้งคุยฟุ้งเลยว่า..วัดที่จะไปเนี่ยะนะ มีโบสถ์ไม้สักทั้งหลังสวยงามมาก..ต้องไปดูให้ได้...



ก็มุ่งมั่นออกขนาดนั้น ใครจะกล้าไปขัดใจละครับ ..ไปก็ไป .. เราถึงวัดชื่อนั้นจริงๆครับ วนเข้าไปในวัด จนสุดทางวนไปวนมาในวัดสองรอบ มีแต่กุฏิพระธรรมดาๆแบบที่เห็นทั่วๆไป ..มองหาโบสถ์ไม้สักไม่เห็นเจอ.. ผมมองหน้าเธอ..แล้วบอกว่า.. ตัดแต้ม 1 แต้ม ทันที พร้อมยึดอำนาจการจัดการทริบมาอยู่ที่การตัดสินใจของผมโดยชอบธรรม ..ซึ่งก็ไม่ได้รับการขัดขืนหรือขัดขวาง แม้แต่น้อย..

เธอพลาด ช่วยไม่ได้ครับ .. อันนี้ยอมกันไม่ได้.. ( นักบริหารระดับผ.อ.ฝ่าย ในองค์กรข้ามชาติ มาตายน้ำตื้นด้วยตัดสินใจ..พลาดเรื่องข้อมูลแบบนี้ได้ไง..)



ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผมบอกว่างั้น..เราไปกราบพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช..ที่ค่ายบางกุ้งกันดีกว่า ที่นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีโบสถ์ปรกที่เป็นอันซีน..ด้วย แม้จะมาเป็นครั้งที่สองแล้ว ก็ไม่เป็นไร..ได้ไหว้พระทำบุญกัน
ผมและเธอไปทำบุญที่วัดบางกุ้ง เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อนิลมณี พร้อมรับน้ำพระพุทธมนต์ จากหลวงพี่ใต้ต้นไม้ .. วันนี้ผู้คนแวะเวียนมาไม่น้อย ทำให้ที่นี่ดูค่อนข้างคึกคัก ..กว่าครั้งก่อนที่เคยมา



โดยส่วนตัวผมแล้วการไปที่ไหนก็ตามหากได้ไปกราบถวายการบูชาสักการะ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน ที่พร้อมจะเสียสละชีวิตได้ตลอดเวลา ในระหว่างที่ต้องกู้ชาติกู้แผ่นดินในรัชสมัยของพระองค์..เพื่อให้พวกเราคนไทยทุกคนได้มีวันนี้.. เป็นความสำนึก เป็นความสุข และปลาบปลื้มใจที่สุดแล้ว..ดังนั้นการมาที่นี่อีกครั้ง ทำให้ผมมีความสุขมาก..




..สูตรการไปเที่ยวทุกครั้งที่ผมต้องถือปฏิบัติ..ต้องหาที่ช็อบปิ้งให้เธอ เราไปที่ตลาดน้ำอัมพวา . " ด้วยรู้แก่ใจว่า.. ผู้หญิงกับการช็อบปิ้ง ผู้หญิงกับเครื่องสำอางค์ และ ผู้หญิงกับการเจ้ากี้เจ้าการไปเสียแทบทุกอย่าง " เป็นของที่แยกออกจากกันไม่ได้ .. ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงไม่ควรเสี่ยงขัดขวางเป็นอย่างยิ่ง... และ การตามใจเธอก็เป็นความสุขของผมอยู่แล้ว..

ตลาดน้ำอัมพวา เป็นสิ่งใหม่สำหรับเราพอสมควร ..ที่นี่มักจะเน้นอะไรที่เป็นสไตล์โบราณ โดยเฉพาะสูตรอาหารต่างๆขนมไทยโบราณ กาแฟโบราณ บะจ่างโบราณ และ อะไร ๆก็โบราณอีกมาก บรรยากาศไม่เลว ..





ที่นี่เป็นชุมชน ตลาดเล็ก ๆ การเดินทางทางน้ำดูจะได้รับการเอาใจ ใส่อนุรักษ์ไว้..อย่างตั้งใจ

เมื่อเดินเบียดคนจนเริ่มหิวน้ำแล้ว เธอก็มองหาหาที่จองซื้อตั๋วเรือไปชมหิ่งห้อยกัน ซึ่งจะมีเรืออก ประมาณ หนึ่งทุ่ม ครับ.. ราคาคนละ 60 บาท ลำหนึ่งนั่งได้ 8-10 คน ใช้ระยะเวลาล่องเดินทางจากคลองสู่แม่น้ำไปกลับประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ช่วงบ่าย ตลาดน้ำยังคงสงบราบเรียบ คนไม่เยอะ เราเดินช็อบปิ้งกันแบบสบายๆ ..




