Group Blog
 
All Blogs
 
เวบพ่อแม่ลูกยุค 2.0

เมื่อปลายเดือนก่อนบก.คนเก่ง คุณโน...สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน อีเมล์มาแจ้งว่า นิตยสาร Mother & Care ได้จัดทำเวบไซต์ //www.motherandcare.in.th เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แถมยังกระโดดเกาะเทรนด์ Social network มี Hi 5 กับเขาด้วย นั่นคือ //motherandcare.hi5.com

เมื่อทราบดังนั้น ผมไม่รอช้า...รีบขยับเม้าท์คลิ๊กเข้าไปเยี่ยมชมทันที หลังจากอิ่มเอม เพลิดเพลินกับสาระประโยชน์หลากหลายจากเวบไซต์ ผมอดหวนระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนไม่ได้

ตอนนั้น ผมและสาวข้างกายยังเป็นว่าที่คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ในต่างแดน ห่างไกลจากครอบ ครัว เพื่อนสนิท จะปรึกษาหารือกับใครเรื่องการตั้งครรภ์ เรื่องการคลอดลูก เรื่องการเลี้ยงดูเด็กอ่อนก็ดูจะวุ่นวาย เหนื่อยยาก

หนทางช่วยลดทอนความกังวลของผมได้คือการค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง ทั้งจากร้านหนังสือ ห้องสมุดและในเครือข่ายอินเทอร์เนต

จำได้อย่างแม่นยำว่า ในช่วงเวลานั้นเวบไซต์เกี่ยวกับเรื่องการดูแลหญิงตั้งครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูเด็กของไทยแทบจะไม่ปรากฏให้เห็นอย่างครบถ้วน รอบด้าน

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงท่องโลกไซเบอร์ค้นคว้าหาความรู้จากเวบไซต์ต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เห็นว่า เจ้าของเวบไซต์เหล่านั้นใช้เวบไซต์ของเขาอย่างคุ้มค่า...สมกับการเป็นสื่อใหม่ (New Media)

ถึงตรงนี้ผมคงต้องขออนุญาตขยายความหน่อยว่า สื่อใหม่มีความโดดเด่นแตกต่างไปจากสื่อดั้งเดิม อย่างพวกสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ ตรงที่สื่อใหม่เป็นนวัตกรรมซึ่งสามารถข้ามข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่และกาลเวลา

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนอยู่ในประเทศไทย หรืออยู่ในสหรัฐอเมริกา หากคุณเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เนตได้ คุณย่อมสามารถเสพข้อมูลข่าวสารนั้นๆได้พร้อมๆกัน ไม่ต้องรอข้ามวัน ข้ามคืนเช่นการเสพสื่อดั้งเดิม

นอกจากนั้น สื่อใหม่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถมีส่วนร่วมกับการผลิตในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การกำหนดหรือสร้างเนื้อหา การตอบโต้แบบ Interactive ฯลฯ

ถือเป็นปัจจัยสำคัญในยุคเวบ 2.0 ที่ผู้ใช้บริการเป็นผู้กำหนดเนื้อหาในเวบได้เอง (User Generated Content) ซึ่งแตกต่างจากเวบยุคแรกที่ผู้ให้บริการมีหน้าที่ป้อนข้อมูลให้แต่ฝ่ายเดียว

เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการเวบไซต์ หรือแม้แต่ระหว่างผู้ใช้บริการเวบไซต์ด้วยกันเองมีมากขึ้น อันก่อให้เกิดชุมชน (Community) ขึ้นในเครือข่ายไซเบอร์

ข้อเด่นอีกประการของสื่อใหม่ คือการหลอมรวมสื่อประเภทต่างๆเข้าด้วยกัน (Convergence) ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ล้วนสามารถหลอมรวมกันอยู่ในสื่อใหม่

แต่เท่าที่ผมสแกนดูเวบไซต์เกี่ยวกับการดูแลครรภ์ การเลี้ยงลูกของไทย พบว่า ส่วนใหญ่จะมีลักษณะจำลองหรือลอกสื่อสิ่งพิมพ์ใส่ลงมาในสื่ออินเทอร์เนตเสียมากกว่าใช้จุดเด่นของเวบ 2.0 ให้เป็นประโยชน์

