Group Blog
 
All Blogs
 
อนุบาลแนวไหนดี

คำถามว่า “จะเลือกโรงเรียนอนุบาลแนวไหนให้ลูกดี” ไม่เคยอยู่ในหัวของผมมาก่อน ด้วยตอนแรกเข้าใจเอาเองว่า โรงเรียนอนุบาลที่ไหนๆคงเหมือนๆกัน

นั่นคือ เน้นให้เด็กได้เล่นสนุก หัดอ่าน หัดเขียน หัดนับตัวเลข เหมือนสมัยผมยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ

แต่ปรากฏว่าผมคิดผิดครับ

เพราะทันทีที่ผมเตรียมหาโรงเรียนอนุบาลให้กับลูกชาย บรรดาเพื่อนฝูง ผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งมากประสบการณ์ในการเป็นพ่อแม่ได้ให้คำแนะนำหลากหลาย

“ให้เข้าโรงเรียนอนุบาลนี้สิ ของเขาเน้นวิชาการ เด็กๆทุกคนเรียนจบไปรับรองเข้าโรงเรียนดังๆได้แน่ๆ”

“ไปเข้าที่นี่สิ ลูกสาวเรียนอยู่อนุบาล3 อ่านหนังสือออก เขียนหนังสือคล่องเลยแหละ”

“เรียนแนวเตรียมความพร้อมดีกว่า ลูกจะได้ไม่เครียด โตขึ้นจะได้มีสุขภาพจิตดี”

คำแนะนำจากผู้หวังดีสารพัดรูปแบบ ทำให้ผมต้องมาพูดคุยกับหญิงสาวคู่ชีวิตว่า ลูกของเราเหมาะจะเริ่มต้นการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน ด้วยปรัชญาการศึกษาแบบไหนกันแน่

เราทั้งคู่เรี่มจากการค้นคว้าองค์ความรู้เรื่องแนวการศึกษาจากหนังสือหลากหลายเล่ม ค้นหาอ่านจากข้อมูลในอินเทอร์เนต สอบถามพูดคุยกับผู้รู้ เหล่านักวิชาการด้านเด็กปฐมวัย ทำให้อดตกตะลึงไม่น้อยเมื่อรู้ว่า หากแบ่งจำแนกประเภทโรงเรียนอนุบาลตามปรัชญาการศึกษาแล้ว มีอยู่หลากหลายทีเดียว ทั้งแนววิชาการ แนวมอนเตสซอรี แนววอลดอร์ฟ แนวนีโอฮิวแมนนิส แนวพหุปัญญา แนวพุทธ ฯลฯ

แต่อาจจะพอแบ่งแบบคร่าวๆได้ 2 อย่าง คือ แนวกระแสหลัก เน้นการเรียนรู้เชิงวิชาการ กับแนวทางเลือก เน้นการเตรียมความพร้อม

ในโรงเรียนอนุบาลกระแสหลัก แนววิชาการนั้น เป็นรูปแบบจัดการเรียนการสอนแต่เดิม ด้วยเชื่อว่าเด็กมีศักยภาพในการเรียนรู้ได้เต็มที่ ดังนั้นควรเร่งสอนให้เด็กสามารถหัดอ่าน หัดเขียน หัดบวกลบเลขให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะสามารถเรียนรู้เพิ่มขีดความสามารถของสมองให้กว้างขึ้น

โรงเรียนแนวนี้มีตั้งแต่แนวติวเข้มประเภทวางเป้าให้เด็กสามารถสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังต่างๆ ทั้งในเครือคาทอลิก หรือเครือสาธิตฯให้ได้ ครูจะเน้นสอนให้เด็กเขียน อ่าน วันละหลายหน้า ให้ทำโจทย์ข้อสอบ แบบฝึกหัด บ่อยๆ มีการบ้านให้เด็กทำ

หรือประเภทโรงเรียนเน้นวิชาการแบบอ่อน มีผสมผสานให้เด็กร้องรำทำเพลง มีการละเล่น เฮฮา สนุกสนาน เล่นเกมส์บ้าง แต่ยังมีการเน้นให้เด็กหัดเขียน อ่าน ผสมคำ ฝึกบวกลบเลข

ส่วนโรงเรียนอนุบาลทางเลือก แนวเตรียมความพร้อม จะเน้นพัฒนาศักยภาพของเด็ก โดยนำเอาความต้องการของเด็ก ความสุข ของเด็กเป็นศูนย์กลาง

โรงเรียนประเภทนี้ จะแยกย่อยไปอีกหลายรูปแบบตามปรัชญาการศึกษา แต่โดยทั่วๆไปจะเน้นให้เด็กได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ ทั้งฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ ผ่านการเล่นเกมส์ วาดรูป ปั้นดินน้ำมัน หัดร้องเพลง กระโดดโลดเต้น เล่านิทาน ฯลฯ กิจกรรมหลากหลายจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านความสนุก มากกว่าจะเน้นการหัดอ่าน หัดเขียนเพียงอย่างเดียว

