แม่จะเข็มแข็งเพื่อหนู/ที่หนึ่งในหัวใจ
Group Blog
 
All blogs
 

*-* ความพยายามของคุณยาย *-*

เมื่อครั้งที่แม่บอกกับคุณยายเรื่องของหนูว่า หนูอาจจะซ้ำชั้น อ.1 อีกปี เพราะว่าหนูยังไม่สามารถเขียนหนังสือได้ และไม่มีสมาธิที่นิ่งพอ คุณยายได้แต่ฟังเงียบๆไม่พูดอะไร แต่พออีกวันถัดไป คุณยายโทรมาคุยกับแม่ว่า คุณยายจะเป็นคนติวหนูให้เอง (โอ้วววววว แม่ว่าหนูโชคดีมากๆเลยนะ) คุณยายบอกว่าจะต้องให้หนูขึ้น อ.2 ให้ได้ จะให้หนูเขียนหนังสือตามเพื่อนๆให้ทัน แม่บอกกับคุณยายว่าไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ เพราะแม่ก็กำลังปรับตารางเวลาเพื่อหนูให้มากขึ้นอีก แต่คุณยายไม่ยอมบอกว่ายังไงก็จะต้องช่วยติวหนูด้วยอีกแรง คุณยายเล่าว่าคุณยายเคยเครียดแบบนี้เมื่อครั้งที่ลุงของหนู (น้องชายแม่) สอบตกต้องซ้ำชั้น ป1. อีก 1 ปี แต่นั่นเป็นความเต็มใจของคุณยาย เพราะว่าลุงของหนูเป็นเด็กหัวอ่อน เรียนไม่ทันเพื่อน คุณยายเลยยอมให้เรียนซ้ำอีกปี แต่สำหรับหนูแล้ว คุณยายไม่ยอมและไม่เห็นด้วยที่จะให้หนูซ้ำชั้น เพียงเพราะว่าหนูไม่ยอมขียนหนังสือและไม่ยอมอยู่นิ่งๆ คุณยายว่าแค่เรื่องนี้น่าจะฝึกได้ ในเมื่อเรื่องอื่นๆหนูสามารถทำได้ เช่น การถามตอบสิ่งรอบๆตัว การเอาแบบฝึกหัดสำหรับเด็ก อ.1 มาถามหนู หนูก็สามารถตอบได้ในเกณฑ์ค่อนข้างดี และตัวคุณครูเองก็ช่วยยืนยันอีกแรงว่า ถึงแม้หนูจะไม่เคยอยู่นิ่ง ยุกยิกตลอดเวลา แต่ถ้าครูถามในเรื่องที่กำลังสอนอยู่ หนูก็สามารถตอบได้ทุกครั้ง แสดงว่าหนูเองก็ฟังที่ครูสอนอยู่เหมือนกัน เพียงแต่คงมีบางอย่างที่ผิดปรกติทำให้หนูไม่สามารถอยู่นิ่งๆได้

