แม่จะเข็มแข็งเพื่อหนู/ที่หนึ่งในหัวใจ
Group Blog
 
All blogs
 

La pha ya Boutique Resort BangSan







เพราะเช้งเม้งเป็นเหตุ

ทำให้ต่อมกตัญญูทำงาน

มีหน้าที่ขับพาพ่อกับแม่ไปไหว้บรรพบุรุษ

หลังจากที่ผ่านมาน้องชายเป็นสารถีมาตลอด

ก็ถึงคราวได้แย่งมรดกบางส่วน(ที่ไม่ค่อยจะมี)คืนมาบ้าง 555

ตอนแรกชวนให้ไปค้างที่พัทยาเลยแล้วกัน

ชำนาญทั้งที่ทาง ที่พัก และอาหารการกิน

แต่คุณนายแม่สั่งว่า ช้านต้องการกินร้านอาหารแถวอ่างศิลา

เธอจะต้องพักแถวๆ บางแสน

จะได้ไม่ต้องไปไกลมากนัก

จากเดิมที่จะไปแค่ 7 คน

ก็เพิ่มจำนวนมาเป็น 10 คน

ผู้ใหญ่ 6 เด็ก 4 หุหุ

เด๋วนี้ทริปไหน ทริปนั้น

ไปน้อยกว่า 4 คน แบบให้นั่งรถกันสบายๆ เป็นไม่มี

แต่คนเยอะ เด็กเยอะ ก็สนุกกันไปอีกแบบ

คราวนี้ก็ต้องไปหาข้อมูล

พักที่ไหนดี เลาๆ ว่าที่บางแสนมีที่พักแค่ไม่กี่แห่ง

ซึ่งก็มีมาแต่สมัยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วยังไงก็ยังงั้น

แต่เพิ่มมาก็แค่ 2-3 ที่

หากจะถามหาแหล่งข้อมูลที่เที่ยวดีดี

ก็ไม่ควรพลาดจากห้อง BP

และแล้วก็ประสบความสำเร็จ

เจอที่พักที่เพิ่งรีวิวมาใหม่ๆ สดๆ ซิ่งๆ

Laphaya Boutique Rasort Bangsan

รีบกริ๊งกร๊าง โทรจอง มัดจำทันที

จองไป 2 ห้อง แบบสูท และแบบธรรมดา

ความต้องการคือที่พักเห็นทะเล

ไม่ต้องเป็น รร ใหญ่โตมากมาย

และขอให้มีสระว่ายน้ำให้เด็กๆ ได้เล่น

ชมภาพกันชิล ชิล น้า

ถึงแล้วที่พัก




ที่จอดรถใครดีใครได้นะค่ะ





สวนหย่อมเล็กๆ ที่ชั้นล่าง




ไปชั้นเราอันเถอะ










ห้องที่ได้





บรรยากาศภายใน
















ระเบียงด้านนอก




ห้องนอน





ประทับใจเตียงนอน นอนหลับสบายมากๆ

ความจริงตัวเองนอนพื้น พ่อกะแม่นอนเตียง

ได้มีโอกาสย่องมานอนตอนเช้า 555





ห้องต่อไปเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำ












อ่างอาบน้ำใหญ่ดี เด็กๆ เล่นกันเพลิน

ก๊อกเปิด-ปิดฝักบัวและปรับอุณหภูมิก็เยี่ยมเลยหล่ะ




ห้องที่ได้คิดว่าเป็นห้องที่ดีที่สุดของรีสอร์ท

ส่วนอีกห้องเป็นห้องธรรมดาก็เหมือน รร อื่นๆ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชม

สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 2

เห็นใจห้องที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำมากๆ

เพราะจะมีคนผลัดกันไปเล่นอยู่ตลอดเวลา








แล้วความสนุกก็เริ่มต้นขึ้น






























หาดบางแสน











































PS ... ค่าห้องพักห้องสูทราคาเต็ม 3500 บาท แต่ช่วงนี้โปรโมทชั่น ลดเหลือ 2700 บาท ไม่มีอาหารเช้าให้นะค่ะ




 

Create Date : 24 มีนาคม 2551    
Last Update : 4 เมษายน 2551 23:47:45 น.
Counter : 708 Pageviews.  