แต่เมื่อเราหวนกลับมาอีกครั้ง ตอนประมาณห้าโมงเย็น เพื่อรอลงเรือไปดูหิ่งห้อยกัน.. กลับพบว่าผู้คนอย่างกับมีงานเทศกาล

ตกเย็นผู้คนมากมาย มาจากไหนกันมากมายขนาดนี้ก็ไม่ทราบได้..โดยเฉพาะการเตรียมตัวลงเรือไปชมหิ่งห้อย.มีท่าน้ำหลายท่าหลายจุด ในตลาด ริมสองฝั่งคลอง ..



.. ท้องฟ้าโพล้เพล้.. ลมแม่น้ำพัดเย็น สองฝั่งคลองคลาค่ำไปด้วยผู้คน ที่มาท่องเที่ยววันหยุดพักผ่อน ผมและเธอก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น.. เรากำลังจะลงเรือไปชมหิ้งห้อย..ไฮไล้ท์ สำคัญของการมาเที่ยวครั้งนี้..ตามความตั้งใจของเธอ ..



มีคำโฆษณาไว้ให้ผู้คนจากต่างถิ่น จินตนาการว่า การได้ไปดูหิ่งห้อย ริมคลอง ที่นี่นั้นมีแห่งเดียวในโลก และ เสมือนหนึ่ง "ราตรีประดับดาว" .. ซึ่งผมไม่ใช่คนที่จะรับอะไรปั๊บแล้วเชื่อเลย ทันที.. (ลึกๆผมแอบค้านในใจ ว่า ที่อื่นๆ ก็น่าจะมีหิ่งห้อยได้.. ที่ไหนมีต้นลำพูริมแม่น้ำ สภาพแวดล้อมเหมาะสม จะมีหิ่งห้อยอีกได้ แต่อาจจะเป็นสายพันธ์อื่นเช่น. พม่า เขมร เวียดนาม หรือ แม้แต่ ในป่าอเมริกาใต้ .. ) แต่ก็เอาเถอะ.. ..การโฆษณา ขายจินตนาการ แบบนี้ ทำให้สำร็จได้ ยากจะตาย.. ตีม ราตรีประดับดาวนี้..ก้อฟังดูแล้วเพ้อฝันได้ไม่เลว ..ผมเห็นผู้คนขนาดนี้ ต้องยกนิ้วให้ครับ ว่าเขาทำสำเร็จ



ผมว่าคนที่นี่ต้องขอบคุณ เจ้าของงานเขียนเรื่อง ที่มีพระเอกชื่อ โกโบริ และ นางเอกชื่ออังศุมาลิน.. เพราะ การได้ยิน ได้อ่าน ได้รู้เรื่องหิ่งห้อย ใต้ต้นลำพู ของคนไทยจากเรื่องราวในจินตนาการเหล่านั้น น่าจะมีผลไม่น้อย กับการเดินทางมาที่นี่..ของผู้คน ดูเธอเป็นตัวอย่าง.. (..หรือผมคิดมากไป )



เมื่อเรือออกจากท่า จะเห็นทิวทัศน์สองฝั่งคลอง เป็นบ้านเรือนไม้เก่า ฝีมือตกแต่ง ปราณีตสวยงาม ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ สลับกับอาคารสมัยปัจจุบัน ..ที่เป็นกิจการโฮมสเตย์ รีสอร์ทและร้านอาหาร .. ท้องฟ้าก็มืดลง คลองจะกว้างขึ้นเรื่อยๆเพราะปลายทางของลำคลองนี้จะล่องออกไปสู่แม่น้ำแม่กลอง



เธอบอกว่า..รู้สึกดีจัง ตื่นเต้นนิด ๆ ด้วย.. ผมเข้าใจอารมณ์เธอขณะนี้ดี ผมคิดว่าคนเราจะจินตนาการอะไรได้ดี น่าจะอยู่ในที่มืด ๆ หรือ บรรยากาศสลัวๆ หน่อย แบบมองอะไรไม่ค่อยชัด เห็นเบลอๆ เพียงรูปร่างตามแสงเงา ..ไม่เห็นสี ไม่เห็นรายละเอียด..แต่รู้แน่ว่าเป็นสิ่งนั้น...

เช่น การมองเห็นแนวต้นไม้ริมฝั่งน้ำ เรามองเห็นภาพเงาตะคุ่มๆเป็นรูปร่าง เรารู้ว่าเป็นต้นไม้แต่เราไม่ทราบรายละเอียด เมื่อมองไปในความมืด อาศัยเพียงแสงไฟไกลๆจากบ้านรือนริมแม่น้ำ .. เมื่อมองไม่เห็นรายละเอียด.. ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่ให้ปุ่มจินตนาการของเราทำงาน..