แม่คิดว่าถ้าคุณยายมาช่วยด้วยอีกแรง หนูคงจะดีขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า คุณครูจะประเมินหนูอีกครั้งว่าจะได้ขึ้น อ.2 หรือไม่ ที่แม่บอกว่าหนูโชคดีที่ได้คุณยายมาช่วยสอนนั้น เพราะว่าคุณยายหนูเป็นคนไม่รู้หนังสือ จบแค่ ป.4 แต่ด้วยความพยายามและความตั้งใจ ทำให้พอมีเวลาว่างคุณยายจะไปเรียนหนังสือแบบศึกษาผู้ใหญ่จนจบ ป.6 แล้วไปเรียนวิชานวดแผนโบราณ เพื่อกลับมานวดคุณตา ตอนนี้คุณยายกำลังขะมักเขม้นเรียนภาษาจีนกลางอยู่ สิ่งไหนถ้าคุณยายต้องการและไม่คิดว่าเกินความสามารถของตัวเอง คุณยายจะพยายามทำมันให้สำเร็จจนได้ คุณยายคือแบบอย่างสำหรับแม่ในเรื่องของการขนขวายศึกษาหาความรู้ต่างๆ แต่ในเรื่องของความพยายามแล้วแม่คงยังไม่สามารถเทียบเท่าคุณยายได้ เมื่อแม่เหนื่อยและท้อ หากแม่ได้คิดถึงคุณยายแม่ก็จะมีกำลังใจที่จะทำสิ่งนั้นๆ ต่อไป แม่คิดว่าเมื่อวันหนึ่งถ้าหนูท้อและต้องการกำลังใจ หนูคงจะรู้ว่าหนูจะหาได้จากที่ไหน กับสุภาษิตไทยที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แม่ว่าไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน มันก็สามารถใช้ได้ตลอดไป เพียงเราตั้งมั่นในความพยายามของเรา บางเรื่องอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่เคย ขอเพียงใจที่ไม่ท้อเรื่องนั้นๆ ก็จะสำเร็จไปด้วยดีแน่นอน




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2549    
Last Update : 31 ธันวาคม 2549 23:08:14 น.
Counter : 229 Pageviews.  

> < ตามล่าหาจักรยาน...ที่สวนรถไฟ > <

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างที่แม่ชั่งใจอยู่ว่าจะพาหนูไปเที่ยวสวนรถไฟหรือไปท้องฟ้าจำลองดี เลยคิดว่าถามหนูเอาดีกว่าอยากจะไปที่ไหน
“ปันปันครับ วันนี้เราจะไปขี่จักรยาน หรือไปดูดาวกันดี” แม่ถาม
“อืม.... ไปขี่จักรยานดีกว่าครับ” หนูตอบ
“ได้ แต่ต้องสัญญาว่า....” แม่พูดยังไม่ทันจบ หนูก็พูดแทรกขึ้นว่า
“หนูจะไม่ดื้อ ไม่ซน จะเป็นเด็กดีครับ”
“มีอีกอย่างคือ หนูจะต้องไม่พูดเสียงดังหรือยุกยิกเวลาอยู่บนรถไฟด้วยนะครับ” แม่รีบบอก
“ทำไมอ่ะครับ” หนูถาม
“เพราะจะทำให้คนอื่นเค้ารำคาญ และคนอื่นๆเค้าก็ไม่พูดคุยกับเวลาอยู่บนรถไฟด้วยครับ” แม่ตอบ
“อ๋อเหรอครับ ได้ครับแม่” หนูรับคำ
“ดีมาก งั้นเด๋วเราให้พ่อไปส่งที่สถานีรถไฟกันดีกว่า” แม่ยิ้ม แต่คิดในใจว่าจะทำได้ไหม 555

