Group Blog
 
All Blogs
 
เหตุเกิดเมื่อลูกป่วย

คนเป็นพ่อ เป็นแม่มักทุกข์...กังวลใจเมื่อเห็นลูกรักต้องล้มป่วย นอนซมอยู่กับเตียง ไม่ร่าเริง สดใส ซุกซน ดื้อ งอแงเหมือนเช่นก่อน

จำได้ว่า ครั้งแรกเมื่อลูกชายคนโตป่วยเป็นไข้หวัดตั้งแต่อายุไม่ครบขวบ ผมกับสาวข้างกายเครียดจนกินนอนไม่ได้ ห่วงกังวลสารพัดอย่าง พวกเราผลัดกันใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดตัวให้เจ้าตัวน้อยคลายร้อนจากพิษไข้

แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ครับ...ตอนลูกชายคนเล็กป่วยในช่วงวัย 3 เดือนเศษนี่สิ เรื่องใหญ่กว่าเยอะ เพราะต้องไปให้พยาบาลดูดเสมหะจากปอด ช่วงที่ต้องใช้ผ้าห่อมัดเจ้าตัวเล็กไม่ให้ดิ้นแล้วพยาบาลสอดสายยางเข้าไปในหลอดลมเพื่อสูดเสมหะออกมา ห้วงเวลานั้น ทรมานใจผมมาก เพราะต้องคอยกดตัวไม่ให้เจ้าตัวเล็กดิ้น เสียงแผดร้องของลูกดังก้องไปทั่ว

วินาทีนั้นน้ำตาของผมเอ่อคลอเบ้า สงสารลูกจับจิต อยากเจ็บแทนลูกเสียเหลือเกิน ส่วนคู่ชีวิตผมเธอหลบไปร้องโฮแต่แรกแล้ว

แต่อย่างว่าละครับ เด็กตัวน้อยกับอาการเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาการบาดเจ็บ หกล้ม เข่าแตก หัวแตก ดูเป็นเรื่องธรรมดา พ่อแม่ทุกคนต้องเจอกับสภาพเช่นนี้

ตอนสมัยผมยังเรียนปริญญาเอกอยู่ในออสเตรเลีย เวลาลูกป่วยผมจะคอยผลัดเปลี่ยนกับคู่ชีวิตดูแลเจ้าตัวเล็ก แต่พอเรียนจบ เดินทางกลับมาทำงานในเมืองไทย หน้าที่ดูแลอาการป่วยไข้ถูกมอบ หมายให้กับผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านแต่เพียงผู้เดียว...แหะ..แหะ...เธอคือหญิงข้างกายผมนั่นเอง เพราะผมต้องทำงานอยู่นอกบ้าน

เรื่องราวดำเนินไปเช่นนี้ตลอดมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน สตรีผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านล้มป่วยด้วยโรคหวัดก่อนจะแพร่ระบาดไปสู่ลูกๆ เหตุเพราะลูกชายจอมซนทั้งคู่ไม่ยอมอยู่ห่างกายแม่ของเขาสักคืน ทำให้ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงไอ และคนป่วย

ผม...ในฐานะผู้ชายเข้มแข็ง รอดพ้นจากการเบียดเบียนของโรค จึงต้องโดดงาน ลาหยุด แวบจากที่ทำงานกลับบ้านก่อนเวลาเพื่อมาดูแลลูกเมียเป็นระยะๆ ต้องคอยป้อนข้าวป้อนยาเจ้าตัวเล็ก ซึ่งเฮี้ยวมากกว่าเดิม ต้องคอยตื่นกลางดึกมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ลูกเมียเพื่อลดไข้ ฯลฯ

ถึงตรงนี้ทำให้ผมฉุกคิดว่า ในครอบครัวยุคใหม่ ถ้าทั้งพ่อแม่ต่างต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว เมื่อลูกตัวน้อยๆล้มป่วยฉุกเฉิน ใครต้องลาหยุด ทิ้งงานของตนเองมาดูแลลูก

แน่นอนครับว่า หลายคนอาจจะตอบทันทีว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่แม่ เนื่องจากเป็นบทบาทของฝ่ายหญิงในการดูแลลูกและครอบครัว

แต่ช้าก่อนครับ...นั่นใช่ความคิดของผู้คนในยุคสิทธิหญิงชายเท่าเทียมกันหรือ ?