คู ป อ ง

ปิดเทอมเป็นเรื่องใหญ่ของหลายๆคน

รวมทั้งเราด้วย

เพราะถ้าไม่ได้ให้เรียนซัมเมอร์ (ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นต้องเรียน)

ก็ไม่รู้จะให้ปันปันทำอะไร

อยู่บ้านก็ดูแต่โทรทัศน์

ไม่ใช่ปันปันเรียกร้อง

แต่เป็นคนที่ดูแลเปิดให้ดูเอง

เพื่อให้ปันปันสงบนิ่งเหมือนถูกสาปเป็นหิน (จริง จริง นะ)

การจะบอกให้คนที่บ้านช่วยสอนการบ้าน

หรือทำกิจกรรมตามที่เรากำหนดไว้


ก็เป็นการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของคนที่ดูแล

ทุกครั้งที่ฝากเรื่องไว้

ต้องมีโทรศัพท์มาฟ้องทุกชั่วโมง

ว่าปันปันอย่างโน้นอย่างนี้

ตามด้วย “คุยกับลูกแกเองแล้วกัน”


“แม่คร๊าบบบบบบบบ ฮึกกกก ฮือออออ” เสียงสะอึกสะอื้นรำพัน

เลยตัดปัญหา ไม่ใช่สงสารปันปัน

แต่บางทีอาม่ากับปันปันก็ทะเลาะกันเพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจโจทย์ทั้งคู่

ทำมาให้ดูแล้วก็ทำผิด

พอบอกว่าทำผิด ก็เถียงกันอีก

ปันปันบอกว่า เพราะอาม่าบอกผิด

อาม่าก็ว่า เพราะปันปันเข้าใจผิด

วุ้ยยยยยย มึนนนนน

เปลี่ยนแผนเป็นจัดช่วงเวลา Happy Our 2 ชั่วโมง

พร้อมโปร ลด แลก แจก แถมของรางวัล

เราไปซื้อคูปองแบบที่ขายบัตรทอง มา 100 ใบ

ตั้งกฎใหม่

ปันปันวันนี้ทำงานที่สั่งครบจะได้คูปอง 1 ใบ

สะสมครบ 10 ใบ เอามาแลกซื้อของเล่นได้ 1 ชิ้น

สะสมครบ 30 ใบ จะได้ไปเที่ยวทะเล

ปันปันย้อนถามว่า

“ถ้าหนูอยากไปทะเลแล้วก็อยากได้ของเล่นด้วยต้องทำไง”

“ก็ต้องสะสมให้ครบ 40 ใบไงครับ”

ตอนนี้ตกเย็นก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องปันปันโยเย

ไม่ยอมทำตามที่สั่งอีก

จะว่าหลอกเด็กก็ถูกนะ

เพราะเสาร์นี้จะได้พาปันปันไปทะเลแล้ว

เลยรีบแจกคูปองวันละ 3 ใบ 555 กลัวได้ไม่ครบที่บอก

ส่วนปันปันวันๆ ก็นับว่าได้เท่าไหร่แล้ว

แถมวันก่อนซื้อขนมให้ 1 ห่อ

แต่ปรากฏว่าไม่ได้อยากกินขนม

อยากได้ของเล่นที่อยู่ในขนมต่างหาก

พอแกะออกมาแล้วเป็นของที่ไม่ถูกใจ

ร้องจะซื้อใหม่

เราบอก อ๋อ ซื้อใหม่ได้ แต่เอาคูปองมาแลก 10 ใบ

แล้วจะเดินไปซื้อมาให้เลย

555 ได้ผลค่ะ

ปันปันเงียบสนิท

ถามว่า “ทำไมหล่ะ ไม่เอามาแลกเหรอ”