ระหว่างทางที่พ่อพาไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แม่ก็ต้องอธิบายให้หนูฟังว่า รถไฟฟ้าใต้ดินกับบนดินต่างกันอย่างไร ดูเหมือนว่าหนูก็พอจะเข้าใจ เมื่อเราอยู่บนรถไฟฟ้ากันเรียบร้อยแล้ว หนูก็เริ่มถามโน่นนี่เสียงดัง แถมผุดลุกผุดนั่งอีก อาจจะเป็นเพราะว่าบนรถไฟฟ้าใต้ดินไม่มีวิวอะไรให้หนูได้ดู ไม่มีทีวี ไม่มีโฆษณาอะไรเลย คงทำให้หนูเบื่อเลยออกอาการไม่ค่อยมีสมาธิไวขึ้น แต่ก่อนที่หนูจะเริ่มเดินไปมาในรถไฟฟ้า ก็ถึงสถานี่สวนจตุจักรพอดี เฮ้อ ค่อยโล่งหน่อยไม่ต้องวิ่งไล่จับหนู พอขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินก็เจอสวนสาธารณะ แม่ยังคิด เอ ทำไมมันถึงได้ง่ายดายขนาดนี้ รู้งี้พามาตั้งนานแล้วดีกว่า เดินเข้าไปในสวน เจอสนามเด็กเล่น หนูก็วิ่งรี่ไปเล่นไม่รีรอ เล่นสักพัก ก็พากันเดินตามหาที่ให้เช่าขี่จักรยาน เดินอยู่ไม่นานเจอที่ให้เช่าถีบเรือ หนูก็บอกว่าจะถีบเรือ แม่เลยต้องปรามว่าเกิดถีบเรือ เด๋วคนอื่นเขามาเช่าจักรยานไปหมด เราก็จะอดขี่น้า หนูเลยยอม แม่เข้าไปถามที่ให้เช่าถีบเรือว่า ที่เช่าจักรยานอยู่ตรงไหน เขาบอกว่า สวนนี้ไม่มีหรอก อยู่อีกสวนนึง ตรงข้ามสวนนี้หล่ะ แต่ต้องเดินไปจนสุดถนนแล้วก็จะเจอ เฮ้อ กรรม แม่คิดแล้วว่าทำไมมันเจอง่ายอย่างนี้ ไม่รู้จะทำไง เลยต้องบอกหนูว่า ที่ขี่จักรยานอยู่ตรงโน้น เราต้องเดินไปอีกหน่อย หนูก็ไม่ว่าอะไรอาจจะเพราะตื่นเต้นที่ได้ออกมาเที่ยวสวนสาธารณะครั้งแรก (ก็ส่วนใหญ่แม่พาไปเดินแต่ห้างนี่) หนูเลยไม่งอแงยอมเดินกันไปด้วยดี

เดินประมาณเกือบกิโลเห็นจะได้ก็ถึงเสียที โชคดีที่เจอร้านขายน้ำ หนูรีบขอซื้อน้ำกิน เราเลยได้นั่งพักไปด้วย แม่ถามร้านขายน้ำว่าที่เช่าจักรยานอยู่ตรงไหน แม่ค้าบอก อ๋อ เดินสักประมาณเกือบหนึ่งกิโลเห็นจะได้ 555 อารมณ์ตอนนี้ประมาณอยู่ในงานคอนเสิร์ตป๋าเบิร์ด อยากจะกรี๊ดอย่างเดียวเลย ใจก็สงสารลูก ใจก็สงสารตัวเอง เดินกันอีกกิโล ตอนนี้หนูคงเหนื่อยมากหล่ะ เริ่มถามว่าจะถึงยัง แต่ยังดีช่วงที่เดินมีคนขี่จักรยานมาให้เห็นเป็นระยะๆ ทำให้หนูพอมีกำลังใจเดินขึ้นมาบ้าง เดินกันไปจนถึงทางเลียบถนน เจอคุณยาม เลยรีบถามว่าที่เช่ารถจักรยานอยู่ไหน แกชี้ว่าอยู่ด้านนอก เดินไปสัก 50 เมตรก็ถึง