" เรากำลังจะสร้างความเจริญให้ที่นี่ .. ที่ดินแถวนี้ราคาแพงขึ้นมาก.. รีสอร์ท โฮมสเตย์ เปิดใหม่คึกคัก ..เพราะได้รับความนิยมมาก.. ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว..ติดอันดับไปแล้ว ด้วยความที่ใกล้กรุงเทพฯ .."

แต่.." เราก็ยังอยากดูหิ่งห้อย" ในความมืดด้วยอารมณ์จินตนาการแสนบรรเจิด ที่ตั้ง ตีม ขึ้นสุดเก๋ ว่า "ราตรีประดับดาว" บ้ า ผมคิดในใจ ..มันไปด้วยกันไม่ได้ มันขนานกันไปยากมาก และเรื่องใหญ่มากถ้าจะทำให้ได้..ผมคิดว่า ต้องโซนนิ่งให้ได้ และต้องไม่โซนนิ่งโดยนักการเมืองหรืออ้างชุมชนเป็นกรรมสิทธิ์อย่างที่พยายามทำกันอยู่ มันทำไม่ได้หรอก..นี่ไง " การดูหิ่งห้อย ย่อมต้องอาศัยความมืดสนิทจึงจะจินตนาการถึงโกโบริ อังศุมาลินได้ลึกซึ้ง .. นั่นคือ..ต้องดับไฟของรีสอร์ท โฮมสเตย์ ร้านอาหาร โรงงาน บ้านเรือนริมคลอง หรือห่างออกไปให้หมด..ห้ามใช้เรือยนต์ เครื่องปั่นไฟ น้ำมันและแบตเตอรี่ (แค่นี้ก็น่าจะเลิดคิดได้แล้ว) หรือหากมีอภินิหารทำได้ขึ้นมา ..ก็ต้องส่งเสริมการเพาะเลี้ยงหิ่งห้อย ต้องทำฟาร์มต้นลำพู และ ต้องอะไรอีกมาก ..

: ผมค่อนข้างแน่ใจว่าทำไม่ได้ เพราะโปรเจ็คมันอาจไม่ใหญ่พอ เราคงทำได้ดีที่สุดแค่ พยายามอนุรักษ์สิ่งที่เรามีให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมให้นานที่สุด เท่าที่ทำได้..ก็คงแค่นั้น ครับ ในไม่ช้านักผมว่า หิ่งห้อยที่นี่ก็จะไม่มีให้เห็น อีก.. กลายเป็นตำนาน..หรือ นิทานหิ่งห้อยไป ..ในที่สุด

เรือแล่นช้าลง และ เลียบใกล้ฝั่งคลอง เสียงเครื่องยนต์ดับลง มีพียงความมืด ในแสงไฟสลัวๆ และ เสียงเครื่องยนต์จากเรือลำอื่น เธอสะกิดให้ผมตื่นจากภวังค์..( ที่เพ้อเจ้อใส่อารมณ์ เสมือนหนึ่งว่า..จะหาเสียงลงเลือกตั้งที่นี่ สมัยหน้า ) ชี้มือให้ดูหิ่งห้อยสองสามตัวที่พริบพรายแสง อยุ่ในมุมไม้ซึ่งเข้าใจว่าเป็นต้นลำพู ที่ขึ้นอยู่ริมคลอง .. เธอได้พบหิ่งห้อย ได้เห็นหิ่งห้อย แล้วครับ ..ส่วนจะมากพอจินตนาการให้ลึกล้ำ ถึงเป้าหมายหรือไม่นั้น..ผมมิอาจรู้ได้ ..

จากคลองเรือแล่นออกสู่แม่น้ำแม่กลอง ลมแม่น้ำเย็นสบายๆ ปะทะใบหน้า ให้ความสดชื่น และ โล่งได้ไม่เลว..

ในความเห็นส่วนตัวของผม ที่จริง..ราคา 60 บาท ต่อการนั่งเรือล่องแม่น้ำชมบรรยากาศยามค่ำคืนของสองฝั่งคลองและสองฝั่งแม่น้ำ ในเวลาเกือบสองชั่วโมง .. เป็นความคุ้มค่าที่จ่ายได้อยู่แล้ว.. ผมว่าไม่จำเป็นต้องมีหิ่งห้อยก็ได้ .. แต่ มันคงธรรมดาไป..