“ไม่เอาอ่ะแม่ หนูอยากจะสะสมให้ครบๆ 30 ใบ หนูจะได้ไปทะเล”

เอ่อ ก็ดีเหมือนกันนะ

อย่างน้อยก็ยังสามารถให้ปันปันรู้จักหักห้ามใจ

อดทนรอเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ

แต่วิธีการนี้คงใช้จนหมด 100 ใบก่อน

แล้วค่อยคิดหาวิธีการใหม่

เพราะไม่ใช่จุดประสงค์หลัก

ในการสอนปันปันให้รับรู้หน้าที่

และความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำ

ยังเชื่อเสมอว่า ไม้อ่อนดัดง่าย

จะปลูกฝังอะไรก็เริ่มทำตั้งแต่เล็กๆ

จำได้เสมอกับ รร แห่งหนึ่งซึ่งปิดไปแล้ว

ปันปัน 3 ขวบกว่า

ตอนเราไปรับเห็นปันปันยืนล้างจาน แล้วเอาจานไปเก็บ

จานใบนั้นเราเชื่อได้เลยว่ามันคงไม่สะอาด

มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อจานที่ไม่สะอาด

เราสามารถนำกลับมาล้างใหม่ได้

หรือหากทำจานแตก

เราก็สามารถซื้อหาใหม่ได้

แต่สิ่งสำคัญ คือ เด็กๆ รู้จักความรับผิดชอบ

แล้วจากนั้นเค้าก็ได้เรียนรู้วิธีการล้างจานที่สะอาด

หรือทำอย่างไรไม่ให้จานแตก

จากวันนี้ผ่านมาปีกว่าเราเองก็ยังคิดถึง รร นั้นเสมอ

เพราะฉะนั้น ประโยคที่เราพูดกับปันปันน้อยที่สุดคือ

“เด๋วรอให้โตกว่านี้หน่อย แล้วค่อยสอนให้ทำ”

เชื่อว่าสักวันเมื่อปันปันโตขึ้นก็จะเข้าใจได้เอง

ว่าทำไมเราถึงทำแบบนี้




 

Create Date : 18 มีนาคม 2551    
Last Update : 23 มีนาคม 2551 23:59:36 น.
Counter : 272 Pageviews.  