พอเดินไปถึงมีหลายร้านให้เลือกเชียวหล่ะ แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าร้านไหนดี แม่เลือกเอาร้านที่เห็นมีคนขี่เยอะ ชื่อร้านลุง พอเข้าไปหนูรีบไปลองขี่คันโน่นคันนี้ แต่ขี่ไม่ได้สักกะคัน เพราะตัวเตี้ย ขายังไม่ถึง อิอิ แม่เห็นแล้วก็นึกขำทั้งลูก ขำทั้งตัวเองด้วยว่า หากขี่กันคนละคัน แล้วอยู่ๆหนูเกิดเบื่อขึ้นมา แม่มิแย่หรือ ไหนจะจักรยานตัวเอง จักรยานหนู แล้วก็ต้องดูหนูด้วย คิดแล้วว่าคงจะไม่ไหว เลยเปลี่ยนแนว บอกเค้าว่าเอาแบบมีที่นั่งให้หนูซ้อนท้ายได้ ถามหนูว่าโอเคไหม หนูซ้อนแล้วแม่ขี่ให้ หนูไม่ตอบ แต่ปีนขึ้นไปนั่งยิ้มแฉ่งเรียบร้อยแล้ว หลังแม่จ่ายเงินค่าเช่า 20 บาทสำหรับขี่ทั้งวันแล้ว เราสองแม่ลูกก็ลุยดูบรรยากาศในสวนรถไฟกัน ครึ่งแรกไปเจอสนามเด็กเล่น ต่อด้วยสนามการเรียนรู้กฎจราจร ไปดูสระว่ายน้ำ (แต่ดันปิด) สวนผีเสื้อ ขี่จนเหนื่อยก็ยังมะเจอที่ถีบเรือสักที นั่งพักก่อนหล่ะกัน เช่าเสื่อปูนั่งเล่นนอนเล่น 20 บาทเหมือนกัน บางครอบครัวเอาอาหารมาทาน มานั่งทำกิจกรรมร่วมกัน เห็นแล้วน่ารักไปอีกแบบ ถึงตอนนี้หนูคงเริ่มหิวล่ะ แม่คิดว่าเอาจักรยานไปคืนแล้วพาหนูไปกินข้าวดีกว่า พอคืนจักรยานเรียบร้อย พาหนูหม่ำๆข้าวไข่เจียวเสร็จ คิดว่าจะไปต่อที่พิพิธภัณฑ์เด็กดีไหม แต่ดูเวลาแล้วบ่ายสองโมงกว่า ติดสินใจพาหนูกลับบ้าน ไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่ มาแต่เช้าๆ เพราะพิพิธภัณฑ์เด็กมีของน่าสนใจเยอะแถมต้องอธิบายอีกมากมาย ไว้มาทั้งวันดีกว่า พอนั่งรถไฟฟ้ากลับหนูยังทวงว่า คราวหน้าต้องมาใหม่นะครับ เพราะแม่ยังหาที่ถีบเรือไม่เจอเลย เรายังไม่ได้ถีบเรือเลย แม่ยกนิ้วก้อยแม่เกี่ยวกับนิ้วก้อยหนูไว้ พร้อมกับพูดว่า
“ครับปันปัน แม่ให้สัญญา”




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2549    
Last Update : 27 ธันวาคม 2549 23:02:35 น.
Counter : 1673 Pageviews.  

-"- รถติดฉิบหายเลยครับ....แม่ -"-

เอาแล้วไหมล่ะค่ะคุณลูก วันนี้ขณะที่กำลังนั่งกินพร้อมดูทีวีอยู่ หนูก็พูดขึ้นมาว่า
“รถติดฉิบหายเลยครับ” แม่กับพ่อได้ฟัง รีบหันกลับไปถามอีกทีกลัวว่าจะฟังผิด หนูก็พูดพร้อมชี้ไปที่ทีวีเป็นภาพรถติดยาวเหยียด
“ในทีวีรถติดฉิบหายเลยครับแม่” แม่กับพ่อพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่า
“ปันปันครับ ห้ามพูดมันเป็นคำไม่สุภาพ” แต่ดูท่าหนูจะยังไม่ค่อยเข้าใจ

ก่อนที่แม่จะอธิบายมากไปกว่านี้ แม่ต้องหันไปจัดการพ่อก่อน เพราะคำพวกนี้ต้องหลุดมาจากพ่อแน่นอน เวลาพ่อขับรถจะเป็นคนที่ขี้บ่นมาก พูดโน่นนี่ได้ตลอดเวลา แม่คิดว่าหนูคงจะไปจำคำพวกนี้มาจากพ่อ แถมพอแม่ดุพ่อไปแล้ว พ่อก็ไม่เถียงกลับมาสักคำ แสดงว่ายอมจำนนด้วยหลักฐาน หึหึ

