Group Blog
 
All Blogs
 
วันนี้…รู้ทันสื่อหรือยัง ?

ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร มีแต่คนบ่น คนเปรย วิพากษ์วิจารณ์เรื่องสื่อให้ผมได้ยิน...ได้รับรู้อยู่เรื่อย

อย่างคืนวันก่อนในวงเฮฮาปาร์ตี้ของผมกับผองเพื่อน เจ้าโก้เดินดุ่มๆเข้าร่วมก๊วนด้วยอารมณ์หงุดหงิด ไม่ทันได้ทักทายสารทุกข์สุขดิบ เขาดันโวยวายเรื่องลูกขึ้นมาก่อน

“เซ็งโว๊ย เซ็ง...เด็กสมัยนี้มันเป็นอะไรนักหนาฟ่ะ...กับไอ้เครื่องคอมพิวเตอร์ นั่งแช่เล่นกงเล่นเกมส์ หรือไม่ก็แชทคุยเรื่องไร้สาระตั้งแต่เช้ายันดึก ไม่รู้จักช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน หนังสือหนังหาก็ไม่รู้จักอ่าน.....”

“เฮ้ย...ใจเย็นๆหน่อยเพื่อน เด็กแค่เล่นเกมส์น่ะดีเท่าไหร่แล้ว ดีกว่ามันเอาแต่ดูรูปโป๊ในเนทนะเว้ย” เพื่อนร่วมวงเปรยสวนขึ้นมา

“เดี๋ยวนี้รูปโป๊ รูปเปลือยไม่ต้องเข้าไปดูในเนทหรอก เอาแค่ดูตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน หรือดูตามรายการโทรทัศน์ ตามบิลบอร์ดข้างถนนเห็นโชว์กันตรึม” เพื่อนอีกคนพูดเสริม ก่อนที่เพื่อนร่วมวงคนอื่นๆจะร่วมสหบาทาบ่นด่าเรื่องสื่อ

เช้านี้...ผมอ่านหนังสือพิมพ์ เห็นข่าวท่านนายกฯหงุดหงิดกับการเสนอข่าวของสื่อมวลชน บอกทำไมมีแต่ข่าวไร้สาระ เสนอแต่ข่าวโจมตีรัฐบาล ไม่เสนอข่าวสร้างสรรค์ จรรโลงสังคม ฯลฯ

ขณะขับรถมาที่ทำงาน ผมฟังข่าวสัมภาษณ์นักการเมืองฝ่ายค้านคนหนึ่ง ตาคนนี้เขาพูดทำนองว่า ทุกวันนี้รัฐบาลยึดครองสื่อเอาไว้ในมือหมด ใช้ทั้งอำนาจทางการเมือง และอำนาจทุนฮุบกุมสื่อ พูดเปลี่ยนขาวเป็นดำ เปลี่ยนดำเป็นขาว ฯลฯ

พอมาถึงที่ทำงาน เพื่อนที่ทำงานด้านองค์กรพัฒนาเอกชนคนหนึ่งโทรศัพท์มาคุย พร้อมกับบ่นว่า สื่อมวลชนไม่ค่อยมีพื้นที่ให้กับชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากโครงการของรัฐ ไม่ค่อยเสนอข่าวคนยากคนจน คนชายขอบ ฯลฯ

ครับ ทุกวันนี้สื่อมวลชน ทั้งประเภทสื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งสื่อใหม่อย่างอินเตอร์เนท ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทการนำเสนอข่าวสารสาระอยู่เนืองๆ

แต่โดยส่วนใหญ่ความไม่พึงพอใจเกี่ยวกับสื่อมักจะจบลงแค่การบ่น ขาดการศึกษาลงลึกถึงรากเหง้าปัญหาของสื่อฯ

แล้วทำไมเราต้องมาสนใจ เจาะลึกศึกษาเรื่องสื่อด้วยละครับ...

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันเราๆท่านๆเจอะเจอรับรู้ข่าวสารสาระต่างๆผ่านสารพัดสื่อ เอาเป็นว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นยันนอนหลับเลยทีเดียว หลายครั้งที่หัวข้อพูดคุยประจำวันของเราถูกกำหนดประเด็นหรือหยิบยกเอามาจากสื่อฯที่เราเสพ

ไม่ว่าจะเป็นละครหลังข่าว รายการประเภทเกมส์โชว์ รายการจำพวกสนนทนาเฮฮาที่ยังติดตาตรึงใจ หรือข่าวสารที่อ่านพบเจอจากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือรับฟังจากวิทยุ

เหล่านี้ล้วนตกเป็นประเด็นนาครสนนทนา เอาไว้ให้พวกเราเม้าท์ เป็นประเด็นประจำวันกันมาแล้วทั้งสิ้น...แหะ...แหะ...ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอกครับ ไอ้การเอาข่าวสารตามสื่อต่างๆมาเม้าท์มาโม้ต่อเนี่ย ดูได้จากพวกรายการโทรทัศน์ประเภทคุยเรื่องข่าวเห็นได้ชัดเจนมาก

พูดง่ายๆคือ ใครกำหนดประเด็นข่าวสาร สาระในสื่อได้ ถือว่าควบคุมทัศนคติของคนในสังคมไปแล้วส่วนหนึ่ง

โลกยุคใหม่สื่อไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่กลางให้คนทุกคนสามารถกำหนดประเด็นสาธารณะ รวมทั้งไม่ใช่พื้นที่ของคนทุกคนที่จะสามารถแสดงความคิดเห็น หรือแสดงบทบาทได้อย่างเท่าเทียมกันเหมือนในตำราทฤษฏีสื่อหรอกนะครับ

ดังนั้น สิ่งที่หลายคนคาดหวังจะให้สื่อมวลชนเป็นกลาง จึงเป็นฝันอันเลื่อนลอย

เนื่องเพราะในความเป็นจริง สื่อมวลชนทั่วโลกกลายเป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งเสียแล้ว...


เป็นอุตสาหกรรมผลิตข่าวสารและความบันเทิงยัดเยียดประชาชน

หากพวกเราเมินเฉย ไม่ศึกษาธาตุแท้ของสื่ออย่างจริงๆจังๆ แน่นอนว่าพวกเราจะตกเป็นเหยื่อของสื่อ ให้สื่อหรือผู้มีอำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจชักจูงจมูกไปมา

ด้วยเหตุนี้ ทางซีกโลกตะวันตกเขาจึงตื่นตัวที่จะศึกษาเพื่อรู้เท่าทันเหลี่ยมเล่ห์เพทุบายของสื่อ ถึงขนาดมีหลักสูตรวิชา“รู้ทันสื่อ” (Media literacy) ในการศึกษาแทบทุกระดับ แม้แต่ในโรงเรียนประถมหลายๆแห่ง ครูบาอาจารย์ของเขาก็สอนเด็กให้เรียนรู้อิทธิพลของสื่อ

เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย ผู้สนใจดูเหมือนจะเป็นนักวิชาการด้านสื่อแนววิพากษ์จำนวนน้อยนิด ผิดกับหลักสูตรนิเทศศาสตร์ว่าด้วยการกระตุ้นกิเลส ตัณหาของเหยื่อผู้ซึ่งถูกเรียกอย่างหรูๆว่า “ผู้บริโภค” ให้ซื้อหรือเสพสินค้าให้มากๆ วิชาการแบบนี้เป็นเรื่องท็อปฮิตมาก นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญงานแนวนี้มีมากมาย หาได้อย่างดาษดื่นตามท้องตลาด

แล้วตกลงไอ้การ“รู้ทันสื่อ” แท้ที่จริงคืออะไรละครับ

ในหนังสือ เสรีภาพสื่อไทยในยุคเศรษฐกิจการเมืองผูกขาด ผศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ให้คำนิยามไว้ชัดเจนมากว่า

“การรู้เท่าทันสื่อ คือความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถของบุคคลในการวิเคราะห์ธรรมชาติของสื่อมวลชน เทคนิคที่สื่อมวลชนใช้ในการถ่ายทอดความจริง และเรื่องราวต่างๆ ความหมายของเนื้อความที่สื่อนำเสนอ”

แค่คำจำกัดความแค่นี้คงเห็นแล้วนะว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเรียนรู้ หรือเข้าใจธาตุแท้ของสื่อ หากขาดองค์ความรู้ ขาดการศึกษาวิจัยอย่างรอบด้าน

แค่อาศัยแค่อารมณ์หงุดหงิดกับสื่อ มันไม่เพียงพอหรอกครับ !

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 17 เดือน พฤษภาคม 2549



Create Date : 07 มกราคม 2551
Last Update : 7 มกราคม 2551 16:19:03 น. 3 comments
Counter : 395 Pageviews.

 
บางครั้งการเสนองานของสื่อทำให้เราหงุดหงิดอยู่บ่อยๆ บางทีก็คิดๆไปว่า เฮ้อ..จรรยาบรรณเขาหายไปไหนกันหมดหนอ
บางทีก็ยากเหมือนกันนะคะ ที่จะรู้ทันสื่ออ่ะ


โดย: BeachBum วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:17:08:23 น.  

 
ขอบคุณมากนะค่ะสำความหมายของความหมายของการรู้เท่าทันสื่อ


โดย: wan IP: 119.42.69.233 วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:22:10:10 น.  

 
ด้วยความยินดียิ่งครับ คุณwan


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:10:24:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.