นักสตรีศึกษา หรือเหล่าเฟมินิสต์อาจค้อนตาเขียว แล้วตั้งเป็นประเด็นศึกษาถึงความเท่าเทียมในการดูแลบุตรก็ได้

ลองมาดูงานวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกา สังคมซึ่งเชื่อกันว่า สิทธิหญิงชายเท่าเทียมกันมากที่สุดในโลกดูบ้างนะครับว่า ต่อประเด็นนี้เขาคิดเห็นกันอย่างไร

David Maume ศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมวิทยา แห่ง University of Cincinnati ได้ศึกษา วิจัยแล้วพบว่า ถึงแม้ปัจจุบันบทบาทของฝ่ายชายเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในครอบครัวมากขึ้น ขณะเดียวกันฝ่ายหญิงมีบทบาทออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้นกว่าคนยุคก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายยังมีทัศนคติเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่องานประจำนอกบ้านมากกว่าภาระงานในครอบครัว

“ในครอบครัวชาวอเมริกัน ซึ่งทั้งฝ่ายชายและหญิงต่างทำงานนอกบ้าน เมื่อลูกป่วยฉุกเฉิน หรือเกิดเหตุด่วน อาทิ โรงเรียนปิด ฯลฯ ทำให้ลูกตัวน้อยจำต้องอยู่บ้านนั้น จากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงในกลุ่มตัวอย่าง 813 คน มีถึงร้อยละ 77.7 บอกว่า จะรีบลางานเพื่ออยู่ดูแลลูกที่บ้าน ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างฝ่ายชายจำนวน 599 คน มีเพียงร้อยละ 26.5 เท่านั้น บอกว่าจะลางานมาอยู่กับลูก”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถึงแม้สังคมจะพัฒนาขึ้น ผู้ชายเข้ามาแชร์บทบาทของผู้หญิงในการเลี้ยงดูบุตร หรือทำงานบ้านมากขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างการเจ็บป่วยของลูก ฝ่ายชายส่วนใหญ่ยังคงมีทัศนคติแบบเดิมคือ งานนอกบ้านมีความสำคัญเหนือครอบครัว ในขณะที่ฝ่ายหญิงแม้ว่าจะทำงานนอกบ้าน แต่จะคำนึงถึงครอบครัวก่อน

อันนี้เป็นตัวเลขจากงานวิจัยของสหรัฐฯนะครับ เชื่อว่าถ้ามาทำวิจัยในประเทศไทย ผลคงไม่แตกต่างกัน มิหน่ำซ้ำตัวเลขฝ่ายชายซึ่งเห็นความสำคัญของครอบครัวเหนือกว่างานอาจจะน้อยกว่านี้ก็ได้ เพราะค่านิยมดั่งเดิมของไทยยังโยนภาระในครอบครัวทุกอย่างให้กับฝ่ายหญิงเพียงอย่างเดียว

แต่เรื่องนี้มันแฟร์แล้วหรือครับ...ผมอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้

ในครอบครัวที่ฝ่ายหญิงทำหน้าที่แม่บ้าน ฝ่ายชายทำงานนอกบ้านแต่เพียงฝ่ายเดียว การดูแลลูกน้อยยามเจ็บป่วย อาจจำต้องผลักภาระหลักให้ฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายชายสามารถลดทอนความเหนื่อยล้าของภรรยาได้ ด้วยการรีบกลับบ้าน หรือปฏิเสธงานสังคมบางอย่าง บอกเล่าเรื่องราวปัญหาเจ็บป่วยของลูกกับเพื่อนร่วมงาน ขออนุญาตหัวหน้างานลากลับมาอยู่เป็นเพื่อนลูกเมีย ช่วยเหลือกันดูแลลูกให้หายเจ็บไข้

ส่วนครอบครัวที่ทำงานนอกบ้านกันทั้งคู่ อาจจะต้องผลัดกันลาหยุดเพื่อดูแลลูกน้อย อย่าปล่อยให้การดูแลลูกเป็นภาระของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ครับ...นี่คือบทเรียนส่วนตัว ที่ผมเก็บตกได้ในวันลูกป่วยเมียเจ็บ

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 48 เดือน ธันวาคม 2551





Create Date : 11 ธันวาคม 2551
Last Update : 11 ธันวาคม 2551 18:21:14 น. 0 comments
Counter : 476 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.