Group Blog
 
All Blogs
 
“สวรรค์”ของเด็ก

ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา ผมพาหญิงสาวคู่ชีวิตและเจ้าสองแสบไปตะลอนเที่ยวดินแดนแห่งทิวเมฆขาว ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งร่ำลือกันว่ามีความงดงามประหนึ่งสวรรค์แห่งดินแดนตอนใต้

การเดินทางครั้งนี้ต้องถือว่าไปเที่ยวต่างประเทศแบบยกครอบครัวครั้งแรก เลยโกลาหลไม่น้อย ทั้งที่เตรียมตัวกันล่วงหน้าเกือบปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีลูกชายวัยทโมนอายุแค่ 7 ขวบกับ 4 ขวบครึ่ง แน่นอนครับว่า การไปท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ดูจะไม่สะดวกทั้งผู้ร่วมทัวร์และกับครอบครัวเรา พวกเราจึงตัดสินใจเที่ยวแบบเช่ารถตะเวนขับไปตามเมืองต่างๆ จากเกาะเหนือไปเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ รวมระยะทางประมาณ 3 พันกิโลเมตร

โปรแกรมการท่องเที่ยวคราวนี้ ผมกับภรรยาพยายามกำหนดแบบเอาใจเด็กๆสุดฤทธิ์ ไปเที่ยวชมสัตว์น้ำขั้วโลกใต้ ชมนกเพนกวิน นกกีวี หนอนเรืองแสง ดูการตัดขนแกะ นั่งรถไฟโบราณ ร่อนทองที่เหมืองเก่า ขึ้นเรือเฟอรรี่ ผจญภัยในบ้านเอียง วิ่งเล่นในเขาวงกต ฯลฯ

ดังนั้นตอนขากลับประเทศไทย ขณะอยู่บนเครื่องบิน ผมอดถามลูกทั้งสองไม่ได้ว่า “... ที่พวกเรามาเที่ยวนิวซีแลนด์ ลูกๆชอบอะไรมากที่สุด” เด็กๆนิ่งเงียบ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนพี่ชายจะโพล่งออกมาว่า “สายน้ำชอบสนามเด็กเล่นของที่นิวซีแลนด์มากที่สุดครับ” น้องชายรีบเสริมว่า “สายเมฆก็ชอบ มันสนุกมากเลย”

ถูกแล้วละครับ กิจกรรมหลากหลายที่ผมและหญิงสาวข้างกายพยายามจัดสรรให้ลูกๆ แม้เด็กๆจะสนุกสนานกับกิจกรรมเหล่านั้น แต่อันดับหนึ่งในใจของพวกเขาคือ “สนามเด็กเล่น”ธรรมดาๆตามเมืองต่างๆของนิวซีแลนด์

เนื่องเพราะ“สนามเด็กเล่น” คือ “สวรรค์ของเด็ก”

ผมย้อนนึกถึงทริปเที่ยวในครั้งนี้ สนามเด็กเล่นแรกที่ลูกพบอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อเมืองไวโตโม (Waitomo) ตอนนั้นเป็นช่วงเย็นหลังฝนตก สนามเด็กเล่นของเมืองตั้งอยู่บนเนินกลางผืนหญ้าเขียวฉ่ำเม็ดฝน แซมด้วยต้นสนสีส้มแดง มีโต๊ะนั่งปิกนิกไว้ทานอาหารว่างและนั่งผ่อนอารมณ์

สนามเด็กเล่นมีเครื่องเล่นพระเอกเป็นม้าลื่นสูงเทียมตึก 3 ชั้น เจ้าลิงน้อยทั้งสองของผมเหมือนได้ปลดปล่อยจากกรง เนื่องจากต้องนั่งอึดอัดอยู่กับเข็มขัดนิรภัยในรถมานาน พวกเขาปีนป่าย ห้อยโหน ลื่นไถลจากม้าลื่นนับครั้งไม่ถ้วน

นับจากนั้นเป็นต้นมา ทุกเมืองที่เราขับรถผ่านจากเกาะเหนือล่องสู่เกาะใต้ ทั้งพี่ชายและน้องชายจะช่วยกันมองหา “สนามเด็กเล่น” ประจำเมือง ซึ่งมีอยู่แม้แต่เมืองเล็กๆกลางหุบเขาสลับซับซ้อน ผมและภรรยาจำต้องปรับโปรแกรมการท่องเที่ยว เพิ่มทัวร์”สนามเด็กเล่น”เป็นกรณีพิเศษ

สนามเด็กเล่นของนิวซีแลนด์ แต่ละเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างกันไป อุปกรณ์เครื่องเล่นก็มีหลายหลากประเภท บางแห่งอย่างเช่นเมือง ไคคูร่า (Kaikoura) ซึ่งนักท่องเที่ยวมักมาแวะชมวาฬ หรือสิงโตทะเล สนามเด็กเล่นที่นี่จะตั้งอยู่ริมทะเล เด็กๆนอกจากจะได้ตื่นเต้น กรีดร้อง เฮฮา สนุกสนานกับเครื่องเล่นหลากหลายแล้ว ยังได้เสพรับอากาศบริสุทธิ์ริมทะเล