จากนั้นแม่ก็กลับไปอธิบายให้หนูฟังใหม่ว่า ในประโยคที่หนูพูดมันมีคำไม่สุภาพอยู่ด้วย หนูรู้ไหมว่าคำไหน
“รถติด” หนูบอก
“ไม่ใช่จ้า คำว่าฉิบหายเป็นคำไม่สุภาพ เป็นคำที่เขาไม่ใช้พูดกัน เข้าใจไหมครับ”
“หงึก หงึก” ใช้พยักหน้าแทนคำตอบ แต่พอถามอีกที
“คำว่า รถติดฉิบหาย คำไหนไม่สุภาพครับ”
“รถติด” หนูตอบ
“ไม่ใช่ครับ คำว่าฉิบหายครับ ปันปันจำไว้นะลูก”
“ครับ จำได้แล้วครับ คำว่าฉิบหายไม่พูด”
“ดีมากครับ”

แม่เคยอ่านหนังสือเจอ เขาบอกว่าหากพ่อแม่คนไหนสังเกตดีๆ คำไม่สุภาพ คำทะเล้น ทะลึ่ง คำเหล่านี้บางทีเวลาเราพูดโดยไม่ระวัง แต่เด็กๆมักจำมาพูด แล้วพอเด็กๆพูด ผู้ใหญ่ก็หัวเราะกลายเป็นเรื่องขบขันไป ไม่ได้ห้ามปรามหรือไม่ตักเตือนอย่างจริงจัง ทำให้เด็กๆเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำพูดที่เหมาะสม เพราะพูดแล้วทำให้ผู้ใหญ่สนใจในตัวเขา และอาจทำให้เป็นคำพูดที่ติดปากไปจนโต ดังนั้นพอแม่ได้ยินหรือเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แม่จะรีบเตือนหนูเสียแต่ตอนนั้นเลย ด้วยแม่ก็กลัวว่าตัวแม่เองจะลืมเหมือนกัน

อีกเรื่องที่แสดงให้เห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในการเรียนรู้ของหนูคือ เมื่อไม่กี่วันมานี้มีข่าวน่าสลดใจ เป็นข่าวที่คุณพ่อคนหนึ่งกำลังส่งลูกไปโรงเรียนแล้วโดยผู้ร้ายขี่จักรยานยนต์มายิง บังเอิญเช้านั้นขณะที่หนูกำลังทานข้าวเช้าอยู่ก็มีภาพข่าวนี้ขึ้นมา และทีวีก็ฉายซ้ำภาพตอนที่ผู้ร้ายยิงคุณพ่อคนนั้นอยู่หลายครั้ง แล้วหนูก็พูดขึ้นว่า
“แม่ ทำไมคนขี่มอไซค์เค้าทำแบบนั้น”
“เค้าเป็นคนไม่ดีครับลูก” แม่ตอบ
“เค้ายิงรถคันนั้นทำไมครับ” หนูถาม
“คนขี่มอไซค์เป็นผู้ร้าย เค้ามาทำร้ายคนดีครับ” แม่ก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี ก็พยายามตอบให้หนูเข้าใจมากที่สุด
“คนขี่มอไซค์เค้ายิงแล้วหนีไป ทำไงดีครับ” หนูถามอีก
“งั้นหนูกินข้าวให้เสร็จเร็วๆ จะได้แข็งแรงแล้วไปช่วยตามจับผู้ร้ายดีไหมครับ” แม่เริ่มอับจนคำตอบล่ะ อยากจะให้รีบจบบทสนทนาดีโดยไว
“ดีครับ งั้นหนูจะรีบๆกินข้าว” หนูตอบ
แม่รีบปิดทีวี แล้วเบียงเบนให้หนูสนใจอย่างอื่นแทน จาก 2 เหตุการณ์นี้ทำให้แม่คิดว่า ช่วงวัยนี้ของหนูแม่คงต้องใส่ใจกับหนูมากขึ้นอีกในทุกเรื่อง ไม่ว่าพฤติกรรมหรือการพูดจา เหมือนว่าตอนนี้หนูกำลังเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว นอกเหนือจากตัวเองเหมือนก่อน เริ่มรู้จักการมีเพื่อน การเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ ซึ่งก็ทำให้แม่รู้สึกดีใจกับหนูด้วย ตอนนี้คำที่แม่พึงระลึกไว้เสมอคือ เด็กๆเหมือนผ้าขาวอยู่ที่เราว่าแต่งเติมอะไรลงไป แม่ไม่รู้ว่าผ้าขาวผืนนี้จะมีกี่สี หรือจะสวยงามแค่ไหน แต่แม่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่แม่จะทำได้...