มันอาจจะไม่มีตีม Themeให้ชายหนุ่มที่หมายมั่นจะพิชิตใจสาวที่หมายปอง.. ขาดเหตุผลสำคัญที่จะเอ่ยอ้าง ( ที่อยู่ๆสาวเจ้าผู้รักนวลสงวนตัวจะยอมมานั่งเรือล่องลำน้ำเล่นมืด ๆ ..กับชายหนุ่มได้ง่ายๆ) แต่บางที การมีหิ่งห้อยที่นี่ และ เรื่องราวของตำนานรักโกโบริ-อังศุมาลิน อาจจะช่วยให้เธอสร้างจินตนาการ และ คล้อยตาม..ได้ง่ายกว่า


แสงหิ่งห้อย..สู้แสงไฟฟ้าของ กฟผ.ไม่ได้หรอกครับ ..ไม่ว่า ไฟฟ้านั้นจะมาจากเขื่อนน้ำงึม ในลาว หรือ มาแก้สธรรมชาติจากกลางอ่าวของพม่า ก็ตาม .. ความคาดหวังที่จะได้ดูหิ้งห้อยในคืนมืดสนิท อย่างที่ชี้ชวนนักท่องเที่ยวให้จินตนาการว่า "ราตรีประดับดาว" จึงเกิดขึ้นได้แบบครึ่งๆกลางๆ ผมอยากเรียกว่า คืนแห่งแสงไฟ มากกว่า

ผมว่า ราตรีประดับดาว ..จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อ ...เกิดจลาจลไฟฟ้าทั่วเมืองดับสนิท ในคืนแรมสิบห้าค่ำ ที่น้ำมันและแบตเตอรี่ มีคำสั่งห้ามยานพาหนะทางน้ำ และ บ้านเรือนริมฝั่งคลองให้งดจุดไฟทุกชนิดชั่วคราว หากใครจะดูหิ่งห้อย...ก็ อนุญาตเฉพาะผู้คนใช้เรือพายหรือเรือแจว ล่องออกไป นั่นแหละครับ ..

ราตรีประดับดาวจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสภาพที่เป็นจริงปัจจุบัน ผมว่าโอกาสที่จะเกิดได้แสนจะริบหรี่ พอๆกับแสงหิ่งห้อย ที่เราแทบจะหาดูไม่ค่อยเจอเลย ในตอนนี้...



แต่..วันนี้ขณะนี้ ผมมีความสุข เข้าใจและพึงพอใจ กับการได้ทำหน้าที่คนไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ให้กับผู้คนพี่น้องเชื้อชาติเดียวกัน ..ผมไม่ได้จินตนาการ หรือ คาดหวังอะไรที่เพ้อเจ้อเกินจริง .. สภาพแวดล้อมก็เป็นอย่างนี้แหละครับ.. ได้อย่างเสียอย่าง ขึ้นอยู่กับว่า.. เราจะเลือกอะไรไว้ และ ยอมเสียอะไรไป


..การได้นั่งชมบรรยากาศยามค่ำคืนของสองฝั่งคลองและสองฝั่งแม่กลองในยามค่ำคืนอย่างเต็มอิ่ม เกือบสองชั่วโมง เป็นความคุ้มค่ายิ่ง ส่วนการได้ดูหิ่งห้อยที่พริบพรายแสงอยู่ใต้ต้นลำพูริมน้ำ ตามจุดต่างๆบ้าง ก็น่าตื่นเต้น พอๆกับการนั่งเรือไปดูปลาโลมาที่ท่าข้าม ปากแม่น้ำบางปะกง ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งก็ไม่น่าจะต่างกันมากกับการไปลุ้นนับบั้งไฟพญานาคที่ โพนพิสัย หนองคาย.. คือ มีเรือบริการ มีที่พักสะดวกสบายทุกอย่าง ราคาไม่แพง แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า..จะเห็น โลมา จะเห็นหิ่งห้อย หรือ ได้เห็นบั้งไฟพญานาคแน่ๆ
หรือ หากได้เห็นก็ไม่มีใครรับประกันได้อีก ว่าต้องได้เห็นเป็นจำนวนมาก น้อย ถี่ห่าง เท่าไร .. เพราะคงไม่มีใครหาเรื่องโดนด่าแบบนั้นแน่.. ได้แต่บอกว่า เมื่อวานได้พบเห็นหิ่งห้อย ประมาณกี่กลุ่ม กี่จุด ปีที่แล้วมีบั้งไฟขึ้นจำนวนเท่าไร หรือ เพิ่งพบโลมาสี่ห้าฝูงเมื่อสามวันก่อน คงทำได้เท่านี้.. เพราะมันขึ้นอยู่กับธรรมชาติ..ซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยองค์ประกอบ ทั้งฤดูกาล อุณหภูมิ กระแสน้ำกระแสลม ..แสงสว่าง และ สภาพแวดล้อม..ต่างๆ อีกนานับประการ ฯลฯ



เรือล่องกลับมาส่งเราที่ท่าเรือริมคลองในตลาดน้ำอัมพวา ..