s u m m e r

ปันปันปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 7/3/2008

ช่วงก่อนปิด เราก็พยายามหาที่เรียนให้ปันปัน

ไม่อยากให้ปันปันเรียนซัมเมอร์ที่ รร

เพราะรู้สึกว่าคอร์สที่สอนไม่มีอะไรน่าสนใจ

ตอนแรกหาได้ที่หนึ่งแถวสุรวงศ์เห็นว่าเปิดใหม่

คอร์สก็ดูน่าสนใจดี มีกิจกรรมใหม่ๆ ให้ปันปันได้ลองทำ

แต่บังเอิญขับรถผ่านป้ายโฆษณา รร อนุบาลเปิดใหม่

ใกล้บ้านมากๆ ประมาณ 2 ป้ายรถเมล์

เห็นว่ามีสอนอังกฤษกับจีนด้วย

เลยแวะเข้าไปคุย

ไปฟังเค้า present อุปกรณ์การเรียนการสอน

และแนะนำคุณครูทิ่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศ

555

เราไม่ได้สนใจว่าจะมาจากประเทศไหน

เอาแค่ว่าสอนอังกฤษให้เป็นอังกฤษ

สอนจีนให้เป็นจีนก็แล้วกัน

อยากฝึกให้ปันปันฟังจนคุ้นเคยมากกว่า

ดูแนวการสอนที่เน้นการเรียนรู้ผ่านเกมส์และอุปกรณ์ต่างๆ

ทำให้คิดว่าน่าจะเป็นทางที่ปันปันถนัดและชอบมากกว่ามานั่งขีดเขียน

แถมของทุกอย่างใหม่เอี่ยม

แค่นี้ก็รู้สึกคุ้มค่าเรียนแล้ว

วันศุกร์ก็เลยประเดิมไปฝากเลี้ยงก่อน 1 วัน

กลับมาบ้าน ปันปันบอกแต่ว่า

แม่ๆ รร ใหม่ ดีมากเลยครับ มีของกินเยอะแยะเต็มไปหมดเลย

เช้าวันจันทร์ไปเข้าคอร์สจริง

ทั้ง รร มีเด็กไม่ถึง 10 คนเลย

มีแต่เด็กเล็กและปันปันเป็นเด็กที่โตสุด

ก็ยังคิดว่าจะได้เรียนหรือป่าว

แต่ทาง รร ก็มีตารางการเรียนการสอนมาให้ดู

ว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง

ผ่านมา 3 วัน โทรไปคุยกับครูแทบทุกวัน

ครูก็ว่า ปันปันยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับกิจกรรมกลุ่มเท่าไหร่

แต่เรื่องการเรียนหรือการใช้อุปกรณ์ค่อนข้างใช้ได้

และมีความสนใจในเรื่องของเลขกับวิทยาศาสตร์

อยากให้เราช่วยส่งเสริมด้วย

ยังไม่รู้ว่าส่งเสริมยังไง คิดว่าไว้วันเสาร์อาจจะเข้าไปคุยกับครูที่ รร อีกที

แต่เหตุที่เกิดวันนี้คือ

ตอนเย็นอาม่าเป็นคนไปรับปันปัน

ไปถึงครูใหญ่ก็บอกให้ปันปันไปเล่นในห้องก่อน

ให้ครูคุยกับอาม่าหน่อย

ครูเล่าว่า วันนี้ปันปันเล่นๆ อยู่แล้วก็เข้าไปกอดแฟนของครู

ก็ไม่รู้คุยกันอีท่าไหน

ปันปันถึงพูดว่า พ่อหนูตายไปแล้ว

ครูฟังก็ตกใจ เลยมาถามเพราะกลัวว่าที่บ้านจะมีปัญหา

อาม่าเลยบอกไปว่า เป็นความจริงที่ว่าพ่อเค้าเสียไปแล้ว

และนี่ก็เพิ่งได้รู้ว่า ครูใหญ่ที่นี่ก็เป็นลูกค้าขาประจำที่ร้านเรา

แต่เค้าสนิทกับเฮีย มาคุยกับเฮียบ่อย

พอได้ฟัง ครูก็รู้สึกใจหาย

แต่เราสิใจหายกว่า

แหม น่าจะรู้เร็วกว่านี้

จะได้ขอลดค่าเรียนเป็นกรณีพิเศษ

555555555

ในช่วงนาที ที่อาม่าเล่าให้ฟัง

ก็คิดขึ้นมาวูบนึงว่า

หรือปันปันจะรู้สึกขาดความอบอุ่น

แต่คิดอีกที สิ่งที่ปันปันพูด

เป็นสิ่งที่ปันปันได้เรียนรู้มา

แต่ไม่รู้จักถึงความหมายอย่างแท้จริง

และการแสดงออกของปันปัน

ก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเค้าเองอยู่แล้ว

ไม่ว่าเจอใครปันปันมักไปเกาะแขนเกาะขาอยู่เสมอ

ดังนี้ถ้าให้วิเคราะห์เหตุการณ์นี้

ปันปันไม่รู้สึกหรือมีอาการเศร้า

ตามสิ่งที่ได้พูดออกไป

เป็นการตอบของคำถามที่ถามมามากกว่า

ตอบแล้วก็แล้วกัน

แต่คนที่ได้รับฟัง คนที่รู้และเข้าใจความหมาย

ย่อมต้องรู้สึกเศร้าและเห็นใจเป็นธรรมดา

อย่างปันปันเวลาอยู่บ้านกันสองคนแม่ลูก

อยู่ดีดีก็ถามว่า

แม่ๆ เมื่อไหร่แม่จะตาย

-*- ทำไมหล่ะปันปัน

อ้าวก็ถ้าแม่ตายแล้วก็จะได้เกิดเป็นเด็กๆ ไงครับ

นี่หล่ะคือความเข้าใจของปันปัน



เกิดเป็นเด็กๆ แล้วก็จะได้มาเป็นเพื่อนเล่นกันไง




 

Create Date : 16 มีนาคม 2551    
Last Update : 18 มีนาคม 2551 11:53:42 น.
Counter : 239 Pageviews.  