 

Create Date : 24 ธันวาคม 2549    
Last Update : 24 ธันวาคม 2549 16:55:16 น.
Counter : 239 Pageviews.  

มุมมองของพ่อ

แม่อยากจะเล่าเรื่องของพ่อหนูให้ฟังบ้าง พ่อหนูมักมีมุมมองและพฤติกรรมที่แปลกแตกต่างจากคนทั่วๆไป จนบางครั้งทำให้แม่อดหัวเราะกับความคิดและพฤติกรรมของพ่อไม่ได้

อย่างเช่นปัญหาตอนนี้ของหนูที่โรงเรียน พอแม่เล่าให้พ่อหนูฟัง พ่อกลับเฉยๆ ไม่พูดอะไรสักคำ จนแม่เซ้าซี้ว่าจะลองพาหนูไปหาคุณหมอเพื่อประเมินพฤติกรรม พ่อกลับบอกว่า อย่าไปให้เสียเวลาเลย ประเมินไปก็เท่านั้น เพราะหนูมีภาวะเป็นผู้นำ ชอบที่จะเป็นผู้นำ ฉะนั้นเมื่ออยู่โรงเรียนแล้วต้องเป็นผู้ตาม ทำให้หนูไม่ชอบ พ่อบอกว่าลองบอกครูให้หนูไปยืนเรียนหน้าชั้นสิรับรองไม่วิ่งเล่นแน่ อืม...เอากะเค้าสิ

อีกเรื่องตอนที่หนูจะย้ายโรงเรียนในเทอมที่ผ่านมา ย้ายกะทันหันแบบนี้ ไหนจะค่าเทอม ไหนจะค่าแรกเข้า ก็มากโขอยู่ แม่ปรึกษาพ่อว่าจะเอาไงดี เงินพิเศษยังมะออกเสียด้วยสิ ไม่อยากไปยืมเงินคุณยายเลยเกรงใจ พ่อหนูพูดว่าเอางี้แล้วกัน เด๋วพ่อให้ยืมก่อน แต่เงินพิเศษได้มาแล้วเอามาคืนนะ แม่ก็อึ้งไปหน่อย เอ...ตกลงหนูเป็นลูกแม่คนเดียวหรือป่าวหว่า พ่อพูดยังกับว่าหนูเป็นลูกเลี้ยงแน่ะ แม่เลยต้องเตือนสติพ่อหนูว่า หนูเนี้ยก็เป็นผลิตผลของพ่อกับแม่อย่างละครึ่งน้า เมื่อถึงคราวอับจนก็ควรจะช่วยๆกันสักนิด คราวนี้แม่เลยอุบอิบ ให้พ่อจ่ายทั้งหมดและไม่คืนเงินด้วย สำหรับเรื่องเงินทองเนี้ย โตขึ้นหนูสามารถปรึกษาพ่อได้ เพราะพ่อจะมีวิธีเก็บเงินไม่ให้คนใกล้ชิดรู้ระแคะระคายได้เป็นอย่างดี