เรากลับถึง รีสอร์ทเกือบสามทุ่ม..อาบน้ำแล้วหลับสบายจนถึงเช้า...

ตื่นมาเกือบหกโมง เดินออกไปสูดอากาศริมน้ำยามเช้า ให้ความรู้สึกสดชื่นมีพลัง มากๆ





สั่งอาหารเช้าคนละชุด..เลือกมุมนั่งทานริมน้ำ แล้วเช็คเอ้าท์ ..เข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานต่อ ...



..หากคุณมาอ่านพบเข้า..แล้วเกิดอยากไปตรวจสอบวิธีคิดวิธีเล่าของผม..

ลองโทร.ไปที่ บ้านชมเดือน 034752200-1เพื่อสอบถามข้อมูลที่พักก็ได้

 



..บ้านชมเดือนรีสอร์ท.. อัมพวา

เที่ยว.. อัมพวา ฉบับต่อจาก บ้านชมเดือน



สวัสดี ครับ




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2554    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2555 21:36:18 น.
Counter : 5283 Pageviews.  

หน้าร้อนบนเส้นทางอีสาน

หน้าร้อนบนเส้นทางอีสาน

จากเอ.ดี.ดี. ก่อสร้าง (สาขาสุวรรณภูมิ) ของผมซึ่งมีลูกน้องพักอาศัยประจำอยู่ที่นี่ บนชั้นสอง และชั้นสาม จำนวนสามครอบครัว
ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ทางอีสาน ..



การเดินทางครั้งนี้ เกิดจากเมตตาจิต น้ำใจไมตรีที่มีให้พวกเขา คือ การขับรถไปส่งเขาที่บ้าน และ หาเรื่องเที่ยวไปทำบุญไป ตามสไตล์ยามว่างของครอบครัวเรา อีกครั้ง

เริ่มต้นจาก บางนา .. ชลบุรี..เขาหินซ้อน..สระแก้ว..อรัญญประเทศ ..ประโคนชัย/บุรีรัมย์..นางรอง..สีคิ้วและจบลงที่..ปากช่อง ..เวลา 20.00 น.ท่ามกลางเส้นทางที่อากาศร้อน ..และ ดอกราชพฤกษ์


ไม่ได้วางโปรแกรมไว้ก่อน .. เป็นการเดินทางที่คล้ายๆไปทำงาน.. และ ท่องเที่ยวพักผ่อนในเวลาเดียวกัน




ด้วยสงสารลูกน้อง จะลำบาก ..เพราะมันจะเอา มอร์เตอร์ไซต์ ไป ใช้ที่บ้าน ท่ามกลางความหนาแน่นของกระแสการเดินทางช่วงเทศกาล

จึงตกลงว่า..ไม่เป็นไร..ไปส่งเอ็งก็ได้.. มันดีใจแทบกระโดด..

แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยไป บุรีรัมย์ .. เลยถามมันว่า บ้านเอ็งมีอะไรเที่ยวมั่ง.. มันบอกว่า.. ปราสาทไงเฮีย ..สุดยอด... เฮียจะชอบแน่ ผมรับรอง..

เออ.. ไปแล้วเดี๋ยวรู้เอง .. ไกลไม๊วะ ..
ประมาณ สองสามร้อยโลได้ ..มันบอก..แบบไม่แน่ใจ

ผมเริ่มต้นจาก บางนา .. ชลบุรี..เขาหินซ้อน..สระแก้ว..

เราเดินทาง ถึงโรงเกลือ อรัญญประเทศ (ที่มาทางนี้ก็เพราะ ..เธอ ต้องการมาแวะทานกลางวันซึ่งเป็นอาหารเวียตนาม แท้ๆ ..(แม้จะเสริฟโดย สาวเขมรก็เถอะ) ร้านนี้..แหละ ครับ ...




เราไม่ได้มาทาน นานมากแล้ว น่าจะสักเกือบ ห้าปี เห็นจะได้.. ...ที่นี่มีห้องแอร์..ด้วยนะครับ

ค่อยยังชั่ว...




รสชาดอาหารใช้ได้ครับ.. ราคาไม่แพง

ผมสั่งทานเป็นชุดสำหรับ ห้าคน ราคามื้อนี้ 450 บาท





ด้วยความที่ เที่ยวไปกินไป..สไตล์ ครอบครัวที่ต้องได้รับความ ยินยอม และ อนุมัติจาก เธอ ทำให้เราต้องเดินทางอ้อม..มาอรัญประเทศก่อน..แล้วเลียบชายแดน..เขมร ซึ่งทั้งร้อนทั้งแล้ง ไป อ.ตาพระยา เพื่อมุ่งหน้าสู่บุรีรัมย์.. คนอีสานนี่ น่าเห็นใจมาก ครับ

เกือบบ่ายโมงก็ไปต่อ พร้อมพลังงานแหนมเนือง...