บ้านอัมพวา

เป็นครั้งที่สองแล้วซินะที่มาเยือนตลาดน้ำอัมพวา

คราวก่อนพักแบบเป็นแพคเก็จคนละ 990 บาท

มันส์ๆ เฮๆ ดี มีดูหิ่งห้อย ได้ทำบาร์บีคิวกินกันด้วย

แต่ครั้งนี้ขอไปแบบน้าอ้อยนิดนึงส์ (คือคุณนายไฮโซ) นั่นหล่ะ

เตรียมการณ์แต่คืนวันศุกร์

เช้าวันเสาร์กระเป๋ามาวางเรียงกันหน้าบ้าน

เราต้องเข้าออฟฟิศก่อน

บอกน้องเล็กให้เตรียมตัวให้พร้อมเสมอ

เราโทรปั๊บออกมารับปุ๊บเลยนะ

เกือบเที่ยง 8 ชีวิตที่เหมือนอัดเป็นปลากระป๋องในรถ

ก็ออกเดินทาง แวะกินขนมจีนเทวดาแถวพระราม 2 กันก่อน

ใช้เวลาขับไม่ถึง 45 นาที ถึงแล้วครับ บ้านสวนอัมพวา (ใกล้ซะ)

บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบดี

สระว่ายน้ำมี 2 สระ อยู่ด้าน ล็อบบี้ 1 และด้านห้องอาหารริมแม่น้ำ 1

แต่สระที่โดนพวกเรายึดไว้เป็นสระด้านล็อบบี้เพราะเดินใกล้กว่า

อีกอย่างที่มีแต่เราคงเพราะคนอื่นพักแบบมีสระว่ายน้ำส่วนตัวก็เป็นได้ 555

ชมภาพกันเอาเองนะค่ะ รูปจะเยอะหน่อยน้า















บรรยากาศตอนกลางคืน








เริ่มเตรียมตัวลุยยยย...........











บรรยากาศสระน้ำของพวกเรา









ยึดครอง.....