หรืออย่างเช่น เมืองริมทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) สนามเด็กเล่นสร้างอยู่ใต้ทิวสนริมทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า มีรถแท็กเตอร์ขนไม้ซุงเก่าๆจอดอยู่ให้เด็กได้ปีนป่าย สลับกับการเล่นเครื่องเล่นชนิดอื่นๆ

ในนิวซีแลนด์ ทุกเช้าและเย็นจะมีครอบครัวชาวกีวีจูงลูกกระเตงหลานมาเล่นสนุกกันในสนามเด็กเล่น พ่อแม่บางคนคอยแกว่งไกวชิงช้า เล่นสนุกกับลูก พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนจับคู่นั่งพูดคุยหรือกินอาหารว่างกันบนโต๊ะปิกนิก ช่างเป็นวิถีการใช้ชีวิตที่น่าอภิรมย์ยิ่ง

ไลฟ์สไตล์เช่นนี้ ทำให้ผมอดนึกเปรียบเทียบถึงเมืองไทยไม่ได้ สำหรับเด็กไทย หากพ่อแม่มีฐานะอยู่หมู่บ้านจัดสรรราคาหลายล้าน พวกเขาอาจมีสนามเด็กเล่นให้ปีนป่าย ลื่นไถลอย่างเปี่ยมสุข หรือพ่อแม่อาจพาไปเล่นในสนามเด็กเล่นหรูหรา ย่านใจกลางธุรกิจ เสียค่าความสนุกต่อครั้งด้วยเงินนับพันๆบาท ถ้าพ่อแม่อยู่ในฐานะปานกลางอาจยอมเสียเงินหลักสิบเพื่อให้ลูกได้วิ่งเล่น สนุกสนานในบ้านบอลของห้างสรรพสินค้าต่างๆ หรือให้ลูกไปเล่นในสนามเด็กเล่นของสวนสาธารณะกลางเมือง

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของสนามเด็กเล่นของไทยกับนิวซีแลนด์คือ “ความปลอดภัยของเครื่องเล่น”

สำหรับเมืองไทย ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ดูเหมือนจะถูกปล่อยปละละเลยมานาน สนามเด็กเล่นหลายแห่งจึงกลายเป็น “แหล่งที่อุดมไปด้วยความเสี่ยงอันตราย” ของเด็กๆ

หลายครั้งที่เราอ่านข่าวพบอุบัติเหตุน่าเศร้าสลดเกิดขึ้นในสนามเด็กเล่น ไม่ว่าจะเป็นต้นเหตุจากความเสื่อมทรุดของอุปกรณ์ หรือความไม่ได้มาตรฐานของเครื่องเล่น หรือเนื่องจากขาดการป้องกันความปลอดภัยอย่างรอบด้านก็ตาม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในสนามเด็กเล่น กลางสวนสาธารณะใหญ่เมืองไครส์เชิร์ช (Chirstchurch) ผมมีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อชาวนิวซีแลนด์คนหนึ่ง ซึ่งนั่งรอลูกปีนป่ายเชือกในสนามเด็กเล่น ผมถามเขาว่า “อุปกรณ์ในสนามเด็กเล่นทำไมดูใหม่จังเลย เพิ่งทำเสร็จหรืออย่างไร”

คุณพ่อชาวกีวีตอบผมว่า “...อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆในสนามเด็กเล่นของนิวซีแลนด์ทั้งที่อยู่ในร่มและอยู่กลางแจ้งต้องได้มาตรฐานตามที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้ ดังนั้นเครื่องเล่นทุกอย่างต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการของเด็กคอยตรวจสอบก่อนออกจากโรงงาน...

...ยิ่งเป็นสนามเด็กเล่นในชุมชนก็ต้องให้ตัวแทนผู้ปกครอง ครู หรือผู้นำชุมชนตรวจสอบสินค้าก่อนติดตั้งให้เด็กเล่น...

...ทุกสนามเด็กเล่นต้องมีผู้ดูแลรักษาอุปกรณ์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากบริษัทเครื่องเล่น และยังมีผู้ตรวจสอบอุปกรณ์จากบริษัทเครื่องเล่นเด็กหมั่นมาตรวจเช็คความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ทุกอย่าง แม้แต่พื้นสนามเด็กเล่นก็ต้องคำนึงด้วยว่าถ้าเด็กหกล้ม หรือตกจากเครื่องเล่นจะได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน…

ถ้าพบว่าอุปกรณ์เครื่องเล่นใดชำรุดผู้ดูแลอุปกรณ์ต้องรีบแจ้งให้ผู้รับผิดชอบทราบทันที เพื่อแก้ไขหรือเปลี่ยนเครื่องเล่นใหม่ มิเช่นนั้นหากเด็กได้รับอุบัติเหตุจากความเสื่อมหรือความบกพร่องของอุปกรณ์อาจเกิดการฟ้องร้องขึ้นได้”

ได้ฟังแบบนี้แล้ว หัวสมองของผมพลันนึกถึงภาพเครื่องเล่นผุพัง สนิมเขรอะตามสนามเด็กเล่นในชุมชนต่างๆทั่วเมืองไทย

เอ...จะมีพรรคการเมือง หรือรัฐบาลชุดไหนสนใจทำเรื่อง “สนามเด็กเล่น” ให้กลายเป็น “สวรรค์ของเด็ก”อย่างแท้จริงไหมหนอ

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 79 เดือน กรกฎาคม 2554




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2555 21:18:15 น. 0 comments
Counter : 459 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.