Group Blog
 
All Blogs
 
สัมผัสแห่งรัก

หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง เจ้า”สายเมฆ”แสบคนเล็กประจำบ้านวัย 3 ขวบเศษมีอาการผิดปกติ ไม่ซนซ่าส์เหมือนเช่นเคย ผู้เป็นแม่กังวลใจว่าลูกชายอาจไม่สบาย เพียรวัดปรอทอยู่หลายรอบก็ไม่มีไข้ ตรวจดูร่างกายก็ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหน

แต่เมื่อซักไซ้ไล่เรียงดู คำตอบที่ได้ทำให้แม่ของเด็กถึงกับอึ้ง

“วันนี้ครูต้าร์ไม่หอม ไม่กอดสายเมฆก่อนนอน...” พูดจบ เจ้าหนูร้องไห้โฮลั่นบ้าน กว่าจะหยุดร้องไห้เล่นเอาทุกคนในบ้านเหนื่อย ต้องคอยปลอบโยน หลอกล่อสารพัดวิธี

วันรุ่งขึ้น สอบถามข้อเท็จจริงจากคุณครูถึงทราบว่า ปกติก่อนนอนตอนกลางวัน ครูต้าร์...คุณครูประจำชั้นห้องเตรียมอนุบาลจะคอยเดินมากอดและหอมเด็กๆทุกคน แต่วันนั้นครูต้าร์มีประชุมด่วน เลยลืมหอมแก้มเด็กๆ ทำให้แสบน้อยของผมเกิดอาการหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์

เมื่อรับการชดเชยจากครูต้าร์ด้วยกับกอดและหอมแก้ม 2-3 ฟอด เจ้าตัวเล็กยิ้มระรื่น อารมณ์ดีขึ้นทันใด

อาการโหยหาสัมผัสแห่งรักของเด็กตัวน้อยๆเช่นนี้ คนเป็นพ่อเป็นแม่คงคุ้นชินดี อย่างเจ้า 2 แสบของผม ถ้าขึ้นนั่งรถยนต์กันครบทีมกันเมื่อไหร่ เป็นต้องเปิดศึกสงครามภายในรถเสียทุกครั้ง

เหตุเพราะปกติผมจะเป็นคนขับรถ แล้วให้เด็กๆและแม่ของเขานั่งเบาะหลัง เจ้า 2 ทโมนจึงมักแย่งกันใกล้ชิดแม่ แย่งกันซุกตัวอยู่กับแม่ แย่งกันนั่งตักแม่ จนสุดท้ายผู้เป็นแม่ต้องตัดสินใจนั่งตรงกลางให้ลูกน้อยทั้ง 2 คนได้ซุก ได้เบียด ได้กอดแม่จนหน่ำใจไปตลอดการเดินทาง

นี่ถือว่าโชคดีแล้วนะครับ สาวข้างกายผมเล่าว่า “...เรามีลูกแค่ 2 คน เวลานั่งรถฉันยังแบ่งให้ลูกทั้งสองคนจับมือคนละข้างได้ แต่ของพี่อ๋อย แม่น้องปั้นเจอหนักกว่าเราอีก มีลูก 3 คน นั่งหลังกัน 2 คนจับมือแม่คนละข้างเหมือนเรา ส่วนพี่คนโตนั่งหน้ารถคู่กับพ่อ พี่อ๋อยต้องยืนขาไปให้ลูกจับขา...”

อืม...จะว่าไปแล้ว การแสดงความรักด้วยการสัมผัส ผ่านการกอด หรือหอมแก้มลูกหลานนั้น ดูจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย หลายๆครอบครัวผู้เป็นพ่อ แม่ไม่แสดงออกว่ารักลูก

ยิ่งลูกเติบใหญ่ ยิ่งขัดเขิน ไม่กล้ากอด ไม่กล้าหอมแก้มลูก หลายคนไม่กล้าแม้แต่บอกลูกตรงๆว่า “รักลูก”
พ่อแม่เหล่านี้ มักคิดว่าเด็กๆน่าจะเข้าใจและรับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดหรือแสดงออกผ่านการสัมผัสอะไรอีก

พ่อแม่บางคนถึงกับคิดว่าถ้าบอกรักลูก อาจทำให้ลูกเหลิง ไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพ ฯลฯ