ไปตลาดอัมพวา คนเยอะมั่กๆ เซ็ง

ไหนจะดูเด็ก ไหนจะหาของกิน

พาลทำให้ขี้เกียจถ่าย







ของเล่น













ทริปนี้บรรยากาศโดยรวมเป็นการเอาใจเด็กๆ สุดฤทธิ์

ว่ายน้ำกันทั้งวัน ทั้งคืน

โชคดีที่ลากเอา พี่นา เลขาอินเตอร์มาด้วย

พอกลับมาจากเดินตลาดน้ำ

ซัดยานอนหลับไป 2 เม็ด

นอนตั้งกะ สองทุ่ม ถึง เจ็ดโมงเช้า

เหมือนเป็นโรคเครียดขึ้นสมอง

ร่างกายมันอยากจะหลับ แต่ตามันไม่ยอมปิดง่ะ

มีสะดุ้งตื่นตอนปันปันตกเตียงดังโครม

น่าสงสารเป็นที่สุด

ปันปันก็คงตกใจ นอนอยู่ดีดี

หล่นตุ๊บลงไปกองอยู่กับพื้น

รีบผุดปีนขึ้นมานอนต่อบนเตียง

มีมาขอว่า นอนพื้นได้ไหม

หนูกลัวนอนตกเตียงอีก

555

ไว้คราวหน้าจะเอาที่นอนไปด้วย

นอนพื้นปลอดภัยสำหรับปันปันที่สุด

ขากลับมุ่งมั่นฝากท้องไว้กลับร้าน บ้านเรือริมคลอง

โทรถามน้าอ้อย...แกบอกว่า บอกทางไม่ถูกค่ะ

แต่น้องเล็กจำได้ ไม่ได้เข้าซอกซอยนะค่ะ

ไปตามถนนใหญ่ก็ไม่ไกลมาก

ไปถึงแล้ว............. บ่ายโมงกว่า

คิดเมนูไว้ในใจเต็มที่

ปรากฏว่า

ที่ร้านมีคนจองจัดงานเลี้ยงไว้ค่ะ

เปิดให้บริการอีกที บ่ายสาม

รมณ์ เสีย -*-

ต้องไปหากินร้านอื่นแทน

ซึ่งก็ไม่อร่อยเท่าไหร่

ทำให้ค้างคาความอยาก (กิน)

คงต้องหาเรื่องไปเที่ยวแถวนั้นใหม่อีกหล่ะมั้ง




 

Create Date : 10 มีนาคม 2551    
Last Update : 16 มีนาคม 2551 16:27:54 น.
Counter : 389 Pageviews.  

ช่าง จำ







ช่วงนี้ ปันปัน ค่อนข้างพูดมาก

แต่ยังไม่มากเรื่องเท่าไหร่

พูดแบบเด็กรู้มาก

ระหว่างที่ขับรถอยู่

รถติดไฟแดง

เราเบรค

ปันปันถามว่า

แม่ทำไม ไม่กดปุ่มสามเหลี่ยม

ซึ่งหมายถึงไฟฉุกเฉิน หรือไปกระพริบ

“กดทำไมหล่ะลูก”

“ก็กดแล้วรถคันหลังจะได้ไม่มาชนตูดเราไง”

พูดไดอาล็อกเดียวกับที่มีนาพูดวันที่ไปพัทยาเลย

เราก็มานั่งอธิบายว่า ปุ่มนี้ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินหรือกะทันหัน

หากเป็นปกติแล้วไม่ต้องใช้ก็ได้

ปันปันทำหน้าเข้าใจ

ถัดมา

เวลาไปฟิตเนสจะพาปันปันไปด้วยแทบทุกครั้ง

ทางเข้าฟิตเนส เมื่อก่อนคงจะใช้เป็นทางออก

เพราะเขียนไว้ว่า OUT

แต่เพื่อความสะดวกของคนมาใช้บริการ

เปลี่ยนทางออกให้เป็นทางเข้า แต่ไม่เปลี่ยนป้าย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปันปันถามว่า

“แม่ๆ ทำไมแม่ขับรถเข้าตรงทางออกหล่ะ”

ด้วยความที่ยังมึนๆ อยู่ เลยพูดส่งๆไปว่า

“อ๋อ ถ้าเป็นตอนเย็นแล้วเค้าให้เข้าตรงทางออกได้ ไม่ผิด”

ปันปันก็เลยไม่ถามต่อ

ถัดมาวันอาทิตย์ไปฟิตเนสอีกรอบ

คราวนี้ไปตอนบ่าย

ยังไม่ทันจะออกรถ

ปันปันบอกว่า

“แม่ๆ ตอนนี้เป็นตอนกลางวัน แม่ต้องขับเข้าตรงทางเข้านะ”

5555555555555555555555555

จะไปขับเข้าตรงทางเข้าได้ไง

ก็มันมีทางเข้าอยู่ทางเดียวนี่หล่ะ

ต้องบอกปันปันไปว่า

“เค้าไม่แก้ไขป้าย เราก็เข้าทางเดิมนี่หล่ะ

แต่ถ้าไปที่อื่น เข้าตรงทางออกไม่ได้นะ”

