Group Blog
 
All Blogs
 
สอบแข่งขัน

เมื่อเร็วๆนี้ผมมีส่วนร่วมกับการสอบแข่งขันทางการศึกษาครั้งแรกของเจ้าแสบผู้พี่ วัย 5 ขวบ เนื่องจากสาวคู่ชีวิตได้รับการเชิญชวนจากแก๊งค์แม่บ้านให้ลองพาลูกไปสอบเข้าโรงเรียนสาธิตชื่อดังแห่งหนึ่ง

นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากสำหรับผม เพราะเจ้าหนูยังเป็นเด็กวัยอนุบาล ต้องมาขับเคี่ยวสอบแข่งกับเด็กอื่นกว่า 2 พันคนเพื่อแย่งชิงที่นั่งเรียนเพียงร้อยเศษ อีกทั้งผมรู้ดีว่า ลูกชายคนนี้เป็นเพียงแค่เด็กซนๆ ดื้อ และเรียนรู้ไปตามวัย ไม่ได้ฉลาดเฉลียวอัจฉริยะกว่าเด็กอื่น เพราะฉะนั้นโอกาสในการสอบได้มีอยู่น้อยนิด

ดังนั้นโดยส่วนตัวผมไม่อยากจะให้ลูกไปสอบ ไม่อยากให้เครียด ไม่อยากให้เสียใจกับผลสอบ แต่หลังจากพูดคุยหารือกันตามประสาพ่อแม่ผู้พยายามเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ผมถามย้ำสาวข้างกายว่า แน่ใจหรือจะให้ลูกไปสอบแข่งกับคนอื่นเขา

เธอตอบอย่างหนักแน่นว่า “...ไม่ซีเรียจเรื่องการสอบ แค่อยากให้ลูกไปลองทำข้อสอบในสนามจริงว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาในโรงเรียนอนุบาลที่เรียนอยู่แค่ทำแบบฝึกหัดในห้องเท่านั้น อยากให้ลูกได้ประสบการณ์ในการสอบจริงๆบ้าง...”

ครับ...ไม่ซีเรียจก็ไม่ซีเรียจ ดังนั้นเราจึงตกลงกันว่าจะไม่มีการกดดันลูก ไม่มีการไปเรียนพิเศษติวเพิ่มเติมแต่อย่างไร มิหน่ำซ้ำพวกเรายังตะเวนพาทโมนน้อยทั้งสองเที่ยวในช่วงปิดเทอมอย่างระเริงใจ

เมื่อวันสอบมาถึง ผมอาสาพาเจ้าลิงน้อยไปโรงเรียนสาธิตแห่งนั้นด้วยตนเอง ส่วนสาวต้นเรื่องอยู่บ้านเลี้ยงเจ้าแสบผู้น้อง ระหว่างเดินทางผมพยายามพูดคุยเล่นสนุกกับลูกตามปกติ เหมือนกับพาแกไปเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ เพราะไม่อยากให้ลูกเครียดกับการสอบ

วันนั้น ในโรงเรียน...สนามสอบซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กว่าโรงเรียนระดับประถมศึกษาอีกหลายๆแห่ง กลับดูอึดอัดคับแคบ เนื่องด้วยมีพ่อแม่ผู้ปกครองกระเตงลูกหลานมาสอบอย่างคับคั่ง อากาศจึงร้อนอบอ้าว พ่อแม่หลายคนถึงกับหยิบกระดาษมาพัดโบกคลายร้อนให้ลูกน้อย

พ่อแม่บางคนหลบมุมติวเข้มลูกจนถึงนาทีสุดท้าย

บางคนคอยปลอบโยนลูกซึ่งร้องงอแงไม่ยอมเข้าสอบ

บางคนดุด่าลูกที่วิ่งเล่นซนไปมา

บางคนป้อนข้าว ป้อนน้ำ หยิบยื่นถุงขนมของโปรดให้เด็กน้อย ด้วยหวังจะให้อารมณ์แช่มชื่นที่สุดก่อนก้าวเข้าห้องสอบ

ระหว่างนั่งรอลูกสอบ ผมได้พูดคุยกับผู้ปกครองหลายคน พบข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง

เริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนชั้นนำแห่งนี้ คุณแม่สาวสวยคนหนึ่ง ซึ่งนั่งรอลูกอยู่ข้างๆผมเผยเคล็ดลับในการสอบว่า “...หนูให้ลูกเรียนติวพิเศษเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนี้มาสองปีแล้วคะ ลองมาหลายแห่ง บางที่ไม่ไหวเลย มีแต่ให้เต้น ให้ร้องเพลง มาเจอที่ใหม่ดีมากนะคะ เขาให้ทำข้อสอบเก่าทุกวัน จัดบรรยากาศเหมือนสอบจริง มีการจับเวลาด้วย ใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ด้วยว่าลูกเราอ่อนด้านไหน ก็ติวเสริมด้านนั้น...หนูยังไปหาซื้อพวกแผ่นซีดีแนวข้อสอบมาให้ลูกลองทำที่บ้านด้วย...”