ลัดเลาะชายแดน ไปเรื่อยๆ..ตามเส้นทาง ที่ผมเพิ่งเคยไปครั้งแรกในชีวิต



ถึงแล้วเฮีย...

จะไปบ้านผมก่อน หรือ เฮียจะขึ้นเขาไปปราสาทก่อน..ชันหน่อยนะ ..
...

ไปบ้านเอ็งก่อนสิ ..บ๊ะ
จะให้บรรทุกมอร์เตอร์ไซต์ เอ็งขึ้นเขาเรอะ

..บ้านมันอยู่ที่ ตะโกตาพิ ประโคนชัยครับ ..เขามาทำงานให้ผมได้สองปีแล้ว.. ในจำนวนลูกน้องทั้งหมก ยี่สิบกว่าคน เจ้านี่ถือเป็นลูกน้องที่ดีคนหนึ่งที่ผมช่วยเหลือมันหลายอย่าง.. ฝากหลานเข้าทำงานให้ ใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านให้ ..ฯลฯ

และด้วยความที่..เขาไปพูดถึงผมไว้อย่างไรไม่ทราบได้..ญาติพี่น้อง ทั้งเครือของเขาก็กะต้อนรับผมอย่างดี จะเลี้ยงมื้อใหญ่ ..ไปจอง เตรียมจัดบ้านฝรั่งแบบมีสระน้ำให้นอนค้าง



.... จะให้ผมเบียดเบียนเขา รับน้ำใจเขาได้ยังไง..

ผมบอกว่า.. ไปเที่ยวปราสาทแล้วกัน เดี๋ยวมืด.. ขอบใจมากๆ เรื่องอื่นไม่ต้อง... เดี๋ยวจัดการเอง.. ไปชมปราสาทก่อนดีกว่า... ไปดูซิว่า พวกเขาเอาหินมาสร้างปราสาทขนาดนี้ได้ยังไง..



ตระเวนชมปราสาท สักพักฝนก็เทลงมา ...ชุมฉ่ำ ชื่นใจ คลายร้อนได้พอสมควร




ผมก็เริ่มสอบถามเส้นทาง ที่จะไปต่อ ได้ความว่า จากประโคนชัยไปบุรีรัมย์ 60 กม.จากประโคนชัยไปโคราช ...120 กิโล...

ผมก็เริ่มวางแผนในใจดังๆให้เธอรู้ ผมคิดว่าเราน่าจะไปหา รีสอร์ท ที่ดีๆ นอนเช่น บ้านไม้ชายน้ำที่ปากช่อง เป็นต้น

แม้เจ้าลูกน้องผม มันจะน้อยใจนิดๆที่ผมไม่ยินยอมค้างกับมัน.. ทั้งๆที่ .. มันจัดเตรียมทุกอย่าง ไว้แล้วล่วงหน้าเพื่อ จะรับรองผม ..

แต่..ไม่ว่ามันจะรู้สึกอย่างไร มันก็ต้องเข้าใจ.. ว่าผมไม่อยากรบกวนมัน..และ นี่เป็นไล้ฟสไตล์ ของผมอยู่แล้ว..



จากสว่าง ...สู่ค่ำคืนแห่งการเดินทาง บนเส้นทางที่ไม่เคยผ่านมาก่อน... ผมออกจาก ตะโกตาพิ อ.ประโคนชัย ... มุ่งหน้า นางรอง โชคชัย สีคิ้ว ตามเส้นทางซึ่งส่วนใหญ่เป็น ถนนสองเลน..และ กำลังก่อสร้าง..

เมื่อเจอสภาพนี้..เธอบอกว่า..คราวหน้าไปต่างจังหวัด อย่าหวังที่จะเอาอัลติสไปอีก.. เอาคันนี้มา เหมาะที่สุดแล้ว แม้ว่ามันจะไม่นิ่มสักเท่าไหร่ก็ตาม...

ผมเงียบ ....

ที่เงียบเพราะ ต้องใช้สมาธิขับรถ.. และ กำลังคิดว่า..
คืนนี้จะหาที่พักดีๆ ที่ไหน..และ พรุ่งนี้จะไปไหว้พระพุทธชินราชที่พิษณุโลก... จะไปยังไง..

...ท่าทางเธอเป็นกังวลไม่น้อย และปรึกษากันมาตลอดทาง สรุปว่า.. น่าจะไปปากช่อง.. ที่บ้านไม้ชายน้ำรีสอร์ท ก่อน เพราะชัวร์ที่สุด และ เรารู้จักดีเพราะเคยไปพักกันมาแล้ว..(แต่ไม่รู้ ลองวีคเอ็นแบบนี้..ไม่ได้จองไว้ก่อน... จะมีห้องรึเปล่า)..