แถมยังเคยทำวีรกรรมขึ้นบันไดเลื่อนเอง

จากชั้นใต้ดินไปชั้น 2 ที่เป็นฟิตเนสอีก

ตอนแรกพาไปกินข้าวชั้นใต้ดิน

กินเสร็จบอกให้ปันปันเดินไปบอกพี่ให้มาเก็บเงิน

พอปันปันบอกแล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อน

ไปห้องเล่นเด็กของฟิตเนสที่ชั้น 2 เลย

เราก็ไม่ทันสังเกตนั่งรอจ่ายเงินอยู่

ทำไมปันปันเดินไปไหนนานจัง

เดินๆ หา เริ่ม..เอ๊ะ..หาไม่เจอ

ลองย้อนขึ้นไปฟิตเนสดู

ปรากฏไปนั่งเล่นอยู่เฉยเลย

พี่เลี้ยงบอกว่าถามน้องแล้วว่าแม่ไม่มาด้วยเหรอ

ปันปันบอก แม่รู้แล้วกินข้าวอยู่ข้างล่าง -*-

เรื่องเดินนี่ บอกหลายครั้งมากๆ ก็ยังแก้ไม่หาย

กำลังหาวิธีใหม่ๆ จัดการอยู่

คิดว่าคงได้ผลเร็วๆ นี้เป็นแน่

ถัดมา

เก้าอี้เจ้าปัญหาที่ซื้อมาให้ปันปัน

แรกๆ ปันปันไม่ยอมคาดเข็มขัด

จะชอบลุกไปมา

แต่วันอาทิตย์

พาปันปันไปตะลอนกัน 2 แม่ลูก

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตำรวจตั้งด่าน

เราก็รีบบอกปันปันว่า

“ปันปันเห็นตำรวจไหม

ถ้าไม่คาดเข็มขัดตำรวจจับนะ

แม่ไม่รับผิดชอบด้วยเพราะแม่คาดเข็มขัดแล้ว”

ปันปันนิ่งไปสักพัก

แล้วบอกว่า

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าตำรวจจับแม่จ่ายตังค์ให้หนูนะ”

“เรื่องอะไรที่แม่ต้องจ่ายให้ ให้เมื่อปันปันทำผิดก็ต้องจ่ายตังค์เองสิ

แล้วปันปันมีตังค์หรือป่าวหล่ะ ถ้าไม่มีก็ให้ตำรวจจับติดคุกแล้วกัน”

ปันปันเห็นเราเอาจริง แถมตำรวจก็เยอะซะด้วย

เลยหยิบเบลล์มาคาดอย่างง่ายดาย

จากนั้นครั้งต่อๆ ไป

ก็บอกว่าถ้าไม่คาดเบลล์

จะไม่ออกรถ

ช่วงนี้ปันปันค่อนข้างติดเรา

ไปไหนขอไปด้วย

พร้อมข้อแลกเปลี่ยนคือของเล่น

ก็ยัง งง งง อยู่ไม่ได้ขอให้ไปด้วย

มามีข้อเสนอให้ทำไมเนี้ย

แต่ก็ดีหน่อยที่เวลาสั่งให้ทำการบ้าน

หรือสั่งให้ทำภารกิจของตัวเองแล้ว

ไม่ค่อยมีปัญหาเหมือนเมื่อก่อน

อาจจะเพราะโตขึ้นและเราก็มีเวลาให้ปันปันเต็มที่ด้วยมั้ง

ช่วงนี้แม่ลูกเลยรักกันเป็นพิเศษ

โรงเรียนมีจดหมายมาบอกว่า

ช่วงหยุดซัมเมอร์

ขอให้ผู้ปกครองช่วยฝึกภาษาอังกฤษกับลูกๆ

ด้วยการให้ดูหนัง ฟังเพลง และพูดเป็นภาษาอังกฤษ

ถามปันปันไปว่าทำได้ไหม

ปันปันพยักหน้า (แต่แม่ทำไม่ได้ฟ่ะ)

แล้วบอกว่าขอเริ่มด้วยเพลงนี้นะแม่

I'm a big big girl

In a big big world

It's not a big big thing if you leave me

But I do do feel that

I do do will miss you much

Miss you much...




 

Create Date : 09 มีนาคม 2551    
Last Update : 12 มีนาคม 2551 21:36:57 น.
Counter : 278 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

Valentine's Month


 
แม่เจ้าปัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอรหัสผ่านหลังไมค์นะค่ะ
Free Counters
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าปัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.