เรื่องความสะอาดต้องยกให้พ่อ จากที่พ่อเป็นคนรักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจแล้ว พอหนูเกิดมาพ่อยิ่งรักความสะอาดมากขึ้นเป็น 2 เท่า พกแอลกอฮอลล์กันเป็นขวดๆ จนเพื่อนๆแม่ว่า สงสัยถ้าพ่อหนูมาเยี่ยมบ้านคงต้องเอาแอลกอฮอลล์ถูพื้นก่อนพ่อหนูถึงจะยอมเข้าเสียกระมัง ขนาดหนูโตจนป่านนี้เวลาไปข้างนอก พ่อยังอุ้มหนูตลอดเวลา เลอะเทอะหน่อยต้องรีบล้างมือ เสื้อเปียกน้ำนิดเดียวก็ต้องเปลี่ยน จนหลังๆเนี้ย หนูเริ่มติดนิสัยนี้มาใช้แล้ว วันๆเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเป็นว่าเล่น บางทีแม่ต้องบอกว่าเลอะนิดเดียวก็ต้องอดทนใส่ไปก่อน

แม่คิดว่าบางครั้งหนูอาจจะสับสนที่แม่กับพ่อต่างกันสุดขั้ว แล้วมาอยู่ด้วยกันได้ไง พ่อไม่ค่อยคิดมากเมื่อหนูมีปัญหา แม่เสียอีกทุกปัญหาของหนูคือเรื่องใหญ่ พ่อเป็นคนประหยัดเงินเก็บเหลือเฟือ แต่แม่มีกินมีใช้ไปวันๆไม่ค่อยอดอ้อม พ่อรักความสะอาดมาก แต่แม่ไม่เลยจริงๆ อันนี้แม่ยกย่องพ่อ เพราะถ้าพ่อทำความสะอาดบ้านเมื่อไหร่ เศษฝุ่นผงสักนิดไม่มีทางได้เห็น แต่หนูไม่ต้องแปลกใจ บางทีความต่างมันคือความลงตัว สิ่งที่พ่อกับแม่มีเหมือนกันคือ ความพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ และทำทุกวันให้มีความสุข.....




 

Create Date : 22 ธันวาคม 2549    
Last Update : 18 กันยายน 2550 20:21:08 น.
Counter : 254 Pageviews.  

...ขำไม่ออก...

เฮ้อ…เป็นธรรมดาของชีวิตจริงๆ เมื่อมีสุขย่อมมีทุกข์ตามมา เมื่อ2 อาทิตย์ก่อนที่แม่ได้รับสมุดสื่อสารจากโรงเรียนใหม่ของหนู แม่ไม่อยากเรียกว่าสมุดสื่อสารเลย เพราะมันไม่เหมือนสมุดสื่อสารจากโรงเรียนเดิม มันไม่มีการเขียนบรรยายอะไรทั้งสิ้น มีแต่ลายเซ็นต์ครู และกระดาษตัดแปะที่พิมพ์มาว่าในอาทิตย์นี้หนูเรียนอะไรบ้าง ไม่มีการบอกว่าในระหว่างอาทิตย์หนูทำอะไร ทำให้แม่รู้สึกว่าเหมือนบอกให้รู้ แม่ก็เลยได้แต่เซ็นต์รับทราบกลับไป แต่ 2 อาทิตย์ก่อนเมื่อแม่เปิดสมุดเล่มนี้ ที่แปลกกว่าเดิมคือ มีชื่อครูพร้อมเบอร์โทรศัพท์มาให้ด้วย แม่ดูแล้วยังงงว่า ครูให้เบอร์มาทำไม แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมากมายจนเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว บังเอิญว่าเมื่อมีทติ้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเอาเรื่องนี้มาพูดด้วย เพื่อนแม่บอกว่าครูอาจจะอยากให้โทรไปคุยเพื่อปรึกษาเรื่องของหนูหรือป่าว ตอนนี้แม่ยังขำๆว่าสงสัยไปก่อเรื่องอะไรอีกแน่เลย ก็ตั้งใจว่าจะไปแอบดูหนูพร้อมกับไปรอคุยกับครูที่โรงเรียนด้วยดีกว่า

