Group Blog
 
All Blogs
 
เมืองเด็กอ้วน

ว่ากันว่า ถ้ามีคนออสซี่ (ออสเตรเลีย) เดินผ่านหน้ามากลุ่มหนึ่ง อย่างน้อยครึ่งหนึ่งในนั้นจะเป็นคนอ้วน

คำกล่าวนี้ หาได้เกินจริงไม่ เพราะจากการศึกษาวิจัยของรัฐบาลออสเตรเลีย พบว่าประชากรของเขามีน้ำหนักเกินปกติถึงร้อยละ 60 หรือเกือบ 8 ล้านคนทีเดียวที่จัดว่าเป็นพวก “อ้วน”

ที่น่าตกใจคือ เด็กออสซี่อายุตั้งแต่ 2-17 ปี มีน้ำหนักเกินพิกัดถึงร้อยละ 23 และคาดการณ์กันว่า ตั้งแต่ปีค.ศ. 2015 ครึ่งหนึ่งของเด็กๆแห่งเดินแดนดาวน์อันเดอร์จะเป็นโรคอ้วน ซึ่งทำให้ตัวเลขของโรคเบาหวานในเด็ก และโรคเกี่ยวเนื่องกับความอ้วนพุ่งสูงตามมา

ผลวิจัยชิ้นนี้ชี้ชัดว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คนอ้วนในประเทศออสเตรเลียมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าเดิมกว่าเท่าตัว ตัวเลขนี้ส่งผลให้เมืองจิงโจ้ขึ้นอยู่แถวหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐอเมริกาในเรื่องประเทศที่มีพลเมืองอ้วนมากที่สุดในโลก!

ครับ แม้ว่าเมืองไทยเราจะไม่มีตัวเลขสถิติชี้ชัดว่า พลเมืองไทยมีจำนวนคนอ้วนมากน้อยแค่ไหน หรือเด็กไทยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่เชื่อว่าจำนวนคนอ้วนในไทยคงเพิ่มปริมาณขึ้นจากเดิมมาก

ทั้งนี้เนื่องจากการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินอยู่ของไทยเรา ทุกวันนี้คนเมืองในสังคมไทย และผู้คนในออสเตรเลีย หรือตามเมืองใหญ่ๆทั่วโลกต่างเดินเส้นทางเดียวกัน

นั่นคือเส้นทางบริโภคนิยม...เส้นทางแห่งหายนะ

วันนี้ผมจึงขอเล่าประเด็นร้อนๆเกี่ยวกับเรื่องเด็กอ้วนในเมืองจิงโจ้ หวังว่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมไปถึงรัฐบาลไทยจะตระหนักถึงภัยร้ายที่คุกคามคุณภาพชีวิตของเด็ก และเยาวชนของชาติ แล้วหันมาแก้ไข ก่อนจะสายเกินการณ์

เมื่อเร็วๆนี้ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองซิดนีย์ ชื่อ The Sydney Morning Herald พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาเด็กอ้วนในแดนจิงโจ้ สร้างความฮือฮา แตกตื่นจนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์ วิจารณ์ในหมู่คนออสซี่

ข่าวดังกล่าวระบุอ้างอิงถึงผลการวิจัยล่าสุด ของ Dr Michael Booth แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่สำรวจเด็กนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลกว่า 90 แห่งจำนวน 5407 รายพบว่า ปริมาณเด็กอ้วนที่เพิ่มขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ไม่ได้เกิดจากการที่เด็กขาดการออกกำลังออก เหมือนความเชื่อเดิมๆ

จากการวิจัยพบว่าเด็กออสซี่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก แต่ขณะเดียวกันจำนวนเด็กอ้วนในประเทศกลับมีปริมาณเพิ่มพุ่งขึ้นอย่างมากมาย

ทั้งนี้เนื่องจากเด็กมีปัญหาเรื่องการบริโภคเกิน โดยเฉพาะการบริโภคอาหารขบเคี้ยว อาหาร Fast food ที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ผมจำได้ว่า ในการรณรงค์การเลือกตั้งของประเทศออสเตรเลียครั้งล่าสุด หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ออกมาเสนอนโยบายระดับชาติว่า โรคอ้วนในเด็กคือปัญหาด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุดในชุมชน ดังนั้นเขาจึงเสนอให้รัฐบาลออสซี่ออกกฎหมายห้ามโฆษณาอาหารขยะ พวก Fast food หรือที่ไทยเราเรียกเชิงประชดว่า “อาหารแดกด่วน” ในรายการโทรทัศน์ของเด็ก

เพราะที่ผ่านมาอาหารแดกด่วนเหล่านี้พุ่งเป้าโฆษณามาที่เด็กและเยาวชน เห็นได้ชัดจากการจัดรณรงค์ทางการตลาดด้วยการขาย หรือแถมของเล่น ของที่ระลึกควบคู่กับการขายอาหารขยะของตนเอง