ในขณะที่เวบไซต์ของต่างประเทศ นอกจากจะให้ข้อมูลสาระประโยชน์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การคลอด การเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบของตัวอักษร หรือรูปภาพแล้ว ยังมีคลิปภาพเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน อาทิ คลิปวิธีการอาบน้ำให้เด็กทารก คลิปการป้อนนมลูก ฯลฯ

หรือมีคลิปเสียงเพลงบรรเลง คลิปนิทานเพลงให้ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดไปเปิดให้ทารกน้อยฟังก่อนนอน

นอกจากการให้สาระความรู้แล้ว เวบไซต์ชั้นนำเหล่านี้ยังใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ไปด้วยในตัว

อย่างเช่น ถ้าเข้าเวบไซต์ไปสมัครสมาชิกเพื่อขอข้อมูล หรือขอเทปเพลงบรรเลงสำหรับทารกในครรภ์ เขาจะให้กรอกข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง อาทิ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อีเมล์ และถามลึกถึงประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีลูกมาแล้วกี่คน ฯลฯ

ทันทีที่กดสมัครสมาชิก อีเมล์ฉบับหนึ่งจะส่งตรงมาถึงผู้สมัครทันที แจ้งให้ทราบว่าขณะนี้คุณตั้งครรภ์มาแล้วกี่สัปดาห์ กำหนดคลอดเมื่อไหร่ ตัวอ่อนในครรภ์มีลักษณะอย่างไร ขนาดเท่าไหร่ มีรูปและรายละเอียดให้อย่างสมบูรณ์ พร้อมข้อแนะนำทางโภชนาการต่างๆ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เขาคำนวณมาจากข้อมูลที่เรากรอกให้นั่นเอง

จากนั้นทุกสัปดาห์จะมีอีเมล์มาแจ้งให้ทราบรายละเอียดของเบบี๊ในครรภ์ พร้อมรูปและคลิปเคลื่อนไหว รวมถึงเกร็ดสำคัญๆ เช่นถ้าเป็นช่วงแพ้ท้องหนัก ก็จะมีข้อมูลว่าควรดูแลตนเองอย่างไร แนะนำว่าควรดื่มชาสมุนไพรอะไรบ้าง หรือถ้าเป็นช่วงลูกจะเข้าโรงเรียน จะมีเคล็ดวิธีทำให้ลูกไม่งอแงเวลาไปโรงเรียน เป็นต้น

อีเมล์บางฉบับยังแถมคูปองลดราคาสินค้าเกี่ยวกับเด็กอ่อน หรือมีรายละเอียดสินค้าที่ควรเตรียมซื้อหาเอาไว้ล่วงหน้า หรือมีลิงค์เชื่อมต่อสู่เวบขายสินค้าต่างๆ

แน่นอนครับว่า สินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นสปอนเซอร์ของเวบไซต์นั้นๆ ซึ่งการส่งข้อมูลสินค้าประเภทนี้ ถือว่าเป็นการทำ E-mail Marketing นั่นเอง

จะว่าไปแล้วก็เป็นการทำการสื่อสารการตลาดที่ทุกฝ่ายแฮปปี้นะครับ

ฝ่ายผู้ใช้บริการเวบไซต์พึงพอใจที่ได้ซื้อสินค้าราคาถูกกว่าตามห้างร้านต่างๆ ฝ่ายเจ้าของสินค้ายินดีที่ขายของได้ ส่วนเจ้าของเวบไซต์ดีใจที่ได้รับเงินสปอนเซอร์จากเจ้าของสินค้า

ทีนี้ผมขอพูดเรื่องการสร้างชุมชนพ่อแม่ในเครือข่ายไซเบอร์หน่อยนะครับ

เวบไซต์มืออาชีพในต่างประเทศมักจะไม่ปล่อยให้เกิดชุมชนเสมือนตามธรรมชาติหรอกนะครับ เขามักจะมีการวางแผน ชักจูง ให้เกิดการเกาะกลุ่มของชุมชนอย่างมีทิศทาง โดยมีเจ้าหน้าที่บางคนมาทำหน้าที่ช่วยสนับสนุน ผลักดันให้ชุมชนเสมือนที่เกิดขึ้นมีกิจกรรมร่วมกัน