วันนี้ตอนเช้าห้องหนูมีกิจกรรมประกอบเพลงช่วงคริสมาสต์ แม่ไม่สามารถไปดูเองได้อาศัยให้พ่อกับคุณยายช่วยไปดู เพราะอยากจะรู้ว่าหนูทำได้หรือป่าว ปรากฎว่าทำได้ค่อนดีเป็นที่พอใจ ส่วนแม่ตั้งใจว่าจะไปรับตอนเย็นแอบดูหนูอีกทีพร้อมไปคุยกับครูด้วย ตอนที่ยืนแอบดูหนูที่ห้องเรียนก็เห็นว่ากำลังนั่งเล่นกับเพื่อนอยู่เหมือนว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพื่อนๆในห้องก็รู้จักหนูเป็นอย่างดีเห็นเรียกชื่อปันปัน แล้วก็มีมาช่วยให้กำลังใจตอนหนูใส่รองเท้าด้วย หลังจากเลิกเรียนแล้วแม่ก็ได้พูดคุยกับครู ครูออกอาการกลุ้มใจมาก บอกว่า หนูไม่เคยนั่งลงเลย เดินหรือวิ่งในห้องเรียนตลอด ไม่สามารถทำงานกับเพื่อนได้ ชอบปีนป่าย เด๋วมุดโต๊ะ ลากเก้าอี้ ไม่กลัวใคร ครูพูดก็ไม่ฟัง ไม่สามารถเอากฎเกณฑ์มากำหนดหรือบังคับหนูได้ เขียนหนังสือไม่ได้ ….. และลงท้ายที่ว่าเด็กสมาธิสั้นที่เคยเจอเค้าจะยังมีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่หนูไม่เลยถ้ายังเป็นแบบนี้ ขึ้นอ.2 คงจะลำบาก แม่ไม่ตกใจหรือเสียใจที่ได้ยินครูพูดแบบนั้นเลย การที่หนูจะซ้ำชั้น อ.1 นั้น แม่ยินดีและเต็มใจหากหนูไม่พร้อม แต่ที่แม่กลุ้มใจและกังวลคือ ครูก็หมดหนทางที่จะหาวิธีกำราบหนูเหมือนกัน สำหรับแม่แล้วแม่รู้ว่าต้องปราบหนูอย่างไร แต่วิธีนี้ครูไม่สามารถเอาไปใช้ที่ห้องเรียนได้ และครูก็ต้องดูเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆด้วย จะให้มาใส่ใจหนูอย่างที่แม่ทำนั้นคงไม่ได้ แม่ได้แต่บอกครูว่า แม่จะพยายามคุยกับหนูให้เข้าใจกฏเกณฑ์ของที่โรงเรียนมากขึ้น จะลองพาหนูไปพบคุณหมอเพื่อทดสอบหนูอีกครั้ง แล้วค่อยมาดูพฤติกรรมหนูอีก 2 เดือนข้างหน้า หากยังไม่ดีขึ้นก็ให้ซ้ำชั้น อ.1 อีกปีหนึ่ง

ตอนนี้แม่คงต้องไปปรับตารางเวลาใหม่ให้หนูมากกว่าขึ้นกว่าเดิม หรือไม่แน่แม่อาจจะมาอยู่กับหนูทั้งวันเลยดีกว่า เพื่อหนูแม่ให้ได้ทุกอย่าง….






 

Create Date : 19 ธันวาคม 2549    
Last Update : 19 ธันวาคม 2549 18:05:51 น.
Counter : 293 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

แม่เจ้าปัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอรหัสผ่านหลังไมค์นะค่ะ
Free Counters
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าปัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.