หนังเด็กจากฮอลลีวู้ดแทบทุกเรื่องจะต้องมีสปอนเซอร์จากเหล่าร้านอาหาร Fast food ร่วมรณรงค์ทางการตลาดด้วยกัน

ถึงแม้ว่าในช่วงหลังๆ ร้านอาหารประเภทแดกด่วนเหล่านี้จะพยายามปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองว่า ไม่ใช่อาหารขยะ โดยเพิ่มประเภทอาหารสุขภาพอย่างสลัดผักเข้าไปในเมนูอาหาร หรือการระบุว่าอาหารของค่ายตนเองมีคุณค่าทางการบริโภคมาก แต่เหล่านี้มิอาจปฏิเสธความจริงได้ว่า อาหาร Fast food คือ มูลเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนเป็นโรคอ้วน

พลันที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ออกมาเสนอห้ามโฆษณาอาหารขยะในช่วงรายการโทรทัศน์ของเด็ก เสียงตอบรับจากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองต่างสรรเสริญแซ่ซ้อง พ่อแม่ออสซี่จำนวนมาก แสดงความเห็นผ่านสื่อต่างๆทั้งวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ สนับสนุนแนวคิดนี้ หลายคนอยากให้แบนโฆษณาอาหารขยะเหมือนสินค้าประเภทบุหรี่ด้วยซ้ำไป

นั่นคือ ห้ามทำกิจกรรมทางการตลาด หรือโฆษณาทั้งทางวิทยุ ทีวี หรือหนังสือพิมพ์

แต่ฝั่งรัฐบาลของนาย John Howard รีบออกมาปฏิเสธแนวคิดของฝ่ายค้าน โดยมองว่าการห้ามโฆษณาสินค้า Fast food ในรายการโทรทัศน์ของเด็ก มิใช่ทางแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กและเยาวชนออสซี่

นาย John Howard บอกว่า ทางแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กคือ การเพิ่มกิจกรรมการออกกำลังกายในโรงเรียนและศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน เขาเสนอให้ศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนทั่วประเทศออสเตรเลียเพิ่มพื้นที่ เพิ่มอุปกรณ์และกิจกรรมการออกกำลังให้เด็กเล็กก่อนวัยเรียน พร้อมทั้งเสนอให้พ่อแม่ผู้ปกครองรับผิดชอบเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินอาหารของลูกหลานตนเองให้มากขึ้น

ครับ ฟังดูง่ายดี แต่ตอนทำจริงสิลำบาก เพราะเด็กๆส่วนใหญ่มักถูกยั่วเย้า ดึงดูดจากโฆษณาสีสันฉูดฉาด เสียงเพลงเร้าใจ เนื้อเรื่องเร้าอารมณ์ ยิ่งมีตัวตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา ของเล่นเป็นตัวหลอกล่อด้วยแล้ว พ่อแม่เกือบทุกคนคงต้องทำใจว่าจะต้องเจอลูกอ้อนจากเจ้าตัวน้อยให้พาไปร้านอาหารแดกด่วนเป็นแน่

อันที่จริง ไม่เพียงแต่อาหารจากร้านประเภท Fast food เท่านั้นที่เป็นตัวการก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก อาหารประเภทน้ำอัดลม ของขบเคี้ยว มันฝรั่งทอดกรอบ ท้อฟฟี่ ช็อกโกแลต ฯลฯ ล้วนเป็นภัยที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรชั่งใจให้มากก่อนซื้อหามาปรนเปรอเจ้าตัวน้อย

หลังจากที่หนังสือพิมพ์ The Sydney Morning Herald ตีแผ่ข้อมูลว่าการบริโภคอาหารขยะคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก ไม่ใช่การขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้ภาคประชาสังคมของประเทศออสเตรเลียหันกลับมารุกรัฐบาลให้ควบคุมการโฆษณาสินค้าอาหาร Fast food และขนมขบเคี้ยวหลอกเด็กให้มากขึ้น รวมทั้งเสนอให้ถอนสินค้าเหล่านี้ออกจากการเป็นสปอนเซอร์กีฬาเยาวชนทุกประเภทอีกด้วย

เอ...ว่าแต่นักการเมืองไทยจะไม่สนใจ มองประเด็นเรื่อง “โรคอ้วนในเด็ก” เป็นประเด็นหาเสียง หานโยบายดีๆมาแก้ปัญหาสุขภาพของประชากรเหมือนนักการเมืองออสซี่เขาหรือครับ...

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 19 เดือน กรกฎาคม 2549


Create Date : 10 มกราคม 2551
Last Update : 10 มกราคม 2551 12:06:11 น. 1 comments
Counter : 383 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ...


โดย: ฟ้าสวยมาก วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:15:22:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.