หลังจากหาข้อมูลมาพอสมควร ผมและสาวข้างกายเห็นพ้องต้องกันว่า ลูกชายแสนซนของเราน่าจะเหมาะกับโรงเรียนแนวเตรียมความพร้อมมากกว่าแนววิชาการ เพราะเราอยากเห็นลูกมีความสุขในการเรียนรู้มากกว่าจะต้องเครียดกับการเรียนเหมือนสมัยเรายังเล็ก

อืม...อันที่จริงผมอยากหาโรงเรียนแบบ “โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” หนังสือเยาวชนญี่ปุ่นเล่มโปรดของผม โรงเรียนของโต๊ะโตะจังมีคุณครูเข้าใจในธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้โลกกว้างโดยไม่จำกัดแค่ห้องเรียนสี่เหลี่ยมและในตำรา

จำได้ว่า เมื่อแรกอ่านหนังสือเล่มนี้ผมฝันอยากกลับเป็นเด็ก กลับไปใช้ชีวิตวัยเยาว์ในสภาพการเรียนการสอนแบบของโต๊ะโตะจัง

ดังนั้น เมื่อถึงคราวหาโรงเรียนให้ลูก ผมไม่รีรอจะหาโรงเรียนในรูปแบบใกล้เคียงกับโรงเรียนของโต๊ะโตะจังให้มากที่สุด

แน่นอนครับว่า การให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนแนวเตรียมความพร้อมในวันนี้ แม้จะมีคนเข้าใจการเรียนการสอนในแนวนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่กระแสสังคมส่วนใหญ่ของไทยยังตั้งข้อกังขา และเปรียบเทียบเด็กจากการเรียนรู้ 2 แนวทางอยู่ตลอดเวลา ประเภทที่ว่า

“อายุเท่ากันแท้ๆ เรียนอยู่อนุบาล 2 เหมือนกัน ทำไมเด็กคนนั้นเขียนหนังสือสวย อ่านหนังสือคล่องแล้ว ลูกของเธอถึงยังเขียนชื่อตัวเองไม่ได้เลย”

“โรงเรียนให้เล่นเกมส์ทั้งวัน ไม่ยอมสอนอะไรเลย อย่างนี้จะไปสอบเข้าโรงเรียนอื่นได้อย่างไร”
“ไปเข้าป.1 โรงเรียนเขาเน้นวิชาการกันจะเรียนทันเพื่อนหรือ คนอื่นเขาบวกลบเลขได้แล้วนะ”

ครับ...คนเป็นพ่อแม่ หากตัดสินใจส่งลูกไปเรียนโรงเรียนแนวเตรียมความพร้อม คงต้องมั่นคงในหลักปรัชญาการศึกษาแนวนี้หน่อยนะครับว่า การเตรียมให้ลูกมีความพร้อมในทักษะการเรียนรู้ด้านต่างๆ ฝึกการพัฒนาทักษะทั้งทางกาย ใจ ความคิด จินตนาการ ย่อมเป็นรากฐานอันดีในการเรียนรู้ขั้นสูงต่อไป

เสมือนปูฐานรากอันมั่นคงให้ความใฝ่เรียนรู้ของลูกได้เติบใหญ่ขึ้นไปอย่างมีความสุข

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 47 เดือน พฤศจิกายน 2551


Create Date : 08 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2551 21:30:33 น. 8 comments
Counter : 2413 Pageviews.

 
ยกมือให้แนวเตรียมความพร้อมด้วยคนค่ะ


โดย: rainfull วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:44:19 น.  

 
เข้ามาอ่านด้วยคนค่ะ เพราะหา รร ให้ลูกสาวเหมือนกัน พอเห็นหัวข้อบล็อกก็เข้ามาอ่านเลยค่ะ แล้วก็ตั้งใจว่าจะให้ลูกเรียนแนวเตรียมความพร้อม ทีแรกก็มีข้อกังขาในเรื่องจะอ่านทันลูกคนอื่นมั้ย เพราะจริงๆ จะให้ลูกเรียนถึงแค่ อ.3 แล้ว ป.1 จะให้สอบ รร ในเครือคาทอลิก แต่พอได้ไปเยี่ยมชม รร (แสนสนุกไตรทักษะ) ซึ่งเป็นแนววอลดอร์ฟ ประกอบได้คุยกับผู้ปกครองที่มีลูกเรียนที่นั่นด้วย เลยเกิดความคิดเปลี่ยนใจเลยว่า จะให้ลูกเรียนต่อจนถึงชั้นสูงที่สุดของเค้า ด้วยคำนึงถึงความสุขของลูกเป็นหลัก เพราะดูๆ ไปแล้ว เด็กๆ ที่นี่ดูมีความสุขดีจัง ไม่ได้โดนยัดเยียดให้เรียนมากๆ น่าจะเหมาะกับลูกสาวตัวซนของเรา แต่ปัญหามันไม่จบเท่านี้ เพราะคุณพ่อของน้องกลัวว่าอีกหน่อย น้องจะไม่มีภูมิคุ้มกัน เรียนสบายๆ ไม่มีสอบ ไม่มีการแข่งขัน โตมาในสังคม เพื่อนๆ จบแบบแนวกระแสหลัก แล้วลูกจะดำเนินชีวิตยังไง คุณพ่อเลยมีความคิดว่าจะให้ลูกไปสอบสาธิต ป1 รร ที่เรียนสบายๆ สายกลาง ไม่เครียดมาก ไม่สบายมาก เพื่อเตรียมลูกสู่สังคมเมื่อโตขึ้นน่ะค่ะ