ประเด็นนี้ Dr.Nancy Devlin นักจิตวิทยาเด็ก ชาวอเมริกัน อธิบายไว้ในบทความ “Children Need Outward Expressions of Parents’ Love”ว่า ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่แสดงออก หรือไม่พูดกับลูกหลานตรงๆว่า “รัก” เด็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถรับรู้หรือเข้าใจถึงความรัก ความห่วงใยของพ่อ แม่ที่มีต่อเขา

ซ้ำร้ายเด็กบางคนอาจคิดไปเองว่า “พ่อแม่ไม่รัก”

หรือคิดเลยเถิดไปว่าเป็นลูกหัวเน่าของครอบครัว พ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่าตน

เนื่องเพราะ”ความรัก”เป็นเรื่องนามธรรม ยากที่เด็กจะรับรู้และเข้าใจได้’ หากไม่ได้รับการบอกย้ำตรงๆ หรือบอกผ่านการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม

Dr.Nancy แนะนำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองแสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูกหลานอย่างตรงไปตรงมา พูดกับเด็กอย่างจริงใจว่า รักเขาสุดหัวใจเพียงใด ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรกอด หอม แสดงออกถึงสัมผัสแห่งรักให้มากที่สุด

คิดๆดูบางทีก็แปลกนะครับ ตอนลูกยังอยู่ในครรภ์มารดา ผู้เป็นพ่อแม่ต่างลูบคลำ พูดคุยเอ่ยคำรักกับลูกน้อยตลอดเวลา เมื่อลูกคลอดออกมา เราต่างกอดหอมอุ้มโอบด้วยความรัก พ่อแม่บางคนถึงกับกดจุดนวดเฟ้นทารกน้อยแทบทุกค่ำคืน

แต่เมื่อเด็กน้อยค่อยๆเจริญวัย...เติบใหญ่ขึ้น พ่อแม่หลายคนค่อยๆลืมเลือนการเอ่ยคำรักกับลูก ค่อยๆห่างสัมผัสแห่งรัก

จนกระทั่งวันหนึ่งเราต่างขัดเขิน ไม่กล้าแสดงความรักกับลูกอีกต่อไป...นั่นเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งนัก

เอาละ...ถ้าพ่อแม่ ผู้ปกครองคนไหนไม่รู้จะเริ่มต้นแสดงความรักกับลูกหลานอย่างไรดี Dr.Nancy เธอแนะนำให้เริ่มจาก “คำพูด”ครับ

ถ้ายังขัดเขิน ไม่กล้าเอ่ยคำรักตรงๆกับลูกก็ให้พูดสนับสนุนในเชิงบวกกับการกระทำของลูก อาทิ “ลูกร้องเพลงเพราะมากเลยนะ พ่อ/แม่ภูมิใจลูกจริงๆ” “พ่อ/แม่มีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวทะเลกับลูก” ฯลฯ

จากนั้นหากมีโอกาสค่อยๆพูดให้รู้ว่าพ่อแม่แคร์ และห่วงใยความรู้สึกของเขามาก

แล้วถ้าพ่อแม่คนไหนยังเกร็ง ไม่กล้ากลับไปกอดหรือหอมลูกเหมือนตอนเขายังเล็กๆ นักจิตวิทยาเด็ก ชาวอเมริกันผู้นี้เสนอให้ใช้การสัมผัสแห่งรักประเภทการตบไหล่ ลูบหลัง ลูบศรีษะเบาๆยามที่ลูกต้องการกำลังใจ หรือยามที่ลูกผิดหวัง เสียใจ จากนั้นอย่าลืมบอกไปตรงว่า “พ่อแม่เข้าใจและพร้อมยืนอยู่เคียงข้างลูกตลอดเวลา”

นอกจากคำพูดและการสัมผัสแห่งรักแล้ว พ่อแม่บางคนอาจใช้การเขียนถ่ายทอดความรักผ่านตัวอักษรให้ลูกๆรับทราบก็ได้นะครับ ทำทุกอย่างให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักเขามากเพียงใด

อืม...ว่าแต่วันนี้คุณบอก-สัมผัสรักลูกแล้วหรือยัง
.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 67 เดือน กรกฎาคม 2553



Create Date : 03 กรกฎาคม 2553
Last Update : 3 กรกฎาคม 2553 15:49:47 น. 3 comments
Counter : 329 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:22:37 น.  

 
เด็กน้อยที่บ้านก็ชอบมากอดและหอมแก้มเราบ่อยๆคะ และก็ชอบให้เราแสดงตอบด้วยคะ


โดย: pan&playfah วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:51:42 น.  

 


โดย: Tonkra49 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:31:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.