... ปาฏิหาริย์มีจริง ..

กริ้งๆ (มือถือผมดัง..ที่จริงมันดังอีกอย่าง..แต่เขียนไม่ถูก)

.. เฮ้ย ขอบใจว่ะ ฝีมือลูกน้อง "มึง" ใช้ได้นี่หว่า

(เพื่อนผมโทรมา..) ผมเพื่งให้ลูกน้องผมไปซ่อมบ้านให้มัน..เมื่อวาน ก่อนจะให้มันหยุดยาว บ้านเพื่อนผมเป็นประเภทไฮโซ อยู่บ้านกลางกรุง ทองหล่อ 14 อาณัติ เพื่อนผม กก.ผจก. บริษัทแคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในวงการคงรู้จักดี ที่ผลิตลูกอม หมากฝรั่ง พวกฮอลล์ เดนทีน ชิคเคล็ด ฯลฯ ให้พวกเราฟันผุกันทั้งประเทศ นั่นแหละ ...ครับ กินนอนมาด้วยกัน ตั้งแต่เรียนธรรมศาสตร์ ..ก็ต้องขอบคุณที่มันยังคบผู้รับเหมาเล็กๆอย่างผมเป็นเพื่อน )

ผมบอกเออ.. ขอบใจ ..กู จะบอกมันให้ .. เนี่ยกูเพิ่งไปส่งมันมา ตอนนี้อยู่กลางถนน แม่งเหนื่อย ..ชิบ หาย (ขอโทษ ครับ เราพูดจาแบบนี้กันมานานแล้ว ครับ ตั้งแต่สมัยเรียน อย่าถือเลย)

แล้ว ตอนนี้มึงอยู่ไหน ...... โชคชัย

นึงจะไปไหน กลับกรุงเทพรึเปล่า ...

เปล่า ..กะไปปากช่อง ..พรุ่งนี้ จะไปไหว้พระพุทธชินราชที่พิษณุโลก ...

แล้ว มี่พักแล้วรึยัง...

ยังว่ะ .. เคยไปปากช่องครั้งหนึ่งนานแล้ว ..มีรีสอร์ที่เคยพัก แต่ ไม่ได้จอง ..


เอางี้... เมื่อตอนกูไปสร้างโรงงานที่นั่นนะ ...มีรีสอร์ทอยู่ที่หนึ่ง แม่ง ดีมาก .. เป็นแบบคล้ายๆร้านอาหาร..นะ ชื่อ น่านน้ำ .. ตกแต่งแบบคันทรี่หน่อยๆ..มึงน่าจะชอบกูว่า น่าจะมีห้องว่างนะ ... แล้วที่สำคัญนะ แม่งมีซาวน่า ทุกห้อง...

เวลา เลี้ยวเข้าปากช่องนะ สังเกต ขวา มือ ....


... นั่นแหละ ครับ ... ที่ผมว่า ปาฏิหาริย์ .. .





แบบไม่ต้องลุ้น ไปตามนั้น เธอดีใจมาก..ถึงมากที่สุดที่มีที่พัก .. ที่น่านน้ำ มีห้องสองราคา 800 กับ 1200 บาท แต่ ราคาหลังนั้นเต็มแล้ว ...




ดีจริงๆ ครับ ..สะอาด สะดวก ร่มรื่น อากาศดี สบาย ปลอดภัย .. ดีอย่างที่ระดับกรรมการผู้จัดการ ..บริษัทข้ามชาติอย่างมัน..แนะนำ ..
แต่.. ร้อนตับแล่บ ขนาดนี้.. ผมนึกไม่ออกว่า..ผมจะใช่ซาวน่าทำประโยชน์อะไร



ผมถึงสองทุ่มครึ่ง ..ได้ดูละครเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช .. ตอนจบ และ หลับอย่างเป็นสุข ....




ตื่นเช้ามา..อากาศเย็นสบาย สดชื่น รู้สึกได้ถึงพลังที่ใช้หมดไปเมื่อวาน..กลับมาอีกครั้ง ..ลืมบอกไป 800 นี่ รวมอาหารเช้าสำหรับสองคน




บรรยากาศ โดยรอบของ น่านน้ำ น่าพัก ..สะดวกสบายคุ้มราคาทีเดียว



เธอ..ถามผมว่า คิดออกรึยัง จากปากช่อง ..จะไปพิษณุโลกยังไง ไม่ให้ไกลมาก..




ผมบอกว่า ..เราน่าจะไปในเส้นทางที่เราเคยไป.. ( อิ อิ )

"" ผมตอบไแบบให้ฟังดูดี มีหลักการ.. ใช้ได้ใช่ไม๊ ครับ ..