กิจกรรมที่ทำอาจจะหาสปอนเซอร์มาร่วมสนับสนุนก็ได้ อาทิ จัดกิจกรรมสอนพ่อแม่เรื่องการเตรียมตัวก่อนคลอด กิจกรรมสอนเด็กวาดรูป ร้องเพลง ฯลฯ

เพราะถ้าลำพังปล่อยให้ชุมชนเสมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ชุมชนนั้นๆมักจะเป็นแค่แหล่งปรับทุกข์แลกสุข หรือแลกรูปลูกเท่านั้นเอง กิจกรรมด้านการเสริมทักษะในการเป็นพ่อแม่คุณภาพจะเกิดขึ้นได้ยาก

นอกจากนั้น เวบไซต์เมืองนอกบางแห่งยังเชิญเหล่ากูรูผู้รู้รอบในเรื่องการตั้งครรภ์ การคลอด การเลี้ยงดูเด็กมาพูดคุย แนะนำ และตอบคำถามข้องใจกับผู้ใช้บริการผ่านเวบบอร์ด หรือบางแห่งก็มีการคุยกันสดๆผ่านกล้องเลยทีเดียว

ครับ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยจากการเรียนรู้เวบพ่อแม่ลูกในยุค2.0

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 44 เดือน สิงหาคม 2551


Create Date : 14 กันยายน 2551
Last Update : 14 กันยายน 2551 16:26:55 น. 4 comments
Counter : 258 Pageviews.

 
อ่านจนจบ
นึกว่าจะมีเซอร์ไพร์ส สอนวิธีว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สร้างน้อง!

ฮ่า-ฮ่า มีเป็นคลิป มีเป็นเสียง เหมาะเป็นเว็บ 2.0!

ออกแนวอนาจาร

ชอบจังครับอาจารย์ ที่ว่า คนต่างชาติเขาใช้เว็บไซต์ของเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งที่เว็บไซต์สมัยนี้เป็นแหล่งหาเงิน เป็นสิ่งที่ทำเป็นธุรกิจ ใครคิดจะสร้างก็ย่อมโหยหากำไร

แต่ประโยชน์ที่สุดที่อาจารย์หมายถึง
คือประโยชน์ของทุกคน

จริงจริงแล้วเราน่าจะเอาตรงนี้มาใช้กับทุกสิ่งในชีวิต
นักเรียนใช้เวลาเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อาจารย์ใช้เวลาสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นักการเมืองใช้ทำเนียบและอำนาจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
กุ้งกุลาลอกคราบก็ใช้คราบของมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด กินเพื่อสร้างเสริมตัวเอง

ถ้าเราไม่ลืมประโยชน์ส่วนรวม ควบคู่กับประโยชน์ส่วนตน
เมื่อสองอย่างนี้ผสานกันได้ลงตัว

สังคมคงสงบสุข อย่างน้อยก็มากกว่าทุกวันนี้แน่ครับ

:-) แต่ถ้ามีคลิปสร้างน้องอย่างผมว่า
น่าจะไม่สงบสุข


โดย: Dinner31 วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:19:47:57 น.  

 
เห็นด้วยมากๆ เลยค่ะ


โดย: PORBUA วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:9:06:39 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บ้านนะ


โดย: หวาน (Phumpanit ) วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:13:00:36 น.  

 
ที่นี่ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก(ใหญ่ๆ)ละมังคะ
กว่าใครๆ
ทั้งรัฐเเละเอกชนจะนึกออก
คิดได้ ไล่ทันว่า
จะบริหารจัดการสื่อใหม่ๆทั้งหลายทั้งปวงยังไง
ให้เกิดประโยชน์(ต่อสาธารณะ)สูงสุด

คงต้องช่วยๆกันกระจายขายความคิด(ดีๆ)
เเบบที่อาจารย์ยกตัวอย่าง
ทีละเล็กละน้อย
เท่าที่ทำได้

เเล้วความฝันเเละหวังของเราก็คงจะเป็นจริงนะคะ


โดย: ajarnmodabac วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:54:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.