คุณแม่อีกคนบอกว่า “...ครูที่โรงเรียนกวดวิชาเข้าสาธิตแนะนำว่า วันนี้ต้องเอาใจลูกสุดฤทธิ์ อยากกินอะไร อยากได้อะไรให้หมด ขอให้ทำข้อสอบให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น นี่ก็สัญญาว่าสอบเสร็จจะพาไปกินไอศกรีม ถ้าสอบได้จะซื้อชุดรถไฟของโปรดชุดใหญ่ให้เลย...”

พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนไม่เพียงพาลูกมาสอบที่โรงเรียนนี้แห่งเดียว แต่ยังวิ่งรอกพาเจ้าตัวน้อยตะเวนไปสอบเข้าโรงเรียนสาธิตแห่งอื่นต่อในตอนบ่ายด้วยนะครับ เนื่องเพราะโรงเรียนเหล่านี้เหมือนกับนัดหมายวันสอบให้ตรงกัน แต่ยังมีบางโรงเรียนกำหนดสอบตอนเช้า บางโรงเรียนสอบตอนบ่าย เลยทำให้เหนื่อยกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

อย่างครอบครัวใหญ่ ซึ่งปูเสื่อล้อมวงนั่งอยู่ข้างรถตู้ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ บอกว่าเดินทางมาไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนี้ แล้วตอนบ่ายจะพาลูกไปสอบเข้าโรงเรียนสาธิตอีกแห่ง

ผู้ปกครองอีกคนบอกว่า เธอนำรถมาแอบจอดในซอยข้างโรงเรียนตั้งแต่เย็นวันก่อน เช้าวันนี้ให้สามีขับรถมาส่ง ตั้งใจว่าสอบที่นี่เสร็จจะได้รีบพาลูกขึ้นรถที่จอดค้างคืนไปสอบต่ออีกแห่งให้ทัน

“...ไม่ได้หรอกคะ ถ้าไม่วางแผน ไปไม่ทันสอบอีกที่แน่นอน เพราะกว่าจะออกจากห้องสอบก็เกือบเที่ยง เรียกหารถแท็กซี่ก็ลำบาก เพราะคนมาสอบเขาก็ต้องเรียกไปสอบอีกที่เหมือนกัน เลยต้องเตรียมตัวหน่อย...”

เรียกว่า เทคนิค กลยุทธ์ทุกอย่างถูกคิดค้น สรรหามาให้ลูกหลานเป็นผู้ชนะ

นี่ยังไม่นับวิธีนอกระบบประเภทใช้เส้นสาย ระบบอุปถัมภ์อีกนะครับ

พ่อแม่หลายคนให้ความสำคัญกับการสอบแข่งขันทางการศึกษาของเด็กอนุบาลครั้งนี้มาก ประหนึ่งกำลังส่งลูกเข้าสนามรบ ด้วยมองว่าหากได้ชัยชนะในการสอบแข่งขันก็จะเสมือนผ่านบันไดก้าวแรกสู่ความสำเร็จของชีวิตลูกหลาน ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้ายาวนาน และฝึกฝนอย่างหนักหน่วง

พ่อแม่จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การฝึกฝนให้ลูกแข่งขัน เพื่อให้แกร่ง สามารถรับมือกับโลกแห่งความจริงที่รออยู่ข้างหน้าได้

แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผมคือ จำเป็นหรือต้องให้แข่งขัน เพื่อชัยชนะ

โลกทุกวันนี้ที่วุ่นวายอยู่ใช่หรือไม่ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ยอมแพ้ของคนเรา ต้องการเป็นที่หนึ่ง ต้องการเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง

เอาชนะเพื่อนมนุษย์ เอาชนะสิ่งแวดล้อม

แต่ลืมเอาชนะตัวเอง !

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 53 เดือน พฤษภาคม 2552







Create Date : 08 พฤษภาคม 2552
Last Update : 8 พฤษภาคม 2552 0:43:15 น. 6 comments
Counter : 482 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: baareeraa วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:46:55 น.  

 
หลงทางผ่านมา
รู้สึกอบอุ่นที่ได้อ่านเรื่องต่างๆ ของคุณ
ผมเองก็พยายามเขียนเรื่องเกี่ยวกับเลี้ยงลูก
(เลีย้งลูกด้วยตัวหนังสือ //phayaorath.com/home/?cat=4)
แต่ไม่ค่อยละเมียด ได้ใจอย่างคุณ
วันหลังจะแวะมาใหม่ครับ



โดย: ชัยวัฒน์ครับ IP: 125.25.69.246 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:08:05 น.  

 
กว่าจะเลือก รร. อนุบาล ให้ลูกได้ ยังคิดแล้ว คิดอีก

สมัยนี้ ป.1 ก้อต้องสอบเข้าแข่งขันกันอีก คิดแล้ว เหนื่อยแทนเด็กๆจริงๆค่ะ


โดย: ปลายดินสอ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:51:48 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านครับ ...

โลกทุกวันนี้ก็ยังวน ๆ เวียน ๆ อยู่กับการแข่งขันจริง ๆ ครับ

ปล.อยาก Comment ต่อครับ แต่กลัวจะวกเข้าการเมือง 555

ขอบคุณครับ


โดย: ปากกาวานร วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:22:48 น.  

 


โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:28:40 น.  

 
สอนให้เค้ารู้จักความสุขที่แท้จริงก็พอแล้ว ก็แค่สุขใจ


โดย: สุขใจ IP: 125.26.65.30 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:18:22:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.