แต่.. ความจริง ก็คือ ผมคิดไม่ออก .. แผนที่ทางหลวงเคยซื้อไว้ก็ไม่ได้อยู่ในเก๊ะรถคันนี้..

...

คือกับผู้หญิงนี่นะ..ต้องไม่ให้เสียฟอร์ม ..มิฉะนั้น จะทำให้ ภรรยาขาดความเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวเรา..(คือหากเมื่อไหร่ที่เค้าขาดความมั่นใจในสิ่งที่เราทำสักครั้งละก้อ เค้าจะจำ..ครับ แล้วคราวนี้นะ คุณระวังไว้ให้ดี..) ผมก็กำหนดเส้นทางที่เราเคยไปขึ้นมา .. โดยแอบคิดคนเดียว (และเชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้น)




ออกจาก ปากช่องมุ่งหน้าสู่ถนนมิตรภาพ เลี้ยวเข้ามวกเหล็ก ... มุ่งหน้าสู่เขื่อนป่าศักดิ์ฯ ..(ซึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยว..จะทำให้เธอเพลิดเพลิน กับเส้นทาง สู่วังม่วง ..อุโมงค์ต้นไม้.. ดอกคูณเหลืองอร่ามเกือบตลอดสองข้างถนน ..โดยไม่เบื่อ และ ไม่ค่อย สนว่า แท้จริงแล้วผมกำลังขับไป คิดไป ว่า ..จะไปยังไง




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2554    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 12:57:29 น.
Counter : 412 Pageviews.  


PJ-ADD
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]





ทุกคนทุกฝ่ายมีกรรม ..และ มีชะตากรรมร่วมกัน

ภายใต้วันเวลาที่กรรมตามมาทัน ..จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ... " ไม่เป็นไร หรอกครับ .. ยังไงทุกชีวิตก็ต้องได้พบกับ คำว่า กรรมตามทัน เข้าสักวัน ด้วยกันทุกคน.

" สิ่งที่ถูกต้อง กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เรารู้ในใจที่จริงก็เหมือนกันทุกคนครับ ..ที่จริงทุกคนก็รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว แต่ การตัดสินใจเลือกกระทำ อาจจะไม่เหมือนกัน .. ก็เพราะกรรม..ทำให้เขาเลือก..อย่างที่เขาเลือก.. และ เมื่อเขาเลือก..เขาก็ย่อมได้รับ "
ก็เพราะกรรม.. - เราเองก็เช่นกัน ครับ เราเลือกอะไร เราทำอะไร .. แสดงออกไปอย่างไร .. เราก็รู้ไม่ใช่เหรอครับ

" ธรรมะมีพลังยิ่งใหญ่เสมอ ครับ ..ธรรมะคือธรรมชาติ มันมีอยู่อย่างนั้น และเป็นไปเช่นนั้น.. ขึ้นอยู่กับว่า เราจะตรวจสอบสังเกตุ ดูจิตดูใจเราไม่ให้เกิดความชั่ว ความเศร้าหมองในจิต และ ไม่ทำชั่วด้วยกาย วาจา ใจ.. แม้เนียนๆแม้เพียงเล็กน้อย..ที่บางคนอาจคิดว่า นี่เป็นศิลปะ ในการเลี้ยงชีพ แต่แท้จริงแล้วเราก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าที่เราคิด ที่เราพูด ที่เราทำลงไปนั้นมัน เราต้องการอะไร.. และ มันอยู่ฝ่ายดี หรือ ฝ่ายไม่ค่อยดี

..เรื่องที่ไม่ถูกต้อง .. เรื่องที่ไม่ดี ..เรื่องที่นำเราไปในทางเสื่อม .. อยู่ใกล้ตัวเราเสมอ ..เกือบทุกครั้ง ที่มันคือหนึ่งในทางเลือก เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจแต่ละครั้งของเรา.. และ เราก็ทำมันลงไป .. ซึ่งเมื่อเราทำ ช้าหรือเร็วเรก็ต้องได้รับผล

..ไม่ว่าใครต่อใครในสังคมนี้จะรู้สึกกับช่างก่อสร้าง-กับ-ผู้รับเหมาก่อสร้าง อย่างไร / ตราบใดที่ทุกคนยังต้องการมีบ้านอยู่อาศัย ต้องการตกแต่งบ้าน ต้องการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอาคารธุรกิจ หรือ ที่อยู่อาศัย..สังคมก็ยังต้องเกี่่ยวข้องกับคนที่ทำอาชีพ ช่างก่อสร้าง อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง.. ครับ

วันนี้ขอธรรมะอีกวันนะ ครับ

คุณหมู- เอดีดี
https://www.facebook.com/ADDHomeRenovations
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add PJ-ADD's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.