โดย: แม่หนมจีนน้อย วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:15:39 น.  

 
นักเรียนหญิง : ฉันอยากเรียนโรงเรียนที่มีระบบ ชาย เซ็นเตอร์ (ผู้ชายเยอะดี ฮี่ อี่)
นักเรียนชาย : ผมอยากเรียนโรงเรียน wall drop กำแพงต่ำดี ชอบ (ฮี่ ฮี่)
อาจารย์ปรัช : ผมชอบแนวพุทธนะ มันยุบหนอ พองหนอ ดี

ฮ่า ฮ่า แก้เครียดครับอาจารย์

ส่วนผมชอบโรงเรียน แนวนอน ครับ นอนมันทั้งวันให้หายง่วงไป ฮี่ ฮี่


โดย: bank., IP: 124.120.164.25 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:20:14 น.  

 
เค้ากำลังชวนกันชมโขนศิลปสุดยอด เพื่อการจรรโลงชีวิตตลกคาเฟ่ กับตลกหน้าม่าน ก็เป็นศิลปที่แตกต่างกัน แสดงต่างเวทีกัน ออกจะเข้าใจยาก แต่ก็ไม่ยากถ้าหากจะเข้าใจ จริงใจที่สุดนะตัวเอง


โดย: คิดแบบไทย IP: 202.21.144.143 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:12:20:00 น.  

 
ยกมือเห็นด้วยกับจขบ. ค่ะ เพราะกำลังจะส่งเอื้อไปโรงเรียนแนวความพร้อมเหมือนกันค่ะ ^_^


โดย: แม่เด็กชายเอื้อ (viji ) วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:15:35:52 น.  

 
รบกวนหน่อยค่ะ อยากส่งลูกเรียนโรงเรียนทางเลือก กะว่าปีหน้าจะส่งไปเรียนอนุบาลแล้ว แต่แถวจังหวัดนนท์ เหมือนจะคุ้นว่าไม่ค่อยมี ช่วยแนะนำหน่อยน่ะค่ะ ใครรู้ช่วยบอก แค่อยากให้เค้าดูแลตัวเอง และรู้จักตัวเอง โตขึ้นจะได้ไม่สับสนกับชีวิต และจะได้ตั้งสติได้ ขอบคุณค่ะ


โดย: แม่น้องอาย IP: 61.91.163.250 วันที่: 24 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:15:36 น.  

 
อยู่แถวจังหวัดนนท์ครับ ลูกเรียนที่อนุบาลบรรลือทรัพย์ ชั้นอนุบาล 2 แล้ว การเรียนของลูกโอเค วิชาการดี ชอบที่คุณครูเอาใจไส่เด็กดีมากครับถูกใจผมมากสำหรับเด็กเล็ก อ่าน เขียนได้สำหรับอนุบาล 2 แต่ยังผสมคำไม่ได้ บรรยากาศดีครับ แถวนี้ดูทุกโรงเรียนแล้ว ค่าเทอมไม่แพงเทอมละหมื่นกว่าเอง ผมรับส่งเอง บางวันฝากถึง 3 ทุ่มครับแกรงใจคุณครูมากครับ


โดย: อมร IP: 110.169.141.98 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:29:25 น.  

 
ลูกเคยเรียนที่อนุบาลบรรลือทรัพย์คะ จบแล้วเมื่อ 2553 ตอนนี้ลูกเรียนอยูราชินีบนค่ะ คุณครุทีนี้บอกว่า ลูกสาวสอนง่าย จำเร็ว และยังบอกอีกว่า เคยสอนเด็กที่มาจากโรงเรียนนี้หลายคน ชมว่ามีความพร้อม สอนง่ายค่ะ ต้องขอบคุณคุณครูทุกท่านค่ะที่ช่วยดูแลลูกสาวอย่างดี ถ้าใครที่อยู่แถวจังหวัดนนท์โรงเรียนนี้ โอเคที่สุดเลยค่ะ


โดย: ปานทิพย์ IP: 110.169.141.98 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:44:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.